วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 30, 2549

ภาคใต้ยังพอมีหวัง กำนันใจสิงห์แห่งกรงปีนังพร้อมสู้

พบบทความและการสนทนาระหว่างของคนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่น่าสนใจ สามารถเข้าไปอ่านดูได้ที่

http://mscc2.komcome.com/infomat/view.php?category=taistyle&wb_id=204

โดยความตอนหนึ่งที่นายสามารถ ดีสุมะ วัย 54 ปี กำนันใจสิงห์แห่ง อ.กรงปินัง จ.ยะลา ได้กล่าวคือ

"ผมเชื่อว่าโดยหลักธรรมชาติโจรจะต้องอ่อนแอลง เพราะการฆ่าคนถือว่าเป็นการทำผิดต่อองค์อัลเลาะห์ และพวกเขาจะแยกดินแดนไม่สำเร็จ ส่วนลูกบ้านก็เข้าใจสถานการณ์ดี เพราะผมจัดให้มีการประชุมและทำความเข้าใจกับลูกบ้านอยู่ตลอดเวลา"

"ผมเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ต้องการปกป้องประเทศของตัวเองเพื่อลูกหลานในอนาคตเหมือนคนอื่นๆ จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มก่อความไม่สงบยุติการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์เสียที ส่วนชาวบ้านก็อย่าไปหลงเชื่อคำสอนที่บิดเบือนเพื่อสันติสุขจะได้กลับคืนมาสู่พี่น้องมุสลิมสามจังหวัดอีกครั้ง"

กำนันท่านนี้ได้สร้างป้อมปราการต้านโจร มีทั้งเขาวงกต-หอคอย ฐานยิงปืน ลวดหนาม หอคอย กำแพงเหล็กกันกระสุน และอาวุธปืนนานาชนิด และเชื่อว่าสามารถตั้งรับศึกได้เป็นสัปดาห์แบบสบายๆ

ในขณะที่นายทหารเก่าท่านหนึ่งนามว่า "Kia" ได้ให้ความเห็นว่า "ถ้า คมช.จะเจ๊ง ถ้าท่านนายกฯจะเจ๊ง ก็เรื่อง๓จว.นี่แหล่ะที่จะทำให้เจ๊ง" โดยได้กางแผนยุทธศาสตร์ อธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยุ่ในขณะนี้ พร้อมทั้งเสนอแนะการปฏิบัติการต่างๆ ที่น่าสนใจ

"กองทัพไทยทุกวันนี้ หวงของมากกว่าหวงคน เป็นอย่างนี้ทั้ง๓เหล่าทัพ กลุ่มโจรที่โอเปอเรชั่นอยู่ในพื้นที่นั้น เราจะเห็นได้ว่า พวกนี้ไม่มีเทคโนโลยีในการรบสักเท่าไร แต่กลับสร้างผลการยุทธได้อย่างรุนแรง แต่กองทัพไทยมีเทคโนโลยีที่ดีกว่ากลุ่มโจรพวกนี้แยะ กลับเอาไว้โชว์แค่วันเด็ก เอาไว้อวดแค่สื่อมวลชน เอาไว้แค่พีอาร์ แต่กลับเทกำลังพลลงไปโดยปราศจากความมั่นใจในการรุกรบ ผลที่ได้จึงเป็นอย่างที่เห็น การข่มขวัญข้าศึก เป็นเพลงยุทธบทแรกของทุกตำรารบ แม้แต่พวกโจรเองมันก็ใช้วิธีนี้ตลอดมาจนทุกวันนี้ สร้างความหวาดกลัวและหวั่นไหวให้กับกำลังพลในพื้นที่อย่างรุนแรง หากเราไม่ข่มศัตรูให้หวั่นไหวบ้าง ขวัญกำลังใจไพร่พลที่ไหนจะมีเหลือ ยิ่งเป็นศัตรูที่มองไม่เห็นตัวด้วย ยิ่งสร้างความหวาดระแวงให้กับกำลังพลอย่างสูง"

"ส่งนักรบลงไปเป็นนาย ส่งนักรบลงไปเป็นเสธ. ส่งไอ้พวกคิดออกแค่ พสร.วันทวีคูณ กลับกรุงเทพให้หมด ไอ้พวกนี้กินแรงชาติ เอาคนอยากรบลงไปรบ เอาคนปอดแหกกลับมา จัดกำลังแบบไทยๆ อย่าจัดแบบเวสพอยท์ เพราะนี่มันสงครามจรยุทธ เวสพอยท์ไม่เคยชนะสงครามแบบนี้แม้แต่สักครั้งในทุกภูมิภาคของโลก เลิกเป่ะป่ะ เลิกแยกทหารแบบผิดคุณลักษณะ แม้อาจทำให้๓จว.มีสภาพเหมือนยามสงคราม ก็ต้องทำ รบพิเศษติดอาวุธแปลงตัวเป็นพลเรือนซ้อนอยู่ในพลเรือนที่ทหารคุมอยู่อีกชั้น ทหารจะตายน้อยลง ข่าวสารจะหลั่งไหลมากขึ้น นี่เป็นเรื่องสำคัญ จงอย่าใช้ทหารหรือกำลังรบผิดคุณลักษณะทางทหาร มิฉะนั้น มันจะเหมือนเป็นการทำลายหรือบั่นทอนประสิทธิภาพของกำลังรบโว้ย รู้บ้างมั้ย"

ภายใจกระทู้ยังได้พบประกาศลึกลับ ถึงการเรียกระดมพลเพื่อต่อสู้กับโจรข้าศึก โดยไม่พึ่งพาอาศัยรัฐอีกแล้ว เนื่องจากความไม่เอาไหนของรัฐ และคมช. โดยมีประกาศการเรียกกำลังพลนับหมื่นคน ทั้งนี้ในประกาศที่ยังหาแหล่งที่มาไม่ได้นี้ ไม่ปรากฏชื่อกลุ่มแกนนำ

ประกาศ....!
ขอเชิญวัยรุ่นไทยอายุ 17-30 ปีที่รักแผ่นดินไทยและไม่กลัวตาย
รวมตัวกันที่อำเภอในสามจังหวัดชายแดนใต้
อำเภอละ 10,000 คน และที่บันนังสตาและธารโต 50,000 คน ร่วมกันต่อต้านและกดดันกลุ่มโจร ตามแผนเคาะประตูล็อคคอ ซับน้ำตาคนสามจังหวัด ดีเดย์ 1 ม.ค. 50

29/11/49 18.41 น. (IP: 202.28.38.253)


ความเห็นอีกชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจ มาจากนับรบอาสาสมัครในสงครามเวียตนามอายุ 66 ปี ได้กล่าวตำหนิอย่างรุนแรง ต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ ถึงคำพูดการกระทำที่ไร้ศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง

"ผมว่าทุกยุคที่ผมผ่านมาไม่มียุคไหนที่มันเลวร้ายเท่าเวลานี้อีกแล้ว ถูกไอ้พวกระยำมันฆ่าวันละไม่รู้กี่ศพ ท่านผู้ใหญ่ก็เอาแต่ออก ทีวี และจ้อในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ตอนยึด(อำนาจ)ใหม่ๆ ก็ว่ามาปัดกวาดบ้านเมือง ทำไปทำมาก็ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ครับในวิสัยของอดีตทหารอย่างผม ผมว่าเรื่องแรกมันก็ต้อง 3 จว.ภาคใต้ก่อน มันเป็นเรื่องใหญ่มากๆ แต่นี่ท่านไปคุ้ยอะไรก็ไม่รู้ แถมทำให้เครื่องแบบที่ท่านสวมใส่เลียหายไปด้วย ด้วยการที่กล่าวออกมาว่า จะให้ผมไปกราบที่ไหนผมก็ยอม ผมละหมดกำลังใจครับ นี่หรือครับ ลูกผู้ชายชาตินักรบ"

ท้ายที่สุด หนึ่งในความเห็นสั้นๆ ได้กล่าวขึ้นมาว่า "(เรา)ต้องปิดปาก นักสิทธิมนุษย์ชนก่อนเพื่อน"

วันพุธ, พฤศจิกายน 29, 2549

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ : มายาคติของ ‘ปัญญาชนตีสองหน้า’

29/11/2549

ตอนที่ 2 สำหรับงานวิพากษ์ ‘ปัญญาชน’ ที่ ‘พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์’ ส่งมาให้ประชาไทเผยแพร่ เขาบอกว่า ปัญญาชนที่เป็นคนดีสองโลกคือ ไม่เอาทักษิณ และเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตยไปด้วยนั้น ไม่ต่างกับปัญญาชนขวาจัดที่สนับสนุนมาตรา 7 และรัฐประหารแต่ต้น .... บทความสุดฮอตระดับห้าดาวที่พลาดไม่ได้ เป็นบทความที่อธิบายถึงแก่นและสภาพสังคมที่แตกแยกของไทยขณะนี้ได้ดี และเฉียบคมที่สุด สามารถอ่านได้ที่เวปไซต์ประชาไท

ข่าวจากแวดวงธนาคารต่างประเทศ

แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งในประเทศจีนให้ข่าวกับเราว่า China Merchant Bank ได้ปฏิเสธการให้เงินกู้กับธนาคารของไทย เนื่องจากเหตุการณ์ยึดอำนาจขับไล่รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง

ในขณะที่ยังมีข่าวอีกชิ้นหนึ่งที่ยังไม่กรองจากแวดวงธนาคารในจีนว่า ประเทศสิงคโปร์ได้ทำการเรียกร้องให้ธนาคารต่างๆ ไม่ให้ปล่อยกู้ให้ไทย เนื่องจากการรัฐประหาร

เจ้าหน้าที่ธนาคารคนเดิมยังให้ข่าวกับเราเพิ่มเติมด้วยว่า ในวันที่เกิดเหตุการณ์รัฐประหาร เจ้าหน้าที่ทางการของจีนได้ทำการโทรศัพท์เข้ามาสอบถามเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในไทยด้วยความห่วงใย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ผู้นั้นก็ได้ตอบข้อซักถามต่างๆ กลับไปด้วยความเป็นกลาง จนเจ้าหน้าที่ทางการของจีนพอใจ

ยกระดับความปลอดภัย เพื่อความไม่ประมาท

เนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางภาคใต้ในขณะนี้ได้พัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาตรการต่างๆ ที่ประชาชนควรจะปฏิบัติ จึงได้แก่การเพิ่มความระมัดระวังภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากผู้ไม่หวังดี

เป็นต้นว่าช่วยดูถึงสิ่งผิดปรกติต่างๆ เช่น แจ้งให้ทางการทราบหากพบกระเป๋า เป้ กล่องที่ถูกลืมทิ้งไว้ในที่สาธารณะ การพบบุคคลที่มีทีท่าพิรุธ การสังเกตเห็นรถยนต์ที่มีลักษณะผิดปรกติจอดในที่ชุมชน ฯลฯ

อนึ่ง มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนปฏิบัติอยู่แล้วอย่างสม่ำเสมอ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ หรือมาเลเซีย จึงเรียนมาเพื่อทราบเพื่อความไม่ประมาท โดยเฉพาะในช่วงนี้

วันอังคาร, พฤศจิกายน 28, 2549

อำนาจมืดคุกคามทัชภูมิ โทรข่มขู่ไม่รับรองสวัสดิภาพ!

28 พฤศจิกายน 2549

สิทธิเสรีภาพคนไทยตกต่ำสุดขีดในยุคเผด็จการทหาร โดยล่าสุดทัชภูมิ หนึ่งในผู้ปราศรัยเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นประจำทุกวันเสาร์ที่สนามหลวงภายใต้กลุ่ม "คนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ" ได้ให้ข่าวกับเราว่า บิดาของนายทัชภูมิได้รับโทรศัพท์ข่มขู่เมื่อเวลาประมาณเที่ยงของวันนี้ ว่าให้ระวังสวัสดิภาพของลูกชายให้ดี เหตุเพราะได้ทำการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย

นายทัชภูมิกล่าวว่านี่เป็นฝีมือของทหารเลว และกล่าวว่าตนเองจะไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจอันชั่วร้ายและพร้อมจะต่อสู่ต่อความอยุติธรรมต่างๆ อย่างไม่ย่อท้อ

เหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่ชี้ชัดว่า ภายใต้การปกครองของ คมช.เต็มไปด้วยอำนาจอันชั่วร้าย มีการริดรอนกดขี่สิทธิเสรีภาพ ประชาชนต้องจำทนอยู่ภายใต้อำนาจรองเท้าบู๊ตและปากกระบอกปืน และยังพิสูจน์ได้ว่า ข้ออ้างต่างๆ ที่เหล่าเผด็จการทหารชุดนี้ใช้ในการยึดอำนาจนั้น ล้วนแต่ไม่เป็นความจริง ไม่ได้ทำไปเพื่อประชาธิปไตยที่ดีขึ้นที่ตนโกหกหรืออ้าง แต่ทำไปเพียงเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเท่านั้น

ข่าวลือ อาจมีคำสั่งปลดรมว.คลังเร็วๆ นี้

มีข่าวลือมาว่า เมื่อคืนนี้ พล.อ.เปรม ได้เรียกประชุมผู้ใกล้ชิดมากมาย เพื่อหารือทิศทางการทำงานของเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะการล้มคดี บบส ฯลฯ ที่ทางฝ่ายกระทรวงการคลังและดีเอสไอมีการเตรียมสั่งฟ้องแล้ว และหากมีการฟ้อง รมว.คลังก็อาจจะโดนหางเลข และอาจจะส่งผลให้รัฐบาลชั่วคราวชุดนี้เสียชื่อเสียงได้ โดยหนึ่งในแนวทางเลือกที่เป็นไปได้ ก็อาจจะมีการสั่งให้ปลด รมว.คลัง ออก เพื่อตัดตอนความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแหล่งข่าวได้เล่าให้ฟังว่า คดีที่เกี่ยวกับเรื่องนี้อาจจะถูกโอนให้กับ'หญิงจา'ไปดูแล ทั้งนี้คดี บบส.เป็นคดีที่มีหลักฐานครบถ้วน เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุคฟองสบู่แตกปี 40 เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีการเอาทรัพย์สินที่ยึดมาจากธนาคารและไฟแนนซ์มากองไว้เป็นกองๆ จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ สี่ห้าแห่ง เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน(บบส)บริษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท)ฯลฯ

แต่ละแห่งมีสินทรัพย์มากระดับหลายหมื่นล้าน ถึงแสนล้าน บริษัทเหล่านี้ต้องนำสินทรัพย์บางส่วนเปิดประมูลขาย บางส่วนนำมาบริหารเอง กรรมการผู้จัดการ บบส.ซึ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทบริหารสินทรัพย์ด้วยกัน คือหม่อมปรีดียาธร เทวกุล ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.คลังในขณะนี้ มีผู้ช่วยทั้งหมดหกคน ซึ่งโดนฟ้องไปหมดแล้ว โดยทั้งหกคนให้การซัดทอดกรรมการผู้จัดการทั้งหมด โดยมีพยาน หลักฐาน พร้อม

สนง.เศรษฐกิจการคลังเคยเป็นโจทย์ ในฐานะผู้มีอำนาจกำกับดูแล ซึ่งก็คือผู้เสียหาย ได้ตรวจสอบทำรายงานสั่งฟ้องส่งไปดีเอสไอแล้ว แต่อุ๋ยเมื่อเข้ามาดูแลกระทรวงวันแรกก็สั่งย้ายโจทย์ออกหมดจาก สนง.เศรฐกิจการคลังข้อหาร่วมมือกับทักษิณทำลายวินัยการคลัง

แต่ดร.นริศได้ย้ายกลับมาอีก เพราะหาคนแทนไม่ได้ แต่หลังจากนั้นก็โดนย้ายไปแล้วคนที่เข้ามาใหม่ก็ยังไม่เลิกคดี อ้างว่าพ้นอำนาจแล้วเพราะส่งเรื่องไป ดีเอสไอแล้ว เลยหันไปกัดดีเอสไอ โดยให้จรัญเข้าไปล้างบาง คงจำกันได้ ทางดีเอสไอก็ไม่เลิก เพียงแต่ยังดูทิศทางลมอยู่ หากมีความมั่นใจว่ารัฐบาลเถื่อนอยู่ไม่ได้ รับรองโดนแน่นอน

มีรายงานความเคลื่อนไหวของทหาร

มีรายงานแจ้งมาจากแหล่งความน่าเชื่อถือปานกลาง ถึงความเคลื่อนไหวของทหาร

"ให้เตรียมพร้อมในที่ตั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ มีการส่งกองกำลังไปบล็อคตามเส้นทางเข้าเมือง ที่เห็นได้ชัดเจนคือที่มีนบุรีในขณะนี้ เพื่อปิดเส้นทางที่จะมาจาก ชลบุรีและปราจีนฯ" โดยแหล่งข่าวแจ้งถึงเหตุผลเบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้คือ การปฏิวัติซ้อน

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวอีกแหล่งหนึ่งแจ้งว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการยกเลิกกฏอัยการศึก แหล่งข่าวระบุว่า "อีกกระแสเขาว่าตั้งด่านสกัดคนครับ มีม๊อบจะเข้ามาหลายหมื่น เพราะยกเลิกกฏอัยการศึก มีคนจนมากมายจะมาขอให้ช่วยเรื่องต่างๆ"

ในขณะที่ข่าวบนดินจากสำนักข่าว INN เมื่อเวลา 14.41 น. แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ปฏิเสธข่าวการเคลื่อนไหวต่างๆ ของทหารทั้งสิ้น "มีเพียงกำลังทหารที่เข้ามาขนย้ายส่งของและซ้อมพิธีสวนสนาม มีการกันเส้นทางเพื่อเชิญธงชัยเฉลิมพลกลับที่ตั้งเท่านั้น"

นศ.ม.คอร์แนล นัดชุมนุมต้านเผด็จการ

รายงานจากประชาไท แจ้งว่า กลุ่มนักศึกษาไทยและต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยคอร์แนล ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงเจ้าหน้าที่บางส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมตัวกันในนามของ Cornell Students for Thai Democracy และนัดชุมนุมกันหน้า Willard Straight Hall ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2549 ณ เวลา 09.30 – 16.30 น. เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจในวันที่ 19 กันยายน 2549 (อ่านต่อได้ที่นี่)

คอลัมน์"ซอยสวนพลู"เมื่อ20ปีที่แล้ว

คอลัมน์ ซอยสวนพลู หนังสือพิมพ์รายวัน สยามรัฐ
ฉบับประจำวันที่ 11 มีนาคม 2530 (20 ปีมาแล้ว)
โดย อาจารย์หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช (ผู้ได้รับการยกย่องเป็นพหูสูตร และเสาหลักประชาธิปไตยของไทยในอดีต)
โพสต์โดย ภาณุวัฒน์
ลิงค์ http://www.19sep.org/newwebboard/main.php?board=007862&topboard=1

ความจริงผมไม่อยากจะเขียนเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้เลย แต่เมื่อได้พิจารณาดูโดยรอบคอบแล้ว เห็นว่า จำเป็นต้องเขียนเพราะถ้าไม่เขียนแล้วอาจเกิดผลเสียหายใหญ่โตต่อไปได้

จะกระเทือนใครบ้างผมก็ไม่สนใจละครับ เพราะผมคิดเสียว่า ถ้าผมกระเทือนใครคนนั้นเป็นคนควรกระเทือนหรือกระเทือนอยู่แล้ว

มีข่าวออกมาว่า ในหลวงมีพระราชดำรัสกับคนหนังสือพิมพ์ที่จังหวัดเชียงใหม่ในทำนองว่า

ระบอบประชาธิปไตยในเมืองไทยนั้นยุ่งยากเพราะเราต้องลอกแบบฝรั่งเอามาใช้ ถ้าทำแบบไทยๆ ก็คงจะยุ่งยากน้อยลง พระราชดำรัสนี้มีขึ้นในโต๊ะเสวยขณะที่มีพระราชปฏิสันถารกับคนหนังสือพิมพ์ซึ่งเป็นธรรมดาของพระราชดำรัสในโต๊ะเสวยก็จะต้องมีพระราชกระแสอื่นๆ มาก่อนหน้านี้ หรือคนหนังสือพิมพ์กราบบังคมทูลถามอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง และเมื่อมีพระราชกระแสที่เป็นข่าวนี้แล้ว ก็จะต้องมีพระราชกระแสอื่นๆ ต่อไปอีก

การที่จะนำพระราชกระแสในโต๊ะเสวยมาบอกเล่าให้คนนอกทราบนั้น ก็ไม่บังควรอย่างยิ่งอยู่แล้ว

แต่ถ้าจะบอกเล่า ก็ควรจะบอกให้หมดว่า พระราชกระแสก่อนนั้นมีมาอย่างไร และพระราชกระแสต่อไปมีอย่างไร การที่รัฐบาลจงใจเชิญพระราชกระแสมาแต่ประโยคเดียว แล้วสั่งให้เผยแพร่ต่อไปนั้น เป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง แม้จะเป็นคำพูดของคนอื่นก็ไม่ควร เพราะไม่เป็นธรรมแก่ผู้พูด

ความจริง คนหนังสือพิมพ์ที่เฝ้าฯอยู่ในโต๊ะเสวยนั้น มีอยู่หลายคน ไปจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ แต่มีอยู่เพียงฉบับเดียวหรือสองฉบับเท่านั้น ที่ได้นำมาลงเป็นข่าว แต่ก็เป็นข่าวเล็กๆ มิได้ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ข่าวสำคัญ หนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่นั้นมิได้เอ่ยถึงเลย

ทั้งนี้แสดงให้เห็นว่าหนังสือพิมพ์ไทยนั้นถึงจะจ้วงจาบใครต่อใครให้เกิดโทสะ เคียดแค้นได้อยู่เสมอ แต่ก็รู้ที่ต่ำที่สูง บูชาคนที่ควรบูชาและมีความจงรักภักดีอันมั่นคงแข็งแรงอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือ หนังสือพิมพ์ไทยยังเป็นผู้ดีอยู่ไม่กำเริบ

ผมก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์ จึงได้ตื่นเต้นถึงกับบอกคณะรัฐมนตรีให้ช่วยกันเผยแพร่ข่าวนี้ให้สะพัดออกไป และย้ำแล้วย้ำอีกว่า อยากให้คนรู้กันทั่ว

ที่คุณเปรมอ้างว่าจงรักภักดีต่อพระกรุณายิ่งกว่าใครนั้น น่าจะต้องเอามาผ่านห้องทดลองเพื่อวิเคราะห์กันใหม่เสียแล้วกระมัง? สิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องคิดก็คือ คำว่า ประชาธิปไตยแบบไทยๆ นั้น หมายความว่าอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความหมายของคำนี้ในขณะที่มีพระราชดำรัสนั้นเป็นอย่างไร เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ผมเองก็ไม่รู้

คุณเปรมเป็นอะไรมาจึงจะเข้าไปหยั่งรู้ในพระราชหฤทัยได้?

เพียงแต่คิดว่าตัวรู้ก็ออกจะเป็นคนไม่น่าติดต่อด้วยเสียแล้ว

เรื่องประชาธิปไตยแบบไทยๆ นี้ ผมได้ยินพูดกันมาช้านานแล้วคนโน้นพูดบ้างคนนี้พูดบ้าง ฟังดูก็เห็นตรงกันแต่ศัพท์ที่ใช้เรียก

ส่วนวิธีการที่อ้างว่าเป็นวิธีการแบบไทยๆ นั้น ไม่เห็นตรงกันสักราย เมื่อต่างคนต่างคิดในเรื่องเดียวกันนี้ ต่างคนต่างก็มีวิธีการของตนแตกต่างกันไป บ้าบ้าง บอบ้าง บิ่นบ้าง หาอะไรเป็นแก่นสารและเอาเป็นที่ยุติไม่ได้

เมื่อคุณเปรมตื่นเต้นในระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ อย่างนี้ ก็พอจะเข้าใจได้ว่า คุณเปรมเองก็ต้องการและมีวิธีการของระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ ของตนเอง

หมายถึง การเป็นนายกฯโดยไม่ต้องสมัครผู้แทนฯให้เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ ใช่ไหม?

หมายถึงการที่เป็นนายกฯคนเดียวตลอดไปใช่ไหม?

หมายถึงนายกฯคนที่ชื่อเปรมนั้นไม่ต้องรับผิดในสิ่งใดและต่อใครใช่ไหม?

หมายถึงนายกฯคนที่ชื่อเปรมจะต้องอยู่เหนือคำวิพากษ์วิจารณ์ ใครแตะต้องไม่ได้ ใช่ไหม?

หมายถึง ความเป็นนายกฯนั้นมีแต่เสวยสุข ไม่มีทุกข์กับใคร ใช่ไหม?
ได้อยู่บ้านหลวง ใช้น้ำหลวง ไฟหลวง ใช่ไหม?

จะไปไหนก็ใช้รถหลวง เรือหลวง หรือหลวงออกค่าโดยสารเครื่องบินให้ยกโขยงกันไปเที่ยวต่างประเทศได้ ใช่ไหม?

จะไปไหนก็มีคนมาเรียงรายคอยต้อนรับ บางแห่งถึงกับก้มลงกราบกับพื้นดิน ใช่ไหม?


ความคิดเหล่านี้ก่อให้เกิดตัณหาอุปาทาน อันเป็นต้นเหตุของอกุศลมูล คือ โลภะ โทสะ โมหะ โลภะ ทำให้เกิดความอยากเห็นความคิดของตนเป็นผลจริงจังขึ้นมา เพื่อทุกอย่างที่ตนปรารถนาจะให้เกิดขึ้นจะได้เกิดขึ้น

และเห็นจะเป็นเพราะความอยากนั้นเอง ที่ทำให้คนเหมาเอาคำว่า “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” ในพระราชดำรัสนั้นตรงกับความหมายที่ตนคิดไว้ ถึงกับดีอกดีใจสั่งให้เผยแพร่ต่อๆ ไป เป็นการตู่พระราชดำรัสโดยแท้

ในหลวงนั้น ทรงเป็นล้นพ้นในทุกกรณี ไม่ควรที่ใครจะไปเหมาเอาว่า พระราชดำริใดๆ ตรงกับความคิดของตนเองได้

เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ หากคุณเปรมหรือรัฐบาลคุณเปรม ไม่ว่าจะเป็นเปรม 5 เปรม 6 ไปจนถึงเปรม 432 จะกระทำสิ่งใดโดยอ้างว่า เพื่อเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ แล้ว จะต้องถือว่าการกระทำนั้นเป็นความคิดของคุณเปรมเองแต่ผู้เดียว ไม่ใช่ตามความหมายในพระราชดำรัส

ใครไม่เห็นด้วยก็อาจแย้งได้ คุณเปรมไม่มีสิทธิ์ที่จะอ้างว่า ทำไปตามพระราชดำรัสเพื่อปกป้องคุ้มกันตนเอง เมื่อมีอะไรเสียหายเกิดขึ้น คุณเปรมจะต้องรับผิดด้วยตนเอง จะไปซัดความผิดให้แก่ใครไม่ได้ จะอ้างว่า ทำไปด้วยความจงรักภักดีก็ไม่ได้เด็ดขาด

คุณสมัคร สุนทรเวช ได้พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน แต่แทนที่ใครจะได้สติ คุณสมัครกลับถูกโจมตีมากมายทางวิทยุและทางอื่นๆ

ผมได้อ่านคำชี้แจงของคุณสมัครในหนังสือพิมพ์เดลิมิเลอร์ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณสมัครถูกโจมตีนี้แล้ว รู้สึกจับใจในความรู้จักประมาณตนของคุณสมัครมาก ไม่เสียทีที่คุณสมัครเกิดมาในตระกูลข้าราชสำนัก มีบรรพบุรุษเคยใกล้ชิดพระองค์มาก่อน รู้ต่ำรู้สูง รู้สิ่งใดควรพูดสิ่งใดไม่ควร

คึกฤทธิ์ ปราโมช

วันจันทร์, พฤศจิกายน 27, 2549

การ์ตูน โดย GAG Las Vegas



กระแสข่าวภาคใต้ท่วมอินเตอร์เน็ต

ข่าวหลายกระแสทั่วอินเตอร์เนต กล่าวไปในทิศทางเดียวกันถึงสถานการณ์ที่ย่ำแย่ของเหตุการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ถึงขั้นเรียกได้ว่า "มิคสัญญี" แต่ข่าวทางทีวี หนังสือพิมพ์ หรือวิทยุ ไม่พยายามขยายข่าว หรือทำโทนของข่าวเหล่านี้ให้รุนแรง ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาฐานเสียงของตัวรัฐบาล โดยเฉพาะการปิดบังข่าวสารต่อคนกรุงเทพฯ

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเวป Thai Clinic ที่มีคนมาโพสต์ว่าให้แพทย์และพยาบาลเตรียมการรับมือต่อการปักธงของรัฐปัตตานีเร็วๆ นี้ การคุยกันของสมาชิกเวปบอร์ดที่กล่าวว่าเหตุการณ์ในหลายๆ พื้นที่ภาคใต้อยู่นอกเหนือการควบคุม กลายเป็นดินแดนมิคสัญญี การเล่าสู่กันฟังว่ารถที่ต้องการเดินทางผ่าน จำต้องขับอ้อมพื้นที่ออกไป ซึ่งข่าวเหล่านี้แท้จริงแล้วก็ได้ปรากฏอยู่ทั่วไปในพื้นที่หน้าหนังสือพิมพ์ เพียงแต่รัฐบาลไม่ยอมรับ และพยายามที่จะเล่นเกมส์ ไม่ว่าจะเป็นการเตะถ่วง ป้ายสี หรือทำสถานการณ์ต่างๆ ให้เลวร้ายลงไปด้วยการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ฯลฯ

ประชาชนที่มีความห่วงใยในสถานการณ์ ต่างก็มีความพยายามที่จะเปรียบเทียบเหตุการณ์ในภาคใต้ถึงเหตุการณ์ในประเทศอื่น อาทิเช่น ติมอร์ ซึ่งสุดท้ายถูกแทรกแซงโดยยูเอ็น, อิสลาเอล ที่อาศัยความเข้มแข็งในการเจรจา หรืออิรัค ที่บัดนี้กลายเป็นแดนมิคสัญญี หรือกระทั่งเหตุการณ์เมื่อครั้งใกล้จะเสียกรุงฯครั้งที่สอง เมื่อมีคำสั่งห้ามยิงปืนใหญ่ เหตุเพราะ กลัวนางสนมชาววังจะตกใจ เป็นต้น

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 26, 2549

รายงานเพิ่มเติม การชุมนุม 25/11/49

26 พฤศจิกายน 2549

เก็บตกเสียงสะท้อนด้านต่างๆ จากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 25 ที่ผ่านมา ผลส่วนใหญ่พบว่าเป็นที่น่าพอใจ ทั้งประชาชนที่เข้าร่วม และเสียงจากประชาชนที่ช่วยกันจัดงาน โดยทั้งหมดเชื่อว่ากิจกรรมดังกล่าวจะทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ไปจนกว่าจะได้ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์

วิทยากรปราศรัยให้ความรู้กันคึกคัก
การปราศรัยเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา โดยเปิดประเด็นโจมตีความไม่ชอบธรรมในการปกครองประเทศของรัฐบาลเผด็จการทหาร การแบ่งเค๊ก จัดสรรปันส่วนตำแหน่งหรือเงินเดือนสูงๆ ให้กับพวกพ้อง ปัญหาภาคใต้ที่ทำตัวเหมือนลิงแก้แห นับวันยิ่งรุนแรง การไม่เอาใจใส่ต่อความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วม ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังมีทีท่าว่าจะรุนแรงมากในปีหน้า การหมกเม็ดทุจริตในโครงการต่างๆ การปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ฯลฯ

ประชาชนร่วมสาบานต่อหน้าพระแก้วมรกต
มีการร่วมกันประกาศคำสาบานของประชาชนจำนวนต่อหน้าพระแก้วมรกต สถานที่ซึ่งคนไทยให้ความเคารพและศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ เสียงที่เปล่งออกมาดังก้องไปทั่วท้องสนามหลวง เพื่อยืนยันถึงเจตนาบริสุทธิ์ต่อการร่วมกันขับไล่เผด็จการ ถ้อยคำแต่ละประโยคที่มีความหมายที่รุนแรงถูกเปล่งออกมาจากปากด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว โดยมีใจความเต็มๆ ดังนี้: -

"หากข้าพเจ้าได้ทำการในครั้งนี้ โดยเหตุแห่งการเป็นขี้ข้า และรับเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทน จากผู้หนึ่งผู้ใด เพียงเพื่อมีเจตนาสร้างความปั่นป่วน วุ่นวายเดือดร้อน ให้เกิดขึ้นต่อชาติบ้านเมือง ขอให้ข้าพเจ้ามีอันเป็นไปภายในสามวันเจ็ดวัน ครอบครัวประสบพบกับความฉิบหาย จะทำสิ่งใดก็ขออย่าให้เจริญ ประสบแต่ความทุกข์เข็ญ ยามตายก็ตายอย่างน่าอนาถ และหาความสุขมิได้ตลอดชั่วชีวิต

แต่หากข้าพเจ้าออกมาเรียกร้องเสรีภาพ และต้องการขจัดอำนาจเผด็จการ เพื่อปวงชนชาวไทยเป็นหลัก ด้วยถือเหตุแห่งอุดมการณ์และอนาคตของชาติเป็นที่ตั้ง ก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงอำนวยอวยพรต่อข้าพเจ้า เมื่อหันหน้าไปทางทิศใดๆ นั้น ก็ปลอดจากปัญหาทั้งปวง ยามกระทำกิจการงานอันใด ก็ได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูล ให้ประสพความสำเร็จลุล่วง ไปได้ด้วยดี มีกำลังกายกำลังใจ ที่เข้มแข็งและมั่นคง เพื่อต่อสู้และโค่นล้มอำนาจชั่วร้าย ที่ครอบงำบ้านเมืองลงให้จงได้ด้วยเทอญฯ

ส่วนบุคคลผู้ใด ที่ทำการคิดร้ายต่อชาติบ้านเมือง ทั้งกายกรรมหรือวจีกรรม ตลอดจนไร้จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ยึดถือเพียงประโยชน์แห่งตนและพวกพ้องเป็นที่ตั้ง ข้าพเจ้าขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายดังกล่าวข้างต้น ได้โปรดดลบันดาลขอให้บุคคลเหล่านั้น มีอันเป็นไปภายในสามวันเจ็ดวัน ทำการสิ่งใดก็ขอให้ติดขัดซึ่งด้วยอุปสรรคนานา ครอบครัวประสบพบกับความฉิบหาย วงศ์ตระกูลสิ้นสูญ ยามตายก็ตายอย่างน่าอนาถ วิญญาณตกสู่อเวจี มิได้ผุดได้เกิด แม้ยามอยู่ก็ร้อนดังไฟรุม ทุกข์เข็ญเกิดต่อจิต หาความสุขมิได้ตลอดชั่วชีวิต ไร้ซึ่งเกรียติยศศักดิ์ศรี เป็นที่ก่นด่าสาปแช่ง ของมหาชนทั้งปวง ตลอดชั่วกัปชั่วกัลป์ เทอญฯ"

กระทืบรถถัง
จุดไคลแม๊กซ์ของการชุมนุมเมื่อวานนี้จุดหนึ่งคือการ ทำลายรถถังจำลองขนาด 1 เมตร ประชาชนผู้ไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหาร ต่างก็เฝ้ารอวินาทีการเหยียบย่ำรถถังจำลอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการใช้อำนาจทางทหารที่มิชอบ ใช้อำนาจตามอำเภอใจของกลุ่มทหารกลุ่มเล็กๆ ที่แฝงตัวอยู่ในระบอบการปกครองของไทยมาหลายสิบปี โดยเฉพาะเมื่อถึงยุคโลกาภิวัฒน์ขณะนี้ มีเพียงสี่ประเทศทั่วโลกเท่านั้น ที่ยังปกครองโดยระบอบเผด็จการทหาร และเมื่อพิธีกรให้สัญญาณ ประชาชนต่างก็ทำการลงมือเหยียบย่ำลงไปที่ตัวรถถัง
(ภาพจากเวปไซต์ในอินเตอร์เนต)

หลากหลายสาขาอาชีพให้ความสนใจ
ภาพเก็บตกจากอินเตอร์เน็ตแสดงให้เห็นว่าประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ ต่างมีความสนใจเข้าร่วมฟังการปราศรัย และร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย พร้อมกันนั้นยังได้ร่วมกันถือป้ายแสดงการประท้วงไม่เห็นด้วยต่อระบอบเผด็จการ ด้วยข้อความคมๆ ต่างๆ กัน

รายงานการชุมนุมปราศรัยเรียกร้องประชาธิปไตย 25/11/49

การชุมนุมโดยสงบและสันติเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย มีขึ้นตามปรกติทุกวันเสาร์ จัดโดยกลุ่มประชาชน "คนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ" ที่ท้องสนามหลวง และ"เครือข่าย 19 กันยาฯต้านรัฐประหาร" ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีรายละเอียดที่พลเมืองดีแจ้งเข้ามายังดังนี้

16.00 น. เริ่มจัดเวทีขนาดเล็กเพื่อทำการปราศรัย


16.30 น. ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยการทำรัฐประหาร การใช้กำลังเข้ายึดอำนาจปกครองจากรัฐบาลพลเรือน ได้นำรถถังจำลองเข้ามาวางไว้ที่หน้าเวที


17.08 น. รายงานแจ้งว่า มีคนมาร่วมชุมนุมประมาณ 300 คนแล้ว

18.00 น. ทั้งมดชมพู คุณสุชาติ ก็ได้สลับกันขึ้นพูด มีรายงานแจ้งว่ามีนักข่าว ASTV ได้เข้ามาถ่ายภาพและสังเกตการณ์ พร้อมทั้งมีนักข่าวต่างชาติที่สนใจทำข่าว เข้ามาร่วมด้วย

การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย หลังจากที่ได้เคารพธงชาติ ผู้ปราศรัยก็ได้เล่าให้ผู้ชุมนุมฟังถึงลำดับสาเหตุของการชุมนุม และจากการที่ได้สัมภาษณ์ชาวบ้านที่ได้มาฟังการปราศรัย ก็พบว่าชาวบ้านต่างข้องใจรัฐบาลเผด็จการนี้ ว่าทำไมไม่มีนโยบายที่สร้างสรรค์ เหมือนเข้ามาเพื่อไล่เบี้ยเอากับรัฐบาลเดิมเท่านั้นรายงานยังแจ้งว่าในการชุมนุมจะมีกิจกรรม 2 อย่างเกิดขึ้นคือ: -

1.จะมีการทำลายรถถังจำลอง ซึ่งมีขนาดความยาว 1 เมตร เพื่อเป็นการประท้วงการปฎิวัติด้วยรถถัง เมื่อวันที่ 19 กันยาฯ ที่ผ่านมา

2.มีการรณรงค์ ให้โหวตเพื่อเลือกประชาธิปไตย ผ่านหน้าเว็บ กลางสนามหลวง แบบเรียบไทม์ เห็นผลพร้อมกันทั่วโลก
และผ่านจอ 100 นิ้ว พร้อมเครื่องฉาย LCD ที่ tmctoday.com/vote โดยเริ่มเปิดให้โหวตแล้วตั้งแต่วันนี้ ไปจนกว่าจะได้ประชาธิปไตย

19.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หญิงเหล็ก คุณดา กำลังพูดปราศรัยอยู่ ประชาชนที่มาร่วมฟังราว 1,000 คน โดยอีกสักครู่ คุณชาติ ณ บางไซ จะนำกล่าวคำสาบานต่อพระแก้วมรกต

19.30 น. นายชาติ ณ บางไซ ขึ้นอ่านแถลงการณ์ ในขณะที่ประชาชนที่มาฟังล้นหลาม โดยมีผู้ให้ความเห็นว่า

"ได้ฟังแล้ว พูดความจริงกันดี ไม่ต้องจ้างวานกันมาเหมือนของสนธิลิ้ม คนเดินกันมาเองจริงๆ การพูดก็พูดความจริงของรัฐบาลที่เป็นไปอยู่ คนที่ขึ้นมาพูดก็คนธรรมดาสามัญชนคนไทยนี่ล่ะ ไม่ใช่นักพูด นักจ้างพูด หรือพวกม๊อบอาชีพ ดีครับ วันนี้เห็นคนเยอะกว่าเที่ยวที่แล้ว เยอะขึ้นเรื่อยครับดีครับ"

"ขอปรบมือให้กับทีมงานทั้งหมดครับ ทำได้สมกับที่รอคอยฟังเสียงแห่งเสรีภาพครับ"

ทั้งนี้การกระจายเสียงผ่านอินเตอร์เน็ตได้ส่งข้อความออกไปมากกว่า 25 ประเทศทั่วโลก แม้ว่าสัญญาณจะยังไม่ชัด และมีการกระตุกอยู่บ้าง



20.10 น. ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ นำรถถังจำลองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคณะเผด็จการทหาร มาวางไว้บนพื้น แล้วทำการพังทำลายด้วยการเหยียบย่ำ เป็นการแสดงออกถึงความชิงชังต่อการเข้ายึดอำนาจ ซึ่งเกิดมามากกว่าสิบครั้งตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี นับตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ฯ ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานรัฐธรรมนูญการปกครองแผ่นดินให้กับประชาชน

"...ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร" ความตอนหนึ่งในพระราชหัตถเลขาที่มีถึงรัฐบาลในขณะนั้น
20.30 น. นายสุดชาย ให้สัมภาษณ์กับช่องเก้า อสมท.

21.00 น. ประชาชนสลายการชุมนุมที่มีขึ้นโดยสงบในวันนี้ และเดินทางกลับบ้าน

วันเสาร์, พฤศจิกายน 25, 2549

รับฟังเสียงออนไลน์การชุมนุมวันเสาร์ได้ที่นี่

รับฟังเสียงอินเตอร์เน็ตออนไลน์ของการชุมนุมประจำวันเสาร์ได้ที่
1. http://tmctoday.com/radio/

2. mms://streaming.internetthai.com/stm10

หากยังเปิดไม่ได้ ลองเปิดโปรแกรม Windows Media Player หรือ Winamp หรือ RealPlayer ก็ได้ แล้ว เลือก file - open URL แล้วก๊อปปี้โค๊ดนี้ไปใส่ไว้ในช่องแอดเดรส http://tmctoday.com/radio/radio.asx

หมายเหตุ: รายการออนไลน์จะมีเพียงเฉพาะวันเสาร์

ดาวน์โหลดเพลง "สู้ไม่ถอย", "นกสีเหลือง" ฯลฯ


เพลง สู้ไม่ถอย download

สู้เข้าไปอย่าได้ถอย
มวลชนคอยเอาใจช่วยอยู่
รวมพลังทำลายเหล่าศัตรู
พวกเราสู้เพื่อความยุติธรรม
เราเดินเคียงบ่าเคียงไหล่
ก้าวเข้าไปด้วยใจมุ่งมั่น
เขาจะฟาดเขาจะฟัน
พวกเราไม่พรั่นพวกเราสู้ตาย
สู้เข้าไปอย่าได้หนี
เพื่อเสรีภาพอันยิ่งใหญ่
รวมพลังผองเราเหล่าชาวไทย
สู้ขาดใจพวกเราเสรีชน

เร็วเร็วมา มาร่วมกันเดิน
เรามาเดิน เหล่าประชาชน
จงร่วมใจ เดินเข้าไป
จงคว้าชัยมาให้มวลชน
ความตายนั่นหรือ
เราไม่กลัว เราไม่เกรง
ใครมาข่มเหง เราจะสู้เราไม่ถอย
เราจะสู้จนชีพหลุดลอย
ไทยจะต้องเป็นไทย


เพลง นกสีเหลือง download

เจ้าเหินไปสู่ห้าวหาว เมฆขาวถามเจ้าคือใคร อาบปีกด้วยแสงตะวัน เจ้าฝันถึงโลกสีใด
“คุณจำได้ไหม เหตุการณ์เมื่อวันที่สิบสี่สิบห้าตุลาคม
คุณจำได้ไหม รอยเลือด คราบน้ำตา และฝันร้ายของผู้คน
วีรชนคนหนุ่มสาวของเราได้ตายไปท่ามกลางห่ากระสุนและแก๊สน้ำตา
ตายไปขณะชูสองมืออันว่างเปล่าเพื่อเรียกร้องหาเสรีภาพ
ณ บัดนี้ขอให้พวกเราจงพากันหยุดนิ่ง
และส่งใจระลึกถึงไปยังพวกเขาเหล่านั้น
อย่างน้อยก็เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ
และจะได้เป็นกำลังใจสำหรับผู้ที่จะอยู่ต่อสู้อีกต่อไป…”


เพลง ราชดำเนิน download

โอ้ราชดำเนิน ถนนแห่งวีรชน
สวรรค์เบื้องบน รู้ดีเราสู้เพื่อใคร
เพื่อประชาชน เพื่อชาติประชาธิปไตย
แผ่นดินอยู่รอดปลอดภัย เพราะเราคนไทยไม่เห็นแก่ตัว

โอ้ราชดำเนิน ทอดยาวเรื่องราวต่อสู้
ทุกคนได้รู้ ยามสู้คนไทยไม่กลัว
ไตรรงค์สบัด โบกพัดในคืนสลัว
แม้ปืนเจ้ายิงถี่รัว ระงมไปทั่วท้องราชดำเนิน

ดำเนิน ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
แด่มวลประชาผู้กล้าท้าเผด็จการ
ราชเป็นชาติพลี ชีพนี้ชั่วกาลนาน
อยู่กับลูกกับหลานอยู่กลางใจพานประชาธิปไตย

ดำเนิน ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
แด่มวลประชาผู้กล้าท้าเผด็จการ
ราชเป็นชาติพลี ชีพนี้ชั่วกาลนาน
อยู่กับลูกกับหลานอยู่กลางใจพาน ณ ราชดำเนิน...


เพลง แสงดาวแห่งศรัทธา download

พร่างพรายแสงดวงดาวน้อยสกาว
ส่อง ฟากฟ้า เด่นพราวไกลแสนไกล
ดั่งโคมทอง ผ่องเรืองรุ่งในหทัย
เหมือนธงชัย ส่องนำจากห้วงทุกข์ทน
พายุฟ้า ครืนข่มคุกคาม
เดือน ลับยาม แผ่นดินมืดมน
ดาว ศรัทธา ยังส่องแสงเบื้องบน
ปลุก หัวใจปลุกคนอยู่ มิวาย
*ขอเยาะเย้ย ทุกข์ยาก ขวากหนามลำเค็ญ
คน ยังคง ยืนเด่นโดยท้าทาย
แม้ ผืนฟ้า มืดดับเดือนลับละลาย
ดาว ยังพราย ศรัทธาเย้ยฟ้าดิน
ดาว ยังพราย อยู่จนฟ้ารุ่งราง


เพลง เพื่อมวลชน download

ถ้าหากฉันเกิดเป็นนกที่โผบิน
ติดปีกบินไปให้ไกลไกลแสนไกล
จะขอ เป็นนกพิราบขาว
เพื่อชี้นำชาวประชาสุขเสรี

ถ้าหากฉันเกิดเป็นเมฆบนนภา
จะนำพา ความร่วมเย็นเพื่อท้องนา
หากฉันเกิดเป็นเม็ดทราย
จะถมกายเป็นธารเพื่อมวลชน

ชีวายอมพลีให้ มวลชนที่ทุกข์ทน
ขอพลีตน ไม่ว่าจะตายกี่ครั้ง


เพลง สุดแผ่นดิน download

สุดดินคือถิ่นน้ำ
เขตครามไทยสุดแนว
เราถอยไปไม่ได้อีกแล้ว
ผืนดินสิ้นแนวทะเลกว้างใหญ่

ชาติไทยในเก่ากาล
ถูกเขารานย่ำใจ
เคยเสียน้ำตามากเพียงไหน
เสียเนื้อเลือดเท่าไรชาวไทยจำได้ดี

เราถอยมาอยู่แสนไกล
รวมเผ่าไทยอยู่อย่างเสรี
พระสยามทรงนำโชคดี
ผืนดินถิ่นนี้คือแผ่นดินทอง

ไม่มีที่แห่งไหน
ให้ไทยไปจับจอง
เราถอยไปไม่ได้พี่น้อง
ใครคิดมาแย่งครองผองไทยจงสู้ตาย


เพลง คำตอบในสายลม download

อีกสักกี่คนจึงจะหลุดพ้น จากเผด็จการ
อีกกี่ลูกหลาน จึงจะต้านทาน อำนาจทมิฬ
กี่วีระชน ที่ร่วงหล่น ถมทับแผ่นดิน
กี่เลือดหลั่งริน จึงเกิดก่อ ประชาธิปไตย
กี่ห่ากระสุน ที่เนรคุณต่อ ประชาชน
อีกกี่กลุ่มโจร ที่จะขุดโค่น ให้สิ้นซากไป
กี่พฤษภา กี่เดือนตุลา อีกกี่ตำนาน
คำตอบเหล่านั้น เพื่อนเอ๋ย อยู่ในสายลม


ถั่งโถมโหมแรงไฟ download

ปฏิวัติโค่นล้ม สังคมแบบเก่า
ปฏิวัติเพื่อเรา ประชาชาติไทย
มาร่วมกันดันกงล้อประวัติศาสตร์
สู่เอกราชจริงแท้ และสดใส

จับอาวุธ ถั่งโถม โหมแรงไฟ
เพื่อก้าวไกลแห่งสังคมอุดมการณ์
ทหารแห่งประชา ทำหน้าที่
กำจัดเหล่าไพรีปฏิกิริยา

ความลำบากนั่นคือมิตร ล้างอุปสรรค
โค่นจักรพรรดิฟาสซิสต์ และศักดินา
มันก่อกรรมทำร้าย เราเรื่อยมา
ชาติประชาเป็นดังผู้ พลีกรรม

มวลชนดั่งผนังทองแดงกำแพงเหล็ก
เอกลักษณ์นี่แหละหนาใช่คนต้อยต่ำ
คือผู้ยืนอยู่ยงคงทนยิ่ง

ทุกอย่างสิ่งผลิตผลมวลชนทำ

เรานักรบแห่งประชามาก้าวนำมือจะกำปืนกล้าประกาศชัย

อำนาจรัฐจักได้มาด้วยกระบอกปืน ปืนต่อปืนมันยิงมาเรายิงไป

ติดอาวุธความคิดพิชิตศึกปลุกสำนึกปลดปล่อยและปลุกใจ

ปฏิวัติ โค่นล้ม สังคมแบบเก่า
ปฏิวัติ เพื่อเรา ประชาชาติไทย

มาร่วมกันดันกงล้อประวัติศาสตร์
สู่เอกราชจริงแท้และสดใส

จับอาวุธถั่งโถมโหมแรงไฟ

เพื่อก้าวไกล แห่งสังคมอุดมการณ์


คนตีเหล็ก download

สุมไฟ ให้แรง
เหล็กก็แดงคุโชน
เรายกมันขึ้นทั่ง
เตรียมถั่งแรงปูดโปน
เฮเฮไฮ้ ฮึบฮือฮึบ เราลงพะเนิน
บนเหล็กแดงด้วยไฟ
ตี เข้าไป เอ้า ตี เข้าไป
ดัดแปลงรูปใด
ย่อมเสร็จได้ด้วยแรง

ทุ่มกาย ทุ่มใจ เพื่อให้ไทยเป็นไทย
ต้องสร้างด้วยไฟ ที่ลุกโชนโชติแดง
เฮเฮไฮ้ ฮึบฮือฮึบ
มารวมพลัง สร้างสังคมที่ดี
ตี เข้าไป ฮึบ ตี เข้าไป
สร้างโลกสดใส
ย่อมเสร็จได้ด้วยเรา

สุมไฟ ให้แรง
เหล็กก็แดงคุโชน
เรายกมันขึ้นทั่ง
เตรียมถั่งแรงปูดโปน
เฮเฮไฮ้ ฮึบฮือฮึบ เราลงพะเนิน
บนเหล็กแดงด้วยไฟ
ตี เข้าไป เอ้า ตี เข้าไป
ดัดแปลงรูปใด
ย่อมเสร็จได้ด้วยแรง

ทุ่มกาย ทุ่มใจ เพื่อให้ไทยเป็นไทย
ต้องสร้างด้วยไฟ ที่ลุกโชนโชติแดง
เฮเฮไฮ้ ฮึบฮือฮึบ
มารวมพลัง สร้างสังคมที่ดี
ตี เข้าไป ฮึบ ตี เข้าไป
สร้างโลกสดใส
ย่อมเสร็จได้ด้วยเรา


เพลง พลังประชาชน download

หยดฝนย้อยหยาดฟ้ามาสู่ดิน
ประมวลสิ้นเป็นมหาสาครใหญ่
แผดเสียงซัดปฐพีอึ้งมี่ไป
พลังไหล แรงรุด สุดต้านทาน
อันประชาสามัคคี มีจัดตั้ง
เป็นพลังแกร่งกล้ามหาศาล
แสนอาวุธ แสนศัตรู หมู่อันธพาล
ไม่อาจต้านแรงมหาประชาชน


เพลง เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ download

ม่านฟ้ายามค่ำ
ดั่งม่านสีดำม่านแห่งความร้าวระบม
เปรียบเหมือนดวงใจ มืดทึบระทม
พ่ายแพ้ซานซมพลัดพรากบ้านมา

ต่อสู้กู้ถิ่น และสิทธิ์เสรี
กู้ศักดิ์และศรีโสภา
จึงพลัดมาไกล ทิ้งไว้โรยรา
จะร้างดังป่าอยู่นับปี

เคยสดใส รื่นเริง ดังนกเริงลม
ถลาลอยชื่นชม อย่างมีเสรี
แม้ร้อยวัง วิมานที่มี
มิเทียมเทียบปฐพีที่รักมั่น

ความใฝ่ฝันแสนงาม แต่ครั้งเคยเนาว์
ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน
ความหวังยังไม่เคยไหวหวั่น
ยึดมั่นว่าจักได้คืนเหมือนศรัทธา

แว่วเสียงก้องกู่ จากขอบฟ้าไกล
แว่วดังจากโพ้นนภา
บ้านเอ๋ย เคยเนาว์ กังวานครวญมา
รอคอยเรียกข้าทุกวัน


เพลง ถามคนไทย download

หัวใจถูกแทงกี่ขั้ว ตามตัวถูกฟันกี่แผล
ปู่ไทยตายไปกี่คนแน่ ไทยจึงได้แผ่มาถึงแหลมทอง

กระดูกไทยกระเด็นไปกี่ท่อน เชิงตะกอนเผาไปกี่หน
คอขาดกันไปกี่คน ไทยทุกคนจึงได้ไทยครอบครอง

เสียเลือดกันไปเท่าไหร่ เสียใจกันไปกี่ครั้ง
น้ำตาของไทยไหลหลั่ง ทุกๆครั้งที่ถูกเฉือนขวานทอง

เข่นฆ่ากันทำไม เราเป็นคนไทยด้วยกันทั้งผอง
ไทยฆ่าไทย ให้ชาติอื่นครอง
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร

ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร
วิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไร

ประชาชนทยอยเดินทางไปชุมนุม

25 พฤศจิกายน 2549 13.55 น.

ประชนชนเริ่มทยอยเดินทางไปชุมนุมตามที่ได้ตั้งใจไว้ พร้อมทั้งนำน้ำดื่มหรือขนมขบเคี้ยว เตรียมไปปูเสื่อฟังกิจกรรมวันเสาร์ทั้งในเวที ม.ธรรมศาสตร์ และเวทีสนามหลวง กันถ้วนหน้า โดยไม่หวั่นการดิสเครดิตของนายชนาพัทธ์กับสื่อวิทยุ ที่กล่าวว่าการชุมนุมที่จัดขึ้นวันนี้เป็นการชุมนุมที่อาจจะก่อให้เกิดความรุนแรง

ประชาชนท่านหนึ่งให้ความเห็นกับการสัมภาษณ์ของนายชนาพัทธ์ว่า "ให้ความสำคัญอะไรมากมายกับนายเตฯคนนี้ คำว่าคอมมิวนิสต์มันเอามาใช้ได้อยู่เหรอสมัยนี้ มันไม่สมเหตุสมผลนะ ใครเขาจะบ้าเชื่อ ก๊ากๆๆๆ"

"ฮ่า ฮ่า ในที่สุดน้าชาติก็กลายเป็นสหายของพ่อนายกฯเถื่อน ไม่น่าเชื่อว่าถึงวันนี้ยังมีพวกเต่าล้านปี เอามุขผีคอมฯมาปลุกอีก ค่อนข้างชัดเจนว่า มันต้องเป็นคำสั่งมาถึงเตฯอย่างแน่นนอน เรื่องอย่างนี้ หาสาเหตุว่าทำไมเตฯต้องทำลงไป ไม่เจอ นอกจาก ทำตามคำสั่ง" ประชาชนอีกคนหนึ่งกล่าวให้ความเห็น

ข่าวก่อนหน้านี้ นายชนาพันธ์ ณ นคร ได้กล่าวประกาศว่าจะจัดการชุมนุมในวันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. หลังจากที่ได้พยายามเข้าไปพบกับ พล.อ.สนธิ เมื่อวันศุกร์ แต่ทว่าพล.อ.สนธิไม่ว่าง จึงได้พบแต่กับผู้ช่วยของท่าน และคำตอบที่ต้องการได้ก็ไม่ได้รับการตอบแต่อย่างใด

เตมูจินมั่ว ล่าสุดให้ข่าววิทยุป้ายสีคุณสุชาติ

25 พฤศจิกายน 2549 13.20 น.

รายงานแจ้งว่า นายชนาพันธ์ ณ นคร ได้ออกให้สัมภาษณ์ในข่าวสั้นภาคเที่ยงที่คลื่น INN FM 98.0 วันนี้ จับใจความได้ว่า กลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอประกาศยกเลิกการชุมนุมวันนี้ที่ท้องสนามหลวง เนื่องจากหวั่นความรุนแรง

ทั้งนี้เมื่อเราได้สอบถามกลับไปยังแกนนำการชุมนุมในวันนี้ ก็พบว่า ไม่มีการยกเลิกการชุมนุมแต่อย่างใด จะมีการชุมนุมโดยสงบและสันติตามปรกติ ทั้งเวทีใน ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งจัดโดยเครือข่าย 19กันยาฯ ต้านรัฐประหาร และที่จัดโดยประชาชนทั่วไปที่ท้องสนามหลวง

ทั้งนี้นายชนาพันธ์ ณ นคร เพิ่งได้เข้าพบเลขาฯ ของ พล.อ.สนธิ เพื่อสอบถามเรื่องที่ได้ขอเอาไว้ แต่ถูกปฏิเสธการให้คำตอบ พร้อมกันนั้นทางกลุ่มประชาชนก็ได้แจ้งให้ทราบว่า กิจกรรมของนายเตมูจิณที่ดำเนินไปก็ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุมที่ท้องสนามหลวงที่จัดโดยประชาชน ก่อนหน้านี้ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุดแห่งเครือข่าย 19 กันยาฯ ต้านรัฐประการ ยังได้ประกาศที่เวปไซต์ ต่อว่าการให้ข่าวเท็จของ นายชนาพันธ์ ต่อหนังสือพิมพ์มติชน โดยสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เวปไซต์ดังกล่าว (ยกมาบางส่วนด้านล่าง)

"ตามที่นายชนาพัทธ์ ณ นคร หรือ เตมูจิน แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ข่าวสดเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2549 โดยได้กล่าวหา “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” ดังนี้

- “เครือข่าย 19 กันยาฯ” อยู่เบื้องหลังการแจกใบปลิวในภาคเหนือและอีสานนัดชุมนุมเคลื่อนขบวนไปยังหน้ากองทัพบกโดยแอบอ้างชื่อกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตยว่าเป็นผู้จัดชุมนุมและเคลื่อนขบวนดังกล่าว

- การเคลื่อนไหวของ “เครือข่าย 19 กันยาฯ” ในวันที่ 18 พฤศจิกายน มีเจตนาที่จะให้ทหารจับกุมตัวและขยายการเคลื่อนไหวต่อไป การที่ตน(คุณชนาพัทธ์)ต้องออกมาเปิดเผยก่อน เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนกลายเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม(หมายถึง “เครือข่าย 19 กันยาฯ”) จึงต้องออกมายืนยันว่ากลุ่มของตนไม่เกี่ยวข้องกับ “เครือข่าย 19 กันยาฯ”

“เครือข่าย 19 กันยาฯ” ขอชี้แจงต่อประชาชนผ่านสื่อมวลชนดังนี้

“เครือข่าย 19 กันยาฯ” เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมทางการเมืองและเคลื่อนขบวนไปหน้ากองทัพบกในวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน ศกนี้จริง เราได้จัดทำเอกสารเผยแพร่เชิญชวนประชาชนมาร่วมชุมนุม แต่เอกสารดังกล่าวนั้นไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดพาดพิงถึงคุณชนาพัทธ์หรือกลุ่มที่จัดการชุมนุมที่สนามหลวงแม้แต่น้อย เราจึงปฏิเสธว่าเราไม่เคยมีพฤติกรรมแอบอ้างชื่อกลุ่มเครือข่ายประชาชนผู้รักประชาธิปไตยตามที่ถูกกล่าวหา ถึงแม้เราปรารถนาที่จะรณรงค์ให้มีการต่อต้านรัฐประหารอย่างกว้างขวางทั่วประเทศและทั่วโลก แต่เราก็ไม่เคยกล่าวแอบอ้างถึงผู้ใดในทางที่ไม่ถูกต้องเพราะเรามีวิธีการที่ดีกว่านั้นดังที่สื่อมวลชนได้ติดตามและนำเสนอข่าวสารของพวกเราอย่างต่อเนื่อง พวกเราตระหนักและประกาศอย่างชัดเจนอยู่บ่อยครั้งผ่านเอกสารของเครือข่าย การแถลงข่าว การให้สัมภาษณ์สื่อทั้งในและต่างประเทศ การจัดอภิปราย ฯลฯ ว่าไม่มีความชอบธรรมใด ๆ แม้แต่น้อยที่จะสามารถกล่าวอ้างว่าเป็นตัวแทนของใครได้อย่างง่ายๆ พวกเราชาว “เครือข่าย 19 กันยาฯ” จึงเป็นได้แค่ตัวแทนของตัวเราเองเท่านั้น และสิ่งนี้คือเหตุผลสำคัญประการหนึ่งที่เรานำมาใช้ต่อสู้กับเผด็จการที่ไม่อาจอ้างความเป็นตัวแทนของประชาชนได้เพราะพวกเขาไม่ผ่านเลือกตั้ง ดังนั้นการแอบอ้างชื่อคนหรือองค์กรอื่นทั้งต่อหน้าและลับหลังโดยไม่ได้รับความยินยอมจึงเป็นเรื่องที่เราไม่อาจยอมรับได้ การให้สัมภาษณ์ของคุณชนาพัทธ์ว่าเครือข่ายอยู่เบื้องหลังจึงเป็นการกล่าวเท็จ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำลายความชอบธรรมทางการเมืองของพวกเรา ไม่ว่าใบปลิวดังกล่าวจะมีจริงหรือไม่ เราขอปฏิเสธว่าเราไม่เคยแอบอ้างชื่อผู้ใดหรือกลุ่มใดทั้งสิ้น

ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่า เรามีเจตนาที่จะให้มีการจับกุมเพื่อขยายผลการเคลื่อนไหวต่อไปนั้นไม่เป็นความจริง “เครือข่าย 19 กันยาฯ” เห็นว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่สามารถประสบผลสำเร็จในเวลาอันสั้นแต่ต้องอาศัยความมุมานะอดทนเพื่อชัยชนะในระยะยาว ดังนั้นการต่อสู้ของพวกเราตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันจึงเป็นการต่อสู้อย่างสงบสันติ กระทำไปด้วยความรัดกุม มีการเตรียมการและการจัดการเป็นอย่างดี หลีกเลี่ยงการปะทะและการสูญเสียให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมภายในหรือนอกมหาวิทยาลัย ที่สำคัญกว่านั้นคือเราตระหนักดีถึงความรับผิดชอบที่มีต่อมวลชนที่ต้องไม่เอาชีวิตมวลชนเป็นเครื่องมือต่อรอง เพราะพวกเขาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเรา พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์และรักประชาธิปไตยไม่น้อยไปกว่าเรา เราจึงระมัดระวังมากในการดำเนินการใดๆ หรือร่วมงานกับคนหรือกลุ่มใดที่ล่อแหลมหรืออาจก่อให้เกิดความรุนแรง เช่น การใช้วาจายั่วยุ หยาบคาย การมีเจตนาที่จะปะทะอย่างรุนแรงกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งนำไปสู่ความสูญเสีย และในท้ายที่สุดจะกลายเป็นอุปสรรคของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในภายหน้า"

เก็บตกเรื่องขำๆ: "มาเล่นเกม 20 คำถามกันครับ"

มาเล่นเกม 20 คำถามกันครับ
20 คำถาม 3 คำตอบ
ถามใครก็ได้ แต่อย่าถามผม

ข้อที่ 1. หลังจากที่นายสนธิเป็นหนี้ถึง 6,000 ล้าน ไม่สามารถกู้แบ็งค์ได้แล้วเขาจึงเริ่มภาระกิจใหม่คือกู้อะไร
1. กู้ซาก (4 ศพ ผู้หิวโหย)
2. กู้ภัย (ชวน หลีกภัย)
3. กู้ชาติ

ข้อที่ 2. ภายใต้ภาระกิจการกู้ของสนธิ นั้นมีชื่อว่ากลุ่มอะไร
1. พันธมิตร
2. พันธมาร
3. พาลธมิตร

ข้อที่ 3. ดช. มาร์ค เขาฝันว่าถ้าจบ ม.6 แล้วเขาจะเรียนต่ออะไร
1. ม.7
2. มหาวิทยาลัย
3. เมืองนอก

ข้อที่ 4. หน้าที่ของทหารไทยคืออะไร
1. ปกป้องประเทศชาติ
2. ปกป้องอำนาจ
3. ปกป้องป๋า

ข้อที่ 5. ในการไปประชุม APEC คุณสุรยุทธ์ได้อธิบายข้อดีของรัฐประหารในประเทศไทย บุชได้แสดงอาการตอบรับอย่างไร
1. จับหัว
2. จับบ่า
3. จับไข่

ข้อที่ 6. ตอนที่ป๋าได้เป็นนายก ก็มีนักศึกษาคนหนึ่งไปหาท่านเพื่ออะไร
1. หอมแก้ม
2. ชกหน้า
3. จับก้น

ข้อที่ 7. สนธิ ลิ้ม ที่เป็นหนี้ 6,000 ล้าน บอกว่าเขาใช้เงินไป 400 ล้าน ในการโค่นทักษิณ เขาเอาเงินมาจากไหน
1. ขายหญ้า
2. ขายชาติ
3. ขายเสื้อผ้า

ข้อที่ 8. ประเทศไทยในปัจจุบันมีการปกครองแบบใด
1. ประชาธิปไตย
2. เผด็จการ
3. เผด็จกาม

ข้อที่ 9. รัฐบาลที่ก่อตั้งจากรัฐประหารเรียกว่ารัฐบาลอะไร
1. รัฐบาลเถื่อน
2. รัฐบาลถ่อย
3. รัฐบาลไทย

ข้อที่ 10. นายก ได้ใช้วิธีใดในการปราบปรามโจรใต้
1. ยกมือไหว้ขอโทษ
2. ปูผ้าขาวแล้วกราบเท้างามๆ
3. เผาบัญชีดำ แล้วนิรโทษกรรมให้

ข้อที่ 11. ภาคใต้ใกล้จะสงบแล้วเพราะอะไร
1. คนไทยตายหมด
2. โจรละอายใจ
3. แบ่งดินแดนสำเร็จแล้ว

ข้อที่ 12. รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างไร
1. รอฝนหยุดตกน้ำก็ลดไปเอง
2. สวดมนต์
3. ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล

ข้อที่ 13. ปัจจุบันนสพ.ที่มีผู้อ่านมากที่สุดคือ
1. ไทยร้าว
2. ผู้จัดกาม
3. มติชวน

ข้อที่ 14. นสพ. ผู้จัดการ เป็น นสพ. ที่เน้นข่าวด้านใด
1. ข่าวลือ
2. ข่าวลวง
3. ข่าวการเมือง

ข้อที่ 15. น้ำเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก นายกเป็นของใคร
1. ประชาชน
2. ป๋า
3. ของปลอม

ข้อที่ 16. อาหารสุดโปรดของป๋าคืออะไร
1. ข้าวเหนียวถั่วดำ
2. ไข่ลูกเขย
3. ไส้กรอกอีสาร

ข้อที่ 17. รัฐบาลมีนโยบายทำสมุดวาดเขียนออกมาแจกจ่ายประชาชน คือสมุดอะไร
1. สมุดปกขาว
2. สมุดปกปิด
3. สมุดปกคลุม

ข้อที่ 18. แล้วรัฐบาลนำเงินส่วนใดมาใช้ในการตีพิมพ์สมุดเล่มนี้
1. ภาษีประชาชน
2. หักจากเงินเดือน คมช.
3. งบประมาณแผ่นดิน

ข้อที่ 19. สนธิ ลิ้ม นอกจากทำอาชีพด้านสื่อมวลชนแล้วเขายังทำอาชีพอะไรอีก
1. ช่างทาสี
2. ช่างปั้น(น้ำเป็นตัว)
3. ช่างเลวจริงๆ

ข้อที่ 20. รัฐบาลที่แล้วเจอคลื่นสึนามิ ส่วนรัฐบาลนี้กำลังจะเจอคลื่นอะไร
1. คลื่นใต้น้ำ
2. คลื่นบนน้ำ
3. คลื่นเหนือน้ำ

ที่มา: คลิ๊ก

บทความ: ขอศูนย์อพยพ...ที่ยะลา.?!!

โดย บ้านเมืองออนไลน์
คอลัมน์ : มองโลกในแง่ดี : ขอศูนย์อพยพ...ที่ยะลา.?!!

ข่าวน่าสะเทือนใจจากจังหวัดยะลาว่า ชาวพุทธที่หนีตายไปพึ่งวัด ตอนนี้มีสภาพจิตที่ย่ำแย่มาก แต่ละคนผิดหวังกับรัฐบาลเหลือเกิน เกิดเป็นคนไทยแท้ๆ อยู่แผ่นดินของตัวเองไม่ได้ ต้องกลายเป็นคนไม่มีแผ่นดินอยู่ ทั้งๆ ที่แต่ละคนมีสวนยาง ไร่นา เป็นของตัวเองรัฐบาลง้ออิสลามจนเกินไป ซื้อใจด้วยเงินยังไม่พอ แม้พวกโจรจะเป็นอาชญากรฆ่าคนตายไม่กล้าจับ จนในที่สุดโจรพวกนั้นย่ามใจเหมือนกับพวกอันธพาล

ได้มีคนฝากข่าวมาทางโทรศัพท์ถึงคอลัมน์มองโลกในแง่ดี ให้เขียนขอศูนย์อพยพด่วนจะได้เข้าไปหลบภัยเพราะว่าถ้าไม่มีศูนย์อพยพให้ไม่รู้จะไปที่ไหน อยู่ที่วัดก็ปลอดภัย แต่วัดไม่ใช่ที่หลบภัย การไปอาศัยวัดยังจะสร้างความเดือดร้อนให้วัด ทั้งน้ำ ทั้งไฟ ที่หลับนอน ซึ่งปัจจุบันนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นที่พึ่งอาศัย ถ้าไม่มีพระองค์ท่าน ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ผู้อพยพบอกว่าเขารู้ใจหัวหน้าคณะปฏิวัติ และรู้ใจรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ไม่กล้าช่วยพุทธกลัวจะถูกโจรด่า เดี๋ยวจะหาว่าอิสลามไม่รักคนกันเอง โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีมหาดไทยถึงกับพูดว่า ถ้าจะไปเยี่ยมคนไทยที่หนีตายไปพึ่งวัดก็ต้องไปดูเรื่องอื่นด้วย ได้ยินแล้วพอจะอ่านใจออก ขอเถอะครับ..ขอศูนย์อพยพ..!!! หรือว่าถ้ากระทรวงมหาดไทยไม่กล้าให้เพราะเกรงใจใครก็ตาม ก็ขอบอกกล่าวเอาไว้ในคอลัมน์ มองโลกในแง่ดีถึงพี่น้องคนไทยที่ว่าพอจะมีอำนาจวาสนา ถ้าท่านจะช่วยตะโกนเรียกหาศูนย์อพยพให้คนไทยที่ยะลา..ท่านจะได้บุญยิ่งนัก ยังจำได้ไหมก่อนโน้น ลาวแตกเราให้ศูนย์อพยพ เขมรแตกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เราก็ให้ศูนย์อพยพที่เขาอีด่าง ไซ่ง่อนแตก เราก็มีศูนย์อพยพให้อย่างดี ปัจจุบัน...เรายังมี ศูนย์อพยพให้พม่า กะเหรี่ยงพลัดถิ่น แต่คนไทยบ้านแตก ..รัฐบาลไม่มีหนทางให้..ให้แต่ความมืด..??!!!

ท่านครับ..ผมรับโทรศัพท์จากใต้ ได้ยินเสียงสะอื้นมาตามสาย คุณสอาดช่วยเราด้วย ขอให้คุณเขียนอย่าเกรงใจ หนังสือพิมพ์ของคุณเล็กๆ ถึงจะพิมพ์ไม่มากแต่คุณค่าเต็มเปี่ยม คุณเขียนบอกความเป็นจริงมาโดยตลอด บอกให้กองบรรณาธิการดีใจเถิด..น.ส.พ.บ้านเมือง ทำดีที่สุด เข้าใจปัญหาภาคใต้ชัดที่สุด บอกไปอย่าหลงทางกับการหนี การเงียบหรือสมานฉันท์ เพราะยังไงเสียโจรก็ไม่ยอมเลิก โจรจะเลิกแบบสันติก็ต่อเมื่อเขาได้สิ่งที่เขาต้องการ...!!!!! ผมได้ยินคำพูดทางโทรศัพท์ในประโยคสุดท้ายถึงกับสะอึก โจรจะเลิกแบบสันติ (วิธี) ก็ต่อเมื่อโจรได้ในสิ่งที่ต้องการ คำบอกเล่าประโยคนี้มีค่ายิ่งนัก ถ้าเช่นนั้นการประกาศขอโทษก็ไม่มีความหมาย หรือว่าจะกราบเท้าก็ไม่มีความหมาย โจรจะเลิก รังแก ชาวพุทธ ก็ต่อเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการ ผมจึงขอเป็นปากเสียงให้พี่น้องทั้งหลายที่กำลังน้ำตาตก ขอกราบ (ฝ่า) เท้าท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ขอศูนย์อพยพให้พี่น้องคนไทยด้วยครับ... ขอโทษ..ผมไม่ได้เขียนประชด ผมกราบแทนคนที่เขาขอ หวังว่าข้อเขียนนี้จะไม่ถูกหน้าห้อง ปิดกั้น หรือขยำทิ้ง ขอให้ท่านรีบส่งต่อไปให้ได้ เราจะแฟกซ์หรือทำใบปลิวร้องขอไปอีกทางหนึ่ง หรือเอาไปแจกจ่ายที่รัฐสภาอีกชุด เรื่องมันร้อนมากขนาดนี้ ต้องเดินเรื่องให้ได้เรื่อง...!!!!!

สอาด จันทร์ดี

บทความ: มาไล่ดูเรื่องแปลกๆหลังการตั้ง 5 จังหวัดเป็นเขตพิเศษ

25 พฤศจิกายน 2549
โดย วายุภักดิ์

ใช้เวลาประชุมแค่ 2 ชั่วโมง คือจาก 18:30 ถึง 20:30 ห้าจังหวัดภาคใต้ของไทย กลายเป็น “เขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ” ไปซะแล้ว โดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ ไม่มีการสอบถามประชาชนเจ้าของประเทศ ทั้งที่ผู้สั่งเป็นแค่รัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร ไม่ใช่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่ต้องผ่านสภาให้ความเห็นชอบใด ๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลนี้ก็กล้าที่จะประกาศเรื่องที่สำคัญที่สุดในสายตาของประชาชนออกมา

อาจจะเป็นเพราะรู้ว่ายังไงประชาชนก็ไม่ให้การสนับสนุนแน่นอนก็เป็นได้ เพราะแม้จะเปลี่ยนชื่อใช้คำที่สวยหรูอย่างไรก็ตาม มันก็คือ "เขตปกครองพิเศษ" นั่นเอง เรื่องการเปลี่ยนแปลงชื่อนี้นับเป็นความถนัดอย่างยิ่งของคนกลุ่มนี้ เริ่มจาก คณะปฎิรูปการปกครอง ซึ่งก็คือคณะปฎิวัติ โครงการต่าง ๆ ที่ท่านนายก ฯ ทักษิณได้ทำไว้ แล้วกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ได้ทำการเปลี่ยนชื่อเรียบร้อยแล้วอ้างเป็นผลงานของตัวเองดังที่เห็นได้จากหลาย ๆ โครงการ

ส่วนความพิเศษของเขตปกครองนี้มันพิเศษยังไงมาดูกัน ในด้านการปกครอง 5 จังหวัดที่ประกาศไปนั่นรัฐบาลนี้มีหน้าที่แค่บอกนโยบายให้ กอ.รมน. ซึ่งพล.อ. สนธิ นั่งเป็นประธาน ศอ.บต. และ พตท.43 ไปปฎิบัติ

นี่ก็เป็นคำพูดที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลยังดูแลอยู่ แต่จากคำให้สัมภาษณ์ทางช่องเนชั่นของ พล.อ.สุรยุทธ์ กลับกลายเป็นว่า แม้แต่นโยบาย พล.อ.สนธิ ก็เป็นผู้กำหนด หน่วยราชการทั้งหมดต้องรับคำสั่งจาก กอ.รมน.แทนที่จะรับจากรัฐบาลเหมือนจังหวัดอื่น ๆ ทั่วไป ช่างเหมือนกับว่า 5 จังหวัดมีประธานาธิบดีคนใหม่เรียบร้อยแล้ว แถมยังมีอำนาจมากขนาดปลดคนที่แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยได้ ตามรัฐธรรมนูญเผด็จการปี 49 ซะด้วย และค่าใช้จ่ายในการบริหารนั้นล่ะ รัฐบาลไทยกับเป็นผู้จ่ายให้ซะอีก

อะไรจะใจดีกันปานนั้น

ตามด้วยข้อสงสัยว่าทำไมต้องเป็น 5 จังหวัด แทนที่จะเป็นแค่ 3 จังหวัดที่มีปัญหาเรื่องการก่อการร้ายเท่านั้น หลายท่านอาจข้องใจเรื่องดังกล่าว ก็คงต้องย้อนถามกลับว่า ท่านคิดว่าพื้นที่แค่ 3 จังหวัดจะเลี้ยงตัวได้จากภาษีของประชาชนหรือ รับรองว่าเป็นไปไม่ได้ครับ

ดังนั้นจึงต้องรวมเอาอีก 2 จังหวัดที่มีความเจริญด้านเศรษฐกิจ มีโรงไฟฟ้า มีโรงกลั่น มีสาธารณูปโภคครบเข้าไปด้วย และมีตัวเมืองหาดใหญ่ซึ่งมีความเจริญด้านเศรษฐกิจเต็มที่ สามารถสร้างภาษีได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งมันก็มีคำถามตามถ้าต้องการแค่พัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจเฉพาะ คุณต้องการพื้นที่ที่มีความเจริญนี้ไปทำไม คุณต้องการโรงกลั่น โรงไฟฟ้า สาธารณูปโภคต่าง ๆ นี้เข้าไปทำไม การพัฒนา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กระทำเฉพาะจุดที่มีปัญหาได้ไม่ไช่หรือ ไฉนจึงต้องดึงเอาจังหวัดที่ไม่มีปัญหาเข้าไปด้วย หรือมันเป็นเพราะมีบ้านเกิดของใครที่อยู่ใน 2 จังหวัดที่เพิ่มเข้ามาและถูกสั่งให้รวมเข้าไปให้พื้นที่พิเศษนี้ด้วย

เรื่องนี้คนที่เป็นคนไทยต้องตั้งคำถามตัวเองแล้วล่ะครับ เพราะต่อให้คุณถามออกไปดัง ๆ ก็ค่อนข้างแน่ใจว่าคงไม่มีคำตอบออกมา

และเหตุผลสุดท้ายการแยก 5 จังหวัดภาคใต้เป็นความปรารถนาอย่างยิ่งของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน ซึ่งมีข้อมูลแสดงอย่างชัดเจนไว้ในเว็บของกลุ่มพูโลตลอดมา

มาถึงคำถามข้อสุดท้ายคุณเชื่อหรือไม่ว่าเรื่องนี้ไม่มีการจัดเตรียมรอชงกันอยู่แล้ว คุณเชื่อหรือว่าการประชุมของคนแค่ไม่กี่คนโดยใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงตั้งแต่มาถึงที่ประชุมจนออกมาแถลงข่าว (ผมว่าไม่ถึง 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ถ้าจะว่ากันจริง ๆ ตั้งแต่การเดินเข้าไปในห้อง การทักทาย การเตรียมเอกสารก่อนประชุม และอื่น ๆ ตลอดจนถึงการเตรียมคำแถลงข่าว คิดว่าการประชุมจริงๆ นั่นไม่น่าจะถึงชั่วโมงด้วยซ้ำไป) จะคุยกันได้รอบคอบครบทุกด้านทั้งผลดี ผลเสียของการกระทำดังกล่าว

ผมไม่เชื่อครับ ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นแผนการที่มีการไตร่ตรองมาก่อน และการประชุมวันนี้แค่เป็นการแสดงเพื่อเตรียมแถลงให้ประชาชนคนเดินดินอย่างเราให้ทราบถึงการตัดสินใจซึ่งมีมานานแล้วของพวกเค้าเท่านั้น ดังนั้นจะให้ผมเชื่อหรือครับว่าเรื่องนี้ไม่มีการวางแผนดำเนินการมาก่อน เหมือนตอนทำรัฐประหารที่อ้างว่าคิดแค่ 2 วัน และปูดออกมาทีหลังว่าเตรียมการกันมานานนับปีแล้ว

วันศุกร์, พฤศจิกายน 24, 2549

บทความ: ระบบยุติธรรมในยุคเผด็จการ

โดย นายคนไทยในต่างประเทศ
24 พ.ย.49

สมมุติฐาน "ระบบยุติธรรมไทยในยุคเผด็จการทหารเป็นพลวัตร มีไว้เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม หรือมุ่งลงโทษแบบจำเพาะบุคคล"

ตัวอย่าง
1.) กรณี "นอมินีกุหลาบแก้ว" แม้ประเทศไทยปัจจุบันมี บริษัทนอมินี อยู่เป็นพันๆบริษัท แต่บริษัทนอมินีที่ถูกลงโทษว่าผิด จะมีเพียง "บริษัทกุหลาบแก้ว" เท่านั้น

2.) กรณีการเสียภาษีเงินได้จากส่วนต่างหุ้น ผู้ที่ถูกลงโทษผิดว่าหลีกเลี่ยงภาษี และถูกปรับมีเพียง "พานทองแท้ และพิณทองธาร ชินวัตร" ส่วนผู้เล่นหุ้นอื่นอีก 5 แสนคนจะเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ต้องเสียภาษีในส่วนนี้ แม้จะเป็นการซื้อ-ขายในลักษณะเดียวกับ 2 คน ที่ถูกลงโทษข้างต้นก็ตาม

3.) กรณีการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทเครือชินวัตร ซึ่งทุกคนที่เป็นเครือญาติกับตระกูลชินวัตร จะถูกลงโทษว่าทำผิดกฏหมาย ส่วนว่าผู้เล่นหุ้นคนอื่นๆ เป็นแสนๆคน หรือบริษัทอื่นๆ อีกร้อยๆบริษัท ที่ทำการซื้อ-ขายหุ้นในลักษณะเดียวกันจะถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

4.) กรณีคดีหมิ่นเบื้องสูงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯที่ทางสำนักพระราชวังมีหนังสือชี้แจงว่าการกระทำของอดีตนายกฯเป็นสิ่งที่กระทำได้ ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่ คมช. มีคำสั่งให้นำคดีขึ้นมาทำใหม่เพื่อเอาผิดอดีตนายกฯให้ได้ และกรณีของสินธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรฯที่หลักฐานเป็นสคลิบ VDO หาดูได้ทั่วไปทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งประชาชนที่มีความรู้แม้ไม่ได้จบกฎหมาย เมื่อพิจารณาโดยสามัญสำนึกต่างๆลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าสนธิ ลิ้มทองกุล หมิ่นเบื้องสูงจริง แต่ คมช.มีคำสั่งไปยังอัยการสูงสุด ให้ไม่ฟ้อง ด้วยเหตุผลที่ควรจะเป็นเหตุผลได้คือ "เพื่อความสมานฉันท์"

5.) กรณีบ้านเอื่ออาทร ที่ทาง คตส. ลงความเห็นว่าผิด โดยสมการของ คตส. ที่ตั้งขึ้น มีลักษณะที่จะให้ผู้ต้องหาเป็นผู้ผิดให้ได้ คือ ตั้งราคาบ้านที่จะสร้างตามแบบโครงการเอื่ออาทรมีค่าคงที่หรือมีราคาคงที่ (ที่มา บทสัมภาษณ์ของ อ.แก้วสรร อติโพธิ เลขาธิการ คตส.) ทั้งๆความจริง ราคาบ้านเป็นตัวแปร เพราะมีราคาแปรผันตามราคาวัสดุ ค่าแรง และค่าขนส่ง ซึ่งราคาของสิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นมีค่าขึ้นๆลงๆตามสภาพเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน เมื่อการตั้งสมการของ คตส.ผิด ผลลัพท์การสอบสวนของ คตส.ที่ออกมาย่อมผิด คือจะได้สรุปว่ารัฐบาลที่ผ่านมา กระทำผิดหรือเจตนาทุจริตโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

6.) คดีที่ดินรัชดา คุณหญิงอ้อซื้อจากสถาบันเพื่อฟื้นฟูสถาบันการเงิน โยครั้งรแกที่เปิดราคากลาง 850 ล้าน ไม่มีใครซื้อเพราะเปิดแพงไป พอเปิดหนสอง มีประมูลรายเดียว งดไป หนสาม คุณหญิงให้ 772 ล้าน แลนด์แอนด์เฮ้าส์ 750 ล้าน โนเบิ้ล 730 ล้าน ประมูลถูกต้องเหนือกลุ่มแลนด์ดีเวลลอปเปอร์ บอกโกง รีบโอร ก็แหงดี่เพราะซื้อจากบริษัทที่เป็นหนี้จ่ายค่าธรรมเนียมต่ำ เขามีกฎหมายให้เวลาไว้ เราก็ต้องรีบโอน ไม่งั้นโดนค่าธรรมเนียมสูง คนไทยจำนวนมากเขาก็ทำตอนซื้อขายบ้านปี 46 เขามีกฎหมายค่าธรรมเนียมถูกช่วงนั้นเพื่อเร่งการซื้อขายที่ดิน และช่วยให้ทรัพย์สิน ปรส ขายออก ก็หาว่าเขาผิด หม่อมอุ๋ยยืนยันว่า ถูกก็จะเอาเรื่องหม่อมอุ๋ย ซึ่งเป็นประธานสถาบันฟื้นฟูอีก

พูดง่ายๆ ไม่ผิดก็จะหาความให้ผิดทุกกรณี เพราะเขารัฐประหารมาแล้ว

จากตัวอย่างข้างต้น จึงเชื่อได้ว่า "ความยุติทางกฎหมายในยุคเผด็จการเป็นพลวัตร และมีลักษณะจำเพาะเจาะผู้กระทำผิด หรือหมายหัวผู้ต้องหาไว้ก่อนแล้ว"

..."ไม่มีความยุติธรรมที่เที่ยงแท้ ในยุคเผด็จการ"....

ลอกและเพิ่มเติมจากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เวปที่กล้ายืนต้านกลุ่มรัฐประหาร

แกนนำประกาศชุมนุมโดยสงบพรุ่งนี้

24 พฤศจิกายน 2549

แกนนำประชาชนประกาศเชิญชวนพี่น้องเข้าร่วมพบปะ ชุมนุม สนทนา ฟังการปราศรัย ได้ที่ท้องสนามหลวงที่เดิม ในวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป โดยแกนนำประกาศว่า พรุ่งนี้จะมีทั้งแสง สี เสียง เพื่อเพิ่มความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมชุมนุม การร่วมการโหวตเลือกตั้งออนไลน์ การดูสไลด์ภาพเคลื่อนไหวมัลติมีเดีย การรายงานข่าวสดผ่านอินเตอร์เน็ตขึ้นจอคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้ชมทั่วโลกเห็นภาพพร้อมกัน การแสดงความคิดเห็นแบบสองทางผ่านอุปกรณ์ไฮเทค โดยการชุมนุมพรุ่งนี้จะเป็นการชุมนุมโดยสงบ และเป็นการเรียกร้องอย่างสันติ ไม่มีความรุนแรง

ในขณะที่อีกเวทีหนึ่งจะจัดโดยเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร ในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2549 โดยใช้ชื่อกิจกรรมเท่ห์ๆ ว่า "Anti-coup Fair และสภาต้านรัฐประหาร" (รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ เวปไซต์ 19sep.org)

สถานที่: ลานโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เวลา: 16.00 น.-20.00น.

โดยในงานจะมีเวทีอภิปราย เวทีวิชาการ การแสดงดนตรี และเวทีสภาต้านรัฐประหาร นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการต้านรัฐประหาร การออกร้านจำหน่ายของที่ระลึกต้านรัฐประหาร และมีสินค้าต้านรัฐประหาร จากองค์กรต่างๆให้ชมกัน และมีการเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว นำของที่ระลึกมาจำหน่าย จ่าย แจกในงานได้ โดยมีจุดยืนร่วมกันคือการต่อต้านรัฐประหาร และต่อต้านการเมืองอำนาจนิยม

รายงานสรุปความเสียหาย3จังหวัดใต้เมื่อวาน

24 พฤศจิกายน 2549

มีรายงานสรุปความเสียหายจากข่าวต่างๆ ของวันที่ 23 พ.ย. แล้วมาโพสต์ลงในเวปไซต์แห่งหนึ่งดังนี้

- วางระเบิดโรงเรียนบ้านตันหยงลิมอ หมู่ 7 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ
- คนร้ายกราดยิงใส่บ้านพักนางแมะ แซ่ต่าย และใช้ผ้าขี้ริ้วชุบน้ำมันจุดไฟเผาบ้าน
- ฆ่าเผา 2 ศพ พ่อค้าขายส่งถุงพลาสติกตามร้านชำภายในหมู่บ้าน
- นายวิชาญ ยา อายุ 32 ปี ลูกชายผู้นำศาสนาในบ้านปอเนาะ ถูกคนร้ายยิงขณะไปกรีดยางพารา
- เผาห้องเรียนนักเรียนอนุบาลโรงเรียนบ้านบาเจาะ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา
- โรงเรียนในพื้นที่เขตการศึกษายะลาเขต 2 จำนวน 69 โรงใน 3 อำเภอ หยุดการสอนชั่วคราว
- นายขุนเซ็ง อายุ 30 ปีสัญชาติพม่า ถูกคนร้ายดักยิงที่ อ.ยะรัง อาการสาหัส
- นายหมัดรุดดิน สาและ อายุ 30 ปี ขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้าน ถูกคนร้ายดักยิงเสียชีวิต
- เผาโรงเรียนบ้านดอนนา จ.บางเขา อ.หนองจิก อาคารเรียนเสียหายหมดทั้ง 2 หลัง

เก็บตกเรื่องขำๆ

24 พฤศจิกายน 2549

ขำๆ จากวิทยุการเมืองในนิวยอร์ค

ในวันที่คุณทักษิณอยู่ที่ UN แล้วโดนทหารเผด็จการทำรัฐประหาร วิทยุช่องการเมืองในนิวยอร์ค ก็เอาเรื่องนี้มาพูดโจ๊กกันเองว่า

"นายกฯไทย ออกมานอกประเทศหน่อย...พวกจัญทาลยึดประเทศไปซะไม๊ล่ะ..ประเทศไทยเผลอไม่ได้ เผลอเมื่อไร Coup เมื่อนั้น......"

ขำๆ จาก CNN สัมภาษณ์ พล.อ.สนธิ เมื่อวาน

CNN: จะยกเลิกกฏอัยการศึกภายในสิ้นปีนี้ ?
สนธิ: ...แน่นอน !
CNN: ...สรุปแล้ว เดือนหน้าจะยกเลิกกฏอัยการศึก ?
สนธิ: ...ขอคิดดูอีกที

หมอเล่าให้ฟัง พระพลานามัย"ในหลวง"แข็งแรง

24 พฤศจิกายน 2549

มีรายงานบอกเล่ามาทางอินเตอร์เน็ตแจ้งว่า "เมื่อวานผมพาคุณแม่ไปตรวจขากับคุณหมอที่ศิริราช พบอาจารย์แพทย์ที่เป็นทีมถวายการผ่าตัดในหลวง ผมก็ถามถึงสุขภาพของในหลวง อาจารย์ได้ยินเราถามถึงพระอาการ ก็ยิ้มแป้นแล้วบอกว่า ไม่ต้องห่วง ทรงมีพระอาการดีขึ้นมาก ทรงพระดำเนินได้ดีขึ้นมาก ไม่มีอะไรต้องห่วง"

เมื่อประชาชนในอินเตอร์เน็ตต่างได้ฟังก็ดีใจ เนื่องจากไม่ค่อยได้ยินข่าวพระพลานามัยสุขภาพของในหลวงมานานแล้ว

ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

เวปแนวหน้าโดนแฮคก์เมื่อคืน

24 พฤศจิกายน 2549

รายงานข่าวทางอินเตอร์เน็ตแจ้งว่า ตีหนึ่งกว่าๆ ของวันที่ 24 พ.ย. 2549 เวปไซต์หนังสือพิมพ์แนวหน้าถูกมือดีเข้าไปแฮคก์ โดยทิ้งข้อความไว้หน้าเวปไซต์ว่า "HaCKeD By TaMaM Emre_Dancer aten" จนกระทั่งตอนตี 2.45 ก็ยังไม่มีคนรู้ตัว ทั้งนี้ได้มีผู้ capture ภาพหน้าจอของเวปไซต์ตอนโดนแฮกค์มาด้วยดังภาพ

อย่างไรก็ตามบัดนี้ทางเวปไซต์ ก็ได้เปิดทำการเป็นปรกติแล้ว โดยมีผู้วิจารณ์ว่า "ไม่น่าใช่คนไทยนะชื่อแนวๆนี้ หลังๆ พวกเกรียนร้อนวิชาจากอีกฟากโลกชอบหาที่โจมตี"

เวปไซต์แนวหน้าสามารถเข้าได้ที่ http://www.naewna.com/

วันพฤหัสบดี, พฤศจิกายน 23, 2549

หนังสือพิมพ์ เสรีชน ฉบับวันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2549

หน้า 12 และ 1


หน้า 2 และ 11


หน้า 10 และ 3


หน้า 4 และ 9


หน้า 8 และ 5


หน้า 6 และ 7

วันพุธ, พฤศจิกายน 22, 2549

ประธานกลุ่มเบอร์ซาตูให้สัมภาษณ์อัลจาซีราเมื่อวาน

22 พฤศจิกายน 2549

เรียบเรียงจาก ‘Bangkok not interested in peace'
โดย Romen Bose, Al Jazeera Kuala Lumpur
ที่มา: http://english.aljazeera.net/NR/exeres/1BC4029E-DF85-41CE-8ECD-088DF76B9F47.htm

นายวัน กาเดร์ (Wan Kadir Che Wan) ประธานกลุ่มเบอร์ซาตูให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีร่าเมื่อคืนวาน โดยกล่าวว่ารัฐบาลไทยไม่ต้องการสันติจริงๆ โดยอ้างว่าแม้ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ได้เดินทางมาใต้หลายครั้ง แต่ไม่ได้เข้ามาพูดคุยกับหัวหน้ากลุ่มต่างๆ เลย พร้อมกับกล่าวว่าการออกสื่อพบปะกับกลุ่มมวลชนรวมถึงการกล่าวขอโทษ เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ

นายวัน กาเดร์ กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลไทยมาพบกับหัวหน้ากลุ่มต่างๆ ที่สร้างปัญหา มากกว่าที่จะลงไปพบกับชาวบ้าน "มานั่งลงพูดคุยแล้วสอบถามกับพวกเค้าสิ ถามเค้าสิว่าเค้าต้องการอะไร" นายวัน กาเดร์ ต้องการให้มีการเปิดโต๊ะเจรจาต่อรองกับเค้าและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอื่นๆ

"คุณไปคุยกับพวกที่กำลังต่อสู้อยู่ มันไม่ง่าย แต่การไปพูดกับหัวหน้าของเค้าน่ะมันเป็นไปได้ หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ไล่เรียงไปพบกับกลุ่มอื่นๆ ต่างๆ"

ทั้งนี้กลุ่มเบอร์ซาตูประกอบด้วยกลุ่มย่อยๆ อีกสามกลุ่มได้แก่ 1. BIPP 2. PULO 3. BRN อย่างไรก็ตามกลุ่ม BRN เพิ่งได้ประกาศแยกตัวออกจากกลุ่ม

เค้าอาจจะไม่เห็นด้วยเลยแยกออก แต่เรายินดีที่จะรอมชอม เราพร้อมที่จะคุย เราพร้อมที่จะตั้งโต๊ะเจรจา กลุ่มบางกลุ่มเค้าอาจจะไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลเป็นศัตรู แต่เค้าอาจจะเห็นว่าผมไม่เก่งพอ ถ้าอย่างนั้นเค้าแค่เปลี่ยนตัวหัวหน้าก็พอ ไม่ใช่ลาออกไปอย่างนั้น

การแตกแยกภายในกลุ่มเบอร์ซาตู เริ่มต้นหลังจากนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกฯมาเลเซีย และนายชารีล์ เอสเคย์ อับดุลเลาะห์ เริ่มต้นเปิดการเจรจากับกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ที่ต้องการยุติความรุนแรง เพื่อการเดินแผนสันติภาพ

นายวัน กาเดร์ กล่าวว่า คนส่วนใหญ่ยังสงสัยว่าการแยกดินแดน -การแยกดินแดนอย่างสมบูรณ์- จะเป็นไปได้หรือ ดังนั้นกลุ่มเหล่านั้นจึงคิดว่ามันควรจะมีหนทางอื่น "การรอมชอม" เพื่อให้ได้สิ่งที่ชาวมุสลิมต้องการ โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ที่สุด การคงความเป็นมาเลย์มุสลิม

"คนมุสลิมต้องการที่จะคงความเป็นมาเลย์มุสลิม เค้าไม่ต้องการถูกกลืนเป็นคนไทย ผมคิดว่ารัฐบาลไทยไม่เข้าใจเรื่องนี้ รัฐบาลไทยคิดว่าการเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับไทยเป็นสิ่งที่ดี ..สำหรับพื้นที่มาเลย์แล้ว การรวมกันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเค้ามีประวัติศาสตร์ที่แยกกัน มันเป็นเรื่องยากที่จะรวมกัน"

แผนการต่างๆ ได้ถูกส่งต่อไปยังรัฐบาลทักษิณแล้วในเดือนสิงหาฯ อย่างไรก็ตามไม่มีการปฏิบัติเกิดขึ้น และเมื่อรัฐบาลทักษิณถูกขับออกในเดือนกันยาฯ พร้อมกับการประกาศของ พล.อ.สนธิ ว่าจะดำเนินการตามแผนต่างๆ เพื่อสันติภาพ กลุ่มต่างๆ ก็หวังว่าแผนการเหล่านั้นจะถูกนำมาใช้อย่างรวดเร็ว แต่ทว่าก็ยังไม่ได้มีการตอบรับใดๆ จากรัฐบาล

นายวัน กาเดร์ กล่าวว่าถ้าแผนการเหล่านั้นที่ถูกนำเสนอโดย ดร.มหาเธร์ ไม่ได้รับการดำเนินการอย่างรวดเร็ว ทุกๆ อย่างก็จะกลับมาที่ตั้งต้นใหม่ เค้ากล่าวว่ากลุ่มต่างๆ ต้องการที่จะหยุดปัญหา แต่ถ้าไม่มีการเจรจา ปัญหาก็จะยังดำเนินอยู่ "เรื่องหลักคือ รัฐบาลต้องเข้ามาคุยกับผู้นำกลุ่มต่างๆ มาคุยเงียบๆ ลับๆ ตรงๆ ไม่ต้องเปิดเผยกับสื่อ ถ้าคุยแบบเปิดเผย เค้าก็จะไม่พูดจริง ไม่พูดอะไรเปิดเผยหมด รัฐบาลต้องจริงใจ ซื่อตรง ต้องมีความต้องการที่จะแก้ปัญหาจริงๆ"

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากลุ่มภายใต้การนำของกลุ่มเบอร์ซาตู พร้อมที่จะเปิดการเจรจา แต่ทว่าพวกนักรบรุ่นใหม่อาจจะไม่ ทั้งนี้การวางระเบิดเร็วๆ นี้เป็นผลจากกลุ่มนักรบรุ่นใหม่นี้

คนรุ่นใหม่พวกนี้อายุน้อยและก็แน่วแน่ คนรุ่นเก่ารอมชอมมากกว่า แต่คนรุ่นใหม่พวกนี้ต้องการประกาศอิสรภาพ รวมถึงการประกาศจัดตั้ง รัฐอิสลามแห่งปัตตานี (Islamic state of Pattani)

คนกลุ่มใหม่เหล่านี้ผู้ซึ่งเป็นผู้ก่อความรุนแรงต่างๆ ไม่ต้องการเจรจากับรัฐบาล เพราะว่าเค้าเชื่อว่ากลุ่มของเค้ากำลังจะชนะในการโจมตีเป้าหมายต่างๆ คนพวกนี้มีทั้งอาวุธและเงิน และคนเหล่านี้ก็มีอินไซด์เดอร์ในรัฐบาลด้วย (More importantly, they have an insider.)

"เท่าที่ผมเข้าใจ เค้าเหล่านั้นได้สะสมอาวุธมานานแล้วในการเตรียมการ รวมถึงเงินด้วย การปฏิบัติการไม่ได้ทำแบบสะเปะสะปะ แต่ว่าวางแผนเป็นขั้นตอนมาอย่างดี และข้อได้เปรียบที่สุดที่กลุ่มนี้คือ การแฝงตัวของไส้ศึกในรัฐบาลไทย ดังนั้นคนเหล่านี้จึงรู้เรื่องอินไซด์ต่างๆ มากมาย"

วัน กาเดร์ ยอมรับว่ากิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มคนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยา ซึ่งมีความเชื่อมโยงต่อกลุ่ม อัลกออิดะห์

เค้ายังกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะมีการเจรจากับกลุ่มคนรุ่นใหม่เหล่านี้โดยตรง แต่ควรจะเริ่มต้นจากกลุ่มที่อายุมากกว่าเช่นเบอร์ซาตู

"อย่าทำกับปัญหาเรื่องนี้เหมือนกับเป็นปัญหาอาณานิคม เรารู้สึกว่าคนไทยทำกับเราเหมือนกับดินแดนอาณานิคม ถ้าคุณทำอย่างนั้น มันจะสันติยาก คุณต้องทำกับเราเหมือนกับประชาชนไทย เราไม่ต้องการอะไรมาก ไม่ต้องการเอาใจใส่พิเศษ เราต้องการให้เค้าปฏิบัติกับเราเหมือนๆ กับคนอื่นๆ ในประเทศ เราอยู่ภายใต้กฏหมาย ไม่ได้เหนือกว่ากฏหมาย"

ข่าวทักษิณเต็มพื้นที่สื่อต่างประเทศ

อาทิตย์นี้สื่อต่างชาติต่างก็ให้ความสนใจกับการปรากฏตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในทวีปเอเชียกันอย่างคึกคัก โดยดูได้จากบทความต่างๆ ที่นิตยสารชั้นนำได้ทำการวิเคราะห์และตีพิมพ์ เริ่มต้นตั้งแต่ TIME ที่ยกคำพูดของนายไมเคิล มอนเตซาโน มาว่า "แค่เพียงภาพของทักษิณในฮ่องกงที่ใส่บลูยีนส์ ก็พอที่จะทำให้รัฐบาลกลัวและกังวล"

ไทม์ยังได้อธิบายว่า ระหว่างที่รัฐบาลเผด็จการทหารพยายามที่จะหาข้อหาการคอรัปชั่น และการใช้อำนาจหน้าที่ที่มิชอบของทักษิณให้เจอ พวกเผด็จการเหล่านี้ก็เริ่มสูญเสียความนิยมในหมู่ประชาชนไทยอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเกิดจากการสัญญาว่าจะยกเลิกกฏอัยการศึก หรือการจัดการเลือกตั้งอย่างรวดเร็ว(แต่ทำไม่ได้) การถูกกล่าวหาว่าให้เงินเดือนพวก คมช.สูงๆ และการตอบแทนเหล่าบรรดาทหารด้วยตำแหน่งสูงๆ ในรัฐวิสาหกิจต่างๆ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ TIME Asia Edition 21/11/06)

ในขณะที่บทความของ Seth Medans นักข่าวเจ้าเก่าของ International Herald Tribune ก็ได้ร่ายไว้ในบทความของเขาทำนองเดียวกันถึงการเดินทางทัวร์เอเชียของทักษิณ พร้อมกันนั้นยังได้กล่าวเสียดสีเยาะเย้ยเหล่าเผด็จการทหารว่า "ทักษิณดูเหมือนจะมีความสุขมากกว่าพวกนายทหารที่ขับไล่เขาออกจากประเทศเสียอีก ยิ่งแกยิ้มมาก ยิ่งแกช็อปปิ้งมาก ยิ่งแกเล่าเรื่องโจ๊กมาก ยิ่งทำให้พวกทหารเครียด.."

Seth ยังกล่าวเสียดสีคำพูดที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของนายทหารที่ยึดอำนาจเกี่ยวกับการยกเลิกกฏอัยการศึก "พวกทหารกำลังจะยกเลิกกฏอัยการภายในวันสองวันนี้.. เราจะยกเลิกกฏอัยการศึกภายในสองสามอาทิตย์นี้ ..เอาใหม่ๆ เราจะยกเลิกเมื่อสถานการณ์นิ่งแล้ว"

"โอว..ทักษิณเค้ามีสิทธิที่จะกลับมานะ." ต่อมา "ตอนนี้แกยังไม่ควรกลับมา" สุดท้าย "จะดีที่สุดถ้าทักษิณเค้าจะรอซักปี" เจ้าของบทความคงกำลังหัวเราะขณะที่พยายามเล่าเรื่องตลกของเขาถึงการกลับเมืองไทยของทักษิณ

Seth ยังไม่จบเรื่องตลกของเค้า "แล้วถ้าเค้าเกิดกลับมากระทันหันล่ะ เขาจะทำอย่างไร? ..พวกทหารจะทำอย่างไรกันดี?...ทหารเหล่านั้นตอบว่า..จะไม่ให้ทักษิณออกจากเครื่องบิน" (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ "Ousted Thai prime minister bides his time abroad" IHT 21/11/06)

นอกจากข่าวสองชิ้นนี้แล้ว เรายังพบว่ามีข่าวอื่นๆ อีก แต่ส่วนมากเป็นข่าวที่ส่งมาจาก Nation Multimedia หรือ Bangkok Post และข่าวที่แหล่งข่าวตั้งใจจะให้ข่าว เพื่อให้ข่าวกระจายออกไปหวังสร้างผลทางจิตวิทยา

สำหรับพล.อ.สุรยุทธ์ นั้นก็มีข่าวในพื้นที่ข่าวต่างประเทศเช่นกัน แต่เป็นข่าวในเชิงลบมากกว่า โดยล่าสุด TIME ตีพิมพ์บทความที่ชื่อ "Can Thailand's New Premier Bring Back Democracy?" หรือ "นายกฯใหม่ของไทยจะนำประชาธิปไตยกลับมาได้หรือไม่?" โดยไทม์ได้แสดงความสงสัยถึงเบื้องหลังของ พล.อ.สุรยุทธ์ ที่ไทม์เข้าใจว่ามีประวัติที่ขาวสะอาด ว่าจะสามารถทำประเทศไทยให้กลายเป็นประชาธิปไตยดังเดิมได้ พร้อมกันนั้นก็ได้กล่าวว่า ผู้นำชาติอื่นๆ ได้พยายามเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีผู้นำเป็นพลเรือนโดยเร็วที่สุด

สัมนา"เวทีประชาชนทวงคืนประชาธิปไตย" อาทิตย์นี้

สหภาพประชาธิปไตยแห่งชาติโดยอาจารย์ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์

ขอเชิญร่วมฟัง "สัมนาเวทีประชาชนทวงคืนประชาธิปไตย" ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลซ ถนนนนทบุรี (จากถนนรัตนาธิเบศฝั่งพระนคร เลี้ยวซ้ายก่อนขึ้นสพานพระนั่งเกล้า เลยโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าไปราว 500 เมตร) ในวัน อาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน ศกนี้ ตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.

ผู้ร่วมสัมมนา
อาจารย์ยอดเยี่ยม ศรีมันตะ
คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม
คุณจรัล ดิษฐาภิชัย (กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ)
คุณสุนทร บุญยอด (ประธานกลุ่มกรรมกรปฏิรูป)
ดร.เมธาพันธุ์ โพธิธีรโรจน์
คุณชินวัฒน์ หาบุญผาด
คุณชูพงศ์ ถี่ถ้วน
คุณสุดชาย บุญไชย(ตัวแทนกลุ่มวายุภักษ์)
คุณชูชีพ ชีวะสุทธิ์
และคุณสันติภาพ อรุณชัยพงศ์(เลขาธิการสหภาพประชาธิปไตยแห่งชาติ)

(ช่วงเช้าเป็นการอภิปราย ช่วงบ่ายๆ เป็นการสัมมนา)

วันอังคาร, พฤศจิกายน 21, 2549

ไม่ฆ่าน้อง-ฟ้องนาย-ขายเพื่อน...บทความฮาร์ดคอร์จากเวปเสธแดง

พบบทความฮาร์ดคอร์จากเวปเสธแดง เกี่ยวกับเหตุการณ์สมมุติของบุคคลคนหนึ่งในวงการทหาร โดยสามารถเข้าไปอ่านได้ที่

http://www.sae-dang.com/cgi-bin2/dangBoard/OpenMessage.php?no=3028

ทั้งนี้ผู้โพสต์ได้ย้ำว่าบทความดังกล่าวเป็นเรื่องสมมุติ ไม่ใช่เรื่องจริงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามก็มีคนวิพากษ์วิจารณ์บทความดังกล่าวว่า

"ถ้าเขียนเองเอาไป A+ ถ้าลอกมาเอาไป C"

คลิปย้อนอดีต "บันทึกสีดำ .. พฤษภาทมิฬ"

ภาพเหตุการณ์จริงในอดีต
ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จากรายงาน
ผลการสอบสวนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ
ซึ่งมี พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์
เป็นประธานการสอบสวน


หรือกดที่นี่เพื่อดาวน์โหลด WMV file

เรามาถูกทางแล้ว ใต้คงจะร่มเย็นเร็วๆ นี้

มีข่าวลือเล่ากันมาให้ฟังว่า มีผู้ที่ได้เข้าไปทำการพูดคุยและสอบถามความเห็นกับบุคคลที่เคยทำงานเป็นแกนนำคนหนึ่งในคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) โดยได้สอบถามถึงนโยบายใต้ร่มเย็นว่า ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายให้ พล.อ.สุรยุทธ์ไปขอโทษ โดยป้ายความผิดทั้งหลายให้แก่รัฐบาลชุดที่แล้ว และปล่อยโจรที่ถูกบัญชีดำโดยการฉีกบัญชีดำทิ้ง แต่สถานะการณ์ทางใต้กับทวีความรุนแรงมากขึ้น ต่อมาพล.อ.สุรยุทธ์ลงทุนปูผ้ากราบเหล่าโจรชั่ว สถานะการณ์ยิ่งถึงขั้นวิกฤติ โดยคนไทยพุทธที่อาศัยอยู่ 3 จังหวัดภาคใต้ต้องอพยพหนีตายไปอาศัยวัดอยู่

แกนนำท่านนั้นก็กล่าว "ประชด" นโยบายรัฐที่ทำอยู่ โดยแกล้งตอบกลับมาว่า "รัฐบาลชุดนี้ของเราเดินมาถูกทางแล้ว เรื่องอย่างนี้มันต้องใช้เวลา ตอนนี้พวกโจรฆ่าคนไทยพุทธประมาณวันละอย่างน้อย 2-3 ราย ไม่ว่าจะเป็นเด็กทารก คนแก่ ผู้หญิง หรือผู้ชาย โดยภายในปีหนึ่งเราคาดว่าโจรจะสามารถฆ่าคนไทยพุทธที่อาศัยอยู่ 3 จังหวัด ประมาณ 1,096 ราย คาดว่าภายใน 5 ปี ชาวพุทธที่อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดก็คงจะตายหมด หรือไม่ก็คงจะอพยพย้ายถิ่นมาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดข้างเคียง ถึงเวลานั้น ใต้ก็คงร่มเย็น เพราะไม่รู้ว่าจะฆ่ากันต่อไปทำไม เห็นไม๊ครับว่ารัฐบาลชุดนี้เดินทางมาถูกแล้ว" เมื่อฟังท่านตอบกลับมาดังนั้น ถึงกับทำให้คู่สนทนา พูดไม่ออก

ทั้งนี้มีผู้คาดว่าแผนการณ์ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนได้ดำเนินการมาจนถึงขั้นที่ 6 แล้ว โดยนายสุรชัย แซ่ด่าน ผู้ซึ่งเป็นสหายกับบิดาของ พล.อ.สุรยุทธ์ ถึงกับเขียนในบทความเมื่อเร็วๆ นี้ กล่าวเตือนรัฐบาลให้ระมัดระวังการเคลื่อนไหวใหญ่ครั้งต่อไปของกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดน

"ได้ทราบจากพรรคพวกสื่อมวลชนที่เกาะติดข่าวในพื้นที่เชิงลึกมาตลอดว่า ขั้นต่อไปทางขบวนการผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้ จะขับไล่ชาวไทยพุทธตามหมู่บ้านต่างๆ รอบๆ เขื่อนบางลางออกไปให้หมด แล้วจะยึดเขื่อนบางลางเป็นที่มั่น ประกาศแข็งข้อต่อรองกับรัฐบาล โดยถ้าฝ่ายรัฐบาลจะเปิดยุทธการเพื่อยึดมั่น ก็จะระเบิดเขื่อนบางลางทิ้ง ซึ่งจะทำให้ไฟฟ้าดับและน้ำท่วมเมืองยะลาและปัตตานี ความเสียหายจะใหญ่หลวง เมื่อฟังแล้วก็คิดว่ามีความเป็นไปได้ไม่ใช่วิตกเกินเหตุ เพราะเค้าลางก็เกิดขึ้นแล้วคือ มีการขับไล่ชาวไทยพุทธออกจากหมู่บ้านรอบ เขื่อนบางลางจริง จึงน่าที่ฝ่ายรัฐบาลจะหาทางแก้เกมทางยุทธศาสตร์เสียแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่ถอยกรูดอย่างเวลานี้"

นายสุรชัย แซ่ด่าน ผู้ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ไทยใหม่ (พคท.ม.) ยังได้กล่าวทิ้งท้ายให้กับพล.อ. สุรยุทธ์ด้วยว่า "คำขอโทษและอ้อนวอนขอความเห็นใจจากข้าศึกนั้น ไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหา"

พิราบขาวเตรียมชุมนุมศุกร์นี้ที่สวนลุม

กลุ่มพิราบขาว ซึ่งนำโดย นาย นพรุจ วรชิตวุฒิกุล ประกาศที่ เวปไซต์ เรียกร้องให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมโดยสงบและสันติ ทุกวันศุกร์ โดยเริ่มต้นตั้งแต่ วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่สวนลุมพินี ณ.ลานพระรูปรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่เวลา 16:00 น. เป็นต้นไป

ทั้งนี้นายนพรุจ มีแผนการอุ่นเครื่องกิจกรรมดังกล่าวก่อน ในวันพุธ ที่ 22 พฤศจิกายน โดยจะมีการแจกเอกสารแถลงการณ์ที่หน้าตึกซีพี ย่านสีลม เวลาประมาณ 12.00 น.

ไข่มุกดำ โดนซะแล้ว!!!

ประชาชนได้แจ้งเข้ามาว่า ขณะที่กำลังฟังคุณวีระ มุสิกพงษ์ จัดรายการอยู่ที่ FM 93.5 Mhz. อยู่ดีๆ ก็ถูกเซนเซอร์ "ฟังคุณวีระจัดรายการที่ 93.5 กำลังพูดถึงการแต่งตั้งบอรด์รัฐวิสาหกิจ เปลี่ยนเป็นเพลงสากลเฉยเลย" แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้คุณวีระ มุสิกพงษ์เพิ่งเริ่มจัดรายการได้เป็นวันที่สอง โดยจัดทุกวัน ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ เวลา 08.00-10.00 น. โดยประชาชนที่กำลังฟังการจัดรายการต่างก็งงงวย และมีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป

"นี่แหละครับการข่มขืนสื่อสารมวลชนอย่างแท้จริง เพื่อนๆ สื่อสารมวลชนหายหัวไปไหนหมด"

"มิน่าเล่า...กำลังฟังเพลินๆ เดินเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว ออกมา...กลายเป็นเพลงไปซะแล้ว เดินมาดูตัวเลข..เอ๊ะ!ก็คลื่นเดิมนี่หว่า"

"เครียด ทหารมันคงมาคุมสถานีไว้แล้ว.. มันจะกลัวอะไรนักหนามีทั้ง ปืน รถถัง กลัวอีกแค่เสียงคนกล้า เพียงคนเดียว นี่น่ะหรือ ทุเรศ ทุเรศ ทุเรศ"

วันจันทร์, พฤศจิกายน 20, 2549

สุรยุทธ์ไม่โดดเด่นในเอเปค (หาบทบาทไม่เจอ)

มีผู้ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีไทยในเวทีเอเปคที่ฮานอยว่า "ไม่โดดเด่น" โดยมีข้อติติงต่างๆ อาทิเช่น

- ไม่มีกองทหารเกียรติยศให้การต้อนรับ ในขณะที่มีผู้สังเกตเห็นผู้นำสหรัฐฯ หรือชิลี มีการต้อนรับอย่างสมเกียรติ

- เวปไซต์ทางการของเอเปค (http://www.apec.org/)จงใจคัดเลือกรูปที่พล.อ.สุรยุทธ์ ถูกบังมาเป็นรูปหน้าแรกของเวป แสดงให้เห็นความไม่สำคัญของนายกฯไทย

- ไม่มีการเจรจาทวิภาคีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ทั้งระดับผู้นำ และ รมว.ต่างประเทศ รวมถึงไทยกับอีกหลายๆ ประเทศ

- เวปไซต์เกี่ยวกับเอเปคอย่างเป็นทางการของเวียตนามไม่มีรูปผู้นำเวียตนามกับนายกฯ ไทย http://english.vietnamnet.vn/politics/2006/11/635245/ แต่มีรูปของผู้นำเวียตนามกับผู้นำประเทศอื่นๆ 18 ประเทศ

- เสริช์คำว่า APEC ใน www.voanews.com/english/search.cfm ซึ่งเป็นเวปข่าวของ Voice of America จะพบว่ามี 51 ข่าวที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่มีข่าวไหนเกี่ยวกับ Thailand เลย

ข่าวการชุมนุมต้านเผด็จการที่เชียงใหม่ แท้จริงเป็นสัมนาวิชาการ

ต่อเนื่องจากรายงานข่าวก่อนหน้านี้ ที่กล่าวว่ามีการชุมนุมขับไล่เผด็จการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อ่านได้ที่ "รายงานเพิ่มเติมจากการชุมนุม 18/11/49")

แท้จริงแล้วเป็นการชุมนุมทางวิชาการธรรมดา ไม่มีการจัดกิจกรรมชุมนุมทางการเมือง โดยมีรายละเอียดดังนี้

เสวนา 60 วันรัฐประหาร สังคมไทยได้อะไร?
ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อาทิตย์ที่ 19 พ.ย. 49 เวลา 13.00-17.00 น.
จัดโดย กลุ่มนักศึกษา มช. ร่วมกับ ม.เที่ยงคืน

เก็บตกเสียงชาวบ้าน กังวลเศรษฐกิจทรุด

เก็บตกเสียงของชาวบ้านที่แสดงความวิตกกังวลมาทางอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับปัญหาภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจรอบใหม่ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีตัวอย่างการแสดงความคิดเห็นดังนี้

"คนค้าขายส่วนใหญ่รับรู้สัมผัสได้กับภาวะดังกล่าวแล้วและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เตรียมตัวเตรียมใจรับสถานการณ์กันให้ดีครับ"

"หลายคนที่ถามๆ มายังคิดว่าดีอยู่เพราะมองแค่คนตกงาน ตลาดหุ้น แต่สำหรับคนที่ทำค้าขาย แย่ตั้งแต่กลางปีและมีแนวโน้มจะดิ่งเหว"

"ยอดสั่งซื้อ อัตราการหมุนเวียนของเงินทุน ภาวะตลาดซบเซา ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่นาน NPL รอบใหม่เกิดแน่"

"ไม่ต้องดูไกล ผมดูที่ตัวผมเองที่ยังชะลอการสั่งซื้อสินค้า แถมตัวเองยังจำกัดวงเงินใช้จ่าย เรียกว่าประหยัดมากขึ้นและเก็บเงินในกระเป๋าให้นานมากขึ้น ก็เพราะความกลัวภาวะเศรษฐกิจนี่เอง"

"ผมทำเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศครับ บอกได้เลยครับ การส่งออกของไทย ตั้งแต่เริ่มไตรมาศ 3 มา น้อยลงมากเลยครับ พอมาเดือนนี้ ก็เริ่มนั่งเล่นๆ กันแล้วครับ"

"ค่าเงินแข็ง มหันตภัยรอบใหม่ กลางปีหน้า ธปท. อาจถึงกับ ไส้ติ่งแตก เข้าโรงบาลไม่ทัน หมอไม่รับเย็บ ต่างประเทศไม่รับศัลยกรรม โอ้ย...ประเทศไทย ใกล้แ้ล้ว วิกฤติรอบ 2"

"เห็นด้วยค่ะ ส่วนดิฉันทำค้าขายเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้นั่งกุมขมับแล้ว รับรู้ได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจในการใช้เงิน ส่วนใหญ่ซื้อน้อยลง ไม่ร้จะทำไง ไอ้เรามันคนมีหนี้ บางวันเนี่ยแทบแย่เกือบคุมตัวเองไม่อยู่เหมือนกัน แต่ธรรมะคือยาวิเศษ โชคดีที่ได้เกิดในพุทธศาสนา ที่สอนว่าการฆ่าตัวตายเป็นบาป คุณเคยเป็นไหม? ร้องไห้ก็ร้องไม่ออก แต่มันหัวเราะก็ไม่ได้ แต่จะไม่ยิ้มก็ไม่ได้เพราะเราทำอาชีพค้าขาย ความรู้สึกแบบนี้ พวกนั่งห้องแอร์ รับแต่เงินเดือน ที่วันๆ เอาแต่คิดเรื่องอำนาจ ผลประโยชน์ แล้วก็ออกกฏ มันไม่รู้หรอก มันไม่เคยรู้ด้วยซ้ำไปมั้ง"

"รู้ตัวนานแล้ว ประวัติศาสตร์ ไม่มีประเทศไหนที่ปกครองโดยเผด็จการทหารแล้วเจริญ ผมเตรียมตัวรับสถานการณ์ไว้เรียบร้อย"

"วันก่อนไปตัดผม ร้านนี้ปกติมีคนตัดกันมาก ช่างที่ตัดผมเขากังวลมาก เพราะเพิ่งจะไปผ่อนบ้านก่อนที่จะมีการรัฐประหาร ตอนนี้ เขากลัวจะไม่มีเงินผ่อนต่อ"

"ผมก็ดูจากตัวเองครับ แต่ก่อนท่านแม่ให้ใช้เดือนละ 5,000 บาท ตอนนี้โดนหั่นเหลือ 4,500 บาท กรรมของผม"

"เห็นใจทุกท่านที่ทำมาค้าขาย ช่วงนี้คงต้องลำบากกันอีก พยายามเตือนสาวกสนธิเรื่องนี้ แต่เขาไม่เชื่อ เขานึกว่าทุกอย่างจะดี พวกนี้แหละจะทุกข์หนัก เพราะไม่ได้เตรียมตัวเลย"

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 19, 2549

เสียงสะท้อนจากทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

เสียงสะท้อนจากทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อสายได้ทำการพูดคุยด้วย โดยทหารเหล่านั้นเกล่าวว่า เค้าไม่พอใจนโยบายและการกระทำของรัฐตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น

1. เรื่องปล่อยตัวนักโทษคดีตากใบ
2. ให้ยกเลิกการติดตามจับกุมผู้ต้องสงสัย ให้ทำการเฝ้าระวังอย่างเดียว(พวกก่อกวนวางระเบิด ฆ่าคน)
3. ค่าเสี่ยงตายได้รับคนละ 2,500 บาท (ส่วนหัวๆ คงได้กันมาก ส่วนหางได้แค่ 2,500 บาท)
4. นายกฯไปกราบขอโทษโจร ทหารที่ประจำอยู่ 3 จังหวัดชายแดนมีประมาณ 5,000 คนไม่เห็นด้วยมากๆ

ทั้งนี้สายกล่าวว่ายังมีอีกหลายๆ เรื่องที่ไม่สามารถเปิดเผยได้

รายงานเพิ่มเติมจากการชุมนุม 18/11/49

19 พฤศจิกายน 2549

มีรายงานจากอินเตอร์เน็ต แจ้งให้ทราบว่า สนนท. หรือสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยชุดนี้ ซึ่งได้เข้าร่วมเดินขบวนต่อต้านเผด็จการกับกลุ่มอื่นๆ เมื่อคืน เป็นกลุ่มบุคคลคนละชุดกับกลุ่มที่เป็นแนวร่วมกับพันธมิตรฯของนายสนธิลิ้ม ซึ่งแท้จริงเกิดขึ้นจากการจัดตั้งเข้าไปโดยลูก ๆ ของคนหาประโยชน์ใส่ตัวบางคน

โดยทั้งนี้เมื่อเย็นวาน สนนท.ได้ประกาศตัวต่อต้านเผด็จการบนเวทีใน มธ.อย่างชัดแจ้ง ที่น่าสนใจกว่าก็คือ สนนท.ได้กล่าวขอโทษต่อประชาชน และกล่าวโทษต่อ สนนท.ชุดเดิม ที่ไปร่วมมือพวกพันธมิตรฯ แล้วทำการปล้นประชาธิปไตยจากน้ำมือประชาชนไทยไป พร้อมกันนั้นยังได้แสดงตนอย่างชัดเจนด้วยว่า ได้ประณามนายสุริยะใส นายพิภพ นายสมศักดิ์ นายปริญญา และกล่าวเตือนมิให้คนเหล่านี้ เข้ามายุ่งเกี่ยวกับ สนนท.ชุดนี้โดยเด็ดขาด

รายงานข่าวที่ยังไม่ยืนยันอีกฉบับหนึ่งกล่าวว่า การต่อต้านเผด็จการไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่กรุงเทพฯ แต่ลำพังแล้ว เพราะที่เชียงใหม่ ก็มีการตั้งวงชุมนุมขับไล่เผด็จการที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วย โดยมีบรรดาอาจารย์หลายคนหลายสาขาวิชามาเป็นผู้ร่วมขึ้นเวทีประท้วงกับผู้ชุมนุมกว่าพันคน ผู้ให้ข่าวกล่าวว่า "ไม่แน่ เสาร์หน้าอาจจะได้เห็น ที่ต่างจังหวัดใหญ่ ๆ อีกหลายแห่ง เปิดเวทีไล่เผด็จการในทุกมุมเมืองบ้างก้เป็นได้ ไฟไล่เผด็จการลุกโชนแล้วครับ"

ข่าวและภาพข่าวจากแหล่งอื่น
เวปประชาไท "สนนท.ประกาศเข้าร่วม ‘เครือข่าย 19 กันยา’ ต้านรัฐประหาร"

เวปพลวัต "เครือข่าย 19 กันยาฯ เคลื่อนขบวนเหยียบถ้ำเสือหน้ากองทัพบก"

ภาพการชุมนุมเพิ่มเติมที่ถูกโพสต์โดยช่างกล้องยุคไซเบอร์

IFEX กังวล ไทยผ่านกฏหมายปิดปากวิจารณ์เผด็จการทางเน็ต

IFEX หรือองค์กรระหว่างประเทศเพื่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น ได้ตีพิมพ์รายงานบนเวปไซต์ของตนเอง เกี่ยวกับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่กระทรวง ICT กำลังผลักดันอยู่ในขณะนี้

โดยรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นโดย SEAPA หรือ องค์กรพันธมิตรสื่อสารมวลชนแห่งเอเชียอาคเนย์ ซึ่งแสดงความกังวลว่าร่างที่กำลังจะผ่านโดยคณะเผด็จการทหารนั้นจะเป็นการจำกัดเสรีภาพในการสื่อสารของประชนชนในอินเตอร์เน็ต

รายงานฉบับดังกล่าวสามารถอ่านได้ที่ http://www.ifex.org/en/content/view/full/79182/

วันเสาร์, พฤศจิกายน 18, 2549

รายงานการชุมนุมประท้วงรัฐบาลเผด็จการทหาร 18/11/49

18/11/49

16.54 รายงานข่าวจากผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมกล่าวว่า มีประชาชนเข้ามาชุมนุมที่สนามหลวง โดยไม่มีการแทรกซึมของทหารหรือตำรวจนอกเครื่องแบบ เป็นประชาชนที่ตั้งใจมาฟังด้วยใจจริงๆ ทั้งนี้เวทีประกอบด้วยเก้าอี้ช่างไฟ และโทรโข่ง 1 ตัว

การปราศรัยแสดงความคิดเห็นจะดำเนินไปเรื่อยๆ จนประมาณ 6 โมงเย็น และหากกลุ่ม 19 กันยาฯ เคลื่อนผ่านไปที่หน้า ทบ.ก็จะหยุดสักพัก โดยคาดว่าไม่เกิน 2 ทุ่มน่าจะสลายตัว



17.40 นายชนาพันธ์ ณ นคร ปรากฏตัวในกลุ่มฝูงชนสนามหลวง พร้อมทั้งกล่าวอธิบายให้เพื่อนประชาชนถึงการเข้าพบ พล.อ.สนธิ เมื่อวันก่อน โดยการยื่นข้อเสนอ 4 ข้อเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยให้กลับมายังมือประชาชน ในขณะที่พล.อ.สนธิ ก็รับปากว่าจะพิจารณาให้ใน 1 สัปดาห์ พร้อมกับขอให้ระงับการชุมนุมของประชาชน อย่างไรก็ตามประชาชนต่างก็ไม่พอใจ เพราะมีความเคียดแค้นชิงชังต่อระบอบเผด็จการ และต้องการเสรีภาพกลับคืนมาในทันที จนมีผลทำให้นายชนาพันธ์ จำต้องปลีกตัวออกจากที่ชุมนุมเป็นการชั่วคราว และมีการดำเนินการชุมนุมอย่างปรกติ พร้อมกันนั้นก็มีประชาชนเข้ามาร่วมรับฟังการปราศรัยอย่างต่อเนื่อง

18.00 มดชมพูขึ้นกล่าวปราศรัย ฝูงชนได้เพิ่มจำนวนเป็น ราว 400 คน

18.50 ประชาชนที่ฟังการปราศรัยอยู่ที่ท้องสนามหลวง ประมาณ กว่า 400 คน ได้หยุดการปราศรัย และได้เดินต่อท้ายขบวนของกลุ่ม 19 กันยาฯ ที่กำลังจะเคลื่อนออกมา เพื่อเดินไปที่หน้ากองทัพบก รวมคนทั้งสิ้นประมาณ 500 คน ในขณะนี้

19.06 ขณะนี้หัวขบวนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยอยู่ที่สี่แยกคอกวัว และท้ายขบวนอยู่ืี่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ใช้ 2 เลน ของถนนราชดำเนิน "เสียงตะโกน คมช. ออกไป! สนั่นทั่วทั้งท้องถนน" ผู้สื่อข่าวรายงาน


19.15 ตอนนี้หัวขบวนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว คนมีมากกว่า 1,000 คน เสียงตะโกนขับไล่คมช. ให้ออกไปดังสนั่น



(ลิงค์ที่มาภาพ)

20.00 ฝนตกหนักในบริเวณที่เคลื่อนชุมนุม แกนนำจึงได้สลายการชุมนุม มีท่านที่สังเกตการณ์การชุมนุมกล่าวว่า "คบไฟเรียกร้องประชาธิปไตยได้ถูกจุดติดแล้ว.."

ทั้งนี้สามารถเข้าชมภาพและรับฟังเสียงเหตุการณ์การเดินขบวนของประชาชนในวันนี้ได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=YeT8I9xPU9k

ล่าสุดสำนักข่าว Xinhua ของจีน ได้ตีพิมพ์รายงานการชุมนุมประท้วงครั้งนี้ไว้ที่ http://news.xinhuanet.com/english/2006-11/18/content_5347755.htm