
ถัดจากนี้ คือข้อสังเกตของ กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ในฐานะผู้ติดตามข้อมูลคดีของ นิว จตุพร อย่างใกล้ชิด โดยเขาออกตัวก่อนว่า “ผมไม่ใช่ทนายของจำเลย ไม่ได้พูดในฐานะทนายของจำเลย หรือมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐ” แต่เป็นข้อคิดเห็นต่อหลักการทางนิติศาสตร์ หลักการทางนิติปรัชญา หลักกฎหมายอาญา และหลักการแปลความตามมาตรา 112 ทั้งในคดีของ นิว จตุพร และคดีอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งนอกจากจะต้องทำตามถ้อยคำในประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ศาลต้องตีความให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิประชาชนด้วยความเคร่งครัด
“มาตรา 112 นั้น มีองค์ประกอบความผิดทางกฎหมายอาญาอยู่ 3 ประเด็น คือ ‘ดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้าย’ ต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการ ดังนั้น การตีความตามตัวบทกฎหมายอาญาซึ่งเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้ถูกกล่าวหาหรือประชาชนนั้น จะต้องตีความโดยเคร่งครัด การแปลความมาตรา 112 ก็เช่นกัน นอกจากจะต้องทำตามถ้อยคำในประมวลกฎหมายอาญาแล้ว ศาลต้องตีความให้มาตราดังกล่าวไปในทางที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิในการแสดงออกโดยสุจริตของประชาชน
“ส่วนความเห็นของผมในคดี เท่าที่เห็นจากการอ่านคำวินิจฉัยของศาล เพราะเรายังไม่เห็นคำพิพากษาฉบับสมบูรณ์ ซึ่งศาลเห็นว่า เป็นกรณีที่มีการแต่งกายชุดไทย แล้วมีองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เช่น มีคนถือร่ม มีคนมาจับขาว่าแล้วพูดว่า พระราชินีสวย แล้วมีคำพูดในคลิปที่มีคนอื่นซึ่งไม่ใช่นิวพูด เขาตะโกนว่า ทรงพระเจริญ ซึ่งในความเห็นของศาลตามคำพิพากษาเป็นกรณีที่เหมือนกับล้อเลียน ดูให้ขบขัน เป็นเรื่องตลก ซึ่งก็ถือว่าเป็นการดูหมิ่น ล้อเลียน ทำให้เสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเสื่อมเสียต่อพระราชีนี จึงเป็นความผิด โดยศาลใช้คำว่า ‘ล้อเลียน’
“ผมมองว่า กรณีที่วินิจฉัยว่าการล้อเลียนพระราชินีคือการดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย เป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้ ผมรู้สึกว่าเป็นการตีความตัวบทกฎหมายเกินเลยกว่าความเป็นจริง เพราะการแต่งกายเลียนแบบ ไม่ใช่การ ‘อาฆาตมาดร้าย’ แน่นอน ถามว่าเป็นการ ‘หมิ่นประมาท’ ไหม ก็ไม่ใช่การหมิ่นประมาท ส่วนคำว่า ‘ดูหมิ่น’ นี่ไม่ต้องพูดเลย เพราะคำคำนี้ กฎหมายบอกว่าต้องดูหมิ่นกันตัวต่อตัว เช่น ตะโกนด่ากันซึ่งหน้า ดังนั้น ตีความยังไงก็ไม่เป็นการดูหมิ่นตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มันจึงเป็นข้อสงสัยว่า เราลงโทษนิวในฐานอะไร อาฆาตมาดร้ายไหม? ถ้าไม่ใช่ คุณจะเอามาลงมาตรานี้ไม่ได้
ในทัศนะของกฤษฎางค์ หากมาตรา 112 มีความประสงค์ที่จะคุ้มครองบุคคลทั้ง 4 ฐานะ คือ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการ ไม่ให้ถูกล้อเลียน เช่นนั้นแล้วก็ต้องบัญญัติเพิ่มเติมคำว่า ‘ล้อเลียน’ ไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มิฉะนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นการ ‘ตีความเกินกว่าที่กฎหมายมีอยู่’ ของผู้พิพากษา ซึ่งเป็นตัวแทนอำนาจอธิปไตยของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ
“ผมยกตัวอย่างแบบนี้ว่า สมมุติมีใครสักคนไปขโมยของในพระราชวังซึ่งเป็นของพระมหากษัตริย์ โจรที่ไปขโมยก็ต้องถูกฟ้องด้วยข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ ไม่ใช่ถูกฟ้องในมาตรา 112 ว่าทำให้พระมหากษัตริย์เสื่อมเสีย เพราะกฎหมายมีขั้นตอนในการรักษาสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาและรักษาผลประโยชน์ของผู้เสียหายที่ถูกขโมย มันเป็นไปไม่ได้ที่คนลักขโมยของ 1 ชิ้น คุณจะเอาเขาไปตัดสินจำคุก 15 ปี
“เพราะฉะนั้น กรณีของนิว จตุพร ก็เหมือนกัน การที่ศาลอาญากรุงเทพใต้บอกว่าเป็นการล้อเลียน เข้ามาตรา 112 ผมเห็นว่า ยังไงมันก็ไปไม่ถึง ผมรับไม่ได้ ผมก็ให้นิว จตุพร เขาอุทธรณ์คดีไปเลย เรามีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว เพราะคำพิพากษาของศาลไม่ได้ผูกพันเฉพาะโจทก์ จำเลย หรือผู้ฟ้องคดีเท่านั้น แต่อาจสร้างบาดแผลให้ระบบยุติธรรมด้วย และทำให้ความเชื่อมั่นศรัทธาในระบบยุติธรรมหรือในกระบวนการศาลสูญหายไป ยิ่งมากเท่าไหร่ คนก็จะไม่นับถือระบบยุติธรรม แล้วไปแสวงหาการต่อสู้และจัดการชีวิตเขาด้วยวิธีอื่น”
ที่มา https://www.facebook.com/waymagazine/photos/a.374982256455/10158573223211456/