วันพฤหัสบดี, เมษายน 21, 2565

สน. (สาระแน เอาอย่างศาล) สั่ง 'เพิกถอน' พ้าสปอร์ต ๓ แกนนำคณะก้าวหน้า

เอ สถานีตำรวจนี่ไปเผือกเรื่องเพิกถอนพ้าสปอร์ตได้เหรอ คนที่พ้าสปอร์ตหมดอายุไปนานแล้วสงสัย รึว่าตำหวดไทยยุคที่ทำคดีความผิด ม.๑๑๒ มากๆ เข้าแล้วเกิดศักดาแก่กล้า กลายเป็นผู้ชำนาญการ เพิกถอน แบบเดียวกับศาลเพิกถอนประกัน

เหตุจาก พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า จะไปทำพ้าสปอร์ตใหม่ เจ้าหน้าที่สำนักงานปทุมวันแจ้งว่าไม่สามารถทำให้ได้ เพราะมีหนังสือจาก สน.พญาไท สั่งเพิกถอนไว้ พร้อมกับของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล

อ้างว่าบุคคลทั้งสามเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา มาตรา ๑๑๖ (ก่อการร้าย สร้างความวุ่นวาย) เมื่อถูกซักถามลงรายละเอียด เจ้าหน้าที่ผู้นั้นบอกให้ไปสอบถามกับฝ่ายตรวจสอบประวัติ กรมการกงสุล กต. ตนชี้แจงอะไรไม่ได้ แม้แต่เนื้อความในหนังสือคำสั่ง

ช่อ เผยว่าจะไปถามที่ สน.เองเลย ออกคำสั่งได้อย่างไร “ทั้งที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของอัยการ ยังไม่มีคำสั่งศาลห้ามเดินทางออกนอกประเทศ” เสียหน่อย ข่าวระบุว่าคดีที่ สน.ใช้อ้างนี้เป็นกรณีที่ สมีอิสระ สุวิทย์ ทองประเสริฐ เป็นคนฟ้องเอาไว้

คดีผูกพันกับการทำงานการเมืองเมื่อครั้งดำเนินการพรรคอนาคตใหม่ คดียังอยู่ในชั้นอัยการ ว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง นัดหมายให้ไปฟังคำสั่งศาลในวันที่ ๑๙ พฤษภานี้ อีก ๑ เดือนข้างหน้า กะว่าศาลจะห้ามออกนอกประเทศหรือไร จึงได้ถอนพ้าร์สปอร์ตแต่เนิ่น

พฤติกรรมทำเกินเหตุของเจ้าหน้าที่ในกระบวนยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือศาลนั้น นอกจากละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว บ่อยครั้งถ้าตีความกฎหมายให้ถ่องแท้ จะพบว่าเป็นการละเมิดกฎหมายด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังอ้างข้างๆ คูๆ ทำกันอย่างเหลิงระเริง

ดังคดี ๑๑๒ ของ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ นักกิจกรรมปฏิรูปสถาบันกลุ่ม ทะลุวังวัย ๒๐ ปี จากการทำโพลเมื่อวันที่ ๘ กุมภา ถามประชาชนบนท้องถนนว่า ขบวนเสด็จสร้างความเดือดร้อนหรือไม่ กับการไลฟ์สดทางเฟชบุ๊คก่อนมีขบวนเสด็จ เมื่อวันที่ ๕ มีนา

หนึ่งเดือนหลังจากที่ ตะวัน ได้ประกันตัว (วงเงินประกัน ๑ แสนบาท) ตำรวจ สน.นางเลิ้งได้ยื่นคำร้องของถอนประกัน อ้างว่าตะวันทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว ด้วยการทำเฟชบุ๊คไล้ฟ์และโพสต์ข้อความเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินเมื่อ ๑๗ มีนา ของในหลวง ร.๑๐

ศาลก็ไปค้นหาข้อมูลปรักปรำตะวันว่าได้ไปอยู่ในบริเวณที่มีการเสด็จจริงๆ เมื่อวันที่ ๖ และ ๑๕ เมษา โดยไม่ได้ตั้งใจจะไปรอรับเสด็จ และไม่ใช่จะไปกินแม้คดอแนลด์แต่อย่างใด แม้ทนายเตรียมยื่นขอประกันอีกครั้ง ในวงเงิน ๑ แสนเช่นกัน ศาลก็ไม่ยอม

ทั้งยังมีการนำตัวตะวันกลับไปคุมขังในทัณฑสถานหญิงทันที “มีความน่าสนใจว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ต้องเร่งรัดนำตัวทานตะวันไปที่เรือนจำ โดยไม่ให้รอฟังคำสั่งประกันเสียก่อน” iLaw ตั้งข้อสังเกตุ เช่นเดียวกับที่ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชี้ถึงวิธีการไม่ปกติ

คือ ศาลนำข้อเท็จจริงนอกคำร้องของตำรวจมาไต่สวนเพิ่มเติม “ศาลอ้างว่าหาข้อมูลดังกล่าวมาเอง โดยไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนว่าจะทำการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าว” หรือนี่เป็นกลเม็ดเด็ดพรายของศาล ดังทนายให้ความเห็น

ว่า “ทำให้ผู้ต้องหาไม่มีโอกาสได้ตรวจสอบ และแสวงหาข้อเท็จจริงมาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่” จุดมุ่งหมายเพื่อจะพิพากษาเอาผิดและลงโทษแก่ผู้ต้องหาให้จงได้ ยิ่งกว่าหลักการ ‘impartiality’ ไม่ให้คุณให้โทษแก่ผู้ถูกกล่าวหามากไปทางใดทางหนึ่ง

(https://twitter.com/TLHR2014/status/1516707806862139401, https://www.facebook.com/299528675550/posts/10166470804260551/?d=n และ https://www.facebook.com/TheOpenerThailand/photos/a.116265180222714/504668148049080)