วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 28, 2558

เสร็จแล้วเรื่องถอนพาสปอร์ตไทยสองใบของทักษิณชักไม่เนียน





เสร็จแล้วเรื่องถอนพาสปอร์ตไทยสองใบของทักษิณชักไม่เนียน

เริ่มแต่เมื่อ บีบีซีไทย - BBC Thai เสนอรายงานข่าวตามประกาศกระทรวงต่างประเทศที่ว่า



“สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเห็นว่า ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยหรือชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย ประกอบกับกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒, ๓๒๖ และ ๓๒๘ และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๓) (๕)”
(https://www.facebook.com/BBCThai/photos/a.1527194487501586.1073741828.1526071940947174/1659795774241456/?type=1&theater)

ต่อมา พล.ต. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษก (หน้ามน) ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธข้อครหากรณี ‘จ้องกัดแม้ว’ ว่า

“เป็นเพราะทางตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชงเรื่องเข้ามา ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาไปตามความผิดที่มีอยู่จริง ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”

จึง ‘จำเป็นต้องทำตามกฎหมาย’ แม้นว่า “จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อมีรายงานก่อนหน้านี้แล้วว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถือพาสปอร์ตมอนเตรเนโกร”

ซึ่งความจริงก็เป็นตามนั้น

“เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณได้ถือหนังสือเดินทางของประเทศมอนเตเนโกร จากการประมูลซื้อเกาะสเวตติ นิโคลา (Sveti NiKola) ซึ่งมีมูลค่าสุงถึง ๒๘ ล้านยูโร หรือประมาณ ๑,๒๘๘ ล้านบาท

และยังถือหนังสือเดินทางของประเทศนิการากัว ในฐานะ ‘ทูตพิเศษนิการากัว’ (special ambassador) เนื่องจากได้มีการลงทุนด้านโทรคมนาคมในประเทศนิการากัว พร้อมวางโครงสร้างคมนาคมขั้นพื้นฐานให้ประเทศจนได้เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจพิเศษของประธานาธิบดี และมีฐานะเป็น ‘พลเมืองกิตติมศักดิ์’ พร้อมทั้งได้รับ ‘เอกสิทธิ์คุ้มกันทางการทูต’ ของสาธารณรัฐนิการากัวด้วย”

(http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1432737897)

เช่นนี้ ประโยชน์ที่ได้ เห็นจะเป็นการที่นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาขยายผลทันใด



“รัฐบาลชุดนี้ควรที่จะดำเนินการตั้งนานแล้ว คิดว่าคงไม่เกี่ยวกับเนื้อหาบางส่วนในคำให้สัมภาษณ์ตามที่เป็นข่าว แต่พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ที่หนีคดี จึงเข้าข่ายองค์ประกอบที่ไม่สมควรถือพาสปอร์ตของไทยอีกต่อไป รวมทั้งเรื่องที่สมควรมีการถอดยศด้วย”

(http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1432728621)

ลูกพรรค ปชป. อีกคนรีบซ้ำ ‘ดั้มพลอย’ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. จัดแจงแจ้งสื่อว่า




“นอกจากการยกเลิกพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะต้องดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเร็ว” ส่วนกรณีที่พูดถึงองคมนตรีนั้น “ตนไปร้องทุกข์ที่กองปราบปรามแล้ว ตำรวจก็ยังใส่เกียร์ว่างอยู่เช่นเคย คดีไม่คืบหน้าใดๆ”

อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อเส้นสาย ‘แนวหน้า’ คำรามอ้างเส้นใหญ่ใน คสช. “ตนก็จะไปร้องเรียนกับ พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ แม่ทัพกองทัพภาคที่ ๑ เพราะเห็นว่าท่านเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้เหนือสิ่งอื่นใด”

(http://www.thairath.co.th/content/501514)

อีกด้านหนึ่งนั้น มีเสียงมาจากคนเสื้อแดงที่ไม่ใช่เนื้อนาพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่หัวหมู่หัวจ่า นปช. แต่หลายต่อหลายคนโดนคดี ๑๑๒ และก่อการร้าย บ้างติดคุก บ้างถูกจำกัดสิทธิในมโนธรรมทางการเมืองของตน บ้างต้องระเห็ดระเหินอยู่ต่างประเทศเพราะไม่ยินยอม ‘โดน’ ปรับทัศนคติ

เสียงที่เปรยว่า เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณต้องมาโดนข้อหา ๑๑๒ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง มันก็ ‘สายเสียแล้ว’ หมดทางแก้ ซ้ำไม่สามารถผ่อนคลายให้เขาปล่อยคดีไปเอือยๆ ด้วยวิธีจ้วงจาบชินวัตร ‘อัปรีย์’ แบบ ส.ศิวรักษ์ได้

ยังดีที่ผลงานและวิสัยทัศน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ลอยตัวพ้นปลักแห่งวงจรอุบาทว์อำนาจเหนือครรลองอยู่ได้ เพราะการขาดทักษะโลกาภิวัฒน์และจิตสำนึกสากลของกลุ่มนิยมรัฐประหาร กับความสับปรับในหมู่ผู้ปฏิบัติการอย่างเช่นทีมงานโฆษกที่มักแถลงบิดเบือนข้อเท็จจริงอยู่เสมอ

ดังที่ กานดา นาคน้อย นักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตยในสหรัฐท่านหนึ่งกล่าวถึงการให้สัมภาษณ์ของทักษิณในกรุงโซลไว้น่าคิดว่า

“ฉันไม่เคยชอบทักกี้ (แต่ก็ไม่เคยเกลียด) แต่อดสะใจไม่ได้ที่ทักกี้ได้รับเชิญไปพูดที่เกาหลีใต้ เป็นการตบหน้าคนขี้แพ้ที่บางกอกเมืองเทวดาสุดๆ

ฉันขอให้แม่สามีแปลบทสัมภาษณ์ภาษาเกาหลีให้ฟัง ก็ไม่เห็นว่ามีความชั่วร้ายอะไร ที่ฉันไม่เห็นด้วยก็ตรงที่ทักกี้ชมโครงการจำนำข้าวมากเกินไป แต่นอกนั้นก็พูดใช้ได้ แม่สามียังชมว่าใช้คำพูดสมกับที่เคยเป็นนายกฯ สมควรแล้วที่ได้รับเชิญไปพูดในเวทีนานาชาติ

แถมแม่สามีมีความเห็นว่าน้องสาวทักกี้ยังสาวและสวยได้เป็นนายกฯหญิงคนแรกก็ต้องโดนรุมอิจฉาอย่างรุนแรง ขนาดประธานาธิบดีหญิงคนแรกของเกาหลีใต้เป็นหญิงวัยกลางคนไม่ค่อยสวย ยังโดนนายอิจฉานางอิจฉาที่แพ้เลือกตั้งรุมด่าเรื่องงี่เง่าไม่เลิก อิจฉากันจนเก็บกิริยาไม่อยู่ ฉันก็ยอมรับว่าใช่ อิจฉาริษยาน้องสาวทักกี้กันท่วมท้นล้นจอ”




ถึงกระนั้นความหมางใจในหมู่เสื้อแดงฝ่ายประชาธิปไตยบางส่วนที่เห็นว่า “เพราะ พ.ท.ต.ทักษิณ เล่นการเมืองแบบต่อรองผลประโยชน์ไม่ได้ยึดหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง นี่คือสิ่งที่ขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยผิดหวังกับทักษิณ เพื่อไทย และ นปช.” ก็จะมีส่วนทำให้น้ำหนักในการต่อรองกับอำมาตย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณด้อยไปกว่าก่อนมากนัก

(https://youtu.be/intvPc46HuA)

คำพูดของทักษิณที่เกาหลีใต้ว่า ‘ต้องการให้เสื้อแดงอยู่กันอย่างสงบ รอเวลาจนกว่าเสียงพวกเขาจะมีพลังอำนาจ’ นั้นอาจจะไม่ง่ายดังใจหมายเสียแล้วก็ได้ เพราะข้อหาที่ พ.ต.ท.ทักษิณโดนด้วยตนเองคงทำให้ต้องสยบราบคาบต่ออำนาจ ‘องคมนตรี-ทหาร’ ยิ่งขึ้นไปอีก

เว้นแต่ พ.ต.ท.ทักษิณจะ ‘เลือก’ ไม่ยอมรับอาณัติอื่นใดที่ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ประชาชนเสียที


อนาคตของร่างรัฐธรรมนูญไทย :ชำนาญ จันทร์เรือง



อนาคตของร่างรัฐธรรมนูญไทย

ชำนาญ จันทร์เรือง

ในช่วง ณ ปัจจุบันสมัยพฤษภาคม ๒๕๕๘ ไม่มีการสนทนาในแวดวงวิชาการและสภากาแฟประเด็นใดจะมีความสนุกสนานและตื่นเต้น ใคร่รู้ ใคร่เห็นเท่ากับประเด็นอนาคตของร่างรัฐธรรมนูญฉบับมหาปราชญ์ฉบับนี้ว่าจะจบลงอย่างไร บ้างก็ว่าอย่างไรเสียก็คงเข็นกันออกมาจนได้แหล่ะน่า แม้ว่าจะต้องมีการทำประชามติภายหลังการผ่านสภาปฏิรูปฯ ก็ตาม

บ้างก็ว่าอาจจะผ่านสภาปฏิรูปฯ แต่ไปตกม้าตายในตอนทำประชามติ ซึ่งก็มีผู้เชื่อในความเห็นนี้ไม่ใช่น้อย แต่ที่สุดโต่งและแทบจะเป็นไปไม่ได้แต่ก็ยังมีคนเชื่ออยู่ไม่น้อยเช่นกันก็คือ การที่สภาปฏิรูปฯ ต้องกลืนเลือดยอมตายตกไปกับคณะกรรมาธิการร่างฯ โดยการลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะไม่อยากเห็นการพ่ายแพ้ในการลงประชามติซึ่งจะมีผลกระทบต่อ คสช.ไม่มากก็น้อย 

หรือร้ายที่สุดคือเพื่อไม่ให้มีการลงประชามติเกิดขึ้น เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ก่อนการทำประชามติย่อมต้องมีการรณรงค์กันอย่างขนานใหญ่โดยไม่สามารถปิดกั้นได้ เพราะถ้าปิดกั้นหรือยังขืนใช้ ม.๔๔ ระหว่างการรณรงค์ประชามติอยู่ย่อมจะถูกโจมตีและถูกต่อต้านการลงประชามติกันอย่างแน่นอน และเมื่อเปิดให้มีการรณรงค์ย่อมจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีแรงกระเพื่อมทางการเมืองและมีการกระทบไปถึง คสช.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

ฉะนั้น สปช.จึงต้องยอมสละชีพแก่ผู้ให้กำเนิดตนมาคือ คสช.นั่นเอง

ทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแล้วเป็นไปได้ทั้งนั้น และไม่มีใครสามารถคาดเดาหรือฟันธงลงไปว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้แต่ คสช.เองก็ตามก็ต้องวิเคราะห์กันอย่างหนักเพราะไม่ว่าจะเลือกไปทางใดล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อตนทั้งนั้น 

เพราะหากเลือกผิดนอกจากจะ เสียของแล้วยังอาจ ได้รับของที่ไม่พึงประสงค์เป็นผลตอบแทนอีกด้วย

ทิศทางที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

เมื่อยกเอาความชอบหรือไม่ชอบส่วนตัวออกไป ยกเอาความที่อยากจะให้เป็นหรือไม่อยากให้เป็นออกไปแล้ว สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเกิดขึ้น คือ

๑) คณะกรรมาธิการร่างฯ พิจารณาปรับแก้ให้เป็นไปตามที่ร้องขอหรือถูกต่อต้านมากออกไป เช่น ลดจำนวนมาตราลงให้เหลือน้อยกว่า ๓๐๐ มาตรา และยอมในบางเรื่อง เช่น สว.เลือกตั้งจังหวัดละคนไม่ต้องมีกรรมการกลั่นกรองให้เหลือ ๑๐ คนตามร่างฯ เพราะปกติแล้วก็มีไม่กี่จังหวัดที่มีผู้สมัครเกินสิบคน, เลิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ สภาคุณธรรม 

แต่เหลือสมัชชาพลเมืองไว้เพราะไปโฆษณากับบรรดาผู้ที่ขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเองไว้เยอะ 

แต่ประเด็นที่หัวเด็ดตีนขาดก็ยอมไม่ได้ก็คือ ประเด็นที่ถูกบังคับตามมาตรา ๓๕ แห่งรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี ๕๗ และประเด็นที่เกี่ยวเนื่อง เช่น การจำกัดสิทธิทางการเมืองของขั้วอำนาจเก่าไม่ให้ผุดให้เกิดได้ หรือประเด็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอก อย่างไรเสียประเด็นเหล่านี้ก็คงยังคงไว้แม้จะถูกต่อต้านอย่างหนักก็ตาม (ผมคนหนึ่งล่ะ)

๒) ขั้นตอนต่อไปต้องมาดูเนื้อหาสาระของการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี ๕๗ กรณีที่หากผลการลงประชามติไม่ผ่านว่าจะเป็นอย่างไร 

การจะตั้งกรรมาธิการร่างฯ และสภาปฏิรูปฯ ชุดใหม่นั้น ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเสียเวลา เสียเงิน ที่สำคัญคือเสียหน้า คสช.เอง หากจะกลับไปนำเอารัฐธรรมนูญปี ๔๐ หรือ ๕๐ มาปัดฝุ่นทำใหม่ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะจะเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่คณะทหารไม่ว่าจะเป็น คมช.หรือ คสช.ทำไปนั้นผิดพลาด เพราะถ้าไม่ผิดพลาดแล้วไปฉีกรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับนั้นทำไม่ได้ 

สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การตั้ง สสร.ใหม่ โดยอย่างน้อยส่วนใหญ่หรือทั้งหมดต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะนอกจากจะได้ผลบวกในแง่ของความชอบธรรมแล้ว คสช.ยังได้อยู่ต่ออีกระยะหนึ่ง

ฉะนั้น อนาคตของร่างรัฐธรรมนูญฉบับมหาปราชญ์นี้จะเป็นอย่างไรจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ คสช. และแรงผลักดันของประชาชนเป็นสำคัญ 

หลายคนอาจคิดว่าแรงผลักดันของประชาชนภายใต้กระบอกปืนแบบนี้จะมีผลล่ะหรือ ผมขอเรียนว่ามีผลอย่างแน่นอน อย่าลืมว่าอย่างน้อยประชาชนก็ทำสำเร็จคือการผลักดันให้มีการหยิบยกประเด็นการลงประชามติมาพิจารณา ทั้งๆที่ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฯฉบับชั่วคราวปี ๕๗ แต่อย่างใด

กล่าวโดยสรุปถึงอนาคตของรัฐธรรมนูญฉบับมหาปราชญ์นี้มีโอกาสแท้งก่อนคลอดถึงเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ 

ด้วยเหตุผลที่ว่าหาก คสช.ไม่อยากถูกกระทบกระทั่งจากการลงประชามติ ก็บีบให้สภาปฏิรูปฯ กระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แล้วตั้ง สสร.ใหม่โดยไม่มีการตั้งสภาปฏิรูปฯ หรือกรรมาธิการร่างฯขึ้นมาอีก (โดยแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวปี ๕๗ เพิ่มประเด็นนี้เข้าไปนอกเหนือจากประเด็นของการทำประชามติ)

หากสภาปฏิรูปฯยังดื้อแพ่งผ่านร่างรัฐธรรมนูญออกมา คสช.ก็ต้องไประดมสรรพกำลังขนาดหนักพร้อมกับใช้ยุทธวิธีทั้งใต้ดินบนดินเพื่อที่จะเอาชนะการลงประชามติให้ได้ ซึ่งผลที่ตามมาก็คือความวุ่นวายอย่างหนักและก็จะเอาไม่อยู่ 

แต่ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติโดยการตั้ง สสร.ที่มาจากการเลือกตั้งหากประชามติไม่ผ่าน ก็จะ win win ด้วยกันเกือบทุกฝ่าย

ผมคิดว่าถ้า คสช.และคณะที่ปรึกษามีกึ๋นพอก็คงรู้ว่าควรจะกำหนดอนาคตของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร ใครก็ได้ช่วยบอก คสช.ให้ผมทีเถอะครับ
-------------

หมายเหตุ เผยแพร่ครั้งแรกในกรุงเทพธุรกิจฉบับประจำวันพุธที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘

ตอนนี้ฐานความผิด ของทักษิณมีทั้ง ม. 112 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ด้วย





สายไปเสียแล้ว
..................

ถ้าจำกันได้ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระแสเรื่องการแก้ไข 112 ขึ้นสูง โดยเฉพาะเมื่อมีการจำคุก “อากง” ตอนนั้นมีการเสนอแก้ไข ม. 112 โดย คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) มีการล่ารายชื่อเพื่อแก้ไข ม. 112 ตามข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์

แต่การเคลื่อนไหวครั้งนั้น ดำเนินไปอย่างตามมีตามเกิด แถม นักการเมืองเพื่อไทยนั่นแหละมาเตะตัดขา
ดู
โฆษกประธานสภาฯ ชี้แก้ ม. 112 ขัดรัฐธรรมนูญ วอนหยุดแสดงความเห็นหวั่นประชาชนเข้าใจผิด
http://www.prachatai.com/journal/2012/11/43489

จนสุดท้าย รายชื่อก็ถึงมือ ประธานรัฐสภาด้วยจำนวน 26,968 รายชื่อเท่านั้น
ดู
"ชาญวิทย์" นำทีม ครก.112 เดินขบวนจากหมุดคณะราษฎรมาหน้ารัฐสภา ยื่น 26,968 รายชื่อต่อรัฐสภา เสนอแก้ไขมาตรา 112 ตามข้อเสนอ 7 ประเด็นของคณะนิติราษฎร์
http://ilaw.or.th/node/1566




แต่ในที่สุด การรวบรวมรายชื่อกว่า 5 เดือนก็สูญเปล่าทางนิตินัย เพราะ ทั้งนี้ หลังจากเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 55 ครก.112 นำรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ... (ฉบับที่...) (ร่างแก้ไขมาตรา 112 ตามข้อเสนอคณะนิติราษฎร์)
ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 55 นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา จากพรรคเพื่อไทย ก็มีคำสั่งไม่รับร่างกฎหมายฉบับนี้ไว้พิจารณา เพราะเห็นว่าไม่ใช่กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ หมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือหมวด 5 ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ประชาชนจึงไม่มีสิทธิเสนอ

แม้ ครก.112 จะแถลงข่าวโต้ประธานรัฐสภา กรณีรัฐสภาปัดตก ร่างพรบ.ฉบับแก้ไข ม.112 แต่ก็ไม่มีผล
ดู
ครก.112 แถลงโต้ประธานสภาฯ ออกคำสั่งไม่ชอบ ชี้ แก้112 เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน
https://www.facebook.com/sangsumnuek/posts/418750874823830

ในขณะนั้นผมได้เสนอว่ามีทางเดียวที่จะทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ใส่ใจ กระตือรือล้นคือ ให้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร โดนคดี 112 ด้วย ที่พูดตอนนั้นไม่ได้พูดประชด แต่พูดโดยข้อเท็จจริงคือนักการเมืองเพื่อไทยจะไม่ขยับในเรื่องนี้ ตราบใดที่ ไม่กระทบ ต่อพ.ต.ท. ทักษิณ และตัวเอง

แต่ก็นั่นแหละ ทุกอย่างเป็นอดีตไปแล้ว

จนกระทั่งคลิปล่าสุดของทักษิณที่เปิดโปงรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ที่เกาหลีใต้
เนื้อความเต็ม คลิปทักษิณสื่อเกาหลีใต้
http://thaienews.blogspot.com/2015/05/blog-post_452.html

นอกจากการตอบโต้จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
'ประยุทธ์'โต้'ทักษิณ'รัฐประหารคิดเองวันเดียว ยันไม่มีใครสั่ง
- See more at: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/648344…

สุเทพ เทือกสุบรรณ
พระสุเทพ โต้ ทักษิณ ไม่เคยร่วมมือ องคมนตรี-ทหาร ก่อรัฐประหาร 22พ.ค.
https://www.youtube.com/watch?v=CiNuPk-lRPo




ล่าสุดมีการกระทรวงการต่างประเทศได้ประกาศยกเลิกหนังสือเดินทาง เลขที่ U957441 และเลขที่ Z530117 ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘" โดยให้เหตุผลว่าสิ่งที่ทักษิณพูดนั้นเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112

"ด้วยฝ่ายความมั่นคงได้เสนอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องภายในอำนาจหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเห็นว่า ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยหรือชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย ประกอบกับกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒, ๓๒๖ และ ๓๒๘ และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๓) (๕)

กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าข่ายที่จะยกเลิกหนังสือเดินทางตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๒๑ (๔) และข้อ ๒๓ (๒) จึงได้ประกาศยกเลิกหนังสือเดินทาง เลขที่ U957441 และเลขที่ Z530117 ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘"
ดู
https://www.facebook.com/BBCThai/photos/a.1527194487501586.1073741828.1526071940947174/1659795774241456/?type=1&theater
………………
ตอนนี้ฐานความผิด ของทักษิณมีทั้ง ม. 112 และ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ด้วย

ขอแสดงความยินดีที่เข้าสู่กระบวนการเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ



Thanapol Eawsakul


ooo

ยกเลิกหนังสือเดินทางทักษิณ ชินวัตร - บัวแก้วระบุให้สัมภาษณ์หมิ่นเกียรติภูมิชาติ





Wed, 2015-05-27 15:10

ที่มา ประชาไท

กรณีให้สัมภาษณ์สื่อเกาหลีใต้ - กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศยกเลิกหนังสือเดินทาง 'ทักษิณ ชินวัตร' เนื่องจากคำให้สัมภาษณ์มีผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัย ชื่อเสียง เกียรติภูมิของประเทศไทย และกรณีดังกล่าวถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ม.326 ม.327 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์


27 พ.ค. 2558 - เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศเมื่อเวลา 14.39 น. หัวข้อ "การยกเลิกหนังสือเดินทางของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร" โดยระบุว่า "ด้วยฝ่ายความมั่นคงได้เสนอให้กระทรวงการต่างประเทศพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องภายในอำนาจหน้าที่ เกี่ยวกับเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาเห็นว่า ถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร มีเนื้อหาบางส่วนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยหรือชื่อเสียงและเกียรติภูมิของประเทศไทย ประกอบกับกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒, ๓๒๖ และ ๓๒๘ และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๓) (๕)"

"​กระทรวงการต่างประเทศได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าข่ายที่จะยกเลิกหนังสือเดินทางตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ. ๒๕๔๘ ข้อ ๒๑ (๔) และข้อ ๒๓ (๒) จึงได้ประกาศยกเลิกหนังสือเดินทาง เลขที่ U957441 และเลขที่ Z530117 ของพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘"


ooo





By Anusak KONGLANG
AFP

Thai police are investigating whether fugitive former premier Thaksin Shinawatra committed royal defamation in a recent interview, authorities said Wednesday as they announced his passports had been revoked.

The billionaire telecoms tycoon-turned-prime minister, who was toppled by a coup in 2006, sits at the heart of Thailand's bitter political divide and lives in self-imposed exile to avoid jail on a corruption charge.

On Wednesday, the foreign ministry said it was asked to take action against Thaksin after police deemed that "part of his interview endangered national security".

Last week Thaksin made rare comments to overseas media as the Thai military marked a year in power, although it was not immediately clear which interview he faces censure for.

"That case (interview) is also under investigation for criminal prosecution on 112," the ministry said in a statement, referring to Thailand's controversial royal defamation law, which is one of the world's harshest.

Under Section 112, anyone convicted of insulting the king, queen, heir or regent faces up to 15 years in prison on each count.

Confirming the police probe, Deputy Prime Minister Prawit Wongsuwan told AFP that Thaksin's "remarks were detrimental to the state and the monarchy".

Thai and foreign media routinely self-censor to avoid breaching the draconian lese majeste legislation, under which repetition of the alleged offence could itself break the law.


In a video of an interview to Korean television in Seoul that went viral on Thai social media, the former premier made reference to those he thought were behind last year's coup.

AFP were not immediately able to access a copy of the original broadcast.

- Remove Thaksin's system -

Last May Thailand's generals ousted the government of Thaksin's younger sister Yingluck in a coup shortly after she was removed as premier by a controversial court ruling following months of often violent protests against her administration.

The junta said it was prodded into its putsch to restore order and protect the monarchy, headed by the revered but frail 87-year-old King Bhumibol Adulyadej.

Convictions under lese majeste have surged since last May's coup.

Opponents of the law say it has increasingly been used to stifle political opposition -- Thaksin has previously been accused of defaming the monarchy, including by the government in 2009.

Parties led by or aligned to the Shinawatras have won every election since 2001, and they are loved in the nation's rural north for their populist policies.

But the clan's enemies, including large swathes of the military, judiciary and royalist elite in Bangkok and the southern portion of the country accuse them of cronyism, corruption and financially ruinous politics.

Thailand-based political analyst David Streckfuss said any potential lese majeste charge against Thaksin would tally with a wider campaign to cut his family out of Thailand's political future.

"The whole coup and everything surrounding it was to keep the Thaksin system" at bay, he said. "That effort has had a massive impact on the basic rights of people. It's crippled democracy."

In a CNN interview broadcast last week as Thailand marked a year since the military takeover, Thaksin said he would wait for the right moment to re-enter Thai politics.

The foreign ministry also said Wednesday that two passports belonging to Thaksin had been cancelled with effect from May 26.

Since going into self-imposed exile the former premier has travelled frequently from his base in Dubai. He is believed to hold passports from other countries.

อ.ปวิน พูดเรื่อง รัฐประหาร กษัตริย์ และวิกฤต: ประเทศไทยข้างหน้า (วันที่ 27 พฤษภา 2558)




2015.5.27 - Pavin Chachavalpongpun (Topic: Coup, King, Crisis: What’s Next for Thailand?)

Published on May 27, 2015

2015.5.27
Speaker:
Pavin Chachavalpongpun
Associate Professor, Kyoto University

Topic: Coup, King, Crisis: What’s Next for Thailand?

The military staged a coup on 22 May 2014, overthrowing the elected government of Prime Minister Yingluck Shinawatra. For decades, the traditional elites, of which the military is a part, have long dominated Thai politics. This changed with the arrival of the Shinawatras who set huge socio-economic changes in motion. They then took advantage to empower themselves politically, and in doing so, shook the old political structure. This had instigated to a power struggle between the old power and the new political forces, which was now reaching its peak because the era of King Bhumibol Adulyadej is closing. Haunted by anxiety over a future without the charismatic King, the traditional elites are vying to manage the royal succession and maintain their power position. The speaker discussed the motives behind the latest coup and the elites’ plot to ensure that the monarchy continued to be at the centre of power in the post-Bhumibol days. It was unlikely that these undertakings will stabilise Thai politics, and as voters became alienated in the military-led political process, large-scale violent protests may be seen as an unavoidable phenomenon.

Pavin Chachavalpongpun was Associate Professor at the Centre for Southeast Asian Studies, Kyoto University. Earning his PhD from SOAS, he is the editor of “Good Coup” Gone Bad: Thailand’s Political Developments Since Thaksin’s Downfall. After the coup of May 2014, the military summoned Pavin twice for speaking out about its political intervention. He rejected the summons. Subsequently, the Thai junta issued a warrant for his arrest, thus forcing him to seek refuge from the Japanese government.

© 2015 The Foreign Correspondents' Club, Hong Kong. All rights reserved.
http://fcchk.org/
http://www.facebook.com/fcchk.org
http://twitter.com/fcchk

https://www.youtube.com/watch?v=8dnjgPcL7ac


ดูคลิป....บิ๊กปัอม ปริ๊ดดดดดด ยั้วะ นักข่าวถาม ทหารปราบปรามนักศึกษา ไล่จับวันครบรอบคสช.ใช้ความรุนแรง ชี้หน้า "ถามดีๆ ไม...


ดูคลิป....บิ๊กปัอม ปริ๊ดดดดดด ยั้วะ นักข่าวถาม ทหารปราบปรามนักศึกษา ไล่จับวันครบรอบคสช.ใช้ความรุนแรง ชี้หน้า "ถามดีๆ ไม...
Posted by Wassana Nanuam on Tuesday, May 26, 2015
https://www.facebook.com/WassanaJournalist/videos/907451039313355/

ดูคลิป....บิ๊กปัอม ปริ๊ดดดดดด ยั้วะ นักข่าวถาม ทหารปราบปรามนักศึกษา ไล่จับวันครบรอบคสช.ใช้ความรุนแรง ชี้หน้า "ถามดีๆ ไม่ได้ปราบปราม แค่ปะทะกันนิดหน่อย" ถาม นศ.ขัดกฏหมายหรือเปล่า ขัดมั้ย ไม่งั้นจะมีกม.ไว้ทำไม ยันเพราะ นศ.ทำผิดกม.ขัดขืนเจ้าหน้าที่ จะให้เปิดพื้นที่ยังไง เราเปิดเวทีให้แล้ว ไม่ใช่มาสร้างความขัดแย้ง ไม่งั้นจะมีกม.ไว้ทำไม ยันไม่ได้ปลุกขบวนการนักศึกษา ขึ้นมา เพราะจำนวน นศ.ที่ต่อต้าน คสช.ไม่ได้มากขึ้น ก็มีแค่นึ้

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า วอนเข้าใจ เรากำลังนำประเทศสู่ความสงบ ตามโรดแมพ ขอเวลา คนส่วนใหญ่ก็เข้าใจ ไม่ใช่จะยึดไปตลอด หรือ500 ปี ซะเมื่อไหร่วะ นักศึกษาได้โปรดเข้าใจ รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความมั่นคง ปรองดอง ความสงบ ตอนนี้รอรัฐธรรมนูญ ถ้าออกมา เป็นที่ยอมรับ ก็จะเกิดความปรองดอง ก็ต้องรอให้เขาร่างรัฐธรรมนูญให้ดี ต้องใช้เวลาหน่อย เขาไม่ได้ยึดไปตลอดชีวิตเมื่อไหร่หล่ะ

"ไม่ได้ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายยังไงวะ พูดส่งเดช ก็ผลักดัน ควบคุม แล้วไปขัดขืนเขาทำไมตีองขอร้อง ให้ทำตามกติกา"

แล้วทำไม นักข่าวถามแบบนึ้ ผมถามบ้าง สร้างความแตกแยก คิดยังไง เราเปิดเวทีให้ นศ.แล้ว มาถามแบบนึ้ พูดไม่รู้เรื่อง ต้องไปคุยกันส่วนตัวแล้ว

นักข่าว หยอกว่า สงบแบบนี้ คสช.อยู่ไป 2 ปีเลยมั่ย พลเอก ประวิตร กล่าวว่า อย่าพูดแบบนี้ เสียหายนะ เรายึดตามโรดแมพ กำหนดชัดเจน เป็นปีไม่ได้ รู้มั่ยว่า จนท.เหนื่อยนะ แต่มาเจอคำถามนักข่าวแบบนี้ สร้างความขัดแย้ง จนท.ฝ่ายความมั่นคง พยายามดูแล ยันนายกฯ หรือ บิ๊กคสช.ไม่จำเป็นต้องพบนักศึกษาด้วยตัวเอง เพราะมีเวทีให้แสดงความคิดเห็น แล้ว


ความเห็นจากเวป...


"ขัดกฎหมายหรือเปล่า กฎหมายมีไว้ทำไม" ประโยคนี้ หากตระหนักกันทุกท่าน ไม่ว่าทหาร ประชาชน ศาล นักการเมืองประเทศไทยคงไม่มีปฏิวัติบ่อย ถ่วงความเจริญ อนาคตข้างหน้า ไม่ว่าใครมาปิดถนน ปิดประเทศ ขวางเลือกตั้ง ก็ให้สำนึกทำตามหน้าที่ ตามกฎหมาย ใครผิดก็ว่าตามกฎหมาย จบกันที่ศาล ฝ่ายบริหาร ฝ่ายผู้แทน ฝ่ายตุลาการ ก็ควรปฏิรูปตรวจสอบถ่วงดุลย์กันได้จริงๆ ตุลาการเอียง ประเทศก็ล่ม

แทงใจดำ

ฝากท่านถามตังเองและพวกพ้องด้วยน่ะ ว่าท่านอ่ะ ทำตามกฎหมายบ้างหรือเปล่า เพราะถ้าท่านเคารพกฎหมายอย่างปากท่านจริงๆ ท่านคงไม่ปฎิวัติ เพราะมันผิดกฎหมาย

จวนตัวแล้ว

เข้าสู่ภาวะโมฆะบุรุษไปอีกราย

ฉีกกฎหมายสูงสุดแล้วกลับพ่นให้เด็กเคารพกฎมั่ว

กลับเกาหลีเหนือได้แล้ว ลุงตือ



ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 พฤษภาคม ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษในวันที่ 29พฤษภาคมจะมีการหารือถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 เพื่อเปิดช่องให้ทำประชามติ ว่า

ทางครม.ก็ต้องประชุมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังพูดคุยถึงการทำประชามติ โดยขั้นตอนนี้เป็นการเตรียมการเพื่อเปิดช่องให้ทำประชามติ แต่จะทำหรือไม่ทำ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จากนั้นทางครม.ก็จะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาลงมติต่อไป ทั้งนี้ถ้าร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหาก็ต้องดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ( กมธ.ยกร่างฯ) ขึ้นมาใหม่ รวมถึงตั้ง สปช.ด้วย ทั้งนี้ตนยังไม่ได้คิดว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านแล้วจะให้ใครมาเป็นกมธ.ยกร่างฯชุดใหม่

เมื่อถามถึงประเด็นที่จะบรรลุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อป้องกันไม่ให้ทหารทำรัฐประหารในอนาคต พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า

“ผม และครม.ไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องของ สปช. ส่วนจะป้องกันได้หรือไม่ ต้องขึ้นอยู่ที่วิกฤต สถานการณ์ข้างหน้า แต่ไม่มีใคร หรือทหารคนใดอยากทำรัฐประหารหรอก แต่ถ้าบางทีประเทศเดินต่อไปข้างหน้าไม่ได้ ก็จำเป็นต้องทำเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เพราะประชาชนเดือนร้อน เมื่อเดินไปข้างหน้าไม่ได้ก็ต้องแก้ไขปัญหาให้เดินต่อไปข้างหน้าให้ได้ และที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ได้ทำมาแล้ว 1 ปี เพื่อให้เกิดความสงบสุข ประชาชนสามารถประกอบอาชีพได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ส่วนกังวลใจหรือไม ถ้าโรดแมป คสช.จะเลื่อนออกไป ตนคิดว่าตอนนี้โรดแมปยังไม่ขยับ ถ้าสมมติว่าจะมีการเลื่อน เนื่องจากปัจจัยอะไรก็แล้วแต่ เราก็ต้องมาคุยกันอีกครั้งว่าจะดำเนินการกันอย่างไร เพื่อให้เกิดความสงบ แบบนี้ต่อไป และต้องทำให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่าย แม้กระทั้งนายกฯ ก็ต้องสร้างความรับรู้ และอธิบายให้กับประชาชนทุกขั้นตอนในทุกสัปดาห์ อย่างไรก็ตามถ้ามันเสียเวลาไปบ้าง แต่ถ้ามันเกิดผลดีเราก็ต้องยอม ทั้งนี้ตนยืนยันว่า คสช.ไม่มีแผนจะอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ทุกอย่างจะทำกรอบโรดแมป

พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่นักศึกษาจัดกิจกรรม ครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร ที่หน้าหอศิลป์กรุงเทพ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา แล้วเจ้าหน้าที่รัฐปราบปรามจนเกิดความรุนแรง ว่า ตนขอยืนยันว่าไม่ได้ปราบปราม และเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ทำร้ายร่างกายนักศึกษา แต่เกิดการควบคุมจนปะทะเพียงเล็กน้อย เนื่องจากนักศึกษาทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราก็ได้เปิดพื้นที่ให้พูดไว้แล้ว แต่ไม่ได้เปิดเพื่อให้แสดงออกถึงความขัดแย้ง ถ้าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องว่ากันไปตามนั้น

อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าผู้นำในคสช.ไม่จำเป็นที่จะต้องไปพบ และทำความเข้าใจกับนักศึกษาด้วยตนเอง เพราะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว อีกทั้งยืนยันว่าเราไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ว่าฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลความเรียบร้อยตามกฎหมาย

เมื่อถามย้ำว่านักศึกษาไม่เชื่อมั่นการแก้ไขปัญหาที่มาจากการทำรัฐประหาร พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า “ไม่เชื่ออย่างไร เราพยายามทำให้ดีที่สุดคนส่วนใหญ่เขาโอเค ทุกวันนี้ก็สงบอยู่แล้ว ไม่ได้บอกว่าจะยึดไป 500ปี แต่เขามีโรดแมป ส่วนนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวก็ไม่ได้มีจำนวนมาก ดังนั้น ผมขอร้องว่าขอให้นักศึกษาเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำให้เกิดความปรองดอง ทุกอย่างอยู่ที่กฎหมาย และรัฐธรรมนูญออกมา และทุกฝ่ายยอมรับได้ ก็จะเกิดความปรองดองเกิดขึ้นเป็นลำดับแรก ก้ต้องรอให้เขาทำรัฐธรรมนูญให้ดี อาจจะเสียเวลาบ้าง แต่เราไม่ได้ยึดไปตลอดชีวิต”

คลิปงานบายศรีสู่ขวัญเยาวชนประชาธิปไตย26พค.58




https://www.youtube.com/watch?v=d9Az21ZBmww&feature=youtu.be

Published on May 26, 2015
(คลิปโดย ฟ้ารุ่ง ศรีขาว)
อาจารย์อนุสรณ์ อาจารย์เกษียร กล่าวสู่ขวัญนักศึกษา
ในงานบายศรีสู่ขวัญเยาวชนประชาธิปไตย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
https://www.facebook.com/300084093490...

แบ่งกันดูว่าคนดีๆ เขาคิดเห็นเช่นไร (ขมายมาจากสลิ่ม's 'LINE')





แค่คืบ (หน้า) นะฮัพ ขมายมาจากสลิ่ม's 'LINE'

แบ่งกันดูว่าคนดีๆ เขาคิดเห็นเช่นไร

"ช่วงนี้ 'อดีตนายกฯปู' ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นข่าวหน้าสื่อถี่ยิบ เดินสายลงพื้นที่ต่างจังหวัด ทำบุญ ล่าสุดไปกราบสักการะ พระธาตุขามแก่น จ.ขอนแก่น

ทำบุญเที่ยวนี้ ถึงขั้นทำอดีต 'นายกฯปู' ถึงกับน้ำตาคลอ เมื่อบรรดาแฟนคลับนับร้อยแห่รุมล้อม เข้าโผกอด ไถ่ถามหายไปไหนมา พร้อมกับร้องเพลง 'อย่ายอมแพ้' ของ 'อ้อม สุนิสา' ให้กำลังใจ แต่ที่ปลื้มปริ่มสุดๆ เมื่อชาวบ้านทักทำไมสวยขึ้น หน้าตาสดใสกว่าตอนเป็นนายกฯ เลยหันไปบอกกับชาวบ้าน ไม่ได้เป็นนายกฯเลยมีเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น ได้ไปออกกำลังกายแบบ 'วารีบำบัด' เลยฟิตแอนด์เฟิร์ม

แต่ที่ให้คำตอบกับชาวบ้านไม่ได้เมื่อถูกถามเมื่อไรจะกลับมาเป็นนายกฯ ได้แค่เปรยกับคนใกล้ชิด 'อยากกลับมา แต่หนทางยากเต็มที ถ้ามีโอกาส มีเวลาทำงานมากกว่านี้ ประชาชนคงลืมตาอ้าปาก จากนโยบายที่ได้วางไว้'

อย่างว่า เรื่องอนาคต มันตอบยากจริงๆ

.................(สงวนนาม) Love King"


ooo



อดีตนายกปูมาแวะซื้อสินค้าที่งานโอทอป ณ อิมแพค เมืองทองธานี ได้มีโอกาสเจอคุณป้าที่เคยเจอที่สิงห์บุรีอีกครั้ง
Posted by Sand Wongnapachant on Tuesday, May 26, 2015
https://www.facebook.com/Sand.Chayika/videos/895798883799577/


รายงาน BOI ประจานซ้ำ 4เดือนต่อเนื่อง ม.ค.-เม.ย.58 ไทยไร้ “บิ๊กโปรเจ็ค” ไม่มีแม้เงาโครงการลงทุนเกิน 5พันล้าน



ที่มา เวปที่นี่และที่นั่น
May 27, 2015

เศรษฐกิจไทย ยังคงย่ำแย่อย่างหนัก แม้คณะรัฐประหาร คสช.จะครองอำนาจมานานกว่า 1 ปีแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น ซ้ำร้ายยังดูเหมือนทุกอย่างจะตกต่ำหนักมากขึ้นกว่าเดิม

โดยรายงานของ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) หรือ “สภาพัฒน์” ได้เผยแพร่ “ภาวะสังคมไทย ไตรมาสหนึ่ง ปี 2558 Social Situation and Outlook” ซึ่งเผยแพร่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2558 ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของไทยอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยอัตราการว่างงานที่มีมากขึ้น จำนวนชั่วโมงการทำงานต่อคนลดน้อยลง นายจ้างพยายามลดจำนวนพนักงานส่งผลให้โอกาสในการหางานทำของประชาชนลดน้อยลงไปด้วย ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ภาวะหนี้สินของคนไทยยังปรากฏอย่างชัดเจนว่า มีอัตราการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราหนี้เสียมากขึ้นตามไปด้วย

ล่าสุดพบว่า “ตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจ” อีกตัวหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทย ตกต่ำย่ำแย่ต่อเนื่องก็คือ การลงทุนในประเทศ ซึ่งตัวเลขต่างๆ ยังน่าเป็นห่วงอย่างหนัก ที่สำคัญคือโครงการลงทุนขนาด 5 พันล้านบาทขึ้นไปในประเทศไทยนั้นปรากฎว่า

โดยสถิติ “การขอรับการส่งเสริมการลงทุนสุทธิ มกราคม-เมษายน 2558 เปรียบเทียบกับปี 2556 และปี 2557” ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (สกท.) หรือ BOI ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า จำนวนโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน ในเดือน มกราคม-เมษายน 2558 มีจำนวนเพียง 237 โครงการ จำนวนเงินลงทุน 37.62 พันล้านบาท ในขณะที่เดือน มกราคม-เมษายน 2557 มีจำนวนโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนถึง 360 โครงการ จำนวนเงินลงทุน 259.81 พันล้านบาท

นอกจากนี้ยังพบว่า สถิติต่างชาติรายใหญ่ที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน ยังลดลงมากอย่างน่าใจหาย คือ กรณีประเทศญี่ปุ่น เคยมีตัวเลข สูงถึง 66.22 พันล้านบาท ในเดือนมกราคม-เมษายน 2557 กลับลดลงเหลือเพียง 2.32 พันล้านบาทในเดือนมกราคม-เมษายน2558 หรืออย่าง ยุโรปที่มีตัวเลขสูงถึง 63.55 พันล้านบาท ในเดือนมกราคม-เมษายน 2557 กลับลดลงเหลือเพียง 0.56 พันล้านบาท และสหรัฐอเมริกา ที่เคยมีตัวเลขสูงถึง 26.33 พันล้านบาท ในเดือนมกราคม-เมษายน 2557 กลับลดลงเหลือเพียง 0.11 พันล้านบาท ในเดือนมกราคม-เมษายน 2558

ที่น่าตกใจที่สุด ก็คือ ตัวเลขการขอรับการลงทุนในโครงการที่มีขนาดเงินลงทุน มากกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งในเดือน มกราคม-เมษายน 2557 มีทั้งสิ้น 17 โครงการ มูลค่า 192.50 พันล้านบาท แต่ปรากฏว่าในเดือนมกราคม-เมษายน 2558 ไม่มีการลงทุนเลย โดยสถิติของ BOI แจ้งตัวเลขเป็น “0” โครงการ และจำนวนเงิน “0.00”พันล้านบาท

เป็นจำนวน 0 โครงการ เงินลงทุน 0.00 บาท เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน




อันนี้แชร์จากเพื่อนแถวนี้ท่านหนึ่ง ให้เห็นซึ่งพัฒนาการแห่งยุคสมัย




พระองค์ที ทรงม้าและทรงขี่จักรยานในวันหยุดที่ประเทศเยอรมัน

อันนี้แชร์จากเพื่อนแถวนี้ท่านหนึ่ง (ขอสงวนนามหน่อยแล้วกัน)

ให้เห็นซึ่งพัฒนาการแห่งยุคสมัย

"... เมื่อวันที่ 25พ.ค. 2558 ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอ ผ่านทาง “YouTube.com” ความยาว 2.51 นาที โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพาพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระโอรส ทรงม้าและทรงขี่จักรยานในวันหยุด ที่นครมิวนิก ประเทศเยอรมนี"

คลิป- https://youtu.be/aWjF6WsDKzI"


ภาพจากมติชน

วันพุธ, พฤษภาคม 27, 2558

เนื้อความเต็ม คลิปทักษิณสื่อเกาหลีใต้

อันเนื่องมาแต่คลิป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยที่กรุงโซล หลังจากการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปรากฏบนสื่อ Chosun Ilbo ของเกาหลีใต้กล่าวถึงองคมนตรีอยู่เบื้องหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ อันเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางมาแล้วนั้น

ไทยอีนิวส์ได้ทำการตรวจสอบเนื้อหาข่าวในภาษาเกาหลีอันเป็นที่มาของคลิปนั้น ปรากฏว่ามีเนื้อความอื่นๆ ที่สื่อเกาหลีนำเสนอไว้ เพิ่มเติมจากในคลิปอันน่าสนใจ และเป็นที่เข้าใจได้ว่าการตัดต่อคลิปมีลักษณะเพียงเพื่อเก็บข้อความเฉพาะประเด็น มิได้เบี่ยงเบนหรือบิดเบือนถ้อยความเต็มแต่อย่างใด

เนื้อหาของรายงานข่าวที่สื่อโชซุนเสนอไว้ ประมวลได้ดังต่อไปนี้



- Thanksin said he is worries about Thai democracy.

- He said he hope that his sister, Yingluck, will not have to deal with violent situation in Thailand.

- He said he had lots of supporters, especially the so-called Red Shirts.
          (เขาบอกว่าเขามีผู้สนับสนุนมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เรียกกันว่า เสื้อแดง) 

- He went on to say that Thai democracy is dying.

- If General Prayut stays in power as the Prime Minister longer, that will not be good for Thai democracy.

- He insisted that Thai democracy must be revived.

- He said that Thai people's heart is so soft, so they cannot oppose the strong military government. 

- Rule of laws must be restored.


- The divide between the Red Shirts and the Yellow Shirts must be resolved and reconciled. These two groups must be reunited.
          (การแตกแยกระหว่างเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองจะต้องได้รับการแก้ไขและปรองดอง ทั้งสองกลุ่มจักต้องสมัครสมานกัน) 

- For that matter, he said he is willing to talk to the military government about reconciliation. 

- He went on to say that the military alone cannot solve the problem.

- He suggested General Prayuth solve the problem in a democratic way.

- He argued that the military cannot answer the people's needs.
          (เขาแย้งว่าทหารไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้)

- He argued that the military treat the people as if they were soldiers, and that's not right. 

- About Yingluck government's policy, he praised that her policy helped the poor. 

- He argued that it is not right that she got charged because of the rice subsidy policy, which tremendously benefited the poor farmers. 

- He insisted that the rice subsidy program is a good policy, since Thailand is the no.1 rice exporter.

- As messages to the Red Shirts who support him, he asked them to "wait for the time when their voice becomes powerful," and "stay peaceful" since "violence is no good."
            (สิ่งที่อยากบอกกับเสื้อแดงที่สนับสนุนเขา เขาขอให้ “รอเวลาที่เสียงของพวกเขามีพลังอำนาจเสียก่อน และให้อยู่กันอย่างสงบ เนื่องจากความรุนแรงไม่ใช่เรื่องดี”)

- When he was asked about his son's past call on the people that "People, are you ready?", he responded that "I know what he wrote. He did not think carefully. I told my son to be careful about what he says. I told my son to not to tell people to do things in an irresponsible manner." He conceded that "My son did not do the right thing." 

- As the final remark, Thaksin said that he is ready to talk to the military government leader if they would like to, and if they guarantee him basic rights. (He did not clarify what he meant by ‘basic rights’.)

(http://news.chosun.com/site/data/html_dir/2015/05/21/2015052100248.html)