Meta planned for AI to take over much of the daily work performed by thousands of human employees, and executives explored slashing the size of many teams by up to 60%. Just hours before the first layoff wave, the CEO blinked. Katie Paul reports https://t.co/5QUlsrMNHb pic.twitter.com/MVYwscy48G
— Reuters (@Reuters) August 26, 2026
https://x.com/Reuters/status/2092567733057831147
.....
รายงานฉบับนี้อ้างอิงข้อมูลจากการสืบสวนของ Katie Paul ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีของสำนักข่าว Reuters ซึ่งเปิดเผยรายละเอียดว่าผู้บริหารของ Meta เคยพิจารณาแผนการเชิงรุกเพื่อนำโมเดล AI มาแทนที่พนักงานที่เป็นมนุษย์ โดยมีเป้าหมายที่จะลดขนาดทีมงานลงสูงสุดถึง 60% เพื่อปรับเปลี่ยนองค์กรให้เป็นแบบ "AI-native" (องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก)
ประเด็นสำคัญจากรายงานมีดังนี้:
เป้าหมายสู่การเป็น "AI-native": ผู้บริหารของ Meta ได้พิจารณาแผนการลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ในหลายแผนก โดยตั้งสมมติฐานว่า AI agent ที่ทำงานได้เองและระบบเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติจะสามารถรับหน้าที่จัดการงานประจำวันส่วนใหญ่ที่เดิมเคยทำโดยพนักงานที่เป็นมนุษย์จำนวนหลายพันคนได้
กระแสต่อต้านภายในและปัญหาด้านประสิทธิภาพ: แผนการเชิงรุกดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักจากพนักงานภายในองค์กร ซึ่งรวมถึงการประท้วงเรื่องซอฟต์แวร์ติดตามการเคลื่อนไหวของเมาส์และการกดแป้นพิมพ์ที่นำมาใช้เพื่อฝึกสอนโมเดล AI อีกทั้งยังมีการเตือนเรื่องความน่าเชื่อถือและปัญหาด้านประสิทธิภาพของ AI เมื่อต้องรับมือกับภาระงานในปริมาณมาก
การปรับเปลี่ยนทิศทางโดย CEO: เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะมีการเริ่มมาตรการลดพนักงานครั้งใหญ่ตามเป้าหมายการลดกำลังคน 60% ดังกล่าว Mark Zuckerberg ซึ่งเป็น CEO ได้ตัดสินใจระงับแผนงานนี้ โดยลดขอบเขตการเลิกจ้างพนักงานในทันทีลง และกลับมาประเมินกรอบเวลาอันเร่งรีบสำหรับการนำเครื่องมือ AI มาแทนที่พนักงานใหม่อีกครั้ง