วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 27, 2569

Meta เคยมีแผนให้ AI เข้ามารับหน้าที่จัดการงานประจำวันส่วนใหญ่ที่พนักงานหลายพันคนเคยทำ และผู้บริหารได้พิจารณาแผนลดขนาดทีมงานลงสูงสุดถึง 60% แต่ทว่าเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะเริ่มการเลิกจ้างระลอกแรก CEO เปลี่ยนใจ ระงับแผน เพราะกระแสต่อต้านภายในและปัญหาด้านประสิทธิภาพ







https://x.com/Reuters/status/2092567733057831147
.....

รายงานฉบับนี้อ้างอิงข้อมูลจากการสืบสวนของ Katie Paul ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีของสำนักข่าว Reuters ซึ่งเปิดเผยรายละเอียดว่าผู้บริหารของ Meta เคยพิจารณาแผนการเชิงรุกเพื่อนำโมเดล AI มาแทนที่พนักงานที่เป็นมนุษย์ โดยมีเป้าหมายที่จะลดขนาดทีมงานลงสูงสุดถึง 60% เพื่อปรับเปลี่ยนองค์กรให้เป็นแบบ "AI-native" (องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นหลัก)

ประเด็นสำคัญจากรายงานมีดังนี้:

เป้าหมายสู่การเป็น "AI-native": ผู้บริหารของ Meta ได้พิจารณาแผนการลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ในหลายแผนก โดยตั้งสมมติฐานว่า AI agent ที่ทำงานได้เองและระบบเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติจะสามารถรับหน้าที่จัดการงานประจำวันส่วนใหญ่ที่เดิมเคยทำโดยพนักงานที่เป็นมนุษย์จำนวนหลายพันคนได้

กระแสต่อต้านภายในและปัญหาด้านประสิทธิภาพ: แผนการเชิงรุกดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างหนักจากพนักงานภายในองค์กร ซึ่งรวมถึงการประท้วงเรื่องซอฟต์แวร์ติดตามการเคลื่อนไหวของเมาส์และการกดแป้นพิมพ์ที่นำมาใช้เพื่อฝึกสอนโมเดล AI อีกทั้งยังมีการเตือนเรื่องความน่าเชื่อถือและปัญหาด้านประสิทธิภาพของ AI เมื่อต้องรับมือกับภาระงานในปริมาณมาก

การปรับเปลี่ยนทิศทางโดย CEO: เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่จะมีการเริ่มมาตรการลดพนักงานครั้งใหญ่ตามเป้าหมายการลดกำลังคน 60% ดังกล่าว Mark Zuckerberg ซึ่งเป็น CEO ได้ตัดสินใจระงับแผนงานนี้ โดยลดขอบเขตการเลิกจ้างพนักงานในทันทีลง และกลับมาประเมินกรอบเวลาอันเร่งรีบสำหรับการนำเครื่องมือ AI มาแทนที่พนักงานใหม่อีกครั้ง