🚨🚨 NORTHCOM Deputy Commander Army Lt. Gen. Joseph Jarrard says the U.S. is UNABLE to defend against an attack by a swarm of drones on U.S. soil:
— MeidasTouch (@MeidasTouch) August 16, 2026
"We don't have the sensors, and depending on where that swarm is going to attack, it depends on whether we have any sensors at all,… pic.twitter.com/V9CquvuWA8
https://x.com/MeidasTouch/status/2089103237328806091
@MeidasTouch
·
21 ชม.
🚨🚨 พลโท Joseph Jarrard รองผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคเหนือของสหรัฐฯ (NORTHCOM) ระบุว่าสหรัฐฯ **ไม่สามารถ** ป้องกันการโจมตีด้วยฝูงโดรน (swarm of drones) บนแผ่นดินสหรัฐฯ ได้:
"เราไม่มีระบบเซ็นเซอร์ที่เพียงพอ และขีดความสามารถในการรับมือก็ขึ้นอยู่กับว่าฝูงโดรนจะโจมตีที่จุดใด ซึ่งส่งผลต่อทั้งเรื่องการมีเซ็นเซอร์ตรวจจับและขีดความสามารถในการใช้มาตรการตอบโต้ (effectors) เพื่อจัดการกับภัยคุกคามดังกล่าว ดังนั้นในขณะนี้เราจึงยังขาดความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งที่เห็นได้ชัดว่ามีการใช้ยุทธวิธีนี้กันอยู่ทั่วไปทั่วโลกในทุกๆ วัน เราจำเป็นต้องหาวิธีลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามนี้ แต่เราก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้น"
ถ้อยแถลงของพลโท Joseph Jarrard ในงานประชุม Space and Missile Defense Symposium ที่เมือง Huntsville รัฐ Alabama ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงอันน่ากังวลเกี่ยวกับระบบป้องกันภัยทางอากาศภายในประเทศ
แม้ถ้อยแถลงนี้อาจฟังดูน่าตื่นตระหนกหากมองแยกจากบริบทโดยรวม แต่มันสะท้อนถึงข้อถกถียงภายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) เกี่ยวกับความไม่สมมาตร (asymmetry) ของสงครามโดรนในยุคปัจจุบัน
ประเด็นสำคัญจากคำเตือนของ NORTHCOM
จุดอ่อนสำคัญ (การตรวจจับและการสกัดกั้น): ต่างจากภัยคุกคามจากขีปนาวุธวิถีโค้ง (ballistic missile) หรือขีปนาวุธร่อน (cruise missile) ที่บินในระดับสูง โดรนเชิงพาณิชย์ราคาถูกและโดรนที่บินเป็นฝูง (swarm drones) มักปฏิบัติการในระดับความสูงที่ต่ำกว่าระยะการตรวจจับของเรดาร์แบบดั้งเดิม พลโท Jarrard เน้นย้ำว่ากองบัญชาการภาคเหนือ (NORTHCOM) และ NORAD ยังขาดทั้งระบบเซ็นเซอร์ในพื้นที่เพื่อตรวจจับฝูงโดรนระดับต่ำ และขาด "มาตรการตอบโต้" ที่จำเป็น (เช่น ขีปนาวุธสกัดกั้น ระบบรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ หรืออาวุธพลังงานสูง) ที่จะนำมาใช้ภายในประเทศเพื่อจัดการกับภัยคุกคามเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว
สถานการณ์ภัยคุกคามระยะใกล้: นักวิเคราะห์ด้านการป้องกันประเทศชี้ให้เห็นถึงยุทธวิธีต่างๆ เช่น "ปฏิบัติการ Spiderweb" ของยูเครน ซึ่งมีการใช้โดรนราคาถูกที่เตรียมไว้ในพื้นที่เพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร โดยยุทธวิธีนี้ถือเป็นรูปแบบหลักที่อาจเกิดขึ้นเป็นภัยคุกคามภายในประเทศได้ การปกป้องฐานที่ตั้งถาวรหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของพลเรือนจากการโจมตีด้วยฝูงโดรนในระยะใกล้และฉับพลันนั้น ถือเป็นความท้าทายที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากการสกัดกั้นขีปนาวุธพิสัยไกลที่กำลังพุ่งเข้ามา
การทำงานร่วมกันและกรอบกฎหมาย: นอกเหนือจากการขาดแคลนยุทโธปกรณ์แล้ว การรับมือกับโดรนบนแผ่นดินสหรัฐฯ ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องเขตอำนาจหน้าที่และข้อจำกัดทางกฎหมายที่ซับซ้อน การบูรณาการขีดความสามารถทางทหารในการต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ (C-UAS) เข้ากับหน่วยงานพลเรือน (เช่น FAA, DHS และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่น) จำเป็นต้องมีระเบียบปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เครือข่ายเซ็นเซอร์ที่ใช้ข้อมูลร่วมกัน และอำนาจทางกฎหมายที่ชัดเจนในการจัดการกับภัยคุกคามทางอากาศภายในประเทศ การตอบสนองด้านงบประมาณ: เพนตากอนกำลังผลักดันให้เร่งจัดหาเงินทุนสำหรับเทคโนโลยีต่อต้านโดรน ระบบสกัดกั้นราคาประหยัด และการบูรณาการเซ็นเซอร์ที่ขยายวงกว้างขึ้น โดยพยายามลดความไม่สมดุลด้านต้นทุนที่ปัจจุบันต้องใช้ขีปนาวุธราคาหลายล้านดอลลาร์เพื่อยิงโดรนราคาหลายพันดอลลาร์ให้ตก
.....
ครั้งหนึ่งทรัปป์เคยพูดว่า
During a Fox News interview in March 2026, when asked if Ukraine was assisting the U.S. with counter-drone defense amid escalating Middle East tensions, Trump explicitly dismissed the offer, stating:
"No, we don't need their help in drone defense. We know about drones more than anybody. We have the best drones in the world, actually."
He doubled down shortly after in an NBC News interview, remarking that "the last person we need help from is Zelensky."