วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 27, 2569

iLaw เปิดข้อมูลคดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดย ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิบัติหน้าที่แทน แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำเอกสารสรุปความเห็นไว้ เสนอให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ สว.อย่างน้อย 136 คน ที่มีชื่อปรากฏในโพย







https://x.com/themomentumco/status/2092545535609893139
.....

The Momentum
@themomentumco

‘เอกสารหลุด’ พบความเห็น รองเลขาฯ กกต. เสนอยื่นรายชื่อ สว. 136 คน ตามโพยฮั้ว ให้ศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง

วันนี้ (26 สิงหาคม 2569) โครงการอินเทอร์เน็ตกฎหมายเพื่อประชาชน (iLaw) เปิดข้อมูลคดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยในเอกสารระบุว่า คดีโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภานั้น ครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิบัติหน้าที่แทน แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำเอกสารสรุปความเห็นไว้เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 โดยเสนอให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ สว.อย่างน้อย 136 คน ที่มีชื่อปรากฏในโพย และยังพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้สมัคร สว.อีกอย่างน้อย 17 กรณีทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งอดีตนักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยบางส่วน

สำหรับตัวเลข สว. 136 คน เป็นไปตามรายงานการสืบสวนและไต่สวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของ กกต.ที่ให้สั่งฟ้อง สว. 136 คน รวมถึงนักการเมือง กรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายอื่นๆ รวม 229 คน อย่างไรก็ตาม วันถัดมาคือวันที่ 16 กันยายน กกต.มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ขึ้นมา เพื่อกลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ กกต.ชุดใหญ่ กระทั่งวันที่ 12 มีนาคม 2569 มีรายงานว่าคณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสนอ กกต.ชุดใหญ่ให้ยกคำร้องทั้งหมด

ในโพสต์วันนี้ iLaw ยังเปิดเผยกรณีของ สิทธิกร ธงยศ สว.จังหวัดนครพนม ซึ่งมีพยานผู้สมัคร สว.ให้ข้อมูลว่า สิทธิกรพูดในที่ประชุมเรื่องการฮั้ว สว.ทำนองว่า “ไม่ต้องกลัว ถึงไม่มีหมายเลขของเรา จังหวัดอื่นก็จะเลือกหมายเลขของเราอยู่แล้ว” และ “ถ้าใครไม่มีแต้ม มาเอาเงินสดกับผมเลย 3 แสนบาท” โดยสิทธิกรให้การว่า ได้ไปที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ไม่ได้พูดถ้อยคำดังกล่าว แต่แสวงเห็นว่า พยานมีความน่าเชื่อถือ

เอกสารความเห็นของเลขาธิการ กกต.ยังระบุด้วยว่า การที่สิทธิกรพูดถ้อยคำข้างต้น เป็นการเสนอให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อจูงใจให้ผู้สมัคร สว.ลงคะแนน นอกจากนี้ การไต่สวนตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินเชื่อได้ว่า สิทธิกรจองตั๋วเครื่องบินให้แก่ ปริญญา ธรเสนา จึงเชื่อว่าเป็นทีมงานเดียวกัน จึงเห็นควรยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของสิทธิกรตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1) และให้ร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญา

นอกจากนี้ มีพยานผู้สมัคร สว.ยืนยันว่า สิทธิกรโทร.มาหาและบันทึกเสียงการสนทนาไว้ โดยสิทธิกรพูดคุยเรื่องการจัดตั้งกลุ่มในการลงคะแนน เสนอเงินให้ 1 ขีด (1 แสนบาท) โดยจะมัดจำก่อนครึ่งขีด (5 หมื่นบาท) และจะออกค่าที่พักและค่าเครื่องบินให้ พร้อมเสนอตำแหน่งผู้ช่วย สว. ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์คลิปเสียงและคลิปภาพและเสียง ไม่พบร่องรอยการตัดต่อ

ในวันเดียวกัน สิทธิกรยังโทรศัพท์ชวนผู้สมัคร สว.อีกคนหนึ่ง และบอกว่าจะให้ค่าเสียเวลา 2 ขีด (2 แสนบาท) และยังมีการพบกันของผู้สมัคร สว.จังหวัดนครพนมที่โรงงานคอนกรีตซีแพค อำเภอบ้านแพง สิทธิกรแจ้งผู้สมัครว่า สามารถฝากซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านพนักงานของตนเพื่อเดินทางพร้อมกันได้

“เลขาธิการ กกต.เห็นว่า แม้ผู้สมัคร สว.บางคนจะไม่ได้เดินทางด้วยตั๋วเครื่องบินดังกล่าว แต่การให้สำเนาบัตรประชาชนแก่สิทธิกรก็ถือว่าเป็นการรับประโยชน์แล้ว” ข้อมูลจากเอกสารหลุดที่ iLaw นำมาเผยแพร่ระบุ