วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 11, 2569

9 ปีที่รอความเป็นธรรม จากผมดำกลายเป็นขาวโพลน ทั้งที่แม่เพิ่งอายุ 50 - การต่อสู้ของ ‘แม่น้องเมย’ ทวงความยุติธรรมให้ลูกชายสู่ปีที่ 9 ขึ้น ‘ศาลทหาร’ ที่ไร้ทางสู้คดี แต่แม่ยังคงสู้ต่อ


.....

ตุ๊ดส์review
15 hours ago
·
การต่อสู้ของ ‘แม่น้องเมย’ ทวงความยุติธรรมให้ลูกชายสู่ปีที่ 9 ขึ้น ‘ศาลทหาร’ ที่ไร้ทางสู้คดี แต่แม่ยังคงสู้ต่อ

1) ล่าสุดคุณหมวย แม่ของ #น้องเมย post facebook ว่าตนได้รับหมายศาลจากค่ายทหารให้ไปขึ้นศาล ซึ่งเป็นศาลทหาร และนี่คือ การต่อสู้เป็นเวลา 9 ปีของแม่หมวยที่ลูกชาย ยังไม่ได้รับความยุติธรรม

2) นางสุกัลยา ตัญกาญจน์ (แม่น้องเมย) คือ มารดาของนักเรียนเตรียมทหาร ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ (น้องเมย) เสียชีวิตในปี 2560 หลังจากถูกรุ่นพี่และครูฝึกสั่งลงโทษทางวินัย จนนำไปสู่การต่อสู้คดีความยาวนานกว่า 9 ปี โดยยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด

3) 22 ก.ค. 2568 ศาลทหารชั้นฎีกาได้อ่านคำพิพากษาตัดสินจำคุกจำเลยรุ่นพี่ 4 เดือน 16 วัน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี โดยให้เหตุผลว่าจำเลยไม่เคยได้รับโทษมาก่อน โดยข้อความคำพิพากษาระบุว่า “การลงโทษไปก็ไม่เป็นประโยชน์” ให้จำเลยปรับปรุงตัว รับราชการรับใช้ชาติต่อไป จะเป็นประโยชน์มากกว่า...จึงทำให้ผู้กระทำไม่เคยได้รับโทษแม้แต่วันเดียว

4) แม่น้องเมยและครอบครัวได้ทำหนังสือยื่นเรื่องต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้พิจารณาจริยธรรมของจำเลยในคดีนี้ ว่ายังคงเหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาให้เข้ารับราชการตำรวจต่อไปหรือไม่ เนื่องจากครอบครัวมองว่าผู้กระทำผิดได้รับโอกาสในอาชีพการงาน

5) ปัจจุบัน คุณแม่และครอบครัวยังคงเดินหน้าติดตามผล+ขอความเป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยคุณแม่ได้ระบุถึงความเจ็บปวดและถามหาความรับผิดชอบทางวินัย ควบคู่ไปกับการเข้ารับฟังคำสั่งและนัดหมายจากอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 12 อย่างต่อเนื่อง

6) ทำไมจึงเป็นการขึ้นศาลที่ไร้ทางต่อสู้? เพราะการขึ้นศาลของพลเรือนมีข้อบังคับว่า คดีที่ขึ้นศาลทหาร จำเลยมีสิทธิตั้งทนายสู้คดีได้ แต่โจทก์ที่เป็นพลเรือน คือฝั่งคุณแม่ ไม่มีสิทธิตั้งทนายมาว่าความเหมือนศาลพลเรือน ผู้เสียหายเลยไม่มีทนายฝั่งตัวเองคอยนำเสนอพยานหลักฐานเพิ่มเติมหรือซักค้านจำเลย ต้องมอบคดีให้อัยการทหารเป็นผู้ฟ้อง ต้องยอมรับตามสำนวนและการนำสืบของศาลทหารเท่านั้น จึงทำให้ยากมากที่คุณแม่จะได้รับสิ่งที่ตนเรียกร้องมาตลอด 9 ปี

7) ความน่าเศร้ากว่านั้น คือ ปี 2568 พรรคประชาชน นำโดย ส.ส. วิโรจน์ ผลักดันให้คดีทหารทุจริตไปขึ้นศาลพลเรือน แต่ กมธ. กฎหมายฯ ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย กลับมีมติเสนอแก้กฎหมายให้คดีทหารทุจริตยังคงขึ้น "ศาลทหาร" เหมือนเดิม นั่นหมายความว่า การเปลี่ยนแปลงจึงไม่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้สำเร็จ

ส่งกำลังใจให้แม่น้องเมย และครอบครัว ให้ได้รับความยุติธรรม โดยไวที่สุด

ผมวอนขอให้สังคมแชร์เรื่องนี้ออกไป อย่าลืมมันได้ไหม? มันไม่ใช่แค่ 9 ปีของแม่คนหนึ่ง แต่มีแม่อีกหลายคน ที่ลูกและครอบครัวของเขารอความยุติธรรม ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ... และยังรอคอยต่อไปครับ ตราบใดที่โครงสร้างอำนาจและกระบวนการยุติธรรมยังไม่ได้รับการแก้ไขในประเทศไทย




https://www.facebook.com/photo/?fbid=1583827319974893&set=a.808136554210644