วันอังคาร, สิงหาคม 18, 2569

หนังสือใหม่บรรยายถึงการทำลายชีวิตล้างของชาวปาเลสไตน์อย่างเป็นระบบ แบบทีละถนน



หนังสือที่เปิดโปงความจริงอันน่าทึ่งเล่มนี้เขียนโดย Weizman (ผู้เขียน *Hollow Land* และผู้ก่อตั้ง Forensic Architecture กลุ่มสืบสวนด้านสิทธิมนุษยชน) โดยนำเสนอภาพให้เห็นว่าอิสราเอลใช้การทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือในการ "กวาดล้างทางชาติพันธุ์" (ethnic cleansing) ต่อชาวปาเลสไตน์อย่างไร

หนังสือเริ่มต้นเรื่องราวในปี ค.ศ. 1950 ด้วยภาพของรถไถคันหนึ่งที่แล่นนำหน้าทหารอิสราเอลเพื่อขีดเส้นแบ่งระหว่างเมืองกาซากับพื้นที่รอบนอก ตัดขาดเกษตรกรชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่เพาะปลูกของตน ("ถ่ายรูปที่นี่ไว้ซะ เพราะแกจะไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว" ทหารอิสราเอลคนหนึ่งกล่าวเยาะเย้ย) Weizman ชี้ให้เห็นว่าการแบ่งแยกพื้นที่และการทำลายพื้นที่เกษตรอันอุดมสมบูรณ์ในเวลาต่อมานั้น เป็นส่วนหนึ่งของยุทธวิธีที่เรียกว่า "ungrounding" (การตัดขาดจากผืนดินถิ่นฐาน) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อ "ถอนรากถอนโคนสังคมออกจากพื้นที่ของตนและลบเลือนร่องรอยการดำรงอยู่เดิมทิ้งไป"

ด้วยการค้นคว้าข้อมูลจากเอกสารสำคัญ คำบอกเล่าจากผู้ประสบเหตุจริง และการสร้างแบบจำลองทางสถาปัตยกรรม Weizman ได้ไล่เรียงเหตุการณ์ในปฏิบัติการตัดขาดถิ่นฐานที่อิสราเอลกระทำมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่คำสั่งทางการให้ "ทำลายบ้านหินของพวกเขา" ในช่วงเหตุการณ์ Nakba ปี 1948 ไปจนถึงการทำลายล้างเมืองกาซาให้ราบคาบหลังเหตุการณ์โจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นอกจากนี้ ผู้เขียนยังนำเสนอประวัติศาสตร์ของอุโมงค์ในกาซาในมุมมองใหม่ที่หักล้างความเชื่อเดิม โดยชี้ให้เห็นว่าอุโมงค์เหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับชุมชน ใช้เพื่อเชื่อมต่อค่ายผู้ลี้ภัยที่ถูกตัดขาดจากกันและเพื่อฝ่าวงล้อมการปิดกั้นพื้นที่

ส่วนที่สะเทือนใจที่สุดในงานศึกษาของ Weizman ปรากฏผ่านเทคนิค "situated testimony" (คำให้การที่อิงกับบริบทพื้นที่) ของกลุ่ม Forensic Architecture ซึ่งใช้แบบจำลองดิจิทัลช่วยให้ "พยานสามารถเข้าถึงความทรงจำที่อาจถูกบดบังไปเพราะบาดแผลทางใจ" ("ฉันเห็นสถานที่ที่ทุกอย่างเกิดขึ้น... พวกเขาเปลี่ยนสภาพพื้นที่ไปจนจำไม่ได้เลย พอได้เห็นสถานที่นั้น [อีกครั้ง] มันทำให้ฉันรู้สึกสติแตกไปเลย" ผู้รอดชีวิตคนหนึ่งกล่าว) นี่คือภาพสะท้อนอันน่าหดหู่ใจของกระบวนการลบเลือนวิถีชีวิตชาวปาเลสไตน์อย่างเป็นระบบโดยอิสราเอล (ฉบับตีพิมพ์เดือนกรกฎาคม)

หนังสือ *Ungrounding: The Architecture of Genocide* โดย Eyal Weizman (สำนักพิมพ์ Penguin Press) เป็นงานศึกษาที่ใช้กระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์และมิติเชิงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์การทำลายล้างฉนวนกาซาอย่างเป็นระบบ

Weizman ซึ่งเป็นสถาปนิก อาจารย์ และผู้ก่อตั้งหน่วยงานวิจัย Forensic Architecture ใช้การวิเคราะห์เชิงพื้นที่ นิติวิทยาศาสตร์เชิงพื้นที่ และการทำแผนที่ทางธรณีวิทยา เพื่อแสดงให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมทั้งที่มนุษย์สร้างขึ้นและตามธรรมชาตินั้น สามารถถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอาวุธที่ใช้ในการขับไล่ผู้คนจำนวนมากและการทำลายล้างได้อย่างไร

ประเด็นหลักและแนวคิดสำคัญ

1. แนวคิดเรื่อง "Ungrounding" (การตัดขาดจากผืนดิน)
Weizman นำเสนอคำว่า "Ungrounding" เพื่ออธิบายถึงการตัดขาดทางกายภาพและโครงสร้างระหว่างประชากรกับผืนดินที่พวกเขาอยู่อาศัย แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การโจมตีทางทหารโดยตรงเพียงอย่างเดียว หนังสือเล่มนี้แสดงให้เห็นว่าการทำลายโครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน (อุโมงค์ เครือข่ายน้ำ และฐานรากอาคาร) หน้าดินสำหรับการเกษตร และลักษณะภูมิประเทศ ทำให้พื้นที่นั้นไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผืนดินให้กลายเป็นกลไกที่ผลักดันให้ผู้คนต้องพลัดถิ่น

2. การทำแผนที่เชิงลึก (Deep Cartography)
หนังสือเล่มนี้ทำการ "ทำแผนที่เชิงลึก" ของฉนวนกาซา โดยแสดงมิติเชิงพื้นที่ที่มีความซับซ้อนและซ้อนทับกันหลายระดับ:

พื้นที่ใต้ดิน: อุโมงค์ใต้ดิน แหล่งน้ำบาดาล และชั้นโครงสร้างเมืองที่อยู่ใต้ผิวดิน

ลักษณะภูมิประเทศบนผิวดิน: ประเภทของดิน (เช่น ทรายชายฝั่งและดินร่วนปนทรายสำหรับการเกษตร) เส้นทางการค้าโบราณ และเขตกันชนทางทหารในยุคปัจจุบัน

พื้นที่แนวตั้ง/ทางอากาศ: ระบบการสอดแนม เส้นทางบินของโดรน และรูปแบบเชิงเรขาคณิตของการโจมตีทางอากาศ

3. นิติวิทยาศาสตร์เชิงพื้นที่และหลักฐาน
ด้วยการอ้างอิงข้อมูลจากการสืบสวนของ Forensic Architecture โดยตรง รวมถึงงานวิจัยที่ใช้เป็นหลักฐานในกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ (เช่น ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ) Weizman ได้นำเสนอข้อมูลภาพที่ละเอียด การจำลองพื้นที่แบบ 3 มิติ ภาพถ่ายดาวเทียม และแผนที่สภาพแวดล้อม เพื่อบันทึกและจำแนกการทำลายล้างที่เป็นระบบ

4. ความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ (ค.ศ. 1948–ปัจจุบัน)
การวิเคราะห์นี้วางบริบทของการโจมตีฉนวนกาซาหลังเดือนตุลาคม ค.ศ. 2023 ให้เห็นถึงความต่อเนื่องทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ย้อนกลับไปตั้งแต่เหตุการณ์ Nakba ในปี ค.ศ. 1948 และการทำแผนที่ในยุคอาณัติของอังกฤษ Weizman โต้แย้งว่ายุทธศาสตร์แบบอาณานิคมและทางทหารในภูมิภาคนี้อาศัย "วิศวกรรมเชิงพื้นที่" มาอย่างยาวนาน เพื่อแบ่งแยกดินแดนและทำลายอัตลักษณ์ของชาวปาเลสไตน์

5. การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นอาวุธ
หนังสือเล่มนี้อธิบายรายละเอียดว่าระบบที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตถูกทำลายอย่างเป็นระบบอย่างไร ซึ่งรวมถึง:

Ecocide (การทำลายระบบนิเวศ): การทำลายพื้นที่เกษตรกรรม สวนผลไม้ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน เพื่อทำลายอำนาจในการจัดการอาหารของชุมชน (food sovereignty)

สงครามโครงสร้างพื้นฐาน: การมุ่งเป้าโจมตีโรงบำบัดน้ำ ระบบโครงข่ายไฟฟ้า และระบบสุขาภิบาล การบีบคั้นด้วยการจำกัดพื้นที่ (Forced Spatial Compression): คือการต้อนประชากรจำนวนมหาศาลเข้าไปอยู่ใน "เขตมนุษยธรรม" (เช่น อัล-มาวาซี) ที่มีพื้นที่เล็กลงเรื่อยๆ และขาดความปลอดภัย ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนสภาพภูมิประเทศเพื่อปิดกั้นโอกาสในการหวนกลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิมในอนาคต

บทสรุป
ไวซ์แมน (Weizman) เสนอว่าขนาดและวิธีการทำลายสภาพแวดล้อมและสถาปัตยกรรมในฉนวนกาซานั้น เข้าข่ายนิยามของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ผ่านการจงใจทำให้พื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การทำความเข้าใจกลไกการจัดการพื้นที่เหล่านี้จะเป็นเสมือนพิมพ์เขียวสำหรับการสร้างความรับผิดชอบ การแสวงหาความยุติธรรม และการฟื้นฟูพื้นที่ในอนาคต

(Gemini ช่วยรวบรวม)