Trump’s war is “The Best and the Brightest”—but without the best and the brightest. https://t.co/l0kS5XRsbC
— Foreign Policy (@ForeignPolicy) August 15, 2026
.....
สรุปบทความจาก Foreign Policy เรื่อง "ใช่แล้ว สงครามอิหร่านมีความคล้ายคลึงกับสงครามเวียดนามจริงๆ"
บทความจาก Foreign Policy ในหัวข้อ "Yes, the Iran War Really Is Similar to Vietnam" (ใช่แล้ว สงครามอิหร่านมีความคล้ายคลึงกับสงครามเวียดนามจริงๆ) เขียนโดย Howard W. French นำเสนอการเปรียบเทียบระหว่างความขัดแย้งกับอิหร่านและสงครามเวียดนาม โดยอ้างอิงถึงหนังสือคลาสสิกของ David Halberstam เรื่อง The Best and the Brightest ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้:
การประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและการบานปลายของสงคราม: เช่นเดียวกับการแทรกแซงของสหรัฐฯ ในเวียดนาม ปฏิบัติการทางการทหารต่ออิหร่านตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า กำลังทางอากาศและการโจมตีทางทหารจะสามารถบีบให้เกิดการยอมแพ้ทางการเมืองหรือการเปลี่ยนแปลงการปกครองภายในได้ง่ายดาย แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการจมติดอยู่ในหล่มสงคราม และทำให้ความตึงเครียดในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นเกินควบคุม
ความล้มเหลวในการเปลี่ยนอำนาจทางการทหารให้เป็นผลลัพธ์ทางการเมือง: บทความชี้ให้เห็นว่า อำนาจการทำลายล้างอันมหาศาลของกองทัพสหรัฐฯ ไม่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นชัยชนะทางการเมืองหรือภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างที่ตั้งใจ ไว้ ส่งผลให้สถานะและอิทธิพลของสหรัฐฯ ในเวทีโลกอ่อนแอลงมากกว่าที่จะเข้มแข็งขึ้น
บทเรียนเรื่องความทะนงตน (Hubris) ของผู้นำ: แม้ว่าแนวคิดเรื่อง "Best and Brightest" ของ Halberstam ในอดีตจะพูดถึงกลุ่มคนระดับมันสมองของชาติที่ดำเนินนโยบายผิดพลาด แต่บทความนี้ชี้ว่าผู้กำหนดนโยบายในปัจจุบันได้ทำผิดพลาดในลักษณะเดียวกัน คือมีความเชื่อมั่นในกำลังทหารของตนเองมากเกินไปจนมองข้ามความซับซ้อนทางการเมืองและประวัติศาสตร์ของพื้นที่
การสูญเสียความน่าเชื่อถือในระดับโลก: ในท้ายที่สุด บทความเตือนว่า เช่นเดียวกับที่สงครามเวียดนามเคยทำลายความเอกภาพภายในประเทศและความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ในระดับนานาชาติไปเป็นเวลานับทศวรรษ ความขัดแย้งกับอิหร่านนี้ก็กำลังเสี่ยงที่จะกลายเป็นความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างยาวนานให้กับนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน