Israeli settlers in the occupied West Bank diverted a spring that was a lifeline for the Palestinian village of Fasayil, cutting irrigation pipes in June and converting it into a tourist attraction, leaving nearby farms barren https://t.co/yzqIHVNnla pic.twitter.com/JdZ0wHICTD
— Reuters (@Reuters) August 14, 2026
https://x.com/Reuters/status/2088170005338730797
.....
Pipob
@pipob69
·11h
ผู้ตั้งถิ่นฐานชาว #อิสราเอล ในเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง แย่งน้ำที่ชาวบ้านใช้ทำการเกษตร มาใช้สร้างสระว่ายน้ำ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจของชาวอิสราเอล โดยไม่ได้สนใจความเดือดร้อนของชาวบ้าน ซึ่งมีเอกสารสิทธิ ทั้งที่ออกให้โดยทางการอิสราเอล และเอกสารเก่าก่อนการยึดครอง ซึ่งยืนยันว่าชาวปาเลสไตนมีกรรมสิทธิ์เหนือสระน้ำและตาน้ำใต้ดิน
@Reuters รายงานว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล ได้เข้ามายึดแหล่งน้ำสำคัญของหมู่บ้านฟาซายิลของชาวปาเลสไตน์ โดยตัดท่อน้ำของชาวบ้านไปในเดือนมิถุนายน และผันน้ำเหล่านี้ไปใช้ในแหล่งท่องเที่ยว ส่งผลให้เกษตรกรไม่มีน้ำทำเกษตร
การยึดครองแหล่งต้นน้ำที่ฟาซายิลเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำอย่างเป็นแบบแผนของคนอิสราเอล เพื่อบีบให้ชาวปาเลสไตน์ต้องยอมอพยพไปที่อื่น ข้อมูลจากสหประชาชาติแสดงให้เห็นว่า ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลได้โจมตีและทำลายแหล่งน้ำและสุขอนามัยอย่างน้อย 160 แห่งทั่วดินแดนปาเลสไตน์ในปีนี้
ชาวบ้านเอาเอกสารโฉนดที่ดินให้นักข่าวดู รวมทั้งเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินปี 2025 ที่ออกให้โดย COGAT ซึ่งเป็นหน่วยงานทางทหารของอิสราเอลที่บังคับใช้นโยบายพลเรือนในดินแดนที่ถูกยึดครอง นอกจากนี้ เขายังได้แสดงแผนที่ที่วาดขึ้นสำหรับการจดทะเบียนโฉนดที่ดินของเขาก่อนการยึดครองในปี 1957 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าที่ดินของเขาครอบคลุมทั้งบ่อน้ำพุและสระน้ำด้วย
ฟาเรส โฟกาฮา นักวิจัยภาคสนามชาวปาเลสไตน์ประเมินว่า ขณะนี้ผู้ตั้งถิ่นฐานได้ยึดครองแหล่งน้ำพุ 95% ในหุบเขาจอร์แดนตอนเหนือ ส่งผลให้ชุมชนต้องอพยพไปที่อื่น