วันพุธ, กรกฎาคม 23, 2557

ในหลวงเสด็จออก 'เปี่ยมสุข' พระราชทาน รธน.

โดยมีข้อความสำคัญอย่างที่สุด อันหาที่เปรียบมิได้ อยู่ที่มาตรา ๔๔
แถมด้วยมาตรา ๔๘ ที่ Paul Chambers, director of research at the Institute of Southeast Asian Affairs in Chiang Mai บอกว่า

“Almost every Thai constitution has included an amnesty for the military. In fact, amnesty for militaries has been a major rationale for most Thai constitutions. This allows and encourages coup after coup after coup.”

ตามนี้ http://www.bloomberg.com/news/2014-07-22/thailand-junta-retains-sweeping-power-under-interim-constitution.html

วันอังคาร, กรกฎาคม 22, 2557

มหกรรม "คืนความสุข" เริ่มแล้ว





มหกรรม "คืนความสุข" เริ่มแล้ว
ตื่นตากับ ดนตรี การแสดง และมหรสพ
ชมภาพยนตร์ปลุกใจให้รักชาติ
เรื่อง "นา เร ซอน" ทั้ง 5 ภาค
พบกัน ทั่วไทย เอ๊ย เกาหลีเหนือ
เริ่มงานแรกที่ กรุงเทพฯ เอ๊ย
กรุงเปียงยาง
(รูปแบบงานมันเหมือนกันจนอิชั้นสับสน
ขอโทษนะคะทั่น)

ตัวอย่าง "สมุดบันทึกความดี"


กานพูล กานพูล
กระทรวงศึกษาธิการเตรียมออกกฎ ให้นักเรียนต้องทำ"สมุดบันทึกความดี" นำไปยื่นประกอบการสอบเข้าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย!!!!!!

(ความเห็นส่วนตัว : จะ ปญอ.กันไปถึงไหน!!!! เดี๋ยวก็เข้าตำราที่ว่า "เด็กโง่ก็เพราะมีครูโง๋ๆๆ" จำได้เลยว่าตอนสมัยข้าพเจ้าเรียนอยู่ชั้นประถมที่ รร.แห่งหนึ่งใน กทม. นร.ทุกคนจะมีสมุดฝากคุณธรรมความดี คือใครทำความดีอะไรเช่นช่วยเก็บขยะ ช่วยยกสมุดให้ครู ฯลฯ ทำเสร็จก็เอาสมุดเล่มเล็กๆเรียกว่า
"สมุดฝากคุณธรรมความดี"เอาไปให้ครูกรอกคะแนนให้แล้วเอามานับอวดแข่งกันกับเพื่อนๆว่ามีคะแนนความดีใครเยอะสุด ไม่คิดว่า ณ ปัจจุบันจะมีคนคิดให้นำมายื่นประกอบการสอบเข้ามหาลัยได้ อยากรู้จังใครคิดใครชงให้เอาไปยื่นเข้ามหาลัยได้)
cr : สื่อมวลชนคนเสื้อแดง

ช็อตเด็ดวันนี้ : ป้าย...Walk with the Dreamers, the Believers, the Courageous...


ที่มา FB
Adisorn Shinawatra Shinawatra

คนคนไทยยูเค ได้เข้าพบ กราบสวัสดีท่านนายกฯในดวงใจ
ได้นำคำถามเพื่อนๆๆ นำไปบอกท่าน
ท่านฝากบอกมาพร้อมสู้กับพี่ น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน
แต่ท่านต้องอดทนสักระยะ ท่านไม่ได้รอมชอมกับอำมาตย์ค่ะ
แต่ครอบครัวท่านถูกกระะทำ ถูกกลั่นแกล้ง โดยไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นกัน
ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ถึงอังกฤษ วันที่ 27 นี้และต่อไป อเมริกา จากอเมริกา ไปดูไบพบท่าน
ท่านฝากถึงพี่ น้อง เสื้อแดงทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนท่าน และ น้องสาวมาตลอดค่ะ เราจะไม่ทิ้งกันค่ะ ท่านฝากบอกมาไทยยูเค ได้เข้าพบกราบสวัสดีท่านนายกฯในดวงใจ ในอังกฤษ

วันโน้น.วันนั้น.วันนี้.



ภาพจาก พลังคลื่นเต่าสะท้านฟ้าv.1

ประชาไท : ฟังเหตุผล 3 แกนนำองค์การเสรีไทย ปฏิเสธกลับไทยตามคำเชิญ “ประยุทธ์”


ที่มา ประชาไท

หมายเหตุ– หลังจาก ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. ได้เอ่ยปากเชิญคนไทยที่ต่อต้าน คสช. และลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ให้กลับมา เพื่อร่วมแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยพล.อ.ประยุทธ์ยืนยันที่จะให้ อภัยและให้ความเป็นธรรม ไม่ควรจะขัดแย้งกัน แต่ควรจะมาร่วมมือกันนำพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่าในวันข้างหน้า และนี่คือท่าทีของคนไทยที่คัดค้าน คสช. ซึ่งขณะนี้หลบหนีอยู่ในต่างประเทศทั้งในเอเชีย ยุโรป และอเมริกา

นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ
เลขาธิการ องค์กรเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย
อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

คิดอย่างไรต่อคำเชิญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะให้กลับประเทศ

เป็นคำพูดของเผด็จการทหาร ที่ล้มรัฐบาลของประชาชน โดยร่วมมือกับ กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่เห็นหัวประชาชน และไม่ฟังเสียงประชาชน แล้วจะเชื่อคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ได้อย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม เมื่อเดินทางกลับมา

ความเป็นธรรม ที่พล.อ.ประยุทธ์พูดคืออะไร ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์เองนั่นแหละที่ชิงความเป็นธรรมจากประชาชนไป คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์จึง ไม่มีสัจจะอะไรทุกคนทราบดีว่า ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ สัมภาษณ์หลายครั้งว่า ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง และยืนยันจะไม่มีการปฎิวัตร การที่ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง โดยเชิญทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ แต่เมื่อไม่สามารถตกลงกันได้ ก็ทุบโต๊ะ ทำการปฎิวัตร แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีการเตรียมการวางแผนล่วงหน้าร่วมกับกปปส. ไว้ก่อนแล้ว นี่คือการโกหก ไหนว่าจะแก้ปัญหาบ้านเมืองโดยไม่มีการปฎิวัตร ดังนั้น การที่ผมตัดสินใจหนีออกมา เพราะไม่เชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่มีสัจจวาจาอะไร

ถ้าจะกลับประเทศไทย มีเงื่อนไขอย่างไร

ผมจะกลับประเทศไทย ก็ต่อเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ คสช.จะต้องพ้นไปจากอำนาจ และ คณะ คสช. ต้องเป็นฝ่ายมารายงานตัวกับ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะเป็นรัฐบาล เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นกบฎ

จะกลับประเทศไทยเมื่อไหร่

เมื่อประชาชนคนไทยได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา แล้วนำไปสู่การ เลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ทหารจะต้องถอนตัวออกจากการเมือง

ถ้าไม่กลับตามคำเชิญอาจจะถูกมองว่าไม่จริงใจที่จะแก้วิกฤติของประเทศ

คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการสร้างภาพให้ตัวเองมากกว่า และผมก็ไม่เชื่อด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์จะให้อภัย เพราะยังมีการตั้งข้อหา มีการยึดทรัพย์ ยึดหนังสือเดินทาง หรือการสั่งระงับการทำธุรกรรมทางการเงินสำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยกับ คสช. ผมจึงไม่เชื่อว่า คสช.จะให้ความเป็นธรรมและให้อภัยพวกผม

ขณะนี้ประเทศไทย อยู่ภายใต้อำนาจเผด็จการทหาร พูดความจริงก็ไม่ได้ ผมจึงต้องออกมาให้พ้นอำนาจเผด็จการทหารที่กดหัวประชาชนอยู่ และเพื่อบอกให้ชาวโลกได้รับรู้ จะเคลื่อนไหวกดดันให้ คสช. ยอมคืนอำนาจกลับสู่ประชาชน และคืนประชาธิปไตยกลับมา

การที่ พล.อ.ประยุทธ์ เชิญชวนให้กลับมา เพื่อร่วมแก้ปัญหาของบ้านเมืองนั้น เป็นการพูดเพื่อสร้างภาพให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีจิตใจเมตตา ให้อภัย แต่แท้จริงแล้ว เป็นการพูดเพื่อเป็นข้ออ้างนำมา กดขี่พวกผมให้หนักขึ้นอีก โดยจะนำไปอ้างว่า ให้โอกาสแล้ว แต่ไม่กลับมา ไม่หวังดีกับประเทศเป็นเพียงคำพูดที่ฉาบยาพิษของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อที่จะใช้อำนาจเผด็จการทำลายล้างพวกผมต่อไปมากกว่า

000

จรัล ดิษฐาภิชัย
อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

คิดอย่างไรกับ คำเชิญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาที่จะให้อภัย คืนความเป็นธรรมให้เพื่อร่วมแก้ปัญหาบ้านเมืองไปด้วยกัน

เป็นคำเชิญที่เป็นการโฆษณาชวนเชื่อมากว่า และเท่ากับเป็นการโจมตีคนที่หนีออกไปต่างประเทศว่ามีความผิด เมื่อกลับมาก็จะยกโทษให้ หรือแก้ความผิดให้ ซึ่งไม่ใช่ แต่คนที่มีความผิดคือ พล.อ.ประยุทธ์ มากกว่าที่ทำการัฐประหาร ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นคำเชิญนี้ จึงไม่มีความจริงใจ ถ้าจริงใจ พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องคืนความเป็นประชาธิปไตยให้กับประชาชน เลิกการจับกุมประชาชนที่คัดค้าน คสช. ปล่อยตัวถูกต้องขังตามประกาศ คสช. หยุดการละเมิดสิทธิมนุษยชน ยกเลิกการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ยกเลิกการส่งทหารเข้าไปค้นบ้าน จับกุม ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับ คสช. นี่คือ จุดเริ่มต้นของการให้อภัยและการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นในการพัฒนาประเทศ

การที่พล.อ.ประยุทธ์ พูดว่า จะสู้กันต่อไปทำไม แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เข้าใจเรื่อง วิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย เขาต้องการให้คนไทยอยู่ในความสงบไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ซึ่งการต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตยจะจบแบบนี้ไม่ได้

จะจบแบบไหนถึงจะยอมรับได้

ชัยชนะของการต่อสู้เพื่อระบอบประชาธิปไตย คือจะต้องได้ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์กลับคืนมา ไม่ใช่ จะจบกันที่ศาลโดยการให้อภัยโทษกันแล้วจบแต่จะต้องจบลงด้วยการที่ประชาชนได้สิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ตามระบอบประชาธิปไตย

พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ประชาธิปไตยของไทยที่ผ่านมามีความพกพร่องและสร้างปัญหามากมาย

ระบอบประชาธิปไตยถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีจุดเด่น จุดด้อย ในทุกประเทศ แต่จุดอ่อน หรือจุดด้อยเหล่านั้น ก็สามารถแก้ไขได้ในตัวของมันเอง แต่ไม่ใช่การยกเลิกแล้วไปเริ่มต้นใหม่ เราเริ่มต้นใหม่กันโดยรัฐประหารมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง และการที่ ทหารออกมาทำรัฐประหารอีกครั้งในยุคนี้ ทหารเองก็ไม่มีความเป็นกลางด้วย

000

สุนัย จุลพงศธร ส.ส. อาวุโส พรรคเพื่อไทย

คิดอย่างไรต่อ คำเชิญของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขอบคุณสื่อที่โทรมาสัมภาษณ์ และถ้า พล.อ.ประยุทธ์ มีเจตนาที่จะสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นจริง จะต้องไม่สั่งการให้ทหารมาก่อกวนสื่อที่ตีพิมพ์คำสัมภาษณ์ของผมในครั้งนี้

เรื่องคำเชิญให้กลับมาพัฒนาประเทศชาติร่วมกัน ของ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น ถ้าว่าตามสำนวนไทยเรียกว่า “ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ” มากกว่า เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีความจริงใจที่จะสร้างความสามัคคีและแก้ปัญหาของคนในชาติเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย เป็นการโกหกประชาชน เพราะประการที่หนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ โกหกว่า ตัวเองและทหารเป็นกลาง แท้จริงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมมือกับ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ และพรรคประชาธิปัตย์ สร้างสถานการณ์ให้บ้านเมืองเกิดจลาจลแล้ว ทำการรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ทำหน้าที่ทหารเพื่อรับใช้ประชาชนเลย

ประการที่สอง พล.อ.ประยุทธ์ หลอกลวงให้ทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยเพื่อปรองดองกัน แต่แท้จริงแล้วเป็นการหลอกจับทั้งหมดก่อนทำรัฐประหาร

ประการที่สาม พล.อ.ประยุทธ์ ขอให้พวกผมกลับมา แล้วทำไมวันรัฐประหารถึงได้ส่งทหารไปจับกุมผมและส.ส.อีกหลายถึงบ้าน และจะจับลูกเมียพวกผมด้วยนี่คือการแสดงเจตนาว่าเป็นคนร่วมชาติเดียวกันหรือไม่

ประการที่สี่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าให้กลับมาเพื่อร่วมกันสร้างบ้านสร้างเมือง แต่พฤติกรรมของพล.อ.ประยุทธ์ที่ทำอยู่เวลานี้ เป็นการทำลายบ้านเมืองมากกว่า เช่น การยกเลิการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ และการปิดปากสื่อทั้งหมดทุกแขนง ซึ่งผู้นำรัฐประหารที่ผ่านมาไม่เคยทำเช่นนี้

พฤติกรรมของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งหมดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่มีความจริงใจต่อการสร้างประชาธิปไตย ไม่เห็นคนไทยเป็นคนในชาติเดียวกัน

พล.อ.ประยุทธ์ อาจจะหลอกตัวเอง หรือหลอกลูกน้องตัวเองได้ แต่หลอกพวกผมไม่ได้

ตั้งใจจะลี้ภัยอยู่ต่างประเทศนานแค่ไหน

ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะพังก่อน ก่อนที่จะผมจะกลับหรือไม่

จากผลการสำรวจประชาชนส่วนมากต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี

โพลจริง หรือ โพลสอพลอ กันแน่ ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เชื่อโพล ก็ขอให้รีบออกรัฐธรรมนูญแล้วลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็จะรู้เองว่าเป็นที่พึงพอใจของประชาชนคนไทยจริงหรือไม่

นักปั้นดินเผาชั้นครู - Icheon Master Hand: Lee Hyuang Gu


https://www.youtube.com/watch?v=dDreqXD4MoI

มารู้จัก สมุดบันทึกความดีในสมัยนั้นที่ผ่านมา...

ภาพจาก UDD Thailand

Kaito Kidz

สมุดบันทึกความดี... ใช้คัดคนเข้ามหาวิทลัย [เรอะ] ??

เคยมีประสบการณ์กับสมุดเล่มนี้เหมือนกันครับ
บันทึกความดีจำได้ว่าทำตอน ป.6 ส่งรายอาทิตย์ให้ผู้ปกครองเซ็น
แต่เอาจริง ๆ แล้วแม่งมานั่งเขียนกันจันทร์ก่อนส่งนี่แหละ
แล้วไอ้ลายเซ็นผู้ปกครองก็เพื่อนในห้องทั้งนั้น คือผลัด ๆ กันเซ็น

- "เฮ้ย เป็นผู้ปกครองกูเซ็นให้กูหน่อย เดี๋ยวกูเซ็นให้มึงเป็นผู้ปกครองมึงให้ อาจารย์ไม่รู้หรอก"

- "ไอ้เหี้ยมึง วันพฤหัสที่แล้วไปเล่นไพ่บ้านไอ้เชษ กลับดึก มึงช่วยงานพ่อแม่ตอนไหนวะสาส"

- "เออ เซ็น ๆ ไปไม่ต้องอ่าน ของมึงก็พอ ๆ กันแหละ"

แล้วก็ผ่านมาได้ด้วยดี

นี่คือสมุดบันทึกความดีในสมัยนั้นที่ผ่านมา
Credit
Red Intelligence
...

เรื่องเกี่ยวข้อง...

ศธ.ดันพาสปอร์ตความดีใช้เข้ามหา’ลัยทั่วประเทศ


ปลัด ศธ.โชว์พาสปอร์ตความดีของลูกเสือ

ศธ. เล็งขยายผลใช้พาสปอร์ตความดีกับเด็กในทุกระดับการศึกษา พร้อมดันให้มีผลต่อการเข้าศึกษาต่อในมหา’ลัย ชู “นครปฐมโมเดล” เป็นต้นแบบที่เปิดทางให้เด็กดีมีคุณธรรมได้สิทธิเรียนต่ออุดมศึกษา ระบุแม้แต่การเรียนลูกเสือก็ใช้เช่นกัน ไม่ฟันธงขยายผลใช้เข้าเรียนต่อ ม.1 และ ม.4 หรือไม่ให้เป็นเรื่องของต้นสังกัดพิจารณา

วันนี้ (21 ก.ค.) นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมขอให้ทุกองค์กรหลักฯได้นำนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้บูรณาการในกิจกรรมการเรียนการสอน หลักสูตรการวัดและประเมินผล นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการจัดทำพาสปอร์ตความดี ของนักเรียนทุกระดับชั้นสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รวมถึงนักศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) ได้มีการจดบันทึกความดีสิ่งที่ตนเองได้ทำในทุกวัน โดยทุกคนจะเขียนความดีที่ตัวเองได้ปฏิบัติในแต่ละวันว่ามีอะไรบ้างลงในพาสปอร์ตความดี โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนเซ็นรับรองให้ ทั้งนี้ ยังได้ขอให้ สกอ. พิจารณานำเรื่องพาสปอร์ตความดีนี้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกเด็กเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาด้วย ซึ่ง รศ.นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการ กกอ. รับที่จะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับที่ประชุมอธิการบดี (ทปอ.) ต่อไป

“สพฐ. เคยทำโครงการดังกล่าวมาแล้ว โดยมีตัวอย่างของ “นครปฐมโมเดล” ที่โรงเรียนให้นักเรียนทำคุณงามความดีได้สิทธิในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการใช้พาสปอร์ตความดีในการเรียนการสอนลูกเสือเช่นกัน แต่ครั้งนี้ ศธ. จะนำมาดำเนินการอย่างจริงจังและขยายให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสอดรับกับนโยบายของ คสช. ที่ต้องการปลูกฝังเรื่องคุณธรรมและจริยธรรมของคนในชาติ ส่วนแนวคิดว่าจะนำพาสปอร์ตความดีขยายผลเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 หรือไม่นั้นก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาต่อไป” ปลัด ศธ. กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม เร็วๆ นี้ ศธ. จะทำความร่วมมือกับสำนักงานพระพุทธศาสนา กระทรวง (พศ.) วัฒนธรรม (วธ.) มหาเถรสมาคม (มส.) จัดการเรียนการสอนธรรมะในสถานศึกษาอย่างเข้มข้น เพื่อต้องการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนวิชาพระพุทธศาสนา ตามหลักสูตรของสำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง ซึ่งเมื่อเด็กจบหลักสูตรนี้จะได้ประกาศนียบัตรนักธรรมชั้นตรีควบคู่กับการจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานด้วย ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสถานศึกษาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนครปฐมโมเดล นั้น เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และสำนักงานเขตพื่นที่การศึกษานครปฐมเขต 1 ที่มีการคัดเลือกนักเรียนให้เข้าเรียนจากพฤติกรรมคุณธรรม และทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อให้โอกาสในการเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย

ขบวนต่อต้านรัฐประหารไทยรวมตัวในต่างประเทศเพื่อช่วงชิงอำนาจคืน


แปลจากบทความ “Thai Opposition Regroup Abroad In Bid To Regain Power” ของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชี่ยล ไทมส์

ที่มา Asia Provocateur

แปลจากบทความเรื่อง “Thai Opposition Regroup Abroad In Bid To Regain Power” โดย David Pilling แห่งหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชี่ยล ไทมส์ วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ก.ค. ๕๗ เวลา ๐๕.๒๐ น.

โดย จักรภพ เพ็ญแข

ขบวนต่อต้านรัฐประหารไทยรวมตัวในต่างประเทศเพื่อช่วงชิงอำนาจคืน

ฝ่ายต่อต้านรัฐประหารของไทย ซึ่งแตกกระจายและลดบทบาทลงไปหลังการยึดอำนาจของกองทัพเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อันเป็นการโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร และส่งผลให้ผู้นำ “เสื้อแดง” จำนวนหนึ่งต้องหลบหรีออกนอกประเทศนั้น

นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีและแกนนำที่โดดเด่นคนหนึ่งของขบวนการต่อต้านรัฐประหาร ได้ให้สัมภาษณ์จากต่างประเทศว่า บุคคลและกลุ่มต่างๆ ที่มีแนวคิดต่อต้านระบอบทหาร กำลังดำเนินการจัดตั้งองค์กรขับเคลื่อนขบวนการต่อต้านในประเทศตะวันตกประเทศหนึ่ง ที่ยังไม่อาจเปิดเผยชื่อได้ เพื่อจะประกาศแผนต่อต้านระบอบทหารไทย (roadmap) อย่างมีขั้นตอน

ระบอบทหารไทยที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้กำลังปราบปรามมวลชนซึ่งเป็นผู้สนับสนุนของฝ่ายเสื้อแดง รวมทั้งจับกุมคุมขังผู้คนเป็นจำนวนมาก และขู่บังคับให้แกนนำของฝ่ายประชาธิปไตยจำนวนมากลงนามในเอกสารว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก การรวมตัวของคนเกิน ๕ คนกลายเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและจะถูก “สลาย” ในทันที

นางสาวยิ่งลักษณ์ฯ ผู้ถูกกล่าวหาจากคณะตุลาการรัฐธรรมนูญว่า ใช้อำนาจในทางที่ผิดในโครงการรับจำนำข้าว กำลังต่อสู้อย่างหนัก เมื่อวันศุกร์ผ่านมาเธอได้ปรากฎตัวให้สัมภาษณ์อย่างเปิดเผยถึงความไม่เป็นธรรมในคดีนี้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของรัฐบาลฝ่ายประชาธิปไตยเป็นจำนวนมาก ได้หลบหนีไปยังต่างประเทศทั้งในยุโรป สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และกัมพูชา อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นพี่ชายของ นางสาวยิ่งลักษณ์ฯ ได้เดินทางออกจากประเทศไทยหลังการรัฐประหารเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๙ ขณะนี้พำนักอยู่ที่นครดูไบ และใช้เวลาในยุโรปหลายประเทศ รวมทั้งในอังกฤษ

นายจักรภพฯ ผู้ขอมิให้เราเปิดเผยสถานที่สัมภาษณ์ เปิดเผยว่า ฝ่ายต่อต้านรัฐประหารแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มระหว่างผู้ที่มุ่งมั่นเดินหน้าต่อสู้ต่อไปและกลุ่มที่ทดท้อเสียกำลังใจ เขากล่าวด้วยว่าองค์กรเสรีไทยฯ ซึ่งเขาร่วมจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน จะเป็นองค์กรรณรงค์ต่อต้านในเรืองนี้ ร่วมกับชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ อย่างในสหรัฐฯ ที่มีชาวไทยอาศัยอยู่นับแสนคน ตามจุดยืนเพื่อประชาธิปไตย

องค์กรเสรีไทยฯ จะเคลื่อนไหวให้ประเทศต่างๆ ใช้แทรกแซงและกดดันทางเศรษฐกิจเพื่อกดดันระบอบทหารในเมืองไทย ในฐานะส่วนหนึ่งของมาตรการต่อต้านทั้งหมด นายจักรภพฯ กล่าวด้วยว่า “เราต้องรวบรวมแรงสนับสนุนภายนอก... เพื่อสานต่อการปฏิวัติที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์” เขาหมายถึงว่าการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองสยาม พ.ศ.๒๔๗๕ มาเป็นระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ ยังคงไม่สำเร็จ และมีการรัฐประหารโค่ล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนับสิบครั้ง


นายจักรภพฯ กล่าวเสริมว่า “การปฏิรูปประเทศไทยจำต้องเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์” คำวิจารณ์ของนายจักรภพฯ ในห้วงที่ผ่านมา ทำให้เขาถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จนอาจถูกจำคุกได้ถึง ๑๕ ปี

“เลิกพูดได้แล้วว่า สถาบันกษัตริย์ไทยอยู่เหนือการเมือง” นายจักรภพฯ ชี้ถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการในเมืองไทยเมื่อพูดถึงสถาบันกษัตริย์ ซึ่งมักจะถูกยกให้อยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรุนแรงระหว่างชนชั้นนำไทยกับมวลชนที่เหลือของประเทศ ระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญจะต้องมีผลบังคับจริงในทางปฏิบัติ เพื่อให้สถาบันฯ ลงมาร่วมแก้ไขปัญหากับเพื่อนร่วมชาติ

นายจักรภพฯ เสริมว่า การยึดอำนาจครั้งนี้ อาจเป็นผลมาจากความตึงเครียดในเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์จากรัชกาลปัจจุบันซึ่งพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุถึง ๘๖ พรรษาแล้ว ผู้คุมกำลังบางส่วนในเมืองไทยได้แสดงท่าทีสนับสนุน สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ ทั้งๆ ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงเป็น รัชทายาทอย่างเป็นทางการ นักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายสายเชื่อกันว่ากองทัพไทยต้องการจะครอบครองอำนาจเป็นเวลายาวนานจนกระทั่งเวลาเปลี่ยนรัชกาลจะมาถึง

สุดท้าย นายจักรภพฯ กล่าวสรุปว่า วิกฤติการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะชนชั้นนำและอภิสิทธิ์ชนของไทยไม่ยินยอมแบ่งปันอำนาจและความมั่งคั่งของประเทศให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ ชนชั้นนำจำนวนมากในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ๆ ดูถูกดูแคลนชาวชนบทไทยว่า “ด้อยกว่า โง่เขลา น่าหัวเราะเยาะ และไม่มีความสามารถพอที่จะร่วมบริหารประเทศไทยได้”.

วันจันทร์, กรกฎาคม 21, 2557

เผย "แอร์พอร์ตลิงก์" เจ๊งหนัก รายได้เท่ากับขับแท็กซี่ 1 วัน !!



กระปุก : ดร.สามารถ เผย รายได้รถด่วนแอร์พอร์ตลิงก์ต่อเที่ยว เท่ากับขับแท็กซี่หนึ่งวัน! โดย คำนวณข้อมูลจากจำนวนผู้โดยสาร จำนวนเที่ยว และรายได้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2557) ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่า กทม. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงรายได้รถด่วนแอร์พอร์ตลิงก์ ที่ปัจจุบันมีรายได้จากค่าโดยสารน้อยมาก โดยมีข้อความระบุว่า

"เจ๊งหนัก ! รายได้รถด่วนแอร์พอร์ตลิงก์ต่อเที่ยวเท่ากับขับแท็กซี่หนึ่งวัน

คงไม่มีใครคาดคิดว่ารถด่วนแอร์พอร์ตลิงก์ที่ให้บริการระหว่างสถานีมักกะสันกับสนามบินสุวรรณภูมิจะมีรายได้จากค่าโดยสารน้อยมาก คือได้แค่ 1,200 บาท/เที่ยว เท่านั้น

รายได้นี้พอ ๆ กับ รายได้จากการขับรถแท็กซี่ 1 วัน!

ตัวเลขรายได้นี้ได้มาจากการคำนวณข้อมูลจำนวนผู้โดยสาร จำนวนเที่ยว และรายได้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ดังนี้

จำนวนผู้โดยสาร 138,105 คน

จำนวนเที่ยว 9,995 เที่ยว

รายได้ 12,011,310 บาท

ดังนั้น รายได้/เที่ยว = 1,202 บาท (12,011,310/9,995) และ จำนวนผู้โดยสาร/เที่ยว = 13.8 คน/เที่ยว (138,105/9,995)

เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารถด่วนแอร์พอร์ตลิงก์มีผู้โดยสารน้อยมาก คือมีแค่ 14 คน/เที่ยว เท่านั้น ในขณะที่ความจุของขบวนรถด่วนมีถึง 510 คน หรือมีผู้โดยสารแค่ 2.7% ของความจุเท่านั้น พูดได้ว่ามีผู้โดยสารโหรงเหรง

หันมาดูด้านรายจ่ายในการเดินรถ พบว่ามีรายจ่ายสูงกว่ารายได้มาก คือ 34,200 บาท/เที่ยว หรือมีรายได้แค่ 3.5% ของรายจ่าย ตัวเลขรายจ่ายนี้คำนวณจากข้อมูล ดังนี้

รายจ่ายในการเดินรถต่อตู้ 300 บาท/กม.

รถด่วนหนึ่งขบวนมี 4 ตู้ (ตู้โดยสาร 3 ตู้ และตู้สัมภาระ 1 ตู้)

ระยะทางต่อเที่ยว 28.5 กม.

ดังนั้น รายจ่ายในการเดินรถ = 300x4x28.5 = 34,200 บาท/เที่ยว

เห็นตัวเลขเหล่านี้แล้ว ใคร ๆ ก็รู้ว่า เจ๊งแน่!

ผมเห็นว่า รฟท. ควรจ้างเอกชนมาให้บริการเดินรถจะดีกว่า เพราะจะมีรายได้มากกว่านี้แน่นอน คุณเห็นเป็นอย่างไรครับ"