วันอังคาร, ตุลาคม 21, 2557

งามหน้าไปทั่วโลก สื่อนอกตีข่าวคดีเกาะเต่า ตำรวจยังปฏิเสธว่าไม่มีการซ้อมผู้ต้องหา หลังจาก กสม.ร่วมกับคุณหญิง พญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.นิติวิทยาศาสตร์ และการไปพูดคุยกับผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ข้อมูลตรงกันว่าเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมซ้อม ทุบตี ทำร้าย

Post by CSI LA.


คลิปห้องข่าวฉุกเฉินรับอรุณ : ภรรยาผู้นำของไทย นราพร จันทร์โอชา ภริยาของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนอย่างไร มีบทบาทอย่างไรในการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์

https://www.youtube.com/watch?v=2HVyYYAdy3g

Published on Oct 19, 2014
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดถึง "ภริยา" ต่อสาธารณะหลายครั้ง ล่าสุดบอก "ทะเลาะกับเมีย" ก่อนหน้านั้นบอก "เมียจะขอเลิก" จริงๆแล้ว "รศ.นราพร จันทร์โอชา" ภริยาของพล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนอย่างไร มีบทบาทอย่างไรในการทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ก่อนหน้านี้จนถึงวันที่สามีเป็นนาย­กรัฐมนตรีวิเคราะห์โดยเทพชัย หย่อง, สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์ และ ปัญญา ทิ้วสังวาลย์ ผู้สื่อข่าวสายความมั่นคง


บทวิเคราะห์มติชน : สอย 2 อดีตปธ. คสช.ใต้แรงกดดัน ′โรดแมป′ส่อวิบาก


ที่มา มติชนออนไลน์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ได้ฤกษ์เปิดตัวกับโลกตะวันตกครั้งแรกด้วยการประชุมอาเซมที่อิตาลี 16-18 ต.ค.ที่ผ่านมา

มีทั้งภาพจับไม้จับมือกับนายกฯ จีนและญี่ปุ่น ผลเจรจาที่ให้ความมั่นใจเรื่องการลงทุนในแผนบริหารจัดการน้ำ รถไฟไฮสปีด ไปจนถึงการแก้กฎระเบียบสร้างความคล่องตัวในการลงทุน

และก็มีภาพการชุมนุมประท้วงของคนไทยและต่างชาติ ชูป้ายต่อต้าน พล.อ.ประยุทธ์ ชูป้ายต่อต้านการรัฐประหารในประเทศไทย รวมถึงมาทวงถามความคืบหน้าในการทำคดีสังหาร ฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระชาวอิตาเลียนในเหตุการณ์สลายม็อบปี 2553

แม้จะมีความพยายามปฏิเสธจากไก่อู พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด และนายสุวพันธุ์ ยุวรรธนะ รมต.สำนักนายกฯ ว่าเป็นการประท้วงเรื่องอื่นเป็นหลัก

แต่โลกยุคนี้เชื่อมต่อกันหมดแล้วด้วยไฮเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ความจริงบางอย่างเกิดขึ้นแล้วก็เป็นที่รับรู้กัน ไม่ต้องรอใครมาปฏิเสธหรือยืนยัน

ภาพผลสำเร็จในการเจรจา และการประท้วงต่อต้านเป็นเรื่องเข้าใจได้ ผู้นำ คสช.ก็พูดย้ำแล้วย้ำอีกว่า มาด้วยสถานการณ์พิเศษ และสุดท้ายก็ต้องกลับสู่สภาพปกติ

อะไรพิเศษ อะไรปกติ เป็นเรื่องเข้าใจกันแล้ว

แรงหนุน-แรงต้านก็จะคู่ขนานกันไปแบบนี้ตลอดอายุของ คสช. อยู่ที่วิจารณญาณของ คสช.เองว่า จะเลือกฟังด้านไหน ถึงจะได้ความจริงและเกิดประโยชน์สูงสุด

แรงหนุน-แรงต้านไม่ได้มีเฉพาะภายนอกคสช.เท่านั้น ภายใน คสช.และเครือข่ายเอง ก็ยังเกิด "ศึกใน" ขึ้นมา

อาการนี้ กรุ่นๆ มาตั้งแต่การตั้ง สนช. การตั้ง สปช. ซึ่งหลายคนเห็นว่าตนเองลงทุนลงแรงไปไม่น้อยในช่วงชัตดาวน์ แต่ถึงเวลา กลับไม่มีตำแหน่งแห่งหน

เกิดกระแสโจมตี คสช.ด้วยเหตุผลต่างๆ ก่อจะเลยเถิดลามปามออกไป

เมื่อ คสช.ไม่ได้ตามล้างตามเช็ดอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้เด็ดขาดถอนรากถอนโคนอย่างที่กองเชียร์อยากจะเห็น

จึงเกิดการผลักดันให้องค์กรอิสระออกมาไล่เช็กบิล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และบุคคลในรัฐบาลเดิม สภาชุดเดิม

ทำให้ คสช.เอง ไม่แฮปปี้กับบทบาทขององค์กรอิสระ เพราะเกรงจะลุกลามบานปลาย แล้วจะเป็นภาระของ คสช.ต้องเข้าไปแบกรับปัญหาอีก

ขนาดที่ คสช.เอง ออกคำสั่ง 63/2557 มาแตะเบรกเตือนบรรดาองค์กรอิสระว่า อย่ากระทำ 2 มาตรฐาน แต่คำสั่งนี้ ดูๆ ไป ก็ไม่ได้มีผลทางปฏิบัติ

เป็นที่รู้กันว่า องค์กรอิสระเองก็มี "แบ๊กอัพ" ที่บุคคลใน คสช.เอง เกรงอกเกรงใจ

กลายเป็นสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ขณะที่ภายในประเทศเอง การถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ก็กลายเป็นประเด็นงัดข้อ ระหว่าง คสช.กับ กลุ่ม 40 อดีต ส.ว.และเครือข่ายอำนาจเดิม

ต้นเรื่อง มาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ในปี 2556 ให้ ส.ว.มาจากเลือกตั้ง ที่กลายเป็นข้อหาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ป.ป.ช.สรุปสำนวนส่งให้ สนช.ถอดถอน แต่ สนช.สายทหาร ที่นำโดย พล.อ.นพดล อินทปัญญา เห็นว่า ไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ยกเลิกไปแล้ว และตำแหน่ง ส.ส.-ส.ว.ที่จะถอดถอนก็ไม่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ 2557 จึงไม่มีฐานให้อ้างอิง

เมื่อไม่มีฐานให้อ้างอิงก็ต้องลงมติว่า สนช.ไม่มีอำนาจถอดถอน ดีกว่าเดินหน้าโดยไม่มีอำนาจ จะกลายเป็นเงื่อนไขความรุนแรงในอนาคต

ขณะที่กลุ่มอดีต 40 ส.ว.และเครือข่ายที่ตามจองเวรกับพรรคเพื่อไทยมา ยืนยันว่า"ความผิด" ยังอยู่ ไม่ว่าจะมีกฎหมายหรือไม่

ในการประชุม สนช.เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่า สนช.ทหารเตรียมมาลงมติ เพื่อให้เรื่องจบๆ แต่สุดท้าย ต้องใช้วิธีประนีประนอม งดใช้ข้อบังคับที่กำหนดให้ สนช.วินิจฉัยว่าตนเองมีอำนาจหน้าที่หรือไม่ออกไปก่อน เพื่อเลี่ยงการลงมติ ที่จะทำให้เกิดบรรยากาศฝักฝ่ายใน สนช.

แต่ก็เป็นที่รับรู้กันแล้วว่า มีความเห็นต่างอย่างแน่นอน ภายในขั้ว คสช.เอง

และจะพัฒนาไปอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าจับตา

ระยะเวลาตามโรดแมปที่ยังเหลืออยู่ นอกจาก คสช.จะต้องขับเคี่ยวกับขั้วการเมืองตรงข้ามแล้ว "ศึกใน" เอง ก็คงจะหนักหน่วงและเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ

จากเดิมกำหนดคร่าวๆ ว่าจะเลือกตั้งในปี 2558 ขณะนี้ เชื่อว่าจะยืดยาวไปจนถึงกลางปี 2559 เพื่อจัดทำกฎหมายลูก และเตรียมการเลือกตั้ง

ก็ไม่แปลกที่บิ๊กตู่จะกล่าวกับทูตไทยในยุโรป ที่พบปะระหว่างไปร่วมประชุมอาเซมว่า อยากลาออก และจะไม่อยู่ให้เกินเวลาตามที่ตั้งใจไว้ แม้แต่วันเดียว

เพราะเข้าใจได้ว่า ยิ่งนานก็ยิ่งวิบาก เพราะภาระทางการเมืองเริ่มซับซ้อนและยุ่งยากขึ้นเรื่อยๆ

และเห็นชัดว่า แรงกดดันจากทุกทิศทางเพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

จากกลุ่มอำนาจเดิมและเครือข่าย อยากให้เช็กบิลระบอบทักษิณอย่างเด็ดขาด กลุ่มการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้วางตัวเป็นคนกลางอย่างสมดุล ขณะที่กระแสต่างประเทศจะเรียกร้องอย่างต่อเนื่องให้กลับสู่ประชาธิปไตยแบบสากล

การปฏิรูปที่ คสช.ถือเป็นธงสำคัญ ก็จะตีความต่างๆ กัน ตามจุดยืนของแต่ละฝ่าย

เรื่องท้าทายในห้วงต่อไปนี้ ก็คือ คสช.จะเลือกตัดสินใจอย่างไร ท่ามกลางแรงบีบ แรงกดดันจากแต่ละฝ่าย จึงจะบรรลุเป้าหมายที่ คสช.ต้องการอย่างไม่เสียฟอร์ม และไม่ทำให้ 22 พ.ค. "เสียของ" ไปพร้อมกัน

(มติชนรายวันฉบับวันที่ 19 ตุลาคม 2557)


เสื้อแดงทำกิจกรรมเล่นดนตรีเปิดหมวก รับบริจาคช่วยนักโทษการเมือง




ภาพจาก ข่าวสดออนไลน์ และ อานนท์ นำภา

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 18 ต.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงและทนายอานนท์ นำภา ทำกิจกรรมเล่นดนตรีเปิดหมวก ที่ถนนข้าวสาร เพื่อขอรับบริจาคเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือนักโทษการเมืองและครอบครัว ขณะที่มีตำรวจนอกเครื่องแบบสังเกตการณ์อยู่ด้วย

 กิจกรรมดังกล่าวเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนเสื้อแดงผ่านโลกไซเบอร์ เคยจัดครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน และได้เงินบริจาคกว่า 2 หมื่นบาท ส่วนในครั้งนี้ สมาชิกหิ้วเครื่องดนตรีมาร่วมเล่นดนตรีเปิดหมวกกันอย่างสนุกสนานเช่นเดม มีผู้เข้าร่วมราว 30-40 คน และมีชาวต่างชาติร่วมบริจาคด้วย หลังจากอ่านป้ายข้อความที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ 

วันจันทร์, ตุลาคม 20, 2557

ช็อตเด็ดวันนี้ : ภาพประชาชนที่ไปร่วมงาน พระราชทานเพลิงศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย พร้อมใจกันชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว


เฟซบุ๊ก บีบีซีไทย - BBC Thai รายงานข่าวพิธีพระราชทานเพลิงศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยใช้ภาพประกอบข่าว เป็นภาพประชาชนที่ไปร่วมงานพร้อมใจกันชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ทั้งนี้ ในช่วงหลังรัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม สัญลักษณ์ดังกล่าวเคยถูกใช้เพื่อต่อต้านรัฐประหารมาแล้ว

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กบีบีซี พิมพ์ข้อความประกอบภาพว่า "วันนี้มีคนจำนวนมากไปร่วมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพของ พ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฏร และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่วัดบางไผ่ บางบัวทอง ที่ไม่ปรากฏในรูปคือเจ้าหน้าที่ไม่ต่ำกว่าสองร้อยที่ไปรักษาความปลอดภัยด้วย"
ที่มา รายงานข่าวจาก มติชนออนไลน์

ooo
ครั้งหนึ่งไม่นานมานี้... https://www.youtube.com/watch?v=_Jne2PHAWmw
....

กวีประชาไท: อภิวาทอภิวันท์

Mon, 2014-10-20 08:24
ที่มา ประชาไท

โดย ยังวัน

บันไดเมรุ ขั้นสุดท้าย คือปลายสุด
เป็นปลายจุด ส่งร่าง ก่อนห่างหาย
บ่งภาระ คาค้าง ยังไม่คลาย
จะสืบสาย สานต่อ จรมัน*
สามนิ้วชู บูชา กล้าประกาศ
อภิวันท์ อภิวาท ด้วยมาดมั่น
ภาระที่ ค้างคา จะฝ่าฟัน
เพื่อเบิกวัน ฟ้าใหม่ ชัยประชา
ฟังสิฟัง คนแสน เขาแค้นคับ
เสียงขานขับ เพลงสู้ ยิ่งกู่กล้า
มันใกล้กาล แตกดับ ใกล้ลับลา
ล้างวิโยค โลกหล้า ภราดร..
ส่งกันได้ ไกลสุด แค่จุดนี้
อภิวันท์ พลันชี้ อุทธาหรณ์
"เสรี"-"สู้" คู่ไว้ ใช่อ้อนวอน
นิรันดร คำ"สู้" คู่กับ"ชัย".

*จรมัน [จอระ-] (กลอน) ก. ทําให้มั่น, ทําให้แข็งแรง.

RED USA ขอน้อมส่งพี่เปียสู่สรวงสวรรค์





พี่เปียครับ
ณ สถานที่ซึ่งพวกเรามารวมตัวกันเพื่อส่งพี่เปียสู่สรวงสวรรค์ 
เป็นเวลาประมาณ 18.00 นาฬิกา หรือ 6 โมงเย็น
แสงตะวันกำลังลับขอบฟ้า บรรยากาศเริ่มสลัว ความมืดเริ่มสยายปีก และขยายตัวแผ่ซ่านเข้าครอบคลุมอย่างรวดเร็ว 
เนื่องจากในแอลเอย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงแล้ว
วันที่พวกเราน้อมส่งพี่เปียสู่สวรรคาลัยเป็นวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม 2014 ตรงกับเวลาประมาณ 08.00 นาฬิกาของวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2014 ตามเวลาในประเทศไทย

สมาชิก RED USA ในแอลเอผู้มาร่วมส่งพี่เปียสู่สัมปรายภพ
ขอแนบใจมาร่วมกับพี่น้องประชาชนทั้งไทยและต่างชาตินับหมื่นคน 
ที่เข้าร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพพี่เปียในประเทศไทย 
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2014 นี้ด้วยเช่นกัน

RED USA จะรำลึกถึงวีรกรรมและอุดมการณ์ประชาธิปไตยของพี่เปีย 
พันเอก ดร. อภิวันท์ วิริยะชัย นายทหารผู้ครองยศพันเอกตั้งแต่อายุ 37 ปี 
ผู้มุ่งมั่นอยากเห็นประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย 
ซึ่งน้อยนักจะปรากฎให้เห็นในบรรดาทหารไทย 
ไม่ว่าจะครองยศระดับใด

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ทหารไทยไม่เคยปกป้องประชาชน ไม่ใช่ทหารของประชาชน ประชาชนมือเปล่านับพัน นับหมื่นคนถูกทหารไทยฆ่าตายและบาดเจ็บพิการ

พี่เปียจึงกลายเป็น "หงส์ในฝูงกา" ของทหารด้วยกัน
ไม่ว่ารุ่นพี่หรือรุ่นน้อง
ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์หรือทหารร่วมรุ่น ที่ตั้งข้อรังเกียจว่าพี่เปียเป็น "Ugly Duckling"

แต่พี่เปียมิใช่ลูกเป็ดขี้เหร่ พี่เปียเป็น "หงส์ที่สง่างาม" 
เหนือฝูงเป็ดและฝูงกา..รอบข้าง
เป็นทหารไทยที่ประชาชนเห็น สัมผัส และรับรู้จากประสบการณ์จริง
พี่เปียครับ
พวกเราภูมิใจและนับถือนายทหารประชาธิปไตยอย่างพี่
นอกจากพี่ไม่เคยเข่นฆ่าประชาชนไทยมือเปล่าด้วยกันเองแล้ว
พี่เปียยังเข้าร่วมชะตากรรมกับประชาชน
 
จำนนใจกับทหารสีเดียวกันที่มุ่งทำร้ายหมายเข่นฆ่า
ทนยอมให้พวกมันกลั่นแกล้ง ไล่ล่า 
ป้ายความผิดด้วยข้อกล่าวหาฉกรรจ์
เพียงเพราะต้องการให้ประชาชนตาดำๆ ได้รับความเป็นธรรม
และประชาธิปไตย

พี่เปียของน้องๆ
ขอเชิญพี่ขึ้นสู่สรวงสวรรค์
เข้าสู่ภวังค์แห่งทิพย์ที่อิ่มเอิบและสุขสงบ
ในสัมปรายภพ
จากนี้จนนิรันดร์

เสื้อแดงไม่มีวันตาย...ส่ง "อภิวันท์" ครั้งสุดท้าย แต่ไฉนมวลชนตะโกน"ยิ่งลักษณ์สู้ ๆ

เพลงเสื้อแดงไม่มีวันตาย
https://www.youtube.com/watch?v=PpyJUb0o538
Uploaded on Sep 8, 2010
เพลงเสื้อแดงไม่มีวันตาย ร้องโดย พันเอก.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัยคอนเสิร์ตคนเสื้อแดง จากเพื่อนถึงเพื่อน ที่เขาตาโล พัทยา 04/09/2553
...

ส่ง "อภิวันท์" ครั้งสุดท้าย แต่ไฉนมวลชนตะโกน"ยิ่งลักษณ์สู้ๆ"
https://www.youtube.com/watch?v=rYkjlsgTKsM

เมื่อเวลา16.00น.วันที่ 19 ตุลาคม  ที่วัดบางไผ่ จังหวัดนนทบุรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานพระราชทานเพลิงศพ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฏร และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่เสียชีวิต ด้วยโรคปอดติดเชื้อ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยแกนนำนปช. อดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส. และแกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมงาน อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายวราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคพท. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคพท. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองเลขาธิการพรรคพท. นายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคพท. นายคณิน บุญสุวรรณ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคพท. นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานนปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำนปช. นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคพท. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตส.ส.นนทบุรี พรรคพท. น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีตส.ส.บัญชีรสยชื่อ พรรคพท. นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคพท. และประชาชนจำนวนมาก
      
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางมาถึงบริเวณพิธี ประชาชนที่มาร่วมงานต่างพากันตะโกนว่า "ยิ่งลักษณ์ สู้ๆ" ดังทั่วบริเวณ
       
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บริเวณเมรุมีการตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้สีแดงพันธ์มอคคาร่าเรด และดอกกล้วยไม้สีขาว พันธุ์ขาวสนาน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่พ.อ.อภิวันท์ชื่นชอบ จำนวนทั้งหมด 65,000 ช่อตัวเลขเท่ากับอายุของพ.อ.อภิวันท์ที่เสียชีวิตลงในอายุ 65 ปี พร้อมทั้งมีการนำดอกกล้วยไม้วางบนแทนเป็นรูปพนมมือ จำนวน5 คู่ ตั้งเรียงบริเวณด้านหน้าเมรุ สื่อความหมายการเคารพนบนอบแก่แขกที่เดินทางมาร่วมในพิธี ด้านบนยังมีการนำดอกกล้วยไม้มาประดับเป็นเสาโรมันสีแดงและสีขาว โดยการประดับตกแต่งสื่อความหมาย แทนความบริสุทธิ์ ความรักชาติ ความศรัทธา ความสามัคคี และชายชาติทหารของพ.อ.อภิวันท์

....

งานศพอภิวันท์ วิริยะชัย ยิ่งใหญ่ นายกยิ่งลักษณ์เป็นประธาน

20 ตุลาคม 2557

บีบีซีไทย - BBC Thai

วันนี้มีคนจำนวนมากไปร่วมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพของ พ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฏร และอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่วัดบางไผ่ บางบัวทอง ที่ไม่ปรากฏในรูปคือเจ้าหน้าที่ไม่ต่ำกว่าสองร้อยที่ไปรักษาความปลอดภัยด้วย





จากเฟซบุ๊ค Chumaporn Waaddao TK

จริง ๆ แล้วภาพนี้น่าสนใจ ในขณะที่ฉันอยู่ในพื้นที่บนเมรุเพื่อรอเก็บภาพบรรยากาศงาน จึงเห็นความเป็นมาเป็นไปโดยละเอียด

ใจกลางภาพคือ ยิ่งลักษณ์ ประธานในพิธีที่เดินขึ้นเมรุ เธอมาตอนสี่โมงในขณะที่ประชาชนมาตั้งแต่เที่ยง เธอเดินนำเพราะว่าเป็นประธานในพิธี สองข้างขนาบด้วยภรรยาและบุตรสาวของอภิวันท์ หลังจากนั้นก็มีนักการเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขั้วการเมืองฝั่งทักษิณทะยอยเดินตามมา


สองฝั่งขุดข้าราชการสีขาว คือข้าราชการที่ต้องยืน เดิน ในพิธี โดยเฉพาะการเชิญเพลิงพระราชทาน โฆษกพูดตลอดเวลาว่า ให้ประธานในพิธี พระภิกษุสงฆ์ และข้าราชการชุดขาวขึ้นวางดอกไม้จันทร์ก่อน หากมองเห็นฉัตรที่ถืออยู่ด้านข้าง นั่นเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ

แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้รู้สึกขนลุกจริง ๆ คือประชาชนที่ขนาบทั่วบริเวณ หลายคนตะโกนคำว่า ยิ่งลักษณ์สู้ ๆ และจากคำสัมภาษณ์ชาวบ้านที่มา ก็จะบอกว่าพร้อมจะเดินทางต่อไปเพื่อประชาธิปไตย

เสียงของชาวบ้าน และ พลังของชาวบ้านที่อยู่ตรงหน้านั่นต่างหากที่ทำให้ภาพนี้มีความยิ่งใหญ่ ไม่ใช่หญิงสาวที่ถูกหุ้มไปด้วยเกราะป้องกันตัวอย่างยิ่งลักษณ์ไม่

ฉันเองมองยิ่งลักษณ์และตะโกนเช่นกันว่าสู้ ๆ หากแต่ฉันตะโกนคำว่า สู้ๆ สู้ๆ เพราะว่าใจที่ทั้งปวดปร่าและฮึกเหิมเรียกร้อง

ก่อนกลับมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งถามฉันว่า ถึงห้าหมื่นไหม ฉันตอบไปว่า ไม่ถึง เราอยู่เวทีการเคลื่อนไหวมานาน ดูรู้ว่าจำนวนเท่าไร เธอบอกฉันว่า "ไม่...วันนี้คนมาห้าหมื่น" ฉันตอบไปอีกว่า ไม่ถึงพี่ เรายอมรับกันเถอะ

การยอมรับไม่ได้หมายความว่าเรามาน้อย แต่หมายความว่าเราประเมินตัวเราอย่างซื่ิอสัตย์เท่านั้น

เก็บตกสองเรื่อง
* พี่ที่ใส่เสื้อเเดงสองคนไม่ได้เข้าไป เสียงบ่นไกล ๆ ว่ามีการขวางไม่ให้เข้า
หน้าประตู มีคำว่า ที่จอดรถ VIP และในห้องก็แบ่งกันอย่างชัดเจนระหว่างคน VIP และคน ไม่ VIP
*ระหว่างที่ บก. เดินเข้ามาในห้อง VIP มีเสียงตามหลังว่า ใช่ พาไปสวัสดีแล้วให้เดินออกไปเลย ! แต่ขณะที่ท่านเดินออกไปนอกห้อง เสียงโห่ร้องต้อนรับกลับดังไปทั่ว

RIP- อภิวันท์ วิริยะชัย--ประชาชนมาเพื่อส่งท่านเดินทางต่อ
เหมือนที่เราต้องเดินทางต่อ


วันอาทิตย์, ตุลาคม 19, 2557

คนไทยที่ยุโรปกร่างใช้กฎหมายมาตรา 112 เล่นงานกันมากเกินไปแล้ว

ที่มา เฟซบุ๊ค Junya Yimprasert 



ถามว่าทำไมคนไทยที่ต่างแดน ... 

ทำได้เพียงทำกิจกรรมเยินยอผู้นำหรือเทิดพระเกียรติในหลวง แม้ว่าจะมีคนไทยจำนวนเยอะกว่า ที่รับรู้เรื่องราวและอยากจะออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยให้ประเทศไทยกันจะแย่

สถานการณ์ในยุโรปในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้คือ

พวกคลั่งเจ้า และคลั่งทักษิณบางคน ได้ที่ขี่หลังมาตรา 112 มาใช้ในการคุกคามและปรามคนไทยด้วยกันเอง แม้จะอยู่ที่ต่างแดน

ทั้งในนอเวย์ ฟินแลนด์ อังกฤษ เยอรมัน หรืออิตาลี กลุ่มคนคลั่งเจ้าเหล่านี้ ข่มขู่คุกคามคนไทย ที่ออกหน้าออกตาเรื่องเรียกร้องประชาธิปไตยของไทยอย่างเปิดเผย และอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นลุกขึ้นมาทำร้ายคนไทยที่ประกาศตัวไม่รักเจ้าในที่สาธารณะ ใช้เฟซบุ๊คข่มขู่ว่าจะแจ้งความจับด้วยมาตรา 112

นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่คนไทยที่ยุโรป ที่ยังมีสายสัมพันธ์กับเมืองไทย และยังต้องกลับเมืองไทย จึงเหมือนถูกปิดปากไปด้วย แม้ว่าจะอยู่ในประเทศที่มีเสรีภาพก็ตาม

ตราบใดที่กฎหมายมาตรา 112 ยังอยู่ 
มันจะถูกใช้เป็นเครื่องมืออันสำคัญของเผด็จการและอำมาตย์ ในการกดหัวและปิดปากคนไทย

ปลดล็อคประเทศไทย
ต้องทำให้กฎหมายมาตรา 112 ถูกยกเลิก หรือหมดความศักดิ์สิทธิ์ลงไป นั่นหมายความว่า คนไทยไม่ยอมให้กฎหมายตัวนี้ถูกใช้ข่มขู่ คุกคาม กันได้อย่างไม่มีการตอบโต้

ที่ยุโรป เราตอบโต้คนที่คุกคามและทำร้ายเราด้วยกฎหมายมาตรา 112 ของไทย ได้ด้วยการกดเบอร์สายด่วน 112 เพื่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจ และช่วยกันจัดการสงบปากพวกคนคลั่งเจ้าไทยที่ยุโรป ด้วยกฎหมายของยุโรป

ถ้าคนไทยที่มาอยู่ยุโรปแล้ว ยังไม่เคารพกฎหมายยุโรป ยังพยายามเหยียบหัวคนไทยด้วยกันเอง เพราะคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าเพราะมี 112 ถ้าละเมิดกฎหมายยุโรป ก็คงถูกจัดการอย่างจริงจังตามกฎหมายนะฮะ ...
และผมคิดว่า ถ้าพวกท่านจะกลับไปอยู่ประเทศไทย ทหารไทยคงยินดีต้อนรับพวกท่านแน่ๆ ครับ

ประมวลภาพการประท้วงที่มิลาน + จรรยา ตอบข้อกังขา ทำไมขบวนการเยาวชนมิลานร่วมต้านเผด็จการประยุทธ์ จันทร์โอชา


ที่มา เฟซบุ๊ค  Junya Yimprasert

ขอตอบข้อกังขาและข้อสงสัยต่างๆ ของการประท้วงประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มิลาน

ผมขอตอบที่หน้าวอลเลยแล้วกัน ใครจะก๊อปไปฝากเหล่าคนที่ตั้งคำถามหรือข้อกังขามาได้เลยนะฮะ

1. พวกเรา ที่มีทั้งผม คนไทย นักวิชาการทั้งไทยและเทศ ได้มีแผนการไปจัดเวทีเรื่อง "หลังรัฐประหารไทย: การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและปกป้องสิทธิมนุษยชน" ที่การประชุมภาคประชาสังคมเอเชีย-ยุโรป ในวันที่ 11 ตุลาคม 2557 ... ซึ่งเป็นเวทีที่จะส่งข้อเสนอแนะจากภาคประชานไปยังรัฐบาลที่ร่วมประชุม ASEM ซึ่งที่ประชุมต้านรัฐประหารได้ส่งข้อเสนอแนะของเวทีประชุมเราไปให้ทั้งที่ประชุมภาคสังคมเอเชียยุโรปมีมติรับรองในวันสุดท้าย ซึ่งก็ได้รับเสียงปรบมือรับรองกึกก้อง (ดูรายละเอียดhttp://thaienews.blogspot.fi/2014/10/blog-post_91.html)

2, เมื่อรู้ว่าประยุทธ์ จะมามิลาน พวกเราได้คุยกันเรื่องการต้านประยุทธ์กันทันที และคิดเรื่องต้านรัฐประหารทันที และได้ประกาศหน้าเฟซบุ๊คเพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนคนไทยมาร่วมประท้วง ตั้งแต่ต้น ... ทั้งนี้ผมได้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิตาเลี่ยนตั้งแต่ในที่ประชุมถึงความจำเป็นต้องต้านเผด็จการประยุทธ และมีการเผยแพร่และใส่ซับภาษาอิตาเลี่ยน (ดู https://www.youtube.com/watch?v=qPBe_F8Dw4A)

3. หลังจากจบการประชุม สหายชาวอิตาเลียนหลายคน ได้ช่วยประสานกับองค์กรท้องถิ่นในมิลาน ทั้งกลุ่มนักศึกษา นักการเมืองฝ่ายซ้าย กลุ่มนักกิจกรรมยึดคืนพื้นที่เพื่อสังคม และกลุ่มศิลปิน พวกเราทั้งโทรศัพท์ และเดินทางไปพูดคุยด้วยตัวเอง (ดูhttps://www.facebook.com/photo.php?fbid=10203111830537366&set=a.1036821401507.2007094.1254635407&type=1&permPage=1)

4. ในระหว่างนี้พวกเราก็ทำงานสื่อกันทันที โดยประสานกับน้องคนไทยให้ช่วยทำโปสเตอร์และสติกเกอร์ ส่วนผมและอีกทีมก็เขียนแถลงการณ์และส่งให้องค์กรต่างๆ ดูและลงชื่อในแถลงการณ์ (ดู http://thaienews.blogspot.fi/2014/10/blog-post_97.html และhttp://thaienews.blogspot.fi/2014/10/blog-post_18.html)

5. พอเงินของพวกเราหมด ไม่พอแน่ๆ สำหรับการทำสื่อและจ้างช่างภาพ ผมจึงเปิดรับขอการสนับสนุน และได้ทำรายงานการใช้จ่ายไปเรียบร้อยแล้วซึ่งใช้เงินสนับสนุนไปในการประท้วงประยุทธ์ครั้งนี้ 559 ยูโร (ดูhttps://www.facebook.com/junya.yimprasert/posts/10203134344580203)

5. เราได้พบกับองค์กร Cantiere และพูดคุยเรื่องประยุทธ์ ทางองค์กรมีกำหนดการประท้วงเรื่องการเหยียดผิวและเหยียดเชื้อชาติอยู่แล้วในวันที่ 16 ตุลาคม และที่ประชุมมีมติให้การประท้วงเผด็จการประยุทธ์ เป็นประเด็นร่วมในการประท้วงด้วย โดยพวกเราได้ไปทำทำโปสเตอร์ประท้วงกันที่องค์กร นักศึกษาทำป้ายกลาง พวกเราทำป้ายไม่ต้อนรับประยุทธ์

6. สหายอิตาเลียนช่วยวิ่งเรื่องปรินส์สติกเกอร์และโปสเตอร์ และทยอยปิดตามรอบๆ บริเวณที่ประยุทธ์จะเข้าพักตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม และพวกเราก็ทยอยปิดกันทุกเมื่อเมื่อมีโอกาส (https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10203132890143843&set=a.10203132868343298.1073741845.1254635407&type=3&theater)

7. องค์กร Cantiere มีอาคารที่เยาวชนยึดมาจากอาคารที่ว่างเปล่ามาหลายสิบปีเป็นที่พักอาศัยให้กับหลายสิบครอบครัวที่ไร้บ้าน และมีบริเวณให้นักกิจกรรมได้เข้าพักเป็นครั้งคราว และได้เสนอมาตั้งแต่แรกแล้วว่า ยินดีให้คนไทยที่จะเดินทางมาประท้วงประยุทธ์เข้าพักได้ ดังที่ผมได้ประกาศไปแล้ว ผมและเพื่อนก็เข้าพักที่นี่ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม และได้ไปเตรียมงานประท้วงที่สำนักงานขององค์กรแห่งนี้

8. ในวันประท้วง นักศึกษาต่างทราบว่าเป็นงานต้านการเหยียดผิว เหยียดเชื้อชาติ และต้านเผด็จการไทยที่อยู่ในอิตาลี โฆษกของการเดินประท้วงพูดถึงเรื่องนี้ตลอดเส้นทาง และเชิญให้ผมและเพื่อนพูดปราศรัยตลอดเส้นทางเช่นกัน (ดังจะปรากฎในวีดีโอที่กำลังจัดทำใส่ซับไทยอยู่ในขณะนี้) และ ดู (https://www.facebook.com/junya.yimprasert/media_set…)

9. นักศึกษาหลายคนมาขอป้ายประท้วงไปถือด้วยความเต็มใจ และไม่มีการบังคับถือป้ายโดยเขาไม่เข้าใจ เพราะป้ายข้อความสั้นๆ ที่ระบุว่า "ประยุทธ์ ที่นี่ไม่ต้อนรับมึง" ใน 3 ภาษา ไม่มีทางที่คนอ่านออกเขียนได้จะไม่เข้าใจ การไปลดทอนพลังความสมานฉันท์ของนักศึกษาและเยาวชนอิตาเลียนว่าถูกหลอกมา หรือประท้วงอย่างไม่เข้าใจ จึงเป็นการดูถูกพวกเขาอย่างมาก

10. พวกเราได้แจ้งให้ทางองค์กร Cantiere รับทราบความเคลื่อนไหวและผลสะเทือนของการประท้วงครั้งนี้ รวมทั้งข้อกังขาต่างๆ ทางองค์กรจึงได้ออกแถลงข่าวยืนยันเองว่าเป็นเจ้าภาพจัดงานประท้วง ดังภาพข่าวที่เห็น และที่หน้าเวบขององค์กร ที่พาดหัวไว้ว่า "ไม่ต้อนรับเผด็จการประยุทธ์" และ "เผด็จการทหารไทยจงพินาศ" (ดูhttp://bangkok.coconuts.co/…/italian-activist-group-confirm… และhttp://cantiere.org/…/prayuth-non-sei-benvenuto-abbasso-la-…)

11. องค์กร Cantiere เป็นองค์กรก้าวหน้าที่รณรงค์เรื่องสิทธิ เสรีภาพ และความยุติธรรมในสังคม ทั้งปัญหาในอิตาลี และป้ญหาการละเมิดสิทธิประชาชนในหลายประเทศ ทั้งทำงานเชื่อมกับการต่อสู้ของประชาชนเพื่อปลดแอกเผด็จการในหลายประเทศ จึงตระหนักถึงความสำคัญเรื่องการต้านรัฐประหารไทยด้วยจิตสำนึกของตัวเอง ... ซึ่งนี่เป็นสปิริตแห่งการสมานฉันท์สากล ที่ทางเมืองไทยอาจจะยังไม่ได้ทำกันมากนัก

12. กลุ่มนักกิจกรรมอิตาเลียนที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มนี้ รักเมืองไทย และทนไม่ได้ที่จะเห็นประยุทธ์เดินทางมาบ้านเกิดเขาโดยไม่มีการประท้วง พวกเขาไม่ต้องการเอาหน้า หรือได้รับการเชิดชู (และถ้าเปิดหน้าก็จะถูกพวกคลั่งเจ้าถล่มเล่นกันจนเละ)
พวกเรานับสิบคน "ที่ไม่ใช่ผมคนเดียว" ทำงานกันอย่างหนักในเวลากระชั้นชิด เพราะรับไม่ได้กับเผด็จการ เพื่อนท้องถิ่นและต่างชาติ จริงจังที่อยากจะมีส่วนช่วยปลกแอกเผด็จการออกจากหลังของคนไทย
13. พลังสมานฉันท์ของคนอิตาลีและคนต่างชาติในการร่วมจัดการประท้วงครั้งนี้ ควรจะถูกถ่ายทอดเพื่อเป็นพลังให้กับคนไทยในการลุกขึ้นสู้เพื่อปลดแอก ... ไม่ใช่ถูกนำมากังขาและลดทอนพลังเพราะความไม่เคยเคารพ "ความเป็นมนุษย์" ของคนอื่นว่า "คิดและตัดสินใจกันเองเป็น" เช่นที่ไม่เคยเคารพเสียงชาวบ้านไทยว่า "พวกเขาคิดเป็น"

14. สปิริตแห่งการสมานฉันท์เพื่อการปลดแอกเผด็จการของนาชาติมีมานานแล้ว และมีในหลายประเทศ และพลังสมานฉันท์สากล ได้ช่วยรณรงค์ปลดแอกเผด็จการในหลายประเทศแล้วเช่นกัน
15. ขณะนี้พวกเขาเริ่มโฟกัสมาที่ประเทศไทย คนไทยจะมากังขาในพลังของพวกเขา หรือจะร่วมกันทำอะไรสักอย่าง เพื่อร่วมพลังสมานฉันท์คนไทยและคนต่างประเทศในการปลดแอกศักดินาและทหารในประเทศไทยกันเสียที
16. นี่เป็นเรื่องที่ทุกองค์กรการเคลื่อนไหวในไทย และคนไทยในต่างแดน ต้องคิดและพิจารณากันแล้วครับ ถ้าจริงจังในการปลดแอกเผด็จการทหารจากหลังของพวกเราคนไทยอย่างแท้จริง

พวกเราทีมงานวางแผนกันไว้แล้วว่าจะเปิดบล็อคเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การจัดการประท้วงครั้งนี้อย่างรวดเร็ว ทั้งงานประสานกับองค์กรท้องถิ่น การประสานงานกับสื่อ และการเตรียมกระบวนการทางกฎหมาย รวมทั้งพวกอุปกรณ์การประท้วงต่างๆ เพื่อให้ได้นำไปใช้ในการประท้วงเมื่อประยุทธ์ไปประเทศอื่นต่อไป

หวังว่าการชี้แจงครั้งนี้คงตอบข้อสงสัยและข้อกังขาจนกระจ่างแล้วนะครับ

* * * * * * * * *

ประมวลภาพการประท้วงประยุทธ์ จันทร์โอชาที่มิลาน

ที่มา ประมวลภาพการประท้วงประยุทธ์ จันทร์โอชาที่มิลาน

 
Big brother ที่ไม่มีความหมายที่อิตาลี
ไม่ต้องบรรยายนะฮะ
Justice for Fabio. 
ทวงความยุติธรรมให้กับฟาบิโอ โปเลงกี้
นักศึกษาชาวศรีลังกาที่มาอยู่มิลานได้ 11 ปีแล้ว บอกว่าอยากมาช่วยสู้เพื่อเสรีภาพของไทย เพราะเข้าใจสถานการณ์ดี เพราะเธอก็มาจากประเทศที่มีปัญหาแบบไทย
นักศึกษาเอาป้ายประยุทธ์ไปติดที่รถกันฮะ จะได้เห็นเด่นๆ หน่อย
สู้ สู้

พี่เล็กหนึ่งเดียวจากมิลาน มาร่วมประท้วงตั้งแต่เช้าจนเย็น มุ่งมั่นมาก

ประยุทธ์ภายใต้อุ้มมือประชาชน
คนเสื้อแดงนี่เธอประทับใจผมมาก เดินตามมาไหว้ บอกว่าผมเป็นพุทธ และถอดสร้อยลูกประคำที่บอกว่าซื้อจากธิเบตให้ผมเป็นที่ระลึก ไม่รับก็ไม่ยอม ตื้อให้จนต้องรับมา
ถ้าเป็นบ้านเราก็คือประยุทธ์ถูกณาปนกิจไปแล้วฮะ
น้องนักศึกษาเขาจุดควันไฟกันเองฮะ ไม่ได้จ้าง
ประยุทธ์กับเวดเดตต้า
Big brother ที่ไม่มีความหมายที่อิตาลี
สติกเกอร์ถูกติดทั่วเมืองฮะ เดินกลางเมืองก็เจอ
ประยุทธ์ภายใต้อุ้มมือประชาชน