วันจันทร์, พฤษภาคม 30, 2559

555 ลุงกำนวย คืนกำไร ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ด





555
ลุงกำนวย คืนกำไร ลดราคาจาก 399 บาท เหลือ 99 บาท เชิญอุดหนุนกันได้ที่เอเซียบุ้ค เซ็นทรัลเวิร์ล

The Power of Change
แม่ง
Changeทีประหยัดไป 300 บาท



Sa-nguan Khumrungroj

.....

อ้าว 55 สลิ่มไม่ช่วยซื้อเลยเรอะ ไหนว่าอ่านหนังสือเกิน 8 บรรทัด

ใครอยากซื้อมาเช็ด...อดใจไว้ เด๋วอาจลดเหลือ 9 บาท



Atukkit Sawangsuk shared Sa-nguan Khumrungroj's post.

ooo

THAITANIC is going down!!!




From the archives.

Thaitanic.

Chitpas: I love you Rear Admirer.
Rear Admirer: Oh shut up little girl even I know how much crap you talk.
Chitpas: I feel cold.
Rear Admirer: Everyone knows that.
Chitpas: I can't feel my body.
Rear Admirer: That's ok, everyone else had a good feel already.
Rear Admirer: Jump Chitpas, jump, that's a Rohingya slave boat in the distance, jump, jump, jump, I know the captain, he'll save us, Thaitanic is going down.




Declan Lakes




Thai Voice Media สัมภาษณ์ อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ อาจารย์ประจำสาขาศิลปกรรม การคุกคามเสรีภาพวิชาการ ม.ราชภัฎฯฉะเชิงเทรา เหตุจาก




https://www.youtube.com/watch?v=gbmQF5BX2t8

นายกสภาฯชื่อ"มีชัย ฤชุพันธ์"เหตุให้คุกคามเสรีภาพวิชาการ ม.ราชภัฎฯฉะเชิงเทรา

jom voice

Published on May 29, 2016

นายอาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ อาจารย์ประจำสาขาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ฉะเชิงเทรา ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia กรณีถูกอธิการบดีเตือนหลังจากโพสต์วิพากษ์­วิจารณ์สภามหาวิทยาลัยและร่างรัฐธรรมนูญใน­เฟสบุ๊ค จนผู้บริหารมหาวิทยาลัยออกหนังสือเวียนห้า­มบุคลากรมหาวิทยาลัยวิจารณ์คสช.และควรให้ค­วามร่วมมือกับรัฐบาลเพราะมหาวิทยาลัยเป็นส­่วนหนึ่งของรัฐบาลว่า ตนยืนยันกับอธิการบดีว่าการวิจารณ์การบริห­ารงานของมหาวิทยาลัยในประเด็นที่สร้างความ­เดือดร้อนให้กับบุคลากรสามารถทำได้ ส่วนร่างรัฐธรรมนูญนั้นตนมีท่าทีชัดเจนมาน­านแล้วว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่แปลกใจคือหนังสือที่ออกมาห้ามบุว่าให้บ­ุคลากรของมหาวิทยาลัยต้องให้ความร่วมมือกั­บรัฐบาล ถ้าอย่างนั้นจะมีมหาวิทยาลัยไว้ทำไม และเชื่อว่าเหตุที่ตนถูกเล่นงานเป็นเพราะ นายกสภามหาวิทยาลัยคือ นายมีชัย ฤชุพันธ์ ซึ่งมีตำแหน่ง ประธานร่างรัฐธรรมนูญอยู่ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องที่จะเอาคนที่­มีตำแหน่งทางการเมืองมานั่งเป็นผู้บริหารส­ูงสุดในมหาวิทยาลัยเพราะจะเป็นอุปสรรคต่อก­ารดำเนินกิจกรรมทางวิชาการ และทำให้มหาวิทยาลัยไม่เป็นกลาง และน่าเศร้าใจคือ สภามหาวิทยาลัยกลับไม่ทำหน้าที่ปกป้องเสรี­ภาพทางวิชาการของอาจารย์ อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่า เหตุที่สภามหาวิทยาลัยมีการตั้งกรรมการสอบ­สวนข้อเท็จจริงเพื่อถอดถอนอธิการบดีนั้น มาจากสาเหตุเพราะตนด้วยหรือไม่

ooo


ติเตียน ม.ราชภัฏราชนครินทร์ เตือนบุคลากรโพสต์เฟซบุ๊ก หลังพบวิจารณ์ร่างรธน.มีชัย

Sat, 2016-05-28 12:29
ประชาไท

ม.ราชภัฏราชนครินทร์ ซึ่งมี 'มีชัย ฤชุพันธุ์' นั่งนายกสภามหาวิทยาลัย ออกบันทึกเตือนบุคลากรโพสต์เฟซบุ๊ก หลังพบวิจารณ์ร่าง รธน.มีชัย ชี้เป็นหน่วยงานของรัฐต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ไม่ควรโพสต์ข้อความที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม หรือไม่สร้างสรรค์ เสี่ยงผิด พ.ร.บ.คอมฯ

28 พ.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กชื่อ 'Arjinjonathan Arjinkit' ของ อาจิณโจนาธาน อาจิณกิจ อาจารย์ประจำสาขาศิลปกรรม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้เผยแพร่บันทึำข้อความ ซึ่งออกโดยผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี เรื่องการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ถึง คณบดีทุกคณะ ผู้อำนวยการสถาบัน สำนักและศูนย์ ในมหาวิทยาลัย โดยระบุว่าผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้นสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งพบว่ามีบุคลากรบางคนได้โพสต์ข้ความไม่เหมาะสม
บันทึกดังกล่าวระบุด้วยว่า มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานของรัฐต้องให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ให้การว่ากล่าวตักเตือนหรือห้ามปรามบุคลากร ว่าไม่ควรโพสต์ข้อความที่ก่อใหเกิดความขัดแย้งในสังคม หรือไม่สร้างสรรค์หรือเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ซึ่งอาจทำให้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550





อาจิณโจนาธาน โพสต์ข้อความวิจารณ์บันทึกดังกล่าวด้วยว่า เมื่อมหาวิทยาลัยสอดส่องเฟซบุ๊กคุณ


"ผมได้รับหนังสือเวียนนี้ เป็นบันทึกข้อความส่งถึงคณบดีทุกคนให้กับชับการใช้เฟสบุคของบุคลากรของมหาวิทยาลัย มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่มากดังนี้

1. บุคลากรของมหาวิทยาลัยมีจำนวนร่วม 1,000 คน มหาวิทยาลัยรู้ได้อย่างไรว่าใคร ใช้เฟสบุคชื่ออะไร และใช้หน่วยงานไหนเป็นคนสอดส่อง

2. ในหนังสือระบุว่า “มหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานของรัฐต้องให้ความร่วมมือกับรัฐ” หมายความว่าอย่างไร คือห้ามบุคลากรของมหาวิทยาลัยวิจารณ์ คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐบาล ร่างรัฐธรรมนูญ ฯลฯ หรืออย่างไร???????

3. การโพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นส่วนตัวในเฟสบุค เป็นความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยหรือไม่? หากข้อความดังกล่าวสร้างความแตกแยก ความไม่สงบ หรือผิด พรบ.คอมฯ มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องรับผิดชอบ หรือเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ

4. การที่มหาวิทยาลัยสอดส่องการใช้เฟสบุคของบุคลากร (ผมสันนิษฐานว่ามีการสอดส่องเรียบร้อยแล้ว ถึงมีหนังสือเวียนฉบับนี้ออกมา) เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และเป็นการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออกหรือไม่

ผมคิดว่ามหาวิทยาลัยอาจจะต้องตอบคำถามเหล่านี้ต่อสาธารณะชนครับ" อาจิณโจนาธาน โพสต์


มีชัยนั่งนายกสภาฯ จ่อถอดอธิการ ชี้เตือนบุคลากรเหตุมีคนโพสต์วิจารณ์ร่างรธน.

มติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า นพพร ขุนค้า อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 พฤษภาคมนี้ ที่ประชุมสภา มรภ.ราชนครินทร์ ที่มี มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธาน จะประชุมวาระพิเศษ ซึ่งมีวาระลับ พิจารณาถอดถอน อุทัย ศิริภักดิ์ ออกจากตำแหน่งอธิการบดี อ้างว่า ตั้งแต่นายอุทัย ดำรงตำแหน่งมาเป็นเวลา 3 ปี ได้กระทำความผิดในการอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการเพื่อให้ตนเอง และผู้อื่น ได้รับประโยชน์ที่มิควรได้โดยทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ใช้จ่ายเงินของทางราชการโดยไม่เหมาะสม หย่อนความสามารถ และบริหารงานขาดประสิทธิภาพหลายประการ จึงไม่อาจวางใจให้นายอุทัยปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอธิการบดีต่อไปได้

นอกจากนี้ นพพร ยังเปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่มีการออกคำสั่งให้บุคลากรร่วมมือรัฐ ดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะล่าสุด มีอาจารย์มหาวิทยาลัยรายหนึ่งโพสต์แสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญในทิศทางที่ขัดแย้งกับนายกสภาฯ อีกด้วย

วันอาทิตย์, พฤษภาคม 29, 2559

Inspirational story - Learn to put the glass down





https://www.youtube.com/watch?v=Rxjp-fkuc-U

"A glass of water" An inspirational story

Ivan Ling

Published on Jun 14, 2014

"A glass of water" Is a must watch inspirational story which will change your perspective of life. When you have stress and worries, you should let it go as soon as possible.

The longer you hold on to your stresses and worries, the heavier your heart gets. Soon, you will be paralyzed by your anxieties and worries.

Let your worries flow away, the sooner you let go, the faster you'll recover from the stress. Share this video to whoever you think is in a state of stress and worries.



นักเขียนอาวุโส นักวิชาการ จวกยับโรงเรียนจับเด็กใส่ชุดทหาร





นักเขียนอาวุโส จวกยับโรงเรียนจับเด็กใส่ชุดทหาร ยกเทียบลัทธิฟาสซิสต์


ที่มา Kapook.com

สุชาติ สวัสดิ์ศรี นักเขียนอาวุโส ซัดโรงเรียนจับเด็กอนุบาลใส่ชุดทหาร บอกคือความฉิบหายของประเทศ ชี้พวกนักวิชาการ ศิลปิน ขึ้นเวทีเป่านกหวีด ยังไม่หนักเท่า เหน็บ สพฐ. ทัศนคติแย่หวังแต่ประจบนาย เปรียบได้กับพวกฟาสซิสต์

จากกรณีโรงเรียนชุมชนดูนสาด ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ได้สร้างความฮือฮาแก่สังคม โดยการให้เด็กนักเรียนอนุบาลแต่งชุดทหารมาเรียน ในโครงการ "ทหารน้อยลูกแม่ฟ้าหลวง" เพื่อเป็นการสำนักในแม่ฟ้าหลวงของปวงชนชาวไทย และสร้างระเบียบวินัย พร้อมกับเรียกจิดสำนึกของเด็ก

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นายสุชาติ สวัสดิ์ศรี นักเขียนอาวุโส เจ้าของนามปากกา สิงห์สนามหลวง ผู้ก่อตั้ง รางวัลช่อการะเกด ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว สุชาติ สวัสดิ์ศรี ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า ถ้าสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ของกระทรวงศึกษาธิการ มีทัศนคติและค่านิยมแบบนี้ ก็เหมือนประกาศตัวเป็นพวก "ฟาสซิสต์" ความฉิบหายจะเข้ามาเยือนประเทศ เรื่องเหล่านี้แย่กว่า นักวิชาการ นักเขียน ศิลปิน ที่ไปขึ้นเวทีเป่านกหวีดเสียอีก







โดยข้อความในเฟซบุ๊กของนายสุชาติ สุชาติ สวัสดิ์ศรี มีรายละเอียดดังนี้




ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สุชาติ สวัสดิ์ศรี,

ooo


นักวิชาการค้านให้นร.แต่งทหาร ชี้โรงเรียนไม่ใช่สถานที่ปลูกฝังเรื่องนี้ แนะให้ศึกษาปชต.





ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 เวลา 17:10 น.

จากกรณีโรงเรียนชุมชนดูนสาด ต.ดูนสาด อ.กระนวน จ.ขอนแก่น จัดโครงการ “ทหารน้อยลูกแม่ฟ้าหลวง” ให้เด็กประถมวัยระดับอนุบาล 1-3 จำนวน 134 คน แต่งชุดทหารมาเข้าร่วมกิจกรรมทุกวันพฤหัสบดี เพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นระเบียบ และมีจิตสาธารณะบำเพ็ญประโยชน์ด้วยการร่วมกันเก็บขยะบริเวณโรงเรียน ขณะที่ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้นสังกัดยกย่องว่าเป็นแนวคิดที่น่าชื่นชมของสถานศึกษา ที่ใช้กิจกรรมมาเป็นเครื่องมือซึมซับวินัยให้กับเด็กตั้งแต่ยังเยาว์วัย อีกทั้งยังสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการให้หน่วยงานสถานศึกษาร่วมกันปลูกฝังจิตสำนึกสร้างวินัย จิตสาธารณะ ให้เด็กและเยาวชนได้รู้จักสิทธิ์ของตนเองและเคารพสิทธิ์ของผู้อื่น ตามที่ “ข่าวสด” นำเสนอไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ศ.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ ในฐานะผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเด็กและเยาวชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงผลลัพธ์ที่เด็กเล็กจะได้รับจากการปลูกฝังแนวคิดต่างๆ ผ่านรูปแบบกิจกรรมให้กับเด็กกล่าวว่า ถ้ามองเป็นแค่กิจกรรมหนึ่งที่ต้องการสร้างให้เด็กมีวินัย และทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนก็สามารถมองได้ แต่ถ้ามองในมุมของผู้รับ ซึ่งในที่นี้ก็คือเด็กในช่วงก่อนประถมวัย ก็จำเป็นต้องระมัดระวัง เพราะถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากเด็กในวัยนี้จำเป็นต้องได้รับการสร้างและพัฒนาอย่างถูกวิธี การใส่อุดมการณ์ ลัทธิ อำนาจหรือวิธีการคิดแบบสุดขั้ว ทั้งคิดแบบทุนนิยม คิดแบบทหารหรือคิดแบบการเมืองเข้าไปในสมองจะมีผลต่อเด็กในอนาคตได้

“เด็กอนุบาลเป็นวัยที่สะอาดบริสุทธิ์ เมื่อเราใส่เรื่องเหล่านี้ให้กับเขา ก็จะเก็บไว้ในความทรงจำ ซึ่งในแง่ของพัฒนาการเด็กแล้วถือเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องระมัดระวัง ประเด็นต่อมาคือโรงเรียนไม่ใช่สถานที่ปลูกฝังเรื่องพวกนี้ แต่มีหน้าที่เป็นกลางและไม่ไขว้เขวกับบทบาทของตนเองนั้น ก็คือการสร้างเสริมความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ให้กับเด็ก ปัจจุบันเราเริ่มเห็นการใส่เรื่องพวกนี้เข้าไปในสมองของเด็กปฐมวัยมากยิ่งขึ้น ทั้ง ที่เราจำเป็นต้องสร้างค่านิยม หลักการเกี่ยวกับประชาธิปไตยที่ถูกต้องมากกว่า เราต้องไม่ลืมว่าเรื่องประชาธิปไตยเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับคนทุกช่วงวัย ฉะนั้นการส่งเสริมให้เด็กมีวินัยผ่านกิจกรรมประชาธิปไตย น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องมากกว่า เพราะการส่งเสริมให้มนุษย์รู้จักรับผิดชอบ รู้จักสิทธิหน้าที่ของตนเอง เคารพสิทธิของผู้อื่น มีคุณธรรมและจริยธรรม ล้วนเป็นกิจกรรมที่ผ่านกระบวนการขัดเกล้าทางประชาธิปไตยทั้งนั้น” ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเด็กและเยาวชน กล่าว

อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวอีกว่า บ้านเราเคยมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการให้เด็กที่เรียนจบระดับอนุบาลใส่ชุดครุยมาแล้ว ซึ่งกรณีนั้นถือเป็นการปลูกฝังค่านิยมเรื่องปริญญาบัตรกับเด็กตั้งแต่ยังเล็กๆ ส่วนตัวจึงไม่เห็นด้วยกับการกำหนดให้เด็กช่วงก่อนปฐมวัยใส่ชุดทหาร และอยากให้ระมัดระวังมากกว่านี้ เพราะเด็กอนุบาลคือวัยที่บริสุทธิ์ขาวสะอาด จึงควรใส่สิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมให้กับพวกเขา แต่หากคุณแย้งว่าสิ่งที่ทำถูกต้อง เกรงว่าอีกหน่อยจะกลายเป็นข้ออ้างได้ เช่น อาจมีคนใส่ชุดสีเหลือง สีแดงหรือสีเขียว เข้าไปในสถานศึกษาแล้วแจ้งว่าจะจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน คุณคิดว่าเหมาะสมหรือไม่


Thongchai Winichakul asks some important questions - Should academics boycott international conferences in Thailand?





Questions about international conferences in Thailand in 2017


BY THONGCHAI WINICHAKUL
GUEST CONTRIBUTOR
29 MAY 2016

Source: New Mandala

In 2017, there will be at least three major international academic conferences in Thailand:

1. The 13th International Conference on Thai Studies (ICTS), hosted by Chiang Mai University, 15-18 July 2017 (deadlines for proposals: 30 August 2016 for panels, and 30 November 2016 for individual papers);

2. The 10th International Convention of Asian Scholars (ICAS) by the International Institute for Asian Studies (IIAS), hosted by Chiang Mai University, 20-23 July 2017 (deadline for proposals: 10 October 2016);

3. The 2nd Conference for Southeast Asian Studies in Asia, by the Consortium for Southeast Asian Studies in Asia (SEASIA), hosted by Chulalongkorn University.*

As the academic atmosphere in Thailand becomes more difficult and our colleagues in Thailand face troubles every day, some scholars may consider boycotting these events. Another approach to support our colleagues in Thailand is to make these events as vibrant, academically rigorous and critical as possible, to help push the boundaries of debate further.

But to do the latter, it is time to put the following questions to the organisers of these conferences:

1. What will the hosts and the partnering international organisations (ICAS/IIAS and Chiang Mai Univerity; Chulalongkorn University and the SEASIA Consortium) do if a panel or paper proposal is academically qualified but it is potentially unacceptable to the Thai authorities – such as proposals on the military, the coup, the monarchy, or Article 112? Can the hosts and the partnering international organisations guarantee that they will not censor a proposal for political reasons?

2. Are the hosts and the partnering international organisations willing to deal with the Thai authorities to help guarantee academic freedom and freedom of expression?

3. While I assume that the international organisations would not deny their responsibility — to leave the host institutions face trouble by themselves — I hope they would also keep a close eye on the conduct of the host organisations. Can these international organisations ensure that the program committees will not be dominated by pro-junta people? Can they give assurances that the hosts will not make these academic events part of an institutional agenda which is unacceptable to the international community of scholars, such as to celebrate the junta, the coup or the monarchy?

I hope the organisers will hear this open message posted on New Mandala. I believe that the community of international scholars of Asian, Southeast Asian and Thai Studies deserves a clear response in the public space so that individuals can make decisions about these upcoming events and deadlines. The organisers should not write to me directly in private. For transparency, it would be best if they responded here on New Mandala.

* Note: ICAS and the SEASIA Consortium made their decisions to hold their events in Thailand at their respective meetings in 2015, long after the coup in May 2014. For the ICTS, there is no international body partnering with the host (CMU) and the decision in favour of Chiang Mai was made at the ICTS meeting in Sydney in April 2014.

Thongchai Winichakul is Professor of History at the University of Wisconsin-Madison.



กรณี"ธรรมกาย"ได้เวลาแยก"ศาสนา"ออกจาก"รัฐ"แล้วหรือยัง?




https://www.youtube.com/watch?v=mmv-emUQJtQ

คสช.ไม่กล้าจับสึก"ธัมมชโย"หวังเพียงใช้อำนาจหยุด"ธรรมกาย"

jom voice

Published on May 28, 2016

นายสุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านปรัชญาและศาสนา วิเคราะห์การดำเนินคดี พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย คดีฉ้อโกงและฟอกเงิน กับ Thaivoicemedia ว่า กระบวนการกฎหมายที่จะดำเนินคดีกับพระธัมมช­โย ขาดความชอบธรรม เป็นการตั้งธงเอาไว้แล้วว่ามีความผิดและจะ­จับสึกให้ได้ ซึ่งเชื่อว่าไม่สามารถทำได้ เพราะหาก คสช.แตกหักกับวัดพระธรรมกาย คสช. จะเดือดร้อนและยุ่งยากเอง สุดท้ายแล้วเพียงแค่ใช้อำนาจที่คสช.มีอยู่­ในมือจัดการให้วัดพระธรรมกายอยู่เฉย ๆ เพื่อไม่ให้เคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.และไม่ให้สนับสนุนฝ่ายทักษิณมากกว่า และเชื่อว่าสุดท้ายแล้วไม่ถึงขั้นจับสึกพร­ะธัมมชโยเพียงให้กำจัดบริเวณอยู่ภายในวัดเ­ท่านั้น

.....


กรณี"ธรรมกาย"ได้เวลาแยก"ศาสนา"ออกจาก"รัฐ"แล้วหรือยัง?



https://www.youtube.com/watch?v=eao4tTAU88E&feature=youtu.be

jom voice

Published on May 28, 2016

นายสุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านปรัชญาศาสนา ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia ว่า กรณีวัดพระธรรมกายสังคมไทยควรจะได้ศึกษา และถกเถียงกันอย่างจริงจังถึงการจะให้ ศาสนา เป็นอิสระจากรัฐ เพราะรัฐไทยใช้พุทธศาสนาเป็นเครื่องมือเพื­่อปกป้องรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของชนชั้น­ปกครองมาโดยตลอด และบังคับให้คนเชื่อเหมือนกันปฎิบัติเหมือ­นกัน ทำให้พุทธศาสนาจึงไม่ตอบสนองจิตวิญญาณที่แ­ท้จริงของมนุษย์ได้ สังคมไทยควรจะปล่อยให้ศาสนาเป็นเรื่องปัจเ­จก และให้เรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ ความเป็นประชาธิปไตย เป็นเรื่องการเมืองอย่ามาปนกัน หากประเทศไทย สามารถแยกพุทธศาสนาออกจากรัฐได้ จะลดปัญหาเช่นกรณีวัดธรรมกาย หรือปัญหาพระดัง ๆ ก่อนหน้านี้ที่ถูกรัฐจัดการอย่างไม่เป็นธร­รม


เศรษฐกิจไทยฝืด ถึงขั้นรัฐบาลต้องขอร้องให้เอกชนช่วยลงทุน




https://www.youtube.com/watch?v=jFfP_xkMFgI

เศรษฐกิจไทยฝืด ถึงขั้นรัฐบาลต้องขอร้องให้เอกชนช่วยลงทุน

VOICE TV

Published on May 29, 2016

รับชมรายการเต็มได้ที่ http://shows.voicetv.co.th/wakeup-tha...

เศรษฐกิจไทยฝืดจริง ภาคเอกชนไม่ลงทุนถึงขั้น "สมคิด" ขอร้องให้หอการค้าให้ช่วยลงทุนแล้ว เผยจีดีพีต้นปีโต 3.2% เพราะรัฐอัดเงินเต็มที่ ส่วนภาคเอกชนลงทุนแค่ 19ู% เมื่อเทียบกับที่เคยลงทุน 30-40% ของเศรษฐกิจประเทศก่อนปี 40 ย้ำพึ่งรัฐอย่างเดียวไม่ได้ ถึงแม้เอกชนจะไม่ลงทุนเพราะไมเชื้่อมั้นก็­ตาม

ooo

‘สมคิด’โชว์ตัวเลข ‘เอกชน’ลงทุนฮวบ จากเดิม40เหลือ20% รัฐทุ่มฝ่ายเดียว-ศก.ไม่โต





ที่มา มติชนออนไลน์
29 พ.ค. 59


นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานประชุมใหญ่หอการค้า 5 ภาค ประจำปี 2559 ที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น โดยเศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัวได้ 3.2% มีแรงขับเคลื่อนมาจากในประเทศเป็นหลักจากนโยบายกระตุ้นและเร่งรัดการลงทุนของรัฐบาล รวมทั้งการท่องเที่ยว ส่วนการส่งออกยังชะลอตามภาวะเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี พบว่าการลงทุนเอกชนในช่วงที่ผ่านมายังขยายตัวได้ต่ำ โดยธนาคารไทยพาณิชย์เก็บข้อมูลสัดส่วนสินทรัพย์ต่อการลงทุน พบว่าอยู่ที่ 1.2-1.3% จากที่เคยมีสัดส่วนมากกว่า 2% แปลว่าเอกชนไทยส่วนใหญ่ไม่ลงทุน ขณะที่เอกชนของสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย มีสัดส่วนกว่า 1.7-1.8% บางประเทศมากกว่า 2%

“การที่เอกชนไทยไม่ลงทุนแต่ให้รัฐบาลทำอย่างเร็ว วิ่งอยู่คนเดียว จะให้เศรษฐกิจไทยสามารถยืนอยู่ได้ต่อ ในภาวะที่การส่งออกชะลอตัว ต่อไปจะไหวหรือ” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิดกล่าวว่า ที่ผ่านมาบีโอไอมีนโยบายชัดเจนว่า หากผู้ประกอบการที่มาขอส่งเสริมการลงทุนและมีการลงทุนภายในปีนี้จะได้สิทธิพิเศษ เช่น ลงทุน 40% ลงทุน 70% จะได้อะไร ล่าสุดในส่วนของกระทรวงการคลังกำลังจะมีการนำเสนอ ครม.พิจารณา ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ เรื่องหักค่าใช้จ่าย 2 เท่าว่าไม่ต้องลงทุนแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ แต่ลงทุนไปเท่าไรสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เอกชนมีการลงทุน ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องลงทุนกันแล้ว ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ หากไม่ลงทุนตอนนี้เงินก็จะท่วมธนาคาร ดอกเบี้ยก็จะยิ่งต่ำไปอีก เหมือนอย่างญี่ปุ่นที่ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ จะฝากเงินแต่กลับต้องจ่ายเงินธนาคารแทน

@ ลงเอ็มโอยูเคลื่อนดิจิตอล

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เครือข่ายศูนย์บ่มเพาะสตาร์ตอัพ เอ็มโอยูยกระดับศูนย์ดิจิตอลชุมชน และเอ็มโอยูส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล รวม 3 ฉบับ ร่วมกับทางภาครัฐ เอกชน สถาบันการเงิน และสถาบันการศึกษา ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ว่า ขอบคุณภาคเอกชนที่ช่วยรัฐบาลขับเคลื่อนเรื่องของดิจิตอลให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัญหาใหญ่ของคนไทย คือ เรื่องของความเหลื่อมล้ำ ดังนั้นดิจิตอลจะเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ช่วยผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงแหล่งความรู้และข้อมูล อาทิ ชาวไร่ ชาวนา หากเข้าถึงเรื่องของดิจิตอลได้ สามารถรู้ต้นทุนที่แท้จริงของผลผลิตตนเอง และนำไปขายได้ทั่วทุกพื้นที่ไม่เพียงแต่จำกัดในท้องถิ่นของตนเอง อีกทั้งส่งผลให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามไปด้วย

@ เอกชนลงทุนในไทยลดลง

นายสมคิดกล่าวต่อว่า ในส่วนของปัญหาด้านเศรษฐกิจเวลานี้จากที่ได้มีการหารือกับทางหอการค้าแห่งประเทศไทย เห็นว่าภาคเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น มีปัจจัยหลักมาจากภาคการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของภาครัฐ แต่ส่วนตัวเห็นว่าปัญหาใหญ่สุดของภาคเศรษฐกิจในเวลานี้ เรื่องของการลงทุนของภาคเอกชน เนื่องจากอ้างอิงจากข้อมูลพบว่า เมื่อช่วงปี 2540 ภาคเอกชนมีอัตราการลงทุน 40% ของการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่ปัจจุบันกลับเหลือเพียง 19-20% ของจีดีพี สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าภาคเอกชนไม่ยอมลงทุน และมีการกำเงินสดไว้ในมือเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเมื่อสามารถใช้เรื่องของการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลแสดงให้ภาคเอกชนเห็นได้ ก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยให้ภาคเอกชนกล้าที่จะกลับมาลงทุนได้มากขึ้น

@ แนะโมเดลจีนหนุนสตาร์ตอัพ

นายสมคิดกล่าวด้วยว่า เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของดิจิตอลได้มีเริ่มมีการขับเคลื่อนไปแล้ว หัวใจหลักจากนี้ไปที่จะต้องให้การสนับสนุน คือ ผู้ประกอบการหน้าใหม่ (สตาร์ตอัพ) เชื่อว่าอนาคตอันใกล้นี้จะมีสตาร์ตอัพเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ปัญหาของสตาร์ตอัพเวลานี้ คือ กฎหมายของประเทศไทยที่หลายข้อยังเป็นกฎหมายฉบับเก่า ไม่เอื้อต่อนวัตกรรมของสตาร์ตอัพ ที่ในบางเรื่องเมื่อมีออกมาแล้วอาจไปเข้าข่ายผิดกฎหมาย ฉะนั้นจึงได้สั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรับไปจัดการปรับปรุงเรื่องกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นการปิดการเติบโตด้านนวัตกรรมต่างๆ ของสตาร์ตอัพ ทั้งนี้ในเรื่องการสนับสนุนสตาร์ตอัพอยากให้มองประเทศจีนเป็นตัวอย่าง ที่เปลี่ยนจากประเทศที่พึ่งพาด้านการส่งออกมาสนับสนุนสตาร์ตอัพ เน้นการเติบโตจากภายในประเทศ ส่งผลให้ขณะนี้ประเทศจีนมีแนวโน้มในการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจได้ก่อนสหภาพยุโรป (อียู) หรือสหรัฐอเมริกา ที่ยังไม่ออกมาสนับสนุนเรื่องดังกล่าวเท่าที่ควร

“ประเทศไทยถ้าไม่ก้าวไปด้วยเรื่องของดิจิตอลจะทำให้ตกโลก ไปแข่งขันกับใครไม่ได้ ต้องขอฝากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เป็นหน่วยงานหลักในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยครั้งนี้ หากทำสำเร็จก็จะสามารถยกระดับประเทศได้” นายสมคิดกล่าว

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฝากวีดีโอนี้แทนคำขอบคุณแฟนเพจที่ร่วมกันโหวตให้มาที่กาฬสินธุ์กับการต้อนรับอันอบอุ่นและพบกันที่ จ.บึงกาฬ

สมุมติว่า....พระธัมมชโย ทำสิ่งต่อไปนี้...




ภาพจาก Youtube (https://www.youtube.com/watch?v=t351ktre84E)

เครดิต จากมิตรสหายท่านหนึ่งส่งมา



สมุมติว่า....พระธัมมชโย ทำสิ่งต่อไปนี้...

ถ้าธัมมชโย : ใช้อวิชชา กรีดเลือดทำน้ำมนต์ 

ถ้าธัมมชโย : ให้สามเณรอาบน้ำขี้

ถ้าธัมมชโย : นำม็อบปิดถนน

ถ้าธัมมชโย: ขวางการเลือกตั้ง

ถ้าธัมมชโย : ปิดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า

ถ้าธัมมชโย : โกงพรรษา

ถ้าธัมมชโย : มีกองกำลังติดอาวุธ (มือปืนป็อปคอร์นและพวก)

ถ้าธัมมชโย : กระทืบทหารยศพันตรี

ถ้าธัมมชโย : ยิงคนบริสุทธิ์ที่ขับรถผ่านม็อบ

ถ้าธัมมชโย : กระทืบหนุ่มขายประกัน เพราะขับรถเฉียดกรวย

ถ้าธัมมชโย : ไถเงินเอกชน

ถ้าธัมมชโย : ปิดสถานที่ราชการ

ถ้าธัมมชโย : นำม็อบไปทำลายทรัพย์สินสื่อ (voice tv) และให้ผู้บริหารมากราบตีนขอโทษ

ถ้าธัมมชโย : โรยตะปูเรือใบไว้เต็มสะพานข้ามแยก ถ.แจ้งวัฒนะ

ถ้าธัมมชโย : บุกวัดปากน้ำ แทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ

ถ้าธัมมชโย : ถวาย "ดอกไม้จันทร์" ให้พระเถรานุเถระ ชั้นผู้ใหญ่!!! ที่เป็นที่เคารพ เลื่อมใสของชาวพุทธ

ถ้าธัมมชโย : ขัดขวางทุกวิถีทางในการให้สมเด็จเกี่ยวขึ้นเป็นสังฆราช

ถ้าธัมมชโย : เปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นสนามรบ เดินธุดงค์จังไร ไล่ตีคนเห็นต่าง!!

ถ้าธัมมชโย : ให้การสนับสนุนทหาร เพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย โดยบอกว่า..
"ฉันเขี่ยลูกให้ทหารเล่นบ่อยๆ"
"ฉันเนี่ยเป็นคนส่งสัญญาณ (ให้ทหาร)"

ถ้าธัมมชโย : บอกว่าตัวเองเป็น "จะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปในอนาคต"

คุณคิดว่า..... จะมีกี่สิบองค์กรในประเทศไทยออกมาไล่บี้ ไล่ถล่ม ไล่ต้อน หรืออาจจะถึงขั้นปลุกระดมให้คนไปไล่กระทืบพระในวัดพระธรรมกาย !!!

แต่ทั้งหมด คือสิ่งที่พุทธะอิสระทำ!!!
คำถาม "คือ"
ทำไม!! พุทธะอิสระถึงไม่โดนคดี ?
ทำไม!! พุทธะอิสระถึงยังออกมาเคลื่อนไหวได้ ?
ทำไม!! พุทธะอิสระคดีถึงไม่คืบหน้า?
ทำไม!! พุทธะอิสระไม่ปราชิก?
ทำไม!! พุทธะอิสระเคลื่อนไหวอยู่เหนือคำสั่งหัวหน้า คสช. ม.44

ทำไม? องค์กรอิสระ พรรคประชาธิปัตย์ กปปส. กองทัพไทย รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ หรือแม้แต่คณะรัฐประหารเองกลับให้การสนับสนุน ให้ท้าย และ ใช้พุทธะอิสระ
ทำตัวอยู่เหนือกฏหมายของบ้านเมือง
อยู่เหนือกฏหมายสูงสุดของประเทศ
อยู่เหนือคำสั่ง ม.44 ของ คสช.

หรือ แท้ที่จรืงแล้ว พุทธอิสระ คือ องค์รัฐฏาธิปัตย์ตัวจริง ???

คิดสิคะคิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

การที่จะบอกว่า ทำไมถึงต้องสนับสนุนธรรมกาย ไม่มีเหตุผลอื่นใดเลยคะ

เราเพียงแค่เห็น ความไม่ยุติธรรม สองมาตรฐาน และเห็นนัยยะสำคัญบางอย่าง ในการทำลายล้างองค์กรหนึ่งองค์กรใด ที่ประชาชนจำนวนมากให้การสนับสนุน
(ย้ำว่า ประชาชนจำนวนมากให้การสนับสนุน)

โดยใช้วิธิการ ขั้นตอน
และใช้องคาพายพ สรรพกำลังทั้งหมดที่มีของฝ่ายเผด็จการ
เช่นเดียวกันกับที่ได้ทำกับ
พรรคเพื่อไทย
ทักษิณ
รัฐบาลพลเรือน
และประชาชนฝ่ายประชาธิปไตย

ooo
ชาวคลองสาม จ.ปทุมธานี มาร่วมให้กำลังพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย­ในข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ไม่เป็นธรรม




https://www.youtube.com/watch?v=n8IASmZIXsM&feature=youtu.be

590529 ข่าว อบต คลองสาม จ ปทุมธานี

wow channel

Published on May 29, 2016

ชาวคลองสาม จ.ปทุมธานี มาร่วมให้กำลังพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย­ในข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ไม่เป็นธรรม

ooo

590529 เทปแถลงการณ์ คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย



แถลงเริ่มนาทีที่ 5.20

https://www.youtube.com/watch?v=ZaJGK5cskp0

DMC Channel

Streamed live 6 hours ago
รายการเพื่อการฟื้นฟูศีลธรรมโลก
สถานีวิทยุโทรทัศน์ DMC
Dhammakaya Media Channel

ooo



ถึงตา ‘สลิ่มตัวพี่’ บางทีเรียก ‘เหลืองรุ่นน้า’ ออกมากระซวก คสช. บ้างแระ





ถึงตา ‘สลิ่มตัวพี่’ บางทีเรียก ‘เหลืองรุ่นน้า’ ออกมากระซวก คสช. บ้างแระ

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีต สว. พรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นที่ปรึกษา กสม. (คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน) และภูมิหลังสำคัญเป็นทีมมันสมองของรัฐบาลชุดเปลี่ยนสนามรบเป็นตลาดการค้า ซึ่งมีบิดาของเขา พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี

เขาให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์เต็มพิกัด ยาวเหยียด ถึง ‘ท่าไม่ค่อยดีและทีเหลว’ ของรัฐบาล คสช. ที่ตั้งหน้าจะอยู่ยาวอย่างนี้ต่อไปอีกกว่า ๕ ปี ในสถานะใดสถานะหนึ่ง จะนอมินีหรือพี่ลงเองก็ตามที

ไปอ่านเนื้อถ้อยกระทุ้งความทั้งหมดกันได้จาก http://www.posttoday.com/analysis/interview/434464

และนี่เป็นบางส่วนมาให้ชิมกันดูว่ารสจัดจ้านบ้างไหม

“ที่ผ่านมาความขัดแย้งแบ่งง่ายๆ ระหว่างเสื้อเหลือง เสื้อแดง ซึ่งลงเอยกันไม่ได้ เพราะไม่มีความยุติธรรม แต่ละฝ่ายบอกไม่มีความยุติธรรมแล้วจะสร้างความยุติธรรมยังไง...

ถ้าเราสามารถเร่งความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม เพื่อให้เห็นว่าเรามีรูลออฟ ลอว์ มันจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นธรรมในการรัฐประหาร

แต่ที่ผ่านมาไม่เกิดขึ้น เด็กออกมาประท้วงไม่กี่คนก็จับทันที ดคี ๑๑๒ ก็ขึ้นศาลทหารทันที ใครจะมาพูดเชิงลบเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ก็ออกกฎหมายมาลงโทษ”





“อีกมุมที่ต้องจับตาคือ ยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะต้องย้อนไปถาม คสช.ว่า หมายความว่าอย่างไร ทั้งการลดภาษีเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทต่างๆ การตั้งประชารัฐให้บริษัทยักษ์ใหญ่ผูกขาดมาเป็นตัวแทน ซึ่งบริษัทเหล่านี้คุ้นเคยต่อการบริหารในรูปแบบการกอบโกยกำไร จนเราเห็นว่าป่าหายหมดแล้วกลายเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดเพื่อไปทำอาหารสัตว์”

“สำหรับ จ.สตูล ขณะนี้ มี ๒-๓ หมู่บ้านบอกว่าต้องเตรียมย้ายออกเพราะจะทำรถไฟทางคู่เพื่อเป็นแลนด์บริดจ์ ๒ เมตรผ่านหน้าบ้าน เวนคืนแค่ตารางวาละ ๑๒๕ บาท เขาบอกย้ายมาอยู่ร้อยกว่าปี นี่จะไปล้มภูเขาสองลูก เอาดินหินมาทำท่าเรือน้ำลึกสตูล

ไกรศักดิ์ กล่าวว่า จ.สตูล ประกาศเป็นเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๘๒ รับรองโดยยูเนสโก แต่กลับมีการอนุมัติสร้างท่าเรือน้ำลึกไปแล้วห่างจากมาเลเซีย ๒ กม.เท่านั้น...

และยังมีโรงเผาขยะที่จะทำทุกจังหวัดอย่างน้อย ๕๐ กว่าจังหวัด โดยไม่ต้องผ่าน EIA ใช้คำสั่งตามมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว”

“...นโยบายหลายเรื่องดูเหมือนจะไปเอาอกเอาใจนายทุนขนาดใหญ่เพื่อให้เขาเข้าข้างตัวเอง เพื่อหลุดออกจากความหวังว่าต้องไปพึ่งทักษิณอีก เช่น อยากได้ที่ดินหรือ เอาไปเลย ๙๙ ปี เดี๋ยวให้เลย อยากเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษ เดี๋ยวไปไล่คนออกเอง ไปเวนคืน ไม่ต้องไปซื้อด้วย”

“ไกรศักดิ์ประเมินว่า คสช.ยังคิดไม่ทะลุ อย่างเงื่อนไขต่างประเทศจะไปอยู่กับรัสเซีย เศรษฐกิจรัสเซียก็ล่มจม ถามว่าคุณจะเอาเศรษฐกิจรัสเซียมาแบกตลาดแค่ตลาดปลากระป๋องอย่างเดียว แทนสหรัฐหรือจีนได้ไหม ก็ไม่ได้ จีนก็เป็นคู่แข่งขันกับเราอยู่แล้ว”

“ผมเป็นห่วงว่าถ้าเดินต่อไปเรื่อยๆ ในแนวนี้ จะต้องใช้การเผด็จการสูงขึ้นเพื่อบรรลุยุทธศาสตร์ของตัวเองอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ดังนั้นควรจะต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์ วิธีเดียวก็คือต้องให้คนมีปากมีเสียง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเองอาจไม่ต้องลงมา เพราะไม่ค่อยฟังคนอยู่แล้ว แต่อาจต้องมีกลไกให้คนได้แสดงความคิดเห็นบ้าง กลไกที่ว่าก็คือรัฐสภา”

“อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าการไปเข้าค่าย ๒-๓ วัน ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิร้ายแรง เพราะไม่ได้ขังตาย ทุบตี ทรมาน แค่เอาไปขู่เฉยๆ





แต่ถ้าเรานำเรื่องการละเมิดสิทธิในสมัยรัฐบาลประชาธิปไตย มาเป็นเหตุผลสำคัญอันหนึ่งในการรัฐประหาร รัฐบาล คสช.นี้ก็จะมีความชอบธรรมสูงขึ้นด้วย

แต่ในเวลาเดียวกันรัฐบาลนี้กลับเลือกที่จะใช้ศาลทหารในการดำเนินคดีทางการเมือง โดยเฉพาะคดีมาตรา ๑๑๒ ทั้งที่หลายคดีไม่ควรขึ้นศาลทหารเพราะเป็นศาลที่มีเจตนาเพื่อลงโทษกันเองของทหารที่ติดอาวุธ”

“หนึ่งในทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก สมัยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ วิเคราะห์ว่าประวัติศาสตร์ดูเหมือนจะซ้ำรอย แต่ไม่ได้ก็อบปี้มาแบบตรงๆ เพียงแค่คล้ายๆ แต่ในรายละเอียดอาจจะมีแตกต่างไปบ้าง...

บูรพาพยัคฆ์สามารถถ่ายทอดอำนาจจากรุ่นตัวเองไปสู่อีกรุ่นเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว ความขัดแย้งออกมานิดหน่อยตอนตั้ง ผบ.ทบ. มีการรื้อประติมากรรมบางจุด มีการกล่าวหาเรื่องราชภักดิ์แต่ก็ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้

แสดงว่าก็มีความขัดแย้งอยู่เหมือนกัน แต่เขาสามารถเกลี้ยกล่อม มีกลไก คงผ่านท่านรองนายกฯ เพราะคงเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมาขัดแย้งกันเอง เพราะศัตรูหลักคือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง”

“ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดพรรคทหารขึ้นมาเหมือนในอดีต ไกรศักดิ์ มองว่า คงหนีไม่พ้นเหมือนสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร ที่มีการตั้งพรรคสามัคคีธรรม...

ถ้าไปถาม พล.อ.สุจินดา ว่าอะไรที่ทำแล้วคิดว่าทำผิดมากที่สุด เขาคงจะตอบว่า การตั้ง อานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าผมพูดไม่ผิด เพราะเขาทำรัฐประหารเสร็จ อานันท์ก็ตั้งเทคโนแครตขึ้นมาทุกตำแหน่ง เขาไม่ได้อะไรเลยสักตำแหน่ง

แล้วครั้งนี้จะเป็นทำนองเดียวกันหรือเปล่า แล้วเขาจะยอมหรือ ทุกวันนี้ทำสารพัดอย่าง ไม่มองหน้ามองหลัง มองซ้ายมองขวาเลย ลุยทำนโยบายต่างๆ”

“ประชาธิปไตยไม่ได้สร้างวัฒนธรรมใหม่ แต่สร้างวัฒนธรรมซ้อน ไม่ใช่เสรีภาพแบบบริสุทธิ์ แต่เป็นเสรีภาพแบบลำเอียงเกิดขึ้นมา ประชาชนเลยสับสน”

“ถ้ารัฐบาลหน้ามาจากการเลือกตั้งแล้วได้เสียงข้างมากสามารถตั้งนายกฯ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมวุฒิสภาได้ เพราะวุฒิสภาแต่งตั้งโดยการรัฐประหาร...

สุดท้ายมันจะเกิดขึ้นเหมือนสมัยรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ซึ่งวุฒิสภาเกือบครึ่งแต่งตั้งโดยป๋าเปรม ทำให้หลายเรื่องที่ สว.ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ก็ทำอะไรไม่ได้...

รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็อาจอึดอัดถ้ามีความเห็นขัดแย้งกับ สว. และต้องเถียงกันไปไม่จบ กฎหมายก็ผ่านไม่ได้ กฎระเบียบธรรมดาก็อาจไม่ผ่าน ความขัดแย้งในสภาก็จะยืดเยื้อแน่นอน”