วันศุกร์, กรกฎาคม 31, 2558

ช่วยเศรษฐกิจดีก่อน แล้วค่อยเอาเรือดำนำ้ดีกว่ามั้ย...ผ่านวงเวียน22 เจอป้ายประกาศเซ้งรอบเลย ออกมาเป่านกหวีดอีกสิคะ!!!




ที่มา เพจเปิดประเด็น

“... สิ่งที่จะเรียกร้องกับทุกท่านก็คือ อย่าเชื่อกองทัพเพียงเพราะว่ากองทัพบอกให้ท่านเชื่อ ขอให้เชื่อกองทัพเพราะท่านพิจารณาแล้วกองทัพทำในสิ่งที่เหมาะสม หรือถ้าจะไม่เชื่อกองทัพ ก็ขอให้ไม่เชื่อเพราะว่าท่านพิจารณาแล้วเห็นว่ากองทัพทำไม่เหมาะสม ไม่ใช่ไม่เชื่อเพราะเราแค่ไม่ชอบกองทัพ ...”
Analayo "Skyman" Korsakul นักสังเกตุการณ์ทางทหารอิสระ
และคณะทำงานเว็บ ThaiArmedForce.com

@เปิดประเด็น///
..... เอกสาร 9 หน้า ซึ่งกองทัพเรือพยายามนำเสนอ ประกอบไปด้วยเหตุผลสำคัญคือ
1.ความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ
2.เรือดำน้ำกับความมั่นคงในสถานการณ์ และภัยคุกคามปัจจุบัน
3.เรือดำน้ำกับผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
4.เรือดำน้ำกับความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์
5.การพิจารณาคัดเลือกเรือดำน้ำของกองทัพเรือ

..... ความพยายามเสนอเรือดำน้ำด้วยเหตุผลในเอกสาร 9 หน้าของกองทัพเรือ ที่พยายามทำความเข้าใจกับประชาชน ไล่เรียงมาทุกข้อแล้ว นับมาตั้งแต่ข้อแรกที่พยายามให้เหตุผลโยงไปถึง พระราชบิดาฯ ในเรื่องเกี่ยวกับเรือ "ส" อย่างน่าประหลาด เพราะหากจะให้เหตุผลมาเช่นนั้น แล้วพระราชดำรัสของในหลวงเกี่ยวกับเรือดำน้ำเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.50 ที่ว่าไทยเป็นอ่าวตื้น ไม่เหมาะสมที่จะมีเรือดำน้ำ

..... แต่จากเหตุผลที่กองทัพเรือให้ไว้ว่า งบประมาณส่วนนี้แม้ไม่ซื้อเรือดำน้ำ ก็นำไปใช้จ่ายอย่างอื่นอยู่ดี ท่ามกลางเศรษฐกิจดิ่งลง มูลค่าการค้า ตกฮวบอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน นับตั้งแต่รัฐประหาร ยิ่งเหมือนย้ำว่า ไม่ว่าอย่างไร "เงินส่วนนี้" ก็ต้องเป็นของกองทัพเรือ ที่ประชาชนควรจ่ายให้ !!!

..... เรือดำน้ำจีน ที่มีระบบหนีภัยทางท่อตอร์ปิโดว์ ซึ่งประเทศอื่น ๆ ใช้ห้อง Escape Chamber ที่ล้ำหน้ากว่า แถมยิ่งอ้างระบบ AIP (Air Independent Propulsion) ที่สามารถดำน้ำนานได้ถึง 21 วัน ซึ่งมันก็มีกันแทบทุกประเทศที่ผลิตเรือดำน้ำ ก็ไม่ได้เสริมว่าเรือดำน้ำจีนน่าซื้ออย่างไร แถมในสัญญาก็ไม่ได้ระบุชัดว่าจีนจะถ่ายทอดเทคโนโลยีให้จนถึงขั้นสร้างเรือดำน้ำได้เอง อีกทั้ง แผลเก่าที่ยังคาใจ กับกรณี GT200 และเรือเหาะ ที่ยังไม่มีใครถูกสอบสวนหรือรับผิดชอบเลยสักราย ก็ยังค้างคาใจ

..... แล้วหากกองทัพเรืองบเหลือ? ท่ามกลางเศรษฐกิจฝืดเคือง!!! แทนที่จะอมเงินไว้ เมื่อไม่ได้นี่จะเอาโน่นให้หมดงบ สู้เสียสละ ช่วยเศรษฐกิจดีก่อน แล้วค่อยเอาเรือดำน้ำดีกว่ามั้ย เพราะยอมรับว่าเหตุผลที่กองทัพเรือพยายามนำมาแสดง นับเป็น "มิติใหม่" ของความพยายามไขข้อสงสัย ชี้แจงกับประชาชนให้หายข้องใจ

..... แต่ทางที่ดี ควรจัดซื้อกันในยุคที่ "ตรวจสอบกันได้" ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ที่ไม่ใช่ทหารครองเมือง จะโปร่งใส และสง่างาม อีกทั้งยังได้ชี้แจงได้เต็มที่ โดยไม่ประสบกับการเห็นต่างทางการเมืองเข้ามาแทรกแซง เหตุผลที่พยายามหามาของกองทัพเรือ ก็นับว่ามีส่วนดี แต่การชะลอไว้นับว่าดีที่สุด

..... หรือจะเร่งด่วน ท่ามกลางเศรษฐกิจทรุดฮวบ กองทัพได้ทำสัญญางบผูกพันในยุคเผด็จการครองเมือง ที่ตรวจสอบไม่ได้เลย หากพลังพลาดไป เกิดแผลใหญ่เสียหายขึ้นมาอีก จะให้ใครรับผิดชอบ ในเมื่อ คสช. ได้นิรโทษการกระทำตนเองหมดสิ้นแล้ว !!!

#เปิดประเด็น
https://www.facebook.com/issuesopen
Twitter : @IssuesOpen
Google+ :
https://plus.google.com/+IssuesOpenthailand/posts

ooo





เกิดมาครึ่งชีวิตไม่เคยเจอคลองถม พาหุรัด ประกาศเซ้ง

ตอนมาผ่านวงเวียน22 เจอป้ายประกาศเซ้งรอบเลย

ออกมาเป่านกหวีดอีกสิคะ!!!

Charan Ampornklinkeaw
...

"เชลล์" เตรียมเลิกจ้างพนักงาน 6,500 คน | เดลินิวส์

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/foreign/338401



หางโผล่ ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง คือ เป้าหลอก




การยุบสภา คือการคืนอำนาจให้กับประชาชน
ผู้ที่ขัดขวางการเลือกตั้งจนกระทั่งเป็นโมฆะ คือโจรที่ดักปล้นอำนาจกลางทาง
การนำอำนาจที่ปล้นมาจากประชาชน ไปให้หัวหน้าโจรเลือกนายกฯเอง
นายกฯที่มาจากระบอบ "เทือกตั้ง" ผู้นั้น ย่อมเป็นผู้ที่ "รับของโจร"ครับ..!!

กำนันสุเทพฯ ที่แท้ก็คือหัวหน้ากบฏโจร ที่รวมหัวกับองค์กรอิสระบางองค์กร ตั้งตนเป็นแก็งค์ปล้นอำนาจประชาชน บังหน้าด้วยการขายฝัน "ปฏิรูปประเทศไทย" ซึ่งวันนี้ "หางโผล่" ตามนิยามที่เพจ "อาณาจักรไบกอน" ได้โพสต์ไว้ จากการกระทำและคำพูด ของนายสุเทพฯเอง

สรุปประเด็นคร่าวๆ ของการประกาศตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีดังนี้ครับ
- ยึดทรัพย์ตระกูลชินวัตรทั้งหมด
- แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี แล้วนายสุเทพฯจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้ในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธย
- กำนันสุเทพฯจะเป็นผู้รับสนอง พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเอง
- แต่งตั้งสภานิติบัญญัติขึ้นเอง เพื่อปฏิรูปประเทศ, แก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ
- เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วจึงจะยอมให้มีการเลือกตั้ง

เพจ"อาณาจักรไบกอน" ได้ใช้คำว่า "หางโผล่" นิยามตัวตนของนายสุเทพฯได้ชัดเจนดีครับ นับวันลายยิ่งออกให้เห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าการกระทำของนายสุเทพฯ เป็นการกระทำเพื่อชาติบ้านเมือง หรือว่าเป็นการกระทำเพื่อพรรคการเมืองกันแน่

พรรคประชาธิปัตย์ แพ้ซ้ำซากมาเป็นระยะเวลาสิบๆปี พอมีเหตุให้อ้างเพื่อใช้ในการชุมนุมระดมคน นายสุเทพฯก็ลาออกจากพรรคฯเพื่อมานำม็อบ สัญญาว่าจะชุมนุม 2-3 วันเสร็จไม่ทำให้ใครต้องเดือดร้อน แต่ก็ตระบัดสัตย์ยืดเยื้อมาเป็นเวลา 4-5 เดือนแล้ว ธุรกิจเจ๊งรวมกันเป็นแสนล้านไม่เคยสนใจรับผิดชอบ พอม็อบจุดติดก็ชวนกันลาออกหมดทั้งพรรคฯ จนรัฐบาลต้องยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้ประชาชน มาวันนี้กลับถูกดักปล้นกลางทาง และไม่ยอมให้อำนาจกลับไปสู่มือของประชาชนอีกต่อไป

นายสุเทพฯถือเป็นเทือกเถาเหลากอของพรรคประชาธิปัตย์ครับ เราต้องยอมรับว่าการออกมาป่วนเมืองครั้งนี้ อาจจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เปรียบและมีคะแนนตีตื้นขึ้นได้บ้าง แต่การแตกหน่อออกมาเป็น กปปส.เพื่อเสนออะไรที่เกื้อหนุนต่อระบอบอำมาตย์ และเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย อย่างรุนแรงเช่นนี้ ย่อมส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ ไม่สามารถจะรักษาจุดยืนในระบอบประชาธิปไตยได้อีกต่อไป

ในระยะยาวเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเสียคะแนนเสียงเยอะครับ ถ้าการสู้กันทางความคิดครั้งนี้ หากระบอบประชาธิปไตย พ่ายแพ้ต่อระบอบอำมาตยาธิปไตยอีกครั้ง ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่เจริญรั้งท้ายบนเวทีโลก ไปร่วมประชุมที่ไหนนายกฯไทยก็ต้องไปยืนห่อเหี่ยว ไม่สง่าผ่าเผยเหมือนกับประเทศประชาธิปไตย ที่นายกฯมาจากการเลือกตั้ง คนไทยเตรียมอับอายชาวโลกกันอีกครั้งได้เลย

คนที่ได้ดีที่สุดน่าจะเป็นกำนันสุเทพฯครับ เพราะเป็นคนเสนอชื่อนายกฯด้วยตนเอง ย่อมเปรียบเสมือนนายที่มีบุญคุณกับคนที่ตัวเองตั้ง พอตั้งไปแล้วอาจมีการงุบงิบ สั่งการให้นายก"เทือกตั้ง"ผู้นั้น จัดที่สปก. 4-01 อีกสักล้านไร่ อาจปั่นราคาน้ำมันปาล์มขึ้นไปเฉียด 100 บาทกันอีกครั้ง หรืออาจจัดหาเขาที่มันแพงๆ มาครอบครองอีกสัก 4-5 เขาก็ได้ ใครจะรู้..!!

ถ้าเป็นแบบนี้ ท่านว่าที่นายกฯเถื่อน คงจะได้ฉายาใหม่ ไม่ลองโดนดูบ้างไม่รู้หรอกครับ
ท่านว่าที่ "นายกฯขี้ข้าสุเทพ"

เครดิต : อาณาจักรไบกอน
www.facebook.com/bygonreturn

ที่มา FB

Oak Panthongtae Shinawatra


วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 30, 2558

เพจดัง โพสต์รณรงค์ทำดีเพื่อชาติ บอยคอตสินค้า สหรัฐฯ ช่วงเข้าพรรษา ไม่ห้ามเล่น FB หรือใช้ Iphone เพราะเป็นอาวุธในการสู้รบ... Nick Ragan หนับหนุนสลิ่มบอยคอตเมกา อียู



สลิ่ม รักชาติ พวกมึงต้อง บอยข่อต อเมกา
Posted by Nick Ragan on Wednesday, July 29, 2015
https://www.facebook.com/nick.ragan.92/videos/vob.100009337517984/1470425166612053/?type=2&theater

ooo

เริ่มเเล้ว! เพจดัง โพสต์รณรงค์ทำดีเพื่อชาติ บอยคอตสินค้า สหรัฐฯ ช่วงเข้าพรรษา


ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วันนี้ 30 ก.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อดัง Siriwanna Jill ซึ่งมักแสดงความเห็นทางการเมือง มีผู้ติดตามมากกว่า 170,000 คน โพสต์ข้อความ เชิญชวนคนไทยให้ยุติการสนับสินค้าที่มาจากสหรัฐอเมริกา เพื่อตอบโต้ต่อความพยายามในการคว่ำบาตรไทย มีข้อความดังนี้

"ทำดีเพื่อชาติ ช่วงเข้าพรรษา งดซื้อสินค้า ที่เป็นสัญลักษณ์ ความเป็นอเมริกัน ในมิติของวัฒนธรรมอเมริกัน ทุนนิยม และประชาธิปไตย ในแบบอันธพาลอเมริกา เลิกเข้าร้าน McDonald , Starbucks , krispykreme etc. ซึ่งเข้ามาเปิดสาขา เพื่อสยายปีก เข้ามาครอบงำ วัฒนธรรมไทย การที่สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจ รัฐประหารของกองทัพไทย และออกมาเป็นตัวตั้งตัวตี ในการคว่ำบาตร และรังแกไทยสารพัด ให้อยู่ที่ Tier 3 หวังล้มล้างการปกครองประเทศ ด่้วยรูปแบบ Arab Spring เหมือนที่เคยทำกับ ตะวันออกกลาง

“เราคนไทยต้องร่วมใจกัน ด้วยการตอบโต้ จุดอ่อนของรัฐบาลสหรัฐฯ คือภาคธุรกิจระดับโลก แค่ยอดขายตก 3 วันกระอักโลหิตตาย ไม่อยู่เฉยแน่ ต้องรีบกดดันรัฐบาล ให้ปรับเปลี่ยนนโยบาย คนไทยต้อง ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

ขออย่าเข้าใจผิดว่า ต้องเลิกเล่น FB หรือใช้ Iphone เลิกไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นอาวุธในการสู้รบ เหมือนยุทธภัณฑ์ทางทหาร ที่ไม่มีข้อห้ามว่า ต้องไม่ใช้อาวุธจากสหรัฐฯ ในการทำสงคราม




เรื่องกองกำลังสำรองใน USA

บทความโพสต์อยู่ใน Facebook ส่วนตัว:  เรื่องกองกำลังสำรองใน USA


เห็นมติชนวันนี้ลงข่าว เลยขอโต้กลับหน่อย เพราะการเป็นทหารนั้น อย่าโกหกหรือมั่วข้อมูล โดยเฉพาะการอ้างเรื่องของ USA เกี่ยวกับกำลังสำรอง

(อ้างอิงจากมติชนกลาโหม ย้ำ กม.กำลังสำรอง เพื่อพร้อมรบ-ลดภาระงบกองทัพ อ้าง สหรัฐฯ-ออสเตรเลีย ก็มี 





กองทัพบกไทยกล่าวว่า

".....โดยมีไว้เพื่อบริหารจัดการหมุนเวียนคนในชาติให้มีส่วนร่วมเตรียมความพร้อมในการป้องกันประเทศและการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤตของชาติ ซึ่งประเทศต่างๆ เช่นสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีนและประเทศอื่นๆ ต่างก็มีกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงแห่งรัฐ อีกทั้งไม่เป็นภาระด้านงบประมาณในยามปกติ...."

----------------------------------------------------

ดิฉันเตยเขียนบทความในเรืองนี้ไว้ อยู่ที่นี่ค่ะ เกี่ยวกับ --> กองหนุนสำรองของ USA


----------------------------------------------------

ขอตอบเป็นข้อๆ นะคะ:

1. ทาง US ไม่มีการบังคับหรือเรียกตัวผู้คน เข้ามาฝึกในกองกำลังสำรอง ไม่ว่าจะเป็นใน Army Reserve หรือ National Guards ทุกอย่างต้องมาจากการอาสาสมัครทั้งสิ้น เพราะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญด้วย

2. ผู้ชายอายุ 18-2ุ6 ปี จะต้องไปลงทะเบียนที่ Selective Service System เพื่อขึ้นบัญชีไว้ เพราะเป็นกฎหมายบังคับของรัฐบาล เพื่อสวัสดิการต่างๆ ในอนาคต และที่สำคัญคือ ไม่มีการเรียกตัวประชาชนมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปีมาแล้ว (ครั้งสุดท้ายก็สมัยสงครามเวียดนาม)

(การขี้นทะเบียนทหารกับ Selective Service System เป็นกฎหมายบังคับของรัฐบาลกลาง เพื่อสิทธิในการกู้ยืมเงินในการเล่าเรียน รวมไปถึงการทำงานในรัฐบาลกลาง และการขอสัญชาติอเมริกันด้วย  แต่ตนเองไม่จำเป็นต้องไปแตะต้องการเป็นทหารแม้แต่วันเดียว และคนที่เป็นคนต่างด้าวหรือถือ Green Card ก็จะต้องไปลงทะเบียนด้วยเช่นกัน)

3. การป้องกันประเทศนั้น เป็นหน้าที่ของทหาร และเรามีพวก Army Reserves ซึ่งเป็นอาสาสมัคร ไม่ใช่การบังคับออกมาเป็นกฎหมายอย่างที่กำลังทำอยู่ในประเทศไทย

4. การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตนั้น ทหารจะเข้ามายุ่งกับพลเรือนไม่ได้ เพราะกฎหมายเขามีอยู่ทุกๆ รัฐ เรื่องภายในจะเป็นหน้าที่ของ National Guards หรือ กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของ ผู้ว่าการรัฐ (Governor) ของแต่ละรัฐ ไม่ใช่กระทรวงกลาโหม (Department of Defense) หรือภายใต้การกำกับการของกองทัพใดๆ

National Guards เป็นประชาชนธรรมดา ไม่ใช่ทหาร ติดอาวุธได้ และไปฝึกกันกับฝ่ายทหาร มีทหารบังคับบัญชา แต่ต้องรายงานตัวกับผู้ว่าการรัฐ

ทหารจะเข้ามาจุ้นจ้านในกิจการของพลเรือนไม่ได้ รวมทั้งค่ายทหารจะต้องอยู่นอกเมืองหลวงทุกแห่งค่ะ

5. ใน US นั้น ผู้ที่อาสาสมัครเป็น Reserves จะไปฝึกกันสองสัปดาห์ต่อปี และวันหยุดสุดสัปดาห์ หนึ่งครั้งของทุกๆ เดือน มีเบี้ยเลี้ยงให้ตามกฎหมาย ไม่ใช่ฝึกกัน สองเดือน อย่างนี้ คนที่เป็นผู้ว่าจ้างก็แย่มากๆ (รายละเอียดอยู่ในบทความลิ้งค์ข้างบน) 

การฝีกฝนแบบนี้ เป็นเรื่องดี เพื่อความชำนาญอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ฝึกแล้วลืมเพราะไม่ได้ใช้กันนาน รวมทั้ง อาจจะมีการ upgrade ทักษะ ว่าด้วยเทคโนโลยี่ใหม่ๆ ที่ก้าวหน้าขึ้นมาทุกๆ วันอีกด้วย

ถ้าไม่เข้าใจกฎหมายการเกณฑ์ทหารสำรองใน US ก็น่าจะไปศึกษาบ้าง เพราะใน US เราไม่มีการบังคับเรียกกำลังพลสำรองแน่นอน

ส่วน National Guards นั้น มีการฝึกเหมือนทหาร แต่หลักการจริงๆ นั้น คือ การอาสาสมัครหรือ Volunteers

----------------------------------------------------

คุณจะเห็นได้จาก web ว่า ถ้าอยากจะเป็นสมาชิกของ National Guards ก็ต้องมีคุณสมบัตครบถ้วนอย่างไร...

https://www.nationalguard.com/eligibility

(ใน US เขาก็ไม่ให้อายุเกิน 35 ปี เพราะสภาพร่างกาย)

You cannot be older than 35 years.

อ้างอิงhttp://todaysmilitary.com/joining/army-reserve

----------------------------------------------------

แบบอย่างของประเทศไทย ด้วยการออกกฎหมายบังคับนั้น จะมายกตัวอย่างว่า มีแบบนี้ใน US เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง 100% ค่ะ

ดิฉันไม่ทราบว่า Australia กับ China มีระบบอะไรบ้าง ต้องให้คนที่รู้มาตอบในเรื่องนี้

----------------------------------------------------

ถ้ามีข้อมูลว่า US มีระบบนี้ อยากให้เอามาแชร์ให้เห็นหน่อยนะคะ เพราะเราไม่มีกฎหมายบังคับเรียกคนมาฝึกกันเป็นเวลาสองเดือนอย่างแน่นอน


และถ้ากองทัพบกไทยไม่สามารถหาเอกสารอ้างอิงเกี่ยวกับ US ในเรื่องแบบนี้ได้ ก็หมายความว่า ท่าน "มั่ว" ให้คนฟังแล้วนะคะ


Happy Thursday ค่ะ

Doungchampa Spencer-Isenberg
 —

วัดใจ "บารัค โอบามา" 90 วัน ดาบ 2 "คว่ำบาตรไทย" (29 ก.ค. 58) ดูคลิป ตอบโจทย์ ไทยพีบีเอส




ตอบโจทย์ ไทยพีบีเอส : วัดใจ "บารัค โอบามา" 90 วัน ดาบ 2 "คว่ำบาตรไทย" (29 ก.ค. 58)

ThaiPBS
Published on Jul 29, 2015
ดำเนินรายการโดย : ณัฏฐา โกมลวาทิน

ผู้ร่วมรายการ : คุณกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ตอบโจทย์ ไทยพีบีเอสวันนี้ ร่วมพูดคุยในประเด็น...
เบื้องหลังการคงอันดับเทียร์ 3 ค้ามนุษย์ของไทย
เกมการเมืองระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริ­กา
ท่าทีประธานาธิบดีโอบามากับการคว่ำบาตรไทย

ติดตามชมรายการตอบโจทย์ ไทยพีบีเอส ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 22.00 - 22.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมผ่านทีวีออนไลน์ทาง http://www.thaipbs.or.th/Live


ประเทศไทยใหญ่คับโลกเหรอ...จึงคิดจะแบนสหรัฐ อียู เพราะเสือกมาแบนสินค้าประมงไทย แถมยังเสือกแถลงการณ์ด่า คสช.อยู่บ่อยๆ




เรื่องที่สลิ่มนกหวีดพันธมิตรหลากสีคิด

เราต้องแบนสหรัฐ เพราะเสือกมาแบนสินค้าประมงไทย แถมยังเสือกแถลงการณ์ด่า คสช.อยู่บ่อยๆ และให้ ICAO มาธงแดงการบินของไทย แถมยังตัดสิทธิ GSP สินค้าไทยอีกต่างหาก ใหญ่มาจากไหนวะ

เราต้องแบนสหภาพยุโรป เพราะเสือกมาแบนสินค้าประมงไทย แถมยังเสือกแถลงการณ์ด่า คสช.อยู่บ่อยๆ ให้ที่พักพิงกับผู้ลี้ภัยมากมาย ไม่ยอมส่งตัวกลับอีกต่างหาก มึงจะเคารพสิทธิมนุษยชนและกติกายูเอ็นมากไปป่ะ ต้องเคารพกฎหมายไทยดิวะ และไม่ยอมมีความสัมพันธ์กับ คสช.อีกต่างหาก ใหญ่มาจากไหนวะ

เราต้องแบนอังกฤษ เพราะแม่งไปเวียดนาม อินโดฯ สิงคโปร์ มาเลย์ฯ แต่เสือกไม่คิดจะทำการค้ากับไทย บักเดวิด คาเมร่อน มันมองข้ามมหาอำนาจแห่งภูมิภาคอย่างเราได้อย่างไรกัน ห้างอังกฤษสินค้าอังกฤษต้องไม่เข้าไม่ซื้อ ที่ส่งลูกไปเรียนอังกฤษอะไรแบบนี้ต้องเรียกกลับให้หมด

เราไทยแลนด์ ตอนนี้ค้าขายกับรัสเซียแล้วไงอีดอก นี่ไงไปซบจีน ค้าขายกับพญามังกรอีดอก ประชากรมหาศาลนะเมิงอย่าดูว์ถืก

*****

เรื่องที่เกิดขึ้นควรพิจารณาให้ดี (แบบไม่สลิ่มฯลฯ)

ไทยโดนสหรัฐและสหภาพยุโรปแบนเรื่องประมงเพราะปัญหาการค้ามนุษย์ ถามว่าทำไมสมัยรัฐบาลก่อนเขาผ่อนปรน อ่อ ก็คือเค้าถือหลักการผ่อนปรนให้ เพื่อให้รัฐบาลวางแผนในการจัดการ (ผมลืมว่าชื่อแนวทางหลักการภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร) เพราะยังไงซะประเทศเหล่านี้เขาก็มั่นใจว่ารัฐบาลพลเรือนจะแก้ปัญหา จึงใช้วิธีผ่อนปรนกันมาตลอด(นานแล้ว) ทีนี้พอมาถึงยุครัฐประหาร นานาชาติเค้าไม่คุยด้วยแล้วไง เพราะเป็นผู้นำรัฐที่ไม่ได้มาจากประชาชน แถมขึ้นชื่อเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชน

สหรัฐก็เลยแบนสินค้าประมงตู้มๆ แถมตัดสิทธิ์ GSP ซะเลย โดยให้เหตุผลว่า GDP ไทยโตขึ้นเลยเส้นยากจนมากแล้วเลยตัดสิทธิ์

อียูก็ทำตามรายงาน มีการค้ามนุษย์ (โรฮิงยานี่ไง). มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน (จับคนในประเทศ ออกกฎหมายตามใจชอบ ฯลฯ และอุยกูร์นี่ไง) มีการรัฐประหาร มีการปรับทัศนคติ มีการล่า 112 สหภาพยุโรปหรืออียู ก็ประกาศงดสังฆกรรมกับไทยทางด้านการเมือง ระงับการเยือน และไม่ให้ไปเยือนด้วยนะ ตั้งแต่ 23 มิ.ย.2557 มติก็คงเดิมมาแต่นั้น ประมงก็แบนไทย GSP ก็ตัดของไทยทำให้สินค้าไทยหลายประเภทเจอกำแพงภาษีเพิ่มขึ้น (+12%)

ไทยนกหวีด ที่ดีใจว่าไทยไปค้าขายกับรัสเซีย เข้ากลุ่มยูเรเซีย ควรรู้ด้วยว่า ตอนนี้ค่าเงินรูเบิ้ลตกไปที่ 60.30 ต่อ $1 ต้องปลดข้าราชการ 1.1 แสนคนเพื่อลดรายจ่าย ราคาน้ำมันยังตกต่ำกว่า $50/barrels ซึ่งสินค้าส่งออกสำคัญที่สร้างรายได้ให้แก่รัสเซียคือน้ำมันและก๊าซ เมื่อราคาตกก็ทำให้รัฐบาลมีรายได้น้อยลำบากเป็นธรรมดา (ปล.เศรษฐกิจรัสเซียใหญ่เทียบเท่าแค่รัฐเท็กซัสของสหรัฐแค่รัฐเดียวเท่านั้นแหละ)

จีนเองที่จะไปซบตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อน ที่ตลาดหุ้นปั่นป่วน นี่ก็ซรวนซวนเซอยู่เลย

แล้วไทยจะหันหน้าไปไหน ???

- ขอกู้ IMF ก็ไม่ได้เพราะเขามีเงื่อนไขห้ามรัฐบาลเผด็จการกู้ เขากลัวก่อหนี้แล้วทิ้งให้รัฐบาลพลเรือน หรือเกิดเอาเงินไปใช้มั่วตั้ว จะกลายเป็นเอาเงินไปให้เผด็จการคอรัปชั่น การหากู้จึงตกไป

- จะเปิดคู่ค้าใหม่ แถบแคริบเบียน หรืออเมริกาใต้ เขาก็มีคาใจไทยจากกรณีโรฮิงยา ตอนนั้น ปธน.เอกวาดอร์ออกมาประกาศรับช่วยเหลือ พอเขาเห็นไทยไม่ช่วยโรฮิงยาตอนนั้น คิดว่าสหพันธ์ประเทศกลุ่มอเมริกาใต้เค้าจะเอากับไทยมั้ยล่ะ

- เปิดคู่ค้าใหม่ประเทศตะวันออกกลาง ก็คงไม่น่าจะทำการค้ารอดเท่าไหร่ จาก
1) กรณีอุยกูร์ ที่ส่งคืนจีนเป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความรังเกียจคนไทยในใจชาวตุรกีที่กระจายอยู่ทั่วโลก
2) กรณีละเมิดสิทธิชาวมุสลิมสามจังหวัดชายแดนใต้ กรณีนี้มีรายงานมากมาย ยิ่งทหารมาก ยิ่งวุ่นไม่รู้ทำไม
3) กรณีโรฮิงยาตอนนั้นชาติมุสลิมหลายชาติยื่นเสนอความช่วยเหลือ อย่างที่ทราบคือเราให้หันหัวเรืออกไปจากไทย
4) กรณีของซาอุลดความสัมพันธ์กับไทยเหลือแค่ระดับเลขานุการโท

จะหันหน้าหาชาติมุสลิมก็บอกเลยว่า "ยาก"

- หรือจะเปิดคู่ค้าใหม่ทางแปซิฟิค หรือโอเชียเนียบ้าง อันนี้ก็ยากนะอย่างรัฐบาลออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เขาก็ชัดเจนว่า ไม่ยุ่งวุ่นวายด้วยกับรัฐบาลเผด็จการทหาร

คสช.หันไปทางไหน ใครๆ ก็ไม่รัก
มันสำนึกตัวเองบ้างรึเปล่าหว่าว่าบริหารไม่เป็น
และไม่มีใครคบ ดังนั้นรีบๆลาออกไปเสียเถิด
คืนอำนาจให้ประชาชน

สำหรับสลิมนกหวีดพันธมิตรหลากสี ที่กำลังเชียร์ค.ส.ช. อยู่อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ปิดหูปิดตาเชียร์อย่างบ้าคลั่ง หวังว่าจะได้แย้มกะลา มาอ่านข้อความนี้แล้วเกิดสติปัญญาบ้าง หากเกิดปัญญาแม้สักเล็กน้อยก็คงดี


Wanchalearm Satsaksit



ooo


Atukkit Sawangsuk

เช้ามาเห็นหัวข่าวไทยรัฐ
"สื่อนอก-เอ็นจีโอแฉ มะกันให้ไทยคงเทียร์ 3 อ้างมาตรการไม่พอ"
หัวข่าวไทยโพสต์
"เปลือยอันธพาลโลก ถลกสหรัฐเล่นการเมืองทุบไทย/สว.มะกันแฉบารัค"

ตอนแรกหลงปลื้มใจ โห มี สว.มะกัน สื่อนอก NGO ช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้พี่ไทย
ที่ไหนได้ เขาประท้วงว่าทำไมมาเลย์กับคิวบาติดเทียร์ 2
อ่านข่าวจนปวดตา หาไม่เจอว่าใครประท้วงแทนไทยไม่ควรได้เทียร์ 3



โถ พูดอย่าง พล.ทท.นันทเดชดีกว่า เราจัดอันดับให้ไอ้กันมั่ง ให้ติดเทียร์ 4-5 ไปเลย แจกใบแดงอียูด้วย แล้วบอยคอตต์ไม่นำเข้าสินค้ามัน 555 (จริงไม่กลัว กลัวไม่จริง เห็นแต่พวกคนชั้นกลางระดับบนคนมั่งมีนี่ละ ใช้สินค้ายุโรปอเมริกา เที่ยวยุโรปอเมริกา พวกเสื้อแดงพวกชั้นกลางชนบทเคยใช้ที่ไหน)

...



ห่วงตัวมึงเองเถอะ ไอ้พวกที่บอกจะแบน มันยังใช้ facebook ใช้โทรศัพท์ Apple อยู่เลย เค้าไม่ซื้อข้าวบ้านเรา เค้าแบนเรานี่แหละเรื่องใหญ่ สินค้าของเขามีขายทั่วโลกและเป็นที่นิยมทั่วโลก ไม่ได้ขายแค่ประเทศไทยเขาคงไม่แคร์หรอก. ห่วงว่าเค้าจะแบนไทยดีกว่ามั้ง

พวกมึงกลัว ไอ้กัน มันจะอายัดทรัพยสินพวกมึงในต่างประเทศ แบบพม่า อิหร่าน สิ ถึงได้ออกอาการปอดแหก เมื่อวานยังเห่าเสียงดัง พอวันนี้เริ่มหงอย แหละ

รวมคลิปเด็ด V.2

...



เศรษฐกิจทำพิษ!!! 6 เดือน ลอยแพแรงงานแล้ว 3.2 แสนคน!!! น่าจะรู้แล้วนะว่าบริหารประเทศมันไม่ง่าย!!!



เศรษฐกิจทำพิษ!!! 6 เดือน ลอยแพแรงงานแล้ว 3.2 แสนคน!!!

ที่มา Ispace Thailand
BY BOURNE
ON JULY 28, 2015

ผลจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในช่วงปีนี้ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานได้เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 6 เดือนแรกของปี 2558 ภาคแรงงานได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างมาก โดยมีการเลิกจ้างแรงงานแล้วกว่า 37,714 คน มีผู้ว่างงานรวม 324,774 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

นายวรานนท์ ปีติวรรณ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานกำลังติดตามสถานการณ์แรงงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนี้ที่เริ่มมีกระแสการเลิกจ้างและปลดลูกจ้างแรงงาน ขณะเดียวกันก็เฝ้าระวังกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง และอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อย่างกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย และเป็นกลุ่มที่มีผลต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวม รวมทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์



ส่วนการเลิกจ้างของบริษัท ซัมซุง อิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ นครราชสีมา จำกัดนั้น ก่อนหน้านี้ กสร.ได้รับหนังสือชี้แจงจากบริษัทดังกล่าวว่า ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานแล้วเบื้องต้น 1,365 คน เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเริ่มมีพนักงานที่ถูกเลิกจ้างทยอยยื่นแบบขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน รวมถึงเงินพิเศษตามอายุงานแล้วตามลำดับ และคาดว่าจะมีพนักงานของบริษัท ซัมซุง ถูกเลิกจ้างเพิ่มอีก 800 คน ในวันที่ 30 ส.ค.นี้



โดยบริษัท ซัมซุง อิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ นครราชสีมา จำกัด นี้เป็นโรงงานผลิตมอเตอร์ฮาร์ดดิสก์ คอมพิวเตอร์ ป้อนส่งโรงงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมประเภทอิเล็กทรอนิกส์มียอดการสั่งผลิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริหารบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้มีการตัดสินใจปิดกิจการ และลดจำนวนพนักงานอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

ด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ก็ทยอยปลดพนักงาน โดยภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์นั้นยอดจำหน่ายในช่วง 5-6 เดือนแรกของปีนี้ที่เติบโตลดลงไป 15-16%

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวถึงกรณีการเลิกจ้างงานของบริษัทซัมซุง อิเล็คโทร-แม็คคานิคส์ นครราชสีมาว่า เป็นปกติของธุรกิจที่มีการเพิ่มหรือลดพนักงาน และที่ผู้ประกอบการบางส่วนย้ายฐานการผลิตไปเวียดนาม ส่วนหนึ่งมาจากได้สิทธิประโยชน์ทางการค้ามากกว่าที่ไทย ทั้งนี้ เอกชนยังต้องการให้ภาครัฐพิจารณาเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเรื่องสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า


สำหรับสถานการณ์การเลิกจ้างแรงงานในปี 2558 นั้น ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ค. 2558 มีแรงงานถูกเลิกจ้างรวม 37,714 คน แยกเป็นเดือน ม.ค.เลิกจ้าง 7,810 คน เดือน ก.พ. 6,279 คน เดือน มี.ค. 5,109 คน เดือน เม.ย. 6,395 คน เดือน พ.ค. 5,781 คน และ เดือน มิ.ย. 6,340 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นายจ้างมีการเลิกจ้างแรงงานมากที่สุด คือ ปิดกิจการ 37.68% และ นายจ้างลดจำนวนพนักงาน 35.93%

ส่วนยอดตัวเลขของผู้ว่างงานในปี 2558 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ค. 2558 มีผู้ตกงานรวม 324,774 คน แยกเป็น เดือน ม.ค. 45,705 คน เดือน ก.พ. 54,081 คน เดือน มี.ค. 50,181 คน เดือน เม.ย. 52,648 คน เดือน พ.ค. 60,499 คน และ เดือน มิ.ย. 61,660 คน โดยตัวเลขการเลิกจ้าง และการว่างงานทั้งหมดเป็นข้อมูลของจากผู้ว่างงาน และถูกเลิกจ้างที่ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนขอรับผลประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน กองวิจัยตลาดแรงงาน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน


จากภาพรวมของการเลิกจ้าง และจำนวนผู้ว่างงานใน 6 เดือนแรกของปี 2558 ถือว่ามีภาวะที่น่าเป็นห่วงเพราะมีอัตราที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการเลิกกิจการ และปรับลดพนักงานเป็นสำคัญ นอกจากนี้ข้อมูลตัวเลขผู้ว่างงาน 3.2 แสนคน นั้นยังเป็นเพียงตัวเลขของแรงงานที่เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ที่มาขอรับผลประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเท่านั้น ไม่รวมถึงภาคแรงงานนอกระบบ รวมถึงประชาชนในภาคเกษตรกรรมที่ไม่ได้ถูกจัดอยู่ในระบบของกรมแรงงาน แต่ทั้งนี้ก็ล้วนได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้รายได้ลดลงหรือไม่มีรายได้ในช่วงเวลานี้!!!

อย่างไรก็ตาม แม้สภาพเศรษฐกิจของไทยในยุครัฐบาล คสช. จะย่ำแย่ถึงเพียงนี้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ยังคงมองว่าตนเองและคณะรัฐมนตรีทำงานอย่างเต็มที่แล้ว โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “1 ปีที่ผ่านมาการทำงาน ถ้าพัฒนาไม่เยอะ คงไม่เดินหน้ามาขนาดนี้ วันนี้ทุกคนทำงาน ที่ผ่านไม่มีใครไปไล่การทำงานเท่านี้ ทำกันขนาดนี้ยังได้แค่นี้เลย ถ้าสถานการณ์เป็นแบบเดิม สิ่งต่างๆที่แก้จะเป็นแบบนี้หรือไม่ จะดีขึ้นหรือไม่”


นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวปกป้องคณะรัฐมนตรีสายทหารว่า “ทำไม ใครที่เป็นมืออาชีพ ที่ผ่านมามืออาชีพทำมาตั้งนานแล้ว แล้วได้อะไรขึ้นมาบ้าง ทหารมันโง่นักหรือไง วันนี้ต้องยอมรับว่าทหารเข้ามาต้องเข้ามา ทหารไม่ได้โง่นักหรอก การทำงานที่ผ่านมาเขาก็ทำกันแบบนี้ ข้าราชการเขาก็ทำงาน ไปถามนักการเมืองด้วยว่าทำกันหรือเปล่า วันนี้สั่งงานทุกเม็ด แต่อยู่ที่ข้าราชการทำได้แค่ไหน ไม่ใช่อยู่ที่ใครเข้ามามีฝีมือหรือไม่มีฝีมือ ตนไม่เชื่อตรงนั้น เพราะคิดว่าไม่ต่างกัน ไม่มีอะไรต่างกัน”




ก็น่าสนใจว่า รัฐบาล คสช. ที่มีคณะนายทหารเป็นรัฐมนตรีจำนวนมากชุดนี้ จะสามารถนำพาประเทศพ้นวิกฤติทางเศรษฐกิจไปได้หรือไม่ หรือแม้ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี แต่คณะรัฐมนตรีใหม่ที่เข้ามาร่วมรัฐบาลก็น่าจะเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับคณะนายทหารชุดนี้ ซึ่งไม่น่าจะสามารถสร้างความแตกต่างได้แต่อย่างใด อย่าลืมว่าที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจมากมายเช่นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการยึดอำนาจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะรู้แล้วว่าบริหารประเทศมันไม่ง่าย!!!

ooo




กิตติรัตน์ ณ ระนอง ฝาก บิ๊กตู่ ศก.ไม่ดี อะไรควรก็รีบ ๆทำซะ อย่าช้า

matichon tv

Published on Jul 28, 2015
Matichon TV นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าถึงกระแสการปรับครม.ของรัฐบาลประยุทธ์ ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของพล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม รู้สึกเป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจของประเทศในภาพ­รวม ซึ่งไม่ดีเลย ดังนั้น การแก้ไขอะไร เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้นไม่ว่าจะอยู่ข้างไห­น หรือฝ่ายไหน ทุกคนก็อยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งนี้ ขอฝากคนที่มีอำนาจตัดสินใจด้วยว่า จะทำอะไรก็รีบๆทำ


ทำอย่างไร? จะไม่เสียของ




ที่มา เพจ
ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี


ทำอย่างไร? จะไม่เสียของ

จนได้ ที่สุดสหรัฐฯ ก็จัดลำดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยให้อยู่ในระดับเทียร์ 3 ต่ำสุดต่อไปอีกปี พูดกันตรงๆ ผมก็มองเห็นรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหามากอยู่ เพียงแต่มันยังไม่พอเท่านั้นเอง หากจะให้ผมเดาว่าเกิดอะไรขึ้น ผมจะขอเดาว่าเขาคงไม่เชื่อว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน (sustainable) นะซิ การแก้ไขโดยรัฐบาลจากการปฏิวัติรัฐประหารจะถือป็นบรรทัดฐานว่ายั่งยืนยืนได้อย่างไร เครื่องมือทางกฎหมาย เช่น ม. 44 คงไม่มีชาติไหนเขายอมรับเป็นมาตรฐานได้ ผู้ที่กระทำความผิดก็จับแต่หัวหน้า แต่ลูกน้องอีกมากพะเลอกลับรอด แต่เอาเป็นว่าผมขอให้กำลังใจทุกท่านทำต่อไป เพราะเรื่องทาสนี้มันควรจบไปจากประเทศไทยนานแล้ว ที่มันยังมีอยู่ก็เพราะพวกทำนาบนหลังคน (ไม่ต้องรอฝน) ผมก็ขอแช่งให้ตกนรกทองแดงก็แล้วกัน

ที่เป็นห่วงอยู่ก็คือเรื่องประมง ขอยืนยันว่าลูกศิษย์ลูกหาผมทำงานกันหามรุ่ง กองทัพเรือเองก็ควรได้รับการชมเชย แต่หาก EU เขาเกิดรังเกียจรัฐบาลปฏิวัติขึ้นมา(แบบเดียวกับสหรัฐฯ) มีหวังเราคงซวยแน่นอน ผมคงไม่กล้าถามหรอกครับว่า รัฐบาลจะอยู่อีกนานเท่าไร แต่ว่าอยู่อีกสั้นๆน่ะ ดีที่สุด

อีกเรื่องที่ร้อนๆหนาวๆ แทนเพื่อนพ้องที่เป็นเสนาบดีทั้งหลาย สถานการณ์แบบนี้ไม่ดีหรอกครับ ในฐานะเป็นปลัดกระทรวงและอธิบดีมานาน ลือกันอย่างนี้ไม่มีใครทำงานแน่ เพราะจะเดาว่าคนสั่งจะไม่เอาอยู่แล้ว สำหรับรัฐมนตรีเอง ผมก็ว่าคนไม่อยากทำงานเท่าไร เผลอๆ อาจไม่อยากเจอใครเพราะกลัวเขาไม่ตามไม่เชื่อฟัง ผมว่าท่านนายกฯมีอำนาจเต็มที่อยู่แล้วจะเอาอย่างไรก็ว่าไปเลย ที่ลากยาวมานี้เห็นแค่โพลคนทำงานก็แทบหมดกำลังใจแล้ว ปัญหาที่ผมเห็นก็คือหากเปลี่ยนจะเอาใครมา ไอ้ที่อยากมาน่ะ เก่งจริงหรือ และพวกที่อยากให้เขามาเขาจะมาหรือ

เมื่อคืนดู CNN ถ่ายทอดประธานาธิบดีสหรัฐฯ Obama กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมผู้นำอัฟริกาที่ เอธิโอเปีย ท่านให้คำอธิบายหลักการประชาธิปไตยได้น่าฟัง (บางคนคงไม่อยากฟัง) ท่านย้ำเน้นถึงสิทธิ เสรีภาพและความเท่าเทียมกันของพลเมือง ท่านบอกว่าเสรีภาพจะมาแลกกับความมั่นคงไม่ได้(ไทยว่าไงครับ) ท่านเรียกร้องการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรมและโปร่งใส (ผมขอแถมไม่มีการปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง) ท่านให้ความสำคัญเป็นกติกาว่า ประชาชนและสื่อจะต้องสามารถแสดงออกถึงความคิดเห็นต่างๆได้อย่างเป็นอิสระ (ไม่ทราบว่าการเชิญไปปรับทัศนะคติเข้าข้อนี้หนือเปล่า) ผมอยากถามท่านทั้งหลายว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆน่ะเป็นอย่างไร อยากให้ลองเปรียบเทียบกับที่ท่านประธานาธิบดีสหรัฐฯ ท่านว่าไว้อะไรมันจะดีกว่ากัน

เรื่อง Tier 3 ก็ดี เรื่อง IUU ประมงก็ดี หากจะแก้ทางการเมืองให้เบ็ดเสร็จ คืนอำนาจให้ประชาชนเถิดครับ ทำรัฐธรรมนูญให้อยู่ในหลักนิติธรรมและนิติรัฐ จัดเลือกตั้งให้ประชาชนเขาได้เลือกคนเลือกนโยบายที่เขาชอบเขาพอใจ ทำเท่านี้แหละครับของจะไม่เสีย
ooo


ooo




โดย Pipob Udomittipong 

ผลการถูกจัดอันดับรั้งท้ายในแง่การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานทาส ทำให้ไทยตกขบวนเข้าร่วมเป็นคู่สัญญาความตกลงการค้าใหญ่สุดในภูมิภาคอย่าง Trans-Pacific Partnership (TPP) แน่นอน เพราะกฎหมายของสหรัฐฯ (Trade Promotion Authority - TPA) ที่แก้ไขล่าสุด ห้ามไม่ให้รัฐบาลสหรัฐฯ เจรจากับประเทศที่ติดแบล็คลิสต์ Tier 3 ตามรายงาน TIP ไม่ต้องแปลกใจ มาเลย์เร่งแก้ไขปัญหานี้เพื่อให้หลุดจากแบล็คลิสต์ Tier 3 เพื่อจะได้เดินหน้าเจรจาเงื่อนไข TPP กับสหรัฐฯ

TPP เป็นสัญญาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับอีกหลายสิบประเทศ มูลค่าการค้าประเทศเหล่านี้รวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของโลก ประเทศที่เข้าร่วม TPP แถว ๆ นี้ นอกจากมาเลย์ ก็มีเวียดนาม สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ “quid pro quo” ประเทศที่เข้าร่วม TPP ต้องปรับปรุงมาตรฐานด้านแรงงาน ส่งเสริมเสรีภาพคนงาน เพื่อแลกกับการส่งสินค้าไปขายในสหรัฐฯ ด้วยอัตราภาษี 0% เวียดนามเป็นประเทศหนึ่งที่น่าจะได้ประโยชน์มาก (จากการส่งออกเสื้อผ้าและรองเท้าปีละกว่าหมื่นล้านเหรียญไปสหรัฐฯ)

ส่วนไทยฝันหวานไปก่อน อย่างน้อยต้องให้หลุดจาก Tier 3 ที่แย่คืออุตสาหกรรมส่งออกอาหารทะเล ซึ่งเราเป็นหนึ่งในสิบผู้ส่งออก seafood รายใหญ่สุดของโลก ปีหนึ่งมีมูลค่าส่งออก 7 พันล้านเหรียญ จ้างงานกว่าสามแสนคน สหรัฐฯ เป็นตลาดใหญ่สุดของเรา (1.7 พันล้านเหรียญ/ปี) แต่ที่ผ่านมาเพราะปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานทาสนี่แหละทำให้การนำเข้าขอสหรัฐฯ ไม่กระเตื้องขึ้นมา รายงาน TIP รอบนี้ กระทบหนักแน่นอน ยิ่งถ้าเจอคว่ำบาตรด้วยละก็...
http://www.stopillegalfishing.com/news_article.php?ID=1549
https://fas.org/sgp/crs/misc/R43491.pdf
http://thediplomat.com/…/what-the-trans-pacific-partnershi…/
http://www.vox.com/…/…/what-is-the-trans-pacific-partnership

ooo



สื่อไทยออกเเต่ข่าวเมืองไทยได้ Tier 3 จาก สหรัฐ เเต่ยังไม่มีใครรายงานสาเหตุที่ทำไมเมืองไทยยังได้ Tier 3 เเต่มาเลย์เซียได้ Tier 2 

AP มีรายงาน ที่อาจเป็นสาเหตุ

Credit เพจ CSI LA



คลิปจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ วิเคราะห์การเมืองไทย และเล่าถึงความเลวร้ายของ คสช. ในงานคนไทยแอลเอ ร่วมฉลอง 66 ปี วันเกิด ดร.ทักษิณ ชินวัตร



ท่านจารุพงศ์ เลขาธิการเสรีไทย & คนไทยแอลเอ ร่วมฉลอง 66 ปี วันเกิด ดร.ทักษิณ ชินวัตร

มหาวิทยาลัย ประชาชน Official

Published on Jul 27, 2015
ท่านจารุพงศ์ เลขาธิการเสรีไทย & คนไทยแอลเอ ร่วมฉลอง 66 ปี วันคล้ายวันเกิด ดร.ทักษิณ ชินวัตร 26 กรกฎาคม 2558 โดย ท่านจารุพงศ์ได้วิเคราะห์การเมืองไทยด้วยค­วามห่วงใย และเรียกร้องให้คนไทยทั่วโลก ร่วมมือกับองค์การเสรีไทย เพื่อเปลี่ยนระบอบ
https://youtu.be/YcStl2u7NHo

ooo






วันพุธ, กรกฎาคม 29, 2558

มโนสำนึกของอานนท์ อำภา เรื่อง ที่ไปฟ้อง คสช. ด้วย มาตรา ๑๑๓ นั้นทำไปทำไม - กลุ่มพลเมืองโต้กลับ เชิญชวน เจอกันที่ศาลอาญา 13.30 น 30 กค. อุทธรณ์คำสั่งศาล ไม่รับฟ้องพล.อ.ประยุทธ์และคสช.




บ่อยครั้งที่ฉันถามตัวเองว่า ที่ไปฟ้อง คสช. ด้วย มาตรา ๑๑๓ นั้นทำไปทำไม ทำไปศาลก็ไม่รับพิจารณากลับจะพิพากษาให้การกระทำที่ผิดกฎหมายกลายเป็นไม่ผิดกฎหมาย ทำไปมิเท่ากับเป็นการยืนยันหรือสร้างตราประทับให้ คสช. เกิดความชอบธรรมหรือ ?

แต่ "คำตอบ" ที่อึงอลในมโนสำนึกทุกครั้งมันบอกฉันว่า การตั้งเรื่องฟ้อง คสช. นั้นมันเป็นการยืนยันสำหรับมโนสำนึกของฉันเองว่า มันผิด !!! การปล้นอำนาจไปจากประชาชนนั้นมันผิด และไม่อาจมีการยืนยันหรือตราประทับใดทำให้การกระทำที่ผิดมันเป็นถูกได้

วันนี้มหาพายุกำลังพัด เราไม่อาจมองเห็นหลักชัยได้ แต่หากเรายืนหยัดอยู่ด้วยความมั่นคง เมื่อพายุมันสงบลง เราจะเห็นหลักชัย และเดินไปที่หลักชัยร่วมกัน

อานนท์ อำภา
...



ที่มา บีบีซีไทย

กลุ่มพลเมืองโต้กลับ อุทธรณ์คำสั่งศาล ไม่รับฟ้องพล.อ.ประยุทธ์และคสช. ข้อหาล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย

นายอานนท์ นำภา ทนายความของกลุ่มพลเมืองโต้กลับเปิดเผยกับบีบีซีว่า วันนี้ตนและสมาชิกกลุ่ม ได้เดินทางไปยื่นอุทธรณ์คดีที่กลุ่มได้ยื่นฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชากับพวกซึ่งเป็นสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.รวม 5 คน ในข้อหากบฏ เป็นการอุทธรณ์คำสั่งของศาลอาญา ที่มีคำสั่งไม่รับฟ้องไปเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ สมาชิกกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และพวกซึ่งเป็นกลุ่มพลเมืองโต้กลับ รวม 15 คน ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับคนที่เหลือที่ประกอบด้วยพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ในข้อหาร่วมกันใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้ายและล้มล้างเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ อันเป็นความผิดฐานกบฏ และยังได้ออกคำสั่งในนามคสช.หลายฉบับ อันเป็นการละเมิดสิทธิ์และเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน ทำให้โจทก์ทั้ง 15 คนได้รับความเสียหาย จึงขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 113 และ 114

นายอานนท์ระบุว่า วันนี้ได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องดังกล่าว และศาลนัดมาฟังคำสั่งในอีก 5 วันข้างหน้า

"การที่ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องโดยอาศัยเหตุที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ และคสช. ได้รับการนิรโทษกรรมไปตามบทบัญญัติมาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 แล้วนั้น ทางกลุ่มเห็นว่าศาลในระบบประชาธิปไตยไม่ควรยอมรับอำนาจจากการรัฐประหาร”

นายอานนท์ยังระบุด้วยว่า การที่ศาลชั้นต้นใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญซึ่งทำให้มีขึ้นโดยผู้ที่ทำรัฐประหารมายกเว้นการรับผิดให้แก่ผู้ถูกฟ้องทั้งห้านั้นเป็นการไต่สวนพิจารณาคดีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย