วันเสาร์, พฤษภาคม 07, 2559

“ประวัติศาสตร์ของสังคมทั้งหมดที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ ล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ทางชนชั้น” Karl Marx - (Remember you on your birthday!!! May 5, 1818 (5 พฤษภาคม พ.ศ. 2361)





Happy Birthday Karl Marx !!!

ปฏิทินประวัติศาสตร์สากล
วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2361 ค.ศ.1818
คาร์ล มาร์กซ์ (Karl Marx, 1818-1883)

“The history of all hitherto existing is the history of class struggles” 

“ประวัติศาสตร์ของสังคมทั้งหมดที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ ล้วนแต่เป็นประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้ทางชนชั้น”

มาร์กซ์เกิดวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ.1818 ที่เมืองไตรเออร์ ในแคว้นไรน์ บิดาเป็นนักกฎหมายเชื้อชาติยิว ผู้ซึ่งต่อมาเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมที่เมืองไตรเออร์ มาร์กซ์เข้ามหาวิทยาลัยที่กรุงบอนน์ แล้วย้ายไปที่เบอร์ลิน เขาศึกษาธรรมศาสตร์ ประวัติศาสตร์และปรัชญา จนสำเร็จได้ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยจีน่า ใน ค.ศ. 1841 โดยเสนอวิทยานิพนธ์เรื่องปรัชญาของเอปิคูรัส (Epicurus) ขณะที่ศึกษาในกรุงเบอร์ลิน มาร์กซ์เป็นสมาชิกของกลุ่ม “เฮเกเลียนซ้าย” (Heegelians) ซึ่งแสวงหาข้อสรุปด้านสุนรียศาสตร์และการปฏิวัติจากปรัชญาของเฮเกล

หลังจากสำเร็จจากการศึกษา มาร์กซ์เดินทางไปกรุงบอนน์เพื่อสมัครเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ถูกปฏิเสธ มาร์กซ์จึงเข้าทำงานหนังสือพิมพ์ไรนิชไซตุง (Rheinische Zeitung) ที่เมืองโคโลญ และได้เป็นบรรณาธิการใน ค.ศ. 1842 หนังสือฉบับนี้โน้มเอียงทางประชาธิปไตย ทำให้รัฐบาลเยอรมนีไม่พอใจและสั่งปิดหนังสือพิมพ์ใน ค.ศ.1843 จากการทำหนังสือพิมพ์ทำให้มาร์กซ์ทราบว่าเขายังรู้วิชาเศรษฐศาสตร์น้อยจึงเริ่มศึกษาวิชานี้อย่างตั้งใจ

ใน ค.ศ.1843 มาร์กซ์แต่งงานกับ เจนนี ฟอน เวสฟาเลน (Jenny von Westphalen) ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นของเขามาแต่เยาว์วัย เธอมาจากครอบครัวขุนนางชั้นสูงอนุรักษ์นิยมของปรัสเซีย มีพี่ชายเป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ใน ค.ศ. 1843 นั้น มาร์กซ์เดินทางไปปารีสเขาได้พบกับบากูนิน ปรูดอง และฟรีดริกซ์ เองเกลศ์ (Friedrich Engels, 1820-1895) เองเกลส์ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทของมาร์กซ์และร่วมงานกับมาร์กซ์ในเวลาต่อมา ระหว่างที่อยู่ปารีสมาร์กซ์เขียนหนังสือ A Contribution to the Critique of Hegel’s Philosphy of Right(1844) ; Outlines of a Critique of Political Economy(1844) ; Economic and Philosophic Manuscripts (1844) และ The Holy Family (1844)

ในปี ค.ศ.1845 รัฐบาลฝรั่งเศสขับไล่มาร์กซ์ออกจากปารีส โดยหาว่ามาร์กซ์เป็นนักปฏิวัติที่อันตราย มาร์กซ์ไปอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยี่ยม เขากับเองเกลส์ร่วมกันตั้งสมาคมคอมมิวนิสต์ และออกคำประกาศคอมมิวนิสต์ใน ค.ศ.1848 (Manifesto, of the Communist Party 1848) ในระยะนี้มาร์กซ์เขียนหนังสือ คือ Thesis on Feuerbach (1845) ; The German Idology (1845-1846) และ The Poverty of Philosophy (1846-1847)

เมื่อการปฏิวัติ ค.ศ.1848 เกิดขึ้นมาร์กซ์ก็ถูกขับไล่ออกจากเบลเยี่ยม เขากลับไปที่ปารีสและกลับไปเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไรนิชไซตุง (Rheinische Zeitung) ใหม่ที่เยอรมนี แต่รัฐบาลเยอรมนีขับไล่เขาออกจากประเทศอีก เขากลับไปที่ปารีสแต่ก็ถูกขับไล่อีก เขาจึงย้ายไปลอนดอนในปี ค.ศ. 1849 ที่นั่นเขาได้อาศัยอยู่กับครอบครัวจนกระทั่งเสียชีวิต

ในลอนดอนมาร์กซ์ใช้เวลาส่วนใหญ่ค้นคว้าวิจัยในห้องสมุดพิพิธภัณฑ์อังกฤษ เขาเขียนงานสำคัญทางเศรษฐศาสตร์การเมืองที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือหนังสือ Capital 3 เล่ม เล่มแรกพิมพ์ใน ค.ศ.1867 และงานชิ้นอื่นอีกหลายชิ้น

เมื่อมีการจัดตั้งสมาคมผู้ใช้แรงงานระหว่างประเทศ (The International Working Men’s Association) ครั้งที่ 1 ที่กรุงลอนดอนใน ค.ศ.1864 มาร์กซ์มีบทบาทสำคัญ เขาเป็นผู้ร่างประกาศและกฎต่าง ๆ ของสมาคม สมาคมนี้ประสบความล้มเหลวในภายหลัง เนื่องจากมาร์กซ์ขัดแย้งกันบากูนิน

ชีวิตของมาร์กซ์ในฐานะผู้ลี้ภัยการเมืองเป็นชีวิตที่ยากเข็ญ มาร์กซ์และครอบครัวยากจนมาก เองเกลส์จะต้องคอยช่วยอนุเคราะห์มาร์กซ์ด้านการเงินเป็นครั้งคราว มาร์กซ์ถึงแก่กรรมวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ.1883 ศพของเขาและภรรยาฝังอยู่ที่สุสานไฮเกต (Highgate) กรุงลอนดอน


Nitrate Zapatista

.....



The unveiling of the famous Karl Marx grave, in 1956
Highgate Cemetery, London, England


‪นึกถึง "แม่”(Mother) วรรณกรรมชิ้นเอกของ “แม็กซิม กอร์กี้”(Maxim Gorky)






"แม่”(Mother) วรรณกรรมชิ้นเอกของ “แม็กซิม กอร์กี้”(Maxim Gorky)


ที่มา OK Nation11 สิงหาคม 2553

“แม่เป็นคนร่างสูง หลังงอนิดหน่อย เรือนร่างของแม่ถูกทำลายยับเยินด้วยงานหนัก และการทุบตีของพ่อนั้น เคลื่อนไหวไปมาอย่างเงียบเชียงไม่มีเสียง และค้อมเอียงน้อยๆ เหมือนกับกลัวว่าจะไปชนอะไรเข้า ใบหน้ารูปไข่ ใหญ่ฉุ เป็นริ้วย่นของแม่ มีประกายอยู่ก็แต่ที่ดวงตาทั้งสองซึ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความรันทดระทม เหมือนกับดวงตาของหญิงส่วนมากในย่านนั้น เหนือคิ้วขวามีรอบแผลเป็นรอยใหญ่ รั้งเอาคิ้วกระเดิดสูงขึ้นไปเล็กน้อย เลยทำให้ดูคล้ายกับว่า หูข้างขวาของนางสูงกว่าหูข้างซ้าย สภาพดังกล่าวทำให้ใบหน้าของแม่มีท่าทีเหมือนกับคนที่ต้องหวาดผวา ระวังตัวอยู่เสมอ ผมที่ดกดำของนางเริ่มมีเส้นสีขาวแซมประปราย แม่ช่างดูอ่อนโยนก็ปานนั้น เศร้าก็ปานนั้น และยอมเป็นทาสก็ปานนั้น.....”

ในวรรคตอนหนึ่งของ “แม่” (Mother) ผลงานการประพันธ์ของแมกซิม กอร์กี้ หรือ Aleksei Maksimovich Peshkov นักเขียนที่ยิ่งใหญ่แห่งรัสเซีย เขียนนวนิยายแนวอัตถนิยมต้องห้ามของรัสเซียในสมัยพระเจ้าซาร์ และเคยเป็นหนังสือต้องห้ามในประเทศไทยหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ฉากของเรื่องทั้งหมดเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง บริเวณลุ่มน้ำโวลก้า





แม็กซิม กอร์กี้ ได้ปั้นแต่งตัวละครจากชีวิตจริงของกรรมกรโรงงาน เหตุการณ์ในการเคลื่อนไหวปฏิวัติ ที่ผู้เป็นแม่มีส่วนช่วยลูกๆ ชายหญิงของนางอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในคุก

ผู้เป็น"แม่" ซึ่งแม็กซิม กอร์กี้ กำหนดไว้ให้เป็นหัวใจหลักของเรื่องจึงร้อยเรียงขึ้นเป็นวรรณกรรมทรงคุณค่าของเขา ที่ได้ประพันธ์ไว้ ก่อนที่การปฏิวัติรัสเซียเพื่อโค่นล้มระบอบซาร์จะปะทุขึ้น

แม็กซิม กอร์กี้ ใช้เวลาเขียนนวนนิยายเรื่อง “แม่” ในห้วงเวลาครึ่งหลังของปี ค.ศ. 1906 ถึงต้นปี ค.ศ.1907 ในยามนั้นเขาหลบ “ราชภัย”ของพระเจ้าซาร์ ไปอยู่ต่างประเทศ ภาคแรกของเรื่องแม่ แม็กซิม กอร์กี้เขียนในสหรัฐอเมริกา ส่วนภาคหลังไปเขียนในอิตาลี ทยอยลงตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมาในนิตยสาร Appleton ซึ่งจำหน่ายในนิวยอร์ค และได้พิมพ์รวมเป็นเล่มในปี 1907 นั้นเอง

แต่ในประเทศรัสเซีย ภาคแรกได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Znanie ในปี 1907 – 1908 แต่ก็ถูกเซ็นเซอร์จนไม่เหลือเค้าเดิม นิตยสารถูกเก็บกวาดไม่ให้จำหน่ายตามคำสั่งของคณะกรรมการพิจารณาสิ่งพิมพ์ของกรุงเซนปีเตอร์สเบิร์ก และตามควานหาตัวผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ พร้อมคำขู่ตัดสินจากศาลเตี้ยว่า เขาจะต้องทำงานหนักเป็นเวลา 8 ปี

แต่ภายหลังการปฏิวัติสังคมนิยมของรัสเซียสำเร็จลง ก็ได้รับการตีพิมพ์โดยไม่ถูกตัดทอนอีกครั้ง

ในรัสเซีย ได้รับการตีพิมพ์มาแล้วมากกว่า 200 ครั้ง ในต่างประเทศก็ตีพิมพ์ไปไม่น้อยกว่า 300 ครั้ง ในกว่า 127 ภาษา ในประเทศไทยมีการแปลนวนิยายเรื่องนี้ออกมาถึง 3 สำนวน

เลนิน * สหายร่วมอุดมการณ์ในช่วงการปฏิวัติสังคมนิยมของรัสเซีย ได้เคยเข้ามาดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของแม็กซิม กอร์กี้ สหายรักช่วงที่ระหกระเหินอยู่ในยุโรปว่า “เราจำเป็นต้องให้การระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะคุณเพิ่งเขียนเรื่อง แม่ อันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เหลือเกินสำหรับคนงานรัสเซียในช่วงการเรียกร้องให้เขาสู้รบต่อต้านระบอบอัตตาธิปไตย ** ”

และ "that Maxim Gorky's is an enormous artistic talent which has been, and will be, of great benefit to the world proletarian movement."

ซึ่งเป็นมุมมองของ “เลนิน”ที่มีต่องานเขียนอันลือลั่นแห่งการปฏิวัติสังคมนิยมรัสเซีย

เพราะเรื่องราวชีวิตของหญิงชราคนหนึ่ง ในสังคมเก่าแก่ของรัสเซีย นางมีความประหวั่นพรั่นพรึงต่ออำนาจนานาประการที่ครอบงำสังคมในเวลานั้น แต่แล้วด้วยเหตุมาจากอิทธิพลที่แวดล้อมตัวเธอ นางก็ได้พลิกความคิดเปลี่ยนพฤติการณ์เสียใหม่ จนได้เข้าช่วยเหลือสนับสนุนขบวนการปฎิวัติในรัสเซีย นางเริ่มคิดได้ ค่อยๆ ซึมซับความเปลี่ยนแปลง จนละเลิกความหวาดหวั่นรั่นพรึงนั้นออกไปเสีย ในขณะเดียวกันกับที่ลูกชายของนางก็ได้เข้าร่วมอยู่กับขบวนการสายหนึ่งของการปฏิวัตินั้นด้วย

เพราะนี่คือสิ่งที่นักปฏิวัติอย่าง “เลนิน”มองเห็นประโยชน์ในเรื่องราวนวนิยายอันเป็นการปลุกขวัญให้ชาวรัสเซียลุกขึ้นต่อต้านการปกครองเดิม เขาจึงอาจมีความจำเป็นที่จะต้องกล่าวสรรเสริญยกย่องในความสามารถของกอร์กี้

แต่ต่อมา แม็กซิม กอร์กี้ ดูจะมีความขัดแย้งกัน แล้วมาประกาศในภายหลังว่า “ผมขอบคุณเขา(เลนิน)ในถ้อยคำอภินันทนาการนั้น แต่ผมก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง การถือเอางานเขียนของผมเป็นประหนึ่ง คำประกาศแถลงการของคณะกรรมการเรียกร้องให้ถล่มทลายระบอบอัตตาธิปไตยนั้น ไม่เหมาะสมเลย”

จากถ้อยคำที่เลนินเคยกล่าวเอาไว้นั้น เหล่านักวิจารณ์ของโซเวียตถือว่านวนิยายเรื่อง แม่ เป็นนวนิยายแห่งชนชั้นกรรมาชีพเรื่องแรก และเป็นต้นแบบหรือรากเหง้าของรรณกรรมในแนว “อัตถนิยมสังคมนิยม” (Socialist Realism)

ต่อมาอีกร่วม 25 ปี คำว่า“อัตถนิยมสังคมนิยม” (Socialist Realism) เกิดหลังจากการเขียนนวนิยายเรื่องแม่ของกอร์กี้ จึงมีผู้บัญญัติมันขึ้นมาให้เป็นเป้าหมายในทางศิลปะของรัสเซีย โดยนักเขียนของรัสเซียจักต้องสำเหนียก ดังที่ “สตาลิน”กำหนดให้พวกเขาต้องเป็น “วิศวกรผู้สร้างจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์”

และงานเขียนเรื่อง แม่ ของแม็กซิม กอร์กี้ ก็เป็นต้นแบบของวิศวกรและจิตวิญญาณอย่างเต็มเปี่ยมนั้นเอง

RAP ADDICT เสนอ RARE CYPHER




ฉบับเต็ม...




https://www.youtube.com/watch?v=j9hBvHv4Z0c

RARE CYPHER EP.ZERO # The First Impression Cypher

RAP ADDICT

Published on Dec 13, 2015

RAP ADDICT Presents..
It's the first impression cypher.
RARE CYPHER : THE MOST RARELY CYPHER

Shout out to FLOWCODE, HONNY B, JOHN TAKASHI, P.WAYPON, 23STREET, MIKE SICK FLOW, KZEE, KXNG B, MINDHAXKER, WHYPEE, NEVERSOLE, TUM, ZEESKY AND REPAZE.

Video by Thanan Films
Instrumental : RARE CYPHER 2 [ RARELYBEATZ ]

Big thx y'all for support.


'เครือข่ายพลเมืองเน็ต' ล่าชื่อผ่าน Change จี้ FB ตอบ ให้ข้อมูล-ร่วมมือ รบ.ไทยหรือไม่





ดู petition ได้ที่นี่

ที่มา ประชาไท
Fri, 2016-05-06

6 พ.ค. 2559 เครือข่ายพลเมืองเน็ต ทำแคมเปญชวนร่วมลงชื่อ ตั้งคำถามไปยังเฟซบุ๊กว่า ให้ข้อมูลหรือร่วมมือกับรัฐบาลไทยหรือไม่ โดยเนื้อหาระบุว่า เนื่องจากขณะนี้ในประเทศไทยเต็มไปด้วยความกลัว สงสัย และไม่มั่นใจ เนื่องจากการจับกุมผู้ใช้เฟซบุ๊กและการปิดกั้นเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้บนข้อเท็จจริงว่า การใช้งานเฟซบุ๊กยังปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทยอยู่หรือไม่

โดยมีคำถามดังนี้
- ตั้งแต่เริ่มปี 2559 จนถึงขณะนี้ เฟซบุ๊กได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยบ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลของผู้ใช้ หรือการปิดกั้นเนื้อหา

-ในเดือนมกราคม 2559 คณะกรรมการปฏิรูปสื่อของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอ้างว่าเตรียมเข้าพบกับผู้บริหารของเฟซบุ๊ก เพื่อขอความร่วมมือกับเฟซบุ๊กในการลบเนื้อหาโดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล -- ตั้งแต่หลังรัฐประหารในปี 2557 เฟซบุ๊กได้พบปะหารือกับรัฐบาล คณะกรรมการ หรือหน่วยงานของรัฐ เรื่องความร่วมมือในการลบเนื้อหาหรือความร่วมมืออื่นๆ หรือไม่

-ในเดือนเมษายน 2559 ผู้ดูแลหน้าเฟซบุ๊กและนักกิจกรรมทางการเมืองจำนวน 8 คนถูกจับ 2 ใน 8 คนดังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อความในกล่องข้อความส่วนตัว (inbox) ของเขาได้โดยไม่จำเป็นต้องถามรหัสผ่านจากเขา ในภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข่าวกับ BBC ว่า ตำรวจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จริง และเป็นการได้ข้อมูลมาโดยชอบด้วยกฎหมาย -- เฟซบุ๊กได้ให้ข้อมูลกับหน่วยงานรัฐของไทยหรือไม่ หรือมีพนักงานของเฟซบุ๊กได้เข้าถึงข้อมูลใน inbox ของผู้ใช้หรือไม่

-ในเดือนพฤษภาคม 2559 มีหน้าเฟซบุ๊กที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จากเมืองไทย โดยระบบแจ้งว่าเนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายท้องถิ่น -- เมื่อเฟซบุ๊กอ้างถึง “กฎหมายท้องถิ่น” เฟซบุ๊กกำลังอ้างถึงกฎหมายปกติ เช่น ประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกอย่างมาตรา 112 และมาตรา 116 หรือประกาศในภาวะพิเศษ เช่น คำสั่งของหัวหน้าคณะรัฐประหาร ตามอำนาจอันกว้างขวางในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว?


ข้อมูลคำร้องจากรัฐบาลที่เฟซบุ๊กเผยแพร่ในรายงาน Government Requests Report นั้นเป็นประโยชน์อย่างมาก เฟซบุ๊กแสดงความโปร่งใสว่าในปี 2557 เฟซบุ๊กได้พิจารณาปิดกั้นเนื้อหาตามคำขอของรัฐบาลไทยไป 35 ชิ้น โดยเป็นการปิดกั้นในครึ่งปีหลัง 30 ชิ้น ความโปร่งใสของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเช่นนี้ ทำให้เรามีข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับความพยายามของรัฐในการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

รายงานฉบับเดียวกัน ยังแสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊กมีประวัติที่ดีในการพิจารณาคำขอข้อมูลผู้ใช้จากรัฐบาล โดยระหว่างปี 2556 ถึง 2558 รัฐบาลไทยเคยขอข้อมูลผู้ใช้จำนวนรวม 16 ราย และเฟซบุ๊กไม่เคยให้ข้อมูลเลยสักรายเดียว

อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวครอบคลุมข้อมูลถึงเดือนธันวาคม 2558 เท่านั้น

เราเข้าใจดีว่าเฟซบุ๊กจะตีพิมพ์รายงานครึ่งปีแรกของ 2559 ในเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่สถานการณ์ ณ ขณะนี้ในประเทศไทยเต็มไปด้วยความกลัว สงสัย และไม่มั่นใจ เนื่องจากการจับกุมผู้ใช้เฟซบุ๊กและการปิดกั้นเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจได้บนข้อเท็จจริงว่า การใช้งานเฟซบุ๊กยังปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทยอยู่หรือไม่

เรามีความกังวลและต้องการให้เฟซบุ๊กตอบคำถามดังต่อไปนี้

1. ตั้งแต่เริ่มปี 2559 จนถึงขณะนี้ เฟซบุ๊กได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยบ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลของผู้ใช้ หรือการปิดกั้นเนื้อหา

2. ในเดือนมกราคม 2559 คณะกรรมการปฏิรูปสื่อของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอ้างว่าเตรียมเข้าพบกับผู้บริหารของเฟซบุ๊ก เพื่อขอความร่วมมือกับเฟซบุ๊กในการลบเนื้อหาโดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล -- ตั้งแต่หลังรัฐประหารในปี 2014 เฟซบุ๊กได้พบปะหารือกับรัฐบาล คณะกรรมการ หรือหน่วยงานของรัฐ เรื่องความร่วมมือในการลบเนื้อหาหรือความร่วมมืออื่นๆ หรือไม่

3. ในเดือนเมษายน 2559 ผู้ดูแลหน้าเฟซบุ๊กและนักกิจกรรมทางการเมืองจำนวน 8 คนถูกจับ สองใน 8 คนดังกล่าวให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อความในกล่องข้อความส่วนตัว (inbox) ของเขาได้โดยไม่จำเป็นต้องถามรหัสผ่านจากเขา ในภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข่าวกับ BBC ว่า ตำรวจสามารถเข้าถึงข้อมูลได้จริง และเป็นการได้ข้อมูลมาโดยชอบด้วยกฎหมาย -- เฟซบุ๊กได้ให้ข้อมูลกับหน่วยงานรัฐของไทยหรือไม่ หรือมีพนักงานของเฟซบุ๊กได้เข้าถึงข้อมูลใน inbox ของผู้ใช้หรือไม่

4. ในเดือนพฤษภาคม 2559 มีหน้าเฟซบุ๊กที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จากเมืองไทย โดยระบบแจ้งว่าเนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายท้องถิ่น -- เมื่อเฟซบุ๊กอ้างถึง “กฎหมายท้องถิ่น” เฟซบุ๊กกำลังอ้างถึงกฎหมายปกติ เช่น ประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกอย่างมาตรา 112 และมาตรา 116 หรือประกาศในภาวะพิเศษ เช่น คำสั่งของหัวหน้าคณะรัฐประหาร ตามอำนาจอันกว้างขวางในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว?

นอกจากคำถามดังกล่าว เรามีข้อแนะนำต่อเฟซบุ๊กดังนี้

กรณีที่เพจหรือเนื้อหาในเฟซบุ๊กถูกลบออกหรือถูกจำกัดการเข้าถึงในบางประเทศอันเนื่องมาจาก “ข้อจำกัดของกฎหมายท้องถิ่น” ควรระบุให้ผู้ใช้ทราบด้วยกว่ากฎหมายท้องถิ่นดังกล่าวนั้นคือกฎหมายใด ซึ่งข้อมูลนี้ควรจะปรากฏอยู่ในคำขอจากรัฐบาลอยู่แล้ว

ข้อมูลเกี่ยวกับการลบเนื้อหาตามคำขอของรัฐบาลในรายงาน Government Requests Report ควรจำแนกประเภทเนื้อหามากกว่านี้เพื่อความชัดเจน และอย่างน้อยควรจำแนก เนื้อหาที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นประมาทหรือความสงบเรียบร้อย ออกจากเนื้อหาที่เป็นการหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคลหรือแพร่กระจายมัลแวร์ เนื่องจากคำร้องบางส่วนจากรัฐบาลอาจเป็นคำร้องที่ชอบด้วยเหตุผล

ผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่า 25 ล้านบัญชี เฟซบุ๊กมีความสำคัญกับชีวิตคนจำนวนมากในประเทศไทย ทั้งชีวิตส่วนตัว หน้าที่การงาน และการมีส่วนร่วมกับชุมชน เฟซบุ๊กควรมีช่องทางสื่อสารกับผู้ใช้ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการและเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อขจัดข้อสงสัยได้อย่างทันการณ์
ประเทศไทยกำลังจะมีการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 สิงหาคม 2559 นี้ ทั้งนี้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมารัฐบาลมีท่าทีอย่างชัดเจนในในการปราบปรามผู้รณรงค์ "ไม่รับ" ร่างรัฐธรรมนูญ โดยอ้างทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 ประกาศและคำสั่งของคสช. พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ประมวลกฎหมายอาญา ระเบียบการออกเสียงประชามติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคำสั่งของหัวหน้าคณะรัฐประหาร ตามอำนาจอันกว้างขวางในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เฟซบุ๊กจำเป็นต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นในการพิจารณาคำขอ "ตามกฎหมาย" ของรัฐบาลไทย

ด้วยความนับถือ

ผู้ลงนาม
6 พฤษภาคม 2559

วันศุกร์, พฤษภาคม 06, 2559

Now Playing in Thailand... หน้าตัวเมีย... พฤติกรรมที่เห็นบ่อยๆของตัวร้ายในหนังจ้าาาาาา...



ว่าด้วยเรื่องของพฤติกรรมที่เห็นบ่อยๆของตัวร้ายในหนังจ้าาาาาา... 




เล่นงานทุกทาง ศาลทหารอนุมัติหมายจับ 'แม่จ่านิว' คดี ม.112 ไม่อนุญาตให้ประกันตัว แค่มีคนส่งข้อความทาง FB แล้วไม่ห้าม ไม่ตำหนิ!!!





เล่นงานทุกทาง ศาลทหารอนุมัติหมายจับ 'แม่จ่านิว' คดี ม.112


ที่มา ประชาไท
Fri, 2016-05-06

6 พ.ค. 2559 ข่าวสดออนไลน์และเดลินิวส์ รายงานตรงกันว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ ที่ศาลทหารกรุงเทพ พ.ต.ท.สัณห์เพชร หนูทอง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กองกำกับการ 3 กองบังคับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้เดินทางมาขอหมายจับ พัฒน์นรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดา ของ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์

ต่อมาศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นควรอนุมัติออกหมายจับ เลขที่ 36/2559 ข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112

ทั้งข่าวสดออนไลน์และเดลินิวส์ ยังรายงานด้วยว่า กรณีที่ทางพนักงานสอบสวน ปอท. ขออุมัติออกหมายจับ พัฒน์นรี เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบครอบแล้วเห็นว่า พัฒน์นรี ได้ร่วมกับ บุรินทร์ อินติน กระทำความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 112
แม่จ่านิว เผยเตรียมเข้ามอบตัว

บีบีซีไทย - BBC Thai รายงานด้วยว่า พัฒน์นรี เผยกับบีบีซีไทยว่า ได้หารือกับทนายความแล้วและเตรียมเข้ามอบตัวหลังทราบว่าถูกตั้งข้อหาดังกล่าว
“ตกใจมาก รับไม่ได้เลย ตอนนี้ยังทำงานอยู่และรอทนาย แล้วจะไปมอบตัว” พัฒร์นรี กล่าวด้วยเสียงสะอื้น

กรณีความเชื่อมโยงระหว่าง พัฒน์นรี หรือแม่จ่านิว กับ บุรินทร์ นั้น ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่ง มติชนออนไลน์ ไทยรัฐออนไลน์และเดลินิวส์ รายงานตรงกันด้วยว่า บุรินทร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร ข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รับว่า ตนเข้าร่วมกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับตั้งแต่ 19 ก.ย. 2558 จากนั้นจึงมีโอกาสรู้จักกับ สิรวิชญ์ (จ่านิว) และติดต่อพูดคุยกันมาตลอด จนรู้จักกับแม่สิรวิชญ์ และแชตพูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก ในทำนองว่าร้ายสถาบันจริงเนื่องจากรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตนโพสต์ข้อความต่างๆ ผ่านโทรศัพท์และโพสต์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 เม.ย. ก่อนถูกจับกุม ไม่คิดว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นสถาบันและสาเหตุที่นำโทรศัพท์ให้เพื่อนชื่อว่านนั้น เพราะแบตโทรศัพท์จะหมด จึงให้ไปเพื่อชาร์จแบตเท่านั้น ไม่มีเจตนาจะทำลายหลักฐาน จึงอยากฝากผ่านสื่อไปถึงว่านและจ่านิวว่า ให้นำโทรศัพท์กลับมาคืนด้วย

สำหรับ สิรวิชญ์ หรือ จ่านิว นั้นเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่เคลื่อนไหวคัดค้านการรัฐประหารมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกิจกรรมกับกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และการส่องทุจริตโครงการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ จนถูกดำเนินคดี รวมทั้งการอุ้มตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหารจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเวลากลางคืนอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกมาในข่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเข้ามาดูแล ส่วนจะมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลเกี่ยวกับเรื่องโซเชียลและสังคมออนไลน์โดยเฉพาะหรือไม่นั้นยังไม่ขอเปิดเผย โดยเฉพาะกรณีของ สิรวิชญ์ ที่มีการกระทำความผิดในโซเชียลมีเดียหลายครั้ง ไม่รู้ว่ามีเจตนาในการท้าทายหรือไม่ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม) และเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ชื่อ กลุ่ม “เรารักชาติ” ได้ร้องกองปราบตรวจสอบเบื้องหลัง สิรวิชญ์ อีกด้วย (อ่านรายละเอียด)


เรื่องที่เกี่ยวข้อง:
นศ.รามรักชาติ ร้องกองปราบสอบเบื้องหลัง 'จ่านิว-NDM' ถามตอนเด็กรามถูกยิงไปอยู่ไหน
ผบ.ตร.สั่งศรีวราห์จับตาโซเซียล เล็ง 'จ่านิว' ทำผิดหลายครั้ง สงสัยท้าทาย
ศาลทหารอนุญาตฝากขัง 'บุรินทร์' คดี ม.112-พ.ร.บ.คอม
ศาลทหารออกหมายจับ ม.112 'ณัฏฐิกา-หฤษฏ์' 2 ใน 8 ผู้ต้องหาทำเพจล้อประยุทธ์เพิ่ม

ooo





สืบเนื่องจากได้มีการออกหมาบจับแม่จ่านิว กรณีที่นายบุรินทร์ อินตินถูกกล่าวหาว่า ส่งข้อความทางเฟสบุ๊คในลักษณะหมิ่นประมาท ตามมาตรา 112 ไปยังแม่ของจ่านิว โดยที่แม่จ่านิวไม่ได้ตอบโต้อะไร ทางเจ้าหน้าที่ทหารจึงเข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีต่อแม่จ่านิว เพราะไม่ห้าม หรือตำหนิการกระทำของนายบุรินทร์ อินติน จึงเป็นการกระทำที่ยอมรับและเห็นด้วยกับการกระทำของนายบุรินทร์ อินติน แม่จ่านิวจึงถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้การประกันตัวแต่อย่างใด

หลังจากนี้แม่จ่านิวจะถูกนำตัวไปขังไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง และนำตัวไปฝากขังที่ศาลทหาร ในเช้าวันที่ 8 พฤษภาคม 2559 เวลา 9.00 น.
.....


.....

เส้นทางประชาธิปไตยไทย ตอน โฆษก ก.กลาโหม โกหกหน้าตาย...





ที่มา FB


James Walsky Magazine

เส้นทางประชาธิปไตยไทย

ตอน โฆษก ก.กลาโหม โกหกหน้าตาย....แถมแจกคำโกหก(บังคับ)ให้สื่อเขียนอีก

ถูกจับได้ว่า โกหกหน้าตาย (พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห.) แล้วแถมยังแจกคำโกหกให้สื่อช่วยกระจายข่าวออกข่าว ที่เนื้อหาไปคนละเรื่องกับที่สถานฑูตสวีเดนแถลง ทั้งๆที่เป็นงานเดียวกัน...

ที่ก.กลาโหม นาย Staffan Herrstrom ออท.ราชอาณาจักรสวีเดนประจำประเทศไทย เข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กห. และ พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกห.

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. กล่าวว่า

"ออท.สวีเดน ได้กล่าวสนับสนุนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด อันจะทำมาซึ่งสังคมที่ปรองดองและความมั่นคงของประเทศต่อไป"

เพจ วาสนา นาน่วม (https://www.facebook.com/WassanaJournalist/posts/1117651078293349)
......................................................





สื่อไทยบอกว่า “ออท.สวีเดน ได้กล่าวสนับสนุนถึงการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด อันจะนำมาซึ่งสังคมที่ปรองดองและความมั่นคงของประเทศต่อไป” (http://www.thairath.co.th/content/615490)
........................................................

แต่ Facebook สถานทูตสวีเดนกลับบอกว่า ท่านทูต Herrström

“ย้ำเตือนถึงข้อกังวลที่คณะทูตานุทูตของสหภาพยุโรปได้เคยกล่าวไว้เมื่อวันที่ 7 เมษายนเกี่ยวกับประเทศไทย ท่านทูตเน้นโดยเฉพาะความสำคัญของเสรีภาพในการชุมนุมและเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งนี้เพื่อให้สังคมได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งสำคัญไม่เฉพาะกับบริบทการลงประชามติที่กำลังจะมีขึ้น

หากยังรวมถึงการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ท่านทูตยังเน้นถึงความกังวลเกี่ยวกับบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหารในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2559 และเน้นถึงความสำคัญของหลักนิติธรรม”

ข้อมุลจาก เพจ pipob Udomittipong




‘‪#‎เตรียมย้ายวิก’ จากเฟชบุ๊ค ไป minds.com กันเหอะ (โทษฐาน ‘หงอ’ เผด็จการ)








เอาละวา กานดา นาคน้อย ‘ย้ายวิก’ ออกจากเฟชบุ๊ค โทษฐาน ‘หงอ’ เผด็จการ

อันเนื่องมาแต่รายงานข่าวประชาไท “เฟชบุ๊คตอบรับคำขอรัฐบาล (ทหารไทย) แบนเพจ ‘กูคั้ลท์’ อ้างเหตุ ‘ข้อจำกัดทางกฎหมายที่ใช้กับการเข้าถึงเนื้อหา’”

(http://prachatai.com/journal/2016/05/65631)

เรื่องมันเกิดจาก เมื่อ Nithiwat Wannasiri โพสต์เตือนภัยว่า “เคลื่อนไหวระวังกันด้วยนะครับ ตอนนี้ facebook อาจจะเริ่มให้ความร่วมมือกับ รบ. ไทยแล้ว




- มิตรสหายท่านหนึ่งแจ้งพร้อมภาพเพจกูคัลท์ถูกห้ามเข้าถึงเฉพาะเฟสบุ๊คไทยจากผลของกฎหมายท้องถิ่น”

จากนั้น สศจ. ต่อความยาวทันที “ถ้าเฟซบุ๊คเป็นคนบล็อกจริง ก็แสดงว่าเฟซบุ๊คยอมร่วมมือกับทางการไทยในการบล็อกเพจ คือไม่ได้ลบเพจ เพราะเพจยังอยู่ ผมดูได้ (แค็พมาให้ดูตัวเป็นตัวอย่างว่ามีข้อความอะไรบ้าง)

อย่างนี้อีกหน่อย ก็บล็อกเพจอื่นๆ (เช่นเพจผม) ด้วยข้ออ้างเดียวกันได้สิ”

ประชาไทบอกว่าวิบัติการณ์นี้ “เกิดไล่เลี่ยกับข่าวเข้าถึงหลังไมค์แอ็ดมินล้อประยุทธ์...ที่โดนตั้งข้อกล่าวหา กระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒”

Blognone และ Khaosod English รายงานด้วยว่า “มีการตั้งข้อสงสัยว่าเฟซบุ๊กได้ยื่นมือเข้ามาช่วยมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงานการปิดกั้นเพจอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เฟซบุ๊กบล็อคคอนเทนต์ที่กระทบความมั่นคงตามคำขอของรัฐบาลไทย”

จากนั้นกระแสปฏิสัมพัทธ์วิ่งอย่างรวดเร็วบนไซเบอร์ เพียงแค่ ๑๘ ชั่วโมงกว่าๆ กานดา นาคน้อย คว้าเอาไปขยายผลทันที

“เห็นคนแชร์กันเรื่องเฟซบุ๊คไทยบล็อคเฟซบางแห่ง ที่จริงเรื่องนี้ก็เริ่มเป็นไปได้ตั้งแต่ฉันเห็นข่าวว่าเฟซบุ๊คไปเปิดออฟฟิศที่ไทยแล้วนะ แม้เฟซบุ๊คไม่มีเซิร์ฟเวอร์ทีไทยแต่การเปิดสำนักงานเพื่อขยายตลาดต้องอาศัยผู้คุมกฎ

ดังนั้นก็อย่าแปลกใจที่เฟซบุ๊คจะกลายเป็นเบบี้ในอุ้งมือของ รบ.ทหาร และฉันไม่เชื่อในความเป็นกลางของผู้บริหาร ‘เฟซบุ๊คไทยแลนด์’ เท่าไรนัก ดังนั้นฉันถือว่าสิ่งที่ฉันเขียนในอินบ็อกซ์ไม่ใช่ความลับระหว่างฉันกะคนสนทนาด้วย

ฉันไม่เคยแค็ปบทสนทนากะใครไปโชว์คนอื่น แต่ถ้าใครแค็ปบทสนทนากะฉันไปโชว์คนอื่นฉันก็เฉยๆ ถ้าใครอยากยัดข้อหาอะไรให้ฉันก็ตามสบาย จะทำงั้นก็ต้องลงทุนสูงและผลตอบแทนจากการลงทุนไม่สูงนัก ถ้าเกิดขึ้นจริงๆ ก็ต่อสู้กันไปตามกระบวนการกฎหมายระหว่างประเทศ”

แน่ละต้องมีใครมาเม้นต์ต่อยอด เพราะแฟนขลับกานดายิ่งกว่าการันตี

Chonnipa Chaiyawat ชี้แนะ “คิดว่าที่เขามาเปิดที่ไทยก็เพราะมีคนไทยค้าขายบนเฟสบุ๊คจำนวนมากค่ะ แต่ตอนนี้ก็หดหายไปเยอะ เจ๊งกันไปแยะแล้วนะคะ เพราะเศรษฐกิจเน่าขนาดนี้ ไอ้จะมาค้าขายอะไรกันอู้ฟู่อย่างที่เคยเป็นน่ะ มันไม่มีอีกแล้ว!!

ซึ่งถ้ามองในกรณีการค้าขายออนไลน์นี้ ยิ่งถ้าความปลอดภัยต่ำ ใครเขาจะกล้าใช้บริการล่ะคะ การไปเกี่ยวก้อยกะรัฐบาลเผด็จการไม่น่าจะเป็นผลดีอะไรกับเฟสบุ๊คเลย เอางี้ค่ะ ถ้าจะลุยก็ลุยถึงบอสใหญ่ของเฟสบุ๊คเลยดีกว่า ปกติเขาขยันโพสต์ขยันอ่านเม้นท์อยู่บ้างหละมัง”

(ใครใคร่ลุยอย่างนั้น ‘ฟ้องบอสใหญ่’ เชิญได้มีพื้นที่เปิดไว้แล้ว ‘To Mark Zuckerberg from Thai Facebook users who cherish democracy’

https://www.facebook.com/tomarkzuckerberg_fromthaifacebooku…. บริหารจัดการโดยจรรยา ยิ้มประเสริฐ ญาติธรรมประชาธิปไตยกับอาจารย์สุธาชัย แต่ไม่ใช่ biological sibling)

จารย์กานดาเธอเลยได้ไอเดียจ๊าบ “ถ้ามีคนขายของมาก แต่ลูกค้าย้ายวิกไปอยู๋ที่อื่นกันมากๆ คนขายก็อยู่ไม่ได้ค่ะ”

นั่นละ แฮ้สแท็ก ‪#‎เตรียมย้ายวิก‬ เลยต้องเกิด

กานดา นาคน้อย 7 hrs : “ในเมื่อเฟซบุ๊คร่วมมือกะ รบ.ทหารแล้ว ก็น่าจะจัด ‘วันปิดเฟซบุ๊ค’ ย้ายวิกไปโซเชียลมีเดียที่อื่นเพื่อแสดงพลังผู้บริโภค

นี่เป็นวิธีการที่ผู้บริโภคอเมริกันกดดันธนาคารแบงค์ออฟอเมริกาไม่ให้ขึ้นค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตจนสำเร็จ คือนัดว้นย้ายเงินไปสหกรณ์ออมทรัพย์ ผู้บริโภคมีอำนาจในมือถ้าใช้ให้ถูกทาง

ฉันจะมองหาวิกใหม่แล้วมาอัพเดทว่าจะย้ายวิกไปที่ไหน #เตรียมย้ายวิก”

“เฟซบุ๊คมาเปิดออฟฟิศที่ไทยเพื่อขายโฆษณาทางธุรกิจ ถ้าฐานผู้บริโภคไม่หายไปมากๆ แบบฮวบฮาบ ‘เฮียมาร์ค ณ ซิลิคอนวัลเลย์’ ก็ไม่สนใจหรอกว่าผู้บริหาร ‘เฟซบุ๊คแดนลิเก’ บริหารยังไง

ถ้าอยากให้ ‘เฮียมาร์ค ณ ซิลิคอนวัลเลย์’ กะ ‘เจ๊ชารอน แซนด์เบิร์ก’ สนใจ ก็ต้องนัดวันปิดบัญชีเฟซบุ๊คให้หายวูบกะทันหัน เฮียมาร์คกะเจ๊ชารอนจะได้สงสัยว่า..เฮ่ย.. ลูกน้องตรูที่แดนลิเกมันบริหารยังไงสมาชิกลดฮวบฮาบ !!!”

นั่นล่ะฮัฟ กานดา นาคน้อย updated her cover photo. Just now

“ฉันจะปิดเฟสวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ ถ้าอยากอ่านเขียนที่สเตตัสฉันก็ไปวิกใหม่ได้ดังนี้

ก) สมัครสมาชิกที่ www.minds.com

ข) คลิกวิกใหม่ของฉันที่ https://www.minds.com/kandainthai

ค) กด subscribe

แค่นั้นก็เขียนสนทนาได้แล้ว

ถ้าใครก่อกวนฉันก็กดบล็อคได้ไม่ต่างจากเฟสบุ๊ค ส่งเมสเสจอินบ็อกซ์ได้เหมือนเฟสบุ๊ค โซเชียลมีเดียเป็นเพียงช่องทางการถ่ายทอดข่าวสาร แต่ผู้ผลิตเนื้อหาคือตัวผู้บริโภคเอง ดังนั้นผู้บริโภคก็ควรเลือกช่องทางที่โดนจริตที่สุด

เฟสบุ๊คมีรายได้จากการโฆษณาโดยใช้ฐานผู้บริโภคซึ่งก็เป็นผู้ผลิตเนื้อหาสบายๆ ให้เฟสบุ๊คใช้หาเงิน ผู้บริโภคได้สร้างตัวตนจริงบ้างปลอมบ้างเป็นการแลกเปลี่ยนกัน

ฉันใช้เฟสบุ๊คเพื่อสื่อสารกับผู้อ่านบทความในประชาไท แต่ปัจจุุบันนโยบายเฟซบุ๊คไม่โดนจริตฉันแล้ว ฉันก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องผลิตเนื้อหาให้เฟสบุ๊คได้รายได้ต่อไป

‪#‎77วันปิดเฟส‬

‪#‎77FacebookClosingDay‬

อ้อ แล้วก็ จารย์กานดาเธอเพิ่มเติมอีกว่า ใครอยากตามเธอไป ‘ไมด์’ แต่ไม่อยากปิดเฟชบุ๊คย่อมได้ ไม่ผิดกติกา ขอแค่ ‘ใส่ใจ’ ไม่มโนเพ้อเจ้อ ก่อกวนได้แต่ก็โดนดีดออกได้เช่นกัน

ooo

อัพเดทจากคุณกานดา

มิตรสหายท่านหนึ่ง : จากที่ไปอ่านใน business insider อีกจุดที่น่าสังเกตคือ ข้อความแชทจะไม่รั่วแน่นอน แต่ถ้าโพสบนหน้า feed ปกติ ยังสามารถถูกผู้ไม่หวังดีแอบมา subscribe แล้วดึงแคปไปได้ครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดว่าไปเล่นมายส์แล้วจะโพสจะด่าอะไรก็ได้ ปลอดภัย 100% .... ม.44 ยังตามไปถึงครับ แค่ล้วงบทสนทนาส่วนตัวไม่ได้ 

ฉัน : ค่ะ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่มีออฟฟิศในไทยและไม่อาศัยเฟสบุ๊ค ดังนั้นพนักงานเฟสบุ๊คในไทยก็บล็อคไม่ได้แอบดูแชทไม่ได้ ถ้าคนไทยที่ไม่ใช่พนักงานเฟสบุ๊คอยากลงแรงแฮ็คบัญชีกันก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ความเสี่ยงด้านนี้ก็มีไม่ต่างจากเฟสบุ๊ค ก็ตั้งพาสเวิร์ดยากๆกันได้ค่ะ ปกติฉันก็ไม่ได้โพสต์ feed ที่ผิดกฎหมายในประเทศที่ฉันอาศัยอยู่ ถ้าคนไทยแค็ปไปด่าว่าเอามันส์ก็ช่างมันค่ะ ถ้าฉันรู้ว่าใครแค็ปไปด่าว่าเอามันส์ก็บล็อคไปให้อ่านไม่ได้ ก็เท่านั้นค่ะ เป็นนโยบายเดียวกะตอนฉันใช้เฟสบุ๊ค สรุปว่าฉันย้ายเพราะ 
ก) อยากมั่นใจว่าไม่โดนพนักงานเฟสบุ๊คที่ไทยแอบดูแชท 
ข) อยากมั่นใจว่าไม่โดนบล็อคให้คนอยู่ในไทยอ่านไม่ได้ 
ค) อยากเลิกช่วยเฟสบุ๊คทำรายได้ คนอยู่ในไทยก็ต้องประเมินเอาเองว่าจะโพสต์อะไรยังไงนะคะ ใคร

อยากอ่านบทความ business insider อ่านได้ที่นี่ค่ะ http://www.businessinsider.com/facebook-competitor-mindscom-launches-with-help-from-anonymous-2015-6
.....

อ.ปวิน มี minds แอคเค้าท์แล้วจ้า (ก็อปจาก minds)




คุณใบตองแห้งกำลังคิดอยู่



ooo


Minds โซเชียลมีเดียแห่งใหม่ที่เกิดมาเพื่อล้มยักษ์





ที่มา เวป community date
โดย Gene
26/06/2015

สวัสดีครับวันนี้ community เราจะนำเสนอ social media แห่งใหม่ที่สร้างโดยกลุ่มแฮกเกอร์ anonymous ที่มีจุดขายต่างจากที่อื่นๆคือ

สร้างความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัว ซึ่ง features ต่างๆในนี้ก็จะคล้ายกับที่อื่นๆ คือ ผู้ใช้อัพเดทข้อมูลต่างๆให้กับ followers ที่

สามารถโพสตอบกันได้ แต่จะแตกต่างที่ Minds ไม่ใช้การรวบรวมข้อมูลเพื่อหาเงิน การที่จะเข้า chat ใน Minds ต้องมีรหัสที่สร้างขึ้นมาเฉพาะเพื่อ

เข้า chat กับคนอื่น นั่นแปลว่า รัฐบาลและ advertisers ต่างๆ ก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น การที่นำไปกดโหวตโพส คอมเม้นต์ หรือ อัพโหลด เราจะได้ points เพื่อสำหรับการโปรโมตของ Minds ตัวอย่างเช่นถ้าเราเก็บแต้มได้มาก

โพสเราหรือ profile จะถูกนำขึ้น feeds หลักของ Minds เป็นการโปรโมต profile เรา

มาดูหน้าตาของมันดีกว่า






ลองไปสมัครใช้งานกันดูครับ เผื่อจะชอบ แต่ในตอนนี้ในไทยยังมีคนใช้ค่อนข้างน้อยอยู่พอสมควร ไม่แน่อนาคตอาจจะมีคนมาใช้เยอะ

เหมือน facebook ก็เป็นได้้ครับ


เมืองไทยวันนี้... ลงประชามติ : ขายเสื้อ = ปลุกระดม - ไม่เอาเลือกตั้ง : ปิดถนน ซ้อมคนขยับกรวย ล้อมคูหา ฯลฯ = สิทธิโดยชอบธรรมของประชาชน



.....
.....


การ์ด กปปส.กร่างหนักปิดถนน ซ้อมคนย้ายกรวย เกือบตาย อีกแล้ว 9พค.57



https://www.youtube.com/watch?v=97m76yZJIec

.....


การ์ด กปปส.กระทืบคนขยับกรวยเสร็จชี้หน้าถาม มีใครรีบอีกไหม? 9พค.57


https://www.youtube.com/watch?v=lcN07z5PlSs



บิดเบือน? : ทูตบอกอย่าง ไทยรัฐบอกอีกอย่าง... ทูต สวีเดน บอกห่วงทหารไปยุ่งบังคับใช้กฎหมาย ไทยรัฐ บอกทูตสนับสนุนใช้กฎหมายเข้มงวด