วันพฤหัสบดี, เมษายน 24, 2557

Kali Yuga is coming soon ?


ที่มา FB อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

Kali Yuga is coming soon ?
ฤาว่า ความตายของ "ไม้หนึ่ง" จะเป็นลางบอกเหตุ
"กาลียุค" กำลังใกล้เข้ามา และ

"จะร้อนอก สมณา ประชาราษฎร์
จะเกิดเข็ญ เป็นอุบาทว์ นั้นมากหลาย
จะรบรา ฆ่าฟันกัน วุ่นวาย
ฝูงคนจะล้มตาย ลงเป็นเบือ"

ครับ น่าเป็นห่วง
สงครามกลางเมือง
สงครามตัวแทน
กำลังจะกลายเป็น "กาลียุค"
อย่าง "คำพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา" กระนั้น หรือ
cK@Prophetic/Laments/SriAyutthaya...

For the troublesome Present
it is worth going back to the Wisdom of the Past:
ในสถานการณ์ ปัจจุบัน
การทำความเข้าใจ โดยผ่านสติ และ ภูมิปัญญาของ "อดีต/โบราณ"
ไม่มีอะไรดีเท่ากับการอ่านๆๆ และ คิดๆๆ
ถึง "เพลงยาวฯ" ข้างล่างนี้ ครับ

โปรดอ่าน (อีกครั้ง และเว้น วรรคตอน ใหม่) โดยละเอียด
“เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา”
(ภาษาอังกฤษ ด้านล่าง English below)
Prophetic Lament for Sri Ayutthaya (17th-18th centuries ?)

คราทีนั้น ฝูงสัตว์ ทั้งหลาย
จะเกิดความ อันตราย เป็นแม่นมั่น
ด้วยพระมหากษัตริย์ มิได้ทรงทศพิธ ราชธรรม์
จึงเกิดเข็ญ เป็น มหัศจรรย์ 16 ประการ

คือ เดือนดาวดินฟ้า จะอาเพท อุบัติเหตุ เกิดทั่ว ทุกทิศาน
มหาเมฆ จะลุก เป็นเพลิงกาล เกิดนิมิต พิสดาร ทุกบ้านเมือง

พระคงคา จะแดงเดือด ดั่งเลือดนก อกแผ่นดิน เป็นบ้า ฟ้าจะเหลือง
ผีป่า ก็จะวิ่ง เข้าสิงเมือง ผีเมืองนั้น จะออกไปสู่ไพร

พระเสื้อเมือง จะเอาตัวหนี พระกาลกุลี จะเข้ามาเป็นไส้
พระธรณี จะตีอกไห้ อกพระกาล จะไหม้ อยู่เกรียมกรม

ในลักษณะทำนายไว้ บ่ห่อนผิด เมื่อวินิศพิศดู ก็เห็นสม
มิใช่เทศกาล ร้อน ก็ร้อนระงม มิใช่เทศกาล ลม ลมก็พัด

มิใช่เทศกาล หนาว ก็หนาวพ้น มิใช่เทศกาล ฝน ฝนก็อุบัติ
ทุกต้นไม้ หย่อมหญ้า สารพัด เกิดวิบัติ นานา ทั่วสากล

เทวดา ซึ่งรักษา พระศาสนา จะรักษา แต่คน ฝ่ายอกุศล
สัปบุรุษ จะแพ้ แก่ทรชน มิตรตน จะฆ่า ซึ่งความรัก

ภรรยา จะฆ่า ซึ่งคุณผัว คนชั่ว จะมล้าง ผู้มีศักดิ์
ลูกศิษย์ จะสู้ ครูพัก จะหาญหัก ผู้ใหญ่ ให้เป็นน้อย

ผู้มีศีล จะเสีย ซึ่งอำนาจ นักปราชญ์ จะตก ต่ำต้อย
กระเบื้อง จะเฟื่อง ฟูลอย น้ำเต้า อันลอยนั้น จะถอยจม

ผู้มีตระกูล จะสูญเผ่า เพราะจัณฑาล มันเข้า มาเสพสม
ผู้มีศีลนั้น จะเสีย ซึ่งอารมณ์ เพราะสมัครสมาคม ซึ่งมารยา

พระมหากษัตริย์ จะเสื่อม สิงหนาท ประเทศราช จะเสื่อม ซึ่งยศถา

อาสัจ จะเลื่อง ลือชา พระธรรมา จะตก ลึกลับ
ผู้กล้า จะเสื่อม ใจหาญ จะสาบสูญ วิชาการ ทั้งปวงสรรพ

ผู้มีสิน จะถอย จากทรัพย์ สัปบุรุษ จะอับ ซึ่งน้ำใจ

ทั้งอายุศม์ จะถอยเคลื่อน จากเดือนปี ประเวณี จะแปรปรวน ตามวิสัย

ทั้งพืช แผ่นดิน จะผ่อนไป ผลหมาก รากไม้ จะถอยรส

ทั้งแพทย์พรรณ ว่านยา ก็อาเพศ เคยเป็นคุณ วิเศษ ก็เสื่อมหมด
จวงจันทน์ พรรณไม้ อันหอมรส จะถอยถด ไปตาม ประเพณี

ทั้งเข้า ก็จะยาก หมากจะแพง สารพัน จะแห้งแล้ง เป็นถ้วนถี่

จะบังเกิด ทรพิษ มิคสัญญี ฝูงผี จะวิ่งเข้า ปลอมคน

กรุงประเทศ ราชธานี จะเกิด การกุลี ทุกแห่งหน
จะอ้างว้าง อกใจ ทั้งไพร่พล จะสาละวน ทั่วโลก หญิงชาย

จะร้อนอก สมณา ประชาราษฎร์ จะเกิดเข็ญ เป็นอุบาทว์ นั้นมากหลาย

จะรบรา ฆ่าฟันกัน วุ่นวาย ฝูงคนจะล้มตาย ลงเป็นเบือ

ทางน้ำ ก็จะแห้ง เป็นทางบก เวียงวัง จะรก เป็นป่าเสือ
แต่สิงห์สาระสัตว์ เนื้อเบื้อ นั้นจะหลงเหลือ ในแผ่นดิน

ทั้งผู้คน สารพัด สัตว์ทั้งหลาย จะสาบสูญ ล้มตาย เสียหมดสิ้น
ด้วยพระกาล จะมา ผลาญแผ่นดิน จะสูญสิ้น การณรงค์ สงคราม

กรุงศรีอยุธยา จะสูญแล้ว จะลับรัศมีแก้ว เจ้าทั้งสาม
ไปจนคำรบ ปี เดือน คืนยาม จะสิ้นนามศักราช ห้าพัน

กรุงศรีอยุธยา เขษมสุข แสนสนุก ยิ่งล้ำ เมืองสวรรค์
จะเป็นเมือง แพศยา อาธรรม์ นับวัน จะเสื่อมสูญ เอย

-...... and in those days all men and beasts
Shall surely be in mortal danger

For when the Monarch shall betray
The Ten Virtues of the Throne
Calamity will strike, the omens

Sixteen monstrous apparitions:
Moon, stars, earth, sky shall lose their course
Misfortune shall spread everywhere
Pitch-black the thundercloud shall blaze
With Kali's final conflagration

Strange signs shall be observed throughout
The land, the Chao Phraya shall boil
Red as the heart’s blood of a bird
Madness shall seize the Earth’s wide breast
Yellow the colour of the leadening sky
The forest spirits race to haunt

The city , while seeking refuge 
The enamel tile shall rise and float
The light gourd sink down to the depths
(Translated by B. Anderson)


รำลึกถึงไม้หนึ่ง ก.กุนที ผ่านบทกวี

บทกวีรำลึก 36 ปี 6 ตุลา ไม้หนึ่ง ก.กุนที

 
https://www.youtube.com/watch?v=a8Cpd6vKmsQ

Published on Oct 7, 2012
ในงานรำลึก 36 ปี 6 ตุลา วีรชนประชาธิปไตย ณ ลานปฏิมากรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2555


ไม้หนึ่ง ก กุนที รำลึกเสธแดง3ปี 13052013

 
https://www.youtube.com/watch?v=oypJtZu-YsE

Published on May 13, 2013


ไม้หนึ่ง ก.กุนที


https://www.youtube.com/watch?v=0dHgf6AoLn0

Uploaded on Oct 16, 2009

ไม้หนึ่งก.กุนที กวีราษฎร

 
https://www.youtube.com/watch?v=GAngHStqjG0

Uploaded on Nov 3, 2009

ไม้หนึ่ง ก.กุนที อนุเสาวรีย์ฯ


https://www.youtube.com/watch?v=Y1prBZ51Tw4

Uploaded on Dec 10, 2009
ไม้หนึ่ง ก.กุนที อนุเสาวรีย์ฯ

แผ่นดินเป็นของปวงชนสยาม

 
https://www.youtube.com/watch?v=gnuOpILY-rw

Published on Jun 26, 2012
ไม้หนึ่ง ก.กุนที อ่านบทกวี ในงานรำลึก 80 ปี ปฏิวัติประชาธิปไตย 2475 ณ หมุดคณะราษฎร ลานพระรูปทรงม้าตั้งแต่เวลา 05.30 น. เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2555

ไม้หนึ่ง ก.กุนที รำลึก 37 ปี ดร.บุญสนอง

 
https://www.youtube.com/watch?v=8biWbGANfHo

Published on Mar 4, 2013
ไม้หนึ่ง ก.กุนที กล่าวกวีในงานรำลึก 37 ปี การจากไปของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ณ ห้องทิวลิป โรงแรม Rama Garden ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2556

ไม้หนึ่ง ก กุนที อนุเสาวรีย์ 19 9 2012

 
https://www.youtube.com/watch?v=XoZV26yKnVo

Published on Sep 19, 2012


ไม้หนึ่ง ก กุนที แรลลี่โค่นอำมาตย์ สถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน 10 12 2012


https://www.youtube.com/watch?v=7qpIWsYFWlQ

Published on Dec 10, 2012
"แรลลี่โค่นอำมาตย์ สถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน "
"อำนาจเป็นของประชาชน ประชาชนเป็นผู้ใช้อำนาจ"
จัดโดย ศปป. ศูนย์ประสานงานเพื่อประชาธิปไตย
จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันรัฐธรรมนูญ 10 ธันวาคม 2555 ณ ลาน 5.6 สวนลุมพินี 

ปกครองไทยด้วยปวงชน ไม้หนึ่ง ก กุนที

 
https://www.youtube.com/watch?v=PNBzhSTV9A4

Uploaded on Jun 9, 2009
โลกวิวัฒน์ตามครรลอง ปกครองไทยด้วยปวงชน ไม้หนึ่ง ก.กุนที ในนามกลุ่มสมัชชาสังคมก้าวหน้า และกวีราษฎร มาร่วมงาน SMOT ที่ รร.รัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2552

ดอกไม้เหล็กสีแดง : ไม้หนึ่ง ก.กุนที

 
https://www.youtube.com/watch?v=eINuDkSX5zc

Uploaded on Dec 19, 2009
11 ธันวาคม 2552 ยื่นหนังสือกรณ๊ดา ตอปิโด หน้า UN

my friend : สหายเอ๋ย ไม้หนึ่ง ก.กุนที

 
https://www.youtube.com/watch?v=XBF9K8ywqnM

Uploaded on Sep 27, 2009


ไม้หนึ่ง ก กุนที ปลดปล่อยนักโทษการเมือง อนุสรณ์สถาน 29 4 2012


https://www.youtube.com/watch?v=ECRIBbmorQQ

Published on May 5, 2012


Red Shirt poetry against distinction : ไม้หนึ่ง ก.กุนที

https://www.youtube.com/watch?v=Ts3PxT9NHRg

Uploaded on Aug 27, 2009
ชื่อนี้มอบให้ผู้แทน 26 สิงหาคม 2552 ดำทั้งแผ่นดิน สนามหลวง

ประชาชนไม่ใช่ขยะแผ่นดิน


ที่มา tcijthai.com บทวิเคราะห์: ประชาชนไม่ใช่ขยะแผ่นดิน
ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ 23 เมษายน 2557

สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวใหญ่สองข่าวที่แสดงถึงความเป็นสังคมแห่งความรุนแรงของประเทศไทย ข่าวแรกคือคุณเนวินในฐานะผู้จัดงานสงกรานต์ที่บุรีรัมย์จับเด็กวัยรุ่นที่คุณเนวินเห็นว่าเป็นอันธพาลกวนเมืองต่อยกับนักมวยอาชีพก่อนส่งตัวต่อให้ตำรวจ ข่าวที่สองคือหมอเหรียญทองประกาศตั้งองค์กรเก็บขยะแผ่นดินเพื่อไล่ล่าคนที่กลุ่มหมอเชื่อว่าเป็นภัยต่อสถาบันโดยประกาศชัดๆ ว่าพร้อมจะใช้อาวุธเป็นเครื่องมือ

สำหรับผู้ที่เห็นว่าพฤติกรรมของคุณเนวินและหมอเหรียญทองไม่ได้เป็นความรุนแรง ลองไปคุยกับมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยดูก็จะรู้ว่าการตั้งกฎเถื่อนแบบเนวินหรือไล่ล่าแบบหมอเหรียญทองเป็นความรุนแรงอย่างไร

อันที่จริง นอกจากทั้งสองข่าวจะแสดงความเป็นสังคมแห่งความรุนแรง (ซึ่งคนไทยจำนวนน้อยอาจไม่คิดว่าเป็นปัญหา) ข่าวทั้งสองยังแสดงความเป็นสังคมที่เข้าใกล้สภาวะปราศจากระเบียบกฎเกณฑ์อีกด้วย เพราะคุณเนวินและหมอเหรียญทองประกาศตั้งกฎของตัวเองและประกาศใช้กำลังบังคับให้ผู้อื่นปฏิบัติตามกฎนั้นอย่างเปิดเผย พฤติกรรมนี้จึงทำลายกติกาพื้นฐานของโลกสมัยใหม่ที่รัฐต้องเป็นฝ่ายผูกขาดการใช้ความรุนแรงในสังคม

ต้องอธิบายว่าการผูกขาดการใช้ความรุนแรงในสังคมไม่ได้หมายถึงสภาวะที่ความรุนแรงหมดไปโดยสมบูรณ์ เพราะในทุกสังคมต้องมีอันธพาล ทหารนอกแถว พ่อแม่ มาเฟีย  อิทธิพลมืด ฯลฯ ที่ใช้ความรุนแรงทางใดทางหนึ่งเสมอ แต่โลกสมัยใหม่ถือว่ารัฐเท่านั้นใช้ความรุนแรงได้โดยชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการใช้ความรุนแรงตามข้อตกลงของคนในสังคมเพื่อจรรโลงความสงบของสังคมทั้งหมด

ด้วยตรรกะแบบนี้ ถ้ารัฐผูกขาดความรุนแรงไม่ได้ ความรุนแรงก็จะกระจายไปทั่วสังคม ผลก็คือสังคมก็ไม่ต่างสภาพสงครามที่ทุกฝ่ายมุ่งใช้ความรุนแรงเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

เมื่อพูดว่ารัฐผูกขาดความรุนแรงตามอาณัติที่เกิดจากข้อตกลงร่วมของสังคม ก็ควรพูดต่อไปด้วยว่าไม่มีสังคมไหนในโลกที่มีการรวมตัวของผู้คนเพื่อประชุมร่วมกันจริงๆ จนได้มาซึ่งข้อตกลงแบบนี้ แท้จริงแล้ว “ข้อตกลง” จึงเป็นเรื่องสมมติทางทฤษฎีเพื่อให้รู้สึกว่าการผูกขาดความรุนแรงโดยรัฐเกิดจากความยินยอมพร้อมใจจนชอบธรรมที่จะยอมรับในที่สุด พูดอีกแบบก็คือโดยเนื้อแท้แล้วการผูกขาดความรุนแรงโดยรัฐเกิดจากการใช้กำลัง

ในแง่ประวัติศาสตร์เอง การใช้กำลังเพื่อให้รัฐผูกขาดความรุนแรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรัฐสมัยใหม่อย่างมีนัยยะสำคัญ กระบวนการสถาปนารัฐสมัยใหม่ในสังคมไทยจึงเต็มไปด้วยเรื่องการยกกองทัพของกรุงเทพและหัวเมืองไปทำลายกองกำลังของกษัตริย์ปัตตานี ล้านนา  เงี้ยว ฯลฯ รวมทั้งประกาศเลิกทาสเพื่อไม่ให้ขุนนางมีกองกำลังในครอบครอง เพราะการกระจายตัวของกองกำลังทำให้พระราชอำนาจถูกคุกคามได้ตลอดเวลา

เพราะเหตุนี้ การใช้กำลังเพื่อให้รัฐผูกขาดความรุนแรงจึงเป็นกลไกสำคัญในยุคต้นของการสถาปนาพระราชอำนาจแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ถึงขั้นที่กำลังคือพื้นฐานแห่งความเป็นปึกแผ่นของอำนาจโดยตรง

เมื่อรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ล่มสลายเพราะความล้มเหลวแทบทุกมิติในปี 2475 การผูกขาดความรุนแรงโดยรัฐไม่ได้ยุติตามไปด้วย การขจัดความรุนแรงโดยคนกลุ่มอื่นหรือการทำให้ความรุนแรงอยู่ใต้การควบคุมจึงเป็นโครงการของรัฐสมัยใหม่ที่ดำเนินต่อเนื่องจากรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาสู่รัฐยุคหลังสมบูรณาญาสิทธิราชย์เสมอ ต่อให้รูปแบบของรัฐจะเปลี่ยนจากรัฐเผด็จการเป็นรัฐเสรีประชาธิปไตยก็ตามที

ในแง่นี้แล้ว การคงอยู่ของความรุนแรงจึงเป็นภาพแสดงความล้มเหลวของรัฐ หรือไม่อย่างนั้นก็คือรัฐจงใจให้ความรุนแรงบางแบบปรากฏขึ้นมา

ปัญหาคือกรณีเนวินและหมอเหรียญทองเป็นความรุนแรงที่คงอยู่ได้เพราะอะไร?

ในกรณีคุณเนวิน การบังคับให้เด็กต่อยกับนักมวยอาชีพนั้นเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจแน่ ต่อให้คุณเนวินเป็นเจ้าของพื้นที่และเด็กผิดจริง กฎหมายก็ไม่ได้มอบหมายให้คุณเนวินมีอำนาจเหนือใครแบบนี้ วิธีลงโทษจึงแสดงความเป็นผู้อยู่เหนือกฎหมายที่ทำให้กฎหมายสูญเสียความเป็นกฎหมายจนเปิดโอกาสให้เจ้าของพื้นที่อื่นประกาศกฎแบบเดียวกันได้เสมอ  ผลก็คือสังคมจะถอยไปสู่สภาพก่อนสมัยใหม่ที่ทุกคนตั้งกฎเหนือพื้นที่ตามความพอใจ

แน่นอนว่าการละเมิดกฎหมายและความรุนแรงในกรณีคุณเนวินดำรงอยู่ได้เพราะเจ้าหน้าที่รัฐยอมรับสถานะผู้อยู่เหนือกฎหมาย อิทธิพลของคุณเนวินมีส่วนแน่ต่อเรื่องนี้ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคนจำนวนหนึ่งยอมรับกฎเถื่อนเพราะเห็นว่ากฎหมายแก้ปัญหาอันธพาลวัยรุ่นไม่ได้ กฎเถื่อนของคุณเนวินจึงเป็นความรุนแรงที่สังคมและรัฐขยิบตาให้มีอยู่เพราะเชื่อว่าคุมได้และเป็นภัยคุกคามความสงบน้อยกว่า “อันธพาล” ป่วนเมือง

คำถามคือมีอะไรเป็นหลักประกันว่าวิธีตั้งกฎแบบนี้จะไม่เป็นภัยต่อสังคมกว่าอันธพาลวัยรุ่นในระยะยาว? รู้ได้อย่างไรว่าผู้ออกกฎเถื่อนจะไม่ใช้อิทธิพลเดียวกันไปออกกฎอื่นที่คุกคามประโยชน์ส่วนรวมในอนาคต? การใช้มาตรการนอกกฎหมายอาจทำให้เด็กเข็ดหลาบ แต่จะเกิดอะไรหากต่อไปเด็กตอบโต้ฝ่ายนอกกฎหมายด้วยอาวุธที่รุนแรงขึ้น? ฝ่ายบ้านเมืองที่ให้ท้ายผู้มีอิทธิพลในการใช้ความรุนแรงจะรักษาบ้านเมืองจากผู้มีอิทธิพลอย่างไร?

ยิ่งไปกว่านั้น  สมควรหรือที่เราจะแก้ปัญหาอันธพาลและความรุนแรงจากเด็กโดยผู้มีอิทธิพลและความรุนแรงที่รุนแรงกว่าเดิม?

ในกรณีหมอเหรียญทอง การประกาศตั้งกองกำลังติดอาวุธไล่ล่าผู้ที่กลุ่มคิดว่าเป็นพวกล้มสถาบันจนเป็น “ขยะแผ่นดิน” 300 คน เป็นการสถาปนากฎเถื่อนเหมือนคุณเนวินโดยไม่ต้องสงสัย แต่ขณะที่คุณเนวินอ้างความวุ่นวายเฉพาะหน้าเป็นเหตุในการสถาปนาอำนาจแบบดิบๆ การจัดตั้งองค์กรกำจัด “ขยะแผ่นดิน” กลับไม่อ้างอิงอะไรเลย นอกจากความรู้สึกไปเองว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นภัยต่อสถาบันจนสมควรที่จะไล่ล่าได้ตามอำเภอใจ

จนกว่าจะถึงวันที่ “ขยะ” บาดเจ็บหรือตายไปหมดด้วยน้ำมือของกองกำลังปกป้องสถาบันจริงๆ ไม่มีใครรู้ว่าหมอเหรียญทองวางแผนนำมวลหมู่สมาชิกไปประทุษร้ายใครหน้าไหนในสังคมบ้าง จึงไม่มีทางที่ใครจะชี้แจงหรือปกป้องตัวเองจากการทำร้ายของกองกำลังนอกกฎหมายกลุ่มนี้ได้เลย ผลก็คือทุกคนเป็นเป้าหมายที่ถูกเพ่งเล็งโดยองค์กรกำจัดขยะเพื่อประเมินว่าสมควรถูกประทุษร้ายหรือไม่และในระดับความรุนแรงใดได้ตลอดเวลา

ภายใต้สภาพที่ปลายหอกแห่งความรุนแรงเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับความพอใจของฝ่ายผู้ประทุษร้ายล้วนๆ แบบนี้ องค์กรกำจัดขยะสถาปนาตัวเองเป็นเสมือนยักษ์นนทุกข์ที่ชี้ให้ใครเป็นหรือตายก็ได้  ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าการประทุษร้ายเกิดจากความมุ่งหมายเพื่อส่วนรวมหรือสภาวะวิปริตส่วนบุคคล และยิ่งไปกว่านั้นไม่มีการตั้งคำถามกระทั่งว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่การประทุษร้ายเกิดจากโรคคลั่งความรุนแรงที่อ้างส่วนรวมเป็นเครื่องมือ

แน่นอนว่าไม่มีใครยอมให้ตัวเองอยู่ในข่ายตกเป็นเป้าของการประทุษร้ายถึงแก่ชีวิตโดยไม่พยายามทำอะไรเพื่อปกป้องตัวเอง และด้วยวิธีไล่ล่านอกกฎหมายแบบนี้ ทางเลือกที่ทุกคนในสังคมถูกหมอเหรียญทองบังคับให้เลือกจึงมีแค่สามอย่างระหว่าง ก) รอให้กองกำลังของหมอทำร้าย ข) เตรียมกองกำลังในที่ตั้งเพื่อป้องกันการถูกทำร้ายไว้ให้พร้อมเพรียง หรือ ค) จัดตั้งกองกำลังไปทำร้ายฝ่ายหมอเหรียญทองก่อนเอง

เห็นได้ชัดว่าทางเลือกทั้งสามล้วนล้วนเป็นทางด่วนนำสังคมไทยสู่นรก ยักษ์นนทุกข์ทำให้ทุกคนรู้สึกชอบธรรมที่จะสถาปนาตัวเองเป็นพระนารายณ์เพื่อกำราบภัยพิบัติจากยักษ์ที่ป่วยด้วยโรคนิยมความรุนแรงจนไร้สติ องค์กรกำจัดขยะในฐานะกองกำลังเพื่อการประทุษร้ายที่ดึงสังคมเข้าสู่วงจรแห่งการประชันการประทุษร้ายซึ่งมีศักยภาพจะกลายเป็นสังคมในสภาวะสงครามจนไม่เหลือใครเลย นอกจากผู้ชนะที่ช่ำชองในการใช้ความรุนแรงกว่าทุกคน

ยุคสมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว (Reign of Terror) ที่นำไปสู่การออกแบบกิโยตินเพื่อตัดหัวทุกฝ่ายจากกษัตริย์ถึงฝ่ายปฏิวัติในฝรั่งเศสก็เกิดท่ามกลางสภาวะการณ์แบบนี้เอง

แม้คุณเนวินจะไม่ได้เอานักมวยอาชีพไล่ต่อยอันธพาลวัยรุ่นด้วยเหตุผลทำนองเดียวกับหมอเหรียญทอง แต่วิธีการของคุณเนวิน (ตลอดจนผู้สนับสนุนวิธีการนี้) ก็วางอยู่บนโลกทัศน์ที่มองอันธพาลวัยรุ่นเหมือนขบวนการกำจัดขยะมองฝ่ายตรงข้ามเป็นขยะสังคมอย่างไม่มีผิดเพี้ยน  ผลก็คือจะกวาดขยะไปทำลายล้างด้วยวิธีอย่างไรก็ได้ จะยุ่งยากหน่อยก็ตรงที่ต้องทำให้สังคมเห็นเหมือนที่คุณเนวินและหมอเหรียญทองเห็นว่า คน = ขยะ

ถ้าทำเรื่องนี้ไม่ได้ ในที่สุดสังคมก็อาจเห็นว่าคุณเนวินและหมอเหรียญทองต่างหากที่เป็นขยะซึ่งสมควรที่จะถูก “กำจัด” เพื่อสวัสดิภาพร่วมกันของคนทุกฝ่ายในสังคม

รัฐควรทำอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้?

ได้กล่าวไว้แล้วว่าอุดมคติของรัฐในโลกสมัยใหม่คือการเป็นองค์กรที่ผูกขาดความชอบธรรมของความรุนแรงในสังคม จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องป้องกันไม่ให้อิทธิพลเถื่อนแปลงร่างเป็นยักษ์นนทุกข์ ถ้ารัฐทำเรื่องนี้ไม่ได้ สถานะรัฎฐาธิปัตย์ของรัฐก็จะเป็นอันสูญไป  ไม่ต้องพูดถึงการปกครองโดยกฎหมายซึ่งถูกกัดกร่อนไปก่อนแล้วในวินาทีที่พฤติกรรมวิปริตผุดขึ้นมา

บรรยากาศเริ่มเหมือนเมื่อช่วงปี 2518-19

ภาพ prachatai.com

ภาพ forum.banrasdr.com
ในช่วงปีนั้น จนถึง 6 ตุลา 19 นักวิชาการ ผู้นำนักศึกษา ผู้นำกรรมกร และผู้นำชาวนา ถูกยิงตายรวมกันกว่าร้อยศพ เป็นข่าวเกือบทุกสัปดาห์ ติดต่อกันเป็นเวลาปีกว่า ตายเหมือนใบไม้ร่วง โดยจับคนยิงไม่ได้เลยแม้แต่รายเดียว เป็นการลอบสังหารทางการเมือง คาดว่า เป็นหน่วยล่าสังหาร death squad ของทหารในยุคนั้นที่ไล่ฆ่าตามบัญชีรายชื่อที่เตรียมไว้

รายที่สร้างความสั่นสะเทือนที่สุดคือ ดร.บุญสนอง บุญโยทยาน อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอมเรศ ไชยสอาด นักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล และหนึ่งในแกนนำนักศึกษายุคนั้น

การไล่ล่าลอบสังหาร มาถึงจุดสูงสุดคือ การปิดล้อม ม.ธรรมศาสตร์ และฆ่าหมู่นักศึกษาในนั้นอย่างโหดเหี้ยมทารุณที่สุดเมื่อวันที่ 6 ตุลา 19 หลังจากนั้น ก็คือ "สงครามกลางเมือง" เมื่อนักศึกษาราวสามพันคนทั่วประเทศ หนีเข้าป่า จับปืนหันกลับมาสู้กับอำนาจรัฐโหดในเวลานั้น

ไม่นึกว่า ในชีวิตนี้ จะต้องมาเผชิญกับบรรยากาศและเหตุการณ์แบบนี้อีก ได้กลิ่นอายอำมหิตและคาวเลือดโชยมาชัดเจน และที่เกิดซ้ำได้ ห่างกันตั้ง 40 ปี ก็เพราะ "รากเง่า" ของปัญหาในวันนั้นเมื่อปี 18-19 มันยังอยู่มาถึงวันนี้นั่นเอง และก็หันมาใช้วิธีการเดิมอีกเมื่อประชาชนบังอาจลุกขึ้นท้าทายอำนาจของพวกเขาอีกครั้ง

ถ้าฝ่ายเผด็จการเลือกหนทางและวิธีการกระทำต่อประชาชนอย่างนี้แล้ว การนองเลือครั้งใหญ่คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว และก็จะไม่มีใครห้ามได้

วันพุธ, เมษายน 23, 2557

ช็อค! กวีเสื้อแดง "ไม้หนึ่ง ก. กุนที" ถูกยิงเสียชีวิต

รูปภาพ : เมื่อกระสุนถูกส่งจาก           เหล็กมีรู

เลือดท่วมร่างพรั่งพรู           แดงฉาน

ดังวิญญานถูกกระชาก          จากกาย

ชีพคุณไม้หนึ่งดับสลาย       มาตายลง

      .....................................

เมื่อคิดจับปากกาขึ้นขีด        เขียนต่อสู้

เหมือนดั่งยั่งรู้ว่าต้องสิ้น        ชีพชีวาวาย

ถึงมลายหายสิ้นร่างกาย        ป่นเป็นธุลี

ก็พร้อมยอมพลีชีพเพื่อ        ประชาธิป......ไตย     

        .....ร่วมไว้อาลัย คุณไม้หนึ่ง......
จาก...สมาชิกหมายเลข 1296424




23 เมษายน 2557

ที่มา มติชน " 2คนร้ายบุกยิง"ไม้หนึ่ง ก.กุนที"กวีเสิ้อแดงหลังร่วมวง"อจ.สุดา รังกุพันธ์" ตร.ตั้ง2 ปมสังหาร

คนร้ายบุกกระหน่ำยิง′ไม้หนึ่ง ก.กุนที′กวีแดงกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลที่ ร้านอาหาร ย่านเกษตร-นวมินทร์ นำตัวส่ง รพ.เมโย อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เมื่อวันที่ 23 เมษายน เวลา14.10น.เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ ′ไม้หนึ่ง ก. กุนที′ หรือ นายกมล ดวงผาสุก กวีเสื้อแดง บริเวณลานจอดรถ หน้าร้านอาหารครกไม้ไทยลาว ซอยลาดปลาเค้า 24 เขตลาดพร้าว ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ภายหลังที่นายกมล รับประทานอาหารเสร็จและอยู่ระหว่างการเดินไปเอารถที่ลานจอดรถ มีเสียงดังขึ้นประมาณ 5-6 นัด เมื่อตามออกไปดูพบว่านายกมล นอนแน่นิ่งฟุบอยู่กับพื้น ร่างจมกองเลือด ล่าสุดมีรายงานว่า นายกมล ดวงผาสุก ได้เสียชีวิตแล้ว

ด้านพลตำรวจตรีฐิติราชหนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยการตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายยิงนายกมล ดวงผาสุก กวีเสื้อแดง มีนามปากกา ไม้หนึ่ง ก. กุนที เสียชีวิตที่บริเวณลานจอดรถ หน้าร้านอาหารครกไม้ไทยลาว ซอยลาดปลาเค้า 24 แยก 2 กรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่าเบื้องต้น ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน จำนวน 5 ปลอก ขนาด .45 ขณะที่ทางร้านให้ข้อมูลว่า นายกมลเข้ามารับประทานอาหาร กับเพื่อน และนั่งรับประทานอาหารนานเกือบ 1 ชั่วโมง โดยไม่ได้มีเหตุ ขัดแย้ง ทะเลาะวิวาทกับคนอื่นๆ ภายในร้าน

พล.ต.ต.ฐิติราช กล่าวว่าสอบปากคำผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นแล้ว จำนวน 3 ปาก แต่ยังต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูล รวมถึงตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดรอบพื้นที่ เกิดเหตุด้วยทั้งนี้ ยังไม่อาจสรุป สาเหตุ ของเหตุการณ์ในครั้งได้ ว่าเป็นเรื่องสาเหตุส่วนตัว หรือ เรื่องการเมือง เพราะผู้ตาย เคยร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งต้องตรวจสอบประวัติในทุกด้านของผู้เสียชีวิต ประกอบการนำสืบ แต่มีแนวโน้ม ว่า ผู้ก่อเหตุได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนายกมล ก่อนจะลงมือก่อเหตุประกบยิงและหลบหนีไป และมีพลเมืองดีได้ นำส่ง รพ.เมโย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ได้สั่งการชุดสืบสวนติดตามคดีอย่างใกล้ชิด

ล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.โชคชัย สอบสวน นายวโรดม พรมมาลา อายุ 28 ปี ผู้เช่าห้องพักที่ สุวนันท์ อพาร์ทเม้นท์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ที่เกิดเหตุระบุว่าได้ยินเสียงปืน 4-5 นัด จึงรีบวิ่งออกจากห้องมาดู พบคนร้าย 2 คน ขี่จยย. โดยคนที่ซ้อนท้ายเเละเป็นมือปืนนั้น สวมหมวกไหมพรม สูงประมาณ 170 ซม. โดยวิ่งลงมายิงแล้วรีบวิ่งกลับไปซ้อนท้ายรถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบทะเบียน ที่มีคนขับขี่ สวมเสื้อลายสก็อตสีแดง สตาร์ทรถรออยู่ หลังจากก่อเหตุทั้งคู่รีบขับขี่รถจยย.ออกไปทางปากซอยลาดปลาเค้า24 ทันที

ส่วนพยานอีกคนให้การว่าผู้ตายกับเพื่อนรวม 4 คน มีอาจารย์หวาน หรือ ดร.สุดา รังกุพันธ์ด้วย มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านดังกล่าว โดยผู้ตายมาเป็นประจำ เเละเมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมาก็เพิ่งมาที่ร้านดังกล่าว ในวันเกิดเหตุนั้นนายกมลมากับเพื่อนผู้ชายอีก 2 คน ส่วนดร.สุดา ขับรถเเยกมาอีกคันหนึ่ง ภายหลังที่นายกมล รับประทานอาหารเสร็จได้เดินทางกลับมาที่รถก่อนระหว่างสตาร์ทเครื่องรออยู่ที่รถนั้น มีเสียงดังขึ้นประมาณ 4-5 นัด เมื่อออกไปดูพบว่านายกมล นอนแน่นิ่งฟุบอยู่กับพื้น ร่างจมกองเลือดเเล้ว จึงรีบพากันส่ง รพ.เมโย แพทย์พยายามยื้อชีวิตแต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สำหรับ"ไม้หนึ่ง ก.กุนที" เป็นนามปากกาของ "กมล ดวงผาสุก" เป็นชาว อ.อัมพวา จ.สมุทรสงครามจบการศึกษาจาก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีชื่อเสียงจากการตีพิมพ์ผลงานกวีนิพนธ์จำนวนมาก ในมติชนสุดสัปดาห์ อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ตั้งแต่ปลายปี 2530 ถึงต้นปี 2540 และยังเป็นกวีขวัญใจคนเสื้อแดง ซึ่งภายหลังการเสียชีวิตมีการโพสต์ขอความในสังคมออนไลน์ไว้อาลัยและแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ"ไม้หนึ่งก.กุนที"กันจำนวนมาก


* * *

ภาพเหตุการณ์ยิง "ไม้หนึ่ง ก. กุนที" 

ที่มา เพจ บ้านราชดำเนิน


ภาพที่เกิดเหตุยิง"ไม้หนึ่ง ก กุนที"

ที่เกิดเหตุอยู่ในซอยลาดปลาเค้า24 เปนที่จอดรถร้านอาหาร"ครกไม้ ไทยลาว"




พยานที่เหนตอนเหตุการณ์แสดงท่ามือปืนตอนลงมือ



สภาพโดยรอบๆ







เจ้าหน้าที่พฐกำลังตรวจสอบวิถีกระสุน



กลุ่มกระสุนเกาะเปนกลุ่มแสดงว่ามือปืนเปนมืออาชีพ



ปลอกกระสุนเปนขนาด.45 มม ปลอกนี้เปนกระสุนนัดสุดท้ายที่คนร้ายยิงสกัดการติดตาม

คนร้ายยิงตอนขึ้นนั่งบนรถจักรยานยนต์แล้ว กระสุนโดนที่ประตูด้านข้างคนขับ




RE: ภาพที่เกิดเหตุยิง"ไม้หนึ่ง ก กุนที"
สภาพภายในรถ







ับัตรสตาฟ นปช ที่พี่ไม้หนึ่งเกบไว้เปนที่ระลึก



เอกสารที่พบในรถ เปนข่าวต่างๆที่พี่ไม้หนึ่งจัดรายการทีวี



ปลอกกระสุนเกบได้ในที่เกิดเหตุครบทั้ง 5 ปลอก รวมทั้งหัวกระสุนพบภายในรถอีกสองหัว



อ. จา มาให้กำลังอ. หวาน ที่สน.โชคชัยและอยุ่เปนเพื่อนจนตำรวจสอบปากคำเรียบร้อย



อ.หวาน หลังจากตำรวจสอบปากคำให้สัมภาษณ์สื่อก่อนกลับ




“เข็ดแล้ว กลาโหม” เมือกบอก !. น้ำก็ไม่ให้กินสักแก้ว




ความเป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์อันเฉิดฉาย มุ่งไปสู่ความเป็นรัฎฐาธิเปรตขององค์เมือกก็สิ้นสุดยุติลง ณ วันที่ยกกองทัพการ์ดมาเยือนกระทรวงกลาโหม ได้ประสานสายตากับ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงฯ ที่ออกมาต้อนรับด้วยความยินดี พร้อมนายทหารอีกจำนวนหนึ่ง..ชื่นมื่นกันทั่ว

ณ เพลานั้น ท่านปลัดฯ จัดที่นั่งต้อนรับองค์เมือกอย่างสมเกียรติ ณ บริเวณหน้าห้องน้ำชาย โดยมีฉากบังตาเพื่อไม่ให้คนที่เดินเข้าห้องน้ำเห็นองค์เมือกได้ เกรงจะฉี่กันไม่ออกเมื่อเห็นหน้าหน้าดำๆเข้า ไม่มีชา กาแฟ หมากพลู บุหรี่ นมสดมาให้เสวยแต่อย่างใด..กลัวเปลือง

ทั้งนี้ ท่านปลัดฯ ได้ทูลถามองค์เมือก ถึงการเตรียมการจะขึ้นเถลิงถวัลยาธิราช ปราบดาภิเษกเป็นองค์ปฐมบรมรัฎฐาธิเปรตแห่งราชอาณาจักรสวนลุม จะปกครองไพร่ฟ้าประชาชี อันมี เปรตวัดสุทัศน์ เปรตวัดไผ่โรงวัว พร้อมด้วยตะกวด กิ้งก่า จิ้งเหลน แมงอินูนเป็นต้นนั้น ไปถึงไหนแล้วฤา ??? 

กระนั้นเอง องค์เมือกได้แจ้งเป็นวจีแก่ปลัดฯให้สิ้นสงสัยไปว่า “ที่พูดมาทั้งหมดนั้น ไม่ใช่เรื่องจริงหรอกนะ เป็นแค่เรื่องสมมติ”..กรรูพูดเล่น !

ดังนั้น ความเป็นรัฎฐาธิปัตย์แห่งองค์เมือกก็สะดุดหยุดลง ณ หน้าห้องน้ำชายในกระทรวงฯนั่นเอง องค์เมือก ก็กลับมาเป็นไอ้เมือกเหมือนเดิม เพราะหลังจากนั้นมา ไอ้เมือกก็ไม่ได้พูดถึงความเป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์อีกเลย หมดความฮีกเหิม “เข็ดแล้ว เจอปลัดด่า” ..ซวยอิ๊บอ๋าย!

ก่อนหน้านั้น ที่ได้ยกพลไปเยือนกระทรวง สธ. และ กระทรวง ยธ. เจอท่านปลัดขิกพวกเดียวกันเข้า ไอ้เมือกก็เหิมเกริมถึงขั้นปรอทแตก นึกในใจว่า “กรรูมาถูกทางแล้ว มัวไปเดินขอทานแถวย่านสีลมเสียนาน รู้งี้ มาตั้งนานแล้ว ”..เสียดายเวลา

แต่เมื่อเยือนกระทรวง กห.เข้า ไอ้เมือกถึงขั้นปรอทตก เจอะปลัดนิพัทธ์ ทองเล็ก ที่ไม่ใช่ปลัดขิก ถึงกับหันไปด่าลูกเลี้ยงพึมพำๆว่า “แสรรรด ก็ไหนว่าเมริงเคลีย์แล้วไง มันจะต้อนรับอย่างดิบดี ที่ไหนได้ น้ำก็ไม่ให้กินสักแก้ว แถมด่ากรรูอีก ..แมรร่มเอ๊ยย !”

แต่นั้นมา แผนการไปเยือนกระทรวงต่างๆของไอ้เมือก ก็ยุติลง พุ่งเป้าหันไปเยือนรัฐวิสาหกิจดีกว่า เพราะส่วนใหญ่มีประธานสหภาพ ที่เป็นคนใต้พวกเดียวกันทั้งนั้น เช่น สหภาพการไฟฟ้า การประปา การรถไฟ ฯลฯ เข็ดแล้ว กระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม ลาก่อน..เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้ !!!

เป็นอาการของคนที่กำลังโดดเดี่ยว ถูกทอดทิ้ง ไม่มีพรรคพวก ไม่มีเพื่อนฝูง ไม่มีใครบ้าจี้ตามไปด้วย แม้แต่แมลงสาปพวกเดียวกันเอง อย่าแปลกใจที่ทุกวันนี้ม๊อบกลายเป็นมินิม๊อบ 

โดยสมาชิกหมายเลข 1024349 บอร์ดราชดำเนิน พันทิพ
http://pantip.com/topic/31951467

Credit

คลิป สัมภาษณ์ นายก 22 04 57

http://www.youtube.com/watch?v=iq5FYS-mCAs

Published on Apr 22, 2014

คม-ชัด-ลึก คนไม่ใช่คน?

คม-ชัด-ลึก คนไม่ใช่คน?

 
http://www.youtube.com/watch?v=i4lzdQ0CDuQ

คม ชัด ลึก 22 4 57


http://www.youtube.com/watch?v=BlgH1BX9EHI&list=UUnniqWGq9lOqYd5sGWxVi7w

วาทะเด็ดวันนี้ : ถุย ตอแหลอะไรปานนี้



ถุย พุทธอิสระยกพลไปก่อกวน แทนที่พรรคอื่นจะกลัว กลับเป็นไอ้มาร์คอ้างไม่ปลอดภัย ตอแหลอะไรปานนี้


"มาร์ค"ชิ่งก่อน!! ไม่ร่วมประชุม"กกต."-"พรรคการเมือง" อ้างความปลอดภัย พุทธะอิสระบุกป่วน


ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ถนวิภาวดีรังสิต ว่า ก่อนการประชุมตัวแทนพรรคการเมืองจะเริ่มขึ้น พุทธะอิสระได้นำมวลชนกปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ พร้อมรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง เคลื่อนมาที่บริเวณหน้าโรงแรม เพื่อคัดค้านการประชุมดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้กกต. นำแผ่นป้ายข้อความที่เขียนว่า "คนไทยจะไม่ไปเลือกตั้งจนกว่าจะปฏิรูป"

ทั้งนี้นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. และนายอัศวิน อิงคะกุล ประธานกรรมการบริหารโรงแรมมิราเคิล แกรนด์เป็นตัวแทนมารับแผ่นป้ายข้อความดังกล่าว ขณะที่พุทธะอิสระ ประกาศจะปักหลักปราศัยจนกว่าจะมีการนำป้ายดังกล่าวไปปิดไว้ภายในห้องประชุม ต่อมานายภุชงค์ มาแจ้งแก่พุทธอิสระ ว่าได้นำป้ายดังกล่าวไปติดในที่ประชุมแล้วพุทธะอิสระจึงพอใจและยำมวลชนออกจากหน้าโรงแรม

ทั้งนี้นายภุชงค์ ยืนยันว่าการประชุมยังคงจะเดินหน้าต่อไป แต่ทั้งนี้ได้รับการประสานมาว่า นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มาร่วมประชุมดังกล่าวแล้ว และไม่แน่ใจว่าจะส่งตัวแทนพรรคมาเข้าร่วมหรือไม่ โดยให้เหตุผลว่ากังวลในเรื่องความปลอดภัย อย่างไรก็ตามผลการประชุมดังกล่าวจะต้องสรุปเพื่อแจ้งให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคทราบอยู่แล้ว

ขณะที่บรรยากาศก่อนการประชุมมีผู้แทนจากพรรคการเมืองเริ่มทยอยเดินทางมาถึงที่ประชุมแล้วโดยเฉพาะนายโภคินพลกุล กรรมการยุมธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายจารุงพงศ์  เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ได้เดินทางมาถึงแล้ว

ภาพ ปาริชาติ ต้นข้าว แสนอุบล 






เรื่องเกี่ยวข้อง...


https://www.youtube.com/watch?v=STxyCK1t_zU&feature=youtu.be


ขอเชิญร่วมงานงานเสวนาเชิงปฏิบัติการ “การปฏิรูปกระบวนการประกันตัวของผู้ต้องหาคดีความมั่นคงของชาติ” เนื่องในวาระครบรอบ 3 ปีแห่งการถูกคุมขังของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข

งานเสวนาเชิงปฏิบัติการ “การปฏิรูปกระบวนการประกันตัวของผู้ต้องหาคดีความมั่นคงของชาติ”
เนื่องในวาระครบรอบ 3 ปีแห่งการถูกคุมขังของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข

วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557 เวลา 09:00 – 16.30 น.
สถานที่จัดงาน ห้องประชุม จี๊ด เศรษฐบุตร (LT1) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ความเป็นมาและวัตถุประสงการจัดงาน

เนื่องด้วยผู้ต้องขังคดีอาญาจำนวนมากจากหลายกลุ่มถูกโยงเข้ากับเหตุการณ์การแบ่งฝ่ายทางการเมืองและเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เช่นคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คดีผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ คดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คดีเผาศาลากลางจังหวัด เป็นต้น ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาหรือผู้ต้องขังที่คดียังไม่ถึงที่สุดและได้ขอยื่นประกันตัวแต่กลับไม่ได้รับอนุมัติทั้งๆที่มีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกันที่น่าเชื่อถือและไม่เคยมีประวัติหนีคดีมาก่อน

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของระบบยุติธรรมและศาลไทย และเป็นปัญหาทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัวและสังคม เกิดภาวะแออัด ผู้ต้องขังล้นคุกและเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ รวมทั้งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นผู้ต้องขังที่สูงอายุหรือมีภาวะโรคประจำตัว สุขภาพไม่ดีเสียชีวิตเช่นกรณีของนายอำพล ตั้งนพคุณ ผู้ต้องขังคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ทางคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานหลายองค์กรที่ได้ทำวิจัยเก็บข้อมูลจากผู้ประสบปัญหาจริงได้รวมตัวกัน จัดงานเสวนาเชิงปฏิบัติการณ์ขึ้นเพื่อหาทางออกและเสนอต้อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้นำไปพิจารณาหาทางแก้ไข เนื่องในโอกาสครบรอบ 3 ปีที่นายสมยศ พฤกษาเกษมสุขถูกจำคุกด้วยข้อหาละเมิดกฎหมายมาตรา 112 ทั้งๆที่เขาไม่ได้กระทำความผิดใดๆ แต่เป็นบรรณาธิการนิตยสารเท่านั้น และทนายพร้อมทั้งญาติได้ยื่นขอประกันตัวชั่วคราวไปแล้ว 15 ครั้งแต่ถูกยกคำร้องขอประกันตัว เนื่องจากศาลพิจารณาว่าเป็นคดีที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ

องค์กรร่วมจัดงาน
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
กลุ่มยี่สิบสี่มิถุนา ประชาธิปไตย
เครือข่ายญาติและผู้ประสบภัยจากมาตรา 112
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย

กำหนดการ

เสวนาเชิงปฏิบัติการ “การปฏิรูปกระบวนการประกันตัวของผู้ต้องหาคดีความมั่นคงของชาติ”
เนื่องในวาระครบรอบ 3 ปีแห่งการถูกคุมขังของ สมยศ พฤกษาเกษมสุข

วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557 เวลา 09:00 – 16:30 น.
สถานที่จัดงาน ห้องประชุม จี๊ด เศรษฐบุตร (LT1) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557
กิจกรรมภาคเช้า
ผู้ดำเนินรายการ ดร.นฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

08.45 – 09.00 ลงทะเบียน
09.00 – 09.15 กล่าวเปิดงานและชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน
โดย คุณสุกัญญา พฤกษาเกษมสุข

หัวข้อที่ 1 
สิทธิในการประกันตัวตามรัฐธรรมนูญของไทยและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
09.15 - 10.30 วิทยากร
-คุณภาวิณี ชุมศรี ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม
-คุณโลครอง มิลเลน ผู้แทนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

หัวข้อที่ 2 
ข้อมูลและผลการวิจัยล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมาตรา 112
10.30 – 12.00 วิทยากร
-คุณนพพล อาชามาส นักวิจัยอิสระ
-คุณอานนท์ ชวาลาวัณย์ โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)

12.00 – 13.00 พักกลางวัน

กิจกรรมภาคบ่าย
ผู้ดำเนินรายการ คุณจอม เพชรประดับ

หัวข้อที่ 3 
ปัญหาและผลกระทบของผู้ต้องหาคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติและไม่ได้รับการประกันตัว
13.00 – 14.45 วิทยากร
-คุณธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล กลุ่มอดีตเพื่อนผู้ต้องขังการเมือง
-คุณกฤษณะ ธัญชัยพงศ์ อดีตผู้ต้องหาคดีละเมิด พรก.ฉุกเฉิน ปี พ.ศ. 2553
-คุณธรรมรัตน์ อาลีลาเต๊ะ ผู้ได้รับผลกระทบจากคดีความมั่นคงภาคใต้
-คุณนูรอัยนี อุมา ผู้ช่วยทนายความ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม

หัวข้อที่ 4 
ทางออกและการปฏิรูปกระบวนการประกันตัวของผู้ต้องหาคดีความมั่นคงของชาติ
14.45 – 16.15 วิทยากร
-คุณธนพร ศรียากูล พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย
-คุณวาด รวี บรรณาธิการ นักเขียน และคณะกรรมการรณรงค์แก้ไขกฎหมายมาตรา 112 
-คุณสุวรรณา ตาลเหล็ก กลุ่มยี่สิบสี่มิถุนาประชาธิปไตย
-คุณศราวุธ ประทุมราช สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน

16.15 – 16.30 กล่าวสรุปประเด็นและปิดงาน
-คุณอรพิณ ยิ่งยงพัฒนา นักวิจัยอิสระ
-คุณศราวุธ ประทุมราช สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน


หมายเหตุ
มีล่ามแปลภาษาไทย – อังกฤษ

“The Reform of Bail Procedures for the Defendants under National Security Allegation”
for Somyot Prueksakasemsuk the 3rd anniversary in detention

Wednesday 23 April 2014 09.00 – 16.30
Jeed Setabutr Conference Room (LT1) Thammasat University, Tha Phrachan

Background and Objectives

The defendants of criminal allegations are for many times subjected to the political polarization and linked to the accusation related to the national security, for example, the charge on Lèse majesté law, Computer Crime Act, the southernmost violence or the case of city hall arson. All of these individuals are defendants or detainees who are in the process of legal defense whose bail requested often be denied in spite of provided guarantee, well-known guarantor or the absence of background on intention to escape.

Accordingly, these problematic issues have portrayed negative images as well as affected the reliability of the justice system and legal procedures in Thailand. The bail denial is also the cause of overcrowding prisons that associated to many risks including those related to inadequate healthcare where the case of 112 detainee, Ampon Tangnoppakul, had represented the past ill treatment for aging detainees with chronic diseases leading to his death.

The working group is composed of supporting organizations whose works related to the research on effects of this legal scheme. The objective of the workshop is to discuss the way forwards and recommendations for the policy stakeholders consideration to reform the bail procedure. It is also to commemoration Somyot Prueksakasemsuk third year in detention for his allegation under the article 112 despite his innocence being charged as the editor. The bail requested submitted by his family and lawyer had been rejected for 15 times given the national security reasoning by the court.

Organizers
Union for Civil Liberty (UCL)
June 24 Democracy Group
The 112 Family Network
Amnesty International Thailand

Wednesday 23 April 2014
Morning Session
Moderator Dr. Naruemon Thabchumpon, Faculty of Political Sciences, Chulalongkorn University
08.45 – 09.00 Registration
09.00 – 09.15 Opening Remarks and Workshop Objectives
Sukanya Prueksakasemsuk
Panel I
Rights to bail under the Constitution of Thailand and International Covenant on Civil and Political Rights
09.15 - 10.30 Panelists
Pavinee Chumsri Cross Cultural Foundation
Laurent Millieu Office of the High Commissioner on Human Rights 
Regional Office for South East Asia 

Panel II 
Information and latest research findings related to the article 112 of the criminal code
10.30 – 12.00 Panelists
Noppon Archamas Researcher
Anon Chawalawan Internet Law Reform Dialogue (iLaw)
Ratthapol Supasopon League of Liberal Thammasat for Democracy 
(LLTD)
12.00 – 13.00 Lunch
Afternoon Session
Moderator Mr. Jom Petchpradab

Panel III
Challenges and effects of the defendants with national security allegations and bail denied
13.00 – 14.45 Panelists
Tantawut Taweewarodomkul Friends of Political Detainees Group
Kritsana Thanchaipong Former detainee under the charge on the 
violation of emergency decree
Thammarat Ali-latae Individual affected from the use of Internal 
Security Act
Nurhainee Uma Muslim Attorney Centre Foundation

Panel IV 
The reform of bail procedures for the defendants under national security allegation: the way forward
14.45 – 16.15 Panelists
Thanaporn Sriyakul Commoner Party of Thailand
Wad Rawee Campaign Committee for the Amendment of Article 112
Suwanna Tallek 24 June Democracy Group
Sarawut Pratoomraj Union for Civil Liberty (UCL)
16.15 – 16.30 Workshop Summary and closing remarks
Orapin Yingyongpattana Reseacher
Sarawut Pratoomraj Union for Civil Liberty (UCL)

- End of Workshop -