วันอาทิตย์, เมษายน 20, 2557

เปิดตัวพรรคคนธรรมดา นโยบายไปไกลกว่าเพื่อไทย


ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์


ที่มา เรียบเรียงจากหน้าเพจ Commoner Party of Thailand - พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย

วันนี้ (20 เม.ย.) ที่ห้องพาโนรามา 1 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก  มีกิจกรรมเปิดตัวพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย หรือ CPT โดย ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์  นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ได้กล่าวปาฐกถานำ

นโยบายที่เพื่อไทยยังไปไม่ถึง พรรคคนธรรมดาฯสร้างปรากฎการณ์ใหม่

มติชนออนไลน์ รายงานว่า  ก่อนปี 2544 พรรคการเมืองในไทยมาจากคนที่มีเครือข่ายทางการเมืองในท้องถิ่นที่ได้รับความเชื่อถือ มีความสามารถในการดึงงบประมาณลงมาสู่ท้องถิ่น  

แต่ในปี 2544 พรรคไทยรักไทยได้เปลี่ยนการเมืองจากคนที่มีเครือข่ายมาสู่นโยบายที่ตอบสนองความก้าวหน้าของชนบทได้ใน 3 ด้าน คือ สุขภาพที่ดี การศึกษาให้ลูกหลาน และการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ซึ่งพรรคไทยรักไทยมี นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค นโยบายเรียนฟรี 15 ปี และนโยบายกองทุนหมู่บ้าน สิ่งเหล่านี้สร้างความตกใจเล็กๆ ให้กับชนชั้นกลางในเมือง เพราะงบประมาณลงไปสู่ท้องถิ่นมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็ไม่มีการหาวิธีเพิ่มรายได้มากขึ้น เช่น การปรับฐานภาษี

ฉะนั้นแม้ไทยรักไทยพยายามใช้วิธีการใหม่ คือ ใช้นโยบายหาเสียง แต่ไม่คิดปรับโครงสร้างของประเทศอย่างจริงจัง นโยบายต่างๆที่คิดขึ้นมาก็ไม่ได้ตอบสนองประชาชนอย่างจริงจัง เช่น การเรียนฟรี 15 ปี ก็ไม่ได้ฟรีจริง ไม่ได้ปรับคุณภาพการศึกษาในแต่ละพื้นที่ให้เใกล้เคียงกัน ทั้งยังไม่มีการกระจายอำนาจทางการศึกษาและแหล่งเงินกู้ ไม่ได้แก้กฎเกณฑ์ธนาคารพาณิชย์ ที่จะต้องจ่ายสินเชื่อให้ภาคการเกษตร

หลังจากนั้นเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่มีจุดประสงค์เพื่อดึงการเมืองให้กลับไปเป็นการเมืองก่อนปี 2540 ให้มีแต่พรรคการเมืองเล็กมารวมตัวจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้อำนาจนอกระบบแทรกเข้าไปสู่การเมืองได้  แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะ รัฐธรรมนูญปี 2550 ก็แก้ทั้งหมดไม่ได้และยังเก็บบางอย่างไว้ เช่น ระบบปาร์ตี้ลิสต์ ที่เอื้อพรรคการเมืองใหญ่ยังคงอยู่ ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงสังคมไทยมีส่วนอย่างมาก ทำให้ผู้เลือกตั้งมุ่งไปสู่พรรคการเมืองขนาดใหญ่ เพื่อสร้างนโยบายที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะหน้าได้ซึ่งการเมืองแบบตอบสนองความต้องการเฉพาะหน้าจึงยังอยู่และถูกเรียกว่าประชานิยม

แต่นโยบายที่ตอบสนองเฉพาะหน้า จะไม่มีผลต่อโครงสร้าง เช่น ประกันราคาข้าว 15,000 บาท คุณควรต้องมุ่งหวังอะไรที่กระทบต่อโครงสร้างมากกว่า หวังให้เขาได้รายได้มากขึ้น รถคันแรกทำเพื่ออะไรมากกว่าช่วยให้คนใกล้ๆ จะมีรถเข้าถึงรถได้เร็วขึ้น

ก่อนหน้านี้มีบางพรรคการเมืองพยายามทำนโยบายเชิงโครงสร้าง แต่ไม่เคยมีพรรคไหนประสบความสำเร็จทางการเมืองเลยตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สังคมเปลี่ยนไปมากแล้ว  ไม่แน่ว่า พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย อาจจะประสบความสำเร็จก็ได้ คือ ได้รับการเลือกตั้งมาพอสมควร ไม่ต่ำสิบ จะมีความหมายมาก จะทำให้เกิดทางเลือกใหม่แก่พรรคการเมืองอื่นๆ ให้ต้องปรับตัวเองบ้างในการเสนอนโยบายปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ซึ่งจะมีความสำคัญมากต่อการเมืองไทย

ทั้งนี้ มีข้อเสนอถึงพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย ซึ่งบางส่วนก็มีในนโยบายที่แจ้งจดทะเบียนกับ กกต. แล้ว เช่น การแก้รัฐธรรมนูญ ต้องกล้าเสนอ จะเป็นการแก้ทั้งฉบับ รายมาตราหรือลงประชามติก่อนก็ได้, ยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค แล้วยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะมอบหมายให้จัดการศึกษา มีตำรวจท้องถิ่น จัดการพลังงานเอง ผลิตไฟฟ้า ซื้อไฟจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมาบริหารการจ่ายเองได้ ส่วนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดไม่จำเป็น เพราะมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อยู่แล้ว, ให้แต่ละจังหวัดเลือกหนทางการพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองได้, ปฏิรูปโครงสร้างภาษี โดยเก็บภาษีทรัพย์สิน, ปฏิรูปที่ดิน 

พรรคคนธรรมดาหากได้เสียงพอสมควร และจะเข้าร่วมรัฐบาลก็ควรนำข้อนโยบายที่ประกาศไว้นั้นไปต่อรองเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล หรือ หากเป็นฝ่ายค้านก็ต้องผลักดันนโยบายอย่างสม่ำเสมอ ถ้าการเมืองดีขึ้นต่อไปก็จะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ก็ใช้เป็นข้อต่อรองในการร่วมรัฐบาลอื่นได้ หรือ แม้แต่ไม่ได้รับเลือกเลย ก็สามารถเป็นปรากฎการณ์ทางการเมือง ด้วยการเสนอนโยบายเชิงโครงสร้างที่เป็นรูปธรรม สามารถสร้างเป้าหมายใหม่ให้กับประชาชนได้
"พรรคการเมืองใหญ่มีนโยบายหล
ักคือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชน ทำให้ยังได้รับเลือกอยู่ แต่ยังไม่มีนโยบายปฏิรูปเชิงโครงสร้าง 

แต่ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีพรรคใดมีนโยบายเชิงโครงสร้าง..เคยมี แต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน

สำหรับพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทยนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะเสนอนโยบายเชิงโครงสร้างอย่างเป็นรูปธรรมที่สุด และอาจจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ เพราะสังคมเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าแต่ก่อน ข้อเสนอก็จึงจะทำให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางในสังคม และอาจทำให้พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทย ประชาธิปัตย์พลอยจะปรับตัวตามไปด้วย" ศ.ดร.นิธิกล่าว



ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ร่วมสมัยคนสำคัญ มาร่วมสังเกตการณ์งานเปิดตัวพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย (CPT) และมีสื่อมวลชนสัมภาษณ์ทัศนะ

หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย เปิดตัวพรรคใหม่ แถลงนโยบาย 6 ด้าน ระบุพรรคสร้างความเท่าเทียมทั่วไทย

ผศ.ธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย (CPT) แนะนำนโยบายการปฎิรูปสำคัญ ประกอบด้วย

-แก้ไขมาตรา112
-ปลดปล่อยนักโทษการเมือง นิรโทษกรรมมวลชน ยกเว้นแกนนำ
-แก้รธน.50ให้เป็นปชต.
-ปฏิรูปกองทัพ
-ปฏิรูประบบราชการ ให้ตั้งสหภาพได้
-รับสัตยาบัน ILO ส่งเสริมสิทธิแรงงาน
-จัดตั้งเขตบริหารพิเศษชายแดนภาคใต้
-ยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค ส่งเสริมการปกครองถิ่น
-สนับสนุนสิทธิเสรีภาพความเสมอภาค โดยขจัดอคติด้านเพศสภาพ เชื้อชาติ คนชายขอบ ผู้ติดเชื้อHIV
-จัดเก็บภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ภาษีเก็งกำไรตลาดหุ้น ยกเว้นภาษีการออมการลงทุนระยะยาว
-ขจัดความไม่เป็นธรรมทางการค้า เช่น การผูกขาดทางการค้า การทุ่มตลาด การใช้อำนาจเหนือตลาด เป็นต้น

สำหรับสโลแกนของพรรค คือ “เท่าเทียมทั่วไทย”

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจรายงานข่าวเรื่องนี้ว่า หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย เปิดตัวพรรคใหม่ แถลงนโยบาย 6 ด้าน ระบุพรรคสร้างความเท่าเทียมทั่วไทย

นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย ( คธท.) หรือ CPT ได้แถลงเปิดตัวพรรค ซึ่งได้จดทะเบียนพรรคขึ้นใหม่เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการแนะนำผู้บริหารพรรคประกอบด้วย นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรค , น.ส.มณีรัตน์ มิตรปราสาท เลขาธิการพรรค และนายบรรณกร จันทรทิณ ผู้อำนวยการพรรค รวมทั้งการแนะนำนโยบายพรรค

นายธนพน กล่าวว่า การก่อตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาเพื่อพร้อมการสมัครแข่งขันเลือกตั้ง ซึ่งเราให้ความสนใจกับ Voice of The Voiceless คือเสียงของคนที่ไม่มีเสียง เพราะคิดว่าสังคมในวันนี้สนใจคนที่ออกมามีเสียงเยอะแล้ว เราจึงสนใจคนที่ยังไม่ออกมาส่งเสียง เพราะหากสังคมไหนยังมี Voiceless แสดงว่าสังคมยังไม่มีความเท่าเทียมกัน จึงเป็นที่มาของเคมเปญการรณรงค์พรรค คือ “ เท่าเทียมทั่วไทย” และสำหรับนโยบายของพรรคด้านต่างๆ ประกอบด้วย

1.นโยบายด้านการเมือง จะปกป้องสถาบัน ฯ บั่นเงื่อนไขความขัดแย้ง ซึ่งเรารักสถาบัน ฯ แน่วแน่ รวมกันแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อปกป้องสถาบัน ฯ อย่างยั่งยืนไม่ให้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง และในส่วนของการออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนทุกฝ่ายที่ถูกดำเนินคดีเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อลดปริมาณผู้รับผลกระทบ โดยไม่รวมถึงผู้สั่งการและแกนนำ รวมทั้งเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ที่จะให้มีการลงประชามติยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพื่อล้างผลพวงการรัฐประหาร

2.ด้านการบริหาร เน้นการกระจายอำนาจ ลดบาดหมาง โดยในส่วนของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะให้จัดตั้ง “ เขตบริการพิเศษ” 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินโดยเพิ่มเขตบริหารพิเศษ และการออกกฎหมาย ยกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตบริหารพิเศษ ลักษณะเดียวกับเกาะฮ่องกง , การคืนสิทธิที่ดินทำกินให้ประชาชนโดยรอบเทือกเขาบูโด ประมาณ 1.5 แสนครัวเรือน และการเดินหน้าเจรจากับกลุ่มต่างๆ ต่อๆไป ส่วนการกระจายอำนาจปกครองภูมิภาคต่างๆ นั้น ก็ให้แก้ไข พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ให้ผู้ใหญ่- กำนัน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน และให้ดำรงตำแหน่งวาระ 4 ปี และเร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจ งบประมาณให้ท้องถิ่นภายใน 4 ปี ก่อนที่จะแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ยกเลิกส่วนภูมิภาค และ พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ ให้ไม่มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน และกำนัน เพื่อให้ปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์ภายใน 4 ปีที่จะให้มาจากการเลือกตั้ง

3.ด้านความมั่นคง ลดประจำการ เลิกการเกณฑ์ เน้นกำลังสำรอง โดยปฏิรูปกองทัพ ปรับลดขนาดการประจำการลงเหลือเท่าที่จำเป็น กับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะการคงกำลังทหารประจำการจำนวนมากเป็นภาระต่องบประมาณประเทศ ถ้าสัดส่วนงบประมาณในการสร้างขีดความสามารถของกองทัพไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ในสัดส่วนตัวเลขผลผลิตมวลรวมประชาชาติ หรือ GDP วิธีการคือเราต้องบริหารจัดการต้นทุน ซึ่งต้นทุนที่เป็นภาระมากที่สุดของกองทัพประเทศไทย คือ ต้นทุนด้านกำลังพลที่บั่นทอนต้นทุนการพัฒนาเทคโนโลยี หรือศักยภาพใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการป้องกันประเทศ โดยไม่ได้บอกว่าจะให้ยกเลิกกองทัพ แต่จะให้หาบุคลากรเข้ามาทำงานในกองทัพด้วยระบบกำลังสำรองพร้อมรบขึ้นมาที่จะทำให้ไม่ต้องมีทหารประจำการอยู่ แต่สามารถระดมประชาชนป้องกันประเทศ หรือขจัดภัยพิบัติบรรเทาความเดือดร้อนได้ในกรณีที่จำเป็น ลักษณะเดียวกับที่เล็กกว่า เช่น ประเทศอิสราเอล ซึ่งขีดความสามารถปฏิบัติหน้าที่ทางกองทัพก็ถูกจัดในอันดับที่ดี

4.ด้านสิทธิเสรีภาพ ให้หยุดการตีตรา แสวงหาความเท่าเทียม ด้วยการยกเลิกคำนำหน้านาม ทั้งนาย , นาง และนางสาว , การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องการสมรส ให้เปลี่ยนเงื่อนไขการสมรสจากชายและหญิง เป็นบุคคล นอกจากนี้ในส่วนของชนกลุ่มน้อย ก็จะให้มีโครงการบัตรประชาชนใบแรก รับรองสิทธิความเป็นพลเมือง ส่วนผู้พิการ เราจะให้มีการจ้างงานผู้พิการเพิ่มขึ้นโดยจะให้สิทธิประโยชน์ทางการลดภาษีกับสถานประกอบการจ้างงานผู้พิการ

5.ด้านเศรษฐกิจ ลดช่องว่าง สร้างความเป็นธรรม จะให้ปฏิรูประบบภาษี เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยให้จะดเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า เก็บภาษีเงินได้จากการซื้อ- ขายหลักทรัพย์ และปฏิรูปการบังคับใช้ พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าที่จะสร้างความเป็นธรรมโดยให้มีคณะกรรมการอิสระเพื่อกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้า ส่วนเกษตรกร จะออกกฎหมายบริหารจัดการสินค้าเกษตร และช่วยเหลือชดเชยต้นทุนการผลิตการปลูกข้าวเหมือนยางพารา และ

6.ด้านสิ่งแวดล้อม เน้นอนุรักษ์บนพื้นฐานการมีส่วนร่วม

ขณะที่ในการเปิดตัวพรรคดังกล่าว ก็ได้มีการจัดเสวนาด้วย หัวข้อ “ พรรคการเมืองกับนโยบายปฏิรูป” ซึ่งมีนักวิชาการมากมาย ร่วมแสดงความคิดเห็น อาทิ นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , นายประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬา ฯ , นายชยงการ ภมรมาศ อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร , นายสิโรฒน์ แวปาโอะ เครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยเทือกเขาบูโด , นายชัชวาล พิศดำขำ มูลนิธิห้วยขาแข้ง และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ นางวิภา ดาวมณี มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ดำเนินการเสวนาโดยมณีรัตน์ มิตรปราสาท เลขาธิการพรรคCPT

โดยการเสวนาดังกล่าว ผู้ร่วมงานทั้งหมดได้แสดงความเห็นที่สอดรับกับนโยบานด้านต่างๆ ของพรรค คธท. ขณะที่นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬา ฯ กล่าวถึงแนวทางปฏิรูปของกลุ่ม กปปส.ว่า ไม่ได้เป็นแนวคิดการจัดให้ปฏิรูปประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แต่เป็นการปฏิรูปที่แสดงให้เห็นว่าไม่ยอมอำนาจประชาชนในเรื่องของการจัดเลือกตั้งส่วนต่างๆ โดยที่ผ่านมาประชาธิปไตยประเทศไทยก็ไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบ ดังนั้นถ้าจะปฏิรูป ก็ต้องปฏิรูปประชาธิปไตยและเรื่องสิทธิมนุษยชนเท่าเทียมกัน

กินแบบไพร่ แดกแบบผู้ดี หนักหัวใคร?!?!


ภาพ

นิราศ ห.ห.


มีคนเขาเขียนนิราศไว้
อ่านไม่เข้าใจเนื้อความ
แต่ว่าชอบใจท่วงทำนอง
เลยอ่านซะสอง ห.

Credit


ขอแนะนำเพลงเบลลา เชาว์ (Bella Ciao) เพลงต่อต้านฟาสซิสต์อิตาลี ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมากลายเป็นเพลงต่อต้านจักวรรดินิยม ศักดินา เรียกร้องสิทธิ


https://www.youtube.com/watch?v=hRR2OOvn3Ew

เพลง ขับไล่พวกศักดินา

https://www.youtube.com/watch?v=yRLk6awCRJ0

"A partisan is a member of an irregular military force formed to oppose control of an area by a foreign power or by an army of occupation. The term can apply to the field element of resistance movements that opposed German rule in several countries during World War II, or those who after the war fought the Soviet Union in the Eastern bloc"
by Wikipedia.org

English:

This morning ... I got up
oh bella ciao bella ciao bella ciao ciao ciao
this morning I got up and detected the invader

oh partigiano ... I'll go with you
oh bella ciao bella ciao bella ciao ciao ciao
partigiano I'll go with you because here I'm feeling my death

And when I fall ... in the guerrilla
oh bella ciao bella ciao bella ciao ciao ciao
And when I fall in the guerrilla I'll leave you my gun

dig a grave ... on the mountain!
oh bella ciao bella ciao bella ciao ciao ciao
dig a grave on the mountain next to the shadow of a flower!

so the people ... when they see it
oh bella ciao bella ciao bella ciao ciao ciao
so the people when they see it they'll shout REVOLUTION!

That's the history ... of a guerrilla fighter
oh bella ciao bella ciao bella ciao ciao ciao
that's the history of a guerrilla fighter who died for liberty


โปรดระวัง...บ้านเมืองจะวอดวาย ด้วยน้ำมือองค์กรอิสระทั้งหลาย


ภาพ uddtoday
เรื่อง มติชนออนไลน์



เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2557 นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติหน้าที่รมว.ศึกษาธิการ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัววิจารณ์คำแถลงของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ดังนี้

วิจารณ์คำแถลงของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

เห็นคำแถลงของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญแล้วรู้สึกว่าเป็นคำแถลงที่สับสน สืบเนื่องมาจากบทบาทที่สับสนของศาลรัฐธรรมนูญเองในการวินิจฉัยเรื่องสำคัญๆหลายเรื่องที่ผ่านมา คำแถลงนี้ยังสะท้อนปัญหาการไม่เข้าใจว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญเสียเองและตั้งตนอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ เลือกข้างเลือกฝ่ายทางการเมืองอย่างโจ่งแจ้งต่อเนื่องกันมานั้นมีผลต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคมมากเพียงใด

ความจริงคำแถลงของศอ.รส.ก็เป็นเพียงความเห็นเรียกร้องให้องค์กรต่างๆ ฝ่ายต่างๆช่วยกันป้องกันไม่ให้ปัญหาความขัดแย้งบานปลายยิ่งขึ้น ในส่วนที่เกี่ยวกับบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาความสงบเรียบร้อยของประเทศคือถ้าตัดสินไม่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม บ้านเมืองก็ยิ่งไม่สงบเรียบร้อย

ดูแล้วศอ.รส.ก็ทำตามหน้าที่ของเขาอย่างถูกต้องตรงไปตรงมา ไม่เห็นจะเป็นการคุกคามหรือก้าวล่วงอย่างที่สำนักงานศาลฯแถลงชี้แจงแต่อย่างใด

ความจริงปัญหาความขัดแย้งในสังคมที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ต้นเหตุสำคัญที่สุดเป็นอันดับแรกๆก็มาจากบทบาทและการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญนี่เอง

ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเรื่องสำคัญๆแบบถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูกเต็มไปหมด การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภากลายเป็นการล้มล้างการปกครองฯ ขณะที่การล้มล้างการปกครองของสุเทพกับพวกกลายเป็นการใช้เสรีภาพโดยชอบตามรัฐธรรมนูญเป็นต้น

ล่าสุดเมื่อสุเทพประกาศจะตั้งตนเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ซึ่งมีความหมายว่าจะอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ เหนือศาลรัฐธรรมนูญ จะสั่งให้ยุบเลิกศาลรัฐธรรมนูญเสียก็ได้ ศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นว่าอะไร จึงน่าสงสัยว่ากับการที่ศอ.รส.ออกมาวิจารณ์ตักเตือนตามหน้าที่กลับทำเป็นทุกข์ร้อนฟูมฟายไปทำไม

ต้องช่วยกันบอกศาลรัฐธรรมนูญว่าหากตัดสินอะไรออกมาในทางที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและไม่ชอบธรรมอีก บ้านเมืองจะยิ่งเสียหาย ระบบยุติธรรมจะยิ่งเสื่อมทรามลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลรัฐธรรมนูญเองนั่นแหละจะยิ่งได้ชื่อว่าเป็นองค์กรที่ทำลายประชาธิปไตยและสร้างความแตกแยกเสียหายให้แก่ประเทศไทยมากที่สุดองค์กรหนึ่งในหลายปีมานี้

ต่อมานายจาตุรนต์โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า ...

มาถึงขณะนี้คิดว่าฝ่ายองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหลายคงกระอักกระอ่วนใจไม่น้อยที่ยังไม่สามารถหาทางล้มรัฐบาลให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพื่อสร้างสุญญากาศทางการเมืองและตั้งนายกฯนอกรัฐธรรมนูญดังที่ตั้งใจไว้

ที่เป็นเช่นนี้เพราะถ้าพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแล้วจะพบว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีทางที่จะวินิจฉัยให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองไปได้ ถึงจะฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยให้นายกฯพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีเฉพาะตัว แต่ครม.ทั้งคณะก็ยังต้องอยู่ในตำแหน่งต่อไป หรือถึงแม้จะวินิจฉัยให้ครม.พ้นไปทั้งคณะทั้งๆที่ครม.พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่ครม.ก็ยังต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 181 จนกว่าจะมีครม.ใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเข้ารับหน้าที่

ยังไม่เห็นมีช่องทางใดที่ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจะทำให้ครม.ทั้งคณะหยุดปฏิบัติหน้าที่หรืออยู่ในสภาพไม่มีครม.อีกต่อไป ถ้าใครไปตีความกันไปเองว่าครม.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่แล้ว ก็คงได้เห็นปรากฏการณ์แปลกๆเกิดขึ้น คือที่ตีความอย่างนั้นก็ตีไป แต่ครม.ทั้งคณะก็จะยังทำหน้าที่ต่อไป รัฐมนตรีทั้งหลายก็จะยังคงไปทำงานกันตามกระทรวงต่างๆต่อไป ใครจะให้หยุดก็คงต้องไปเอาทหารหรือตำรวจมาจับรัฐมนตรีไปขังกันละครับ

ก็ให้รู้กันไปว่าเวลากปปส.ไปยึดกระทรวงต่างๆ ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังมียึดกันอยู่ในบางกระทรวง เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่สามารถจัดการอะไรได้เพราะเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงกลายเป็นเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร แต่พอถึงเวลาครม.ยังทำหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 181 แล้ว กลับมีเจ้าหน้าที่เข้าไปจับตัวรัฐมนตรีออกจากกระทรวง

ยังไงก็ต้องยืนยันครับว่าครม.ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรนูญมาตรา 181 เท่านั้น ปฏิบัติเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ใครว่าอะไรต่างจากนี้ก็คือฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่างไปจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญก็ฝ่าฝืนรัฐธรรนูญเสียเอง(อีกแล้ว
...


นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษานปช. กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญออกมาประณามแถลงการณ์ของศอ.รส.ว่าก้าวก่ายหน้าที่ฝ่ายตุลาการ ว่า แม้นปช.ไม่ได้เห็นด้วยกับศอ.รส.ทั้งหมด เพราะมีการห้ามคนเสื้อแดงเคลื่อนไหว แต่ขอแสดงความคิดเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าครั้งนี้ก็โดนกับตัวเองบ้าง เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้ก้าวก่ายแทรกแซงอำนาจบริหารที่มาจากประชาชนเช่นกัน เพราะฝ่ายบริหารเขาได้รับอำนาจจากประชาชนโดยแท้จริง แต่ตอนนี้ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ชัดเจนในตัวเองด้วยซ้ำ ขอให้ศาลได้ทบทวนและดูด้วยว่าที่ตัวเองทำไปทั้งหมดนั้น ได้ก้าวก่ายหน้าที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไปมากเท่าใดแล้ว 
...


เมื่อเวลา 10.10 น.  วันที่ 19 เมษายน ที่พรรคเพื่อไทย  นายจิรายุ  ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ออกมาเรียกร้องให้ยุบ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.)  ว่า นายอภิสิทธิพูดเรื่องนี้ไม่แปลก เพราะเป็นนักพูด  หากนายอภิสิทธิ์ จะเชียร์. ศอ.รส.ที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย และไม่เคยคิดจะใช้ อาวุธออกมาสลายการชุมนุม ถือเป็นเรื่องแปลก  เพราะที่ผ่านมาตอน นายอภิสิทธิ์ตั้ง ศอฉ. มีคนเจ็บคนตายมากมาย และออกมาแถลงข่าวแต่ละประเด็นมีแต่โจมตีฝ่ายตรงข้ามที่เห็นไม่ตรงกับตัวเองทั้งสิ้นใช่หรือไม่
  
นายจิรายุกล่าวว่าการที่นายอภิสิทธิ์ออกมาพูดหรือองค์กรอิสระบางแห่งพูดว่าอาจเป็นการแทรกแซงนั้น  ทางพรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นเรื่องจินตนาการในเชิงลบ  คิดมาก คิดฟุ้งไปเอง   เพราะถ้าอ้างหลักบริหารประเทศ ที่มีฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ  ตุลาการ  ที่ต้องไม่ก้าวก่ายกันนั้น   เห็นว่าวันนี้หลักการเช่นนั้นถูกทุบทิ้งไปนานแล้ว  ที่ผ่านช่วง เกือบ 10  ปีมานี้เสาหลัก 3 ฝ่ายของประเทศเป็นคู่ขัดแย้งกันเองทั้งสิ้นใช่หรือไม่ เล่นจนประชาชนเขาเห็นไปทั่วว่าที่ฝ่ายมาฝ่ายบริหารโดนแทรกแซงอยู่เป็นประจำทำไมนายอภิสิทธิ์ ไม่มีความรู้สึกที่จะออกมาพูดบ้าง 

“วันนี้ทุกคนก็เป็นประชาชนเท่ากัน เพียงแค่สวมชฎา มีคนยกมือไหว้ยื่นกุมเป้ากางเกงก็เท่านั้นเอง  ซึ่งต่างก็กินเงินเดือนภาษีประชาชนกันทั้งนั้น  ทุกคนก็น่าจะมีสิทธิ์ที่จะทักท้วง ตักเตือน ชี้แนะกันได้ และที่สำคัญที่ผ่านมาก็เห็นองค์กรอิสระ และ กระบวนการตุลาการก็ออกความเห็นแนะนำ ตักเตือน ติชม อยู่เป็นประจำทั้งๆที่บางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่อง  ไม่เห็นมีใครออกมาตำหนิ  ทั้งๆที่คำพูด คำแนะนำ คำวินิจฉัยแต่ละครั้งก็ชัดเจน  แต่พอเสาหลักอีกฝ่ายแนะนำ ติชม ตักเตือนบ้าง ทำเป็นรับกันไม่ได้ 2มาตรฐานเห็นๆ” นายจิรายุ กล่าว

นายจิรายุ กล่าวว่า หากองค์กรอิสระบางแห่งอยู่ตรงข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์บ้าง  ตนเชื่อว่าหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คงโวยวายว่าถูกกระทำ  ซึ่งคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่อยากให้นายอภิสิทธิเก็บทุกเม็ด แต่อยากให้ไปวงแผนอนาคตหรือเขียนอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ใหม่จะดีกว่า ว่าตกลงสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยหรือไม่  และวันนี้ตนอยากให้เปิดใจรับฟัง เพื่อประเทศชาติและลองนำไปทำบ้าง   เพราะฟังหลายรอบก็ไม่เห็นจะก้าวล่วงอะไรตรงไหน เป็นการแนะนำ วิพากษ์วิจารณ์  ติชมกันได้  เพราะที่ผ่านมาก็เห็น ประชาชน. แนะนำติติง หลายนโยบายของฝ่ายบริหาร และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็แนะนำ ติชม ออกความเห็น กับฝ่ายบริหารอยู่บ่อย  ตนคิดว่าที่ กปปส. ทำทุกวันนี้หนักหนาสาหัสกว่าหลายเท่า  ทั้งก้าวล่วง ทั้งข่มขู่คุกคาม  ข้าราชการคนไหนใครไม่เป็นพวกก็ข่มขู่สารพัด  อยากจะทวนความจำว่าตลอด 6 เดือน ที่ผ่านมาประเทศ บรรลัยไปแล้วเท่าไร ประชาชนที่ศรัทธาม็อบนกหวีดหายไปเท่าไร
...
เรื่องเกี่ยวเนื่อง...


'ชัยเกษม' ไม่สน ศาล รธน.ขู่ฟัน ม.197 ก้าวก่ายอำนาจ ย้ำคิดดีแล้ว



"ชัยเกษม" ไม่สน ศาล รธน.ขู่ฟัน ม.197 ศอ.รส.ก้าวก่ายอำนาจศาล ย้ำ ศอ.รส.คิดดีแล้ว บอกคนเราย่อมต้องเตือนกันได้ อะไรที่จะนำไปสู่ความไม่สงบ พร้อมขอใหัทำจริงอย่างที่บอก ยึดหลักนิติธรรม ...

วันที่ 19 เม.ย. 57 นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุแถลงการณ์ของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แนะ ครม.ขอพระบรมราชวินิจฉัย หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ เป็นการก้าวก่าย แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ว่า เห็นทางศาลรัฐธรรมนูญอ้างมาตรา 197 วรรคหนึ่ง การปฏิบัติหน้าที่ย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

ทั้งนี้ หากการดำเนินการของ ศอ.รส.กระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ก็ไม่ได้ว่าอะไร อยากดำเนินการทางกฎหมาย ก็ดำเนินการไป เพราะการที่ ศอ.รส.ออกมาแถลงการณ์เรื่องนี้ ไม่ใช่เป็นการออกมาพูดของคนไม่กี่คน เพราะก่อนจะออกแถลงการณ์ได้มีการหารือร่วมกันแล้ว จากตัวแทนทหารทุกเหล่าทัพ ตำรวจ และจากหัวหน้าส่วนต่างๆ ด้วย

นายชัยเกษม กล่าวต่อว่า คิดว่าเขาดูกันดีแล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำแบบไม่คิด คนเรามันต้องเตือนกันได้ ในเมื่อ ศอ.รส.ดูในเรื่องของความมั่นคง ความสงบ อะไรที่ทำให้ไม่สงบ เราก็เตือนกันเท่านั้นเอง ว่าทำอย่างนั้น มันจะเกิดความไม่สงบ ท่านเองก็ออกมาบอกว่า จะปฏิบัติหน้าที่ตามหลักนิติธรรม ขอให้ทำจริง เพราะถ้าทำอย่างที่ควรจะทำ ปัญหาก็จะไม่เกิด และเรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพียงการคาดการณ์ แต่อะไรบางอย่าง ถ้าไปรอให้เลยเวลาไปแล้ว มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

"คนเราเตือนก็ควรรับฟังไว้ ส่วนท่านจะทำหรือไม่ทำ เป็นเรื่องของท่าน เราไม่สามารถไปบังคับอะไรได้ และจริงๆ ไม่ใช่เป็นการไปก้าวก่าย เพียงแต่ประชาชนเห็นว่าไม่ถูกต้อง ศอ.รส.แค่เป็นตัวแทนช่วยเตือน แต่ถ้าคิดว่าทำดีแล้วก็ทำต่อไป เพียงขอให้คิดนิดก่อนตัดสินใจเท่านั้นเอง ตอนนี้บ้านเมืองไม่สงบ ทุกคนก็มีความหวังดีกับบ้านเมือง เพราะฉะนั้น การเสนอมาตรา 7 ของฝ่ายไหนก็รับฟังกัน แต่จะเอาไช้ได้มากน้อยแค่ไหน อยู่ที่เหตุผลและสถานการณ์ เราไม่คิดปิดกั้นความคิดเห็นท่านอื่น และเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ศอ.รส. ยังไม่เกี่ยวกับรัฐบาล หรือกับพรรคเพื่อไทย" นายชัยเกษม กล่าว.
...

แก๊งค์จัญไรดิ้นพราดยิ่งกว่าปลาช่อนโดนทุบหัวหลังเจอแถลงการณ์ ศอรส.เข้าให้


ที่มา http://www.tfn5.info/board/index.php?topic=55265.0

เรานั่งอ่านไป ปลงสังเวชไปกับแถลงการณ์ตอบโต้ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ออกอาการดิ้นพราด ๆ เหมือนปลาช่อนโดนทุบหัว หลังจากที่ฝ่ายรัฐบาลและ ศอรส. ออกมาทุบกบาลด้วยแถลงการณ์เมื่อสองสามวันก่อน เรารู้ได้ในทันทีว่า นี่คืออาการทุรนทุรายอย่างแท้จริง เมื่อได้อ่านช่วงท้ายของแถลงการณ์ศาลรัฐธรรมนูญ ที่บอกว่า

“...ศาลรัฐธรรมนูญได้ปฎิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และในปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ดังที่รัฐธรรมนูญ ม. 197 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติไว้ และต้องถวายสัตย์ปฎิญาณต่อพระมหากษัตริย์ก่อนเข้ารับหน้าที่การปฏิบัติ (...........ฯลฯ) หากการดำเนินงาน ของ ศอ.รส. กระทบต่อการปฎิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาตามกฎหมายต่อไป” 

พอไม่มีปัญญาหาเหตุผลมาทำให้คนคล้อยตามได้ ก็หันไปใช้การข่มขู่และพยายามโหนสถาบันแทน แต่เนื่องจากความรุกรี้รุกลน จึงลืมอะไรไปหลายอย่าง ขอฝากคำถามไปยังแก๊งค์นี้ว่า

พวกนี้สมองฝ่อกันไปหมดแล้วหรือ ถึงไม่รู้ว่า คณะรัฐมนตรีกับประธานรัฐสภารวมทั้ง สส. นั้น ต่างก็ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ และหลายท่านก็ได้กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญานต่อเบื้องพระพักตร์ของพระองค์กันทุกคนเช่นกัน แล้วตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมามีอำนาจมากกว่าพวกเขาได้อย่างไร นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้พวกเขามีเกียรติและศักดิ์ศรีมากกว่าพวกไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างพวกคุณก็คือ “พวกเขาได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน” ไม่ได้มาจากการสรรหาและอวยกันเองโดยอำนาจตุลาการที่มีจำนวนมากที่สุดในคณะกรรมการสรรหา พวกคุณนั้นไม่ได้มีเกียรติและศักดิ์ศรีอะไรเลย เมื่อเทียบกับ สมาชิก ครม. ประธานรัฐสภา และ สส.สว.ที่มาจากการเลือกตั้ง 

ส่วนถ้าจะอ้างกฎหมาย พวกคุณก็ต้องแสดงให้เห็นก่อนว่า ตีความและใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมไม่ลำเอียง ไม่ขยายขอบเขตอำนาจออกไปกดหัว รัฐบาล รัฐสภา และประชาชน แบบหน้าด้าน ๆ ทั้งที่ไม่อำนาจ แบบที่ทำกันมาไม่รู้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งในช่วงเจ็ดแปดปีที่ผ่านมา

การข่มขู่ว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับ ศอรส.นั้น เป็นสันดานของข้าราชการตุลาการบ้าอำนาจของประเทศนี้มาตลอด ถ้าจะอ้างกฎหมาย ก็ขอถามว่า ทุกวันนี้มีกฎหมายวิธีพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้วหรือยัง นี่มันแสดงว่าคำวินิจฉัยที่ผ่านมาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ทำกันตามอำเภอใจทั้งสิ้น ไม่มีระเบียบที่จะควบคุมไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง หรือกลัวว่าจะทำกันตามอำเภอใจไม่ได้ ถึงไม่ยอมให้มีกฎหมายวิธีพิจารณาออกมาเป็นแนวทางการทำงานเสียที ถ้าจะตีความกันต่อไปในอนาคต คำวินิจฉัยทั้งหมดขององค์กรพวกคุณนั้นอาจถือได้ว่าเป็นโมฆะทั้งสิ้นก็ได้ เพราะพวกคุณไม่มีกฎหมายที่กำหนดหลักการในการทำงาน 

เราเห็นว่า รัฐบาลและรัฐสภาไม่จำเป็นต้องให้ราคาคนพวกนี้กันต่อไปอีกแล้ว ยืนหยัดสู้กับพวกมันเลย เราอยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าพวกนี้มันดำเนินคดีใครแล้ว ตัดสินกันเอง ชงกันเองในเครือข่ายข้าราชการตุลาการกันเอง เล่นงานคนโน้นคนนี้ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฎว่าไม่มีปัญญาสั่งให้ใครเขาทำตามคำสั่งของพวกมันเลย พวกนี้มันจะทำอย่างไรต่อ คำสั่งที่ไม่มีใครทำตามคือคำสั่งของคนไร้อำนาจ เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐสภาอย่าทำตามคำสั่งอาสัตย์อาธรรมแบบนั้นอีกต่อไปอย่างเด็ดขาด โดยรัฐบาลและประชาชนจะต้องร่วมมือร่วมใจกันต่อต้านองค์สวะพวกนี้ให้ถึงที่สุด

When injustice becomes law, resistance becomes duty. 

Bugbunny

แดงลำปางบุกสนามบินไล่ ′กกต.สมชัย′





ภาพ


ชมคลิปเหตุการณ์ชุลมุน "เสื้อแดงลำปาง" บุกสนามบินหวังขับไล่ "กกต.สมชัย"



https://www.youtube.com/watch?v=BAfshcDkyCY

วันที่ 19 เมษายน 2557 เวลา 13.00 น. ที่หน้าท่าอากาศยานลำปาง ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงลำปางกว่า 50 คน ได้เดินทางมารวมตัวกัน เพื่อขอตรวจสอบผู้โดยสารที่เข้ามาเช็คอิน และมารอขึ้นเครื่องบินโดยสารของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ สายลำปาง – กรุงเทพมหานคร ในเที่ยวบินภาคบ่าย ว่า มีคณะของ กกต.กลาง ได้มารอขึ้นเครื่องบินโดยสารเที่ยวดังกล่าวหรือไม่ เพื่อที่กลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง จะได้ขับไล่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่มีกำหนดเดินทางมายังจังหวัดทางภาคเหนือตอนบน รวมถึง จ.ลำปาง พร้อมกับคณะกกต.กลาง หลังจากเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 ที่ผ่านมา ทาง กกต.กลาง ได้เดินทางไปยังศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน แต่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดง จ.ลำพูน ชุมนุมปิดล้อมศูนย์ราชการ และขับไล่ นายสมชัย จนเกิดเหตุปาขวดน้ำเข้าใส่ นายสมชัย ในขณะขึ้นรถตู้สำรอง ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นทำให้ นายสมชัย ต้องยกเลิกภารกิจที่จะเดินทางมายัง จ.ลำปาง ในวันนี้

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ได้พยายามติดตามข่าวความเคลื่อนไหวมาตลอดทั้งวัน ว่า นายสมชัย จะเดินทางมายัง จ.ลำปาง หรือไม่ ก่อนตัดสินใจเดินทางมาชุมนุม และมาติดตามที่ท่าอากาศยานลำปาง เพื่อดูให้แน่ชัดว่า มีคณะของ กกต.กลาง รวมถึง นายสมชัย เดินทางมาขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานลำปางหรือไม่ ท่ามกลางประชาชน และนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเช็คอิน และมารอขึ้นเครื่องบินโดยสารกันเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง นอกจากจะขอตรวจสอบผู้โดยสารที่จะมาขึ้นเครื่องแล้ว ยังได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของทั้งท่าอากาศยานลำปาง และทางสายการบิน ออกมาให้รายละเอียดอย่างชัดเจนว่า มีคณะของ กกต.กลาง เดินทางมาหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครออกมาให้รายละเอียด 

กระทั่งเมื่อผู้โดยสารที่มาขึ้นเครื่องได้เข้าไปในห้องรับรองขาออกเพื่อรอขึ้นเครื่องกันหมดแล้ว จึงได้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในท่าอากาศยานลำปาง เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงลำปางทั้งหมด ได้พากันกรูเข้าไปติดตามการขึ้นเครื่องบินโดยสารของประชาชน ถึงประตูทางเข้าเขตรอขึ้นเครื่อง และหน้าห้องรับรองวีไอพี เพื่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน ว่า มีคณะของ กกต.กลาง เดินทางมาที่ท่าอากาศยานลำปางหรือไม่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน ได้ปฎิเสธที่จะตอบคำถาม และป้องกันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงบุกเข้าไปถึงเขตหวงห้ามในพื้นที่ห้องรอขึ้นเครื่อง 

เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงลำปางไม่ได้รับคำตอบ จึงเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากเครื่องบินโดยสารขนาด 70 ที่นั่ง ได้สตาร์ทเครื่อง และเคลื่อนลำออกจากรันเวย์ และบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ซึ่งทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ยิ่งเกิดความไม่พอใจ จากการไม่ได้รับคำตอบ ทำให้พากันกรูไปยืนอยู่ตรงจุดบริการเช็คอินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เพื่อมาสอบถาม และกดดันเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสายการบิน ให้เปิดเผยรายชื่อทุกคนที่ขึ้นเครื่อง ก่อนที่จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงบางคนเกิดความไม่พอใจอย่างหนัก  และมีการต่อว่าเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสายการบินอย่างรุนแรง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ดูรายชื่อผู้โดยสารโดยเด็ดขาด ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงยิ่งปักหลักชุมนุม เพื่อกดดันขอดูรายชื่อให้ได้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ขอเวลาสอบถามผู้บริหารสายการบิน และให้กลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ใจเย็น และหยุดกดดันเจ้าหน้าที่ ก่อนจะได้รับคำตอบ ว่า ขอเวลาประมาณ 30 นาที จึงจะอนุญาตให้ดูรายชื่อได้ ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงเกิดความพอใจ และมายืนรออยู่ด้านนอก

ทั้งนี้ ในช่วงรอดังกล่าวนั้น ปรากฏว่า ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อมีชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อสีขาว ใส่หมวกแก็ป และแว่นตาดำ ได้ยืนเป่านักหวีดอยู่นอกรั้วสนามบิน ทางด้านทิศเหนือ เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงลำปางได้ยิน จึงได้พากันกรูเข้าไปต่อว่า และด่าทอกันอย่างรุนแรง ก่อนจะเกิดการพูดจาท้าทายกัน โดยชายคนดังกล่าว นอกจากจะเป่านกหวีดใส่กลุ่มคนเสื้อแดงลำปางทั้งหมดที่อยู่หน้าท่าอากาศนานลำปางแล้ว ยังต่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ด้วยว่า ได้สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ด้วยการเปิดเครื่องขยายเสียงด้วยระดับเสียงที่ดัง แต่ทางกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ก็ได้ด่าตอบโต้กลับไป ซึ่งชายคนดังกล่าว ก็ได้เปานกหวีดสลับการด่าไปมาของกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมชูสายคล้องคอ และป้ายบัตรพนักงานสีเหลือง ซึ่งเป็นป้ายบัตรพนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. ที่ถือมาด้วย จึงยิ่งทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ได้เริ่มด่าทอ และท้ายทายกันหนักมากยิ่งขึ้น ทั้งด่าชายคนดังกล่าว ที่เป่านกหวีด และด่าทอองค์กรกฟผ. 

กระทั่งเหตุการณ์เป็นปกติ เมื่อชายคนดังกล่าวได้เดินหันหลังกลับเข้าไปในบ้าน ส่วนกลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ก็ได้พากันกรูเข้าไปภายในอาคารท่าอากาศยานลำปางอีกครั้ง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ได้เรียกให้ดูรายชื่อผู้โดยสารทั้งหมดที่ขึ้นเครื่องในวันนี้ แต่ก็ไม่พบชื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงลำปาง ทั้งหมดเกิดความพึงพอใจ และพากันเดินออกมา ก่อนสลายการชุมนุม สำหรับในวันนี้ถึงแม้ นายสมชัย จะยกเลิกภารกิจเดินทางมายัง จ.ลำปาง แต่ก็มีคณะของ นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ เดินทางมายัง กกต.ลำปาง เพื่อตรวจติดตามงานตามปกติ โดยได้เดินทางมาตรวจดูพื้นที่ในการสร้างสำนักงาน กกต.ลำปาง แห่งใหม่ ก่อนที่จะเดินทางออกไปจากพื้นที่ จ.ลำปาง โดยทางรถยนต์ ไม่ได้เดินทางมาขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานลำปาง แต่อย่างใด 

วันเสาร์, เมษายน 19, 2557

เปิดตัวพรรคCPT20เมษายนชูนโยบายหลัก6ประการ

รูปภาพ : (เอกสารเผยแพร่ ช่วยกันแชร์ไปยังเพื่อนมิตรของท่านที่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรคCPTด้วยนะครับ)

พรรคCPTเปิดตัวเป็นทางการ20เมษายนนี้ เปิดรับข้อเสนอปฏิรูปประเทศอย่างทั่วด้านจากนักวิชาการและภาคพลเมือง เทียบเชิญกปปส.VSนปช.ร่วมด้วย ให้เป็นเวทีสานเสวนาปฏิรูปหาทางออกจากวิกฤต

ธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย หรือ พรรค CPT แถลงว่า จะจัดกิจกรรมเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายนนี้ โดยได้เปิดเวทีรับฟังข้อเสนอจากนักวิชาการและภาคพลเมืองต่อการปฏิรูปประเทศอย่างทั่วด้าน และพร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชน ซึ่งรวมทั้ง กปปส.และนปช.ด้วย

นายธนพรเปิดเผยว่า งานจะจัดในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน ตั้งแต่เวลา08.30 ถึง12.30 น. ที่ห้องพาโนรามา ชั้น 14 โรมแรมดิเอ็มเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก โดยแบ่งกิจกรรมเป็น3ภาค คือ

ภาคแรก เป็นการกล่าวปาฐกถานำ เรื่องพรรคการเมืองกับนโยบายปฏิรูป โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการที่มีจุดยืนด้านประชาธิปไตยเข้มแข็ง นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ชั้นนำ

ภาคที่สองเป็นการเสวนา โดยนักวิชาการและภาคพลเมือง ในหัวข้อเดียวกัน ประกอบด้วย

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักวิชาการจากจุฬาฯ ซึ่งมีจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ประภาส ปิ่นตบแต่ง นักวิชาการจากจุฬา และมีบทบาทสนับสนุนความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและผู้ด้อยโอกาสในสังคมมายาวนาน

วิภา ดาวมณี นักวิชาการอิสระ และผู้เแทนมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตยที่มีประวัติการต่อสู้และสนับสนุนประชาธิปไตยมาต่อเนื่องยาวนาน

ชยงการ ภมรมาศ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

ชัชวาลย์ พิศดำขำ ผู้แทนจากมูลนิธิห้วยขาแข้ง และมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ผู้ทุ่มเทอุทิศตัวในงานด้านอนุรักษ์สภาพแวดล้อม

ศิโรฒน์ แวปาโอะ ผู้แทนเครือข่ายแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยเทือกเขาบูโด

ดำเนินรายการโดย มณีรัตน์ มิตรปราสาท เลขาธิการพรรคCPT

โดยกิจกรรมนี้คาดว่าจะเป็นการนำเสนอแนวนโยบายการปฏิรูปประเทศอย่างทั่วด้าน ไม่เฉพาะทางการเมือง แต่รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจ สังคม ระบบราชการ ความมั่นคงกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาพแวดล้อม เป็นต้น

ภาคที่สาม จะเปิดรับฟังผู้เข้าร่วมงานอย่างกว้างขวาง ตามสโลแกนของพรรคที่ว่า Voice of the Voicless จึงขอเชิญชวนประชาชนคนธรรมดาเข้าร่วมงานและนำเสนอเสียงของท่านได้อย่างเต็มที่ ไม่มีข้อจำกัด 

ซึ่งในการนี้ได้เชิญกลุ่มพลังกดดันทางการเมืองคือทั้ง กปปส.และ นปช.เข้าร่วมนำเสนอด้วย โดยได้ทำหนังสือไปถึงแกนนำทั้ง 2 ฝ่าย ให้ใช้เวทีนี้เป็นที่สานเสวนาหาทางออกจากวิกฤตของประเทศร่วมกัน

ในช่วงท้ายหัวหน้าพรรคCPTจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดจากทุกภาคมาพิจารณานำเสนอเป็นนโยบายการปฏิรูปสำคัญ 6 ประการ ซึ่งจะนำเสนอในที่ประชุม

นโยบายหลัก6ประการของพรรคCPT ขอประกาศตัวว่าเราไม่ใช่พรรคของคนดี แต่เป็นพรรคของคนธรรมดาๆ ที่ต้องการผลักดันวาระแห่งชาติที่สำคัญๆด้วยหลัก6ประการ

1.แก้ไขมาตรา112ให้เลิกเป็นเครื่องมือการเมืองทำลายล้าง
2.ปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย 
3.ปฏิรูประบบราชการให้ตั้งสหภาพราชการ
4.ปฏิรูปภาษีที่ดิน มรดก จัดเก็บภาษีเก็งกำไรในตลาดหุ้น ยกเว้นภาษีเงินปันผลเพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างแท้จริง
5.ปฏิรูปยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค 
6.ปฏิรูปให้จชต.ใต้เป็นเขตปกครองพิเศษ คืนปืนใหญ่พญาตานี ส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น

โปรดอย่าถามว่าทำได้ไหม? แต่กรุณาช่วยกันรณรงค์ โหวตให้เรามีที่นั่งในสภา20เสียงขึ้นไป เราจะนำทุกเรื่องไปเสนอร่างกฎหมายในสภา ตามกติกาประชาธิปไตย

เชิญชมรายละเอียดที่ ธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคCPTแถลงเป็นสัญญาประชาคม

http://www.youtube.com/watch?v=Gd2dyJO0O3g

ที่มา หน้าเพจ Commoner Party of Thailand - พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย

พรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย-CPT เปิดตัวเป็นทางการ 20 เมษายนนี้ เปิดรับข้อเสนอปฏิรูปประเทศอย่างทั่วด้าน จากนักวิชาการและภาคพลเมือง เทียบเชิญกปปส.VSนปช.ร่วมด้วย ให้เป็นเวทีสานเสวนาปฏิรูปหาทางออกจากวิกฤต เปิดนโยบายหลัก 6 ประการปฏิรูปโครงสร้าง รวมทั้งชูแก้มาตรา112 และสะท้อนเสียงของผู้ไร้เสียง

ธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย หรือ พรรค CPT แถลงว่า จะจัดกิจกรรมเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เมษายนนี้ โดยได้เปิดเวทีรับฟังข้อเสนอจากนักวิชาการและภาคพลเมืองต่อการปฏิรูปประเทศอย่างทั่วด้าน และพร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอจากภาคประชาชน ซึ่งรวมทั้ง กปปส.และนปช.ด้วย

นายธนพรเปิดเผยว่า งานจะจัดในวันอาทิตย์ที่ 20 เมษายน ตั้งแต่เวลา08.30 ถึง12.30 น. ที่ห้องพาโนรามา ชั้น 14 โรมแรมดิเอ็มเมอรัลด์ ถนนรัชดาภิเษก เปิดกว้างให้ประชาชนผู้สนใจทั่วไปเข้าร่วมงาน โดยแบ่งกิจกรรมเป็น3ภาค คือ

ภาคแรก เป็นการกล่าวปาฐกถานำ เรื่องพรรคการเมืองกับนโยบายปฏิรูป โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการที่มีจุดยืนด้านประชาธิปไตยเข้มแข็ง นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ชั้นนำ

ภาคที่สองเป็นการเสวนา โดยนักวิชาการและภาคพลเมือง ในหัวข้อเดียวกัน ประกอบด้วย

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ นักวิชาการจากจุฬาฯ ซึ่งมีจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ประภาส ปิ่นตบแต่ง นักวิชาการจากจุฬา และมีบทบาทสนับสนุนความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและผู้ด้อยโอกาสในสังคมมายาวนาน

วิภา ดาวมณี นักวิชาการอิสระ และผู้เแทนมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตยที่มีประวัติการต่อสู้และสนับสนุนประชาธิปไตยมาต่อเนื่องยาวนาน

ชยงการ ภมรมาศ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

ชัชวาลย์ พิศดำขำ ผู้แทนจากมูลนิธิห้วยขาแข้ง และมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ผู้ทุ่มเทอุทิศตัวในงานด้านอนุรักษ์สภาพแวดล้อม

ศิโรฒน์ แวปาโอะ ผู้แทนเครือข่ายแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยเทือกเขาบูโด

ดำเนินรายการโดย มณีรัตน์ มิตรปราสาท เลขาธิการพรรคCPT

โดยกิจกรรมนี้คาดว่าจะเป็นการนำเสนอแนวนโยบายการปฏิรูปประเทศอย่างทั่วด้าน ไม่เฉพาะทางการเมือง แต่รวมไปถึงด้านเศรษฐกิจ สังคม ระบบราชการ ความมั่นคงกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาพแวดล้อม เป็นต้น

ภาคที่สาม จะเปิดรับฟังผู้เข้าร่วมงานอย่างกว้างขวาง ตามสโลแกนของพรรคที่ว่า Voice of the Voicless จึงขอเชิญชวนประชาชนคนธรรมดาเข้าร่วมงานและนำเสนอเสียงของท่านได้อย่างเต็มที่ ไม่มีข้อจำกัด
รูปภาพ : บรรณกร จันทรทิณ ผู้อำนวยการพรรค CPT มอบจดหมายเชิญชวนร่วมงานเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ ให้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน วันที่ 10 เมษายน 2557 ณ ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว
รูปภาพ : บรรณกร จันทรทิณ ผู้อำนวยการพรรค CPT มอบจดหมายเชิญชวนร่วมงานเปิดตัวพรรคอย่างเป็นทางการ ให้ อุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานกลุ่ม คปท. วันที่ 11 เมษายน 2557 ณ บริเวณรอบนอกทำเนียบรัฐบาล



ตัวแทนพรรคCPTยื่นหนังสือเชิญผู้แทน นปช. ,คปท. และกปปส.ร่วมงานเปิดตัวพรรค

ซึ่งในการนี้ได้เชิญกลุ่มพลังกดดันทางการเมืองคือทั้ง กปปส.และ นปช.เข้าร่วมนำเสนอด้วย โดยได้ทำหนังสือไปถึงแกนนำทั้ง 2 ฝ่าย ให้ใช้เวทีนี้เป็นที่สานเสวนาหาทางออกจากวิกฤตของประเทศร่วมกัน

ในช่วงท้ายหัวหน้าพรรคCPTจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดจากทุกภาคมาพิจารณานำเสนอเป็นนโยบายการปฏิรูปสำคัญ 6 ประการ ซึ่งจะนำเสนอในที่ประชุม

นโยบายหลัก6ประการของพรรคCPT ขอประกาศตัวว่าเราไม่ใช่พรรคของคนดี แต่เป็นพรรคของคนธรรมดาๆ ที่ต้องการผลักดันวาระแห่งชาติที่สำคัญๆด้วยหลัก6ประการ

1.แก้ไขมาตรา112ให้เลิกเป็นเครื่องมือการเมืองทำลายล้าง
2.ปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย
3.ปฏิรูประบบราชการให้ตั้งสหภาพราชการ
4.ปฏิรูปภาษีที่ดิน มรดก จัดเก็บภาษีเก็งกำไรในตลาดหุ้น ยกเว้นภาษีเงินปันผลเพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างแท้จริง
5.ปฏิรูปยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค
6.ปฏิรูปให้จชต.ใต้เป็นเขตปกครองพิเศษ คืนปืนใหญ่พญาตานี ส่งเสริมอัตลักษณ์ท้องถิ่น




นอกจากนั้นพรรคCPTยังจะเน้นสะท้อนเสียงของผู้ไร้เสียงทั้งหลาย อาทิ คนในชายแดนภาคใต้ที่มีความแตกต่างในด้านเชื้อชาติศาสนา คนไทยโดยกำเนิดแต่ไร้สัญชาติ คนที่เกิดในไทยแต่ไม่มีสัญชาติ คนเพศที่สาม เป็นต้น

"โปรดอย่าถามว่าทำได้ไหม? แต่กรุณาช่วยกันรณรงค์ โหวตให้เรามีที่นั่งในสภา20เสียงขึ้นไป เราจะนำทุกเรื่องไปเสนอร่างกฎหมายในสภา ตามกติกาประชาธิปไตย"หัวหน้าพรรคCPTกล่าว

คลิป แดงภาคเหนือรวมพล ต่อต้าน..กกต..ตลก..ปชป..

https://www.youtube.com/watch?v=2SXWUKtIL8k&list=UUlOpTfZwrjR4Oac6kXXjxZQ

เรื่องเกี่ยวข้อง...


เสื้อแดงเชียงใหม่-ลำพูนต้อนรับกกต.ดูงาน เจอปาอึ-เผาโลงไล่ แค้นด่านปช.ถ่อย ‘สมชัย’ ไหวตัวหลบ





 เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 18 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะนักศึกษาหลักสูตร พัฒนาพรรคการเมืองและการเลือกตั้งชั้นสูง จำนวน 80 คน ได้เดินทางมาดูงานเกี่ยวกับการเลือกตั้งของ จ.ลำพูนโดยมมี กกต.จากส่วนกลาง ประกอบด้วย นายศุภชัย สมเจริญ ในตำแหน่งประธาน กกต. รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายประวิช รัตนเพียร ทั้ง 4 คน ได้เดินทางโดยสายการบินมาถึงที่สนามบินเชียงใหม่ จากนั้นก็ได้เดินทางไปรับประทานอาหารที่เจียท้งเฮง อ.เมืองเชียงใหม่ เข้าที่โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ และในเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน คณะ กกต. นายประวิช รัตนเพียร นายบุญส่ง น้อยโสภณ นายศุภชัย สมเจริญ  ประธาน กกต. ได้เดินทางไปยังจังหวัดลำพูน เพื่อดูงานในพื้นที่ จ.ลำพูน ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ โดยนายสมชัย ไม่ได้ไปด้วย ที่ จ.ลำพูน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มคนเสื้อแดง ทั้งเชียงใหม่ ลำพูน ต่างพากันเดินทางไปยัง ศาลากลางจังหวัดลำพูน ประมาณ 500 คน และได้เตรียมโลงศพ พวงหรีด พลุ ของเหม็นสารพัด เพื่อไปต้อนรับ คณะ กกต.ดังกล่าว โดยเฉพาะนายสมชัย เมื่อคณะ นักศึกษา ซึ่งมี กลุ่ม กกต.มาถึง ไม่สามารถเข้าไปได้ คณะ กกต.ทั้งหมด 80 คน ที่มาศึกษาดูงาน ได้เดินเข้าไปในศาลากลาง จ.ลำพูน โดยกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ชูป้ายด่าและตะโกนด่า คณะ กกต.เป็นรายบุคคล เป็นระยะ และจุดพลุ ประทัด เพื่อแสดงอาการไม่พอใจ นายสมชัย ที่ด่าคนเสื้อแดง ว่า “ถ่อย” โดยมีตำรวจท้องที่มาดูแลความสงบเรียบร้อยประมาณ 200 คน

 จากนั้นคณะนักศึกษาฯ ดังกล่าวได้ขึ้นไปชั้น 2 ของศาลากลางจังหวัด มีการประชุมกัน โดยห้ามไม่ให้สื่อขึ้นไป ประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนที่กลุ่มนักศึกษาฯ จะกลับ ได้ส่ง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย ลงมาชี้แจงและขอเคลียร์ทาง และได้แจ้งว่า นายสมชัย ไม่ได้มาร่วมที่ จ.ลำพูน ขอเปิดทางให้กลุ่มนักศึกษาฯ ซึ่งกลุ่มเสื้อแดง ก็ยอม จากนั้น คณะทั้งหมดได้เดินลงมาเพื่อจะไปขึ้นรถ 

 ระหว่างนั้น ประธาน กกต.นายศุภชัย สมเจริญ ได้ตะโกนพูดกับแกนนำเสื้อแดงที่สอบถามเรื่องการเลือกตั้งว่าเมื่อไหร่ นายศุภชัย พูดออกไมค์ ว่า “เร็ว ๆ นี้” จากนั้นกลุ่มเสื้อแดง ก็ปล่อยให้นายศุภชัย เดินมาที่รถ และคนเสื้อแดง ก็ได้ระดมของเหม็นสารพัด ขว้างใส่ ทั้งฉี่ ทั้งอึ เหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาดูแลความสงบเรียบร้อยก็โดนด้วย ส่วน กกต.ที่เหลือพากันอาศัยความชุลมุน สามารถกระโดดขึ้นรถได้ทัน  นายศุภชัยโดนคนเดียว และได้หันมาแสดงอาการไม่พอใจกับคนเสื้อแดง และได้ขึ้นรถตู้ไป

 หลังจากนั้นคณะนักศึกษา ที่มี กกต.จากส่วนกลางซึ่งเป็นนักศึกษาด้วย เดินทางออกไป กลุ่มคนเสื้อแดง จึงได้ทำการเผาโลง นายสมชัย โดยกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ลำพูน ต่างตะโกนด่าและโห่ร้องด้วยความสะใจ จากนั้นก็ได้แยกย้าย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะนักศึกษาดังกล่าว เป็นคณะนักศึกษาหลักสูตร พัฒนาพรรคการเมืองและการเลือกตั้งชั้นสูง จำนวน 80 คน (ระดับ ผู้บริหาร ของพรรคการเมืองต่างๆ จำนวน 80 คน โดยมี กกต.ส่วนกลางรวมอยู่ด้วย โดยทั้งหมดจะมาดูงาน ทางภาคเหนือ 3 จังหวัด เชียงใหม่ ,ลำพูน ,ลำปาง ตั้งแต่วันที่ 17-21 เม.ย. นี้ โดยวันที่ 19 เม.ย เวลา 09.30 น.ที่ สำนักงาน กกต.เชียงใหม่ และวันที่ 20-21 เม.ย. ไปลำปาง ต่อ โดยคณะนักศึกษา ดังกล่าวพักที่โรงแรมเชียงใหม่ ออร์คิด ถ.ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ 

 นายวรวุฒิ รุจาภานันท์ หรือดีเจแดงสองแคว กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้เปิดเผยว่า คนเสื้อแดงทั้งภาคเหนือ แค้น นายสมชัย ที่มาด่า คนเสื้อแดงว่า ถ่อย ผ่านเฟซบุ๊ก มาบอกว่า ต้องมากินเงินเดือนของคน ถ่อย วันนี้พวกเราทั้งเชียงใหม่ลำพูน จึงไปให้การต้อนรับ แขกแก้วมาเยืยนเมืองล้านนา เสียดายที่ สมชัยไม่มา กับคณะ แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้เรารู้ที่พักและจุดที่ นายสมชัย จะไปแล้ว คนเสื้อแดง อยากจะเจอหน้า อยากต้อนรับมาก และจะติดตามไปดูหน้าและให้การต้อนรับจนกว่าจะกลับ

  เวลา 13.00 น. วันเดียวกัน กลุ่มคนเสื้อแดงรักประชาธิปไตย จ.ลำพูน นำโดย นายรันชัย มาละพิงค์ และนางบานเย็น ปัญโญใหญ่ พร้อมด้วยมวลชนกลุ่มคนเสื้อแดงลำพูนซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มรักประชาธิปไตย จ.ลำพูนประมาณ 300 คนเดินทางด้วยรถยนต์ และรถจักรยานยนต์กว่า 150 คัน มุ่งหน้าไปรวมตัวกัน ที่สนามหน้าศาลากลาง จ.ลำพูน เพื่อขับไล่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการการเลือกตั้ง ที่มีกำหนดเดินทางตรวจเยี่ยม สนง. กกต. ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือได้แก่ จ.ลำพูน ลำปาง และ เชียงใหม่ รวมทั้งร่วมศึกษาดูงาน สังเกตการณ์การเลือกตั้งสภาท้องถิ่น หรือบริหารท้องถิ่น จ.ลำพูนกับคณะนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 5 (พดส.5) - 21 เม.ย. โดยมีกำหนดเดินทางถึงศาลากลางช่วงบ่ายวันนี้

 นายรันชัย มาละพิงค์ แกนนำกลุ่มรักประชาธิปไตย ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า การรวมตัวดังกล่าว เนื่องจากไม่พอใจที่นายสมชัย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กของตนเอง เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ที่ผ่านมา ว่า “การแสดงออกของคนที่มีความคิดทางการเมืองแตกต่างกัน มีหลากหลายรูปแบบ บางคนมีเหตุผล บางคนใช้อารมณ์ แต่ที่หยาบคาย ต่ำ เถื่อน ถ่อย เป็นกลุ่มคนที่ไม่น่าคบที่สุดในสังคมนี้ ขอไว้อาลัย กับคนกลุ่มนี้” ล่าสุดได้รับแจ้งจาก กกต.ประจำ จ.ลำพูนว่า นายสมชัย ได้ยกเลิกการเดินทางมากับคณะฯ ดังกล่าวแล้ว จะมีเพียงนายสุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มคนเสื้อแดงลำพูนจะยังปักหลักชุมนุมอยู่สนามหน้าศาลากลาง จ.ลำพูน กันอย่างต่อเนื่อง และมีกลุ่มคนเสื้อแดงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

 ในขณะที่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงอยู่นั้น ได้มีตัวแทนของกลุ่มเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัยบริเวณบันไดทางขึ้นศาลากลางตลอดเวลา และต่อมาเวลา 16.00 น. นายสุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.สมเจริญ ประธาน กกต.ได้ออกมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน ซึ่งนายสุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าว ทาง กกต.จะได้ร่วมหารือกันกับพรรคการเมืองทั้งหมด เพื่อหาทางออกให้ประเทศ เมื่อตกลงกันได้แล้ว จะได้ให้ทางรัฐบาลออกพระราช พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งใหม่ให้กับคนไทย ซึ่งทางกลุ่มคนเสื้อแดงและประชาชนที่มาฟังคำตอบจากปากของนายสุภชัย ต่างพากันโห่เข้าใส่ และกลุ่มผู้ชุมนุมถามว่า แล้วที่ผ่านมาการเลือกตั้งทำไมถึงโมฆะ ทั้งที่หน้าที่ กกต.มีหน้าที่เลือกตั้งโดยตรง ซึ่งนายสุภชัย ไม่ตอบ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจ ต่างพากันขวางปาขวดน้ำเข้าใส่ และขับไล่ให้ออกจากนอกเมืองลำพูน ซึ่งเหตุการณ์ตอนขั้นตึงเครียด จนเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคุมฝูงชน ได้กันตัวนายสุภชัยออกจากพื้นที่ แล้วพาไปขึ้นรถตู้ โดยมีกำลังของเจ้าหน้าที่คุ้มกันอย่างแน่นหนา จนพาออกไปนอกเมืองได้ และคณะของนายสุภชัย ได้เดินทางมุ่งหน้าเข้าจังหวัดเชียงใหม่โดยทันที

 จากนั้นเมื่อคณะของนายสุภชัย เดินทางกลับแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำโรงศพมาตั้งหน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน พร้อมกับเขียนชื่อนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ติดข้างโลงศพ พร้อมกับจุดไฟเผาจนไฟลุกท่วม จากนั้นได้มีประชาชนนำพริกแห้ง และเกลือเม็ด มาเผาไฟกลางโลงศพ เพื่อเป็นการสาปแช่งให้ผู้ที่ล้มการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ขอให้จงมีอันเป็นไป และขอให้ชีวิตประสบกับความฉิบหายตลอดกาลวะสาร..จากนั้นได้เลิกการชุมนุมไปในที่สุด

Thailand's Rich and Powerful Royalists, How long will they be able to hold on to power?


https://www.youtube.com/watch?v=WcX8p-ReCYo

Published on Apr 18, 2014
Subscribe to VICE News here: http://bit.ly/Subscribe-to-VICE-News

As the conflict in Thailand intensifies, VICE News goes deep into the lives of the rich and powerful royalists of Bangkok, who are fighting to keep the old order from crumbling. 

PDRC leaders Nat and Victor, two young, Ferrari-driving multi-millionaires, out to the streets — and into a violent and unpredictable future. How long will they be able to hold on to power?

ศ.ดร. ลิขิต ธีรเวคิน เสาหลักประชาธิปไตย เตือนศาล รธน. รับผิดชอบคำตัดสิน นองเลือด

https://www.youtube.com/watch?v=mxZDclwmL-0&feature=youtu.be

Published on Apr 18, 2014
ศ.ดร. ลิขิต ธีรเวคิน ราชบัณฑิต และนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยในลักษณะที่รู้หรืออนุมานได­้ก่อนแล้วว่าอาจนำมาซึ่งภาวะสุญญากาศทางกา­รเมืองจนเกิดการนองเลือดของคนในชาติแล้วยั­งดำเนินการ จะต้องรับผิดชอบต่อการตัดสิน ใจที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

คลิปเกี่ยวเนื่อง....

'ลิขิต' ยัน อย่าตีความ ม.7 นอกประชาธิปไตย

https://www.youtube.com/watch?v=F7xbtTwJT-k

Published on Apr 18, 2014
ศาสตราจารย์ลิขิต ธีระเวคิน ราชบัณฑิต ยืนยัน ต้องตีความ มาตรา 7 สอดคล้องประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ขณะที่อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ระบุจำเป็นต้องปฏิรูปองค์กรอิสระโดยด่วน

ที่งานสัมนาประชาชนปฏิรูป ศาสตราจารย์ลิขิต ธีระเวคิน ราชบัณฑิต ยืนยัน การปฏิรูปในสังคมไทยต้องเกิดจากการมีส่วนร­่วม ไม่ควรมีกลุ่มใดคิดแทนประชาชน ขณะที่ข้อเสนอ มาตรา 7 เห็นว่า สังคมต้องตีความให้เป็นประชาธิปไตย และเคารพอำนาจของประชาชนผ่านกลไกทางรัฐธรร­มนูญ ใน 3 เสาหลัก คือ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี และตุลาการ จะมีอำนาจใด อำนาจหนึ่งเหนือขึ้นมาไม่ได้ นอกจากนี้ยังระบุเช่นเดียวกับนักวิชาการด้­านนิติศาสตร์ ว่า สิทธิการเลือกตั้งเวลานี้ถูกริดรอน และผิดหลักสากล

สำหรับบทบาทขององค์อิสระ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เห็นว่า องค์กรอิสระจำเป็นต้องปฏิรูป เพราะปัจจุบันมีบทบาทหน้าที่ในลักษณะรัฏฐา­ธิปัตย์ โดยเฉพาะการยึดโยงประชาชน และการถ่วงดุลจากองค์กรอื่น นอกจากนั้นรองหัวพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันพรรคการเมืองจำเป็นต้องปฏิรูปตนเองเ­ช่นกัน

ทั้งนี้วิทยากรเห็นว่า การปฏิรูปต้องกระทำผ่านระบบประชาธิปไตย และมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกคน ซึ่งการเสวนาในวันนี้จัดขึ้นโดยพรรคการเมื­องในนามกลุ่มพรรคการเมืองสามัคคี ที่จะรวบรวมปัญหา และจัดทำพิมพ์เขียวเพื่อการปฏิรูปต่อไป