"How Iran actually hit a US F-35 stealth jet. Every news channel right now is blowing up with the exact same question. How in the world did a tiny Iranian missile manage to target a fighter jet that even Russia's billion dollar radar systems can't spot."
— Idris (@7signxx) April 2, 2026
©ainuddinmohamad pic.twitter.com/uopyHU3M6F
https://x.com/7signxx/status/2039624224755573035
.....
AI ว่าใช้วิธีการโจมตี: การตรวจจับแบบ "Passive" Detection
นักวิเคราะห์และรายงานทางทหารระบุว่า เครื่องบิน F-35 ซึ่งออกแบบมาให้แทบมองไม่เห็นด้วยเรดาร์แบบดั้งเดิม น่าจะถูกโจมตีโดยใช้เซ็นเซอร์อินฟราเรด (IR) แบบพาสซีฟ แทนที่จะใช้เรดาร์แบบแอคทีฟ
ความร้อนเทียบกับเรดาร์: แม้ว่าโครงสร้างลำตัวของ F-35 จะถูกออกแบบมาเพื่อเบี่ยงเบนคลื่นเรดาร์ แต่เครื่องยนต์ก็ยังคงสร้างสัญญาณความร้อนที่สำคัญอยู่
แบบอย่างจากเยเมน: ยุทธวิธีนี้เลียนแบบวิธีการที่กลุ่มกบฏฮูตีใช้ในปี 2025 ซึ่งระบบอิเล็กโทรออปติคอล/อินฟราเรด (EO/IR) ที่อิหร่านจัดหาให้ถูกนำมาใช้เพื่อยิงโดรน MQ-9 Reaper ตกหลายลำ การที่ระบบป้องกันเหล่านี้ไม่ปล่อยสัญญาณเรดาร์ ทำให้ระบบรับสัญญาณเตือนภัยเรดาร์ (RWR) ของเครื่องบินไม่แจ้งเตือน ทำให้การโจมตีเป็นการโจมตีแบบ "เซอร์ไพรส์" ที่นักบินไม่รู้ตัว
ประเภทขีปนาวุธ: แม้ว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ได้ยืนยันชนิดของขีปนาวุธอย่างแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ไปที่ขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน (SAM) ขั้นสูงของอิหร่าน ซึ่งสามารถติดตามเป้าหมายด้วยอินฟราเรดได้
"This is what western media won't tell you. This is the reason trump is desperate to stop the war.
— Idris (@7signxx) April 2, 2026
Iran should just continue to collect toll from the strait of Hormoz and strengthen their boarders. And military wares because the vultures are likely to strike again."
©hirahealth pic.twitter.com/B0WjNKQUbX
.....
ถาม Google Gemini
จริงหรือไม่ที่เครื่องบินรบมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ถูกทำลายภายใน 4 สัปดาห์
Gemini ตอบว่า
ไม่ใช่แค่ "จริง" เท่านั้น แต่ค่าใช้จ่ายโดยประมาณของทรัพย์สินทางทหารที่สูญหายหรือเสียหายตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ Epic Fury (ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026) นั้นสูงกว่า 1 พันล้านดอลลาร์อย่างมาก
รายงานจากปลายเดือนมีนาคม 2026 ระบุว่า สหรัฐฯ และพันธมิตรสูญเสียยุทโธปกรณ์ทางทหารมูลค่าระหว่าง 1.4 พันล้านถึง 2.9 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์แรกของความขัดแย้งกับอิหร่าน
การสูญเสียเครื่องบินและทรัพย์สินที่สำคัญ
สาเหตุหลักของค่าใช้จ่ายที่น่าตกใจเหล่านี้ ได้แก่ การถูกยิงตก อุบัติเหตุ และการโจมตีด้วยขีปนาวุธหลายครั้ง:
F-15E Strike Eagle: เครื่องบินรบ 3 ลำสูญหายในเหตุการณ์ "ยิงพวกเดียวกันเอง" ที่เป็นข่าวใหญ่เหนือคูเวตในวันที่ 1-2 มีนาคม มูลค่าประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ต่อลำ เหตุการณ์เดียวนี้คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์
เครื่องบินเรดาร์ E-3 Sentry (AWACS): เครื่องบินเรดาร์สำคัญลำนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก (อาจซ่อมแซมไม่ได้) จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่านที่ฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่านในซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 27 มีนาคม เครื่องบินเฉพาะทางเหล่านี้เลิกผลิตแล้ว ทำให้ "มูลค่าทดแทน" ผ่านแพลตฟอร์มใหม่กว่า เช่น E-7 Wedgetail มีมูลค่าเกิน 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-135 Stratotanker: เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงหลายลำสูญหายหรือได้รับความเสียหาย รวมถึงสองลำที่ประสบอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศเหนืออิรักเมื่อวันที่ 12 มีนาคม และอีกห้าลำที่ถูกโจมตีบนพื้นดินระหว่างการโจมตีด้วยขีปนาวุธ
โดรน MQ-9 Reaper: โดรนเหล่านี้มากกว่าสิบสองลำถูกยิงตกโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านหรือถูกทำลายบนพื้นดิน โดยแต่ละลำมีราคาประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ระบบเรดาร์: หนึ่งในรายการที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดคือเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้า AN/FPS-132 มูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในกาตาร์ ซึ่งได้รับความเสียหายจากขีปนาวุธของอิหร่านในช่วงเริ่มต้นของสงคราม
แม้ว่าอิหร่านจะได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่สูงกว่ามาก (ซึ่งคาดการณ์ว่ามีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์) แต่ความแม่นยำและปริมาณของการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านนั้น ประสบความสำเร็จในการพุ่งเป้าทำลายสินทรัพย์ "จุดยุทธศาสตร์สำคัญ" (Chokepoint) ที่มีมูลค่าสูงของสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่ตัวเลขค่าเสียหายที่พุ่งสูงเกินกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์ตามที่คุณได้รับทราบมา