วันอาทิตย์, เมษายน 26, 2569

‘ปิยบุตร’ วิพากษ์ชัดๆ ซัดตรงๆ คดี ‘จริยธรรมนักการเมือง’



‘ปิยบุตร’ วิพากษ์ชัดๆ ซัดตรงๆ คดี ‘จริยธรรมนักการเมือง’

25.04.2026
มติชนสุดสัปดาห์

เปลี่ยนผ่าน | ทีมข่าวการเมือง มติชนทีวี

หมายเหตุ : เนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในรายการ “ประชาธิปไตยสองสี” โดย “อธึกกิต แสวงสุข” (ใบตองแห้ง) ทางช่องยูทูบมติชนทีวี เมื่อต้นเดือนเมษายน

“ตอนนี้ มันกลายเป็นว่า (การผิด) มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ที่ผลิตขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ 2560 จากสิ่งที่โฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นมาตรการปราบโกง กลายเป็นอาวุธทรงพลังอานุภาพของ ‘ผู้ถือใบอนุญาตที่สอง’ ในการคัดเลือกว่าใครควรจะมาเป็นนักการเมือง เป็นผู้แทนฯ เป็นรัฐมนตรีในระบอบนี้”

นี่คือคำอธิบายสั้นกระชับได้ใจความที่ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่และนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ มีต่อประเด็นเรื่อง “การผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง” ซึ่งกลายมาเป็น “เครื่องมือสอยนักการเมือง” ชนิดใหม่ ในรัฐธรรมนูญ 2560

ก่อนที่นักการเมือง-นักนิติศาสตร์ผู้นี้จะลงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า

“ตอนศาลฎีกามาตัดสินนักการเมืองสมัยก่อน ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ มีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แล้วก็มีศาลอุทธรณ์แผนกคดีเลือกตั้ง ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง อันนั้นไปจัดการเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร ใบเหลือง ใบแดง หลังจาก กกต.ประกาศผลเลือกตั้งไปแล้ว

“ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองคือจัดการคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เขาจะมีองค์คณะเฉพาะของเขาเลย

“แต่ (รัฐธรรมนูญ) 2560 เพิ่มมาอีกอันหนึ่งคือ มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ก็คือให้ ป.ป.ช.ชี้ แล้วก็ส่งคำร้องไปที่ศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เขาก็จะเลือกองค์คณะมา

“รอบนี้มันเลยเป็นรอบแปลก อย่างเมื่อก่อนมีกฎหมายวิธีพิจารณาความเขียนเอาไว้ว่า ผู้พิพากษาแต่ละท่านต้องมีคำวินิจฉัยส่วนตน ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมีความเห็นส่วนตน แต่อันนี้เป็นศาลฎีกาที่ถ้าพูดกันตามตรง กฎหมายวิธีพิจารณายังไม่มีออกเลย อาจจะมีการใช้ระเบียบในที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาออกมาเป็นวิธีพิจารณาอะไรก็ว่าไป

“ผมพูดด้วยความเคารพกับบรรดาท่านผู้พิพากษาศาลฎีกา ผมเชื่อว่าท่านผู้พิพากษาศาลฎีกาจำนวนมากก็ไม่ได้อยากมาตัดสินคดีแบบนี้ แต่รัฐธรรมนูญมันบังคับให้เขาตัดสิน

“วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมว่าศาลฎีกายังงงเลยนะ ว่าตกลงแล้ว คดีนี้มันอะไร อย่างพอเป็นคดีอาญานักการเมืองมันยังชัด ผิด 157 ผิดฐานทุจริตคอร์รัปชั่น ผิดฐานรับสินบาทคาดสินบน มีกฎหมายอาญาเขียนอยู่ แต่ไอ้นี่ ‘(ผิด) มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง’ องค์ประกอบความผิดเป็นอะไร?

“บรรดานักกฎหมายที่เรียนหนังสือมาทุกคน สำคัญที่สุดคือ เวลาคุณจะตัดสินใครและลงโทษใคร มันต้องมีองค์ประกอบความผิด แต่ ณ วันนี้ ยังไม่รู้เลยว่าองค์ประกอบความผิดของ ‘มาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง’ คืออะไร?”

ก่อนที่ปิยบุตรจะฉายภาพให้เห็นแบบชัดๆ ว่า ในระยะยาว เครื่องมือสอยนักการเมืองประเภทนี้ จะเซาะกร่อนบ่อนทำลายสังคมการเมืองไทยอย่างไร

“จริงๆ ผมก็อยากจะเห็นสักครั้ง ผมไม่เห็นด้วยกับที่มีมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงอย่างนี้หรอกนะ แต่ดูสิครับ (กฎหมายบังคับ) ใช้กับทุกองค์กร แต่มีแต่นักการเมืองโดนสอย นักการเมืองจากการเลือกตั้งด้วยที่โดนสอย ผมอยากดูว่ามีผู้พิพากษา ศาล อัยการ มีองค์กรอิสระไหม? หรือแม้กระทั่ง ส.ว.แต่งตั้งชุดที่แล้ว มันมีไหม? ไม่มีเลย

“ปัญหาคือระบบตรวจสอบเป็นสิ่งที่ต้องมี ในประเทศที่ปกครองแบบเสรีประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่าหมายถึงเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้ มันต้องมีระบบการตรวจสอบ ถูกต้อง แต่การตรวจสอบ เขามีเอาไว้ตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น มันไม่ใช่มีเอาไว้จัดการนักการเมืองที่คุณไม่ชอบ ทุกวันนี้มันเป็นการจัดการนักการเมืองที่พวกคุณไม่ชอบ

“ในขณะเดียวกัน เวลาพวกคุณรณรงค์โฆษณาชวนเชื่อ คุณก็ง่าย ประเทศนี้ใครด่านักการเมือง ใครตำหนินักการเมือง ถูกเสมอ เพราะนักการเมืองมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ก็จริง แต่เวลาพูดจาวิพากษ์วิจารณ์นักการเมืองนี่ มันง่ายที่สุดกว่าการวิจารณ์องค์กรอื่น

“แล้วเวลาบอกว่า (ควร) ยกเลิกมาตรฐานจริยธรรม คนก็โวยวาย เฮ้ย จะให้นักการเมืองไม่มีจริยธรรมเหรอ? คือเทียบกันโดยที่ไม่ได้ดูเนื้อหารายละเอียดเลย ว่ามันถูกเอาไปใช้เป็นเครื่องมือในการคัดเลือกนักการเมืองที่ ‘เจ้าของใบอนุญาตที่สอง’ ให้ความเห็นชอบว่าคุณเหมาะสมควรเป็นหรือไม่ควรเป็น

“ไม่ต้องอื่นใด กรณีพวกผม ผมถูกตัดสิทธิ์ 21 กุมภาพันธ์ 2563 มีเสียงพี่น้องประชาชนคนสนับสนุนเราจำนวนมากก็พูด ตอนนี้ปี 2569 แล้ว อีก 4 ปีเอง รอวันกลับมา เดี๋ยวมันก็หาเรื่องจริยธรรมได้อีกครับ ถ้ามันยังอยู่แบบนี้

“สมมุติผม คุณธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ) หรือวันหน้าคุณพิธา (ลิ้มเจริญรัตน์) คุณชัยธวัช (ตุลาธน) พ้นโทษ 10 ปี เกิดมาลงสมัครรับเลือกตั้ง เดี๋ยวมันก็จะต้องมี ‘นักร้อง’ ไปร้องอีกว่า การกระทำในอดีตที่ผ่านมาของคุณฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

“เพราะฉะนั้น วันข้างหน้านักการเมืองไทยที่มาจากการเลือกตั้งก็จะถูกบีบให้วงมันแคบลงเรื่อยๆ แล้วเราลองดูประวัติศาสตร์ถอยหลังกลับไป เอาปี 2550 หลังรัฐประหาร 2549 เราไล่มาเรื่อยๆ วงมันค่อยๆ เล็กลง เล็กลง เล็กลง

“จากเมื่อก่อนเข้าชื่อเสนอกฎหมายแก้ไข 112 ได้ แล้วสะดุดโดยประธานสภาฯ ไม่บรรจุ จำได้ไหมตอนปี 2555 ประธานสภาฯ ตีตก บอกไม่เข้าเกณฑ์หมวด 3 เรื่องสิทธิเสรีภาพ ร่างนี้ก็ไปไม่ถึงฝั่ง

“แต่ตอนนี้มันพัฒนาการขึ้นมาเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ว่า อ๋อ เอ็งมี ส.ส.เหรอ แล้วเอ็งเสนอได้เหรอ เอ็งกล้าเสนอเหรอ ดังนั้น ถ้าเอ็งเสนอออกมา ก็ไม่บรรจุ ประธานก็ดึงไปดึงมา

“อย่ากระนั้นเลย ระแวดระวังว่าในอนาคตเกิดพวกมันชนะเลือกตั้งอีก แล้วพวกมันเป็นประธานสภาฯ ด้วย มันก็บรรจุวาระแก้ 112 เข้าสภาได้สิ ตัดไฟมันแต่ต้นลมดีไหม ก็เอาไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ยุบพรรคตัดสิทธิ์ เพื่อให้เกิดแนวบรรทัดฐาน แล้วหลังจากนั้น เกิดอะไรขึ้นอีก ก็จะเล่นจริยธรรม ซึ่งกำลังโดนอยู่นี่ ถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต

“ทั้งหมดเพื่อจะบอกว่า กฎหมายแบบนี้ห้ามเสนอ โดยที่ไม่มีมาตราอะไรห้ามในรัฐธรรมนูญ แต่ทุกคนจะเกิดความรู้สึกแล้วว่า อย่าไปยุ่ง ยุ่งแล้วจะซวย

“แล้วต่อไป นักการเมืองไทยก็จะแคบลง แคบลง แคบลง แคบลง จากนักการเมืองผู้มาจากการเลือกตั้งที่รับอาณัติจากประชาชน มาคิดมาอ่านทำอะไรต่างๆ ทั้งในทางเศรษฐกิจในทางการเมือง ก็จะถูกบีบบังคับให้นักการเมืองกลายเป็น ‘เจว็ด’ ทำแต่เรื่องปัดกวาดเช็ดถู และเอาตัวรอดไปวันๆ เพื่อหาเศษหาเลยกับงบประมาณแผ่นดิน

“แล้วคนไทยก็จะเกลียดนักการเมืองต่อไป”

https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_892263


ประชาธิปไตย2สี Iปิยบุตร แสงกนกกุล I 2 น้อยไป 2 มากไปDilemma พรรคส้ม Vs จริยธรรม “ผิดปกติใหม่”

https://www.youtube.com/watch?v=vTJ-SVdml9k