วันเสาร์, เมษายน 25, 2569

การปรับเปลี่ยนคาแรคเตอร์ของการกดปราบในปัจจุบันของไทย คือเป็นการปราบปรามแบบทอดระยะ ที่รูปแบบการปราบราม ถูกซอยย่อยกระบวนการออกเป็นส่วน ๆ มีการกดและผ่อน ตัดเฉือนที่ละเล็ก จนสิ้นสุดกระบวนการ


เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ - Seksit Yaemsanguansak
7 hours ago
·
การปรับเปลี่ยนคาแรคเตอร์ของการกดปราบในปัจจุบัน
.
ในระยะหลายปีที่ผ่านมา คาแรคเตอร์ของการปราบปรามทางการเมืองในช่วงหลัง ๆ มีลักษณะที่เปลี่ยนไป คือแทนที่จะเป็นการกดขี่ปราบปรามแบบรวมเดียวจบในระยะเวลาอันสั้น กลายเป็น ‘การปราบปรามแบบทอดระยะ’ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ใช้ได้ดีกับการปราบปรามโดยกฎหมาย
.
กล่าวคือ แต่เดิมการปราบปรามฝ่ายเห็นต่าง มักถูกพยายามทำให้เป็นกระบวนการที่จบลงอย่างรวดเร็ว จากจุดเริ่มต้น จนถึงบทสรุป มักใช้เวลาไม่นาน เป็นการกดบีบอย่างหนักหน่วงรวดเดียว และบ่อยครั้งมักเป็นกระบวนการที่มาพร้อมการความรุนแรงทางตรง อย่างในช่วงหลังปี 49 ทว่า ผลที่ตามมามักก่อให้เกิดแรงโต้กลับมหาศาลจากสังคม
.
ทว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาแรคเตอร์ของการปราบปรามดูจะมีการปรับตัวของรูปแบบที่น่าสนใจ คือเป็นการปราบปรามแบบทอดระยะ ที่รูปแบบการปราบราม ถูกซอยย่อยกระบวนการออกเป็นส่วน ๆ มีการกดและผ่อน ตัดเฉือนที่ละเล็ก จนสิ้นสุดกระบวนการ ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนต่อขยายของการปราบปรามแบบปรับระดับ (calibrated repression) ซึ่งเป็นหนี่งในการปรับตัวผ่านประสบการณ์ของฝ่ายอำนาจนิยมในหลายประเทศ
.
ลักษณะดังกล่าว ไม่ใช่แต่เฉพาะกรณี ตัดสิทธิ์ 44 สส. ที่เป็นกระบวนการต่อเนื่องมาตั้งแต่การตัดสินโดยศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการเสนอแก้ไข 112 เป็นการล้มล้างการปกครอง ทว่ายังรวมไปถึงกรณีการจับปล่อย ๆ ของผู้ต้องหาคดีการเมืองนับจากการเคลื่อนไหว 2563 เป็นต้นมาด้วย
.
การปราบปรามแบบทอดระยะเป็นการใช้เวลาเป็นอาวุธ เป็นการทำให้อารมณ์ความรู้สึกไม่พอใจทางสังคมถูกหน่วงไว้ รวมถึงบางครั้งถูกระบายออกระหว่างทาง ทำให้ผลลัพธ์สุดท้ายถูกอ่านได้ตั้งแต่ในช่วงแรก จนนำไปสู่ความชาชินเมื่อผลลัพธ์สุดท้ายมาถึง
.
ภายใต้รูปแบบการปราบปรามนี้ โจทย์ที่สำคัญอย่างยิ่งคือ จะยังคงความรู้สึกอดรนทนไม่ได้ให้ดำรงอยู่ได้อย่างไร เมื่อต้องเผชิญกับรูปแบบของการกดขี่ปราบปรามทางการเมืองที่เปลี่ยนไปนี้

https://www.facebook.com/photo/?fbid=122123649855177616&set=a.122097501951177616