ช่วงนี้เห็นได้ว่าพรรคส้มหงอยลงไปถนัดตา จะเพราะความผิดพลาดที่ตัดสินใจโหวตให้ ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ .๐๑ สี่เดือนแล้วมาต่อ ๔ ปี ก็เป็นได้ แม้นว่าผู้เขียนนี้คิดว่าเข้าใจการตัดสินใจครั้งนั้น มันเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอีกอย่างในสถานการณ์
โดยมีประเด็นคดี ๔๔ สส.จ่อคอหอยอยู่ และข้อตกลงปักเสาเข็มแก้ไขรัฐธรรมนูญพอวาดหวังได้ ทั้งรู้ๆ ว่าใครสั่งให้พรรคนั้นมาเป็นรัฐบาล ย่อมต้องเป็นทางเลือกมากกว่าพรรคที่เปลี่ยนใจยื่นมือให้เมื่อวินาทีสุดท้าย จนมาพิสูจน์อีกด้วยว่า
การพ่ายแพ้ ๓๐ คะแนนเสียงแสดงถึงความแรงของ ‘สีน้ำเงิน’ แต่การเปลี่ยนแปลงที่ตามมาภายในพรรคส้ม ด้วย ‘Grand compromises’ “เพื่อดึงเสียงโหวตให้กว้างขวางขึ้น” ดูแล้วน่าจะไม่ได้ผลมากนัก แต่การปรับตำแหน่งแห่งหนตัวบุคคล ต้องรอการพิสูจน์
การประชุมใหญ่ของพรรคในวันที่ ๒๔-๒๖ เมษานี้ จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารหลายคน คือ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค แทนที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ขยับไปเป็นเลขาธิการ แทน ศรายุทธ์ ใจหลัก ที่ลาออก
นอกนั้น ภคมน หนุนอนันต์ ขึ้นเป็นโฆษกพรรค ควบผู้นำภาคใต้ แทน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ที่ย้ายไปเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน ขณะผู้นำภาคเหนือตอนบน คือ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ตอนล่าง ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ อีสาน วีรนันท์ ฮวดศรี
ระหว่างนี้มีผู้หวังดีบางคนพยายามติติง บ้างถือวิสาสะสั่งสอน หนึ่งในกัลยาณมิตรเหล่านั้นเขียนข้อความร่ายยาวบนเฟชบุ๊ค น่ารับฟังทีเดียว คือ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ ‘ไอลอว์’ ในหัวข้อ “ให้กำลังใจพรรคสีส้ม กล้าเป็นตัวของตัวเอง...
ถ้าการปฏิรูปเรื่องยากๆ ที่อ่อนไหวทั้งหลายยังเป็นสิ่งที่คนของพรรคสีส้มเชื่อมั่นอยู่ในใจ...ยังเชื่อแตกต่างไปจากกระแสหลักที่พรรคการเมืองอื่นๆ พยายามจะเดินหน้าไปอยู่...ถ้าเรื่อง ๑๑๒ จะไม่พูดเพราะกลัวโดนยุบพรรคอันนั้นก็ยกไว้เป็นอีกปัญหาหนึ่ง”
แต่เรื่องเกี่ยวกับ สว.ชุดนี้ ที่มาจากการโกงการเลือกเข้ามาแล้วจะดับคดีตัวเอง รวมถึงบทบาทขององค์กรอิสระ กกต. ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ คนเห็นร่วมกันเป็นต้นทุนเดิมแล้วว่า มันพังไปหมด” ต้อง “จับจุดนี้มาขายให้โดดเด่น”
แล้ว “หากเลือกที่จะไม่พูดอีกหลายเรื่องที่มีความเห็นหลากหลาย ไม่กล้าแตกต่างให้มันโดดเด่น เพื่อหวังจะได้คะแนนเสียงจากฝ่ายอื่นๆ บ้าง หวังว่าพอชนะแล้วจะประนีประนอมพูดจากันได้บ้าง” ‘เป๋า’ ไอลอว์ว่านี่คือไม่เป็นตัวของตัวเองแล้วละ
