วันพุธ, เมษายน 29, 2569

7 เครือข่ายภาคประชาชนประณามรัฐบาลไทยผูกมิตร “มินอ่องหล่าย”ระบุสะท้อนบรรทัดฐานทางจริยธรรมที่ยอมรับอาชญากรโหด


สำนักข่าวชายขอบ
April 23
·
7 เครือข่ายภาคประชาชนประณามรัฐบาลไทยผูกมิตร “มินอ่องหล่าย”ระบุสะท้อนบรรทัดฐานทางจริยธรรมที่ยอมรับอาชญากรโหด
-------------
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 มูลนิธิร่วมมิตรไทยพม่า คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) คณะทำงานสันติภาพโลก มูลนิธิวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย และเครือข่ายภาคประชาสังคมไทย ได้ออกแถลงการณ์กรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะ ได้เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา ณ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงเนปิดอว์ ในโอกาสการเดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาอย่างเป็นทางการ นั้นว่า ขอแสดงความเป็นกังวลอย่างยิ่ง ต่อท่าทีที่รัฐบาลไทย ที่แสดงออกต่อ พลเอกอาวุโส มิน อ่องหล่ายโดยระบุว่า ตามที่เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569

แถลงการณ์ระบุว่า พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย และคณะ ได้ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กลั่นแกล้งจับกุมคุมขังและดำเนินคดีนางอองซาน ซูจี และผู้นำรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง อีกทั้งยังใช้กำลังจับกุม คุมขัง ทำร้าย ซ้อมทรมาน บังคับเกณฑ์ทหาร และก่ออาชญากรรมเข่นฆ่าประชาชนชาวเมียนมาอย่างโหดร้ายทารุณโดยมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์มากมาย ไม่เว้นแม้กระทั้งในช่วงภาวะวิกฤตหลังเกิดแผ่นดินไหวที่ยังคงปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายพลเรือน โรงเรียนและโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขจากสหประชาชาติชี้ว่า มีผู้เสียชีวิตหลังเกิดรัฐประหารในเมียนมากว่า 5,000 คน

แถลงการณ์ระบุว่าพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย และคณะ ไม่ใช่ผู้นำประเทศหรือตัวแทนของประชาชนเมียนมาโดยชอบธรรม เป็นแต่เพียงอาชญากรที่ถูกศาลอาญากลางแห่งประเทศอาร์เจนตินาออกหมายจับตามหลักเขตอำนาจสากล อีกทั้งการกระทำความความผิดต่อชาวโรฮิงญาอยู่ระหว่างการดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) โดยเมื่อ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2024 หัวหน้าอัยการศาล ICC ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาเพื่อขอออกหมายจับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติไว้แล้ว

“พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ได้รับการประณามว่าเป็นผู้นำกองทัพอันธพาล ทำให้สถานการณ์ในเมียนมา เข้าสู่ภาวะรัฐล้มเหลว จากการยึดอำนาจรัฐประหาร ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม และใช้ความรุนแรง สังหารประชาชนด้วยกระสุนจริง และหน่วยลอบสังหารสไนเปอร์ เป็นการกระทำอย่างโหดร้ายไร้มนุษยธรรม ต่อประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ทำให้ผู้นำกองทัพเมียนมา คือ ฆาตกรในเครื่องแบบ ทำลายเกียรติภูมิของกองทัพอย่างสิ้นเชิง ด้วยการละเมิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมพื้นฐาน”แถลงการณ์ระบุ
แถลงการณ์ระบุว่า รัฐประหารของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ทำให้เมียนมาต้องเผชิญกับ “วิกฤตหลายมิติ” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งมีทั้งการล่มสลายทางเศรษฐกิจ ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรง ภัยพิบัติทางสภาพอากาศที่ซับซ้อน และปัญหาความยากจน ซ้ำเติมปัญหาผู้อพยพที่ล้นทะลักเข้ามาในไทย การที่รัฐบาลไทยมีท่าทียอมรับพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ในฐานะผู้นำประเทศ ที่มาจากการเลือกตั้งจอมปลอม ที่นานาประเทศไม่ให้การยอมรับการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยการที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย เดินทางไปเยี่ยมคารวะย่อมแสดงให้เห็นถึงบรรทัดฐานทางจริยธรรมของรัฐบาลไทยที่ยอมรับอาชญากรที่ใช้ความโหดร้ายป่าเถื่อนเข่นฆ่าประชาชน เป็นบรรทัดฐานที่ไร้ซึ่งศีลธรรม มนุษยธรรม นิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน ดังที่โลกกำลังเผชิญอยู่กับวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ผู้นำอิสราเอล นายเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ได้กระทำต่อชาวปาเลสไตน์ และกำลังขยายการเข่นฆ่าที่ทารุณโหดร้ายที่อาจนำไปสู่สงครามโลก ด้วยการทำสงครามกับอิหร่าน

“พวกเราขอประฌามรัฐบาลไทย และขอให้คำนึงหลักหลักนิติรัฐ (Legal State) หลักนิติธรรม (Rule of Law) หลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน และที่สำคัญที่สุดคือหลักมนุษยธรรมในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เมียนม่า”แถลงการณ์ ระบุ

สำนักข่าวชายขอบ
https://transbordernews.in.th/home/?p=45926

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1615037837293685&set=a.504230311707782