อ่า ‘แลนด์บริดจ์’ โครงการตัดถนนและวางรางรถไฟเชื่อมสองฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ระหว่างชุมพรไประนอง เพื่อเปิดช่องทางส่งออกสินค้าสู่ประเทศตะวันตก โดยไม่ต้องอ้อมช่องมะละกา แล้วจะทำให้ไทยได้ผลประโยชน์มหาศาล
นั่นคือเป็นเส้นทางส่งผ่านสินค้าระหว่างโลกตะวันออก (จีนเป็นหลัก) กับตะวันตก (ยุโรป) แทนช่องมะละกา มีศักยภาพเสมือนขุดคอคอดกระ แต่ไม่ต้องตัดแบ่งดินแดน จนทำให้เกิดความรู้สึกด้ามขวานหาย หรือสูญเสียแหล่งแร่พลวงอันทรงค่า
รัฐบาลอนุทินคว้าเรื่องนี้มาทำอีก หลังจากที่หกคะเมนเท้งเต้งไปไม่เป็นท่าในยุค คสช. หลังจากผลการวิจัยของจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยลงความเห็นว่าได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากต้นทุนจะสูงมาก ไหนจะต้องเวรคืนที่ดิน ซึ่งตอนนั้นแพลมๆ ว่าเจ้าของที่ป่ารายใหญ่หวง
แล้วยังการก่อสร้างต้องการทุนมหาศาลอยู่ ตอนนั้นแค่ ๕ แสนล้านกว่าๆ ตอนนี้ล้านล้านเป็นอย่างน้อย รัฐบาลอนุทินวาดหวังว่าจะมีเอกชนต่างชาติสนใจมาลงทุนกัน เพราะเมื่อครั้งก่อนมีทั้ง จีน ญี่ปุ่น อเมริกา ซาอุดิอาระเบีย และอาหรับเอมิเรตส์สนใจ
แม้กระทั่งเมื่อปี ๒๕๕๑ “บริษัท ดูไบเวิลด์จากเอมิเรตส์ได้แสดงความสนใจที่จะลงทุนในโครงการนี้ โดยได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ สนข. เป็นผู้สนับสนุนเงินว่าจ้างบริษัทจากเนเธอร์แลนด์ ให้ทำการศึกษาความเป็นได้ของโครงการ”
แต่แล้วสุดท้ายทำไมไม่มีใครเอาจริงสักราย “โครงการก็ไม่เกิดขึ้น คำถามจึงยังค้างอยู่ “ที่เงียบไป เพราะไม่คุ้มทุน ใช่หรือไม่” ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ตั้งคำถามนี้ โดยยกเอางานวิจัยของจุฬาฯ เป็นฐานความคิด
ทั่นว่า “จะทำให้เสียเวลานานมาก” จากการขนสินค้าขึ้นรถบรรทุกหรือรถไฟจากฝั่งชุมพรไปยังฝั่งระนอง เวลาขนขึ้นขนลงแต่ละฝั่ง “เวลาที่เสียไปกับการขนถ่าย อาจ ‘มากกว่า’ เวลาที่ประหยัดได้จากการไม่อ้อมช่องแคบมะละกา”
แล้ว “ต้นทุนก็มีแนวโน้มสูงขึ้น ไม่ใช่ลดลง” ตานี้ทำไง พอดี๊ พอดี ทั่นเลขา สภาพัฒน์ฯ คนปัจจุบันชิงออกมาบอกว่า โน โน ไม่ใช่นะ สภาพัฒน์ฯ ไม่เคยศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์เลยสักนิด โดยไม่อธิบายว่าทำไมใครต่อใครพูดถึงงานวิจัยจุฬาฯ ว่าสภาพัฒฯฯ สั่งให้ทำ
นายดนุชา พิชยนันท์ เบี่ยงไปบอกว่าตอนนั้นมี ๓ งานโครงการ คือ คลองไทย แลนด์บริดจ์ และ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor คลองไทยนั้นห่วยสุดไม่คุ้มเลย แลนด์บริดจ์รองลงไป และก็ไม่คุ้มเหมือนกัน
จะให้ดีต้อง ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมี “พื้นที่อุตสาหกรรมด้วย เป็นอุตสาหกรรมเบาหรืออะไรที่เป็นการเกษตร ในพื้นที่ก็จะมีประโยชน์มากกว่า” แต่ก็ยังโยงไปถึงเรื่องที่น่าทำที่สุด คือการมีท่าเรือน้ำลึกที่ระนองเปิดเบิ่งไว้เสียก่อน
ดร.สามารถพูดตรงกัน ว่าถ้า “แลนด์บริดจ์ไม่ไปต่อ ผมขอเสนอท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน” ว่ารองรับสินค้าจากทุกภาคของไทยออกทะเลมหาสมุทรอินเดียสู่ตะวันออกกลาง อาฟริกา และยุโรป เปิดประตูให้สินค้าจีนผ่านในระยะทางสั้นกว่ามะละกา
น่าจะดีที่สุดถ้าไม่ชอบเสียหน้า ที่จะต้องยุบโครงการ...
ก่อนจากกัน ฝากข้อความจากอดีตประธานสภา ‘หมออ๋อง’ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ไว้หน่อย แกบอก “เวลารัฐบาลจะโกง ไม่มีทำโครงการตรงๆ หรอกครับ มันต้องมาในหน้าปกของความเจริญ ความก้าวหน้าทั้งนั้น ต้องดูไส้ในนะครับ”
นอกเรื่องนิดนึง แต่โปรดตามอ่านที่นี่ https://www.facebook.com/padipat.ong/posts/U5mBUN26
(https://www.matichon.co.th/economy/news_5696410 และ https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/LMZf1Nww)
