วันพฤหัสบดี, เมษายน 23, 2569

ข่าวดี ! ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ว่า กลุ่มผู้ประท้วงหญิง 8 คน ซึ่งมีกำหนดจะถูกประหารชีวิตในคืนนี้ที่ประเทศอิหร่าน จะไม่ถูกประหารชีวิตอีกต่อไป โดย 4 คนจะได้รับการปล่อยตัวทันที และอีก 4 คนจะถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาหนึ่งเดือน นักการทูตในกรุงอิสลามาบัดมองว่าเป็นยุทธวิธีในการลดความตึงเครียด เพื่อช่วยให้การเจรจาสันติภาพยังคงดำเนินต่อไปได้








https://x.com/nicksortor/status/2046998963455238148

ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ว่า กลุ่มผู้ประท้วงหญิง 8 คน ซึ่งมีกำหนดจะถูกประหารชีวิตในคืนนี้ที่ประเทศอิหร่าน จะไม่ถูกประหารชีวิตอีกต่อไป

โดย 4 คนจะได้รับการปล่อยตัวทันที และอีก 4 คนจะถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาหนึ่งเดือน

“ผมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่อิหร่านและผู้นำของประเทศ ได้ให้เกียรติและตอบรับคำร้องขอของผมในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ด้วยการยกเลิกแผนการประหารชีวิตดังกล่าว ขอขอบคุณที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้!”

การประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์ถือเป็นจุดเปลี่ยนทางการทูตที่น่าจับตามอง ท่ามกลางการเจรจาต่อรองที่มีเดิมพันสูงซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในกรุงอิสลามาบัด ความคืบหน้านี้สืบเนื่องมาจากคำร้องขอโดยตรงของเขาผ่านทางแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวานนี้ ซึ่งเขาได้เรียกร้องให้ผู้นำอิหร่านไว้ชีวิตกลุ่มผู้หญิงเหล่านี้ เพื่อแสดงออกถึง "ความจริงใจ" ก่อนที่การเจรจาอย่างเป็นทางการจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

รายละเอียดของการประกาศ

อ้างอิงจากถ้อยแถลงล่าสุดของประธานาธิบดี การประหารชีวิตที่มีรายงานข่าวออกมา—ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนเกรงว่าจะมีกำหนดเกิดขึ้นในคืนนี้—ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

การปล่อยตัวทันที: ผู้หญิงจำนวน 4 คนจะได้รับการปล่อยตัวจากการควบคุมตัวในวันนี้

การลดหย่อนโทษ: ผู้หญิงที่เหลืออีก 4 คนจะถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลาหนึ่งเดือน แทนที่จะต้องเผชิญกับโทษประหารชีวิต

ปฏิกิริยาของทรัมป์: ประธานาธิบดีได้นำเสนอความเคลื่อนไหวนี้ว่าเป็นความสำเร็จส่วนตัว โดยระบุว่า "ผมรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่อิหร่านและผู้นำของประเทศ ได้ให้เกียรติและตอบรับคำร้องขอของผม... นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเจรจาของเรา!"

บริบทของความขัดแย้ง

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งสำหรับปฏิบัติการ "Epic Fury" และสถานการณ์ความตึงเครียดทางทะเลที่ยังคงดำเนินอยู่

การขยายเวลาหยุดยิง: ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทรัมป์ได้ประกาศขยายเวลาการหยุดยิงของสหรัฐฯ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยแสดงความจำนงที่จะกลับมาใช้มาตรการกดดันทางทหารอีกครั้ง หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้

การประชุมสุดยอดที่อิสลามาบัด: การปล่อยตัวกลุ่มผู้หญิงเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นชัยชนะในขั้นตอน "ก่อนการเจรจา" สำหรับคณะผู้แทนสหรัฐฯ ในขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวเพื่อเข้าพบกับตัวแทนจากอิหร่าน เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอสันติภาพ 10 ประการ และประเด็นการเปิดเส้นทางสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

รายงานที่ขัดแย้งกันจากกรุงเตหะราน

ในขณะที่ทำเนียบขาวกำลังเฉลิมฉลองเหตุการณ์นี้ว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญทางการทูต แต่ฝ่ายตุลาการของอิหร่าน (ผ่านทางสำนักข่าว Mizan Online) กลับนำเสนอเรื่องราวในมุมที่แตกต่างออกไป โดยพวกเขาอ้างว่าผู้หญิงบางคนในกลุ่มดังกล่าวได้รับการปล่อยตัวโดยการวางเงินประกันตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว (เช่น ดร. Golnar Naraqi) และปฏิเสธว่าไม่มีผู้หญิงคนใดในกลุ่มทั้ง 8 คนต้องเผชิญกับโทษประหารชีวิตจริง พร้อมทั้งกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ถูกทำให้เข้าใจผิดโดย "ข่าวปลอม" (Fake News) แม้จะมีความเห็นต่างเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดั้งเดิม แต่การลดหย่อนโทษและการปล่อยตัวผู้ถูกคุมขังนั้น กลับถูกมองอย่างกว้างขวางโดยผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศว่า เป็นความพยายามที่จะช่วยลดความตึงเครียดลงก่อนที่จะมีการเจรจารอบถัดไป
.....

ภูมิหลังของบุคคลทั้งแปดนี้มีความหลากหลาย ประกอบด้วยนักเคลื่อนไหวที่มีประวัติชัดเจน ผู้ประกอบวิชาชีพ และพลเมืองทั่วไป ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการลุกฮือประท้วงในอิหร่านเมื่อเดือนมกราคม ปี 2026 แม้รัฐบาลอิหร่านจะพยายามลดทอนความร้ายแรงของข้อกล่าวหาที่พวกเขากำลังเผชิญลง แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศหลายกลุ่มก็ได้ติดตามความคืบหน้าของคดีเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

มีรายงานว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวประกอบด้วยผู้หญิง 6 คน และเด็กสาววัยรุ่นอีก 2 คน ต่อไปนี้คือข้อมูลที่ทราบเกี่ยวกับบุคคลบางส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกลุ่มนี้:

**ข้อมูลโปรไฟล์สำคัญ**

**Bita Hemmati:** น่าจะเป็นชื่อที่มีความโดดเด่นและเป็นที่จับตามองมากที่สุดในกลุ่มนี้ มีรายงานข่าวอย่างกว้างขวางว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ถูกตัดสินประหารชีวิตจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงในปี 2026 เธอถูกจับกุมตัวในกรุงเตหะรานพร้อมกับสามีของเธอ คือ Mohammadreza Majid-Asl และเพื่อนบ้านอีกหลายคน กลุ่มสิทธิมนุษยชน (เช่น HRANA) ตั้งข้อสังเกตว่าเธอถูกกล่าวหาว่า "ใช้ความรุนแรงระหว่างการชุมนุม" แม้ว่าผู้สนับสนุนของเธอจะยืนยันว่าเธอเป็นเพียงผู้ประท้วงโดยสันติก็ตาม

**Dr. Golnar Naraqi:** แพทย์ประจำห้องฉุกเฉิน มีรายงานระบุว่าเธอถูกจับกุมเนื่องจากให้การรักษาผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงที่เหตุการณ์ความไม่สงบในเดือนมกราคมกำลังทวีความรุนแรงสูงสุด สิ่งที่น่าสนใจคือ กลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มตั้งข้อสังเกตว่าเธออาจได้รับการประกันตัวออกมาแล้วในช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการที่ชื่อของเธอปรากฏอยู่ใน "รายชื่อผู้ถูกประหารชีวิต" นั้น อาจเป็นประเด็นที่มีความขัดแย้งกันระหว่างข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ กับคำแถลงของฝ่ายอิหร่าน

**Venus Hossein Nejad:** สมาชิกผู้นับถือศาสนาบาไฮ (Baha'i) ซึ่งเป็นกลุ่มชนกลุ่มน้อยที่มักตกเป็นเป้าหมายของการคุกคามในอิหร่าน เช่นเดียวกับ Dr. Naraqi มีรายงานว่าเธอเพิ่งได้รับการประกันตัวออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ยังคงตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามที่จะถูกตัดสินลงโทษอย่างรุนแรง ก่อนที่จะมีการเข้าแทรกแซงจากประธานาธิบดี

**"กลุ่มผู้ประท้วงวัยรุ่น":** กลุ่มนี้ประกอบด้วยเยาวชนอายุไม่ถึงเกณฑ์บรรลุนิติภาวะ 2 คน ซึ่งปรากฏภาพอยู่ในรูปถ่ายที่เหล่านักเคลื่อนไหวได้นำมาเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ ตัวตนของพวกเขาได้รับการปกปิดข้อมูลไว้อย่างแน่นหนาเพื่อเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย แต่มีรายงานว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมที่นำโดยกลุ่มเยาวชนในย่านมหาวิทยาลัยของกรุงเตหะราน

**ข้อกล่าวหาต่างๆ**
ผู้หญิงส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้ถูกควบคุมตัวภายใต้ข้อกล่าวหาที่มักถูกนำมาใช้เล่นงานผู้เห็นต่างทางการเมืองในอิหร่าน อาทิ:

**Moharebeh** ("ความเป็นศัตรูต่อพระเจ้า"): ข้อกล่าวหาที่มักมีบทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิต

**Efsad-fel-Arz** ("การสร้างความเสื่อมเสียบนโลก"): ข้อกล่าวหาที่มักถูกนำมาใช้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าจัดกิจกรรมต่อต้านรัฐบาล

(Google Gemini ช่วยรวบรวม)