‘ทรั้มพ์’ น่าจะถึงที่สุดของความระห่ำได้แล้ว จะว่าสร้างสถานการณ์สำหรับฤดูเลือกตั้ง ‘มิด-เทอม’ ก็น่าจะไม่ได้ผล เพราะตั้งแต่ก่อสงครามกับอิหร่านมา จัดว่าล้มเหลวสำหรับประธานาธิบดีเกือบสิ้นเชิง ไม่มี ‘เพื่อน’ ที่ไหนเอาด้วย
นี่ก็ก่อสงครามการค้ากับแคนาดาอีก ควรตื่นจากฝันเพ้อ เมื่อ สตี๊ฟ ฟ้อร์บ ประธาน ‘ฟ้อร์บ’ บรรษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกา ซึ่งให้การสนับสนุนทรั้มพ์มาแต่ไหนแต่ไร ออกมาเตือนทรั้มพ์ว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการตั้งกำแพงภาษีศุลกากร ๕๐% แก่แคนาดา
เขาตอบข้อซักถามในรายการข่าวธุรกิจช่องฟ็อกซ์ ว่าประเทศทั้งสองต่างต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันทางการค้าอย่างยิ่ง “ว่ากันตามจริงในเรื่องเสียดุลการค้า” เขาบอก “มันหนักหนาจาก น้ำมัน ‘ดิบ’ ที่เรานำเข้าจากแคนาดาเพื่อเอามาป้อนโรงกลั่น
เพราะจะไปใช้น้ำมันดิบจากที่อื่นก็ไม่ได้” เจ้าของฟ้อร์บอธิบายต่อว่า “ถ้าไม่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบละก็ ใครที่ใส่ใจมากนักกับเรื่องดุลการค้า” อเมริกาก็จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ สตี๊ฟเตือนว่าต้องหาทางกดนโยบายนี้ลงเสียบ้าง ไม่งั้นจะก่อให้เกิดความไม่เสถียร
“ความไม่แน่นอนเป็นผลร้ายต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุน” แต่สำหรับทรั้มพ์คงไม่ใส่ใจหลักวิชาการอย่างนั้น เขาเอาแต่กล่าวหาแคนาดาว่า ‘ขูดรีด’ (ripping off) “เราไม่ต้องการแคนาดา” แล้วยังผรุสวาทถ้อยคำหยามหมิ่นไม่หยุดยั้ง
กล่าวหาแคนาดาว่าเจรจาด้วยยากเย็น เป็นคนเลว ทั้งที่การเจรจาสองฝ่ายที่ดำเนินมาต้องหยุดยั้งลงด้วยประเด็นที่แคนาดาเรียกร้องให้ผู้ประกอบการผลิตเครื่องอุปโภคของอเมริกา เขียนวิธีใช้กำกับเป็นสองภาษา ทั้งอังกฤษและฝรั่งเศส
แต่ฝ่ายสหรัฐยืนกรานไม่ยอม ทั้งที่ฝ่ายแคนาดาแจ้งว่าประเทศของเขาก่อตั้งมาด้วยเสาหลักชนสองภาษา จะมีเพียงอังกฤษอย่างเดียวย่อมสร้างความไม่เท่าเทียมขึ้น และเป็นธรรมดาในเมื่อแคนาดาไม่ใช่ประเทศเล็ก ย่อมมีทั้งส่วนที่บู๊และบุ๋น
นอกเหนือจากจุดยืนร่วมที่จะตอบโต้กำแพงภาษีจากสหรัฐ ด้วยกำแพงทีสูงทัดเทียมกัน พวกเขาเรียกว่า “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” อัตราศุลกากรใหม่ของแคนาดาต่อสหรัฐจะมีสูงสุด ๕๐% เช่นกัน ได้แก่สินค้าเหล็กอลูมินัม รถยนต์ และไม้
มูลค่าทั้งหมดของภาษีศุลกากรชุดตอบโต้อเมริกาอยู่ที่ ๒๘,๐๐๐ ล้านดอลลาร์แคนาดา เท่ากับ ๒๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ทรั้มพ์ประกาศพอดี พร้อมด้วยถ้อยแถลงจาก ดั๊ค ฟอร์ด นายกฯ ของแคว้นออนทาริโอว่าอาจจะมีการงดขายไฟฟ้าให้อเมริกาด้วย
เชื่อไหมผู้นำอเมริกันตอบว่าอย่างไร ทรั้มพ์บอกจะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนทาริโอที่แบ่งเขตแดนแคนาดา-สหรัฐบางตอน เป็น ‘ทะเลสาบอเมริกา’ ฟังดูแล้วชวนให้คิดว่าวุฒิภาวะพอๆ กับพวกผู้นำรัฐไทยเดี๋ยวนี้
(https://www.facebook.com/now.canada/posts/4PCitrMbzo, https://www.bbc.com/news/live/cmd94dd=IwY2xjaw_pHUq2Q และ https://www.huffpost.com/entry/forbes-chairman-steve-forbes-slams-trump-canada-trade-war)

