วันอาทิตย์, สิงหาคม 30, 2563

‘บิ๊กแดง’ ผุดแฮชแทก “จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา” คาดโต้ม็อบ มีแฮชแท็กโต้กลับ #ให้มึงตายที่รุ่นกู


The Reporters
11h ·

ARMY: จับตา ‘บิ๊กแดง’ ผุดแฮชแทก “จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา” คาดโต้ม็อบ ชื่นชมทหารชายแดนใต้บาดเจ็บหลังทำหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย บอกรบจนสุดใจ ขาดดิ้นปกป้องสถาบันชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์และประชาชน
วันนี้ (29 ส.ค. 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ลงพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อพิธีเปิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารงานของสถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก สวนสนประดิพัทธ์ จากสวัสดิการภายในเป็นสวัสดิการในเชิงธุรกิจ และมอบเงินบำรุงขวัญแก่ผู้ที่ปฏิบัติงานที่สวนสนประดิพัทธ์มากกว่า 20 ปี และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดเพจประชาสัมพันธ์ของกองทัพบกที่ใช้ชื่อว่า “SMART soldier strong ARMY” เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ได้ไปพบปะพูดคุยกับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ชายแดนใต้ที่ได้มาพักฟื้นที่สถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก สวนสนประดิพัทธ์ พร้อมกับถ่ายภาพทหารเหล่านั้นไว้เป็นที่ระลึก โดยเพจดังกล่าวระบุว่า “ภาพเหล่านี้จะไม่มีวันลบไปจากใจและมือถือของผบ.ทบ. โดย ผบ.ทบ.เผยภาพสุดประทับใจ วันนี้แม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำทหารที่เคยได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาพักผ่อน ณ สวนสนประดิพัทธ์ แต่ละคน ถูกยิง แขน ขา บางคนโดนระเบิดบางคนโดนยิงหลัง หน้าอก เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยและเขาเหล่านี้ยังคงรบต่อไป รบจนสุดใจ ขาดดิ้น เพื่อปกป้อง สถาบัน ชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์และประชาชน ไม่มีวันรู้จบ ทุกคนชู 2 นิ้ว สำหรับชีวิตที่สู้เพื่อประชาชน และปกป้องชาติ สถาบัน อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย ทุกคน มีแต่รอยยิ้ม แม้ตัวจะมีบาดแผล เห็นแล้วอยากกลับไปเป็น ทหารหนุ่มๆ ร่วมรบกับเขาอีก”
พร้อมทั้งติดแฮชแทกว่า #จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา #เราไม่ทิ้งกัน
อย่างไรก็ตามคาดว่า การติดแฮชแทกดังกล่าวจะเป็นการตอบโต้แฮชแทกของผู้ชุมนุมที่ระบุว่า #ให้มันจบที่รุ่นเรา
...




“ชลน่าน” ขอเคลียร์ !! ในวัน “คนรุ่นใหม่” สาปส่ง “เพื่อไทย”

 

“ชลน่าน” ขอเคลียร์ !!
ในวัน “คนรุ่นใหม่” สาปส่ง “เพื่อไทย”
คำปรามาส “สู้ไปกราบไป-เกี้ยเซียะ”
บทเรียน “สู้หัวชนกำแพง” เข้าทางใคร ?
เรื่อง : ปรัชญา นงนุช
ภาพ : สมชัย ชัยยินดีภูมิ
ตัดต่อ : ฐิติรัตน์ แอมประชา

เมื่อเพดานความกลัวถูกทำลาย ประชาชนผู้ถูกดขี่ ใช้สีสาดตำรวจ การสาดสี ใส่เจ้าหน้าที่ ..เป็นวิธีเรียกร้องต่อรัฐอย่าง สันติวิธี หรือความรุนแรง ฟัง จอม เพชรประดับ สัมภาษณ์ นักสิทธิมนุษยชน ผู้ยึดมั่นในหลักสันติวิธี

 
“ตำรวจ”แค่เปื้อนสีแต่“ประชาชน”เปื้อนเลือด..ใครควรจะได้รับเข้าใจและเห็นใจ.?

Aug 29, 2020

“ตำรวจ”แค่เปื้อนสีแต่“ประชาชน”เปื้อนเลือด..ใครควรจะได้รับเข้าใจและเห็นใจ.? น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ นักสิทธิมนุษยชน และ 1 ใน 31 ผู้ต้องหาทำผิดพรก.ฉุกเฉินจากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์กรณีผู้ชุมนุมสาดสีใส่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า การสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจถือเป็นวิธีการต่อสู้กับอำนาจรัฐอย่างหนึ่งเพราะตำรวจเป็นตัวแทนของรัฐ ไม่ใช่ความขัดแย้งส่วนตัว และไม่ได้ทำตำรวจบาดเจ็บเพียงเกิดความเสียหายกับเสื้อผ้าของตำรวจซึ่งเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะต้องดูแลเจ้าหน้าที่ขณะปฎิบัติงาน สังคมไทยต้องเข้าใจวิธีการเรียกร้องต่อสู้กับผู้มีอำนาจรัฐหรือรัฐบาลที่อยู่ในข่ายสันติวิธี การทำให้เกิดความสูญเสียในทางเศรษฐกิจแต่หากไม่ทำให้ใครต้องบาดเจ็บล้มตายก็ถือเป็นวิธีหนึ่งของการต่อสู้แบบอสิงหาด้วยเหมือนกัน ดังนั้นสังคมไทยควรเรียนรู้และสร้างมาตรฐานการต่อสู้กับอำนาจรัฐให้มากขึ้นเพื่อให้การเรียกร้องต่อสู้เพื่อประโยชน์สาธารณะจะได้บรรลุผล
...


Jom Petchpradab
12h ·

เมื่อเพดานความกลัวถูกทำลาย ประชาชนผู้ถูกดขี่ ใช้สีสาดตำรวจ “ตำรวจ”แค่เปื้อนสีแต่“ประชาชน”นี่สิเปื้อนเลือด(ตัวเอง)..มานานและมากหลาย แล้วใครควรจะได้รับความเข้าใจและเห็นใจ.?
การสาดสี ใส่เจ้าหน้าที่ ..เป็นวิธีเรียกร้องต่อรัฐอย่าง สันติวิธี หรือความรุนแรง
บรรทัดฐานของการเรียกร้องอย่างสันติวิธีของสังคมนิยมอำนาจอย่างรัฐไทย ควรจะมีบรรทัดฐานแค่ไหน ควรจะสร้างบรรทัดฐานร่วมกันในการต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ฉ้อฉลทำร้ายและเอาเปรียบประชาชนกันอย่างไร
คิดตามคำอธิบายในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ได้จาก นักสิทธิมนุษยชน ผู้ยึดมั่นในหลักสันติวิธี คืนวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ตั้งแต่สามทุ่มเป็นต้นไป ตามวันเวลาไทย ไลฟ์สดทางเฟสนี้ และ ยูทูป Jom Voice Channel ...เหมือนเดิมครับ

ดูแล้วคิดกันเอง




Suvipan Jampa
19h ·

ดูกันเองแล้วกัน
...


การประท้วงลามไปถึงสก็อตแลนด์ คนไทยในสกอตแลนด์ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย - Andrew MacGregor Marshall live at Thai democracy protest in Edinburgh, Scotland


Andrew MacGregor Marshall was live.
7h ·

Live at Thai democracy protest in Edinburgh. Amazing that even in a relatively small place like Scotland, with most Thai students away due to the pandemic, Thais are coming out to protest.

https://www.facebook.com/zenjournalist/videos/10158161116411154/?notif_id=1598706735038037&notif_t=live_video_explicit&ref=notif



บีบีซีไทย - BBC Thai
4h ·

คนไทยในสกอตแลนด์ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตย
.
29 สิงหาคม 2020 เวลาประมาณ 13.30 น. คนไทยในสกอตแลนด์ จำนวน 15 คน ได้รวมตัวกันที่สวนสาธารณะจัตุรัสเซนต์แอนดรูว์ (St.Andrew Square) เมืองเอดินบะระ ในกิจกรรมที่ชื่อว่า “Democratizing the Constitution ร่วมรื้อ ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ”
.
ผู้ร่วมกิจกรรมประกอบด้วยนักเรียนไทยและคนไทยในเมืองต่าง ๆ ของสกอตแลนด์ ซึ่งเดินทางมาร่วมรณรงค์สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญของไทย และแสดงความสนับสนุนการแสดงออกทางการเมืองของผู้ชุมนุมในประเทศไทยซึ่งกำลังชวนสังคมปฏิรูปการเมืองและปฏิรูปสถาบันกษัตริย์
.
ภายในงานมีการรวบรวมเอกสารลงชื่อขอแก้รัฐธรรมนูญร่วมกับ iLaw ซึ่งกลุ่ม Thai Rise In Scotland กับผู้ร่วมชุมนุมได้นำเอกสารกลับไปแจกจ่ายให้เครือข่ายคนไทยอื่น ๆ เพื่อขยายการรับรู้และสร้างช่องทางในการมีส่วนร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญให้คนไทยในสกอตแลนด์ต่อไป
.
แม้การเดินทางโดยรถไฟจะเป็นอุปสรรคสำหรับคนไทยในเมืองต่าง ๆ ในวันนี้ เนื่องจากรถไฟหลายสายหยุดวิ่งโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ผู้ชุมนุมบางคนก็ไม่ย่อท้อในการหาทางมาพบกันที่เมืองเอดินบะระในวันนี้ ทั้งนี้ กลุ่ม Thai Rise in Scotland ได้ประกาศว่า จะมีกิจกรรมครั้งต่อไปอย่างแน่นอนเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ในหลายเมืองดีขึ้น โดยจะมีการเดินสายไปรณรงค์สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปการเมืองในเมืองอื่น ๆ ต่อไป



จอม เพชรประดับ โพสต์ 'จะบอกว่า "กูไม่กลัวมึง"' หลังพบว่ามีคนมาติดตามตลอดทั้งวัน เพื่อถ่ายภาพว่า ทำอะไรขณะอยู่ที่บ้าน พักอยู่ตรงไหน ขับรถยี่ห้ออะไร เดินทางออกไปพบปะกับใคร หวังจะข่มขู่ให้กลัว - Andrews โพสต์ว่าโดนด้วย



Jom Petchpradab
3h ·

. จะบอกว่า "กูไม่กลัวมึง"
พูดไม่ได้เต็มปากแล้วละครับว่า การลี้ภัยอยู่ในประเทศที่เจริญ หรือเป็นประชาธิปไตยแล้ว จะไม่ถูกคุกคามจากเผด็จการราชานิยมไทย
นี่เป็นครั้งแรกที่มีการส่งคนมาติดตามผมตลอดทั้งวัน เพื่อถ่ายภาพว่า ผมทำอะไรขณะอยู่ที่บ้าน บ้านพักอยู่ตรงไหน ขับรถยี่ห้ออะไร เดินทางออกไปพบปะกับใคร สถานที่ที่ไปอยู่ตรงไหนใครเป็นเจ้าของ สถานที่เคยทำงานอยู่ตรงไหน แม้จะต้องนั่งเฝ้าดักรอเพื่อถ่ายภาพอยู่ตั้งแต่เช้าจนมืดค่ ำจนผมขับรถกลับบ้าน ก็ถ่ายภาพทั้งหมดไว้
แล้วส่งกลับไทย ให้ทางทีมที่เมืองไทย ส่งกลับมาขู่ผมพร้อมกับคำพูดที่ว่า "แน่จริง จับให้ได้สิ" ( Catch me if you can ) เพื่อบอกว่า คุณอยู่ในสายตาของเราตลอดเวลานะ ระวังตัวเอาไว้
จริงๆแล้ว การเป็นผู้ลี้ภัยในต่างประเทศเพราะเห็นต่างจากรัฐไทย เหมือนเป็นผู้ร้ายหรือเป็นเชื้อโรคของสังคมไทยอยู่แล้ว ผมมักถูกข่มขู่คุกคามจากสังคมไทยในแอลเอ. (ชุมชนไทยในแอลเอ.เหมือนเป็นจังหวัดหนึ่งของเมืองไทย ) ที่ยังไม่เข้าใจรากเหง้าของปัญหาในเมืองไทยอยู่บ่อยครั้ง
ทั้งการพูดซึ่งหน้าว่าเป็นทาสทักษิณ พวกล้มล้างสถาบัน รวมถึงการชูนิ้วกลางให้ ยังไม่รวมที่ถูกดูแคลนด้วยสายตาเพราะคิดว่าผมคือคนทรยศต่อแผ่นดินเกิด
การจะตอบโต้ หรืออธิบายความว่าทำไมผมถึงคิดต่างจากอำนาจรัฐของคณะรัฐประหาร เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่นี่ ที่ไม่พยายามเปิดใจรับฟังคนที่เห็นต่างจากรัฐไทย แม้จะอาศัยอยู่ในประเทศที่ใช้หลักเหตุผล กฎหมาย กติกาของสังคมในการหาทางออกร่วมกันก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การถูกข่มขู่อย่างเป็นทางการครั้งนี้ ผมได้ไปแจ้งความกับตำรวจไว้แล้ว แต่ในภาวะโควิคที่ตำรวจแอลเอ.ถูกตัดลดงบประมาณการแจ้งความจึงเป็นไปด้วยความลำบากและใช้เวลาอยู่ไม่น้อย
ทั้งหมดทั้งปวงจะบอกว่า ไม่ได้ทำให้ผมต้องหยุดวิพากษ์วิจารณ์สถาบันแห่งอำนาจที่ใช้อำนาจกดหัวประชาชนในเมืองไทย "ไม่กลัวแต่ไม่ประมาท" อีกอย่างเห็นน้อง ๆ เยาวชน ประชาชนไทย ที่กล้าหายร่วมกันทำลายเพดานความกลัวลงมาแล้ว ซึ่งคนไทยที่เสียสละตัวเองเพื่อให้พลเมืองไทยอยู่อย่างมีเกียรติมีกศักดิ์ศรีในฐานะเจ้าของประเทศ แม้จะอยู่ที่ใดในโลก ก็มีความเสี่ยงเท่ากันหมด แต่..เพื่อให้ #จบในรุ่นเรา
... จะบอกว่า "กูไม่กลัวมึง"
จอม เพชรประดับ
ปล.ขอบคุณทุกกำลังใจ และทุกความห่วงใยที่ส่งมา ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
https://www.facebook.com/zenjournalist/posts/10158161513046154

(https://www.facebook.com/jom.petchpradab/posts/10158478400553965)
...


Andrew MacGregor Marshall
4h ·

Three foreign-based critics of the Thai regime — including well-known journalist Jom Petchpradab and me — were targeted in August by people who surveilled our homes, followed us and sent packages intended to intimidate us.
On August 25, two Thais based in Los Angeles — Jom and Red Shirt activist Phontip Weeden — each received a FedEx package sent from Thailand.
Each package contained photographs showing that they had been surveilled at their homes and followed, as well as a coded threat — a photograph of the cover of the book "Catch Me If You Can".
The packages were apparently sent from an address in Sawang Daen Din district in Sakon Nakhon Province, but this appears to be fake. The evidence suggests the packages were sent from Bangkok.
There was a very similar incident targeting me on August 3. For the previous couple of days, I had seen a couple of suspicious people hanging around near my home, who appeared to be watching me when I went out.
A package was then left on my doorstep — a gift bag, with a gift box inside with the message "A Special Something for You". Inside were some items that showed I had been followed over the previous few days, as well as a printed message that said "Greetings from Thailand!"
Although the methods were slightly different, the incidents were extremely similar — in each case we were surveilled and then sent a message to show that the Thai regime knows where we live and could easily cause us harm if they wanted to in future. So it seems probable they were linked, and other Thai exiles may face similar tactics of surveillance and intimidation.
In each case, the methods used suggest a black-ops private investigation company was hired to do the surveillance. There are several agencies like this that can be hired in both the US and the UK.
While the incidents are all explicitly linked to Thailand, it's not clear who ordered them and paid for them.
But they come amid an atmosphere of increasing panic in the palace, military and government over mounting protests demanding reform of the monarchy and constitution.
Ten Thai dissidents have already been murdered abroad since 2016, most recently my friend Wanchalearm Satsaksit who was abducted in Cambodia in June. That killing was ordered by King Vajiralongkorn and overseen by his notorious security chief Jakrapob Bhuridej who flew back to Thailand to personally oversee the operation.
All the ten victims vanished from Southeast Asian countries, many of which like Laos, Vietnam and Cambodia have begun cooperating with Thailand to allow the capture and murder of dissidents.
It would be much harder for the palace to target people in the US, UK, Europe, Japan, Australia and New Zealand where the rule of law is strong, police are sophisticated, and an attack traced back to Thailand would cause major diplomatic consequences.
Thai assassins would be unable to operate freely in these countries so would have to subcontract the job to local criminal groups.
But reports from inside the palace say the king is enraged by the escalating protests and criticism of the monarchy and wants blood. So all Thai activists abroad need to be aware of the increased risk, and look out for signs of surveillance.

https://www.facebook.com/zenjournalist/posts/10158161513046154













วันเสาร์, สิงหาคม 29, 2563

นี่ไง “ผมรับผิดชอบเอง” รัฐบาลประยุทธ์ใช้งบประมาณ ๓๘๘ ล้านจากคลัง สู้คดีเหมืองทองอัครา


เลือกเวลาพูดได้เหมาะเจาะเกือบทุกครั้งไปสิน่า ประยุทธ์ ขว้างงูไม่พ้นคอ พออวด ภูมิแพ้อีกครั้งว่า “ผมไปมาแล้วสิบกว่าประเทศ ถนนของไทยเราดีที่สุด” เท่านั้นแหละถนนลำสาลีน้ำท่วมเกินครึ่งล้อ ก็มันหน้าฝน แต่ปีนี้ดันขึ้นไปท่วมบนสะพานลอยย่านศรีนครินทร์ด้วย


การเปรียบเปรยเพียงบ่งว่าคนพูดขาดวุฒิภาวะ ไม่รอบรู้และไม่รอบคอบ จะว่าเพราะเหลิงอำนาจก็น่าจะใช่ เมื่อสิงหาคม ๒๕๖๐ ระหว่างนั้นใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเผด็จการเต็มที่ หลังจากออกคำสั่ง ๗๒/๒๕๕๙ ปิดเหมืองทองอัคราที่บริษัทคิงสเกตของออสเตรเลียถือสัมปทาน

ประยุทธ์พูดตอนนั้นถึงการใช้อำนาจวิเศษมาตรา ๔๔ ว่า “ในประเทศนี้ ผมไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ผมทำได้หมด ส่วนกฎหมาย อนุญาโตตุลาการ กฎหมายระหว่างประเทศ ก็ต้องสู้คดีกันไป แต่เมื่อผมใช้มาตรา ๔๔ ผมไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น”

จากการที่บริษัทคิงสเกตยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายชดเชยที่ถูกรัฐบาล คสช.สั่งยุติกิจการ เป็นมูลค่า ๗๕๐ ล้านเหรียญ (ประมาณ ๒๓,๓๕๕ ล้านบาท) เนื่องจากเป็นการละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับออสเตรเลีย หรือ ‘TAFTA’

ในเดือนกันยายน ๒๕๖๐ เครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ทำเอกสารชี้แจงผ่านไอลอว์ ว่าถึงแม้กิจการเหมืองแร่ทองคำในจังหวัดพิจิตรและเพชรบูรณ์จะ “มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่รอบเหมือง...

แต่การใช้อำนาจตามมาตรา ๔๔ เพื่อระงับกิจการเหมืองแร่ทองคำนั้นเป็นการทำลายระบบนิติรัฐ...ทั้งที่กฎหมายปกติ เช่น กฎหมายแร่ กฎหมายสิ่งแวดล้อม หรือกฎหมายประกอบอื่นๆ ก็สามารถสั่งให้ปิดและฟื้นฟูเหมืองได้ดีกว่านี้”

นี่ละชัดเจนว่าเหลิงอำนาจ ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม แล้วประยุทธ์ จันทร์โอชายังทำวางก้ามอวดเก่ง บอกว่า “ผมรับผิดชอบเอง” เมื่อจะเข้าตาจนเห็นทีคงต้องจ่ายค่าเสียหายให้เขาแน่ มีการวิ่งเต้นให้สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ไปต่อรอง

ข่าวกระเส็นกระสายออกมาว่า ยื่นข้อเสนอถ้าคิงสเกตยอมเพลามือเรื่องค่าเสียหายหน่อย จะหาทางให้กลับมาดำเนินการสัมปทานใหม่ แต่ดูเหมือน ดีล ไม่ผ่าน หรือว่าเป็นเพียงแผนแก้วิกฤตที่ตกม้าตายไปก่อน ทำให้ประชาชนเป็นห่วง ตายละวา เงินภาษีกรูวอดวายอีก

มาวันนี้เพิ่งมี ความจริงหลุดว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา รัฐบาลประยุทธ์หาทางสยบเสียงวิจารณ์เชิงด่าในเรื่องนี้ได้บ้างละ มูลค่าเหนาะๆ ๓๘๘ ล้านบาทกว่าๆ “เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทย กับ บริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด”

อ้าวนี่เอาอัฐยายไปใช้ตบหัวยายให้สะอึกพูดไม่ออกละสิ จาก งบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เล่มที่ 12 ข้อ ๓ ระบุว่าตั้งค่าใช้จ่ายสู้คดีกับคิงสเกตไว้ ๑๑๑,๑๑๕,๗๐๐ บาท ย้อนไปปี ๖๒ และ ๖๓ พบอีกว่าตั้งงบฯ การนี้มาแล้ว ๖๐ ล้าน กับ ๒๑๗ ล้าน ๘ แสนบาท

เงินในกระเป๋าของชาติกำลังร่อยหรอ เชื่อได้แน่เป็นแช่แป้งว่าจะหมดไปด้วยน้ำมือประยุทธ์นี่แหละ ถ้าเขาได้ครองบ้านครองเมืองต่ออีกสี่ซ้าห้าปี หลังจากที่ถลุงมาจนงอมพระรามแล้วเกือบ ๗ ปี ผีจะซ้ำดั้มจะพลอยเข้าอีก ถ้าได้อุ้มการบินไทยกันต่อ


วานนี้ (๒๘ สิงหา) เหมือนกัน รายงานเพิ่งออก ผลตรวจสอบการบินไทย ขาดทุน ย่อยยับ โดยคณะทำงานของ รมช.คมนาคม ถาวร เสนเนียม พบว่าในช่วงปี ๒๕๖๐-๒๕๖๒ ซึ่งการบินไทย “ขาดทุนรวมไม่ต่ำกว่า ๒๕,๖๕๙ ล้านบาท”

เพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นสูงมาก ค่าจ้างล่วงเวลา หรือ โอทีของฝ่ายช่าง (ถ้าจำกันได้ ฝ่ายนี้แหละค้านหัวชนฝา ไม่ให้ฟ้องล้มละลายและจัดปรับองค์กรใหม่ จะเอาแต่ให้อุ้มต่อไปอย่างเดียว) สูงถึง ๒,๐๒๒ ล้านบาท เนื่องจาก

“พนักงาน ๑ คน ทำ OT สูงสุดได้ถึง ๓,๓๕๔ ชั่วโมง มีวันทำ OT ถึง ๔๑๙ วัน แต่ ๑ ปี มีเพียง ๓๖๕ วัน” ทั้งยังมีการจัดหาเครื่องบินใหม่รุ่นโบอิ้ง ๗๘๗-๘๐๐ อีก ๖ ลำ แต่ละลำราคาไม่เท่ากัน ส่วนต่างสูงถึง ๕๘๙ ล้านบาทแน่ะ

กับมีการจ่ายค่าชดเชยคืนสภาพเครื่องบินเช่าสองลำ (แอร์บัส ๓๓๐-๓๐๐) ปาเข้าไป ๑,๔๕๘ ล้านบาท นั่นไม่ได้นับที่รั่วไหลไปเป็นค่าตอบแทน รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เพิ่มจากเดือนละ ๒ แสน ไปเป็น ๖ แสน สามเท่าแค่นั้นเอง

ตัวเลขอื่นๆ แสดงว่าการทุจริต สูบเลือดและเกาะกิน จากการบินไทย มันกระจายไปทุกขุมขนขององค์กร ไหนจะ “การขายตั๋ว การโฆษณา การจัดซื้ออุปกรณ์บนเครื่อง ครัวการบินไทย น้ำมันเชื้อเพลิง” มีทั้งการกินเล็กกินน้อยและกินเยอะ

ชนิดว่าช่วงสามปีดังกล่าวตอนพี้คของการเปลี่ยนผ่านอำนาจ คสช.มาสู่อำนาจ สืบทอดการบินไทยมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยว ๘๐% ผู้โดยสารทั้งสิ้น ๒๔.๕๑ ล้านคน แต่กลับมีรายได้เพียง ๑๔๙ ล้าน จึงขาดทุนหน้าเหยิน

คณะตรวจสอบไม่ได้บอกว่าเส้นทางสายไหนที่ขาดทุนเยอะกว่าเพื่อน คงไม่ใช่กรุงเทพฯ-มูนิค-สวิสเซอร์แลนด์ ที่แต่ละเที่ยวมีผู้โดยสารสิบกว่าคน แต่บินเอาบินเอาเป็นว่าเล่นหรอกนะ

(https://www.one31.net/news/detail/24163__t3KnQxz0SyI และ https://prachatai.com/journal/2020/08/89262) 

ฝั่งประชาธิปไตยใจใหญ่พอ ชดใช้แล้ว ฝั่งทรราชป้ายสีให้ร้ายแกนนำนักศึกษา ป้ายเลือดให้เยาวชนมากี่ยุคกี่สมัย เคยชดใช้อะไรบ้าง?


พระเจ้า
10h ·

แนวร่วมกลุ่มผู้ชุมนุมเรี่ยรายเงินบริจาค 26,000 ช่วยซื้อเสื้อตำรวจที่เลอะสี ตอนนี้ได้มอบเงินไปถึงมือตำรวจแล้ว
#สาดเองซื้อให้เองนักเลงพอ
.....

พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
4h ·

การประท้วงบนท้องถนนอย่างสันติมีได้หลายรูปแบบและหลายระดับ การสาดสีเป็นวิธีนึงที่ใช้กันเยอะในโลกอารยะ สีที่ใช้ก็มีหลายแบบ ทั้งแบบผงเช็ดออกได้เลย สีน้ำซึ่งล้างออกง่าย ไปจนถึงสีน้ำมันเหนียวเหนอะหนะ
คนที่ไม่เห็นด้วยย่อมวิจารณ์ได้ แต่ต้องถามกลับว่า แล้วจะให้ทำยังไงอีกนอกจากนั่งพับเพียบ ลุกยืน ปราศรัยสุภาพเรียบร้อย?
ถ้าอ้างว่า เขาเป็นตร.ชั้นผู้น้อยทำตามคำสั่งนาย ก็ต้องใช้เหตุผลเดียวกันกับทหารที่สังหารคนเสื้อแดงตรงราชประสงค์และสไนเปอร์หกศพในวัดปทุม นั่นเขาก็ "ทำตามคำสั่งนาย" เหมือนกัน? เสื้อแดงที่วิจารณ์การสาดสีน่ะลืมแล้วหรือ?
รู้สึกรำคาญ "พวกสันติวิธี" เมืองไทยมานานแล้ว นิยาม "สันติวิธี" ไว้คับแคบมากจนแทบจะต้องนั่งพับเพียบพนมมือ พูดรุนแรงสักหน่อยก็หาว่าเป็น "Hate Speech" ไปซะหมด เอาแต่ PC จนดูหล่อดูสวย ทำให้การต่อสู้แห้งแล้ง ไม่มีพลัง ขาดจินตนาการและความหลากหลาย
กรณีวันนี้ผู้ประท้วงยังเสนอช่วยเหลือ มีทั้งซักเสื้อให้ ซื้อชุดให้ใหม่ บริจาคเงินช่วย ฯลฯ
การต่อสู้ทางการเมืองไม่ใช่งานเลี้ยงปาร์ตี้สังสรรค์บนทุ่งลาเวนเดอร์!

ความเจ็บปวดของพี่"วันเฉลิม" เมื่อได้รับเสื้อและของใช้น้องจากกรุงพนมเปญ



HUMANITY: พี่สาว สะเทือนใจ เพื่อน “วันเฉลิม” ส่งเสื้อผ้า แว่นตา และ หมวก ของใช้ส่วนตัวจากที่พักในกรุงพนมเปญส่งให้ครอบครัวที่กรุงเทพ
น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เปิดเผยกับ The Reporters ว่าได้รับเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวของวันเฉลิม หรือ ตาร์ จากเพื่อนของวันเฉลิมในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาส่งมาให้ครอบครัวที่กรุงเทพหลังเหตุการณ์ผ่านไป 2 เดือน เพื่อนของวันเฉลิมได้ส่งเสื้อ แว่นตา และ หมวก ที่วันเฉลิมชอบใส่บ่อยๆ และเห็นอยู่ในเฟซบุ๊ก ซึ่งทราบว่ามีแว่นสำรอง
พี่สาววันเฉลิมยอมรับว่ารู้สึกสะเทือนใจเมื่อเห็นสิ่งของของ ตาร์ แม้ยังคาดหวังว่า ตาร์ จะปลอดภัยซึ่งทราบว่าเพื่อนของวันเฉลิมคนนี้เป็นรูมเมทที่พักในห้องเดียวกันกับ ตาร์ สามารถเก็บของมาให้ได้บางส่วนเท่านั้น
โดยเพื่อนร่วมห้องหรือ รูมเมทของวันเฉลิมได้เก็บตัวเงียบ ตั้งแต่ วันเฉลิม ถูกอุ้มหายหน้าคอนโดที่พักในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยเขาจึงเก็บของใช้ต้าร์ ไว้กว่า 2 เดือน จึงตัดสินใจส่งมาให้ครอบครัวเป็นกำลังใจในการต่อสู้ตามหาวันเฉลิม ต่อไป

ช้าก่อนอย่าพึ่งติดป้ายความรุนแรง มาฟังความหมายการสาดสีกันก่อน คุณอาจรักพี่ แอมมี่ เพิ่มมากขึ้น #แอมมี่ #รัฐบาลเฮงซวย


The Reporters
5h ·

UPDATE: ‘แอมมี่ The Bottomblues’ โพสต์แจง เป็นการกระทำของตนคนเดียว หลังพยายามต่อสู้ในกรอบมาโดยตลอด

จากเหตุการณ์การสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจขณะกลุ่มประชาชนเดินทางไปส่งผู้ต้องหาตามหมายเรียกของสน.สำราญราษฎร์ จากการขึ้นเวทีปราศรัยกิจกรรม #ไม่ทนอีกต่อไป เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา จำนวน 15 คน ที่สน.สำราญราษฎร์ในวันนี้ (28 สิงหาคม 2563) ในเวลา 10:00 น. โดยทางกลุ่มได้รวมตัวหลังทำกิจกรรม #เราคือเพื่อนกัน ที่ทำกิจกรรมนอนค้างคืนที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ณ สี่แยกคอกวัว เดินขบวนมาที่หน้าสน.สำราญราษฎร์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนำแผงกั้นเหล็ก มาปิดทางเข้า และคัดกรองประชาชนเข้าที่ละคน โดยขอตรวจบัตรประชาชน สร้างความไม่พอใจแก่มวลชน จึงมีการสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ และฝ่าแนวกั้นเข้าไปที่ลานจอดรถด้านหน้าของสน. สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการสาดสีใส่เจ้าหน้าที่

ล่าสุด นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือ แอมมี่ The Bottomblues โพสต์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ความว่า

“ที่ผ่านมาหลายคนคงรับรู้ถึงการที่ผม
เข้าไปให้กำลังใจรุ่นน้องของผม
ที่สถานีตำรวจมาก่อน
วันนั้นผมเชื่อมั่นในวิธีการแบบสันติ
ผมเข้าใจว่าทุกคนมีหน้าที่และบทบาท
เป็นของตัวเอง
แต่สิ่งที่ทำให้ผมเจ็บปวดที่สุด
คือการที่ผมยืนอยู่ในระเบียบ
และพยายามเรียกร้องให้ใครบางคน
หันมาสนใจแต่เรากลับ ถูกเพิกเฉย
ถูกมองข้าม ไม่ว่าเราจะตะโกน
เสียงดังแค่ไหนก็ตาม
วันนี้สิ่งที่ผมทำลงไป
มันคือการกระทำของผมแต่เพียงผู้เดียว
ไม่ใช่ในฐานะตัวแทนหรือแกนนำ
ของการชุมนุมใดใดทั้งสิ้น
ผมรู้ดีว่าการกระทำดังกล่าว เปรียบเสมือน
ดาบสองคม ผมเพียงแต่หวังว่า
เหตุการณ์ในวันนี้จะทำให้ใครหลายๆคน
ตระหนักถึงความสำคัญ
ของการทวงคืน "ความยุติธรรม"
...

ยังจำได้มั๊ย... กปปส. คปท.บุกรื้อป้าย สตช. ตอบโต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน





เรื่องเล่าเช้านี้ คปท.บุกรื้อป้าย สตช. ตอบโต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

Jan 22, 2014

เรื่องเล่าเช้านี้ 23มกราคม 2556 Morning News 23 มกราคม 2013 โดย สรยุทธ น้องไบร์ท พิชญทัฬห์ เอกราช อริสรา และ สู่ขวัญ ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวได้ก่อนใครได้ที่นี่ เรื่องเล่าเช้านี้.com : http://morning-news.bectero.com 

"นิติธร ล้ำเหลือ'' แกนนำ คปท. บุก "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" สวดมนต์ขับไล่ "อดุลย์ แสงสิงแก้ว'' ผบ.ตร. และรื้อป้าย ก่อนมุ่งหน้ากรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพย์ฯ ตรวจผลงาน.

The Reporters NEWSCLIP: สัมภาษณ์ ไผ่ ดาวดิน กรณีสาดสีใส่ตำรวจ


คลิปที่พลาดไม่ได้... เพนกวิน จัดหนักอธิการบดี มธ. สั่งยกเลิกงานเสวนาสถาบันกษัตริย์กับการเมืองไทย ทั้งที่งานได้รับอนุมัติสถานที่อย่างถูกต้องแล้ว ด้วยเหตุผลว่าประเด็นเสวนาสร้างความขัดแย้งในสังคม


.....
เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak
13h ·

ด่วน ! อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สั่งให้ยกเลิกงานเสวนาสถาบันกษัตริย์กับการเมืองไทย ทั้งที่งานได้รับอนุมัติสถานที่อย่างถูกต้องแล้ว ด้วยเหตุผลว่าประเด็นเสวนาสร้างความขัดแย้งในสังคม
ก็ได้ครับ ถ้าสั่งให้ผมเลิกจัดเสวนา ผมก็จะเลิกจัดเสวนา แต่ผมจะไปจัดปราศรัยให้ผู้บริหารฟังแทน !
ดังนั้น เพื่อนธรรมศาสตร์คนไหนไม่เห็นด้วยกับการปิดกั้นเสรีภาพทางวิชาการ วันนี้เลิกเรียนแล้วขอให้มารวมตัวกันที่หน้าตึกโดมบริหาร ศูนย์รังสิต 16.30 เป็นต้นไป
ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ!