วันพฤหัสบดี, กันยายน 01, 2565

ทนายอานนท์ ยื่นหนังสือ ถึง ก.ต. ให้สอบสวนรองอธิบดีศาลอาญา ที่อาจก้าวก่าย คดี ม.112


#ราษฏรสาส์น
ทนายอานนท์ ยื่นหนังสือ ถึง ก.ต. ให้สอบสวนรองอธิบดีศาลอาญา ที่อาจก้าวก่าย คดี ม.112

Aug 31, 2022

สำนักข่าวราษฏร

'อานนท์' ยื่นหนังสือ ก.ต. ให้สอบสวนรองอธิบดีศาลอาญา ที่อาจก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดี ม.112 จนตุลาการขาดความเป็นอิสระ
.
วันที่ 31 ส.ค. 2565 เวลา 13.30 น. ที่ศาลอาญา อานนท์ นำภา และคณะ เดินทางไปยื่นหนังสือถึงประธาน คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และอธิบดีศาลอาญา ขอให้สอบสวนและดำเนินการทางวินัยต่อ นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีศาลอาญา ที่อาจมีการก้าวก่ายหรือแทรกแซงการพิจารณาคดีอาญาของตุลาการเจ้าของสำนวน ในคดีเขียนและโพสต์จดหมาย #ราษฏรสาส์น ถึงรัชกาลที่ 10 ที่อานนท์ถูกฟ้องในข้อหามาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
.
การยื่นหนังสือนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2565 ในวันนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานในคดีดังกล่าว โจทก์และจำเลยได้แถลงแนวทางการต่อสู้คดีต่อผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะที่นั่งพิจารณาคดี และผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 1 นัด และนัดสืบพยานจำเลยจำนวน 6 นัด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลได้จัดทำรายงานการพิจารณาให้แก่พนักงานอัยการโจทก์ และจำเลย ทราบถึงรายละเอียดจำนวนพยานและจำนวนวันนัดสืบพยานของแต่ละฝ่ายเรียบร้อยแล้ว
.
ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2565 นายอรรถการ ฟูเจริญ ในฐานะรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาได้ออกคำสั่งท้ายรายงานเจ้าหน้าที่ในคดีดังกล่าว ให้ทำการตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพราะกรณียังมีการกำหนดให้สืบพยานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกำหนดประเด็นพิพาทในคดีและพยานความเห็น
.
จนต่อมาวันที่ 4 ส.ค. 2565 ศาลอาญาได้มีหมายแจ้งคำสั่งมายังจำเลยว่า ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้นัดตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติมในวันที่ 5 ก.ย. 2565 โดยมีนายอรรถการ ฟูเจริญ ในฐานะผู้พิพากษาลงชื่อในหมายแจ้ง
.
อานนท์ในฐานะจำเลยเห็นว่าตนได้รับความเสียหาย เพราะอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะในการพิจารณาคดี โดยคดีนี้ผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะพิจารณาคดีได้พิจารณาแนวทางการต่อสู้คดีและมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานตามที่ได้ระบุไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลนั้น ย่อมต้องถือว่าผู้พิพากษาที่เป็นองค์คณะพิจารณาคดีได้ใช้ดุลพินิจมีคำสั่งเกี่ยวกับการตรวจพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว อันเป็นอำนาจตามกฎหมายที่เป็นอิสระของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดี
.
ดังนั้น นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ซึ่งไม่ได้เป็นองค์คณะในการพิจารณาพิพากษาคดีในคดีหมายเลขดำที่ อ.1395/2565 จึงไม่มีอำนาจที่จะออกคำสั่งให้มีการตรวจพยานเพิ่มเติมได้ ถือเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
.
สำหรับรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 188 ได้รับรองหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษาว่า ผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เป็นธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง และ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 66 ที่กล่าวว่าข้าราชการตุลาการต้องไม่เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการพิจารณาคดีของข้าราชการตุลาการอื่น เป็นเหตุให้การพิจารณาพิพากษาคดีของข้าราชการตุลาการอื่นขาดความเป็นอิสระหรือความยุติธรรม
.....



อานนท์ นำภา
10h
วันนี้ยื่นหนังสือร้องเรียน นายอรรถการ ฟูเจริญ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาเรียบร้อย จากกรณีเข้ามาออกคำสั่งในชั้นตรวจพยานหลักฐานในคดี 112 ที่ผมถูกกว่าหาว่าเขียนจดหมายถึงในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยเราเห็นว่าการเข้ามาออกคำสั่งทั้งที่ไม่ได้เป็นองค์คณะในคดี อาจเป็นการทำให้ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนถูกก้าวก่ายจนขาดความเป็นอิสระ ทั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการตุลาการได้สอบสวนต่อไป
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการตรวจสอบนี้ เราขอให้ย้ายนายอรรถการ ฟูเจริญ ออกจากอำนาจและตำแหน่งปัจจุบันเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปด้วยความสะดวกและเป็นธรรมด้วย
ผมไม่มีเจตนาจะทำลายใครเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ทำไปเพื่อรักษาไว้ซึ่งหลักความเป็นอิสระของผู้พิพากษา และดำรงไว้ซึ่งสถาบันตุลาการที่เป็นธรรมอันเป็นหนึ่งในอำนาจอธิปไตยของเราทุกคน
ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่เป็นกำลังใจ ผมจะทำให้ทุกการต่อสู้เป็นไปเพื่อสร้างสังคมใหม่ที่เราต้องการอย่างสมบูรณ์
เชื่อมั่นและศรัทธา
อานนท์ นำภา
31 สิงหาคม 2565

บันทึกจากศาลทหาร: เมธินเผยชีวิตในคุกทหาร ถูกตรวนหนัก 3 กก. ตลอดเวลา เอ่ยหนึ่งประโยคสั้นๆ ขณะกำลังเมาและถูกถ่ายคลิปไปแจ้งความ ถูกศาลทหารพิพากษาจำคุก 5 ปี "ผมเห็นด้วยนะ ที่ให้ยกเลิก 112 โทษมันสูงเกินไป ผมพูดแค่ประโยคเดียว แต่ร้ายแรงเหมือนไปฆ่าคนตาย"


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
20h

"เอ่ยหนึ่งประโยคสั้นๆ ขณะกำลังเมาและถูกถ่ายคลิปไปแจ้งความ" แต่ถูกศาลทหารพิพากษาจำคุก 5 ปี
.
ตั้งแต่ก่อนยังไม่มีคำพิพากษา #พลทหารเมธิน ผู้ต้องขังคดี ม.112 ในเรือนจำทหาร ถูกให้ใส่ตรวนเหล็กหนักกว่า 3 กก. ถ่วงลากตลอด 24 ชั่วโมง นานกว่า 3 เดือนแล้ว ตั้งแต่ถูกขังในชั้นสอบสวน จนถึงตอนนี้ที่ศาลมีคำพิพากษาแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าจะถูกปลดตรวนที่พันธนาการอยู่ออกเมื่อใด
.
จากการถูกตรวน ตามมาด้วยบาดแผล-รอยฟกช้ำบริเวณข้อเท้าจา่กการข่วนและเสียดสีของตรวนเหล็ก ส่งผลให้เคลื่อนไหวลำบาก โดยเฉพาะเวลาต้องทำงานกลางแจ้งในเรือนจำ รวมถึงก่อให้เกิดความรู้สึกด้อยค่า ถูกละเมิดความเป็นมนุษย์ซ้ำซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก
.
ย้อนกลับไปตั้งแต่เมธินถูกขังในคดี ม.112 ที่เรือนจำ มทบ.11 จ.นครปฐม (คุกทหาร) เขาต้องเผชิญกับช่องโหว่วของกระบวนการยุติธรรมหลายอย่างด้วยกัน
.
1. เรือนจำไม่ให้โทรติดต่อหรือเขียนจดหมายตอบครอบครัว รวมถึงไม่ให้ครอบครัวเข้าเยี่ยม โดยอ้างเหตุผลเรื่องสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
.
2. เมธินถูกล่ามตรวนด้วยห่วงเหล็กและโซ่เหล็กที่มีน้ำหนักรวมกว่า 3 กิโลกรัม ตลอด 24 ชั่วโมง สร้างภาระเกินจำเป็น ละเมิดความเป็นมนุษย์ แม้จะไม่มีพฤติการณ์หลบหนีก็ตาม
.
3. กระบวนการยุติธรรมของศาลทหารแตกต่างจากศาลพลเรือน โดยเฉพาะไม่มี 'กระบวนสืบเสาะ' อันเป็นขั้นตอนสำคัญที่ศาลใช้พิจารณาประกอบ เพื่อบรรเทาโทษหรือรอการลงโทษในคดีต่างๆ ได้
.
4. เมธินถูกพาตัวขึ้นศาลเพียง 2 ครั้ง ในครั้งที่ 2 ศาลได้อ่านคำพิพากษาต่อทันทีอย่างรวดเร็วในนัดสอบให้การ ซึ่งเมธินได้ให้การรับสารภาพ
.
เราชวนย้อนอ่านบันทึกเหตุการณ์ในวันที่ 11 ส.ค. 2565 ซึ่งเป็นนัดสอบคำให้การในคดีนี้ ซึ่งต่อมาเพียงชั่วอึดใจศาลได้อ่านคำพิพากษาต่อทันที แม้เป็นวันที่พลทหารเมธินขึ้นศาลครั้งที่ 2 ตั้งแต่ถูกดำเนินคดีและถูกขังนานกว่า 4 เดือน วันที่ได้พบหน้าครอบครัวเป็นครั้งที่ 2 เช่นกัน และเป็นวันเดียวกันที่กระบวนยุติธรรมของศาลทหารเร่งรีบผลักเขาเข้าสู่กรงขังอีกครั้งแบบถาวร

อิสรภาพถูกพราก
.
ความฝันหล่นหาย
.
ถูกตีตราซ้ำซ้อนด้วยโซ่ตรวน
.
ถูกจองจำในแดนที่เหมือนดั่งเขาวงกต
.
ไม่ให้ติดต่อครอบครัว
.
ไม่รู้ความเป็นไปของวันคืน
.
"ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเพราะเอ่ยหนึ่งประโยคสั้นๆ ขณะกำลังเมาและถูกถ่ายคลิปไปแจ้งความ"
.
อ่านบันทึกจากศาลทหาร ในวันที่ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี กับเมธิน: https://tlhr2014.com/archives/47677
ถูกให้ใส่ตรวนตั้งแต่ศาลยังไม่พิพากษาว่าผิดจริง นานกว่า 3 เดือนแล้ว จนตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะถูกปลดออก
.
เมธินบอกว่า ตอนแรกที่ถูกคุมขังในคดีนี้ ตั้งแต่ 19 มี.ค. 2565 เขาถูกให้ใส่ห่วงแหวนเพียง 1 ห่วง ที่ข้อเท้าข้างซ้าย โดยไม่มีการถูกให้ใส่โซ่ตรวนด้วย
.
แต่เมื่อประมาณเดือน มิ.ย. 2565 เมธินถูกโยงกับเหตุทะเลาะวิวาทกันของกลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำ ตั้งแต่นั้นเขาจึงถูกลงโทษให้ใส่ห่วงแหวนที่ข้อเท้าข้างขวาเพิ่มอีกข้างหนึ่ง พร้อมกับถูกให้ใส่โซ่ด้วย เป็นเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำ ทำงานขุดดิน และกลับมาเข้านอนจนลืมตาตื่นอีกครั้ง
.
จากเหตุทะเลาะวิวาทครั้งนั้นมีผู้ต้องขังถูกลงโทษให้ใส่ตรวน รวมทั้งสิ้น ประมาณ 11 คน
.
.
*** ตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. จนถึงตอนนี้ เป็นเวลานานเกือบ 3 เดือนแล้วที่เขาถูกล่ามตรวน และไม่รู้ว่าจะปลดออกเมื่อใด ***

เมื่อครั้งพบเมธินที่ศาลทหาร เราก้มลงไปจับตรวนและวัดดูขนาดของมันอย่างเร็วๆ พบว่า
.
ห่วงเหล็ก
.
ห่วงเหล็กที่ข้อเท้าทั้งสองข้างหนาประมาณ 1 เซนติเมตร ปลายทั้งสองด้านของห่วงเหล็กไม่บรรจบสนิทกัน แต่ยาวเหลื่อมกันไปประมาณ 7 เซนติเมตร
.
โซ่เหล็ก
.
โซ่เหล็กที่ร้อยระหว่างห่วง ยาวประมาณครึ่งวาได้ แต่ละห่วงเล็กของเส้นโซ่เป็นเหล็กหนายาวประมาณ 8 เซนติเมตร หนาประมาณ 2 เซนติเมตร เฉพาะโซ่ เมธินบอกว่ามีน้ำหนักประมาณ 2.5 กิโลกรัม ส่วนห่วงเหล็กทั้งสองข้างน้ำหนักรวมกัน ประมาณ 0.5 กิโลกรัม
.
นั่นหมายความว่า เขาถูกถ่วงลากด้วยตรวนที่มีหนักกว่า 3 กิโลกรัม ตลอดเวลา
.
เมื่อมองให้ดีอีก พบว่าเหนือตาตุ่มขาข้างซ้ายปรากฏเป็น #รอยแผลถลอก รอบๆ แผลผิวเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ ซึ่งเกิดจากการเสียดสีและกระแทกของห่วงเหล็ก
.
เมธินจึงต้องก้าวเดินแปลกๆ ในลักษณะคล้ายขากะเผลก เพื่อลดแรงกระแทกของห่วงเหล็กกับข้อเท้า
.
การต้องอยู่กับสิ่งแปลกปลอม ซึ่งเป็นโลหะหนัก 3 กิโลกรัมตลอดเวลานี้ ทำให้เขาปรับตัว หาวิธีจำใจอยู่กับมันให้ได้
.
อย่างแรก เมื่ออยู่ในเรือนจำเขาจะใช้เศษผ้าจากเสื้อผ้าตัวเก่ามาพันรอบๆ ข้อเท้าเพื่อป้องกันไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากการเสียดสีและกระแทกของตรวน
.
อย่างที่สอง เมธินใช้เศษผ้ายาวคล้ายเชือก มัดเป็นปมระหว่างกลางโซ่ เวลาเดินเขาจะรวบดึงเชือกผ้าที่ผูกโซ่ขึ้นมาอยู่บริเวณเหนือเอว พร้อมก้าวเดินไปด้วย เพื่อรับน้ำหนักโซ่และกันมือลื่นจากโซ่
.
เชื่อว่าใครๆ ก็รู้ว่า เมื่อเราจับของที่เป็นโลหะนานๆ มือจะเริ่มมีเหงื่อออกและทำให้ลื่นได้ และนี่คือการแก้ปัญหาของเมธิน
.
อย่างสุดท้าย เขาลงมือขัดตรวนให้ไร้สนิม เพื่อลดแรงเสียดทานของมันไม่ให้ข่วนสร้างแผลได้ และหากมีแผลเกิดขึ้นจริง ก็จะได้ไม่มีสนิม มาทำให้แผลบานปลายกลายเป็นบาดทะยักได้
.
เมธินขัดตรวนเองจนวาว เพื่อลดแผล-ป้องกันบาดทะยัก
.
“ผู้คุมทำตรวนให้ใหม่รึเปล่า ทำไมมันดูใหม่จัง”
.
“ผมขัดเอา” เมธินบอก
.
เขาเล่าว่า ตรวนที่ล่ามอยู่นี้ตอนแรกเป็นแค่เหล็กเก่าธรรมดา ขึ้นสนิมสีน้ำตาลเขรอะ แต่เขามักจะใช้เวลาขัดมันอยู่เสมอตอนอาบน้ำ ด้วยวิธีดึงตรวนขึ้นแล้วฟาดมันเข้าด้วยกัน ให้เหล็กกระทบกันแรงๆ นับสิบๆ ครั้ง เขาเรียกวิธีนี้ว่า ‘การตีตรวน’ เพื่อตีสนิมให้หลุดออก จากนั้นก็จะล้างด้วยน้ำ ตอนกลางวัน เมื่อมีเวลาว่างจากการทำงานเขาก็จะใช้กระดาษทรายขัดตรวนช่วยอีกวิธีหนึ่ง
.
จนตอนนี้แทบไม่รู้เลยว่าตรวนที่ล่ามเมธินอยู่เคยเป็นเหล็กเก่าขึ้นสนิมเขรอะมาก่อน
.
การขัดให้ตรวนขึ้นมันและแวววาวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งเพื่อลดการบาดเจ็บ เพราะยิ่งมีสนิมเยอะ พื้นผิวของตรวนก็จะยิ่งขรุขระและเป็นตัวการสร้างบาดแผลได้ ทั้งเมื่อเกิดแผลบริเวณข้อเท้า สนิมก็อาจทำให้เป็นบาดทะยักได้

ยกเลิก 112
.
เมธินเห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง "ให้ยกเลิกมาตรา 112" เพราะเป็นข้อกฎหมายที่ให้อำนาจประชาชนคนไหนไปแจ้งความเอาผิดก็ได้ คนบางกลุ่มจึงนำไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกลั่นแกล้งผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง
.
สุดท้ายเมธินย้ำว่ามาตรา 112 ระวางโทษจำคุก 3-15 ปี ซึ่งเป็นโทษที่สูงเกินไป
.
“ผมเห็นด้วยนะ ที่ให้ยกเลิก 112 โทษมันสูงเกินไปมาก ผมพูดแค่ประโยคเดียว แต่ร้ายแรงเหมือนไปฆ่าคนตาย” เมธินบอก
.
อีกหนึ่งสิ่งที่ถูกพรากไปพร้อมกับอิสรภาพ นั่นคือ ‘ความฝัน’ ความฝันที่เมธินวาดหวังไว้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้อยากจะเลื่อนชั้นขึ้นไปเป็น ‘ทหารยศนายสิบ’ ซึ่งเป็นความฝันที่มีมาแต่เด็ก แต่เมื่อเขากลายเป็น ‘นักโทษเด็ดขาด’ ที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว เมธินจึงจะไม่สามารถรับราชการได้ตลอดชีวิต
.
อิสรภาพถูกพรากไป ความฝันหล่นหาย ถูกตีตราละเมิดความเป็นมนุษย์ซ้ำด้วยโซ่ตรวนตั้งแต่ก่อนศาลยังไม่พิพากษาว่ามีความผิด ถูกจองจำในแดนที่เหมือนดั่งเขาวงกต ไม่ให้ติดต่อครอบครัว ไม่รู้ความเป็นไปของวันคืน
.
.
"เพียงเพราะเอ่ยหนึ่งประโยคสั้นๆ ขณะกำลังเมาและถูกถ่ายคลิปไปแจ้งความ"
.
อ่านบันทึกจากศาลทหาร ในวันที่ศาลพิพากษาจำคุก 5 ปี กับเมธิน: https://tlhr2014.com/archives/47677

112WATCH : คุยกับนักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปมย้อนไปในทิศทาง 'สมบูรณาญาสิทธิราชย์'



112WATCH : คุยกับนักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปมย้อนไปในทิศทาง 'สมบูรณาญาสิทธิราชย์'

2022-08-31
ประชาไท / สัมภาษณ์
ภาพปกโดย แมวส้ม

โครงการ 112WATCH สัมภาษณ์ 'โจชัว เคอร์ลันท์ซิค' นักวิชาการอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อผลกระทบจากการใช้ ม.112 กับอนาคตของประเทศไทย วิเคราะห์การย้อนกลับไปในทิศทางระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ การประท้วงจากความล้มเหลวในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มุมมองต่ออิทธิพลจีนที่เขาไม่คิดว่าไทยโน้มเอียงไปหา

31 ส.ค.2565 เมื่อ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา โครงการ 112WATCH เผยแพร่บทสัมภาษณ์แปลคอลัมน์ The Big Interview โดยเป็นบทสัมภาษณ์ โจชัว เคอร์ลันท์ซิค (Joshua Kurlantzick) นักวิชาการอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสมาชิกอาวุโสของสภาความสัมพันธ์ต่างประเทศ (Council of Foreign Relations) ที่วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ รวมทั้งยังเป็นเป็นนักเขียน โดยล่าสุดได้ออกหนังสือ A Great Place to Have a War: America in Laos and the Birth of a Military CIA ซึ่งบทสัมภาษณ์เป็นการเปิดมุมมองของเขาต่อประเด็นผลกระทบที่เกิดจากกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือ มาตรา 112 ต่ออนาคตของประเทศไทย

ในโอกาสนี้จึงขอนำมุมวิเคราะห์บางส่วนมานำเสนอดังนี้

ย้อนกลับไปในทิศทางระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ต่อการประเมินบทบาทและสถานะของกษัตริย์ในฐานะที่สถาบันกษัตริย์ของไทยซึ่งเป็นสถาบันทางการเมืองที่สำคัญในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนานนั้น เคอร์ลันท์ซิค มองว่า ประเทศไทยออกห่างจากระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน แม้ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 ประเทศไทยไม่เคยเป็นประเทศที่มีระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญอย่างแท้จริงก็ตาม แต่อย่างน้อยในสมัยรัชกาลที่ 9 นั้นประเทศไทยมีระบอบการปกครองที่ใกล้เคียงเช่นนั้นมากกว่าปัจจุบันซึ่งได้รับการสนับสนุนจากที่ปรึกษาและผู้นำการสนับสนุนระบอบกษัตริย์ต่างๆ กลับนำสถาบันกษัตริย์ย้อนกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เคยมีอยู่ก่อนการปฏิบัติปี 2475 ไม่ว่าจะเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง นำสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งน่าจะมีมูลค่าอย่างน้อย 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐไปอยู่ภายใต้การควบคุม ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งหมดนี้แสดงถึงการพยายามย้อนกลับไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

นักวิชาการอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเมินว่า เนื่องจากขาดการสนับสนุนจากประชาชน จึงไม่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะสามารถนำประเทศไทยกลับไปอยู่ภายใต้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้อย่างสุดทาง แต่ได้นำสถาบันกษัตริย์ย้อนกลับไปในทิศทางนั้น

สำหรับกระบวนการข้างต้นนั้น เคอร์ลันท์ซิคมองว่า ยังเป็นชนวนที่ทำให้เกิดการสนทนาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์และการประท้วงต่อสถาบันกษัตริย์ที่เปิดเผยที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยในช่วงที่ผ่านมา

ความโกรธจากความล้มเหลวในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

สำหรับการประท้วงหลายครั้งที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งชูประเด็นหลักเป็นเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในมุมมองของ นักวิชาการอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนนี้ มองว่า ความโกรธเหล่านั้นที่มีลักษณะเหมือนคลื่นใต้น้ำมีอยู่มาตลอด แล้วยังมีความรู้สึกด้านลบของเยาวชนไทยที่มีต่อแทบจะทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งความล้มเหลวในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ความพยายามอย่างต่อเนื่องในการทำลายบุคคลหรือกลุ่มใดก็ตามที่พยายามผลักดันการปฏิรูปประชาธิปไตย ตลาดแรงงานที่ดูสิ้นหวัง และระบบการศึกษาที่ไร้คุณภาพ แน่นอนว่าประเด็นทั้งหมดนี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตัวกษัตริย์และการประท้วงหลายครั้งก็เน้นย้ำประเด็นไปที่ตลาดแรงงานที่ย่ำแย่ ระบบการศึกษาที่ปิดกั้นซึ่งไม่พร้อมที่จะเตรียมให้คนไทยทำงานที่มีมูลค่ามากขึ้น การจัดการเลือกตั้ง ปี 2562 การยุบพรรคอนาคตใหม่เป็นต้น แต่ตนคิดว่าความโกรธนี้ได้กลายเป็นแรงประทุที่ทำให้ผู้คนเริ่มพูดเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์อย่างเปิดเผยมากขึ้นแม้ว่าการอภิปรายเหล่านั้นกำลังถูกปราบปรามอย่างหนักในรูปของกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็ตาม

มุ่งไปสู่การประทะครั้งใหญ่

ต่อการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างไม่ตรงไปตรงมากำลังเพิ่มขึ้น ขณะที่อีกด้านข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์กลับไม่ได้รับการตอบสนอง ในแง้นี้วิถีทางการเมืองของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างนั้น เคอร์ลันท์ซิค มองว่าประเทศไทยกำลังมุ่งไปสู่การประทะครั้งใหญ่ ทั้งนี้ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย หากการเลือกตั้งครั้งหน้ายังมีลักษณะของการจัดฉากเฉกเช่นการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 (และการลงคะแนนเสียงในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเร็วๆ นี้ซึ่งให้ประโยชน์กับพรรคเล็กๆ ซึ่งช่วยเหลือพรรคที่สนับสนุนทหาร และส่งผลเสียต่อพรรคเพื่อไทยและพรรคที่สนับสนุนประชาธิปไตยอื่นๆ ไม่ใช่สัญญาณที่ดีว่าเรากำลังจะมีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม) คนหนุ่มสาวไทยยังคงรู้สึกสิ้นหวัง การใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็ยังคงเพิ่มขึ้น และประเทศไทยกำลังมุ่งหน้าไปสู่แนวโน้มของการหดตัวทางเศรษฐกิจและความเสียหายทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ตนเห็นความเป็นไปได้ว่าความโกรธแค้นจะระเบิดออกมาบนท้องถนน ในระดับที่ใกล้เคียงกับบางเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นอกเหนือจากนั้นแล้วผมไม่รู้จริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ไม่คิดว่าไทยโน้มเอียงไปหาจีน

เมื่อถามถึงประเด็นที่ประเทศไทยได้เอียงโน้มไปหาประเทศจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผู้สังเกตการณ์เชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับจีนที่มากขึ้นได้อนุญาตให้ประเทศไทยมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นประชาธิปไตย นั้น นักวิชาการอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ไม่ตอบอย่างลงรายละเอียด แต่เขาไม่คิดว่า ประเทศไทยได้โน้มเอียงไปหาประเทศจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าประเทศจีนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วในขณะนี้ แม้ว่าประเทศจีนเองจะมีปัญหาใหญ่ๆ ภายในประเทศ รวมถึงนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (zero-COVID strategy) ซึ่งกำลังทำลายเศรษฐกิจของตัวเอง ตัดขาดประชาชนของตัวเองจากประชาคมโลก และส่งผลเสียต่อห่วงโซ่อุปทานของโลก แต่ตนคิดว่านายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา และกองทัพไทยได้เลือกย้ายตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของตัวเองกลับไปเข้าใกล้สหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับการที่จีนอนุญาติให้ประเทศไทยมีพฤติกรรมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยนั้นตนคิดว่าอาจจะมีส่วนอยู่แต่ปัจจัยภายในประเทศไทยเองมากกว่าที่เป็นเหตุผลหลักที่เกิดความถดถอยทางประชาธิปไตย

“ไม่มีประเทศอื่นรวมถึงสหรัฐอเมริกาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับประเด็นอย่างกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย ประเทศที่เป็นผู้นำด้านประชาธิปไตย ไม่ใช่แค่สหรัฐอเมริกาแต่รวมถึงประเทศที่เป็นประชาธิปไตยในเอเชีย ออสเตรเลีย สหภาพยุโรปสามารถสนับสนุนการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมในประเทศไทยและวิจารณ์ระบบกฎหมายที่เสื่อมถอยและอำนาจของทหารที่เพิ่มขึ้น” เคอร์ลันท์ซิค กล่าว พร้อมยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องหาทางจัดการแก้ปัญหาเหล่านี้เอง ทั้งการก้าวข้ามประเด็นที่อ่อนไหวอย่างกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

ที่มาและบทสัมภาษณ์เต็มที่ https://112watch.org/th/joshua-kurlantzick-on-lese-majeste-law/

มิคาอิล กอร์บาชอฟ : ผู้นำสหภาพโซเวียตที่ช่วยปิดม่านสงครามเย็น ความพยายามทำให้ประชาธิปไตยเบ่งบานกลางระบอบคอมมิวนิสต์ของกอร์บาชอฟ กลับทำให้สหภาพโซเวียตถึงจุดล่มสลาย



มิคาอิล กอร์บาชอฟ : ผู้นำสหภาพโซเวียตที่ช่วยปิดม่านสงครามเย็น

31 สิงหาคม 2022
บีบีซีไทย

นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ เป็นหนึ่งในนักการเมืองที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 เขาเป็นผู้นำคนสุดท้ายที่เป็นสักขีพยานการล่มสลายของสหภาพโซเวียตที่ยืนยงมานานเกือบ 70 ปี มีพื้นที่มหาศาลครอบคลุมเอเชียและยุโรปตะวันออก

การล่มสสายของสหภาพโซเวียตไม่ใช่สิ่งที่เขาประสงค์ ตอนที่เริ่มแผนปฏิรูปในปี 1985 สิ่งที่เขาต้องการคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง และยกเครื่องการเมืองเสียใหม่

แต่ความพยายามของเขากลับกลายเป็นต้นตอของเหตุการณ์มากมายที่นำมาสู่จุดสิ้นสุดของการปกครองภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ ไม่เพียงแต่ในสหภาพโซเวียต แต่รวมถึงรัฐบริวารอื่น ๆ ด้วย

นายกอร์บาเชฟ เกิดวันที่ 2 มี.ค. 1931 ในเมืองสตัฟโรปอล ทางตอนใต้ของรัสเซีย พ่อแม่ของเขาทำงานในพื้นที่การเกษตร ตัวเขาในวัยเด็กช่วยงานพ่อแม่ รวมถึงเคยเป็นคนบังคับเครื่องเก็บเกี่ยวนวดด้วย

เขาศึกษาจบมหาวิทยาลัยแห่งมอสโกในปี 1955 ซึ่งขณะนั้นเขาเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว


เขาเติบโตมาในพื้นที่ชนบททางใต้ของรัสเซีย

เมื่อเขากลับภูมิลำเนาในสตัฟโรปอลพร้อมภริยา ไรซา เขาก็ไต่เต้าขึ้นมามีบทบาทต่อพรรคคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคอย่างรวดเร็ว

นายกอร์บาชอฟเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ของพรรค ที่ทนไม่ได้กับผู้นำพรรคที่แก่ชรา และยึดติดกับแนวความคิดเดิม ๆ

ในปี 1961 เขาเป็นเลขาธิการสันติบาตเยาวชนคอมมิวนิสต์ และกลายเป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่
พรรคคอมมิวนิสต์ได้สำเร็จ

บทบาทในฐานะผู้บริหารด้านการเกษตรเปิดโอกาสให้เขาได้ริเริ่มนำนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาใช้ และเมื่อประกอบกับสถานะของเขาภายในพรรค ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลของภูมิภาคบ้านเกิด

สายเลือดคอมมิวนิสต์ใหม่

จนถึงปี 1978 เขาเดินทางไปมอสโกในฐานะเลขาธิการด้านเกษตรของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ และต่อมาอีกเพียง 2 ปี เขาได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกโปลิตบูโร หรือคณะกรรมการบริหารพรรคคอมมิวนิสต์

ในสมัยที่ นายยูริ อันโดรปอฟ ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ กอร์บาชอฟเดินสายเยือนต่างประเทศบ่อยครั้ง รวมถึงการเดินทางเยือนกรุงลอนดอน ของสหราชอาณาจักร ในปี 1984 และหารือกับนายกรัฐมนตรีมาร์กาเร็ต แทตเชอร์

ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซี นางแทตเชอร์ยอมรับว่า รู้สึกเห็นความหวังถึงอนาคตความสัมพันธ์กับโซเวียต

"ฉันชอบกอร์บาชอฟ...เราทำธุรกิจด้วยกันได้" นางแทตเชอร์ กล่าว


นายกฯ มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ ชื่นชอบกอร์บาชอฟ

จึงไม่แปลกที่เป็นที่คาดการณ์ว่า นายกอร์บาชอฟจะสืบทอดอำนาจต่อจากอันโดรปอฟ ซึ่งภายหลังถึงแก่อสัญกรรมในปี 1984 แต่กลับกลายเป็น นายคอนสแตนติน เชอร์เนนโก ที่ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรคฯ แทน

แต่ในเวลา 1 ปีต่อมา นายเชอร์เนนโกก็ถึงแก่อสัญกรรม ทำให้นายกอร์บาชอฟ ซึ่งถือเป็นสมาชิกโปลิตบูโรที่อายุน้อยที่สุด ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ ต่อ และถือเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์คนแรก ที่เกิดหลังการปฏิวัติปี 1917 โดยถูกมองว่าเป็นผู้นำเลือดใหม่

การแต่งกายที่มีสไตล์ของนายกอร์บาชอฟ ท่าทีเปิดกว้าง และเป็นคนตรง ถือว่าสวนทางเลขาธิการพรรคฯ คนก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง ส่วนภริยาของเขา ไรซา ก็มีภาพลักษณ์เหมือนสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของอเมริกา มากกว่าภริยาของเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์

ตลาดเสรี

ภารกิจแรกในฐานะผู้นำโซเวียต คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ใกล้ล่มสลาย

นายกอร์บาชอฟเข้าใจว่าจำเป็นต้องปฏิรูปเศรษฐกิจจากฐานรากของตัวพรรคคอมมิวนิสต์ เพื่อทำให้แผนปฏิรูปประสบผลสำเร็จ

การปฏิรูปเหล่านี้ เรียกกันว่า "เปเรสตรอยคา" (perestroika) ซึ่งหมายถึงการปรับปรุงและการปรับโครงสร้าง และ "กลัสนอสต์" (glasnost) ซึ่งหมายถึง การเปิดกว้างและเสรีภาพในการพูด

นายกอร์บาชอฟไม่ได้ต้องการแทนที่ระบบเศรษฐกิจที่ควบคุมโดยรัฐ ด้วยตลาดเสรี โดยเขาปราศรัยยืนยันถึงจุดนี้ต่อผู้แทนพรรคในปี 1885 ว่า "พวกคุณอาจมองว่าตลาดเสรีคือ ตัวช่วยชีวิตเศรษฐกิจ แต่เพื่อนร่วมชาติเอ๋ย คุณไม่ควรไปคิดถึงตัวช่วย แต่คิดถึงเรือ และเรือลำนั้นคือ สังคมนิยม"

อาวุธอีกอย่างของเขาเพื่อจัดการกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คือ ประชาธิปไตย และสมัยของกอร์บาชอฟ ได้เกิดการเลือกตั้งครั้งแรกขึ้น เพื่อเลือกสมาชิกสภาประชาชน

บททดสอบที่ท้าทายที่สุด

การผ่อนคลายระบอบที่เจ้าระเบียบและกดขี่ กลับสร้างรอยร้าวในหมู่เชื้อชาติที่หลากหลายที่ประกอบรวมกันเป็นสหภาพโซเวียต และนำไปสู่การจลาจลใหญ่ในคาซัคสถานในเดือน ธ.ค. ปี 1986

นายกอร์บาชอฟต้องการยุติสงครามเย็น โดยเขาประสบความสำเร็จในการเจรจาและบรรลุสนธิสัญญากำลังนิวเคลียร์พิสัยกลางกับประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ

นายกอร์บาชอฟได้รับเสียงชื่นชมในการยุติสงครามเย็น และหยุดยั้งภัยคุกคามจากการเผชิญหน้าทางอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยการปรับปรุงความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก

ทว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจจากการปรับปรุงความสัมพันธ์นี้ ก็ทำให้พลเมืองโซเวียตได้ตระหนักว่าชีวิตของพวกเขาย่ำแย่เพียงใดเมื่อเทียบกับคนประเทศอื่น ๆ

นายกอร์บาชอฟได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในต่างประเทศ แต่กลับเผชิญเสียงวิจารณ์ในประเทศของตัวเอง


นายกอร์บาชอฟแผ้วทางสู่การสิ้นสุดสงครามเย็น

แต่กระนั้น บททดสอบที่ท้าทายที่สุดมาจากเหล่าประเทศที่ถูกสหภาพโซเวียตผนวกรวมอย่างไม่จำยอม

นโยบายเปิดกว้างและผลักดันประชาธิปไตยของนายกอร์บาชอฟ ทำให้ประเทศเหล่านี้เรียกร้องเอกราช ซึ่งในช่วงแรกเริ่มนั้น เขาตัดสินใจใช้กำลังทหารเข้ากำราบ

การแตกร้าวสหภาพโซเวียตเริ่มจากสาธาณรัฐบอลติกในทางตอนเหนือก่อน ตามมาด้วย ลัตเวีย ลิทัวเนีย และเอสโตเนีย ก่อนขยายไปถึงเหล่าพันธมิตรของสนธิสัญญาวอร์ซอของรัสเซีย

สถานการณ์ถึงจุดยอดสุดในวันที่ 9 พ.ย. ปี 1989 ภายหลังประชาชนในเยอรมนีตะวันออก ซึ่งถือเป็นรัฐบริวารของโซเวียตที่สุดโต่งมากที่สุด ได้รับอนุญาตให้ข้ามไปฝั่งเบอร์ลินตะวันตกได้อย่างเสรี

ณ จุดนั้น นายกอร์บาชอฟตัดสินใจไม่ส่งรถถังเข้าแทรกแซง แต่กลับประกาศว่า การรวมชาติของเยอรมนี เป็นกิจการภายในของเยอรมนีเอง

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 1990 ต่อ "บทบาทของเขาที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างตะวันออกและตะวันตก"

พอถึงเดือน ส.ค. ปี 1991 เหล่าผู้นำชาตินิยมในกรุงมอสโกทนต่อการกระทำของนายกอร์บาชอฟไม่ได้อีกต่อไป จัดการรัฐประหารและควบคุมตัวเขา ในช่วงที่กำลังพักผ่อนในทะเลดำ

นายบอริส เยลต์ซิน เลขาธิการพรรคประจำกรุงมอสโก ได้ใช้โอกาสนี้ ยุติการรัฐประหาร จับกุมผู้ประท้วง และถอดอำนาจทางการเมืองของนายกอร์บาชอฟทั้งหมด เพื่อแลกกับอิสรภาพ


การประท้วงในปี 1991 และการรัฐประหารในปีนั้น ที่เป็นจุดสิ้นสุดอำนาจของนายกอร์บาชอฟ

6 เดือนต่อมา นายกอร์บาชอฟหายไปจากวงการการเมืองพร้อมกับการล่มสลามของสหภาพโซเวียต พรรคคอมมิวนิสต์กลายเป็นองค์กรผิดกฎหมาย ส่วนประเทศเกิดใหม่ คือ รัสเซีย ก็ต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน

ช่วงปีหลังของนายกอร์บาชอฟ

เขาพยายามแสดงความคิดเห็นและมีบทบาทในทางการเมืองรัสเซียและนานาชาติ แต่ชื่อเสียงของเขาในต่างประเทศ กลับมากกว่าความนิยมในประเทศ

เห็นได้จากความพยายามกลับสู่ตำแหน่งผู้นำในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย ปี 1996 เขาได้รับคะแนนเสียงไม่ถึง 5%

ช่วงทศวรรษที่ 1990 เขาเข้าร่วมในเครือข่ายวิทยากรสากล และยังติดต่อกับเหล่าผู้นำโลก ทำให้ยังถูกมองเป็นวีรบุรุษสำหรับประชาชนที่ไม่ใช่ชาวรัสเซีย คว้ารางวัลและเกียรติยศไปมากมาย

แต่บทบาททางการเมืองที่หายไป ยังไม่เลวร้ายเท่ากับการเสียภริยาคู่ชีวิต ไรซา ในปี 1999 จากโรคลูคีเมีย


ภริยาของกอร์บาชอฟ ไรซา (ซ้าย)

ต่อมาวันที่ 30 ส.ค. ปีนี้ (2022) นายกอร์บาชอฟ ได้ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 91 ปี ในฐานะผู้นำคนสุดท้ายแห่งสหภาพโซเวียต

ร่างของนายกอร์บาชอฟจะถูกฝังที่สุสานในกรุงมอสโก สุสานเดียวกับที่ฝังร่างของบุคคลสำคัญรัสเซียหลายคน โดยร่างของเขาได้รับการฝังไว้ข้าง ๆ กับสุสานของไรซา ภริยารักของเขา

5 สาเหตุที่ทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลาย


สหภาพโซเวียตล่มสลาย ในวันที่ 25 ธ.ค. ปี 1991

แคเทอรีนา คินคูโลวา และ โอลกา อิฟชินา
บีบีซี รัสเซีย
24 ธันวาคม 2021

25 ธ.ค. 1991 นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหภาพโซเวียตอย่างเป็นทางการ หนึ่งวันหลังจากนั้น คือ 26 ธ.ค. รัฐสภาโซเวียต หรือ "โซเวียตสูงสุด" (the Supreme Soviet) ได้ให้การยอมรับรัฐเอกราชใหม่ 15 รัฐอย่างเป็นทางการ ถือเป็นการสิ้นสุดของสหภาพโซเวียต ธงรูปค้อนกับเคียว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของหนึ่งในประเทศที่ทรงอำนาจมากที่สุดในโลก ได้ถูกเชิญลงจากยอดเสาพระราชวังเครมลิน ที่ทำการรัฐบาลสหภาพโซเวียตในกรุงมอสโก

นายกอร์บาชอฟ ขึ้นสู่อำนาจในปี 1985 ขณะมีอายุ 54 ปี เขาได้ริเริ่มการปฏิรูปต่าง ๆ เพื่อชุบชีวิตใหม่ให้ประเทศที่กำลังซบเซา

เปิดแฟ้มประวัติศาสตร์ การปฏิวัติรัสเซีย
ปฏิวัติรัสเซียปี 1917 ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลกอย่างไร?
มิคาอิล กอร์บาชอฟ ชี้ชาติตะวันตกบ่อนทำลายปูติน

ทว่าหลายฝ่ายชี้ว่า การปฏิรูปเหล่านี้ ที่เรียกกันว่า "เปเรสตรอยคา" (perestroika) ซึ่งหมายถึงการปรับปรุงและการปรับโครงสร้าง และ "กลัสนอสต์" (glasnost) ซึ่งหมายถึง การเปิดกว้างและเสรีภาพในการพูด ได้นำความล่มสลายมาสู่สหภาพโซเวียต ขณะที่บางคนบอกว่า สหภาพโซเวียตนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่เกินจะเยียวยา เนื่องจากระบบและโครงสร้างที่เข้มงวดตายตัว

ในบทความนี้เราจะพาไปสำรวจสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การล่มสลายของสหภาพโซเวียต และส่งผลอย่างลึกซึ้งต่อการที่รัสเซียมองตนเอง และมีปฏิสัมพันธ์กับชาติอื่น ๆ ในโลก

1. เศรษฐกิจ

การล่มสลายของเศรษฐกิจคือ หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของสหภาพโซเวียต ซึ่งมีระบบเศรษฐกิจที่วางแผนจากส่วนกลาง ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลกใช้กัน

ในสหภาพโซเวียต รัฐคือผู้ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะผลิตอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น การผลิตรถยนต์กี่คัน รองเท้ากี่คู่ หรือขนมปังกี่แถว

นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ตัดสินใจถึงความต้องการของพลเมืองแต่ละคน สินค้าควรมีราคาเท่าไหร่ และประชาชนควรได้รับค่าแรงมากแค่ไหน


ในช่วงปีท้าย ๆ ของสหภาพโซเวียต เกิดปัญหาขาดแคลนสินค้าจำเป็นขั้นพื้นฐาน และการที่ประชาชนเข้าคิวยาวเหยียดตามร้านค้าต่าง ๆ ก็เป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป

ในทางทฤษฎี ระบบนี้จะมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม แต่ในความเป็นจริงกลับแทบจะใช้ไม่ได้ผล

จำนวนสินค้ามักไม่เพียงพอต่อความต้องการ และเงินก็แทบจะไม่มีความหมาย

แม้คนในสหภาพโซเวียตจำนวนมากไม่ใช่คนยากจน แต่พวกเขาก็ไม่อาจซื้อหาสินค้าที่จำเป็นได้ เพราะมักมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน

การจะซื้อรถยนต์คนหนึ่ง คุณจะต้องลงชื่อรอซื้อนานหลายปี การจะซื้อเสื้อโค้ทกันหนาวสักตัว หรือรองเท้าบูทหน้าหนาวสักคู่ คุณจะต้องไปเข้าคิวนานหลายชั่วโมง แล้วท้ายที่สุดก็พบว่า ขนาดที่คุณต้องการซื้อถูกขายหมดไปแล้ว

คนในสหภาพโซเวียตมักไม่พูดเรื่อง "การซื้อ" ของบางอย่าง แต่จะพูดเรื่อง "การเสาะหา" ของต่าง ๆ มาใช้

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงก็คือค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ทางการทุ่มเทไปในการแข่งขันสำรวจอวกาศ และการแข่งขันทางด้านอาวุธกับสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นช่วงปลายทศวรรษที่ 1950

สหภาพโซเวียตต้องพึ่งพารายได้จากทรัพยากรธรรมชาติในประเทศ เช่น น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการแข่งขันเหล่านี้ ทว่าในช่วงต้นทศวรรษที่ 1980 ปัญหาราคาน้ำมันที่ตกต่ำลง ได้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้วของสหภาพโซเวียต

นโยบาย "เปเรสตรอยคา" ของนายกอร์บาชอฟได้ริเริ่มหลักการตลาดบางอย่าง แต่เศรษฐกิจขนาดมหึมาของสหภาพโซเวียตก็ใหญ่เกินว่าที่จะปฏิรูปได้อย่างรวดเร็ว

สินค้าอุปโภคบริโภคยังคงขาดแคลน และอัตราเงินเฟ้อก็พุ่งสูงลิ่ว

ในปี 1990 ทางการเริ่มปฏิรูประบบการเงิน ซึ่งทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องสูญเสียเงินออมที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิต จนทำให้เกิดความรู้สึกไม่พอใจรัฐบาลเพิ่มขึ้นทุกขณะ

เรื่องนี้มีผลต่อสังคมยุคปัจจุบันอย่างไร

ปัญหาขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคได้ส่งผลกระทบอย่างยาวนานต่อความคิดของประชากรยุคหลังสหภาพโซเวียต

แม้กระทั่งปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ยังคงมีความกลัวที่จะใช้ชีวิตโดยขาดแคลนของใช้ที่จำเป็น มันคือความรู้สึกอันทรงพลังที่ทำให้ถูกชักจูงได้ง่ายระหว่างการหาเสียงเลือกตั้ง

2. อุดมการณ์

นโยบาย "กลัสนอสต์" ของนายกอร์บาชอฟ มีเป้าหมายในการให้คนในประเทศมีเสรีภาพในการพูดแสดงความคิดเห็นเพิ่มมากขึ้น หลังจากต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองที่กดขี่มานานหลายทศวรรษ ซึ่งผู้คนไม่กล้าที่จะพูดอย่างที่ใจคิด ตั้งคำถาม หรือพูดแสดงความไม่พอใจ

เขาเริ่มเปิดหอจดหมายเหตุทางประวัติศาสตร์ที่เผยให้เห็นถึงความรุนแรงที่แท้จริงของการกดขี่ประชาชนภายใต้การปกครองของนายโจเซฟ สตาลิน (อดีตผู้นำโซเวียต ระหว่างปี 1924 - 1953) ซึ่งทำให้ประชาชนหลายล้านคนเสียชีวิต

นอกจากนี้ นายกอร์บาชอฟยังสนับสนุนให้มีการอภิปรายเกี่ยวกับอนาคตและโครงสร้างอำนาจของสหภาพโซเวียต ว่าควรจะปฏิรูปอย่างไรเพื่อให้ประเทศมุ่งไปข้างหน้า

นายกอร์บาชอฟยังพิจารณาถึงแนวคิดเรื่องระบบการเมืองที่มีหลายพรรค ซึ่งเป็นการท้าทายพรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองประเทศมายาวนาน


มิคาอิล กอร์บาชอฟ ได้รับเสียงชื่นชมในต่างแดน แต่ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากคนในประเทศ

แต่แทนที่ความริเริ่มดังกล่าวจะทำให้สังคมมีมุมมองต่อแนวคิดแบบโซเวียตเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่าได้ทำให้ประชาชนจำนวนมากในสหภาพโซเวียตเชื่อว่า ระบอบการปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลทุกคนได้รับการแต่งตั้ง หรือมาจากการเลือกตั้งที่ไร้คู่แข่งนั้น เป็นระบอบที่ไม่มีประสิทธิภาพ กดขี่ และเปิดช่องให้เกิดการทุจริต

รัฐบาลของนายกอร์บาชอฟจึงเร่งนำหลักการด้านเสรีภาพและความเป็นธรรมบางอย่างเข้ามาใช้ในกระบวนการเลือกตั้ง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอและสายเกินไปเสียแล้ว

เรื่องนี้มีผลต่อสังคมยุคปัจจุบันอย่างไร

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ตระหนักได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ถึงความสำคัญของการมีอุดมการณ์ของชาติที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะสำหรับรัฐบาลที่ไม่มีความโปร่งใสและเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์

เขาใช้ประโยชน์จากยุคสมัยต่าง ๆ ของรัสเซีย และอดีตอันรุ่งโรจน์ของสหภาพโซเวียตในการบ่มเพาะอุดมการณ์ความรักชาติ เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการเป็นประธานาธิบดีของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นภาพความยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิรัสเซีย ความกล้าหาญและความเสียสละในชัยชนะสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายใต้การปกครองของสตาลิน และความสงบเรียบร้อยในยุคโซเวียตช่วงทศวรรษที่ 1970

เรื่องราวเหล่านี้ถูกหยิบมาผสมผสานกันเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจและรักชาติ แล้วมองข้ามปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรัสเซียยุคปัจจุบัน

3. แนวคิดชาตินิยม

สหภาพโซเวียตเป็นรัฐที่ประกอบด้วยหลายชนชาติ โดยมี 15 สาธารณรัฐ ซึ่งในทางทฤษฎีแต่ละรัฐต่างมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน

ทว่าในความเป็นจริง รัสเซียคือชาติขนาดใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุด อีกทั้งภาษารัสเซียยังเป็นภาษาหลักที่ใช้ในหลายพื้นที่

นโยบาย "กลัสนอสต์" ของนายกอร์บาชอฟทำให้ชาติอื่น ๆ ในสหภาพโซเวียตได้รับรู้ถึงการกดขี่ทางเชื้อชาติในอดีต ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์มหาทุพภิกขภัยในยูเครน ช่วงทศวรรษที่ 1930, การยึดครองรัฐบอลติก และตะวันตกของยูเครนภายใต้การจับมือเป็นพันธมิตรของโซเวียตและนาซี ตลอดจนการเนรเทศกลุ่มชาติพันธุ์และชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2


กระแสชาตินิยมของคนในสาธารณรัฐต่าง ๆ ของสหภาพโซเวียต เช่น ยูเครน มีเพิ่มมากขึ้น หลังจากได้รับรู้เรื่องการกดขี่จากรัสเซีย

กรณีเหล่านี้ รวมถึงเหตุการณ์อื่น ๆ ทำให้เกิดกระแสชาตินิยม และการเรียกร้องในการปกครองตนเองมากขึ้น ส่งผลให้แนวคิดที่ว่า สหภาพโซเวียตเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ที่เปี่ยมสุขนั้นต้องพังทลายลงอย่างราบคาบ และความพยายามของรัฐบาลนายกอร์บาชอฟในการปฏิรูปเพื่อให้อำนาจปกครองตนเองมากขึ้นแก่สาธารณรัฐเหล่านี้ก็ไม่เพียงพอและสายเกินไป

เรื่องนี้มีผลต่อสังคมยุคปัจจุบันอย่างไร

ความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย ที่พยายามรักษาบทบาทและอิทธิพลของตนกับอดีตชาติในสหภาพโซเวียตยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยปัญหาระหว่างรัฐบาลรัสเซียกับบรรดารัฐบอลติก และล่าสุดกับยูเครน ยังดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและส่งผลต่อภูมิรัฐศาสตร์ของยุโรปและประเทศอื่น ๆ

4. ความรักและศรัทธาจางหาย เมื่อประชาชน "ตาสว่าง"

เป็นเวลาหลายปีที่คนโซเวียตถูกพร่ำบอกว่าโลกตะวันตกนั้น "ฟอนเฟะ" และผู้คนที่นั่นต่างเผชิญความทุกข์ยากจากความแร้นแค้นและความตกต่ำภายใต้การปกครองของรัฐบาลระบบทุนนิยม

แต่แนวคิดนี้เริ่มถูกตั้งข้อสงสัยเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา เมื่อคนทั่วไปเดินทางไปมาหาสู่กันมากขึ้น

พลเมืองโซเวียตเริ่มเห็นแล้วว่า มาตรฐานความเป็นอยู่ เสรีภาพส่วนบุคคล และรัฐสวัสดิการของประเทศอื่น ๆ นั้นดีกว่าในประเทศของตนเองมาก


มิคาอิล กอร์บาชอฟ (ซ้าย) ถ่ายภาพกับประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ เมื่อปี 1985 เขามักได้รับเสียงชื่นชมว่าเป็นบุคคลสำคัญในการยุติสงครามเย็น

พวกเขายังได้เห็นว่า ทางการโซเวียตพยายามซ่อนเรื่องต่าง ๆ จากพวกเขามานานหลายปี ด้วยการห้ามการเดินทางไปต่างประเทศ ห้ามฟังสถานีวิทยุต่างชาติ เช่น บีบีซี เวิลด์เซอร์วิส อีกทั้งยังเซ็นเซอร์วรรณกรรมและภาพยนตร์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ในสหภาพโซเวียต

นายกอร์บาชอฟได้รับเสียงชื่นชมในการยุติสงครามเย็น และหยุดยั้งภัยคุกคามจากการเผชิญหน้าทางอาวุธนิวเคลียร์ ด้วยการปรับปรุงความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก

ทว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจจากการปรับปรุงความสัมพันธ์นี้ ก็ทำให้พลเมืองโซเวียตได้ตระหนักว่าชีวิตของพวกเขาย่ำแย่เพียงใดเมื่อเทียบกับคนประเทศอื่น ๆ

นายกอร์บาชอฟได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในต่างประเทศ แต่กลับเผชิญเสียงวิจารณ์ในประเทศของตัวเอง

เรื่องนี้มีผลต่อสังคมยุคปัจจุบันอย่างไร

รัฐบาลรัสเซียมีความช่ำชองในการใช้ข้อความสื่อสารต่อมวลชนให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเอง

เพื่อหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบอันไม่พึงประสงค์กับประเทศอื่น ๆ ในโลก รัสเซียมักนำเสนอชาติตนเองในฐานะประเทศที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เปรียบเสมือนนักรบผู้โดดเดี่ยว ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้ไม่ประสงค์ดี

นอกจากนี้ สื่อรัสเซียยังมักนำเสนอเรื่องราวความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ ชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 และมรดกทางวัฒนธรรมในการกระตุ้นให้คนรัสเซียเกิดความรู้สึกว่าชาติของตนมีความพิเศษเหนือประเทศอื่น ๆ เพื่อให้ผู้คนมองข้ามปัญหาต่าง ๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

5. ภาวะผู้นำ

นายกอร์บาชอฟรู้ดีว่าจำเป็นต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อหยุดยั้งการล่มสลายของเศรษฐกิจสหภาพโซเวียตและขวัญกำลังใจของประชาชน แต่วิสัยทัศน์ในการบรรลุเป้าหมายนี้ของเขากลับไม่ชัดเจน

หลังสิ้นสุดสงครามเย็น นายกอร์บาชอฟได้กลายเป็นวีรบุรุษในสายตาคนต่างชาติ ทว่าในบ้านเกิดตัวเองเขาต้องเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากบรรดานักปฏิรูปที่รู้สึกว่าเขาไม่ยอมใช้โอกาสที่มีอยู่ในการปฏิรูปประเทศให้ลุล่วง ขณะที่ฝ่ายอนุรักษนิยมมองว่าเขาทำมากจนเกินไป

นี่จึงทำให้เขากลายเป็นปรปักษ์กับทั้งสองฝ่าย โดยฝ่ายอนุรักษนิยมพยายามก่อรัฐประหารโค่นอำนาจเขา เมื่อ ส.ค. 1991


มิคาอิล กอร์บาชอฟ ในงานเลี้ยงอำลาตำแหน่ง เมื่อ 26 ธ.ค. 1991 เขาถูกมองว่าเป็นผู้นำที่กระตือรือร้น แต่ไม่กล้าตัดสินใจเด็ดขาด

แทนที่ความพยายามก่อรัฐประหารดังกล่าวจะช่วยกอบกู้สหภาพโซเวียตเอาไว้ได้ แต่มันกลับเป็นตัวเร่งไปสู่การล่มสลายแทน ไม่ถึง 3 วันหลังความพยายามก่อรัฐประหาร หัวหน้าคณะผู้ก่อการหลบหนีออกนอกประเทศ และนายกอร์บาชอฟได้กลับขึ้นสู่อำนาจ แต่ก็เป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

นายบอริส เยลต์ซิน ที่อยู่ในรัสเซีย และผู้นำสาธารณรัฐอื่น ๆ ในสหภาพโซเวียตได้ผงาดขึ้นมา ทำให้ในอีกหลายเดือนต่อมา บรรดาสาธารณรัฐต่างจัดการลงประชามติแยกตัวเป็นเอกราช และภายในเดือน ธ.ค. ปีเดียวกัน สหภาพโซเวียตก็มาถึงจุดสิ้นสุด

เรื่องนี้มีผลต่อสังคมยุคปัจจุบันอย่างไร

วลาดิเมียร์ ปูติน คือหนึ่งในผู้นำรัสเซียที่ครองอำนาจยาวนานที่สุด

หนึ่งในความลับของการกุมอำนาจอันยาวนานของเขาคือ การให้ความสำคัญกับรัสเซียเป็นอันดับแรก

ในขณะที่นายมิคาอิล กอร์บาชอฟถูกวิจารณ์ว่า ยอมละทิ้งผลประโยชน์ของสหภาพโซเวียตหลายครั้งหลายครา เช่น การรีบถอนทหารโซเวียตออกจากเยอรมนีตะวันออก แต่นายปูตินจะกัดฟันต่อสู้เพื่อสิ่งที่เขาเชื่อว่าเป็นผลประโยชน์ของรัสเซีย

เมื่อคราวเป็นสายลับเคจีบีที่ปฏิบัติหน้าที่ในเยอรมนีตะวันออกตอนที่กำแพงเบอร์ลินล่มสลาย นายปูตินประสบกับตัวเองถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากการถอนทหารของกองทัพโซเวียต

30 ปีให้หลัง เขาได้แสดงความต่อต้านอย่างแข็งกร้าวต่อการที่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต จะรุกเข้าใกล้พรมแดนรัสเซีย พร้อมกับเตรียมรับมือเรื่องนี้ด้วยการเสริมกำลังทหารตามแนวชายแดนที่ติดกับยูเครน จนสร้างความหวั่นวิตกให้บรรดาผู้นำชาติตะวันตกว่าอาจเกิดสงครามที่อาจขยายวงเข้าไปในยุโรปได้

พี่โทนี ด่าได้ดีมาก



Peemai Sirikul is with Peemai Newyear.
23h
เมื่อคืนพี่โทนีบอกว่าถ้าคุณประยุทธ์จะลี้ภัยก็ยินดีให้เช่าบ้าน พี่โทนีจะกลับไทยแทน
.
คนเป็นผู้นำประเทศ ไม่ใช่จะมีคุณสมบัติเหมือนพี่โทนีทุกคนนะคะ ที่ลี้ภัยยังไงให้ชีวิตสุขสบาย ไปไหนก็มีคนต้อนรับ มีเกียรติระดับโลก โดนยึดทรัพย์ไป 4.6หมื่นล้านแล้วยังทำมาหากินต่อยอด รวยติดอันดับไม่เคยตก แถมยังช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับคนอื่นทั้งในทั้งนอกประเทศได้อีกมากมายมหาศาล อยู่ต่างประเทศสิบกว่าปีมีแต่เกียรติยศ ศักดิ์ศรีบารมีเพิ่ม ไม่เคยห่างหายไปจากใจประชาชน กลับกันมีแต่คนโหยหาอยากให้กลับมาบริหารประเทศ
.
แต่ผู้นำอย่าง ปธน ศรีลังกา ลี้ภัยมาอยู่ไทยไม่ถึงเดือนร้องไห้จะกลับไปตายรังเก่าที่บ้านเกิด เพราะมาแบบมาซุกหัวหลบภัย ไม่ได้มาแล้วสร้างรายได้ กินใช้บุญเก่า แถมโดนเรียกค่าคุ้มครองสูงลิบลิ่ว บุญเก่าก็ร่อยหรอ อยู่ต่อก็อดตาย กลับไปติดคุกรอวันตายก็ยังมีข้าวแดงหล่อเลี้ยงอายุขัยที่เหลือ
.
อย่างประยุทธ์ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ ภาษาไทยก็ไม่ดี ภาษากายยิ่งบัดสี อย่าว่าแต่จะมีค่าเช่าบ้านจ่ายพี่โทนีเลย พ้นขอบกะลาช่องทางธรรมชาติโรงเกลือสระแก้วไป ก็อดตายอยู่ชายขอบนั่นแหละค่ะ
.
อันนี้จำเป็นต้องดูถูกจริง ๆ นะคะเพราะพยายามดูให้แพงแล้ว แต่แกไม่มีราคาเอาซะเลย !

Peemai Sirikul 
22h
พี่โทนีไม่ค่อยว่าใคร แต่เวลาจะด่าก็ปากจัดด่าเจ็บ เมื่อคืนเรียกโฆษกนกขุนทอง ว่าที่รัฐบาลขึ้นค่าแรงขั้นต่ำได้ไม่เท่าที่หาเสียงไว้ เพราะต้องเอาเงินไปใช้หนี้จำนำข้าว
.
ค่าแรงขั้นต่ำบริษัทเอกชนจ่าย มาเกี่ยวอะไรกับรัฐบาล แค่มีหน้าที่กำหนดเรทและประกาศขึ้นให้แค่นั้น
.
แล้วโฆษกนกแก้วตัวเดียวกันกับนกขุนทองหรือเปล่าไม่รู้ มาว่านายกเถื่อนอยู่ดูไบ พี่โทนีบอกว่าผมไม่ใช่นายก ผมเป็นอดีตนายกนะ
.
พี่โทนีว่าพูดแบบปากไม่สัมพันธ์กับสมอง
.
ต้องแปลให้คนโดนด่าหรือเปล่า เผลอ ๆ เขาอาจไม่เข้าใจ ว่าพี่โทนีน่าจะหมายถึงความสัมพันธ์เชิงปริมาณ ปากมาก แต่สมองน้อย อะไรแบบนี้ไหม ?!?
.....

Peemai Sirikul
Yesterday
#ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วไงต่อ
#TonyWoodSome
#30สิงหาคม2565
#ประวิตรรักษาการ
พี่โทนีบอกว่าปรากฎการณ์ประยุทธ์ และ ประวิตรไม่เหนือความคาดหมาย เหมือนเป็นพี่น้องกัน แต่เขาต่อสู้กันอยู่ ศาลต้องว่าตามความจริงว่าต้องทำอย่างไร ตามหลักนิติธรรมควรเป็นอย่างไร
.
#อยู่ลอนดอน
มาเมื่อวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวเยอะ ร้านอาหารเต็มจองยาก คนไทยมาเที่ยวเยอะ ก่อนมาก็เจอนักธุรกิจคนไทยรุ่น ๆ บอกว่า “รีบกลับเถอะครับบ้านเมืองไม่ไหว ศก แย่เหลือเกิน”
.
#การ์ตาฟันด์
เมื่อวานได้เจอผู้บริหารกองทุน Qatar Investent Fund ฟังเขาแล้วคิดถึงบ้านเรา บ้านเรามีตังค์เหลือก็เก็บไว้กินดอกเบี้ยต่ำไม่เสี่ยง ไม่ลงทุน
.
เวลาไปลงทุนมืออาชีพไม่พอก็เสียหาย เขาไม่ใช่คนหนึ่งคนลงทุน แต่เขามีหน่วยงานรองรับ R&D ผู้ติดตามเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อป้อนข้อมูลให้ฝ่ายลงทุน การลงทุนของ Qatar คล้ายสิงคโปร์ เขาใช้หน่วยงานฝ่ายลงทุนไปค้นหาว่าโลกเขาสนใจเรื่องอะไร ทิศทางโลกเป็นอย่างไรก็ลง
.
โครงสร้างพื้นฐานเขาเต็มที่สมบูรณ์ เขาก็เริ่มเอาเงินมาลงทุนด้านเทคโนโลยี ตอนสมัยพี่โทนีเป็นนายก บอกว่าจะต้องลงทุนด้านคน การศึกษา ปัญญา และ สุขภาพ จะเป็นพลังขับเคลื่อน การ์ต้าก็กำลังทำ ประเทศเขาใหม่แต่โชคดีได้แก๊ส ได้น้ำมันเยอะ ก็เอาเงินมาสร้างคน
.
การ์ตาฟันด์เป็นเจ้าของห้างแฮร์รอด ของโดดี อัลฟาแย็ด สมัย ร9 พี่โทนีได้เชิญคราวน์ปริ๊นส์ของการ์ตามาศึกษา พอโดนปฏิวัติก็จบไป
.
#ความมั่นคงทางอาหาร
วันนี้เขาเล่าให้ฟังว่า food security หลายประเทศกำลังคิดว่า การนำเข้าต้องทำได้อย่างสม่ำเสมอ ต้องทำเองบ้าง ปลูกเองบ้าง เมื่อก่อนแค่พูด ตอนนี้เริ่มปฏิบัติ
.
#ความมั่นคงทางพลังงาน
เรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งกลายเป็นปัญหาของหลายประเทศ เงินเฟ้อก็มาจากพลังงาน
.
#ธุรกิจอวกาศ
เทคโนโลยี เขาติดตามกันมา ต้องตั้ง R&D ให้เด็กรุ่นใหม่ ยิงยานอวกาสอาร์ทิมิส ไปถึงดวงจันทร์ ต่างประเทศสนใจอะไร ถึงได้ลงทุนด้านอวกาศ สรุปเขาสนใจพลังงาน กับทรัพยากร จีน อเมริกา ทำอย่างไรได้พลังงานแสงอาทิตย์ บอกว่าไปทำในอวกาศได้เยอะกว่าเยอะ ทำไงจะนำสู่ประเทศตนเอง จีนบอกว่าถ้าทำสำเร็จจะใช้ได้ทั้งประเทศ อเมริกาก็จะทำคล้ายกัน
.
ดาวเคราะห์น้อย ที่จะตกลงมาบนโลกได้ ถ้าก้อนนี้ตกลงมาแล้วไม่ทำลายอะไร ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะมีแร่ธาติที่รวมกันแล้วเอามาขาย จะทำให้มนุษย์มีเงินเป็นพันล้านเหรียญ เมื่อแบ่งกัน แสดงว่าปริมาณมหาศาล
.
การศึกษาอวกาศจึงเป็นเรื่องที่ทุกประเทศให้ความสนใจ James Webb ถ่ายภาพย้อนไปหลายจักรวาล เพื่อศึกษาว่าโลกเกิดได้ยังไง และ ศึกษาสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ด้วย ในโลกก็มีอะไรศึกษาเยอะ ยังศึกษานอกโลกด้วย เราต้องติดตามจะได้รู้ทัน อย่าไปนั่งจมกับแชร์ Forex หรือ คอลเซ็นเตอร์ทั้งหลาย
.
ฝากข้อห่วงใยเศรษฐกิจโลก วันก่อน เจอโรม โพเวลล์ ประธานเฟด ได้พูดเรื่องจะขึ้นดอกเบี้ยอีก หุ้นร่วงเป็นแถว เพราะเขาคิดว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะหยุดเงินเฟ้อ เพราะถ้าหยุดไม่ได้จะฝังอยู่อย่างนั้นไม่ลง ราคาสินค้าขึ้นแล้วไม่ยอมลง อ้างน้ำมัน พอน้ำมันลงราคาสินค้าไม่ลง แต่ญี่ปุ่นไม่กลัวเงินเฟ้อ ของไทยต้องคิดเงินเฟ้อ ค่าเงิน การเก็งกำไรจากค่าเงิน ยังเห็นว่าควรจะขึ้นแบบช้า ๆ ไม่เห็นด้วยแบบขึ้นอย่างกล้าหาญแบบอเมริกา หรือ ไม่ขึ้นเลยแบบญี่ปุ่นก็ไม่เห็นด้วย
.
#เศรษฐกิจถดถอย
ยุโรปโดน recession แน่นอน จีนอัดเงิน 5 ล้านล้านบาทเข้าระบบ คนเป็นหนี้เยอะ ธนาคารมีปัญหา การลงทุนอสังหาริมทรัพย์เยอะไปก็เริ่มมีปัญหา Zero Covid ทำให้นักลงทุนถอย
.
ไทยเงินเฟ้อสูง ศก ตกต่ำจะทำให้มีปัญหายาว บริหารก็ไม่เก่ง ปัญหาพลังงาน ไฟฟ้าขึ้นราคา แต่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมีหนี้เป็นแสนล้าน ปกติเป็นเสือนอนกิน ซื้อมาขายไปบวกอีกหน่อย ชาวบ้านก็จ่าย แต่วันนี้ปัญหาด้านพลังงานนำเข้าแก๊ส ทำให้ขาดทุนเยอะ ราคาน้ำมันก็จะเริ่มขึ้นไปอีก ของไทยก็เหนื่อยหน่อย
.
8 ปีที่ผ่านมา ศก เราโตเฉลี่ย 1% กว่าต่อปี ถือว่าทำลายอนาคตของคน จะทำให้เด็กนักเรียนที่จบมาหางานลำบาก คนเดิมก็ตกงาน การสร้างทาง ศก ไม่มี กู้ก็เอามาแจก ซื้ออาวุธ ลงทุนไม่มีผลตอบแทนทาง ศก 8 ปีใช้เงินสูงกว่าทุกรัฐบาลรวมกัน นายก 28 คน ประยุทธ์มีความสามารถพิเศษใช้เงินเยอะกว่า 28 นายกที่ผ่านมา
.
#ต้มตุ๋น
การลงทุนเละเทะ คอรัปชั่นสูงมาก ตกมาเรื่อย ๆ ถึงอันดับ 110 แจกบัตรคนจน 17 ล้านคนด้วยความภูมิใจแต่พ่โทนีกลับเศร้าใจ ไม่ควรปล่อยให้คนจนมากขนาดนี้ คนหัวใสนิสัยเลว เลยเริ่มมาหลอกชาวบ้าน คอลเซ็นเตอร์มาหลอก ก็ไม่แก้ ชาวบ้านลำบาก มีเรื่องของ Forex ความจริงเป็นเรื่องตุ๊กตามาอ้าง too good to be true จำไว้เลยว่าลงุทนต่ำ แล้วไม่มีความเสี่ยง ต้มตุ๋นอย่างแรง เหมือนแชร์แม่ชะม้อย มี 16 ล้อ ลงทุนล้อเดียว ไฮโซเชื่อ สรุปเอาเงินใหม่มาใช้หนี้คนเก่า เป็นการหมุน เมื่อไรล้อหยุดหมุนก็เจ๊ง
.
ต้มตุ๋น เจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็น แต่รัฐบาลไม่รู้เห็น รัฐบาลคืนการตัดสินใจให้ประชาชนเถอะ ไม่ต้องคิดว่า ป นั้น ป นี้
.
#ขึ้นค่าแรง
รองโฆษกนกขุนทองตัวใหม่ บอกว่าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเท่ากับที่หาเสียงไว้ไม่ได้ เพราะต้องเอาเงินไปใช้หนี้จำนำข้าว “พูดจาปากกับสมองไม่สัมพันธ์กัน” ค่าแรงขั้นต่ำเอกชนเป็นคนจ่าย เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล กับภาษี แล้วมาหาว่านายกเถื่อนอยู่ดูไบ “ผมไม่ใช่นายก ผมอดีตนายก”
.
#จะอยู่หรือไป
ถ้าประยุทธ์พักงาน ก่อนการพิจารณา อยากสื่อถึงประยุทธ์ หลักคิดว่าจะอยู่ไม่อยู่ คือ
- หลักนิติธรรม หลักนิติศาสตร์ ต้องดูกฎหมายเขียนชัดเจนว่า 8 ปี แต่จะไปบอกว่าเริ่มตอนนั้นตอนนี้ ตอนคุณเข้ามาฉีก รธน แต่วันนี้พอจะหมดอำนาจเอากฎหมายทุกฉบับ คุณเป็นคนสั่ง คสช ให้ร่าง รธน ให้เขียนไม่เกิน 8ปี เพราะกลัวเพื่อไทยอยู่นาน ตอนแรกว่าขอเวลาไม่นาน แต่บังเอิญวันนี้อยู่นานชักมันส์ ติดกับดักที่วางไว้ให้คนอื่น
.
- หลักรัฐศาสตร์ คนเราต้องรู้จักพอ วันนี้คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการท่านแล้ว โพลก็ไม่เอา
.
- หลักจริยธรรม ตอนนั้นผมขายหุ้นประชาธิปัตย์ก็บอกให้ผมมีจริยธรรม แม้ไม่มีกฎหมายเลยเรื่องหุ้นขายในตลาดหลักทรัพย์ เพราะกฎหมายบอกว่าไม่ต้องเสียภาษีเมื่อได้กำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อไม่มีกฎหมายไม่ผิด ก็ว่าผิดหลักจริยธรรม “งั้นผมยุบสภาก็ได้” ก็มาบอยคอตอีก
.
ถ้าผมเป็นประยุทธ์จะไม่รอให้ศาลตัดสิน ถอยและหล่อกว่า วันไหนที่ศาลตัดสินให้กลับมาได้ จะมีความสุขเพียงวันเดียว จากนั้นไม่มีวันมีความสุขอีกเลยตลอดชิวิต เตือนในฐานะรุ่นพี่ ทำงานมาให้บ้านเมืองเยอะแล้ว สำเร็จไม่สำเร็จก็ดีกว่า
.
#แก้ระเบียบสำนักนายก
ประวิตรรักษาการ มีการแก้ระเบียบสำนักนายกให้อำนาจ จะได้ไม่มีปัญหาโยกย้ายข้าราชการ เป็นฤดูกาลต้องเซ็นแต่งตั้ง โยกย้าย และ ต้องให้ในหลวงเซ็น ก็เลยแก้ระเบียบสำนักนายก
.
#อาจารย์สิริพรรณ
ตามหลักการ อ.สิริพรรณเชื่อว่าประยุทธ์หมดอายุไปแล้ว เพราะเริ่มนับปี57 แต่หากศาล รธน ให้กลับมาต่อ ถ้านับจาก รธน เริ่มประกาศใช้ก็จะไปจบที่ปี68 ถ้าลาออกก็เป็นความหวังของคนทั้งประเทศ แต่ดูทรงแล้วประยุทธ์สู้ต่อ ทางที่ดีก็ให้อยู่ถึงจัดเอเปก หลังจากนั้นก็อยากเห็นยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ลงสง่างามสำหรับประยุทธ์ ไม่คิดว่าจะมีพรรคไหนเสนอชื่อประยุทธ์ในการเลือกตั้งครั้งหน้า มูลค่าทางการเมืองของประยุทธ์ “วันหมดอายุ” ประทับตราไว้แล้วก็มีความยากทางการเมือง
.
มองว่าหลัก ๆ จะหาทางลงอย่างไร เอเปกประยุทธ์พูดถึงก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเงื่อนไขหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ประยุทธ์ไม่พร้อมจะลาออก
.
ถ้าศาลตัดสินว่าให้หมดวาระ ดูจากประวิตรกระชุ่มกระชวย ก็มีความเป็นไปได้ว่าศาลตัดสินให้หมดวาระ ก็อยู่ที่ว่าจะหาทางลงอย่างไร
.
พี่โทนีบอกว่าแสดงอาการ “กูจะสู้” ตอนไปเปิดงาน และ ทดลองยิงปืน
.
#ประวิตรรักษาการยุบสภาได้หรือไม่
ถ้าประวิตรชิงยุบสภาก่อน อ.สิริพรรณบอกว่าประวิตรยังเป็นรองนายกฯ และ รักษาราชการแทนนายก ตาม พรบ 2534 ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน บอกว่า “ทำแทนนายกได้” ในแง่งานแผ่นดิน บริหารส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นทำได้ แต่การยุบสภาอยู่ใน รธน ไม่อยู่ในระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ดังนั้นจึงไม่สามารถทำได้เพราะผิดหลักการถ่วงดุลอำนาจ
ประวิตรไม่ได้เป็น สส ไม่ได้ถูกเลือกมาจากสภา จึงไม่มีอำนาจยุบสภา เป็นอำนาจที่ระบุไว้ใน รธน
.
#การเลือกนายกใหม่
เลือกนายกใหม่ นายกใหม่จะมีอำนาจยุบสภา ถ้าเลือกไม่ได้ล่ะ ประธานสภาต้องประชุมกันแล้วต้องเลือกให้จบ
.
พี่โทนีบอกว่า การเลือกต้องเลือกคนในบัญชีก่อน คือ อนุทิน ที่เต้นฟุตเวิร์ครอ ฝั่งรัฐบาลและสว จะเลือกอนุทินไหม คิดว่าป้อมไม่ยอม คือ สว + พปชร ไม่เลือก ฝ่ายประชาธิปไตยไม่เลือกแน่ ฝั่งพรรคเพื่อไทยไม่เลือกแน่
.
เลือกคนนอก 2 ใน 3 ของสองสภารวมกัน ที่อนุทินบอกว่าไม่เลือกแน่นอน พี่โทนีบอกว่า “เชื่อไม่ได้” วันนั้นก็บอกไม่เลือกประยุทธ์
.
#นายกคนนอก
กลัวปัญหาถ้า “ติดล็อค” แล้วทำไงต่อ พี่โทนีถาม ก็ต้องมีการเลือกนายกคนนอก ซึ่งนายกคนนอกคงเป็นประวิตร อ.สิริพรรณบอกว่า การเป็นนายก 4-5 เดือนก่อนเลือกตั้ง มีความหมายมาก เพราะวางขุมอำนาจเข้าสู่การเลือกตั้ง
.
พี่โทนีบอกว่ามี 2 อย่างเท่านั้น
1. ถ้าไม่เกิด deadlock ในสภา
2. ก็พล.อ.ประวิตร เพราะคนนอกมาจะยาก ดูจาก สว ที่ล็อคอยู่เพราะเป็นคนของประวิตรทั้งนั้น
#กฎหมายเลือกตั้ง
อ.สิริพรรณบอกว่า กกต ส่งความเห็นกลับมาแล้วไม่มีข้อท้วงติง ที่ต้องรอเพราะพรรคเล็ก ภูมิใจไทย และ สส บางส่วนรวบรวมรายชื่อได้เกิน 1 ใน 5 ยื่นให้ศาล รธน ตีความว่า “มาตรา 93, 94 ที่คงค้างขัดกับสูตรหาร 100 หรือไม่” เดาว่าศาล รธน วินิจฉัยไม่ขัด
.
พรรคภูมิใจไทยบางส่วนไปร่วมลงชื่อด้วย จนได้ 106 คะแนน น่าแปลกใจเพราะภูมิใจไทยเสียเปรียบที่สุดกับสูตรหาร 500 เพราะคะแนนนิยมคนสูงกว่าคะแนนนิยมพรรค
.
#เสียเวลากับเรื่องไร้สาระ
พี่โทนีบอกว่าบ้านเมืองเราเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเยอะมาก เรื่องสาระที่พูดกับอนาคตเยาวชนไม่ค่อยมี แต่เราเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเยอะมาก นอกจากเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ ก็มีแต่คนแต่งนิยาย ไม่มีคนทำ research มีสาระแค่ 20% วัฒนธรรมแบบนี้เราอยู่ลำบาก จริยธรรมของผู้ปกครองสำคัญ ทหารมาอยู่เต็มบ้านเต็มเมืองแต่ leadership ชายชาติทหารหายไปไหนหมด
.
#ไม่เคยแม้แต่จะฝันถึง
บางคนชอบแต่งนิยายว่าผมกับป้อมคุยกันทุกวัน แม้แต่ในฝัน ผมยังไม่เคยฝันถึงเลย
.
ถ้าไม่ได้กลับมา อ.สิริพรรณ บอกว่าคนใน พปชร จะ happy ต่อให้ประยุทธ์กลับมา พปชร ก็คงไม่เลือกชื่อประยุทธ์คนเดียว ถึงต้องสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติไว้สำรอง เผื่อต้องสละ พปชร
.
#ประวิตรจะได้กลับมาเป็นนายกตัวจริงจากบัญชีคนนอกหรือไม่
อ.สิริพรรณบอกว่า ยุบสภา มีเงื่อนไขว่าต้องจัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน เชื่อว่ายุบสภาก่อนหมดวาระ เพราะ สส จะย้ายพรรค ลาออก ให้ทันกรอบสังกัดพรรคใหม่
.
คิดว่ามีการรวมตัวกันของพรรคเล็ก เพราะโอกาสได้ที่นั่งจะยากมาก ถ้าเป็นบัตร 2 ใบ หาร 100
.
#ถ้าประวิตรเป็นนายกคนนอก
พี่โทนีคิดว่าสมมุติว่าประวิตรได้เป็นนายกคนนอก พปชร ก็จะคึกคัก ถ้าไม่ได้เป็นยุบสภาเลย พปชร ก็ไม่คึกคักเท่าที่ควร พปชร คงไม่เสนอประยุทธ์เป็นแคนดิเดตนายกแน่นอน ประวิตรคงเสนอคนที่ต้องการให้ทำงานแทน อาจจะเปลี่ยนจากทหารเป็นตำรวจ (จักรทิพย์ ?)
.
#เสนอแคนดิเดต
โอกาสน้อยที่จะมีพรรคใดได้ สส 25 คนเสนอแคนดิเดตได้ ก็เหลือ 3 พรรคหลัก พชปร ภท ปชป ฝ่ายประชาธิปไตย พท กก ก็ต้องดูว่า 5 พรรคนี้จะรวมเสียงกันอย่างไรฟอร์มรัฐบาล
.
#ย้ายพรรคอุตลุต
ตั้งแต่เข้ามา พปชร สัญญาไว้เยอะ แต่ทำไม่ได้สักข้อ งบประมาณก็น้อย แก้ปัญหาอะไรก็ไม่ได้ ชาวบ้านต้องกู้เงินมาใช้จ่าย แล้วจะเห็นอนาคตไม่มีเลย แนวทางของ พปชร ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ง่าย ๆ เมื่อยุบสภาจะเปลี่ยนพรรคกันอุตลุต เพื่อไทยแสดงความเป็นงูเห่าชัดเจนแล้ว แต่คนจะเข้ามากกว่าจะออก โดยไม่ต้องใช้กล้วย
.
#เงินกับการเลือกตั้งครั้งหน้า
ความเป็น Leadership ทำให้คนเห็นอนาคตเป็นเรื่องสำคัญ แจกให้ก็เอาเพราะแจกทุกพรรค แต่เขาจะเลือกคนที่แก้ปัญหาให้เขาได้ สร้างอนาคตให้เขาได้ เลือกตั้งครั้งหน้าจะสอนบทเรียนสไตล์เก่าอย่างสิ้นเชิง
.
อ.สิริพรรณบอกว่าคงใช้เงินเข้มข้น และ กลไกรัฐ ตัวแปร คือ การส่งมอบนโยบาย บทบาทในสภา การนำเสนอกฎหมาย จะมีแค่ 5 พรรคเท่านั้นที่มีสิทธิเสนอแคนดิเดต เงื่อนไขสำคัญคือ สว เลือกได้วาระสุดท้าย รอการเปลี่ยนแปลงหลังวาระ สว หมดอายุ
.
#สว_ไม่ใช่อุปสรรค
พี่โทนีบอกว่าถ้ามีพรรคที่ได้คะแนนเกิน 250 ก็ไม่มีผลต่ออิทธิพลของ สว และ สว ไม่กล้าค้าน หรือแม้แต่พรรคต้องที่มารวมกับพรรคอื่นได้ สว ก็ไม่กล้าโหวตสวน
.
#จุดจบประยุทธ์จะลี้ภัยไหม
ต้องดูองค์กรอิสระ แต่ก็อ่านยาก ไม่อยากวิจารณ์เยอะ พี่โทนีบอกว่าความยุติธรรมบ้านเราตอบยาก “ไม่รู้” แต่ถ้าจะลี้ภัยก็มาเช่าบ้านพี่โทนีอยู่ได้ แล้วพี่โทนีจะกลับไป
.
#นโยบายรอฟัง10กันยายน
พี่โทนีให้รอฟังนโยบาย “บางส่วน” ในวันที่ 10 กันยา คุณอิ๊งค์จะพูดภาพกว้างก่อน นโยบายของเพื่อไทยจะซึมลงไปทุกระดับชั้น รากหญ้า นักลงทุน จะทำให้ชนชั้นกลางที่นับวันจะจนลง เปิดโอกาสให้พัฒนาตัวเองสูงขึ้น ราคายางพาราล้อไปกับน้ำมันดิบโลก แต่ขึ้นไม่ได้เยอะเพราะการเจรจาไม่มี
.
#นโยบายการศึกษา
พี่โทนีบอกว่า “ยกเครื่อง” และจะใช้ income link โดยระบบภาษีตรวจสอบ เช่น ถ้าเขากู้ยืมเงิน กยศ แล้วเริ่มเสียภาษี แสดงว่าเขามีรายได้แล้ว ก็จะเรียกเก็บเงินกู้ยืมได้ หมอเลี้ยบเสริมว่านโยบายการศึกษาถ้าเปิดมาจะยิ่งใหญ่ระดับ “30 บาทรักษาทุกโรค”
.
#การปิดสวิทช์สว
- อยู่ที่ประชาชนปิด เลือกให้ถล่มทลายก็ปิดสวิทช์ สว ได้ “ต้องเลือกพรรคเดียว “เพื่อไทย” ไม่ต้องแทงกั๊กพรรคใด” พี่โทนีบอก
- ถ้าสภา 250+ สว ยังไม่ให้เป็นรัฐบาล ให้เสียงข้างน้อยเป็นรัฐบาล ก็บริหารประเทศไม่ได้ เสียเวลาประเทศอีก
.
#ถ้านับอายุนายกประยุทธ์ปี62
- พี่โทนีจะได้อานิสงส์กลับมาเป็นนายกอีก 8 ปี
- แต่จะโดนอีกคดี “ทำไมไม่แจงบัญชีทรัพย์สิน”
- เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการร่างกฎหมายไม่อยากให้รากงอก
- จะอ้างกฎหมายใช้ย้อนหลังไม่ได้ ก็ทีตัวเองฉีกรัฐธรรมนูญ
https://www.facebook.com/careorth/videos/766502511240182

การประท้วงหน้าศาล ดูหมิ่นศาล ผู้ประท้วงย่อมเป็นคู่กรณีกับศาลโดยตรง ศาลจึงไม่ใช่คนกลาง ย่อมไม่มีสิทธิดำเนินคดีกับผู้ต้องหา - ถูกมะ ?


ณัทกร อภิรักษ์ประภา
August 28
การประท้วงหน้าศาล ผู้ประท้วงย่อมเป็นคู่กรณีกับศาลโดยตรง ศาลจึงไม่ใช่คนกลางที่ดำรงความยุติธรรมต่อกรณีเช่นนี้
ศาลย่อมไร้ความชอบธรรมในการสั่งขังผู้ประท้วง
การที่ศาลสั่งขังผู้ประท้วงหน้าศาล เป็นการใช้อำนาจเถื่อน
#ปล่อยมานีโดยไม่มีเงื่อนไข
#ปล่อยจินนี่โดยไม่มีเงื่อนไข
#ยุบศาลที่ผู้พิพากษามาจากการแต่งตั้ง
#สร้างศาลที่ผู้พิพากษามาจากการเลือกตั้ง
#ใช้ลูกขุนตัดสินคดี
#ดำเนินคดีกับผู้พิพากษาขี้ข้าเผด็จการ

ควันหลง 30 สิงหาคม วันผู้สูญหายสากล


Pavin Chachavalpongpun
11h
คนหาย

(LIVE) แถลงความสำเร็จของ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานอุ้มหาย และรำลึกวันผู้สูญหายสากล

https://www.facebook.com/TheReportersTH/videos/607406694099128

มาแล้ว (LIVE) รังสิมันต์ โรม และธีรัจชัย พันธุมาศ แถลงข่าวความคืบหน้าเรียก "บุคคล" และเอกสารหลักฐานกรณีสิบตำรวจโทหญิงฝากชื่อเข้ารับราชการ และ "บัญชีผี" - เปิด 3 รายชื่อที่เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง


พรรคก้าวไกล - Move Forward Party was live.
16h
ด่วน! ก้าวไกล แถลง เรียกผู้ชี้แจง 'บัญชีผี' ส.ต.ท.หญิง

มาแล้ว! รังสิมันต์ โรม และธีรัจชัย พันธุมาศ แถลงข่าวความคืบหน้าเรียก "บุคคล" และเอกสารหลักฐานกรณีสิบตำรวจโทหญิงฝากชื่อเข้ารับราชการ และ "บัญชีผี" (ซึ่งอาจไม่ได้มีแค่รายนี้รายเดียว!)
.
#ก้าวไกล #สตทหญิง

Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม
13h
[แถลงความคืบหน้ากรณีบัญชีผี ส.ต.ท. หญิง เตรียมเรียก ส.ว.-น้องประวิตร มาชี้แจงใน กมธ.ปปช.]
.
วันนี้ (31 สิงหาคม 2565) ผมและเพื่อน ส.ส. พรรคก้าวไกล ได้แถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ปปช.) กรณี “สิบตำรวจโทหญิง” ที่มีทั้งประเด็นการบรรจุเข้ารับราชการโดยมิชอบ การฝากชื่อเป็น “บัญชีผี” ช่วยราชการ กอ.รมน. ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การตั้งให้ดำรงตำแหน่งภายในคณะกรรมาธิการของ สนช. รวมถึงการทารุณกรรมทหารรับใช้ โดยมีคุณธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้รับผิดชอบกรณีดังกล่าวภายใน กมธ.ปปช.
.
ทั้งนี้ กมธ.ปปช. จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้คำชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึง ผบ.ตร. และผู้บัญชาการเหล่าทัพ และรวมถึงบุคคลต่อไปนี้ ได้แก่
1. คุณธานี อ่อนละเอียด ส.ว. และอดีต สนช. ที่ปรากฏข่าวว่ามีความสัมพันธ์กับ ส.ต.ท. คนดังกล่าว
2.พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ และ 3. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการและอดีตกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ ของ สนช.
.
นอกจากนี้จะมีการเรียกเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง
1. บัญชีข้าราชการตำรวจและทหารที่ไปช่วยราชการ กอ.รมน. ในลักษณะเดียวกันกับ ส.ต.ท. คนนี้ ว่าตกลงแล้วมีกี่คนกันแน่
2. บัญชีรายชื่อผู้ช่วยดำเนินการ, ผู้ชำนาญการ, ผู้เชี่ยวชาญ และตำแหน่งภายในคณะกรรมาธิการต่างๆ ของ สนช. และ ส.ว. ว่ามีการเอาข้าราชการประจำมาฝากกินเงินเดือนจากภาษีประชาชนอีกหรือไม่
.
ผมขอเสริมด้วยว่าปัญหาเด็กฝาก ปัญหาการใช้เส้นสายในวงการตำรวจหรือราชการอื่นๆ นั้น เราเห็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์พูดมาตลอดว่าจะปฏิรูปตั้งแต่วันที่รัฐประหารยึดอำนาจเข้ามา แต่ผ่านมา 8 ปีแล้ว รัฐบาลนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง การใช้ตั๋วยังเกิดทั่วทุกหัวระแหง ทำลายขวัญกำลังใจข้าราชการน้ำดีที่ตั้งใจทำงาน ตัวอย่างไม่ต้องอื่นไกลเลย ก็คือ ส.ว. 250 คน ที่เปรียบได้กับเด็กฝากกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ เข้ามากินเงินภาษีประชาชนแล้วทำตัวเป็นอุปสรรคในการแก้วิกฤตต่างๆ ของประเทศ ถ้าเราไม่สามาารถทลายเรื่องเด็กฝากเด็กเส้นแบบคนพวกนี้ออกไป ประเทศไทยคงไม่มีทางมีอนาคตสดใสได้
.
และขนาดว่าเมื่อเกิดเรื่อง ส.ต.ท. คนนี้ขึ้นแล้ว ผ่านมา 2 สัปดาห์ ก็แทบไม่เห็นความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ว่าตกลงแล้วจะป้องกันไม่ให้มีบัญชีผีซ้ำได้อย่างไร หรือจะขยายผลไปยังขบวนการที่อยู่เบื้องหลังอย่างไร ทั้ง สตช., กองทัพ และ กอ.รมน. เลือกที่จะเผชิญหน้าเรื่องนี้ด้วยการเงียบ ไม่ใช่การลงมือปฏิบัติ ดังนั้นพรรคก้าวไกลในฐานะหนึ่งในพรรคฝ่ายค้าน ก็จะขอเป็นผู้ติดตามเรื่องนี้เพื่อทลายรังของขบวนการเด็กฝากต่อไป
.
และถ้าพี่น้องสื่อมวลชน ประชาชน หรือตำรวจทหารภายในหน่วยงานท่านใด รู้เห็นว่ามีกรณีลักษณะดังกล่าว มีบัญชีผีเกิดขึ้น เรายินดีรับข้อมูลจากทุกคนไปแก้ปัญหาต่อไป สิ่งที่เราอยากเห็นในระบบราชการไทยคือมีการทำหน้าที่มีประสิทธิภาพ การเลื่อนตำแหน่งวัดกันด้วยความสามารถ ไม่ใช่วัดจากเป็นเด็กใครครับ.....



พรรคก้าวไกล - Move Forward Party
13h
[ คดี ส.ต.ท.หญิงฉาว ก้าวไกล เตรียมทลายทหารบัญชีผี กมธ.ป.ป.ช. จ่อเรียก ธานี อ่อนละเอียด-น้องประวิตรเข้าสอบ ]
.
ธีรัจชัย พันธุมาศ - Teerajchai Phunthumas , Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม พร้อมด้วยส.ส.พรรคก้าวไกล แถลงความคืบหน้าและเอกสารเรียกกรณีฝากสิบตำรวจโทหญิง พร้อมเรียกเอกสารเพิ่มเติม เนื่องจากในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเสนอกรณี ส.ต.ท.หญิง เข้ารับราชการโดยมิชอบและมีข้อสงสัยว่าไม่ได้ปฏิบัติราชการจริง หรือที่เรียกว่า “บัญชีทหารผี” เข้ามาพิจารณาในกรรมาธิการ ป.ป.ช. โดยประธานกรรมาธิการ ป.ป.ช. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้มอบหมายให้ธีรัจชัย เป็นผู้รับผิดชอบดูแลติดตามกรณีนี้โดยเฉพาะ
.
ธีรัจชัย เริ่มแถลงถึงกรณีบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องที่เราจะเรียกเข้าชี้แจง และเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง 2 ประเด็น ได้แก่
.
1. กระบวนการรับบุคคลเข้ารับราชการตำรวจนั้น เป็นไปโดยชอบหรือไม่ เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการยกเว้นเกณฑ์การบรรจุแต่งตั้งที่จะต้องมีอายุไม่เกิน 35 ปี โดย สตช. อ้างว่าวุฒิ ปวส. ด้านบัญชีของเธอเป็น “คุณวุฒิที่ขาดแคลน”
2. การปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งช่วยราชการใน กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จริงหรือไม่ เพราะจากข้อมูลที่เปิดเผยออกมา มีการให้การจากผู้เสียหายในคดีทำร้ายร่างกายว่า ส.ต.ท. ท่านนี้พักอาศัยอยู่ที่ราชบุรีตลอด ไม่ได้ไปปฏิบัติราชการในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จริง ในขณะที่ยังมีชื่อช่วยราชการและได้สิทธิต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยง เบี้ยเสี่ยงภัย อายุราชการที่ทวีคูณ
.
โดยข้อสงสัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมตั้งข้อสงสัย เพราะในงบประมาณดับไฟใต้ของ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า 1,448 ล้านบาท และในเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากกว่า 50,000 คน มีสิ่งที่เราเรียกว่า “บัญชีผี” หรือตัวบุคคลที่ไม่ได้ปฏิบัติราชการจริง แต่มีชื่อรับราชการ รับเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ต่างๆ อยู่หรือไม่ และจากกรณีนี้ทำให้เราตั้งข้อสงสัยว่าสมาชิกวุฒิสภา ที่หลายท่านมีผู้ช่วย ผู้ประสานงานเป็นตำรวจ-ทหาร จะรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับข้อสงสัย “บัญชีผี” เหล่านี้หรือไม่
.
เพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม กรรมาธิการ ปปช. ได้มีมติเชิญ “บุคคล” อีกหลายรายเข้ามาให้ข้อมูล และชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ ประเด็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยธีรัจชัยตั้งคำถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเกี่ยวข้องกับระบบอุปถัมภ์ขนาดใหญ่หรือไม่
.
โดยเฉพาะ 3 รายชื่อที่เป็นผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่
.
1. นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา
2. พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
3. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
.
ด้านรังสิมันต์ กล่าวว่าตนในฐานะที่เป็นผู้ติดตามเรื่องตั๋วช้าง ระบบอุปถัมภ์ ระบบเส้นสาย หลังจากที่เจอปัญหาเราแทบไม่เห็นความคืบหน้าอย่างจริงจังเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องบัญชีผีที่เกิดขึ้น เราจะแก้ปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำได้อย่างไร
.
ทั้งหมดนี้คือความพยายามของเรา พรรคก้าวไกลในการตรวจสอบขบวนการ “บัญชีผี” ที่นำเด็กเส้น เด็กฝาก ของข้าราชการที่ใกล้ชิด คสช. เข้ารับราชการกินเงินภาษีประชาชน เป็นปัญหาที่กัดกินระบบราชการไทยมาอย่างยาวนาน
.
"ถ้าท่านคิดว่า “เด็กฝาก” ระดับ ส.ต.ท.หญิงเป็นปัญหา ผมอยากให้ท่านอย่าลืม 'เด็กฝาก' กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของประเทศนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ส.ว. 250 คนที่ คสช. แต่งตั้ง ทิ้งไว้เป็นกาฝากกับประเทศไทย 5 ปี นั่นเอง ถ้าเอาเด็กฝากกลุ่มนี้ออกไปไม่ได้ เด็กฝากอื่นๆ ในทุกๆ หน่วยงาน ก็ยากจะถอนออกเช่นกัน"
.
#บัญชีผี #สตทหญิง #สวมีไว้ทำไม