วันพุธ, สิงหาคม 12, 2569

ศาลซีเรียตัดสินประหารชีวิต อดีต ปธน. ‘บาชาร์ อัล-อัสซาด’ ขณะลี้ภัยอยู่รัสเซีย ข้อหาหลัก มีความผิดในการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และ อาชญากรรมสงคราม - รัสเซียแสดงจุดยืน ปฏิเสธและหลีกเลี่ยงการส่งตัวอัสซาด มาโดยตลอด

https://x.com/todayth/status/2087133108990812436


TODAY
@todayth

ศาลซีเรียตัดสินประหารชีวิต
อดีต ปธน. ‘บาชาร์ อัล-อัสซาด’
ขณะลี้ภัยอยู่รัสเซีย
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า วันนี้ (11 ส.ค.) ศาลซีเรียเปิดการพิจารณาคดีลับหลัง และมีคำตัดสินประหารชีวิต อดีตประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ในความผิดหลายข้อหา ทั้งการฆาตกรรม การทรมาน การจับกุมโดยพลการ และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดช่วงสงครามซีเรียที่ยืดเยื้อนานเกือบ 14 ปี
.
คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อัสซาดถูกตัดสินว่ามีความผิด นับตั้งแต่ถูกโค่นอำนาจจากการรุกคืบของฝ่ายกบฏเมื่อเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งปิดฉากการปกครองซีเรียของตระกูลอัสซาดที่ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ
.
ศาลระบุว่า อัสซาดมีความผิดฐานฆ่าคนมากกว่าหนึ่งคน รวมถึงเด็ก โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ตลอดจนการทรมาน การจับกุมโดยพลการ และการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ขณะที่ อาเตฟ นาจิบ อดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในยุครัฐบาลอัสซาด ก็ถูกตัดสินประหารชีวิตเช่นเดียวกัน
.
อย่างไรก็ตาม อัสซาดไม่ได้อยู่ในซีเรีย โดยเขาหลบหนีไปยังรัสเซียหลังถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนธันวาคม 2024 และปัจจุบันยังคงพำนักอยู่ในกรุงมอสโก ทำให้คำพิพากษาครั้งนี้ยังไม่สามารถนำไปสู่การลงโทษอัสซาดได้ในทันที
.
ทั้งนี้ บาชาร์ อัล-อัสซาด ขึ้นเป็นประธานาธิบดีในปี 2000 ต่อจาก ฮาเฟซ อัล-อัสซาด ผู้เป็นบิดา ก่อนเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญในปี 2011 เมื่อประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยท่ามกลางกระแสอาหรับสปริง แต่รัฐบาลตอบโต้ด้วยกำลังจนมีผู้เสียชีวิต และสถานการณ์บานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมือง
.
สงครามซีเรียยืดเยื้อนานเกือบ 14 ปี และคร่าชีวิตผู้คนไปหลายแสนคน ก่อนที่ฝ่ายกบฏจะโค่นรัฐบาลอัสซาดได้ในเดือนธันวาคม 2024 ปิดฉากการปกครองซีเรียของตระกูลอัสซาดที่ยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ
.
สำนักข่าว TODAY
สำนักข่าวออนไลน์ เปิดความรู้ ดูทูเดย์
.....

สำนักข่าวต่างประเทศ (เช่น Reuters, AP, Washington Post) รายงานตรงกันว่า ศาลอาญาในกรุงดามัสกัสของซีเรียได้มีคำพิพากษาตัดสินประหารชีวิต อดีตประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar al-Assad) ลับหลัง (in absentia)

สรุปสาระสำคัญของคำตัดสิน

ข้อหาหลัก: ศาลตัดสินว่าอัสซาดมีความผิดในข้อหา ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ (Crimes against humanity) และ อาชญากรรมสงคราม จากการกวาดล้าง สังหาร ทรมาน และคุมขังประชาชนโดยมิชอบนับตั้งแต่เหตุการณ์ประท้วงในปี 2011 และช่วงสงครามกลางเมืองตลอดกว่า 13 ปีที่ผ่านมา

บุคคลอื่นที่ถูกลงโทษ: นอกจากอัสซาดแล้ว ศาลยังสั่งประหารชีวิตอดีตเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงและเครือญาติอีกหลายคน อาทิ มาเฮอร์ อัล-อัสซาด (น้องชาย) และ อาเตฟ นาจิบ (ลูกพี่ลูกน้อง/อดีตหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงจังหวัดเดอรา ซึ่งถูกจับกุมและเข้ารับฟังคำตัดสินในศาล)

สถานะปัจจุบันและการส่งตัว: * อัสซาดพ้นจากอำนาจและหลบหนีไปลี้ภัยอยู่ใน ประเทศรัสเซีย ตั้งแต่ฝ่ายต่อต้านยึดกรุงดามัสกัสสำเร็จเมื่อเดือนธันวาคม 2024

รัฐบาลเปลี่ยนผ่านของซีเรียได้ยื่นเรื่องร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากรัสเซียแล้ว แต่ทางฝั่งรัสเซียยังไม่มีการแสดงท่าทีว่าจะส่งตัวอัสซาดกลับมาดำเนินคดีแต่อย่างใด

ประเด็นเรื่อง คำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน (Extradition) ระหว่าง ซีเรีย กับ รัสเซีย มีรายละเอียด ลำดับเหตุการณ์ และปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญเพิ่มเติมดังนี้

1. ลำดับเหตุการณ์การยื่นคำร้องของซีเรีย

การเจรจาระดับทวิภาคี: รัฐบาลเปลี่ยนผ่านของซีเรีย นำโดย ประธานาธิบดี อาห์เหม็ด อัล-ชารา (Ahmed al-Sharaa) ได้หยิบยกประเด็นการส่งตัว บาชาร์ อัล-อัสซาด และเครือญาติ ขึ้นมาเจรจากับผู้แทนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียหลายครั้ง เช่น

มกราคม 2025: มีรายงานว่าในการพบปะกับคณะผู้แทนรัสเซียที่นำโดย มีฮาอิล บ็อกดานอฟ (Mikhail Bogdanov) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ซีเรียได้เริ่มหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ

เมษายน 2025: ประธานาธิบดีอัล-ชารา ได้ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times ระบุว่า ซีเรียยื่นเงื่อนไขการส่งตัวอัสซาดกลับมาดำเนินคดี เพื่อแลกกับการอนุญาตให้รัสเซียคงฐานทัพและอิทธิพลทางทหารในซีเรียต่อไป

ตุลาคม 2025 – มกราคม 2026: ในการเดินทางเยือนกรุงมอสโกของอัล-ชารา และเข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ฝ่ายต่างประเทศของซีเรียยืนยันตรงกันว่า มีการเสนอข้อเรียกร้องขอส่งตัวอัสซาดอย่างเป็นทางการเพื่อกระบวนการ "ยุติธรรมช่วงเปลี่ยนผ่าน" (Transitional Justice)

2. ท่าทีและการตอบปฏิเสธของฝั่งรัสเซีย

รัสเซียแสดงจุดยืน ปฏิเสธและหลีกเลี่ยงการส่งตัวอัสซาด มาโดยตลอด ผ่านเหตุผลและมาตรการหลัก ดังนี้:

มนุษยธรรมและการคุ้มครองชีวิต: เจ้าหน้าที่ทางการรัสเซีย (รวมถึงเอกอัครราชทูตรัสเซีย) ระบุว่า การให้ที่พักพิงแก่อัสซาดและครอบครัวเป็นไปเพื่อ เหตุผลทางมนุษยธรรม และอ้างว่าหากส่งตัวกลับไป สวัสดิภาพและความปลอดภัยต่อชีวิตของอัสซาดจะไม่ได้รับการคุ้มครอง

เงื่อนไขการลี้ภัย: รัสเซียระบุว่า อัสซาดได้รับการอนุมัติสถานะลี้ภัยภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้อง ยุติบทบาททางการเมืองและสื่อโดยเด็ดขาด (ปัจจุบันอัสซาดและครอบครัวอาศัยอยู่ในที่พักระดับหรูในมอสโก และอยู่ภายใต้การดูแล/ควบคุมอย่างเข้มงวดของหน่วยความมั่นคงรัสเซีย)

การปกป้องบรรทัดฐานทางต่างประเทศ: นักวิเคราะห์มองว่า มอสโกปฏิเสธส่งตัวเนื่องจากต้องการรักษาภาพลักษณ์ในการเป็น "หลักประกันความปลอดภัย" ให้กับพันธมิตรหรืออดีตผู้นำที่เคยภักดีต่อตน (คล้ายกับกรณีอดีตประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช ของยูเครน)

3. ผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการย้ายด่านเจรจา

ความสัมพันธ์ซีเรีย-รัสเซีย: แม้รัสเซียจะไม่ยอมส่งตัวอัสซาด แต่รัฐบาลเปลี่ยนผ่านของซีเรียก็ยังคงต้องรักษาความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีกับรัสเซียไว้ เนื่องจากรัสเซียยังคงมีบทบาทสำคัญด้านความมั่นคงและฐานทัพทางเรือ/อากาศในซีเรีย (เช่น ฐานทัพตาร์ตุสและคเมมิม)

การปรับแผนสู่กลไกสากล: เมื่อการขอร้องโดยตรงทางทวิภาคีไม่ได้ผล ทางการซีเรียรวมถึงกระทรวงยุติธรรมจึงหันมาใช้คำพิพากษาของศาล (คำตัดสินประหารชีวิต) ร่วมกับการประสานงานผ่าน ตำรวจสากล (Interpol) และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อกดดันเชิงกฎหมายและจำกัดการเดินทางของอัสซาดกับพวกในระดับสากลแทน