
หนุ่มเมืองจันท์
13 hours ago
·
ไม่น่าเชื่อว่าในยุคสมัยนี้ ยังมีเอาเรื่อง “สถาบันการศึกษา“ มาบูลลี่เพื่อลดความน่าเชื่อถือของคนทำงาน
ทั้งที่ความสำเร็จของคนไม่ได้วัดกันว่าจบจากมหาวิทยาลัยอะไร
แต่การใช้คำว่า ”มหาวิทยาลัยห้องแถว“ เพราะมหาวิทยาลัยนี้ปิดกิจการไปหลังจาก ”แต๋ม“ ศุภจี เรียนจบ
ในทางข่าว คือ พยายามจะสื่อว่า”แต๋ม“ ซื้อปริญญามาหรือเปล่า?
”แต๋ม“ เป็นเพื่อนผมที่เรียนจบคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รุ่นเดียวกัน
เป็นเพื่อนที่อายุน้อยที่สุด เพราะเธอสอบเทียบเข้ามา
การ ”สอบเทียบ“ แล้วเอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัย น่าจะบอกได้ว่า ”แต๋ม“ เรียนเก่งทีเดียว
สมัยนั้นคณะสังคมวิทยาฯ มีทั้งนักเรียนม.ปลายสายวิทย์และศิลป์
”สายวิทย์“ จะสอบแบบเดียวกับคณะวิศวะฯ คือ สอบ 4 วิชา ไม่มีวิชาชีววิทยา
อย่างผมก็เรียนสายวิทย์ ชอบฟิสิกส์-คณิตศาสตร์
”แต๋ม“ น่าจะเหมือนกัน เพราะไปลงเรียนวิชาอื่นที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีด้วย
จบจากธรรมศาสตร์ก็รู้ว่าไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
มาเจอกันอีกทีตอนที่ “แต๋ม” ทำงานที่ “ไอบีเอ็ม” ในเมืองไทยแล้ว
“ไอบีเอ็ม” ในยุคนั้น คือ บริษัทด้านไอทีที่ใหญ่ที่สุด 1 ใน 5 ของโลก
ถ้าเทียบกับยุคนี้ก็ประมาณ “ไมโครซอฟท์-แอปเปิล”
ใครเข้า “ไอบีเอ็ม“ ได้ถือว่าเก่งมาก
สมัยผมใครได้งานที่ ”ไอบีเอ็ม-ปูนซิเมนต์ไทย“ ถือว่าสุดยอด
เพราะกระบวนการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์โหดมาก
แค่ดูเกรด ผมก็ไม่ผ่านแล้ว 55
สิ่งที่น่าจะ ”เอ๊ะ“ กับเรื่องนี้ก็คือ
1.“ไอบีเอ็ม” เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เขาจะไม่รู้เลยหรือว่าใบปริญญาจากมหาวิทยาลัยไหนในสหรัฐอเมริกาที่น่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือ
2.”แต๋ม“ เข้าไปทำงานในฝ่ายการเงิน
ถ้า ”ซื้อปริญญา“ ไม่มีความรู้จริงในเรื่องไฟแนนซ์ทำไม่ได้หรอกครับ
ไม่เหมือนฝ่ายขายที่ยังใช้ความสามารถส่วนตัวช่วยได้
3.ถ้าใครเคยอ่านบทสัมภาษณ์ในอดีต ”แต๋ม“ ทำงานที่ ”ไอบีเอ็ม“ แค่ปีครึ่งได้โปรโมทเป็นหัวหน้า จากนั้นก็ย้ายไปดูแลฝ่ายต่างๆ
ก่อนขึ้นเป็น ”กรรมการผู้จัดการ“ ของ ”ไอบีเอ็ม“ ประเทศไทยตอนอายุ 38 ปี
เป็นผู้หญิงคนแรกที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้
และยังเป็น “กรรมการผู้จัดการ” ที่อายุน้อยที่สุดด้วย
แค่นี้ก็น่าจะบ่งบอกอะไรบางอย่างแล้ว
เพื่อนผมคนหนึ่งที่ทำงาน “ไอบีเอ็ม” รุ่นเดียวกับ “แต๋ม” เคยเล่าถึงความลุยของเพื่อนคนนี้ว่าทำงานตั้งแต่ 7 โมงถึงเที่ยงคืนเป็นประจำ
บางวันเอาถุงนอน-เต้นท์ มานอนที่บริษัท
จากนั้น “แต๋ม” ก็โลดแล่นไปทำงาน “ไอบีเอ็ม” ที่ต่างประเทศ มาไทยคม-ดุสิตธานี
ก่อนจะเลือกลงสู่เส้นทางการเมืองในวันนี้
ในภาคเอกชน “แต๋ม” ได้รับการยอมรับว่าเป็น “มืออาชีพ” ที่เก่งมาก
แต่พอเข้าสู่แวดวงการเมือง เธอก็ต้องพิสูจน์ฝีมือในสนามใหม่ที่ไม่คุ้นชิน
และด้วยความเป็นบุคคลสาธารณะ “แต๋ม” ต้องเจอการตรวจสอบ เจอกระแสวิพากษ์วิจารณ์และการตั้งคำถามที่หนักหน่วงกว่าตอนทำภาคเอกชน
เป็น “รายจ่าย” ที่ต้องจ่าย
ในฐานะ “เพื่อน” ก็เตือนแล้วก่อนที่จะตัดสินใจลงสนามการเมืองว่าจะเจออะไรบ้าง
แต่เมื่อ “แต๋ม“ ตัดสินใจลุย
ผมก็ได้แต่ให้กำลังใจ
แม้จะมีเรื่องที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยก็ตาม
ผมเขียนเรื่องนี้ในฐานะ “เพื่อน”
เมื่อรู้สึกว่า “เพื่อน” ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็คงต้องช่วยชี้แจง
เพราะถ้าไม่เขียน คงรู้สึกผิดในใจ
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1524239819062477&set=a.211819566971182