วันอังคาร, เมษายน 07, 2569

ให้สัมภาษณ์กี่ครั้ง ก็เอาแต่ปกป้องโรงกลั่น - ค่าการกลั่นแตะ 14 บาทแล้ว! เมื่อสองปีก่อน (2567–68) ค่าการกลั่นอยู่ที่ระดับ 1.7–2.3 บาท เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลาง ค่าการกลั่นเฉลี่ยของเดือนมีนาคมที่ผ่านมาขยับขึ้นมาที่ 7.2 บาท ซึ่งก็นับว่าสูงมากแล้ว (1 เมษายน) ค่าการกลั่นพุ่งกระโดดไปอยู่ที่ 13.9 บาท!


วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat and Supachot Chaiyasat - ศุภโชติ ไชยสัจ
Aprill 1
·
[ ค่าการกลั่นแตะ 14 บาทแล้ว! เก็บลาภลอยได้ไหม เก็บเท่าไหร่ดี ]

การเปลี่ยนแปลงของ “ค่าการกลั่น” ส่งผลต่อราคาน้ำมันโดยตรง เพราะเมื่อสองปีก่อน (2567–68) ค่าการกลั่นอยู่ที่ระดับ 1.7–2.3 บาท

แค่ “บาทสองบาท” ต่อลิตรเท่านั้น

เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลาง ค่าการกลั่นเฉลี่ยของเดือนมีนาคมที่ผ่านมาขยับขึ้นมาที่ 7.2 บาท ซึ่งก็นับว่าสูงมากแล้ว

แต่เฉพาะวันนี้เอง (1 เมษายน) ค่าการกลั่นพุ่งกระโดดไปอยู่ที่ 13.9 บาท!

ดังที่รู้กันว่าค่าการกลั่นไม่ใช่กำไรสุทธิของโรงกลั่น เพราะสะท้อนเพียงอัตรากำไรขั้นต้น โรงกลั่นอาจต้องรับต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าพรีเมียมน้ำมันดิบ ค่าประกันภัย ฯลฯ แต่ด้วยอัตราก้าวกระโดดของค่ากลั่นที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว ก็เพียงพอแล้วที่รัฐควรเข้าไปประเมินการเก็บ “ภาษีลาภลอย” หรือ windfall tax แบบจริงจัง

และต้องบอกว่าภาษีลาภลอยไม่ใช่เรื่องผิดปกติของเศรษฐกิจทุนนิยม

อย่างประเทศสหภาพยุโรปก็มีการเก็บภาษีลาภลอยอัตราตั้งแต่ 33% ไปจนถึง 80% ของกำไรส่วนเกิน

ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่โลกเผชิญวิกฤตพลังงาน สหภาพยุโรปหรือ EU ตัดสินใจใช้มาตรการภาษีลาภลอย เพื่อเอาเงินกลับมาช่วยเหลือประชาชนและลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยออกแนวทางว่าประเทศสมาชิกสามารถกำหนดอัตราภาษีลาภลอยอย่างน้อย 33% สำหรับ “กำไรส่วนเกิน” ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยกำไรปกติในช่วงปีก่อนหน้า

จนทำให้ EU ได้เงินภาษีลาภลอยทั้งหมด 6,850 ล้านยูโร หรือประมาณ 250,000 ล้านบาท ในปี 2565

ถ้าประเทศไทยจะตามรอย EU ก็มี 4 เรื่องที่ต้องตัดสินใจ คือ

จะเก็บอัตราภาษีลาภลอยเท่าไหร่
จะเก็บจากรายได้หรือกำไร
จะเก็บจากธุรกิจไหนบ้าง
จะเก็บนานแค่ไหน

เช่น ไอร์แลนด์เรียกเก็บจากธุรกิจขุดเจาะ สกัด และโรงกลั่น โดยเก็บที่อัตรา 75% ของกำไรส่วนเกิน (ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยกำไรปกติ โดยละเว้นกำไรส่วนเกิน 20% แรกให้)

ส่วนสโลวีเนียเป็นสายโหด เก็บถึง 80% ของกำไรส่วนเกิน ในขณะที่สเปนเก็บที่อัตรา 1.2% แต่ไปเก็บจากรายได้ โดยเก็บจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และไฟฟ้า

สรุปอีกทีครับ ว่าในเศรษฐกิจทุนนิยม มาตรการ “ภาษีลาภลอย” ทำได้ ทำมาแล้ว

แต่ต้องลงรายละเอียดให้ชัดเจนเรื่องตัวเลข ขอบเขตธุรกิจ และระยะเวลาที่บังคับใช้


วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat
ข้อมูล "โครงสร้างราคาน้ำมัน" รายวันมาจากเพจของกระทรวงพลังงาน
https://www.eppo.go.th/.../petr.../price/structure-oil-price


https://www.facebook.com/photo/?fbid=122227021874124432&set=a.122096928734124432