วันเสาร์, มิถุนายน 30, 2555

บก.ลายจุดคว้ารางวัลครูประทีปค่า1ล้าน สลิ่มต่อมอิจฉาแตกโวยบริษัทตระกูลกรณ์สปอนเซอร์ได้ไง!

ที่มา:facebook
คณะผู้จัดงานบอกว่าให้ผมเชิญแขกมาร่วมงานและรับประทานอาหารกลางวันด้วย 200 คน ผมจะไปเชิญแขกที่ไหนได้ นอกจากใน FB นี้แหละ ไม่ใช่งานแต่งนะครับ มิตรรักแฟนเพจ บก.ลายจุด ที่ได้เห็นข้อความนี้แล้ว ถือเป็นบัตรเชิญ งานเริ่ม 10 โมง ที่ตลาดหลักทรัพย์ (ข้างศูนย์ประชุมสิริกิตติ์) มาไม่ครบ 200 คน ผมเกรงว่าเขาจะไม่มอบรางวัลนี้ให้กับผม
สำหรับรางวัลประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ มีการมอบต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 6 ให้แก่ผู้ชนะรางวัลที่ทำงานอาสาสมัครเพื่อสังคม จำนวนเงิืนรางวัล 1 ล้านบาท

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรัว่าการกระทรวงการคลัง อดีตกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ริเริ่มการก่อตั้งรางวัลดังกล่าว โดยตั้งชื่อรางวัลตามชื่อครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ชนะรางวัลแมกไซไซมาก่อน เพื่อเป็นการเิชิดชูให้เป็นแบบอย่างที่ดี

ขณะที่เว็บบอร์ดเสรีไทย แหล่งรวมของ"สลิ่ม"ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับเสื้อแดงไำด้ตั้งกระทู้เรื่อง โอวววมายกอด บก ลายด่างได้รางวัล กะเค้าด้วย โดยกล่าวโจมตีว่า คนล้มเจ้าได้รางวัลง่ายจัง และกล่าวพาดพิงบริษัทล็อกซเลย์ของตระกูลจาติกวนณิช นามสกุลนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สปอนเซอร์ของรางวัลดังกล่้าวด้วย
.............
 เรื่องเกี่ยวเนื่อง

 -เกี่ยวกับรางวัลประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ

  -ครั้งแรกของบก.ลายจุด

-ข่่าวVoice TV:บก.ลายจุดรับรางวัลนักพัฒนาสังคม




แซวโฆษณา:เกิดมาผิดประเทศแล้วไอ้หนู


ที่มา:facebook

จุดประทัดไล่ธีระ-กนกแก๊งนรกเนชั่นพ้นช่อง9





ต่อไปนี้ขอเชิญประชาชนไทยกลับมาดูช่อง 9 ได้ตามปกติ หลังจากเลิกดูกันมา5-6ปีที่ผ่านมา

ถึงมหากวีเนาวรัตน์และสุรชัย จันทิมาทร




ถึง มหากวีรัตนโกสินทร์
อำแดง เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์



@ถ้าเขียนกลอนอ้อนตีนศักดินาได้
ฤาหวังไว้เข้าถึงคนชนข้างล่าง
อ้างเจ็ดซ้ายเจ็ดอสัตย์ตระบัดพลาง
ไม่เห็นหางเห็นหัวของตัวเอง
                             
@เพียงอาศัยเรียงร้อยภาษาหรู                             
เป็นเอกครูกลอนกวีที่กริ่งเก่ง                             
แต่กลับกลืนขื่นคำขาดยำเกรง                             
โหมบรรเลงเพลงเปรอะเลอะแผ่นดิน
                             
@คำหยาดหยาดรดบนหยดเลือด                             
เพลงขลุ่ยเลือดเชือดเถือเหนือทุ่งถิ่น                             
จารึกจรดตรึกตรอกทุกซอกยิน                             
รัตนโกสินทร์กลอนกวีมีกลิ่นคาว



**********



ถึง สุรชัย จันทิมาธร
                            
@หยุดก่อน หยุดก่อน สุรชัย จันทิมาธร                             
มาฟังก่อนคนกับควายละอายเศร้า                             
อย่าอ้างสีกลับกลอกมาหลอกเกลา                             
เหมือนวัยเยาว์เดียงสาต่อพาที


@ในถ้อยเสียงเดียงสาบอกคาคบ                             
ในซอกหลืบยอมสยบหลบศักดิ์ศรี                             
เพราะศักดินาฐานันดร์บั่นความดี                             
กล้าย่ำยีสีสวมเคยร่วมทาง                             


@ความเป็นคนพ้นหายเพราะใจหลง                             
ควายยังคงเป็นควายหัวใจกว้าง                             
แม้แบกไถใสซื่อระบือบาง                             
ย่อมแตกต่างคนกลสนตะพาย



Sam Marak, NSW, Australia

วันศุกร์, มิถุนายน 29, 2555

จุดพลุไล่น้ำตารินธีระ-กนกแก๊งนรกเนชั่นพ้นช่อง9






วันนี้ "ข่าวข้น คนข่าว" ออกอากาศเป็นสุดท้าย ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้การเสมอมา ขอบคุณผู้ที่สนับรายการตลอดมา ขอบคุณทุกทีมงานทุกๆท่านที่ร่วมงาน อย่างไม่ย่อท้อ ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้พวกเรามาเจอกัน ต่อไปนี้ เราจะย้ายรังกลับไปที่ๆเรามา และจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ยังติดตามได้ในรายการใหม่ ทาง Natiochannel กับรายการ "ข่าวข้น คนเนชั่น" จ-ศ เวลา 21.30น.-22.30น. และ Fackbookhttp://www.facebook.com/KhonNation ติดตามชมกันครับ


กนก :  สำหรับผมนะใจหาย เพราะผมอยู่ช่อง 9 มา 7 ปี แต่รายการ ข่าวข้นคนข่าว 5 ปี  ตั้งแต่ปี 2550 เราก็รู้สึกผูกพันพอสมควร


จริงๆ เราก็ไม่ได้เหนื่อยนะ โดนเขาออกจากผัง เขาหนะเหนื่อยมั้ย(ยิ้ม) คนที่เขาเอาเราออกจากผังช่องโน้นช่องนี้ เขาน่าจะเหนื่อยเนอะ เราไม่เหนื่อย เราอยู่ตัวแล้ว เพราะว่าถ้าเราไม่ทำช่องที่หลุดออกมาเราก็กลับมาอยู่เนชั่น ตรงนี้เป็นที่ตั้งเป็นเซ็นเตอร์


000รายการจะมีโอกาสกลับไปอยู่ฟรีทีวีไหม
          กนก : ต้องไปถามเขา เราอยากไปอยู่แล้ว  



 ธีระ : พอไปอยู่บ้านคนอื่น เราก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อย นี่ก็เหมือนกันเราทำงานนึกถึงเสมอว่าเราไปอยู่ที่ช่อง 9 เราก็พยายามเกรงใจ แล้วไม่ทำให้เจ้าบ้านอึดอัดใจ แต่พอมาอยู่บ้านเรา เราสามารถเต็มที่ได้มากกว่าเดิม เพราะนี่คือบ้านเรา


ที่มา:คมชัดลึก


ไปเถิดทั้งคู่....
***********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:


ซีรีส์ฮาร์ดคอร์ลากไส้สื่อเห้(ตอน5):แก๊งเด็กนรกเนชั่น จอมขวัญ ธีระ กนก สรยุทธ หุ่นยนต์พิฆาตของหยุ่น


ผิดจากนี้กูให้เหยียบ-การนำเสนอ เล่าข่าวด้วยความอคติ ลำเอียง ยืนเคียงเผด็จการ ขายวิญญาณให้ปีศาจ ขาดการตรวจสอบรอบด้าน พิพากษาชี้นำทำลายความเคลื่อนไหวของฝ่ายประชาธิปไตย ไร้ความเป็นวิชาชีพ หากผิดจากนี้ก็ไม่ใช่เรา

โดย คุณรักในหลวงห่วงลูกหลาน
ที่มา บอร์ดฟ้าเดียวกัน
4 พฤษภาคม 2552

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้ใช้นามปากกาว่า"รักในหลวงห่วงลูกหลาน"ได้เขียนลงในเวบบอร์ดฟ้าเดียวกัน แบบเจาะลึกวงในแวดวงสื่อมวลชนแบบรายตัว อย่างถึงรากถึงโคน และมีรสชาติความมันส์ในสไตล์ดิบเถื่อนฮาร์ดคอร์ ซึ่งไทยอีนิวส์เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าด้วยเหตุใดสื่อจึงมีบทบาทอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งมีปรากฏการณ์ลำเอียง เคียงข้างเผด็จการต่อต้านประชาธิปไตย โดยได้นำเสนอตามต้นฉบับเดิม แต่เนื่องจากเนื้อหายาวมาก เราจึงจะพิจารณานำเสนอเป็นตอนๆอย่างต่อเนื่อง และขอขอบคุณผู้เขียนมา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ

สรยุทธ-กนก-ธีระ:หุ่นยนต์พิฆาตค่ายเนชั่น


ใน3ตัวนี่ว่าไปแล้ว สรยุทธ์น่าเห็นใจมันนะ ชั่วดีถี่ห่างมันก็ยังพยายามจะบอกว่ามันคือมืออาชีพ แต่อีก2ตัวนั่นมันเบ๊หยุ่นเขาหนะ เบ๊ก็ต้องอ่านว่าเบ๊แปลว่าเบ๊ จะให้มันทำเหี้ยอะไรมากกว่านี้ก็คงลำบาก

สรยุทธ์นี่ว่าไปแล้ว อย่างน้อยมันก็ยังมีพื้นฐานเป็นคนข่าวมามั่ง อย่างน้อยก็ไปหาข่าวใต้ถุนสภาปี2ปี ไปทำข่าวรังนกกระจอกอยู่ปี2ปี ก่อนจะมาเล่าข่าวได้ อย่างน้อยมันก็ร่ำเรียนมา หรือเคยอยู่งานสนามมามั่ง แต่อีก2ตัวนี่แม่งไม่มีพื้นฐานงานข่าวสนามมาเลยซักนิด

อันนี้ผมแทรกหน่อยนึง คนข่าวรุ่นลุงรุ่นพ่อนี่ไม่ใช่ทำข่าว2-3ปีมาเป็นบก.ได้นะ เริ่มต้นก็ต้องเป็นนักข่าวตระเวณก่อน ไปตามโรงพัก ไปตามที่มีเรื่องปล้นจี้กัน แล้วค่อยไปทำข่าวกระทรวง มือดีก็ไปทำข่าวกรมตำรวจ เจ๋งขึ้นมาก็สภา ทำเนียบ สายทหารอะไรงี้

อยู่จนโชกโชนเป็น10ปี ชักแก่ถึงได้ประจำกองบก. แล้วไม่ใช่เป็นบก.หรือบรรณาธิการเลยนะ มึงก็ต้องไปเริ่มที่ตรวจปรู๊ฟก่อน แล้วมาเป็นรีไรเตอร์(คือเรียบเรียงข่าวที่ไอ้พวกนักข่าวสนามส่งเข้ามา แล้วเอามายำ หรือรับข่าวทางโทรศัพท์จากนักข่าวสนามแล้วเรียบเรียง) ฝีมือดีหน่อยก็มาเป็นหัวหน้าข่าว ขยับขึ้นเป็นผู้ช่วยบก. เป็นบก. สุดท้ายแก่ได้ที่ไปหาข่าวเองไม่ไหว เป็นบก.ก็ชักหูตาลาย ก็ไปเป็นคอลัมนิสต์...แล้วอย่านึกว่าเป็นลุงแก่ๆประจำโรงพิมพ์นะ ไอ้พวกคอลัมนิสต์นี่ตัวมีอิทธิฤทธิ์เลยนะสัดด....นักการเมืองใครไปใครมาเป็นรัฐบาล ต้องขอกินข้าวมาซูฮกไอ้พวก18อรหันต์นี่หมด ไม่งั้นเจอรุม

ทีนี้ยุคหลังสื่อต้องเบ่งให้ตัวพอง ทำแค่หนังสือพิมพ์ไม่พอ มันก็แตกหน่อเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน เข้าไปทำวิทยุ ไปทำทีวีสารพัดที่เรียกว่าmulti-media มันไม่มีคนพอใช้ จะทำไงดี ก็ต้องเอาไอ้พวกวิ่งข่าวสนามนี่แหละมาเป็นมะม่วงบ่มแก๊ส คือลากมาประจำกองบก.หรือออกทีวีแม่งเลย


สรยุทธ์เขาก็มาเกิดในสถานการณ์ยังงี้ คือตอนนั้นหยุ่นไปได้สัมปทานITVแล้วออกหนังสือพิมพ์หัวสีคมชัดลึกมาแข่งไทยรัฐ เดลินิวส์ อยากจะโฆษณาแฝง ก็ไปมีรายการคมชัดลึกทางITV แรกๆหยุ่นก็ทำเอง แต่มันเป็นนายทุนมัวออกทีวีไม่ไหว เพราะเดี๋ยวต้องนัดป๋า นัดทหาร ตำรวจม นักการเมืองพอ่ค้ากินข้าวเย็น business talk ก็เลยบอก เฮ้ย!ไอ้เผือก(ชื่อเล่นสรยุทธ์) เอ็งมาทำทีวีคู่พี่หน่อยวะ คมชัดลึกนะ

ไอ้เผือกก็ไปไม่ค่อยเป็นตอนแรก ตื่นกล้องก็ตื่นกล้อง หน้าตาแม่งก็ออกตี๋ๆ หยุ่นก็บอกเอางี้ให้ช่างแต่งหน้าทำผมเอ็งนี่ หวีเรียบแปล้ขึ้นไปข้างบน น้ำมันชโลมหน่อย เอ็งก็ออกมาดูแก่แล้ว แว่นก็หาหนาๆหน่อย ดูแล้วแม่งมีภูมิ

ไอ้เผือกก็เลยมีlookอย่างที่ว่า แต่ก็เงอะๆงะๆตื่นกล้อง แล้วก็ต้องเดินแนวทางกับหยุ่นคือทำสีหน้าท่าทางมือไม้ให้แม่งดูเครียด คนดูก็ดูไปจะหงิกแดกตามมันไป...หยุ่นก็บอกไอ้เผือกท่าจะไม่รอดแล้วเว้ย คนดูบอกดูมึงแล้วไม่บันเทิง รายการทีวีที่ดีแม่งต้องบันเทิง มึงลดความเครียดลงหน่อยซิวะ

ไอ้เผือกก็ไปไม่ค่อยเป็น ไอ้เชี่ยก็กูเห็นพี่หยุ่นออกแนวเครียดๆ"นะกรั๊บๆ พูดมาฟันธงให้ชัดๆเลยกรั๊บ"กูก็เอาอย่างมั่ง ทำไมคนดูชอบพี่หยุ่น มาดูกูเสือกบ่นเครียด...สรุปคือตอนแรกไอ้เผือกก็ไม่ได้แจ้งเกิดเปรี้ยงปร้างนะ คือมันก็พยายามจะเป็นสุทธิชัยหยุ่น2 แล้วใครมันจะไปก๊อปปี้ใครได้

หยุ่นเลยแก้ปัญหาให้ว่า เอางี้ลดโทนจากเครียดๆวิเคราะห์การเมืองแบบฮาร์ดคอร์นี่ลงมาให้มันดูบันเทิงให้entertainคนดูหน่อย เอาเป็นแบบnews talkแล้วกัน หยิบข่าวมาพูดแล้วแสดงความเห็นหยอกมุกอะไรเข้าไป..ไอ้เผือกบอกพี่ผมเล่นไม่เป็น เอาไงดี

หยุ่นก็เลยไปลากเอากนกนี่มาเป็นตัวชงมุกให้ไอ้เผือกเป็นคนตบ ไอ้หนกชง ไอ้เผือกตบหน้าเน็ต...คนดูก็ชอบเพราะมันแปลกใหม่ อันนี้คือรายการเก็บตกจากเนชั่น แต่มาแจ้งเกิดนี่ทางNation channelคือTTVของลุงไกรวัฒน์นะ คนดูก็จำกัดเขตกรุงเทพฯปริมณฑล

ไอ้หนกนี่จบวารสาร ธรรมศาสตร์ เอกหนังสือพิมพ์ แต่จบมาแม่งไม่มีแวว เคยไปเป็นเด็กฝึกงานที่เนชั่น เขาก็ไม่เอาหนกทำงาน มันก็ไปสมัครที่ไหนเขาก็ไม่เอา ก็เลยไปเป็นดีเจจัดเพลงทางวิทยุ พวกเพลงป๊อบทั้งหลาย แล้วก็เอาข่าวนู่นนี่มาพูดหน่อยพอกล้อมแกล้ม ก็เงียบๆไม่ดัง หลังๆมาก็มาสมัครทำเป็นดีเจจัดข่าวกับหยุ่น

หยุ่นเห็นว่าเสียงไอ้หนกออกแนวFMก็ให้มันจัด เพราะเนชั่นก็ขยายงานไปสารพัดอย่างที่ว่าไปแล้ว ต่อมาก็เลยลากมันมาเป็นตัวชงให้ไอ้เผือกทางเนชั่นแชนัล แต่ชงไปชงมายังไงไม่รู้ ด้วยความที่ไอ้หนกมันไม่มีพื้นฐานเป็นนักข่าวสนามมาเลย มันก็ออกทะเลอยู่เรื่อย ไอ้เผือกตอนแรกก็เริ่มหงุดหงิด ก็กัดแม่งกลางจอ

กัดทีงี้เหวอะ...กะจะเอาให้ตายคาจอ เพราะไอ้เผือกติดนิสัยลูกพี่หยุ่นมา กูเอาใครมาออกทีวีนี่ขอกรูทำตัวเป็นนักฆ่าหน้าจอต้อนแม่งจนกระดาน หรือกัดมันเลือดสาดออกจอ สะใจคนดูซาดิสม์

แต่ไอ้เรื่องที่ไอ้เผือกกัดไอ้หนกเหวอะ กลายเป็นเรื่องคนดูทีวีเนชั่นเสือกชอบเว้ยเฮ้ย...ไอ้คนดูแม่งก็ซาดิสม์ได้เรื่องเหมือนกัน จากที่เริ่มมาจะเป็นตัวชง ไอ้หนกเลยกลายเป็นตัวลูกไล่ให้เผือกกัด...คนดูก็ออกแนวสงสารเห็นใจมัน เห็นตัวเล็กๆเตี้ยๆเท่าลูกหมา เสียงก็FMหน้ามันก็ออกทางหนูไม่รู้ประจำ คนก็เอ็นดู ก็เลยกลายเป็นรายการบันเทิงชนิดหนึ่งขึ้นมา...

กัดกันไปกัดกันมาจนดังได้ที่ ก็ไปเข้าตามิ่งขวัญตอนนั้นมาปลุกปั้นแดนสนธยาช่อง9ให้เป็นโมเดิร์นไนน์ มิ่งขวัญก็ช็อปตัวสรยุทธไปทำรายการคล้ายๆคมชัดลึกเดิม รอบค่ำ4ทุ่ม

ตอนบินหนีจากเนชั่นไปอยู่ช่อง9ทำรายการ"ถึงลูกถึงเมีย” เอ๊ย ถึงลูกถึงคนนี่ ไอ้เผือกก็เป็นเผือกnew lookแล้ว คือไม่ใช่ไอ้ตี๋หน้าจืด เสยผมเรียบแปล้ ยกมือไม้พูดจาทีคนดูหงิกแดก เพราะเครียดกับมันอย่างตะก่อนแล้ว

ไอ้เผือกรู้แล้วว่า การทำทีวี แม้จะเป็นเรื่องจริงจังอย่างเล่าข่าว มันก็ต้องEntertainคนดูด้วย

ที่สำคัญต้องจับประเด็นที่ผู้คนสนใจ หรือที่วงการเรียกว่าhuman interesting พูดง่ายๆคือหากเทียบการทำหนังสือพิมพ์ ก็ไม่ใช่ภาษาอังกฤษแบบNation หรืออย่างกรุงเทพธุรกิจ มติชน มันต้องจับกลุ่มเป้าหมายใหญ่แบบบ้านๆอย่างไทยรัฐ เดลินิวส์

คนที่เอามาสัมภาษณ์ก็ไม่จำเป็นต้องผูกไท ใส่สูท อย่างพวกท่านปลัด อธิบดี รัฐมนตรี นายกฯห่าเหว แต่ต้องหาคนสนุกๆมีสีสันอย่างชูวิทย์อ่าง หมอพรทิพย์พุดเดิ้ล เจ๊เจ้าของบ้านสีดำ ยายไฮพังเขื่อน หรือผู้การวิสุทธ์มือปราบน้องแน็ตอะไรประมาณนี้....ไอ้เผือกก็เลยดังระเบิด ด้วยเรื่องบ้านๆ การมงการเมืองนี่ก็นานๆที แต่ขออย่าง กูต้องไม่หาศัตรูแบบหยุ่นทำ

หยุ่นก็แค้นตาแม้น กูอุตส่าห์ปั้นมา ไอ้เผือกหนีไปแจ้งเกิดรวยซะแล้ว ก็ดันไอ้หนกขึ้นเป็นเบอร์1ของเก็บตกเนชั่น แล้วก็หาคู่หูมาให้ หาใครก็ไม่ได้ เลยเหล่ไปเจอเด็กที่เคยยกกล้องแบกกล้อง ต่อมาให้เป็นผู้ช่วยโปรดิวเซอร์(คือตำแหน่งขี้ข้าสารพัดในรายการทีวีหนะแหละ เช่น โทรนัดแขกมาออกรายการ ยกน้ำเสิร์ฟแขก เตรียมออกรายการ ประสานกล้อง ช่างทำหน้าทำผม ชงกาแฟให้คนดำเนินรายการ"

"เฮ้ย!ไอ้ฮุย พี่จะให้เอ็งออกกล้องมึงสนมั๊ย"หยุ่นพูดขึ้นในวันหนึ่ง หลังจากเหล่หาใครไม่เจอว่าจะเอาใครมาเป็นลูกไล่ให้ไอ้หนก

ไอ้ฮุยที่ว่านี้ มีชื่อจริงตามสำเนาทะเบียนบ้านว่า ธีระ ธัญไพบูลย์

คุณๆสังเกตกันไหม แก๊งเด็กนรกเนชั่นนี่จะมีความเหมือนๆกันอยู่2-3อย่างคือ

1.ไม่ได้เป็นนักข่าวสนามมาก่อน(ยกเว้นไอ้เผือก-สรยุทธ มีประสบการณ์ข่าวสนามมาบ้าง2-3ปี) อย่างไอ้หนกนี่เป็นดีเจจัดรายการเพลงอัสนี-วสันต์ อ้อมสุนิสา พี่เบิร์ดมา ไอ้ฮุย-ธีระนี่เด็กยกฉากแบกกล้องชงกาแฟ โทรสายต่อแขก จอมขวัญก็มาจากแปลข่าวต่างประเทศก๊อกๆแก๊กๆ อันนี้มันก็ทำให้พื้นไม่แน่น โดยเฉพาะหากมึงต้องมาว่าด้วยเรื่องข่าวการบ้านการเมือง คือพวกมึงไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ มันก็เลยฟ่ามๆ

2.ไม่ได้เป็นactivistหรือเด็กกิจกรรมมาก่อน ซึ่งอันนี้จะต่างจากหลายๆค่าย อย่างผู้จัดการ มติชน อาทิตย์ของชัชรินทร์ แนวหน้า ไทยรัฐ เดลินิวส์ INN บางกอกโพสต์ ไทยโพสต์ เขาจะเลือกเด็กActivistมาก่อน ข้อดีคือไอ้พวกนี้มันกระฉับกระเฉงลุยงาน ข้อเสียคือไอ้พวกนี้มันมีชุดความคิดบล็อกในหัวมาแล้ว พูดง่ายๆว่าปกครองยาก ล้างสมองก็ยาก เพราะเด็กมันแก่แดด หยุ่นเอาอย่างแก๊งเด็กนรกที่ไม่ใช่Activistมาทำงานก็สบายยังงี้ คือพวกนี้มันเด็กว่าง่าย เอาอะไรใส่หัวให้มัน มันก็รับไว บอกให้มึงศรัทธาใคร เกลียดใคร ให้พวกมันไปกัดใครแทน มันก็ทำถวายชีวิต...

จะต่างจากพวกเด็กกิจกรรมมหาลัย ไอ้พวกนี้ไม่ได้ทำงานให้ใครเพราะมันศรัทธา แต่มันจะซักจะถามจะสงสัย และมีกรอบแนวคิดชนิดหนึ่งว่า ที่มันต้องทำลงไปนั้น เป็นประโยชน์หรือผลเสียแก่บ้านเมืองส่วนรวม...คนอย่างนี้ไม่ได้เกิดที่Nation คือมันก็เป็นเวรกรรมของหยุ่น คือตอนมันหนุ่มๆมันไปทำกับเจ้านายเก่าไว้มาก หักเขาไปทั่ว แก่ตัวมามันเลยหาเด็กๆโนเกี๊ยะหัวอ่อนมาใช้ดีกว่า เอาอะไรยัดใส่กบาลมันก็รับหมด จะให้มันเป็นม้าใช้ ส่งไปกัดใคร มันเหมือนหุ่นยนต์พิฆาต ไม่ต้องเคยถามว่า ที่เราทำๆนี่มันไม่เหี้ยหรือครับพี่ บ้านเมืองเสียหายนะพี่...ไม่มี!

3.ทั้งหมดนี่เป็นคนกรุงเทพฯ สเป็คตี๋หมวยถูกจริตคนกรุงเทพฯถึงหยุ่นจะเป็นคนสงขลาบ้าสะตอ แต่พอจะหาเด็กออกหน้าจอนี่เห็นไหม ไม่มีเลยที่เป็นเด็กสะตอ จะต่างจากค่ายอื่นๆ หากคุณๆว่างไปเดินเล่นใต้ถุนสภา หรือรังนกกระจอกทำเนียบนี่ ก็ต้องคิดไว้ก่อนว่าภาษาทองแดงถือเป็นภาษาราชการของนักข่าว ส่วนภาษากลางนี่เอาไว้ใช้ถามแหล่งข่าวก็พอ พวกมันคุยกันเองก็สะตอแตกทั้งนั้น...

เด็กกรุงเทพฯไม่พอ ต้องมีเชื้อด้วย คือต้องกากี่นั้งทั้งไอ้เผือก ไอ้หนก ไอ้ฮุย จอมขวัญอะไรพวกนี้กากี่นั้งหมด เพราะมันต้องทำรายการเอาใจคนดูชาวกรุง แล้วก็คนเมือง ซึ่งเป็นกากี่นั้งด้วยกัน ส่วนพวกทองแดง หรือออกลาวนี่หยุ่นก็มีไว้มั่งเป็นไม้ประดับไว้ออกข่าวภูมิภาคอะไรกันไป...ไม่เคยมีใครดูพวกมันหรอก

4.ไอ้พวกนี้ต้องแสดงออกทางสีหน้าท่าทางกวนตีนกันทุกตัวอันนี้มันก็ไม่ได้เป็นมาแต่เกิดนะ พ่อหยุ่นสอนมัน พ่อหยุ่นบอกว่าการทำรายการทีวีมันต้องมีภาษากายแบบรายการทีวีฝรั่ง พวกมึงจะมานั่งทื่อมะลื่อนี่ไม่ได้ เอาให้คนดูเห็นๆว่าพวกมึงเกลียดโกรธ บูชาๆคนที่มึงสัมภาษณ์ หรือกำลังพูดถึงให้เห็นตำตาเลย

ดังนั้นเวลาแก๊งเด็กนรกนี่ออกหน้าจอมันก็ทำตามพ่อหยุ่นมันฝังใส่กบาลมานั่นแหละ...

เดี๋ยวไปว่าต่อแต่ละตัว อันนี้ถือว่าแทรกมุก ให้รู้จักแบ็คกราวนด์ตัวละครพอสังเขป



พื้นฐานไอ้ฮุยนี่ก็ไม่ได้เป็นนักข่าวสนามมาเหมือนไอ้หนก ความคิดความอ่านการเมืองก็ไม่มีห่าอะไรเลย ก็เหมือนเด็กทั่วๆไปที่เกิดแล้วรู้ความสมัยป๋าเป็นนายกฯ คือวันๆก็โดนกรอกหูกรอกตาด้วยเรื่องซาบซึ้งน้ำตาไหลพราก

ไอ้ฮุยนี่เป็นเอามากถึงขั้นเมียมันจะคลอดวันที่14ธันวานะ แล้วมันนี่ได้ชื่อว่าเป็นคนกลัวมอสระเอียชนิดได้โล่กับเขาคนหนึ่ง ยังอุตส่าห์พาเมียไปผ่าลูกออกก่อนกำหนด คุณๆเดาไม่ผิดหรอกมันผ่าออกตอนวันที่5ธันวาคมพอดี๊พอดี

เพราะงั้นเวลาไอ้ฮุยเล่าข่าวว่าไอ้เหลี่ยมจะล้มล้าง หรืออีเพ็ญจะจับอาวุธลุยถั่วล้มล้าง หรือไอ้พวกเสื้อแดงหมิ่นอะไรต่างๆนี่ มันก็เลยจะออกมาธรรมชาติมากๆ อันนี้พ่อหยุ่นไม่ต้องล้างสมองมา มันเป็นงี้มาแต่เกิด

แล้วเพราะความฟ่ามของไอ้ฮุย ไอ้หนก จอมขวัญที่ว่ามันไม่มีพื้นฐานงานข่าวสนามมาก่อนหนึ่งหละ แล้วก็ไม่เคยผ่านการเป็นเด็กแอ๊คทิวิสต์ในมหาลัยมาด้วยหละ ไอ้สิ่งที่เรียกว่าconceptual frameworkของมันเรื่องของกิจการบ้านเมือง เรื่องในเชิงidealisticsอะไรทั้งหลายแหล่เพื่อประเทศชาติบ้านเมือง เพื่อสังคมส่วนรวม เพื่อคนด้อยโอกาสคนยากคนจนนี่เลยไม่ต้องมี มันมองไปเจอเสื้อแดงมากันเป็นแสนหลายแสนนี่ ที่มันคิดคือสามแสนคน หัวห้าร้อย คุณกันแล้ว ไอ้เหลี่ยมต้องควักเท่าไหร่วะ?....ขี้ชัดๆนะในหัวไอ้พวกเหี้ยนี่

การทำรายการทางเนชั่นมันก็เลยออกมาอย่างเห็นๆ แม่งจะแสดงภูมิปัญญาอะไรได้เพื่อประเทศชาติบ้านเกิด คุณคิดเหรอว่างาช้างมันจะงอกออกมาจากปากหมาเน่าๆอย่างไอ้เหี้ยสองตัวนี่

ไอ้หนกก็นะ ตอนแรกทำรายการไอ้เผือก เป็นลูกไล่ไอ้เผือกออกแนวหงิมๆคนก็เอ็นดูสงสารมัน มันก็เอาใหญ่อ้อนแฟนๆว่า ผมเป็นคนจีนก็จริงแต่ยากจนอนาถา ตอนเด็กมีแฟนอยู่คน มีปัญญาแค่ซื้อแอ็ปเปิ้ลให้กิ๊กกินลูกเดียว จากนั้นก็พลัดพรากจากกัน...พอมามีหนังแฟนฉันเข้าโรงดังบึ้ม ไอ้นี่ก็เข้าไปเขียนประกาศในห้องเฉลิมไทย เวบไซต์พันทิป สะดีดสะดิ้งบอกอยากพาแฟนฉันสมัยเด็กไปตีตั๋วดูหนังรำลึกความหลังกัน....ไอ้ดอก!ลูกผัวเค๊ามีมันคิดมั่งมั๊ย

ไอ้พวกเฉลิมไทยก็สะดีดสะดิ้งตอแหลลุ้นไปกับไอ้เหี้ยหนกกันยกใหญ่ ติดตามกันเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวพระราชสำนัก เอาไปเอามาไอ้หนกต้องเอาจริงเพราะแรงยุของพวกสะดีดสะดิ้งปัญญาสะตึในเหลิมไทย ผู้หญิงเขาไม่ยอมออกมา ไอ้ห่ารากนี่เอารถไปตามเขาถึงบ้าน ลากเมียเขาออกมา...ผัวเขาก็นั่งกัดฟันกรอดๆรออยู่ที่บ้าน ไอ้เชี่ย แฟนฉันก็จริง แต่อีนี่มันเมียกูนะสัดดด...!

ส่วนเมียไอ้หนกก็เรื่องรัยจะปล่อยแม่งไปแหววกับแฟนฉันสองต่อสอง แฟนฉันก็ใช่ แต่ไอ้หนกนี่ผัวกูนะอีดอก มันก็เลยไปนั่งคั่นกลาง...คนทั้งโรงก็ดูไปฮากันไป ส่วนไอ้หนกกับเมียพร้อมกิ๊กนี่นั่งหายใจฟืดฟาดๆๆ กว่าจะจบเรื่องได้ ลงท้ายไอ้เจี๊ยบอีน้อยหน่าไม่แฮปปี้เอ็นดิ้งยังไง

ไอ้หนกกับเมียมัน รวมทั้งแฟนฉันและผัวเขา ก็แทบจะบ้านแตกฉันนั้น...

กลับมาฝั่งไอ้เผือกมั่ง ตอนนี้ต้องใช้คำว่าเสี่ยนำหน้าแล้ว เพราะรายการถึงลูกถึงเมียฮิตระเบิด เจ๊มิ่งก็เลยจะเปิดรายการใหม่ให้เป็นเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ไอ้เผือกเลยต้องไปทาบไอ้หนกมาเป็นลูกไล่ที่ช่อง9 ไอ้หนกเลยได้อาศัยเกาะไอ้เผือกดัง เพราะมันทำตัวน่าเอ็นดูให้ไอ้เผือกสับโขกเล่นเป็นที่บันเทิงของคนดู

ไอ้เผือกก็สร้างวีรกรรมไว้เยอะที่ช่อง9อย่างรู้ๆกัน เรื่องเงินๆทองๆทั้งนั้น ทั้งอมเงินค่าโคดสะนา100กว่าล้าน ทั้งเรื่องให้คนดูส่งSMSมารายการแล้วแทนที่มันจะแบ่งให้ช่อง9เขา ไอ้ห่ารากนี่อมซะเอง ไหนจะเรื่องtry in หรือโคดสะนาแฝงเวลาเชิญแขกเชิญใครมาออกรายการที่พอจะมีตังค์ไถได้

แต่คุณงามความดีมันก็มากคือมันสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้วงการเยอะมาก แล้วก็ให้ผมพูดตรงๆนะ มันสลัดเงาของหยุ่นได้พอสมควร คือไม่ต้องเป็นขี้ตีนรับใช้เป็นหุ่นยนต์พิฆาตให้หยุ่น ดังนั้นพวกเสื้อแดงอาจจะไม่ถูกใจมัน แต่อย่าลืมว่าไอ้พวกเสื้อเหลืองก็ด่ามันยับ หาว่ามันเป็นคนของระบอบทักษิณ...ผมว่ามันก็ตรงไปตรงมา อย่างตอนไอ้พวกเหี้ยเหลืองยึดสนามบิน มันก็เล่นตรงๆว่า80ลำนะเว้ยเฮ้ย พวกมึงยึดเขาไว้ มันก็กดดันให้เหี้ยเหลืองปล่อยเครื่องบินตัวประกันได้ พวกมุสลิมก็ได้ไปเมกกะห์ก็เพราะมันออกแรง ไม่งั้นก็แห้งตายอยู่สุวรรณภูมิ....

ไอ้เผือกนี่อย่างน้อยมันก็มีพื้นฐานนักข่าวสนามมา มันมีconceptualของมัน ถึงใครจะด่าว่าออกดัดจริต แต่การที่มันเน้นเรื่อง”สามัคคีประเทศไทย รักในหลวง บลาบลาบลา”…ผมก็ว่ามันไม่ได้เหี้ยเหมือนไอ้หนก ไอ้ฮุยที่มีแต่”คอนเซ็ปชั่ว”ลูกเดียวนะ ว่ามั๊ยสัดดด?

ว่ากันตรงๆคือมันก็คือ”พ่อค้า”คนหนึ่งแหละ มันถือตำรากากี่นั้งว่า”กินขี้หมาดีกว่าค้าความ”มันไม่อยากหาศัตรู จะได้ทำมาหาแดกไปได้เรื่อยๆ แสดงออกว่ากรูเดินสายกลาง ไม่เข้าใครออกใคร

แต่อย่ามีลูกหลุดถึงตีนกูนะ อย่างรถแก๊สดินแดงตอนสงกรานต์ มันก็ต้องตามน้ำว่า”ก็นี่แหละครับ!”ซักหน่อย....ไอ้เรื่องจะเหี้ยก็คือว่าการที่จะสืบเสาะหาข้อเท็จจริงนี่เสือกไม่ทำ ว่ากันไปตามกระแส ไม่รู้แม่งจริงไม่จริง มันก็ตามน้ำไปก่อน..”ก็นี่แหละครับ คุณผู้ชมครับ”...มึงก็ทำการบ้านหน่อยซีว้าไอ้เผือก....อย่าเสือกมักง่าย มึงมักง่ายก็ต้องโดนกูด่า ...ก็นี่แหละครับ

หลังรัฐประหาร19กันยา เจ๊มิ่งไป ไอ้เผือกก็หลุดช่อง9 ไปประจำช่อง3มันก็ไม่เดือดร้อนหรอก ก็ยังเป็นเสี่ยเหมือนเดิม จะเดือดร้อนหน่อยก็ไอ้เตี้ยหนกนี่เสือกด่าไล่หลังเพื่อนว่า”กูทำงานกับคนโกงไม่ได้”

..อ้าว!ไอ้เตี้ยนี่ออกลายเนรคุณเพื่อน มาได้เกิดช่อง9ก็ไอ้เผือกลากมา ไม่งั้นก็แคระตายอยู่ช่องเนชั่น พอเพื่อนล้มไอ้เตี้ยโดดข้ามไม่พอ แม่งขอตื้บฟรี1ดอก ไอ้สัดดด

พอหลัง19กันยาก็อย่างที่เห็นคือไอ้หนกคนเดียวไม่พอ ไอ้ฮุยตามมาด้วย จอมขวัญตามมาติด หยุ่นตัวพ่อก็มาโผล่ เล่นแม่งเป็นลูกระนาด3 5 7 9 NBT ส่วนTPBSนี่ให้หย่องแดกเรียบ เพราะมันมีข้อตกลงกับปีศาจอย่างที่ผมว่ามาก่อนๆนี้

บางทีหาเรื่องเล่นไม่เจอ ไอ้ฮุยก็มามุกด้านๆเลย บอกได้ฟอร์เวิร์ดเมล์จากทางบ้าน(ก็ไอ้พวกเหี้ยเหลืองนะแหละ)บอกวันนี้ให้ใส่เสื้อเหลืองทั้งประเทศนะ เพราะหมอผีเขมรเล่นของสะกดเมืองไทยให้ยกเขาพระวิหารให้มัน....ขอเชิญชวนประชาชนไทยนะ
ครับทั้งชาติแค่รวมใจใส่เสื้อเหลืองแก้เคล็ด วันนี้เห็นมั๊ยผมยังใส่เสื้อเหลืองออกทีวีเลย


วีณารัตน์ แซ่เล้านั่งจัดคู่ด้วยอายก็อาย ทุเรศก็ทุเรศเลยแขวะไอ้ฮุยว่าเธอนี่ก็เป็นเอามากนะ จะเล่นของไปถึงไหน เมืองไทยก็มีพระสยามเทวธิราชปกป้องคุ้มครองอยู่แล้ว ไอ้ฮุยนี่มีเคืองออกหน้าจอให้เห็น พอพักโคดสะนากลับมามันก็แก้ตัวดิบๆเลยว่า หันไปเล่นมุมว่ากูนี่ไม่ได้บ้าไสยศาสตร์เว้ย กูนี่ก็วิทยาศาสตร์เหมือนกัน

ว่าแล้วไอ้ฮุยก็เล่าข่าวว่า นอกจากเรื่องไสยดำมนต์เขมรแล้วเนี่ย พอดีวันนี้เกิดสุริยุปราคาด้วย แล้วก็เล่าว่าอันนี้เป็นปรากฎการณ์ทางวิทยาศาสตร์นะ โลกบังดวงจันทร์บังอาทิตย์กี่องศาฟิลิปดาห่าเหวยาวเลย วีณารัตน์ แซ่เล้าได้ทีแขวะว่า”อ่า ไปดูสุริยุปราคานี่ไม่ต้องใส่เสื้อเหลืองดูหรอกนะ...”

ไอ้ฮุยเสือกไม่ขำ รายการจบพอดี วีณารัตน์ แซ่เล้าโดนไอ้ฮุยตบคว่ำหรือเปล่า ข่าวไม่ได้แจ้ง 
****************
ซีรีส์สุดมันส์ชุด 

ลากไส้สื่อเหี้ยม..ม.ม้าหายทุกค่ายทุกเม็ดทุกขดhttp://thaienews.blogspot.com/2011/08/blog-post_396.html

ลงขันสร้ิางหนังนวมทองใกล้เป้ายังขาดแค่8แสน



คณะกรรมการผู้จัดสร้างภาพยนตร์เรื่อง"นวมทอง" เปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดในการสร้างระดมทุนสร้างภาพยนตร์ "นวมทอง" ว่า ตอนนี้ได้ยอดระดมเงินเข้าบัญชีระดมทุนมากว่า 2.2 ล้านแล้ว (รวมกับที่ถอนไปจ่ายเป็นค่า Casting นักแสดงก่อนหน้านี้ 105,500 บาท ด้วย ) 

ดังนั้นจึงยังขาดอีกแค่เพียง 8 แสนบาท ก็จะครบตามงบฯ ที่ตั้งไว้ (3 ล้านกว่าบาท) จึงขอเชิญชวนให้พี่น้องเสื้อแดง/ผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของหนังเพื่อประชาธิปไตยเรื่องแรกของพวกเรา รีบระดมทุนเข้ามาให้ไว มิฉะนั้นท่านจะตกขบวนรถไฟเที่ยวนี้ (นะจ๊ะ)

โดยติดตามความก้าวหน้า หรือร่วมสมทบทุนที่เฟสบุ๊ค Redmovie Team คลิ้กที่ http://www.facebook.com/pages/Redmovie-Team/274811049262920

สำหรับความคืบหน้าในการสร้างภาพยนตร์ ตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. – ปัจจุบัน กำลังอยู่ในช่วง Casting นักแสดง และคาดว่าภายในเวลา 3 เดือนนับจากเริ่มงานในส่วนนี้ (โดยประมาณ) จะได้นักแสดงครบเพื่อดำเนินการสร้างหนังต่อไป
ชื่อบัญชี: นายอภิรักษ์ วรรณสาธพ และนายอานนท์ นำภา และนายปณัท นิตย์แสวง
เลขที่บัญชี: 691 – 0 – 10054 – 9
ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลเวิลด์

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 28, 2555

“Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้

“Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้.....
เนื่องจากระยะนี้พวกเราที่รักประชาธิปไตยทั้งในเมืองไทยทั่วโลกต่างก็มีความเครียดกับการเมืองที่ไม่นิ่งเลยจากการก่อกวนของอำมาตย์และสุนัขรับใช้ ทาง Red USA จึงอยากจะจัดประกวดคำขวัญหรือทุรวลี เพื่อคลายเครียดเรียกขวัญและกำลังใจคืนมาในหมู่นักท่องเน็ตและโซเชี่ยลมีเดียทั้งหลายที่ได้ต่อสู้อำมาตย์ร่วมกัน
คำขวัญหรือ ทุรวลี ที่ส่งเข้าประกวด อาจอยู่ในบริบทของการเมือง การบ้าน หรือเฉียดฉิวการมุ้งบ้างก็ได้ เพื่อความหลากหลาย ช่วยระบายความอัดอั้น ให้บางเบา จากความอยุติธรรมที่อำมาตย์มันเอามากดขี่พวกเรา
ตัวอย่างคำขวัญหรือทุรวลีเช่น :
... ชวนยังหลีกภัย มึงเป็นใครไม่หลีกกู
... ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ xxxเมียเพื่อน
... ผมเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา ถ้าพรรคผมได้เปรียบ
... นมเมียไว้ให้ผัว นมวัวไว้ให้ลูก
... หน้าประถม นมมหาวิทยาลัย
… ไม่รักพ่อให้ไปอยู่ประเทศอื่น
… พ่อกูอยู่ประเทศไทย พ่อมึงอยู่ประเทศไหน ใช่อเมริกาหรือเปล่า
...วังไม่มีนอน อาัศัยนอนกับเจ้าของวัง
...เบนซ์ไม่ีมีขี่ เอาแต่ขี่เจ้าของเบนซ์
และ ฯลฯ เป็นต้น
สำหรับรางวัลจะมีอยู่ 2 ประเภทคือ:
1.รางวัลบริจาคเพื่อการกุศลตามเจตนาของผู้ที่ได้รับรางวัล :
รางวัลที่ 1 เป็นจำนวนเงิน สามพันบาท
รางวัลที่ 2 เป็นจำนวนเงิน สองพันบาท
รางวัลที่ 3 เป็นจำนวนเงิน หนึ่งพันบาท
2.รางวัลพิเศษ : คือ อยู่ฟรี เที่ยวฟรี กินฟรีหนึ่งอาทิตย์ในแอลเอ มีข้อแม้ว่าต้องมีค่าตัวและขอวีซ่ามาเอง รายจ่ายในการอยู่ฟรี กินฟรี เที่ยวฟรีหรืออะไรนนอกเหนือจากนั้น(ยกเว้นการ Shopping…55555) Red USA จะจัดให้(ป.ล. หากคนในแอลเอหรือในสหรัฐฯได้รับรางวัลนี้ก็สบายไป...55555)
กฎและกติกา:
1. นักท่องเนตและมวลชนในโซเชียลมีเดียสามารถส่งคำขวัญเข้าประกวดได้โดยการเข้ามาโพสต์ “คำขวัญ “ ของท่านในกระทู้  “Red USA” ขอเชิญมาร่วมสนุกโดยการส่งคำขวัญ “ทุรวลี “ แบบปลุกจิตเข้าประกวด มีรางรางวัลให้.....
(หากยังไม่ได้เป็นสมาชิกประชาทอลค์ คงต้องสมัครก่อนถึงจะโพสต์ได้) 1 ล็อกอินให้ส่งได้ไม่เกิน 3 คำขวัญ โดยเริ่มตั้งแต่ นาทีที่โพสต์กระทู้นี้เป็นต้นไปและจะหมดเวลาโพสต์ส่งเข้าประกวดในวันที่ 4 ก.ค. 2555 (เวลา 24.00น. เวลาในประเทศไทย) หลังจากนั้นก็จะมีการให้โหวตต่อจากสมาชิกเองว่าคำขวัญไหนเป็นที่ชื่นชอบและถูกใจมากที่สุดและจะปิดการโหวตเมื่อ 24.00น.ของวันที่ 9 ก.ค. 2555 หลังจากนั้นก็จะมีการนับคะแนนประกาศผลและให้รางวัลแก่ “คำขวัญ” ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ตามที่ได้กล่าวไว้
***หมายเหตุ: การโหวตตามข้อที่ 1 สิทธิในการโหวต 1 ล๊อกอิน 1 เสียง
การโหวตให้รางวัลพิเศษข้อ 2 ให้โหวตว่า “ล็อกอิน” ใดสมควรจะได้รับ
หารโหวตทั้งสองข้อนี้ให้โหวตใน Comment และในเวลาเดียวกัน
2. สำหรับเงินรางวัลนั้นให้ผู้ได้รับเลือกอันดับ 1-3 ตกลงกันเองว่าจะบริจาคเงินจำนวนนั้นให้กับใคร องค์การไหนแล้วแจ้งให้ทางเราทราบRed USA ก็จะส่งเงินจำนวนนั้นไปบริจาคที่สถานที่ดังกล่าวพร้อมกับอธิบายถึงที่มาของเงินจำนวนนี้ หลังจากที่ได้บริจาคแล้ว Red USA ก็จะนำหลักฐานการบริจาคมาเปิดเผยให้ทราบต่อไป
อยากบริจาคการกุศลโดยการชนะประกวดคำขวัญหรือมีคนรับรองให้อยู่ฟรี กินฟรี เที่ยวฟรี ในแอลเอเป็นเวลา 1 อาทิตย์
เชิญครับ....

ชำนาญ จันทร์เรือง: จริยธรรมประธานศาลรัฐธรรมนูญ

โดย ชำนาญ จันทร์เรือง
28 มิถุนายน 2555
นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ภาพจากแฟ้มเมเนเจอร์ออนไลน์)
ไม่น่าเชื่อข่าวที่รายงานใน Manager Online ว่าเป็นคำพูดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะรายงานข่าวได้บอกว่าเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการจัดการสัมมนาบทบาทของสื่อมวลชน ในการพัฒนาระบบนิติรัฐและนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย. ที่โรงแรม แกรนด์แปซิฟิก ซอฟเฟอริน รีสอร์ท แอนด์ สปา ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เพื่อให้สื่อมวลชนมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่การนำเสนอข่าวสารให้สาธารณชนรับทราบในผลการดำเนินงานศาลรัฐธรรมนูญ(???)
     
ซึ่งนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เปิดเผยในงานสัมมนาว่า การจัดงานพบสื่อไม่ใช่เป็นการจัดเพื่อหาเสียงให้สื่อหันมาสนับสนุน เพราะสื่อถล่มศาลรัฐธรรมนูญอยู่ทุกวัน แต่มีเป้าหมายเป็นการสร้างความเข้าใจบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน การที่ว่าสื่อต้องทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน เรื่องนี้ยาก เพราะสื่อบางครั้งก็ยังไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ตลอดระยะเวลา 44 ปีที่ตนเองทำงานด้านกฎหมายมา จะว่าเป็นคนมืออ่อนหรืออย่างไรก็ว่ากันไป แต่ตลกที่มีคนที่ไม่ได้จบกฎหมายออกมาวิจารณ์ด่าศาลรัฐธรรมนูญทางโทรทัศน์ มันก็เป็นเรื่องแปลก ดังนั้น สื่อไม่ได้ทำตัวนำเสนอความคิดเห็นในหลายด้าน
     
 “ขอนำคดีที่อยู่ในความสนใจขณะนี้ เรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำฟ้องกรณี รัฐบาล รัฐสภา กำลังยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 68 เราก็ไปดูการพิจารณาของสภาวาระที่ 3 ก็เห็นว่าเป็นไปได้เหมือนกัน เพราะรัฐสภาชุดนี้พิจารณากฎหมายแบบขายขาด แล้วโยนภาระให้ ส.ส.ร. ก็ต้องเสียเงินเลือกตั้ง ส.ส.ร.มาให้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีกรอบว่าไม่แตะต้อง หมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ต้องไม่แตะนะ ถ้าเขาร่างมาแล้วแตะล่ะ ใครจะทำไม อ๋อไม่เป็นไรมีประธานสภาเป็นผู้วินิจฉัย แต่ถ้าประธานสภาเห็นว่าให้ลงมติเลย เวลานั้นศาลรัฐธรรมนูญจะทำอะไรได้อีก เพราะเมื่อมีผลเป็นการลงประชามติไปแล้ว ผมขอย้ำเลยว่าถ้าเชื่อถือในบุคคล ก็ไม่ต้องมีกฎหมาย” นายวสันต์ กล่าว

นายวสันต์ กล่าวว่า เมื่อมีข้อกล่าวหาว่าล้มล้างระบอบรัฐธรรมนูญ เวลานี้ตนเองยังไม่เห็นว่าจะมีใครออกมาปฏิเสธสักคำ มันจึงเป็นเรื่องตลกเมื่อ โจทย์ยื่นฟ้องจำเลย แทนที่จำเลยจะชี้แจงข้อกล่าวหา กลับมาเล่นงานศาลรัฐธรรมนูญ ถือว่าแปลกมาก

(ที่มา http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000076949)

จากข่าวที่ปรากฏข้างต้นสามารถวินิจฉัยได้ 2 ประเด็น

ประเด็นแรก คือ คนไม่ได้จบกฎหมายวิจารณ์ศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

คำวินิจฉัย คือ ทำไมจะวิจารณ์ไม่ได้เพราะศาลรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยซึ่งเป็นของประชาชน และแม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองเองก็มีตุลาการที่ไม่ได้จบกฎหมายเช่นกัน เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 2คน ที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ หรือสังคมศาสตร์อื่น ตามมาตรา 204(4) และมาตรา 206 ของรัฐธรรมนูญฯ ปี 50 นี่เอง

ประเด็นที่สอง คือ การให้ความเห็นว่าเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำฟ้องกรณี รัฐบาล รัฐสภา กำลังยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาตรา 68 เราก็ไปดูการพิจารณาของสภาวาระที่ 3 ก็เห็นว่าเป็นไปได้เหมือนกันนั้นขัดต่อประกาศศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง จริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ.2548 หรือไม่ ซึ่งเราต้องมาดูกันว่าประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ว่าอย่างไร

ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดจริยธรรมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้ ดังต่อไปนี้

“ข้อ 1 ปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยปราศจากอคติทั้งปวงเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชนและความสงบสุขแห่งราชอาณาจักร
ข้อ 2 รักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุกประการ
ข้อ 3 ยึดมั่นความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่หวั่นไหวต่อกระแสหรือการกดดันใด ๆ
ข้อ 4 รักษาความลับในการประชุมปรึกษาอย่างเคร่งครัด
ข้อ 5 เคารพในมติและเหตุผลในการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก
ข้อ 6 ระมัดระวังในการให้คำปรึกษาแก่บุคคลภายนอกในเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อ 7 ระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชนหรือสาธารณชนในเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เสนอหรืออาจจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย”

คำวินิจฉัย การที่ให้ความเห็นเช่นนี้น่าจะเข้าข่ายตามข้อ 7 ในการที่ต้องระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นต่อสื่อมวลชนหรือสาธารณชนในเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เสนอหรืออาจจะเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยแล้ว มิหนำซ้ำความเห็นที่แถลงต่อสื่อมวลชนในคราวนี้น่าจะก้าวล่วงเข้าไปในเนื้อหาแห่งคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประโยคที่ว่า “เป็นไปได้เหมือนกัน” นั่นเอง

แล้วจะทำอย่างไร


คงไม่ต้องทำอะไรสำหรับประเด็นที่หนึ่ง แต่สำหรับประเด็นที่สองนั้นเมื่อเห็นว่าน่าจะเข้าข่ายขัดต่อประกาศศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยจริยธรรมแล้ว ย่อมเข้าข่ายตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่บัญญัติว่า

 “ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด หรืออัยการสูงสุด ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง วุฒิสภามีอำนาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตำแหน่งได้”

ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของผู้มีสิทธิตามมาตรา 271 ซึ่งก็คือ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หรือ ส.ว.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกที่มีอยู่ของวุฒิสภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่าสองหมื่นคนเข้าชื่อต่อประธานวุฒิสภาเพื่อพิจารณาว่าจะเข้าข่ายต้องถูกถอดถอนหรือไม่ อย่างไร ต่อไป

เมื่อพิจารณาตัดสินคนอื่นให้พ้นจากตำแหน่งได้ ก็ย่อมถูกพิจารณาถอดถอนออกจากตำแหน่งได้เช่นกันครับ ว่าแต่ว่าผู้มีสิทธิเข้าชื่อนั้นจะทำหรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะลำพังเพียงการถามหาจริยธรรมเพื่อแสดงความรับผิดชอบคงใช้ไม่ได้ผลในกรณีนี้เป็นแน่

ช็อตเด็ดวันนี้:ลูกคอมฯเก่ากับอำมาตย์ใหม่


หงา คาราวาน บรรเลงสดเพลงคิดถึงบ้านให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ รับชม ระหว่างทั้งสองไปเยี่ยมเนิน 708 ภูพยัคฆ์ จังหวัดน่านที่สหายคำตัน หรือพันโทโพยม จุลานนท์ บิดาพลเอกสุรยุทธ์เคยใช้เป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิวส์แห่งประเทศไทย(พคท.) สู้รบกับฝ่ายรัฐบาลในอดีต และหงาเคยมาพำนักที่นี่ระหว่างเข้าร่วมการต่อสู้กับพคท.หลังเหตุกา่รณ์ 6 ตุลาคม 2519
ต่อมาพลเอกสุรยุทธ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นองคมนตรี ส่วนหงากลายเป็นศิลปินเพื่อชีวิตชื่อดัง ทั้งสองพบกันในภาพนี้เมื่อวันที่ 10 หรือ 11 ธันวาคม 2553 ณ บริเวณลานหลังกระท่อมของลุงคำตัน เป็นการพบกันของอดีตลูกคอมฯที่กลายเป็นอำมาตย์ และอดีตคอมฯที่กลายเป็นอำมาตย์ใหม่ กลายเป็นศิลปินแห่งชาติภายใต้อำมาตย์อุปถัมภ์
นี่ก็เป็นการเมืองแบบไทยๆ และความย้อนแย้งที่ยากจะหาพบได้ที่ไหนในโลก

ดูภาพชุดทั้งหมดที่เว็บบอร์ด http://sapanpleang.com

บทความ: "ทำไมราษฎรอาวุโสแนะทักษิณดูปรีดี ไม่กลับไทย ห่วงชาติขัดแย้ง" และ "การกระจายอำนาจโดยเครือข่ายของราษฎรอาวุโส แต่ทำไม รัฐธรรมนูญ2550ไม่ปฎิรูป?"

บทความ: "ทำไมราษฎรอาวุโสแนะทักษิณดูปรีดี ไม่กลับไทย ห่วงชาติขัดแย้ง"
โดยโครงการประกายแสงดาว


บทความ "การกระจายอำนาจโดยเครือข่ายของราษฎรอาวุโส แต่ทำไม รัฐธรรมนูญ2550ไม่ปฎิรูป?"
โดยโครงการประกายแสงดาว

80 ปี การปฏิวัติ 2475 "ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร" // นสพ.เลี้ยวซ้าย ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 มิถุนายน 55

วันพุธ, มิถุนายน 27, 2555

ปวดตับกับแอ๊ด-หงา,กวีหน้าพระที่นั่งมาฟังโน้สอุดม



อำแบบไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด -คลิปโน้ส อุดม ร้อง"รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง"เสียดสีรัฐบาลอภิสิทธิ์ว่า รับมรดกซื่อสัตย์มาจากชวน แต่ว่าไม่ยอมจัดการกับเนวินพรรคร่วมรัฐบาลที่คอร์รัปชั่น อำนาจการตัดสินใจไม่มี จนลาวมี3Gแซงหน้าไทยไปแล้ว น้ำท่วมชาวบ้านเดือดร้อน 8 วันแล้วค่อยลงพื้นที่ น่าจะให้สรยุทธ์ สุทัศนะจินดา เป็นนายกฯซะยังจะดีกว่า

ส่วนคลิปด้านล่างเป็นเดี่ยว 9 ชื่อตอน อยู่ห่างๆอย่างหน่วงๆห่วงๆปู ฟังแล้วจะฮาหรือไม่ฮาดี...อิอิ

การอำแบบไม่เลือกข้าง แซวอย่างเป็นกลางนี่ก็เป็นเครื่องหมายบอกถึงความเป็นมืออาชีพนะ ที่สำคัญหากเทียบแอ๊ดกับหงาแล้ว นมอุโด๊ส-โน้สอุดม"มองขาด"กว่าเยอะ...


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
เผยแพร่ครั้งแรก 28 สิงหาคม 2554

แม้โน้สจะเป็นศิลปินตลก แต่หากเทียบกับศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่อย่างแอ๊ดกับหงาแล้ว ต้องบอกว่า"มองขาด"กว่ากันเยอะ...ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูกัน


คลิปนี้แอ๊ด คาราบาว กล่าวสนับสนุนการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกรณีปราบปรามคนเสื้อแดงว่า ที่นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจทำนั้นเข้าตาผมมาก ที่ตัดสินใจสมานฉันท์มีโร้ดแม็ป ซึ่งพอประก่าศก็มีระเบิดลง เพราะมีพวกทหารแก่ไม่ยอมให้บ้านเมืองสงบ ออกมาปั่นป่วน แต่นายอภิสิทธิ์แม้ไม่ได้เป็นทหารเก่าแต่กล้าหาญมากกว่าพวกลอบยิงทหารตำรวจลอบยิงประชาชน

จากนั้นได้ร้องเพลง"66/53"มีเนื้อหายกย่องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกล่าวตำหนิฝ่ายชุมนุมเสื้อแดง

คลิปดังกล้าวไม่ได้ระบุว่าแอ๊ดพูดวันไหน หรือที่ใด แต่จากเนื้อหาคาดว่าน่าจะเป็นหลังเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 เพราะเนื้อเพลงตอนหนึ่งบอกว่า"ตายกว่าครึ่งร้อย"ด้วยการโจมตีว่ามีคนยิงทหารตำรวจตาย และพูดสนับสนุนตอนที่นายอภิสิทธิ์แถลงแผนโร้ดแม็ปเพื่อความสมานฉันท์ในต้นเดือนพฤษภาคม 2553 ซึ่งน่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนนายอภิสิทธิ์ตัดสินใจใช้กองทัพเข้าปราบปรามประชาชนระหว่างวันที่ 13-19 พฤษภาคม 2553
แล้วก็"หมดเวลา"เขียนโดยจีระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์หน้าพระที่นั่งทุ่งมะขามหย่อง (กวีหน้าพระที่นั่งอีกราย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) อดีตผู้นำนักศึกษาหญิงยุค 14 ตุลา 2516


เพลงขอสันติภาพ ใบอนุญาตฆ่าจากหงา คาราวาน

ส่วนนักร้องเพื่อชีวิตอีกรายคือหงา คาราวานได้ร้องเพลงชื่อ "ขอสันติภาพ"ด้วยสายตา"ของสลิ่มชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ"ที่ได้แต่ติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อกระแสหลักแล้วเห็นว่า บ้านเมืองลุกเป็นไฟเพราะการประท้วงในกรุงเทพฯเป็นสงครามกลางเมืองของพวกกบฎที่ก่อการโค่นรัฐบาลเพราะความ"บ้าสี"แตกคอกัน แล้วขนคนจากภาคเหนือีสานเข้ามา ทำให้ชาวบ้านร้านค้าในกรุงเทพฯไม่กล้าออกจากบ้าน ซึ่งที่สุดก็ไม่มีฝ่ายใดมีชัยชนะ เราขอสันติภาพได้ไหม

โดยการร้องเพลงนี้ในช่วงเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนในเดือนพฤษภาคม 2553 แล้วส่งให้สรยุทธ์ สุทัศนะจินดาเผยแพร่ทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ในเช้าวันที่ 18 พฤษภาคม 2553 หรือก่อนวันที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ตัดสินใจเข้าสลายการชุมนุมที่่แยกราชประสงค์ในวันที่ 19 พฤษภา 53 เพียงวันเดียว

เป็นที่น่าสังเกตว่านักร้องเพื่อชีวิตทั้งสองไม่เคยแสดงทัศนะเรื่อง การที่รัฐบาลใช้กองทัพปราบปรามประชาชนด้วยกำลังอาวุธแต่อย่างใด

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:เมื่อนกสีเหลือง14ตุลา2516 และน้องโบว์+สารวัตรจ๊าบพันธมิตร7ตุลา2551เป็นวีรชน แต่นกสีแดง19พฤษภา2553เป็นทรชนในทัศนะของหงา คาราวาน

ถามหงา คาราวาน คุณจำได้ไหม?ครั้งหนึ่งพวก"เผาบ้าน เผาเมือง"ถูกยกย่องเป็น"วีรชน" และได้รับพระราชทานเพลิงศพมาแล้ว
ความแตกต่างระหว่างพ.ศ.-ชายเสื้อดำใช้ปืนยาวยิงตำรวจที่บชน.เดิมตรงผ่านฟ้า โดยมีนักศึกษาช่างกลนำปืนที่ยึดมาได้จากร้านปืนแถวย่านแยกอุณากรรณ์ เป็นไรเฟิ่ล คอยส่งกระสุนให้ และก่อนค่ำวันนั้น บชน.ก็ถูกอาชีวะและประชาชนใช้รถน้ำ้ฉีดน้ำมันแล้วเผาจนวอดทั้งตึก

หากเรื่องนี้มาเกิดในพ.ศ.2553 พวกเขาจะถูกเรียกว่า"ผู้ก่อการร้ายชายชุดดำ เผาบ้านเผาเมือง" แต่ในยุค 14 ตุลา 2516 เราเรียกพวกเขาว่า"วีรชนผู้รักชาติ"

ว่าไปแล้ว.. ข้อเรียกร้องทางการเมืองของคนเสื้อแดง จากการต่อสู้ ในเดือน มีนาคม-พฤษภาคม 2553 คือ "ขอให้รัฐบาล ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่" เมื่อเทียบกับข้อเรียกร้องทางการเมืองของ นักเรียน นักศึกษา ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 คือ "ขอรัฐธรรมนูญ ขอการเลือกตั้ง และขอให้ รัฐบาลเผด็จการออกไป" แล้ว จะเห็นได้ว่าข้อเรียกร้องของนักเรียนนักศึกษา คนเดือนตุลา ใหญ่หลวง หนักหน่วงสำหรับชนชั้นปกครอง ยิ่งกว่าข้อเรียกร้องให้ "ยุบสภา" ของคนเสื้อแดงเป็นอย่างมาก 

แต่คนเดือนตุลา ถูกยกย่องให้เป็น วีรชน ในขณะที่คนเสื้อแดง ถูกเรียกว่า ผู้ก่อการร้าย 

ในแง่ของความรุนแรง เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีการใช้อาวุธต่อต้านการปราบปรามของเจ้าหน้าที่แบบที่พอหาได้ เผาสถานที่ราชการ และ ลุกลามขยายไปหลายที่ เกิดเหตุจลาจลไปทั่วกรุง และเราต่างก็รู้เห็นกันชัดเจนว่า นักเรียน นิสิต นักศึกษา เป็นคนเผา เราเรียกสิ่งนั้นว่า "วีรกรรม" และเรียกผู้กระทำการวันนั้นว่า "วีรชน" 

ในขณะที่เหตุการณ์ เผาเซ็นทรัลเวิร์ด ยังมีข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงมากมาย จากเจ้าของสถานที่ และ รปภ. กล้องวงจรปิด ที่บ่งชี้ว่าเกิดจากฝีมือของคนมีอาวุธหนัก และมีข้อเท็จจริงอีกมากที่บ่งชี้ว่า ไม่ใช่เป็นฝีมือของคนเสื้อแดง 

แต่คนเสื้อแดงถูกรวบรัดให้เป็นผู้ก่อการร้าย เผาบ้าน เผาเมือง 

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรม "เผาบ้าน เผาเมือง" ของ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองเรียกร้อง "รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง และขับไล่รัฐบาลเผด็จการ" ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้รับการเรียกขานว่า "วีรกรรม" และ"วีรชน" ผู้เสียชีวิตในวันนั้นได้รับพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ 

ในโอกาสนี้จึง นำเสนอภาพ "การเผาบ้าน เผาเมือง" ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และผลลัพธ์ที่ตามมา 

1.ชายชุดดำยุค14ตุลา2516
ชายที่ใส่เสื้อสีดำใช้ปืนยาวยิงตำรวจที่บชน.เดิมตรงผ่านฟ้า โดยมีนักศึกษาช่างกลนำปืนที่ยึดมาได้จากร้านปืนแถวย่านแยกอุณากรรณ์ เป็นไรเฟิ่ล ซุ่มยิงตำรวจ โดยมีพรรคพวกคอยส่งกระสุนให้ และก่อนค่ำวันนั้นเอง(15ต.ค.2516) บชน.ก็ถูกอาชีวะและประชาชนใช้รถน้ำ้ฉีดน้ำมันแล้วเผาจนวอดทั้งตึก 

หากเรื่องนี้มาเกิดในพ.ศ.2553 พวกเขาจะถูกเรียกว่า"ผู้ก่อการร้ายชายชุดดำ เผาบ้านเผาเมือง" แต่ในยุค 14 ตุลา 2516 เราเรียกพวกเขาว่า"วีรชนผู้รักชาติ"

2.พันเอกร่มเกล้ายุค14ตุลา16
ทหารราบ 11 เริ่มนอนหมอบหลังจากถูก Sniper อาชีวะยิง ด้วยปืนไรเฟิ่ล นายทหารคนซ้ายมือ กำลังมองหาที่มาของจุดยิงปืนไรเฟิ่ล ที่ยิงทหารจนทะลุหมวกเหล็ก ล้มทั้งยืน 

หากเรื่องนี้มาเกิดในปีพ.ศ.2553ทหารที่ถูกยิงจนทะลุหมวกเหล็กจะกลายเป็นพลเอก และสลิ่มในเฟซบุ๊คจะเขียนยกย่องวีรกรรม แต่เรื่องนี้เกิดในปี2516พวกเขาจึงถูกเรียกว่า"สมุนทรราชย์เข่นฆ่าประชาชน"

3.การระบายความคับแค้นของประชาชนยุค14ตุลาฯ
การเผาทำลายสถานที่ราชการ เช่น ที่ทำการกรมประชาสัมพันธ์ ตึกกตป. ตึกบชน. การเผารถเมล์เพื่อใช้ควันไฟพลางทหารในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ถูกอธิบายว่าเป็นการระบายความคับแค้นของประชาชนที่มีต่อสัญลักษณ์ของระบอบเผด็จการ จึงถือเป็นวีรกรรม 
ของวีรชน 14 ตุลาคม 2516 แต่หากมาเกิดในปัจจุบันจะถูกเรียกว่า "เผาบ้าน เผาเมือง" 


วิดิโอนี้ เสนอภาพ "เผาบ้าน เผาเมือง"(หากเป็นมิติในปัจจุบัน)ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หลังจากจอมพลถนอมประกาศ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี นายสัญญา ธรรมศักดิ์ (องคมนตรี) ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีและประกาศ จะให้มีรัฐธรรมนูญภายใน 6 เดือน

4.การพระราชทานเพลิงศพวีรชน
15 ตุลาคม 2517 ภาพเหตุการณ์ ณ เมรุสนามหลวง สถานที่พระราชทานเพลิงศพ 
"วีรชน 14 ตุลาคม 2516" (ปกติสนามหลวงไม่ใช่เป็นสถานที่ ฌาปณกิจ สามัญชน) 
ริ้วขบวน นิสิต นักศึกษา ประชาชน แห่แหน ศพ "วีรชน" อย่างยิ่งใหญ่ (หากเรื่องนี้มาเกิดในปี2553 พวกเขาจะกลายเป็นศพที่ยังไม่รู้ว่าใครฆ่า อาจถูกกล่าวหาเป็นผู้ก่อการร้ายที่ถูกสังหาร และผู้นำการประท้วงของพวกเขาอาจถูกดำเนินคดีก่อการร้าย)
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงจุดฝักแค พระราชทานเพลิงศพ "วีรชน 14 ตุลาคม 2516" 

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ข้อมูลใหม่จากช่างภาพ 14 ตุลา 16:ผู้ชุมนุมยุคนั้นอาจจะมีอาวุธ+ยุทธวิธีที่ดีกว่ายุค 19 พฤษภา 53 

ปลายอ้อกอแขม: ผู้ร้ายของชาวเอเชีย !

โดย ปลายอ้อกอแขม
27 มิถุนายน 2555


การกระชากลากถู องค์การนาซ่าของสหรัฐ เข้ามาเป็นเกมการเมือง “ลูกถนัด” ของพรรคประชาธิปัตย์ดูจะเป็นผลสำเร็จ เพราะรัฐบาลทำท่ายอมถอย นำเรื่องนี้เข้าสู่รัฐสภาเพื่อให้มีการถกเถียงกัน..ตามความประสงค์ของฝ่ายค้าน

หารู้ไม่ การทำดังนี้ของรัฐบาล ซึ่งอาจไม่ตั้งใจ แต่กลับเป็นการทำร้ายพรรคประชาธิปัตย์ “ต่อสาธารณะโลก”อย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง ทำให้นักการเมืองพรรคนี้ กลาย “ผู้ร้าย”ของมวลมนุษยชาติไปแล้วอย่างเต็มภาคภูมิ โดยไม่ต้องจัดฉาก ใส่สีให้เปื้อนมือ หอกทมิฬแทงทมิฬ ..แย่งปืนมัน มายิงมัน !

ในประเทศเอง ผู้คนก่นดากันขรม ทั้งด่าโดยตรง และด่าผ่านโพล ที่นักการเมืองพรรคนี้ ได้ทำลายโอกาสอันดีของไทย ที่จะได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้วิทยาการชั้นสูง เพื่อนำมาช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติ แต่ถูกพรรคนี้ขัดขวาง ทำให้นักวิชาการทั้งหลาย รู้สึกสมเพช เวทนา จึงทำให้พรรคต้องเสียมวลชนที่เป็นคนระดับปัญญาสูงไปแล้ว..อย่างไม่คาดคิด

สำหรับประชาชนในภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ พี่น้องร่วมภูมิภาค ที่ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติอยู่เนืองๆ ต่างจ้องมองพรรคประชาธิปัตย์ด้วยความแค้นเคีอง ที่พรรคนี้มาขัดขวางการแก้ไขปัญหาในภูมิภาค เพื่อช่วยเหลือมวลมนุษยชาติโดยเฉพาะในแถบเอเชีย ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติต่างๆ..ผู้ร้ายแห่งเอเชีย

ไม่ต้องพูดถึงสหรัฐ ประเทศต้นสังกัดขององค์การนาซ่า เขาคงไม่พอใจอย่างยิ่ง ที่ถูกคนเหล่านี้ใส่สี ตีไข่ ลากเข้ามาเป็นผู้ร้าย ประมาณว่าจะมาจารกรรมบ้าง มาตั้งฐานทัพบ้าง มาเพื่อใช้เทคโนโลยี ทำลายฝ่ายตรงข้ามบ้าง สารพัดสาระเพ จนเขาต้องทบทวนกระบวนการใหม่ ..อนิจจา

ถือได้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้สร้างความจงเกลียดจงชังให้กับคนเกือบค่อนโลกได้ ในเวลาเพียงไม่นาน..ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง

ยิ่งรัฐบาลไทย ทำท่าถอยด้วยแล้ว ยิ่งทำให้คนก่นด่าพรรคนี้หนักขึ้นไปกว่าเดิม และยิ่งไปสืบค้นต้นเค้าว่ามันก็เริ่มมาจากพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละ ในช่วงที่เป็นรัฐบาล แต่พอมาเป็นฝ่ายค้าน ก็เอาเท้าลบ..คนแทบจะถ่มน้ำลายรดหัว

จะเห็นท่าทีท้ายๆ ของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อย่างนายอภิสิทธิ์ ที่ออกมาพูดเสียงอ่อยๆ เมื่อรู้ว่ารัฐบาลถอย ยิ่งทำให้นายอภิสิทธิ์รู้ตัวว่าตนเองและพลพรรคผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง ที่มาคัดค้านในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อ “มวลมนุษยชาติ” จึงพยายามจะโยนกลับว่าเป็นความผิดของรัฐบาล ตามแนวถนัด ..แต่ช้าไปแล้ว !

คนไทยอาจจะเป็นคนลืมง่าย ไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นมากนัก แต่เพื่อนๆร่วมภูมิภาค อย่างลาว เขมร อินโดนีเซีย จีน พม่า ที่ประสบภัยพิบัติธรรมชาติทุกชั่วนาตาปี จนต้องสูญเสียทั้งทรัพย์สิน และชีวิตของคนที่ตนรักนี้ไป ..เขาคงไม่ลืมพรรคประชาธิปัตย์

ถือว่ารัฐบาลได้ “สั่งสอน”พรรคประชาธิปัตย์อย่างรุนแรง เฉียบขาด โดยใช้ “มือ”ของพรรคประชาธิปัตย์นั่นแหละ “บีบคอ” พรรคประชาธิปัตย์ ให้กลายเป็นตัวถ่วงความเจริญระดับภูมิภาค ..เป็นผู้ร้ายระดับอินเตอร์ !

อีกไม่นาน คงเห็นพรรคประชาธิปัตย์ร้องมาร้อง เย้วๆ ให้รัฐบาลรีบเปิดประชุมสภาสม้ยวิสามัญอย่างเร่งด่วน เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ให้ทันก่อนเดือนสิงหา ก่อนสถานการณ์ของตนจะเลวร้ายถึงขีดสุด เพื่อเรียกมิตรคืนมา เรียกคะแนนคืนมา..เพราะรู้ตัวว่าพลาด !

รัฐบาลจะทำอย่างไร ? กับ“ผู้ร้ายการเมือง”รายนี้ เพราะรัฐบาลได้ทีแล้ว จะเดินต่อ หรือจะทำเฉยๆ..ก็ว่าไป !

การเสียที แต่ได้ท่า หรือในตอนต้นดูว่าจะเสียท่า แต่ต่อมาก็ได้ที มีเรื่องในประวัติศาสตร์ให้กล่าวขานกันมานานแล้ว..สมเด็จพระนเรศ !

“ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวร ตัวเล็กกว่าพลายพัทธกอของพระมหาอุปราชา สู้แรงไม่ได้ แต่อาศัยยันโคนต้นพุทรา ทำให้แบกได้ล่าง และสมเด็จพระนเรศวรฟันด้วยพระแสงของ้าว ต้องคอของพระมหาอุปราชาขาดกับคอช้าง” ..นี่ไง !!!