วันจันทร์, มกราคม 31, 2554

แม้วโฟนอินLASVEGASตาสว่างทั้งโลกแล้ว ชนชั้นปกครองเห็นแก่ตัวอยากให้คนจนเหตุปกครองง่าย


ตาสว่างกลางอเมริกา-ส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร เดินสายทัวร์ตาสว่างกลางอเมริกา ตามคำเชิญของRED USA ในหลายเมืองใหญ่คือ นิวยอร์ก ชิคาโก้ ฟลอริด้า ดัลลัส แอลเอ และลาสเวกัส โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินร่วมเสวนา เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ที่นิวยอร์ก ได้สิ้นสุดลงแล้วที่ลาสเวกัส เมื่อวันที่ 29 มกราคม นอกจากการสร้างความรู้ความกระจ่างสถานการณ์การเมืองไทย ยังได้รวบรวมเงินบริจาคสมทบการช่วยคดีนักโทษการเมืองเสื้อแดงได้ราว175,000บาทด้วย


โดย RED USA
31 มกราคม2554

การเดินสายทัวร์ตาสว่างกลางอเมริกาของส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร ในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐฯคือ นิวยอร์ก ชิคาโก้ ฟลอริด้า ดัลลัส แอลเอ และลาสเวกัส โดยมีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาเสวนาด้วย เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมาโดยเริ่มต้นที่นิวยอร์ก ได้สิ้นสุดลงแล้วที่ลาสเวกัส เมื่อวันที่ 29 มกราคม


บรรยากาศงานตาสว่างกลางลาสเวกัส

นอกจากเป็นการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองไทย และประสานงานผนึกมืออย่างแน่นเหนียวของผู้รักมาตุภูมิในสหรัฐฯเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นบนแผ่นดินแม่แล้ว ยังมีการร่วมบริจาคเป็นเงินรวมกันราว 5,800 ดอลลาร์ฯ หรือราว 175,000 บาท เพื่อสนับสนุนสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์นำไปดำเนินงานปลดปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงที่ถูกจองจำอยู่ในเวลานี้อีกด้วย

ทัวร์เสวนาตาสว่างกลางอเมริกาสิ้นสุดงดงามที่ลาสเวกัส

-คลิปเสียงสุนัย+ทักษิณ อิน Lasvegas หรือ http://www.mediafire.com/?2kgeaaon5gr19dr


บรรยากาศคนเสื้อแดงลาสเวกัสไปต้อนรับส.ส.ดร.สุนัยที่สนามบิน

คุณGAG LAS VEGAS การ์ตูนนิสต์ไทยอีนิวส์ ซึ่งมีถิ่นพำนักปัจจุบันอยู่ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา รายงานกิจกรรมตาสว่างกลางลาสเวกัส ว่า ตอนเช้าของวันเสาร์ที่ 29 มกราคม ได้มีแกนนำและตัวแทนชาวไทย RED LAS VEGAS ซึ่งนำทีมโดยคุณแจนได้ไปต้อนรับส.ส.ดร.สุนัย ที่สนามบิน McCarran International Airport จากนั้นจึงได้พาไปพบปะคนไทยหัวใจสีแดงและรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารโอชาร่วมกัน

งานเสวนาเริ่มขึ้นในเวลาหกโมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น ไปจนเที่ยงคืน ภายในงานมีผู้มาร่วมจำนวนมากกว่า 100 คน โดยมีชาวไทย รวมทั้งพี่น้องชาวลาว พม่า และชาวอเมริกันมาร่วมรับฟังด้วย ถือว่าเป็นงานที่มีคนร่วมคึกคักมาก หากเทียบกับว่าเสื้อแดงลาสเวกัส เพิ่งจัดกิจกรรมแบบนี้ขึ้นเป็นครั้งแรก

พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ได้โฟนอินเข้ามากล่าวตอนหนึ่งว่า

"ตอนนี้คงได้เห็นเรื่องการประท้วงขับไล่ผู้นำที่เกิดในตูนีเซีย เยเมน อียิปต์ ปัญหานั้นเกิดจากเจเนเรชั่น แก็ป (ความขัดแย้งจากการแตกต่างของช่วงวัย) ระหว่างชนชั้นปกครองที่เป็นคนแก่ หลงอยู่กับอดีต แต่ชนชั้นใต้ปกครอง อายุ 30 กว่าที่รู้ข้อมูลลข่าวสารทั่วโลกมาก เขารู้สึกว่าทำไมประเทศอื่นมีประชาธิปไตย มีเสรีภาพ มีโอกาส ก้าวหน้า ขณะที่ประเทศของเขาล้าหลัง ก็เลยเกิดการลุกฮิอเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

หากมองในแง่ดีก็เพราะชนชั้นปกครองกลัวการเเปลี่ยนแปลงเพราะสบาย แต่คนรุ่นใหม่ อยากท้าทายเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง นี่เป็นแง่ดี

แต่หากมองแง่ร้ายก็เพราะชนชั้นปกครองเห็นแก่ตัว อยากให้ชนชั้นใต้ปกครองยากจน จะได้ปกครองง่าย

ประเทศไทยปัญหามาจากความหวาดระแวง ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ใครเป็นพวกก็ไว้ไจ คนไม่เป็นพวกก็ไม่ไว้ใจ ใครไม่เป็นพวกก็เอากติกามาลงโทษ หรือออกกติกาผิดๆมาลงโทษ ใครเป็นพวกถึงจะเป็นโจรก็ช่วยไว้ บรรยากาศความไม่ไว้ใจก็เลยมาก กรรมการไม่เป็นกลาง ตอนนี้มาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ไม่เป็นกลางเพิ่มไปอีก ผมไม่รู้เมื่อไหร่เขาจะสั่งให้มันเป็นกลาง จะได้เลิกโกหกกล่าวหากัน

แต่ตอนนี้ผมไปที่ไหนในโลก หรือโฟนอินไปเขาก็บอกรู้หมดแล้ว ตาสว่างกันหมดแล้ว ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าสว่างเรื่องอะไร แต่ใจจริงผมอยากให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสียทีจะได้พัฒนาบ้านเมืองให้ไปพัฒนาก้าวหน้าได้

หวังว่าพี่น้องไทยในต่างประเทศจะได้ช่วยกันกดดันให้ประเทศไทยกลับไปเป็นประชาธิปไตย กติกาชัดเจน ทุกอย่างโปร่งใส ทำมาหากินง่าย"




บรรยากาศภายในบริเวณงาน

หลังจากส.ส.ดร.สุนัยบรรยายเสร็จ และการโฟนอินของนายกฯพ.ต.ท.ดร.ทักษิณแล้ว ได้มีการประมูลของเพื่อรวบรวมเป็นทุนให้กับสำนักงานกฎหมายทนายความราษฎรประสงค์ของทนายอานนท์ นำภา และคณะ เพื่อต่อสู้คดีให้กับพี่น้องเสื้อแดงที่ถูกจองจำทั่วประเทศ โดยมีคุณบุญตา จากแอลเอเป็นผู้นำเสื้อยืด,หมวกและตุ๊กตา มาให้ผู้ร่วมประมูล พร้อมกับแจกกระเป๋าสำหรับผู้ร่วมบริจาค

รวมรายได้จากการประมูล และบริจาคของพี่น้องที่มาร่วมงาน หักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วมียอดรวมเป็นเงินทั้งสิ้น $ 2300 โดยมีคุณแจนเป็นผู้มอบผ่านส.ส.ดร.สุนัย เพื่อนำไปสมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงเราที่ถูกจองจำต่อไป

ก่อนหน้านี้เสื้อแดงแอลเอได้รวบรวมเงินฝากส.ส.ดร.สุนัย 1500 $ และรวบรวมเพิ่มเติมอีกภายหลังอีก 2000 $ เมื่อรวมกับที่ล่าสเวกัสอีก 2300 $ รวมเป็นทั้งสิ้น 5800 $ หรือคิดเป็นเงินไทยรวมราวๆ175,000บาท เพื่อสนับสนุนสำนักงานกฎหมายทนายความราษฎรประสงค์ไปช่วยทำคดีให้พี่น้องเสื้อแดงในไทยที่ยังถูกจองจำจากอำนาจรัฐเผด็จการ

ต้องขอขอบคุณทีมงานRED แอลเอ ที่มาถ่ายทอดภาพและเสียง ,แดงอริโซนา,แดงซีแอตเติ้ล ที่ได้มาร่วมช่วยเหลือในงานจนสำเร็จลุล่วง

และต้องขอขอบคุณทีมงาน RED USA - LA ทุกท่าน โดยเฉพาะคุณทิฟฟี่ที่ได้นำสส.ดร.สุนัยมาเปิดรายการตาสว่าง กลางลาสเวกัส ขอขอบคุณ คุณ Woodside แห่ง NORPORCHOR USA ที่ได้ทำการถ่ายทอดเสียงในครั้งนี้

และอยากจะขอขอบคุณชาวเสื้อแดงจากเนวาด้า, แคลิฟอร์เนีย, อริโซน่า, แอตแลนต้า, มินิโซต้า และขอบคุณคุณแหม่ม MARY และชาวอเมริกันหัวใจสีแดงคือคุณ KEN และคุณ SEAN

นอกจากนี้คณะผู้จัดงานขอขอบคุณทาง GRAND CANYON SKYWALK ซึ่งเดิมทีทางบริษัทได้เตรียมการต้อนรับส.ส.ดร.สุนัยไปเยี่ยมชมที่อริโซน่า แต่บังเอิญมีชาวเสื้อแดงในลาสเวกัสได้ทยอยเดินทางมาขอพบปะกับส.ส.ดร.สุนัยที่บ้านพักในลาสเวกัส จึงได้ยกเลิกการเดินทางไปเยี่ยมชม

ซึ่งทางคณะผู้จัดงานเสื้อแดงลาสเวกัส อยากจะฝากคำขอบคุณไปยังผู้บริหารของบริษัท GRAND CANYON SKYWALK ที่ได้กรุณาสนับสนุนและมอบตั๋วเข้าชมงานให้แก่คณะของส.ส.ดร.สุนัย และชาว RED LAS VEGAS และหากทางชาวเสื้อแดงในเมืองไทยต้องการมาท่องเที่ยว ทางบริษัทยินดีต้อนรับโดยติดต่อมาที่คุณแจนได้ทุกเวลา โดยคลิ้กเข้าชมได้ที่ http://www.grandcanyonskywalk.com/gallery.html

ที่อเมริกาก็ป่วย-ป้ายภายในบริเวณงานตาสว่างกลางลาสเวกัส ซึ่งช่างภาพเห็นเลยเก็บมาฝากทางเมืองไทย แต่ไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร คงต้องตีความกันเอา ตามแต่ภูมิหลังความรับรู้ของแต่ละท่านเอง


RED LA.จัดงานตาสว่างได้แสนสามฝากสส.สุนัยให้ทนายอานนท์ช่วยประกันนักโทษการเมือง-คดีหมิ่น



วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพิเศษของไทยอีนิวส์ ประจำมหานครลอสแอนเจลีส (LA.)รายงานข่าวกิจกรรม"ตาสว่างกลางอเมริกา"ที่LA เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคมที่ผ่านมาว่า งานเต็มไปด้วยความคึกคัก คนเสื้อแดงและผู้รักประชาธิปไตยมาร่วมงานล้นหลามกว่าจำนวนที่นั่ง ซึ่งคณะผู้จัดงานได้เตรียมไว้รองรับเพียง 150 ที่นั่ง นอกจากจะได้ความรู้จน"ตาสว่าง"กว่าเดิมแล้ว ยังได้เงินเหลือจากการจัดงานราว 1,500เหรียญฯ หรือกว่า 50,000 บาทเพื่อนำมอบให้สำนักงานกฎหมายราษฎรประสงค์ ของทนายอานนท์ นำภา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงที่ติดคุกคดีการเมืองอีกทางหนึ่งด้วย (อ่าน:ลงขันช่วยทนายอานนท์ปลดปล่อยนักโทษเสื้อแดง)

"อย่างไรก็ตามก่อนหน้าวันงานมีผู้ใช้นามว่าเรดแอลเอรุ่น60 ส่งเข้าบัญชีคุณทนายอานนท์ไปแล้ว 11,000 บาท และที่สมาชิกส่งกันเองประปรายอีกต่างหาก ซึ่งไม่ทราบจำนวน และเวลานี้ยังมีเงินคงค้างของสมาชิกเรดแอลเอที่ตัวแทนเรดแอลเอ รอบริจาคอีก 2,000เหรียญ อัตราแลกเปลี่ยนตอนนี้ก็ประมาณ 29 บาท ต่อ 1 เหรียญฯ ฉะนั้นยอดเงินทั้งหมดที่แดงอเมริกาแอลเอ จะได้บริจาคให้กับสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ของคุณทนายอานนท์ รวมทั้งหมดคิดแล้วก็ ประมาณคร่าว ๆ แสนสามหมื่นบาท"







ทั้งนี้ส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร อยู่ระหว่างเดินสายทัวร์เสวนาตาสว่างกลางอเมริกา เริ่มต้นที่นิวยอร์ก ต่อด้วยชิคาโก้ ฟลอริด้า ดัลลัส และแอลเอ ก่อนจะไปที่ลาสเวกัส ในวันที่ 29 มกราคมนี้

สำหรับกิจกรรมที่LAจัดขึ้นที่ภัตตาคารไทยแลนด์พลาซ่า ถนนฮอลลีวู้ด งานเริ่มประมาณ บ่าย 2 โมงตามเวลาท้องถิ่น ช้ากว่าเมืองไทยที่เพิ่งจัดกิจกรรมเดินขบวนใหญ่จากราชประสงค์ถึงราชดำเนิน

เดิมทีงานกำหนดจะเริ่มในเวลาราวบ่าย 3 โมง แต่เนื่องจากส.ส.ดร.สุนัย ต้องการมาดูความพร้อมในการการจัดงานของ Red USA ที่มีชื่อเสียงว่า ทำได้เรียบร้อยและเร็ว และ ได้มาตรฐานในการจัดงานชุมนุม ของคนเสื้อแดง ในอเมริกา เรียกได้ว่าสามารถ เรียกคนมาเข้าชมได้จำนวนมากทุกครั้ง และครั้งนี้ก้เช่นกัน

จากยอดขายบัตร มีผู้มาร่วมงานประมาณ 160 ท่าน แต่คณะผู้จัดงานพิมพ์บัตรเตรียมไวว้แค่เพียง 150 ใบ เลยต้องจัดที่นั่งเสริมให้
จนทางภัตตาคารไทยแลนด์พลาซ่า สถานที่จัดงานไม่สามารถรับแขกนอกได้ เพราะคนที่มางาน นั่งเต็มไปหมดทุกโต๊ะ บางกลุ่มต้องยืนฟัง รอบๆ ห้อง นอกอาคาร ก็มีการจับกลุ่มคุยกันเรื่องการเมือง เป็นที่ภาคภูมิใจกับทีมงานจัดงานเป็นอย่างมาก

งานนี้มีการถ่ายทอดสดมาทางเมืองไทย ทางห้องเสรีชนด้วย นอกจากการบรรยายสุดประทับใจของส.ส.ดร.สุนัยแล่ว สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษ คือการ โฟนอิน ของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จะกี่ปีก็ยังคงเป็นนายกฯในหัวใจ ประชาชนเสมอ เพราะไม่ได้ไปปล้นตำแหน่งมาเหมือนกับรัฐบาลในปัจจุบันนี้

งานนี้นายกฯทักษิณ โฟนอินมา ใช้เวลาประมาณ 20 นาที (เดี๋ยวจะส่งคลิปมาให้ฟังตามหลลัง) และงานนี้สาวเสื้อแดงแอลเอได้ร่วมร้องเพลงแบบ สดๆ ไม่มีเสียงคาราโอเกะ คือเพลง"โปรดช่วยดูแลคนดี"มอบให้นายกฯทักษิณ ด้วย การการที่เดินสำรวจในงาน ปรากฏ ว่าน้ำตาท่วม โดยเฉพาะ สาวน้อยสาวใหญ่ สอบถามว่าเป็นอะไรต่างตอบเหมือนๆกัน ว่า "คิดถึงท่านนายกฯทักษิณ" ซึ่งก็ แปลกดีไม่เคยรู้จักส่วนตัว แถมบางคนไม่เคยชอบทักษิณมาก่อน แต่วันนี้ต้องยอมหลั่งน้ำตาให้ด้วยความดีที่ทักษิณ ชินวัตร เคยทำงานให้ปวงชนชาวไทย

อดีตนายกฯทักษิณกล่าวด้วยว่า ถ้ามาอเมริกาก็จะมาแวะแอลเอเพื่อพบกับพวกเราด้วย เสียงปรบมือดีใจพร้อมเสียงเฮดังขึ้น"เมื่อท่านบอกลา พวกเราที่อยู่บนเวทีก็ร้องเพลง โปรดช่วยรักษาคนดี หลายครกลั้นน้ำตาไม่อยู่เลย"

บรรยากาศบริเวณทางเข้างาน มีป้ายที่ต้องตีความกันเอาเอง



ส่วนส.ส.ดร.สุนัย งานนี้เริ่มงานด้วยการร้องเพลง 4 เพลงรวด พร้อมทั้งอธิบายความหมายของแต่ละเพลง ได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง ต่อด้วยความรู้ประวัติศาสตร์ทางการเมืองตั้งแต่เริ่มต้น จนมาถึงวันนี้"เรามาถึงตรงนี้ได้อย่างไร" สอดแทรกมุขขำขันอย่างมีอรรถรส ตรึงให้ทุกท่านนั่งอยู่กับที่ไม่ยอมลุกไปไหนเลย

จนกระทั่งเวลา 6 โมงเย็น จึงได้พักรับประทานอาหารเย็น และมีรายการคั่นเวทีด้วยการแสดงเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งผู้แสดงก็อาสาสมัครจากผู้มาร่วมงานนั่นเอง ส่วนการแสดงชุด"ทีเด็ด" ได้รับการร้องขอจากผู้ใหญ่ว่า "อย่าดีกว่า"เพราะดูแล้ว"สว่างมากเกินไป"ก็เลยเอาไว้ดูกันเองภายในเรดแอลเอก็แล้วกัน จบการแสดงด้วยการร้องเพลงของคนเสื้อแดง ซึ่งเราพิมพ์เนื้อร้องวางแจกไว้บนโต๊ะ บางคนน้ำตาซึม

หลังรับประทานอาหารค่ำเสร็จแล้ว ส.ส.สุนัยก็บรรยายต่อ แทรกตลกขบขันในเนื้อหา จึงมีเสียงหัวเราะของผู้ชมแทรกอยู่ตลอดเวลา จนเลยเวลา 2 ทุ่ม ตามกำหนดการ กระทั่งเวลาเกือบ 3 ทุ่มครึ่งจึงยุติ

งานนี้ได้รับเงินบริจาค 1,500 เหรียญ ในการขายนกสีแดงที่เพื่อนช่วยกันพับมา บางท่านพับมาถึง 200 ตัว รวมทั้งที่ตกแต่งลอยอยู่ในอากาศอีก 100 กว่าตัว ภาพนี้สวยงามมาก พวกเราลงมติเป็นเอกฉันท์มอบเงินจำนวนนี้ให้กับ ส.ส. เพื่อนำไปมอบให้กับ ทนาย อานนท์ นำภา ในการประกันตัวช่วยเหลือพี่น้องของเราที่ติดอยู่ในคุก ในข้อห้าหมิ่นฯ ทุกคนสุขใจ อิ่มใจ กับการให้ สู่พี่น้องเราในเรือนจำ

ทัวร์เสวนาตาสว่างกลางอเมริกา


ส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร เดินสายบรรยายตาสว่างกลางอเมริกา จากนิวยอร์ก ชิคาโก้ ฟลอริด้า ดัลลัสคลิกฟังคลิปเสียงส.ส.สุนัยอินดัลลัส เท็กซัส+พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินได้น้ำได้เนื้อ,แอลเอ และปิดท้ายที่ลาสเวกัสวันที่ 29 มกราคม

สุนัยอินFlorida+ทักษิณโฟนอินมาฟลอริด้า

ก่อนจะเดินสายมาบรรยายที่แอลเอ ก่อนหน้านี้ส.ส.ดร.สุนัยได้บรรยายที่นิวยอร์ก ชิคาโก้ ฟลอริด้า และดัลลัส โดยล่าสุดในการบรรยายที่ดัลลัสนั้น มีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินเข้ามาทักทายกับชาวไทยในดัลลัส ด้วย โดยกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ราวเดือนหน้าจะเดินทางเข้าสหรัฐฯ

ผู้สื่อข่าวพิเศษของไทยอีนิวส์ในดัลลัส เท็กซัส รายงานภาพข่าวกิจกรรมในดัลลัสว่า ชาวไทยในดัลลัส เข้าร่วมเสวนาการเมือง และฟังการบรรยายสถานการณ์บ้านเมืองไทยยุคถิ่นกาขาว โดย ส.ส.ดร สุนัย เมื่อวันพุํธที่ 19 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งได้ให้ความรู้ทางการเมือง วิเคราะห์และชีั้้ให้เห็นถึงสาเหตุ ปัญหา และเหตุการณ์การเปลีียนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับเหตุการณ์การณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบันนี้

ผู้เข้าร่วมเสวนาหูตาสว่างขึ้นมาก และดีใจที่พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินมาร่วมงานด้วย และฮือฮากับการประกาศว่าเดือนหน้าจะมาเยือนสหรัฐอเมริกา

เชิญชมภาพบรรยากาศที่ดัลลัส

คลิกฟังคลิปเสียงส.ส.สุนัยอินดัลลัส เท็กซัส+พ.ต.ท.ทักษิณโฟนอินได้น้ำได้เนื้อ





ตาสว่างกลางชิคาโก้พรึ้บ

ผู้สื่อข่าวพิเศษไทยอีนิวส์ ประจำนครชิคาโก้ มลรัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา รายงานรบรรยากาศเสวนาตาสว่างกลางอเมิกา ที่ชิคาโก้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กิจกรรมสำเร็จลงอย่างงดงาม ประกอบไปด้วยความบันเทิง และกิจกรรมทางการเมืองที่สมบูรณ์ ต่อจากนั้นในวันที่ 10 มกราคม ศูนย์ศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสันได้เชิญส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธรไปบรรยายสถานการณ์การเมืองไทย มีนักศึกษาและแวดวงวิชาการมารับฟังจำนวนมากและพากันตาสว่างไปตามๆกัน

สำหรับกิจกรรมตาสว่างในชิคาโก้นั้น มวลมหาประชาชนคนเสื้อแดงที่เมืองชิคาโก มลรัฐอิลินอยส์ ได้พากันฝ่าดงหิมะ อากาศติดลบ 14องศา มาฟังส.ส.ดร.สุนัย กันแน่นขนัดห้องจัดงาน อากาศข้างนอกที่ว่าหนาวจนสุดขั้วหัวใจ กลับอบอุ่นเมื่อทุกคนพากันมาอยู่ในห้องที่อบอวลไปด้วยมิตรไมตรีจิต ตั้งอกตั้งใจฟังการพูดคุยบรรยาย แบบเรียกว่าลืมหายใจ ไม่มีใครยอมลุกจากเก้าอี้


ชมภาพชุดส.ส.สุนัยอินชิคาโก้ คลิ้ก
รับฟังคลิปเสียง ส.ส.สุนัย จุลพงศธร เสวนากับคนไทยในชิคาโก้,อิลลินอยส์
-http://www.mediafire.com/?rpm4be04j36trwm
-http://www.4shared.com/audio/sGX7U5Ou/Drsunai-chicaco2011-01-09.html










ทั้งนี้เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา ชมรมผู้รักประชาธิปไตย แห่งรัฐอิลลินอยส์ ได้จัดงานส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่ร้าน มณีไทย ชิคาโก เวลา 17:00 โดยได้จัดให้มีการบรรยายพิเศษ โดย ดร.สุนัย จุลพงศธร ส.ส พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครสวรรค์ ในหัวข้อ "ความจริงประเทศไทย" โดยมีชาวไทยในชิคาโก และรัฐใกล้เคียง ได้ให้ความสนใจ และได้ไปลงทะเบียนก่อนเวลา และเมื่อถึงเวลา17:30 ห้องประชุม ก็เต็มไปด้วย พี่น้องคนไทย ที่รักความเป็นธรรม ร่วมร้อยคน

ส.ส.ดร.สุนัย ได้ บรรยายถึง วิกฤตการเมืองไทย โดยลําดับท้าวความมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ ทําให้เราได้เห็น วิวัฒนาการของการเมืองไทยว่า ประชาธิปไตย และระบบการเมืองไทย นั้น มีอำนาจนอกระบบ แทรกแซงอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ประเทศไทยไม่สามารถพัฒนาได้อย่างที่ควรจะเป็น มีการปฏิวัติ รัฐประหารมากที่สุด มีการใช้กฏหมายสองมาตรฐาน อย่างเห็นได้ชัดเจน

แต่ผลจากความเจริญทางด้านเทคโนโลยี และ ระบบสื่อสาร ทำให้ประชาชน ได้รับข้อมูลข่าวสาร และตื่นตัว ที่จะเรียกร้อง เพื่อให้ได้ ประชาธิปไตยที่แท้จริง เหมือนอารยะประเทศอื่นๆ หากเรายังปล่อยให้คนไทยมีความแตกแยกอย่างนี้ ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอย เหมือนเมื่อตอนที่เราเสียกรุงก็ได้

ส.ส.ดร.สุนัยยังได้เปิดเผยเบื้องหลังเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 และเปิดเอกสารว่าใครสังหารเสธ.แดงด้วย พร้อมเสนอทางออกบ้านเมืองว่าต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่เหนือการเมือง เป็นสถาบันที่ทันสมัยแบบอังกฤษ ญี่ปุ่น สแกนดิเนเวีย

การบรรยายจบลงด้วยการตอบคำถามจากผู้เข้าฟังและมีการเสนอแนวคิด เกี่ยวกับบทบาทของคนไทยในต่างแดน ในการหาทางออกแก่วิกฤติประเทศไทย โดยเรียกร้องให้ คนไทยทุกคน ทุกสีเสื้อ ขอให้มองทุกอย่างด้วยความเป็นธรรม เคารพในกฏกติกาที่ถูกต้อง เพราะคนเราสามารถที่จะคิดต่างกัน แต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข โดยเคารพใน สิทธิ เสรีภาพของผู้อื่น

ทางชมรมผู้รักประชาธิปไตยแห่งรัฐอิลลินอยส์ ก็ได้ยืนยันบทบาท และเจตจำนงค์ ที่จะต่อต้านรัฐประหารทุกรูปแบบ ต่อต้านระบบสองมาตรฐาน และ เรียกร้องให้คืนประชาธิปไตยแก่ประเทศไทยต่อไป และเชื่อแน่ว่าเมื่อส.ส.ดร.สุนัยเดินทางกลับประเทศไทยจะมีเรื่องราวอันตื่นตาตื่นใจจากอเมริกาไปฝากพี่น้องหญิงชายของเราผู้รักในเสรีภาพและประชาธิปไตย

ตาสว่างกลางนิวยอร์กเป็นที่แรก

In Newyork,Saturday Jan 8 at:5.30-11.30 pm @ New Broadway Seafood Resturant 83-17 Broadway Elmhurst,NY 11373(รายละเอียดตามโปสเตอร์ด้านล่าง)

*ฟังคลิปเสียงสุนัยพูดที่นิวยอร์ก


********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-แม้วตาสว่างโฟนอินญี่ปุ่นแฉพลเอก2ผัวเมีย เปรียบเปรยเจ้าของบริษัทฆ่าพนักงาน

-ทักษิณโฟนอินแดงEU:แค่เห็นคนจูงหมามาก็รู้นิสัยเจ้าของหมา ลั่นถึงผมจะนอนใกล้ตายที่รพ.ก็จะสู้

-กี้ร์-ใจ:ลมหายใจผู้ไม่แพ้ปลุกแดงสวีเดนสู้เพื่อมาตุภูมิ

-แดงออสเตรเลียปิกนิกตาสว่างกลางซิดนีย์ คว่ำบาตรสินค้าหนุนเผด็จการ

ฝ่ายประชาธิปไตยไทยหนุนอียิปต์โค่นเผด็จการ



ผู้เรียกร้องประชาธิปไตยชาวอียิปต์พากันขัดขืนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้วยการแห่ออกมาร่วมชุมนุมที่จตุรัส Tahrir นครหลวงไคโร ขณะที่ผู้ประท้วงจำนวนมากได้พากันปิดล้อมรถถังที่เคลื่อนเข้าจะทำการปราบปราม และมีผลให้ทหารยอมจำนน (ภาพข่าว:รอยเตอร์)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2554

จรัญ ดิษฐาอภิชัย เรียกร้องเสื้อแดงสมานฉันท์ประชาชนอียิปต์

นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัยการเมือง ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่ง ถึงพี่น้องเสื้อแดง เรียกร้องให้แสดงความสมานฉันท์กับประชาชนอียิปต์ มีเนื้อหาดังนี้

๖ วันที่ผ่านมา ประชาชนอียิปต์นับล้านได้ลุกขึ้นขับไล่ประธานาธิบดีมูบารัค อย่างวีระอาจหาญ และถูกปราบปรามอย่างนองเลือด เสียชีวิตกว่าร้อยคน บาดเจ็บเกือบสองพันคน และถูกจับนับพัน และรัฐบาลเผด็จการพยายามตัดการสื่อสารระหว่างพวกเขา และตัดพวกเขาจากโลกภายนอก โดยการตัดเคลื่อนความถี่อินเตอร์เนต เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ และปิดโทรทัศน์อัลจาซีรา แต่ไม่อาจหยุดยั้งการติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียม โทรทัศน์ วิทยุ และอินเตอร์เนตลงได้ การสื่อสาร ให้ข้อมูลข่าวสาร และการระดมระหว่างประชาชนและกับโลกภายนอก ยังคงติดต่อกันได้

เวลานี้ ความสมานฉันท์ระหว่างประชาชนผู้รักเสรีภาพและประชาธิปไตยทั่วโลกเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน ผมจึงขอเรียกร้องคนเสื้อแดงผู้กำลังต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยให้แสดงสนับสนุนประชาชนอียิปต์ และประท้วงรัฐบาลให้หยุดการปราบปรามอย่างนองเลือด ทันที

ประชาชนอียิปต์กำลังเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ถ้าการต่อสู้ของพวกเขาสามารถโค่นประธานาธิบดีมูบารัคที่ดำรงมา๓๐ ปี ไม่เพียงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองแบบเผด็จอำนาจของอียิปต์ หากยังจะสั่นคลอนระบอบเผด็จการและกษัตริย์แห่งอาหรับ ในภูมิภาคอื่น และในโลก รวมทั้งประเทศไทย อีกด้วย

ชัยชนะจักต้องเป็นของประชาชนอียิปต์
เผด็จการทรราชย์ จงพินาศ

สนนท.-องค์กรนักศึกษาชุมนุมหน้าสถานทูตอียิปต์หนุนการต่อสู้ฝ่ายประชาธิปไตย
ขณะที่วันพรุ่งนี้( 1 กุมภาพันธ์ ) สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) และองค์กรสมาชิก, กลุ่มเสรีปัญญาชน, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และเครือข่ายขบวนการประชาธิปไตยอื่นๆ จะร่วมกันจัดการชุมนุมในเวลา 12.30 น. หน้าสถานทูตอียิปต์ อาคารสรชัย - ซอยสุขุมวิท 63 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เพื่อแสดงพลังให้กำลังใจ และสนับสนุนประชาชนชาวอียิปต์ในการโค่นล้มระบอบเผด็จการ ของประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค(Hosni Mubarak), ประมุขของความชั่วร้าย วัย 83 ปี, และต่อต้านการปราบปรามเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนชาวอียิปต์ผู้เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย

พร้อมกับได้ออกแถลงการณ์สนับสนุนชาวอียิปต์โค่นระบอบเผด็จการ ต่อต้านการปราบปรามประชาชน มีเนื้อหาดังต่อไปนี้

พวกเรานักศึกษา ประชาชนไทยกลุ่มๆต่างที่มาในวันนี้ มาเพื่อสนับสนุนเจตจำนงค์เสรีของพี่น้องประชาชนอียิปต์ที่เรียกร้องประชาธิปไตย เป็นเวลาหลายสิบปีที่ประชาชนอียิปต์ต้องทนทุกข์แสนสาหัสเป็นเวลายาวนานจากการปกครองที่กดขี่ชั่วช้าเลวทรามของผู้นำเผด็จการภายใต้การสนับสนุนของมหาอำนาจตะวันตก

ไม่เพียงแต่การกดขี่อันโหดร้ายทารุณเท่านั้น หากแต่การขูดรีดทางเศรษฐกิจก็เลวร้ายถึงขีดสุด ประชาชนครึ่งค่อนประเทศมีรายได้ไม่พอยังชีพ ขณะที่คณะผู้ปกครองประเทศและเครือข่ายของพวกเขากลับร่ำรวยมหาศาล คนเหล่านั้นเป็นอภิสิทธิ์ชนเพียงหยิบมือเดียวที่เสวยสุขบนความทุกข์ยากของชาวอียิปต์ทั้งมวล ทั้งๆที่ประเทศอียิปต์มีศักยภาพทางเศรษฐกิจตลอดจนทรัพยากรมากมายเพียงพอจะหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศให้อยู่ได้อย่างไม่อดอยาก

การปฏิวัติในอียิปต์และในอีกหลายประเทศที่กำลังดำเนินไปในขณะนี้ อันมีจุดเริ่มต้นมาจากการปฏิวัติดอกมะลิในตูนิเซีย เป็นสายธารการปฏิวัติประชาธิปไตยของโลกอีกระลอกในศตวรรษนี้ โลกจะจดจำผู้ที่ออกมาต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยทุกคนในนามของประชาชนที่มีเจตจำนงค์เสรีที่ร่วมกันปลดปล่อยมนุษยชาติให้หลุดพ้นจากการกดขี่อย่างไร้ความปราณี

สายธารประวัติศาสตร์ของการปฏิวัติประชาธิปไตยนี้จะไหลบ่าไปยังทุกที่ที่มีการกดขี่ เหล่าเผด็จการทุกรูปแบบในโลกนี้ไม่ว่าจะนำโดยประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี กษัตริย์ หรือจะมีหน้าตาเป็นเช่นไรก็ตาม จงดูตัวอย่างไว้เถิดว่า “จุดจบ” ของผู้ที่กดขี่ขูดรีดประชาชนนั้นเป็นเช่นใด

พวกเราประณามเผด็จการที่สั่งฆ่าประชาชนอียิปต์ พวกเราเรียกร้องให้ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก และคณะ ลงจากอำนาจโดยทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อยุติความรุนแรง ยุติความสับสนวุ่นวายปั่นป่วน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเปิดทางให้พี่น้องชาวอียิปต์ทั้งมวลตัดสินใจอนาคตด้วยตัวของเขาเอง ความเปลี่ยนแปลงในประเทศอียิปต์เป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป

พวกเรา ขอสดุดีพี่น้องประชาชนในประเทศตูนิเซีย อียิปต์ อัลจีเรีย เยเมน จอร์แดน ฯลฯ ที่ได้เสียสละชีวิตเลือดเนื้อต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรม พวกเขาได้ประกาศให้โลกรู้ว่า ไม่มีผู้ใดอีกแล้วในโลกนี้ที่จะมีพลังยิ่งใหญ่ไปกว่า “ประชาชน”

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) และองค์กรสมาชิก, กลุ่มเสรีปัญญาชน, กลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย

1 กุมภาพันธ์ 2554

หน้าสถานทูตอียิปต์ประจำประเทศไทย


แถลงการณ์ฉบับภาษาอังกฤษ

We, students and people of Thailand, are gathered here today to send our solidarity and support to the will of the people of Egypt, who call for democracy in their own country. For decades, Egyptian people have suffered and been oppressed from the tyrannical regime under the Western-backed dictator.


Not only the cruel oppression, but the economical exploitation was also on the extreme. Egypt possesses rich natural resources and high economic potential to easily sustain the whole nation. However, more than half of the people in Egypt live under poverty, while the ruling group and their cronies lead a luxurious life. These people are just a handful of privileged people, who enjoy living on others’ cost.


The on-going revolutions in Egypt and several countries are primarily ignited by the Jasmine Revolution in Tunisia. Together they have become a new wave of democratic revolution of the century. The world will remember single and every democracy fighter under the collective name of the people, who emancipate humanity from merciless oppression. This historical revolutionary stream will flow everywhere, where there is oppression. All kinds of forms and faces of dictatorship will witness “the end” of themselves.


We condemn the dictator, who ordered the killing of the Egyptian people. We call for the resignation of the president Hosni Mubarak and his cronies under no condition in order to stop the violence and turmoil and, especially to pave the way for the people’s self-determination in Egypt. The change in Egypt is inevitable.
We want to pay high respect to the people in Tunisia, Egypt, Algeria, Yemen, Jordan, etc. who have sacrificed their flesh and blood for democracy and justice. They have declared loudly that no other power in the world is greater than THE POWER OF THE PEOPLE.

Student Federation of Thailand(SFT), Thai Youth Democracy Organization(TYDO), 24 June Democracy Group

1 February 2011

Embassy of Egypt in Bangkok, Thailand

รู้จักกับการลุกขึ้นสู้ปฏิวัติประชาชนโดยชาวอียิปต์


การลุกฮือขึ้นสู้เรียกร้องประชาธิปไตยและโค่นล้มผู้เผด็จการมูบารักของประชาชาติอีปยิปต์ ในภาพเป็นเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์(ภาพข่าว:Aljazeera)

ประชาชนอียิปต์ลุกขึ้นสู้ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2554 เป็นการลุกขึ้นสู้ของเยาวชน นักศึกษาวัยหนุ่มสาว ที่สุดทนกับเผด็จการที่ครองอำนาจกว่า 30 ปี

เราขอสรุปจากบทความของ อลา บายูมี่ 29 มกราคม 2554 ใน Al Jazeera http://english.aljazeera.net/news/middleeast/2011/01/2011128104958681835.htmlที่ทำให้เราเห็นมุมมองของนักวิเคราะห์ต่อสถานการณ์การลุกขึ้นสู้ในอียิปต์ ที่ทำให้นักวิเคราะห์การเมืองพากันประหลาดใจและยกความดีความชอบให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รวมตัวและนำการประท้วงบนท้องถนนครั้งนี้

Friday's demonstrations were the fiercest in four days of protests against Mubarak's government [Adam Makary]

การประท้วงที่ต่อเนื่องเป็นประวัติการณ์ของอียิปต์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่เหนือการคาดหมายของผู้คนส่วนใหญ่ในอียิปต์

นักวิเคราะห์การเมืองอิสระและนักวิเคราะห์จากซีกฝ่ายค้านต่างก็พยายามกันอย่างหนักที่่จะอธิบายถึงการประท้วงครั้งนี้ และผลของมันที่จะมีต่ออนาคตของอียิปต์

ดูเหมือนว่าพวกเขาต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ได้มีการฟื้นตัวของความรู้สึกชาตินิยมและความเชื่อมั่นในศักยภาพของประชาชนที่จะต่อต้านระบอบเผด็จการทหาร

“ผมสาบานต่อพระเจ้า ผมร้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มปิติที่ที่ได้การเกิดใหม่ของอียิปต์ที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่ง ที่กางจตุรัสทาห์รีร์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา” Emad el-Deen Hueesin คอลัมนิสต์และนักข่าวอิสระของหนังสือพิมพ์​ al-Shrouq กล่าวถึงวันแรกที่การประท้วงปะทุขึ้นมา จนสร้างแรงจูงใจให้มีการลุกขึ้นมาประท้วงทั่วประเทศ

“ก่อนที่จะมีวันนี้ ผมเคยเป็นหนึ่งในผู้คนจำนวนมากมายที่เชื่อว่าประชาชนตายแล้ว สิ่งที่ผมเห็นในวันนี้คือประชาชนยังไม่ตาย พวกเขาตัดสินใจที่จะเผาความกลัว แทนที่จะต้องเผาตัวเองทิ้งไป”

คลื่นลูกใหม่ A new generation

นักวิเคราะห์การเมืองต่างยกความดีความชอบให้กับคลื่นลูกใหม่ที่รวมตัวกันและนำการประท้วงครั้งนี้ พวกเขาฉายภาพให้เห็นถึงคนรุ่นอนาคตที่ทำได้ดีกว่าคนรุ่นพ่อ และจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะสามารถก้าวข้ามความผิดพลาดและปัญหามากมายในอดีต ที่สร้างให้เกิดการแตกแยกในประเทศมาหลายทศวรรษ ทั้งปัญหาความไม่แยแสต่อปัญหาบ้านเมือง ความกลัวรัฐบาล ปัญหาคอรัปชั่น การแบ่งแยกทางศาสนา และพรรคฝ่ายค้านที่ไร้น้ำยา

“การเคลื่อนไหวครั้งใหม่นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างยุคสมัย ยุคสมัยของพ่อ ของปู่ ยุคสมัยของผม และยุคสมัยของลูกชายผม” Moataz Abdel Fatah ศาตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ และคอลัมนิสต์ที่ al-Shorouq เขียน

“คนอียิปต์วันนี้ ไม่ใช่คนอียิปต์เมื่อวาน เยาวชนของเราไม่สามารถยอมรับในสิ่งที่พ่อๆ ของพวกเขาต้องกล้ำกลืนฝืนรับ ได้อีกต่อไป”


ดูข่าวฉบับเต็ม http://english.aljazeera.net/news/middleeast/2011/01/2011128104958681835.html

ร่วมกันจารึกและบันทึกในหัวใจ: รายชื่อวีรชนและผู้บริสุทธิ์ที่สังเวยความบ้าคลั่งแห่งอำนาจของมาเฟียการเมืองไทย นับตั้งแต่ปี 2492

โดย กลุ่มแอ็คชั่นเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย

ที่มา Time UP Thailand

ปรับปรุงเพิ่มเติม 29 มกราคม 2554



ไทยอีนิวส์ ขอนำข้อมูลที่รวบรวมโดยกลุ่มแอ็คชั่นเพื่อประชาธิปไตยนี้มานำเสนอเพื่อเตือนความจำคนไทยผู้รักความยุติธรรมและประชาธิปไตยกันเป็นระยะ ถึงความรุนแรงและความโหดร้ายของสงครามแย่งชิงอำนาจทางการเมืองในประเทศไทยกว่า 60 ปีที่ผ่านมา

กลุ่มแอ็คชั่นเพื่อ ประชาธิปไตย พยายามรวบรวมจากข้อมูลที่เผยแพร่ไว้ตามเวบไซด์ต่างๆ เพื่อนำมาร่วมอยู่ด้วยกัน ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่ สำหรับรายชื่อที่ตกหล่น และ/หรือความผิดพลาดคลาดเคลื่อนต่างๆ เพราะจากการค้นคว้า มีหลายเวบไซด์ ที่อ้างข้อมูลเหล่านี้ จนไม่สามารถระบุได้ว่าต้นกำเนิดมาจากที่ไหนเป็นแห่งแรก แต่ขอให้รำลึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องร่วมกันเผยแพร่สู่ สาธารณชนอย่างกว้างขวาง และไม่ควรมีใครอ้างกรรมสิทธิบนชีวิตของวีรชน นักสู้ แต่ควรร่วมกันเผยแพร่ สรรเสริญและยกย่องในวีรกรรมของทุกคน

ขอร่วมบันทึกไว้สั้นๆ

ใน ช่วงการลุกขึ้นสู้ของ "ผู้มีบุญ" ที่ภาคอีสาน (สมัยรัชกาลที่ 5 ปี พ.ศ. 2444-2445) จากข้อมูลหลายแหล่งที่ค้นพบ มีการปราบปรามครั้งใหญ่จากกองทหารจากกรุงเทพกว่า 6,000 คน ที่ที่มีอาวุธปืน กับชาวบ้านหลายพันคนที่ไม่มีอาวุธอะไรมากไปกว่าดาบและหอก การปะทะทำให้มีผู้เสียชีวิต 200-300 คน บาดเจ็บ 500 คน และถูกจับกว่า 400 คน (แหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษอ้างว่าผู้เสียชีวิตนับพันคน) แกนนำ 9 คน ยกเว้นพระสงฆ์ 1 รูป ถูกตัดคอประหารกลางทุ่งศรีเมือง แล้วเอาหัวเสียบประจานให้คนอีสานเห็นว่าผลของการกระด้างกระเดื่องกับรัฐบาล จากกรุงเทพจะเป็นเช่นไร พร้อมกับให้ชาวบ้านดื่มน้ำสาบานและให้สัญญาว่าจะไม่ทรยศต่อกษัตริย์สยาม

ภาพการประหารชีวิตในสมัยรัชกาลที่ 5

การ ปราบปราม สังหารประชาชนในนามมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ในนามเพื่อปกป้องสถาบันฯ ในนามสงครามแบ่งแยกดินแดน ในนามการปราบปรามยาเสพติด และหรือในนามการพัฒนาประเทศ ไม่มีใครรู้ได้แน่ว่ามีตัวเลข ร้อย พัน หรือหมื่น บางคนประมาณการสูงถึง 30,000 คน (ซึ่งจากการพยายามค้นคว้ายังไม่มีข้อมูลที่สนับสนุนข้ออ้างนี้ แต่ถ้าดูความรุนแรงที่ภาคใต้ และการปราบปรามช่วงสมัยรัชกาลที่ห้า ผนวกรวมเข้าไปด้วย ตัวเลขนี้ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน)

ถ้า ดูรายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี พ. ศ. 2550 ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทย จัดทำโดยสำนักงานประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและแรงงาน ของสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2551 ก็จะเห็นได้ว่าความตายภายใต้อุ้งมือของรัฐไทยนั้นง่าย และไม่มีมีค่าเพียงใด

ตัวเลข จากกองการสอบสวนและนิติการ กระทรวงมหาดไทยระบุว่าในช่วงปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหรือระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจควบคุมตัวทั้งสิ้น 751 ราย ในจำนวนนี้มี 52 รายที่เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยทางการแจ้งว่าส่วนใหญ่เป็นการเสียชีวิตจากโรคภัยตามธรรมชาติ

รายชื่อต่อไปนี้ เป็นรายชื่อเท่าที่รวบรวมได้นับตั้งแต่ปี 2492 มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 300 วีรชน

อาจะมีรายชื่อเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อได้ค้นคว้าเพิ่มเติมมากขึ้น

ขอบคุณ และคารวะวีรชนทุกท่าน

การปราบปรามกลุ่มปรีดีในปี 2492 หลังกบฎวังหลวง

4 รัฐมนตรี และนายตำรวจที่สนับสนุนปรีดี

  1. นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ อดีต ส.ส.จังหวัดอุบลราชธานี พรรคสหชีพ และเป็นอดีตรัฐมนตรีถึง 6 สมัย
  2. นายถวิล อุดล อดีต ส.ส.จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นอดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลนายทวี บุณยเกตุ
  3. นายจำลอง ดาวเรือง อดีต ส.ส.จังหวัดมหาสารคาม
  4. ดร.ทองเปลว ชลภูมิ อดีต ส.ส.จังหวัดนครนายก และเลขาธิการพรรคแนวรัฐธรรมนูญ
  5. พันตรีโผน อินทรทัต ถูกกระสุนปืนยิงเสียชีวิตบริเวณหน้าผาก พบศพที่อำเภอดุสิต
  6. พันตำรวจเอกบรรจงศักดิ์ ชีพเป็นสุข ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล

2495

  1. เตียง ศิริขันท์ ถูกฆ่ารัดคอและเผาศพทิ้ง เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2495 เตียงและพวกรวม 5 คน ถูกเชิญตัวไปสบสวนที่สันติบาล ก่อนที่จะถูกสังหารโหดที่บ้านเช่าพระโขนงทีละคน และนำไปเผาที่ตำบลแก่งเสิ้ยน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พวกอีก 4 คนได้แก่
  2. นายสง่า ประจักษ์วงศ์ พนักงานขับรถ
  3. นายชาญ บุนนาค ลูกน้องคนสนิทของนายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งเคยถูกจับกุมที่ทำเนียบท่าช้างเมื่อครั้งเกิดกบฏวังหลวง
  4. นายน้อย บุนนาค และ
  5. นายผ่อง เขียววิจิตร

30 มิถุนายน 2502

  1. ศุภชัย ศรีสติ กรรมกรที่ถูกตัดสินประหารด้วยมาตรา 17 ของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์

31 พฤษภาคม 2504

  1. ครอง จันดาวงศ์ ถูกประหารชีวิต ข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์พร้อมกับ
  2. ทองพันธ์ สุทธิมาศ

24 เมษายน 2505

  1. รวม วงพันธ์ นักจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ถูกตัดสินประหารชีวิต เขาเปล่งเสียงก่อนกระสุนจะสังหารเขาว่า"จักรพรรดินิยมอเมริกาและเผด็จการสฤษดิ์ จงพินาศ !!!...ประชาชนไทย จงเจริญ จงเจริญ !!!...."

5 พฤษภาคม 2509

  1. จิตร ภูมิศักดิ์ นักคิด นักเขียน และนักสู้ ถูกยิงเสียชีวิตที่เชิงเขาภูพาน

รายชื่อผู้เสียชีวิตในช่วงและเนื่องจากเหตุการณ์ 14 -16 ตุลาคม 2516

มีผู้เสียชีวิต 77 คน บาดเจ็บ 857 คน,

ผู้เสียชีวิตเพื่อประชาธิปไตยกลุ่มเดียวที่ได้รับการพระราชทานเพลิงศพ

ข้อมูลจากเวบไซด์ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

  1. นายคธากร ชีพธำรง อายุ 18 ปี นักเรียนปีที่ 4 พาณิชยการเซนต์จอห์น ถูกตำรวจยิง
  2. นายคง เงียบตะคุ อายุ 28 ปี ลูกจ้างคนงาน ได้ยืนดูเหตุการณ์อยู่ที่หน้าต่างชั้นบนของร้าน และถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณคอด้านหลัง
  3. นายคงไฮ้ แซ่จึง อายุ 27 ปี ลูกจ้างคนขับรถยนต์ ถูกยิงด้วย M16 ที่สะโพกด้านซ้ายทะลุหน้าท้อง เสียชีวิตในวันที่ 16 ตุลาคม 2516
  4. นาย จีระ บุญมาก อายุ 29 ปี นักศึกษาปริญญาโทสถาบัน บัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และ พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นผู้ถือธงชาติเดินเข้าไปขอร้องมิให้ทหารยิงนักเรียน นักศึกษา และประชาชนบริเวณหน้ากรมประชาสัมพันธ์แต่กลับถูกยิง กระสุนปืนเจาะเข้าที่ขมับด้านซ้ายเสียชีวิตทันที
  5. นายจำรัส ประเสริฐฤทธิ์ อายุ 47 ปี ผู้ช่วยช่าง สังกัดโรงเบ็ดเตล็ด แผนกผลิต กองซ่อมรถพ่วงการรถไฟแห่งประเทศไทย
  6. ถูกยิงที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ณะที่กำลังไปช่วยเด็กนักเรียนที่ถือธงชาติ
  7. นายเจี่ยเซ้ง แซ่ฉั่ว อายุ 17 ปี ช่างซ่อมเครื่องยนต์ ถูกยิงหน้ากรมประชาสัมพันธ์
  8. นายจันทรครุป หงษ์ทอง อายุ 16 ปี เป็นนักเรียนชั้นปีที่ 1 โรงเรียนช่างกลบางซ่อน ถูกยิงทางด้านหลัง
  9. นาย ฉ่อง จ่ายพัฒน์ อายุ 50 ปี ช่างแก้เครื่องยนต์ ได้นำข้าวห่อไปบริจาคให้นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถูกทหารยิงกระสุนเข้าเหนือคิ้วทะลุศีรษะด้านหลังเสียชีวิตทันที
  10. นายชูศักดิ์ ไชยยุทะนันท์ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม. 2 โรงเรียนสิงหราชพิทยาคม ถูกยิง หน้าโรงเรียนเพาะช่าง
  11. นายชัยศิลป์ ลาดศิลา อายุ 25 ปี ช่างวิทยุ และโทรคมนาคมของสถานีวิทยุ 1 ปณ. และเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถูกยิงที่หน้าอก หน้าสำนักงานกองสลาก
  12. นายชีวิน ชัยโตษะ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นปีที่๒ แผนกช่างกลโรงงาน โรงเรียนช่างกล
    พระนครเหนือ
  13. นายไชยยศ จันทรโชติ อายุ 16 ปี ช่างเชื่อมเรือ ถูกกระสุนปืนในขณะขับรถเมล์ขาว พุ่งเข้าชนรถถัง
  14. นางชูศรี พักตร์ผ่อง อายุ 42 ปี พับถุงกระดาษขาย ไปตามหาบุตรที่เชิงสะพานบางลำพู ขณะที่วิ่งหลบกระสุนปืนจากเฮลิคอปเตอร์ ได้หกล้ม ละศีรษะฟาดพื้นอย่างแรง
    จึงเสียชีวิตขณะถูกนำส่งโรงพยาบาล
  15. นายดนัย กรณ์แก้ว อายุ 24 ปี พนักงานขายไอศครีม บริษัทฟอร์โมส จำกัด
    ได้ถูกแก๊สน้ำตา ขณะวิ่งหนีไปทางบางลำพู ถูกกระสุนปืนจากเฮลิคอปเตอร์
  16. นายตือตี๋ แซ่ตั้ง อายุ 24 ปี ช่างปูพื้นปาเก้ถูกยิงใต้รักแร้ซ้าย
  17. นายถนอม ปานเอี่ยม อายุ 19 ปี กุ๊กทำอาหารประจำโรงแรม ถูกยิง
    บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
  18. นายทอง จันทราช อายุ 40 ปี ลูกจ้างขับรถยนต์ ถูกยิงบริเวณ
    หน้าโรงเรียนเพาะช่างพาหุรัด
  19. นายธาดา ศิริขันธ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาช่างยนต์วิทยาลัยเอเชียอาคเนย์
    ถูก ยิงทะลุที่ซี่โครง เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2516 เพราะไปดื่มฉลองที่ประชาชนได้รับชัยชนะ ระหว่างดื่มพูดถึง 3 ทรราช ทำให้ชาย 4 คนในร้านไม่พอใจ และลุกขึ้นชักปืนยิง บริเวณถนนวิสุทธิกษัตริย์ เสียชีวิตทันที
  20. นายนิยม อุปพันธ์ อายุ 20 ปี นักเรียนน ม. 5 แผนกช่างไฟฟ้าโรงเรียนช่างกลบางซ่อน เข้าร่วมในหน่วย "ฟันเฟือง" ถูกยิงกระสุนเข้ากะโหลกศีรษะข้างขวาหลังใบหู และกระสุนฝังใน เสียชีวิตที่โรงพยาบาลศิริราช
  21. นายนพ พรหมเจริญ อายุ 40 ปี กรรมกรท่าเรือ ถูกยิงกะโหลกศีรษะแตกหน้ากรมประชาสัมพันธ์
  22. นาย นิติกร กีรติภากร อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนอำนวยศิลป์พระนคร ถูกตีและถูกแก๊สน้ำตา ที่บริเวณหน้าพระราชวังสวนจิตร และได้ถูกล้อมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังจากเหตุการณ์มีอาการประสาทหลอนและเป็นลมตลอดมา เสียชีวิตวันที่ 21 พฤศจิกายน 2516 จากอาการหัวใจวาย
  23. นายบรรพต ฉิมวารี อายุ 25 ปี นักศึกษาภาคค่ำชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
    ไป ร่วมเดินขบวน หกล้มหัวฟาดบาทวิถี แล้วมีคนล้มทับ แต่สามารถกลับถึงบ้าน และได้เสียชีวิตเนื่องจากเส้นโลหิตในสมองแตกในวันรุ่งขึ้น (15 ต.ค,)
  24. นายบัญทม ภู่ทอง อายุ 18 ปี ลูกจ้างทำงานโรงแรม ถูกยิง บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
  25. นาย ประเสริฐ วิโรจน์ธนะชัย อายุ 19 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 4โรงเรียนช่างฝีมือ ปัญจวิทยา ที่บริเวณ สะพานผ่านฟ้าลีลาศขณะไปช่วยน้องที่ถูกยิงด้วM 16 จึงถูกยิง รวมทั้งนายสมควร แซ่โง้ว เพื่อนที่วิ่ง ตามมาจะเข้าช่วยก็ถูกยิงที่ท้อง และหน้าอก
  26. นายประสาน วิโรจน์ธนะชัย อายุ 17 ปีนักเรียนโรงเรียนภาษาศาสตร์ ถูกยิงด้วยเอ็ม 16 ที่คอและหน้าอก พรุนทั้งร่าง
  27. นายประเสริฐ เดชมี อายุ 19 ปี กำลังจะศึกษาต่อ ถูกยิงเสียชีวิต
  28. นายประยงค์ ดวงพลอย อาย ุ21 ปี ขับรถรับจ้างสองแถว ถูกยิงที่สมอง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม หน้าสถานีตำรวจสมุทรปราการ
  29. นายประณต แซ่ลิ้ม อายุ 28 ปี ลูกจ้างทำเป็ดย่าง ส่งตามภัตตาคาร ถูกยิง
  30. นายประยุทธ แจ่มสุนทร อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นม. 4 โรงเรียน ผดุงศิษย์พิทยา ถูกยิงที่หลังขณะเอาน้ำไปให้นักศึกษาที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ
  31. นายประวัติ ภัสรากุล อายุ 18 ปี ค้าขาย ถูกยิงหน้าอกทะลุหัวใจ เสียชีวิตทันที
  32. นาย ประสพชัย สมส่วน อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี ขณะที่กำลังนั่งอยู่บนรถดับเพลิงที่ยึดมาได้ พร้อมกับกลุ่มนักเรียนได้ขับรถมุ่งไปทางบางเขน เพื่อไปบริจาคโลหิตที่โรงพยาบาลภูมิพลฯ ขณะที่รถผ่านบริเวณหน้ากรมป่าไม้บางเขต ถูกยิงที่หน้าท้องทะลุหลัง
  33. นายพูลสุข พงษ์งาม อายุ 20 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 2 แผนกช่างยนต์ โรงเรียนช่างกลวิทยา
    ถูกยิงที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ กระสุนเข้าหน้าอกขวา ถูกปอดแล้วทะลุเอวซ้าย
  34. นาย พันธุ์สิริ เกิดสุข อายุ28 ปี พลฯ สำรองพิเศษกำลังรอติดยศ (นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ถูกยิงที่รักแร้ซ้ายไปทะลุซี่โครงขวา
  35. นายมณเฑียร ผ่องศรี อายุ 20 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 1 ของโรงเรียนช่างกลนนทบุรี ถูกยิง บริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฯ กระสุนเข้าตรงขมับทะลุท้ายทอย เสียชีวิตทันที
  36. สามเณรมนตรี โล่ห์สุวรรณ อายุ 15 ปี สามเณรที่กำลังศึกษาบาลีมัธยมสาธิต วัดบางแพรกเหนือ จังหวัดนนทบุรี ถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ที่บริเวณวัดบวรนิเวศ ถูกกระสุนเข้ากลางศีรษะ
  37. นายมงคล ปิ่นแสงจันทร์ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นม. 2 โรงเรียน อำนวยศิลป์ธนบุรี ถูกยิงบริเวณหน้าโรงเรียนเพาะช่าง
  38. นายรัตน์ งอนจันทึก อายุ 40 ปี พนักงานขับรถบรรทุก 10 ล้อ ถูกยิงที่ศีรษะและหน้าอก
  39. นาย เรียม กองกันยา อายุ27 ปี ขับรถสามล้อเครื่องถูกยิง บริเวณใกล้หัวถนนนครสวรรค์ โดยตำรวจนครบาลนางเลิ้ง ในขณะขับรถให้นักเรียน และบาดเจ็บสาหัส ได้คลานไปหลบกระสุนบริเวณใกล้ๆ กัน เจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศให้ผู้ที่ไม่ใช่พวกก่อการจลาจลออกมา นายเรียมจึงได้คลานออกมา และถูกยิงเสียชีวิตทันที
  40. นายเลิศ คงลักษณ์ อายุ 46 ปี ลูกจ้างสำนักงาน ก.ต.ป. ถูกไฟคลอก เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 เนื่องจากสำนักงานกองติดตามผลการปฏิบัติราชการ (ก.ต.ป.) ถูกประชาชนเผา
  41. นายวิจิน บุญส่งศรี อายุ 19 ปี เป็นช่างเครื่องถูกยิงสะบักขวา
  42. นายวิชัย สุภากรรม อายุ 18 ปี คนงานโรงงานทอผ้า ถูกยิงที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ
  43. นายวิเชียร พร้อมพาณิชย์ อายุ 25 ปี นักศึกษาแพทย์ปีที่ 6 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    สติฟั่นเฟือน หลังจากได้ไปช่วยรักษาผู้บาดเจ็บ บริเวณกรมประชาสัมพันธ์ ้ผูกคอตายเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2517
  44. นายศิลบุญ โรจนแสงสุวรรณ อายุ 18 ปี พ่อค้าขายอาหารสด ถูกยิงที่หน้าอกขวา บนดาดฟ้าตึกของบริษัทเดินอากาศไทย
  45. นายสมควร แซ่โง้ว อายุ 18 ปี ทำงานเป็นช่างซ่อมรถยนต์ และขับรถรับจ้าง
    ถูกยิงที่ศีรษะด้านหลัง เนื่องจากจะเข้าไปช่วย นายประเสริฐ และนายประสาน วิโรจน์ธนะชัย
  46. นายสมชาย เกิดมณี อายุ 20 ปี แผนกช่างวิทยุโรงเรียนช่างกลนนทบุรีถูกยิง หน้าโรงภาพยนตร์เฉลิมไทย
  47. นาย สุรพงษ์ บุญรอดค้ำ อายุ 16 ปี พนักงานขายผ้า ถูกยิง บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า โดนกระสุนเข้าที่หน้าอก 2 นัดศีรษะ 1 นัด
  48. นายสุดที ปิยะวงศ์ อาย ุ26 ปี รับจ้างทำลังไม้ถูกยิงที่ขมับ
  49. นายสมเกียรติ เพชรเพ็ง อายุ 19 ปี เป็นลูกจ้างขายแก๊ส ถูกยิง ที่บริเวณใกล้โรงพยาบาลศิริราช
  50. นายสุรินทร์ ศรีวีระวานิชกุล อายุ 20 ปี พนักขายแก๊ส ถูกยิงที่โคนขาขวาด้วยปืนเอ็ม 16 บริเวณบางลำพู
  51. นายสุภาพ แซ่หว่อง อายุ 16 ปี ช่างตัดเสื้อ ถูกยิง หน้ากรมประชาสัมพันธ์จากเฮลิคอปเตอร์ โดยกระสุนเจาะเข้าที่ไหปลาร้าทะลุสะโพก
  52. นาย เสวี วิเศษสุวรรณ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 2 ของโรงเรียนอาชีวศิลป์ รับประทานอาหารเป็นพิษ อาหารนี้มีผู้นำไปบริจาค บริเวณท่าช้างวังหลวง เมื่อวันที่ 13-14 ตุลาคม 2516
  53. นายสุกิจ ทองประสูตร อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นม. 1 โรงเรียนเสสะเวชวิทยา ได้ไปทำการช่วยระดมคนไปร่วมต่อสู้ทางฝั่งธนบุรี แต่ประสบอุบัติเหตุ รถที่นั่งไปชนกับสิบล้อ ถึงแก่ความตายบริเวณถนนเพชรเกษม
  54. นายสุพจนา จิตตลดากร อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นม. 1 โรงเรียนดุสิตพาณิชยการ ถูกกระสุนปืนจากเฮลิคอปเตอร์ ที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยกระสุนถูกที่ศีรษะ ไหปลาร้า และตามร่างกายอีกหลายแห่ง
  55. นาย สุรศักดิ์ พวงทองอายุ 25 ปี ลูกจ้างบริษัทเอกชน ถูกยิงที่หน้ากรมประชาสัมพันธ์ โดยกระสุนปืนกลรถถัง เจาะเข้าระหว่างเข่าซ้ายทะลุเข่าขวา เสียชีวิตวันที่ 27 ตุลาคม 2516 โรงพยาบาลกลาง
  56. นายสาโรจน์ วาระเสถียร อายุ 48 ปี หัวหน้าแผนกจัดส่ง องค์การเภสัชกรรม ถูกลอบทำร้ายหลังจากกลับจากไปดูประชาชน บุกเข้าเผากองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า
  57. นายสุพจน์ เหรียญสกุลอยู่ดี อายุ 19 ปี ช่างทำเฟอร์นิเจอร์ ถูกยิงกระสุนเข้าท้ายทอยทะลุเบ้าตา จึงตกลงไปในคลอง บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เนื่องจากจะเข้าไปช่วยชายข้างเคียงที่ถูกยิง
  58. นาย สมเด็จ วิรุฬผล อายุ 18 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกยิงทางด้านหลัง ทะลุอกและขาทั้ง 2 ข้าง จากทหาร-ตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า
  59. นายสาย ฤทธิ์วานิช อายุ 44 ปี ช่างไม้ ถูกกระสุนปืนเข้าทางด้านหลังทะลุหน้าท้อง ขณะที่ผ่านไปหน้ากรมประชาสัมพันธ์
  60. นายแสวง พันธ์บัว อายุ 16 ปี รับจ้างทั่วไป ถูกยิง ที่หน้าผาก หน้ากรมสรรพากร เพราะไปช่วยนักเรียนหญิงที่ถูกแก๊สน้ำตา
  61. ด.ช. สมพงษ์ แซ่เตียว อายุ 14 ปี เป็นนักเรียนม. 1 โรงเรียนวัดมกุฎษัตริยาราม ถูกยิง บริเวณบางลำพู ขณะไปร่วมในเหตุการณ์
  62. นาย สมพงษ์ พลอยเรืองรัศมี อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ถูกแทงสีข้างซ้ายเข้าทรวงอกขณะเข้าแย่งปืนจากทหาร ใกล้กองบัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า
  63. น.ส.หนูผิน พรหมจรรย์ อายุ 17 ปี นักศึกษา ป.กศ. ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช นั่งรถสองแถวเล็กไปร่วมเรียกร้องรัฐธรรมนูญ รถชนกัน ถูกกระแทกที่บริเวณศีรษะส่วนหน้า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ตำบลท่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช
  64. นายอภิสิทธิ์ พรศิริเลิศกิจ อายุ 18 ปี พนักงานขายอุปกรณ์วิทยุ ถูกยิงบริเวณขมับข้างซ้าย ขณะออกไปตามหาเพื่อน ที่บริเวณใกล้สะพานผ่านฟ้าลีลาศ
  65. นายอรรณพ ดิษฐสุวรรณ อายุ 17 ปี ทำงานกับหนังเร่ฉายต่างจังหวัด ถูกยิงโดยปืนกลรถถัง ที่สนามหลวง
  66. นายเอนก ปฏิการสุนทร อายุ 41 ปี เจ้าของร้านขายอาหาร ถูกยิงขณะบุกเข้ายึด
    กองบัญชาการนครบาลผ่านฟ้า
  67. นาย เอี่ยมซวง แซ่โกย อายุ 22 ปี ลูกจ้าง ถูกยิงเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2516 บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลศิริราช
  68. วีรชน นิรนาม (สตรี)ถูกยิงที่อกทะลุหลัง ตกลงไปน้ำเสียชีวิตทันที ขณะไปร่วมเดินขบวนเรียกร้องรัฐธรรมนูญ บริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฯ (ศพไม่มีญาติ)
  69. วีรชนนิรนาม (บุรุษ)
    ถูกยิง บริเวณหน้ากอง บัญชาการตำรวจนครบาลผ่านฟ้า กระสุนปืนเข้าที่สีข้างซ้าย
  70. ไม่มีข้อมูล
  71. ไม่มีข้อมูล
  72. ไม่มีข้อมูล
  73. ไม่มีข้อมูล
  74. ไม่มีข้อมูล
  75. ไม่มีข้อมูล
  76. ไม่มีข้อมูล
  77. ไม่มีข้อมูล

หยื่อจากการลอบสังหารในห้วงระยะเวลาดังกล่าวมีลักษณะเป็นขบวนการ และไม่มีการคลี่คลายคดีแต่อย่างใด เกือบทั้งหมดเป็นผู้นำชาวนาในสังกัดสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย เฉพาะใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2518 รวมรวมโดย ดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

  1. 5 เมษายน นายเฮียง สิ้นมาก ผู้แทนชาวนาสุรินทร์
  2. 10 เมษายน นายอ้าย ธงโต
  3. 18 เมษายน นายประเสริฐ โฉมอมฤต
  4. 21 เมษายน นายโง่น ลาววงศ์ ผู้นำชาวนาหมู่บ้านหนองบัวบาน จ.อุดรธานี
  5. 5 พฤษภาคม นายมงคล สุขหนุน ผู้นำชาวนานครสวรรค์
  6. 20 พฤษภาคม นายเกลี้ยง ใหม่เอี่ยม รองประธานสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ อ.ห้างฉัตร
  7. 22 มิถุนายน นายพุฒ ปงลังกา ผู้นำชาวนาเชียงราย
  8. 3 กรกฎาคม นายจา จักรวาล รองประธานสหพันธ์ชาวนาชาวไร่บ้านดง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
  9. 18 กรกฎาคม นายบุญทา โยธา ถูกยิงเสียชีวิตที่ลำพูน
  10. 31 กรกฎาคม นายอินถา ศรีบุญเรือง ประธานสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ภาคเหนือ
  11. 4 สิงหาคม นายสวัสดิ์ ตาถาวรรณ ผู้นำชาวนาดอยสะเก็ด
  12. 11 สิงหาคม นายพุฒ ทรายดำ ชาวนา ต.แม่บอน อ.ฝาง
  13. 22 ตุลาคม นายบุญรัตน์ ใจเย็น ผู้นำชาวนา อ.สารภี

วีรชนที่เสียชีวิตจากการสังหารโหด 6 ตลาคม 2519

ผู้เสียชีวิต 42 คน ถูกจับกุม 3,154 คน มีศพวีรชนที่ระบุชื่อได้มีการมอบให้ญาติไปจัดการตามประเพณี 30 คน ชาย 26 คน หญิง 4 คน

  1. ถูกเผา ไม่ทราบชื่อ แยกเพศไม่ได้
  2. ถูกเผา ไม่ทราบชื่อ แยกเพศไม่ได้
  3. ถูกเผา ไม่ทราบชื่อ แยกเพศไม่ได้
  4. ถูกเผา ไม่ทราบชื่อ แยกเพศไม่ได้
  5. ไม่ทราบชื่อ
  6. ไม่ทราบชื่อ
  7. ไม่ทราบชื่อ
  8. ไม่ทราบชื่อ
  9. ไม่ทราบชื่อ
  10. ไม่ทราบชื่อ
  11. นายวันชาติ ศรีจันทร์สุข ผูกคอตายที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขน
  12. นายพงษ์พันธ์ เพรามธุรส ถูกระเบิด
  13. นายวิชิตชัย อมรกุล ถูกของแข็งมีคม ถูกรัดคอ
  14. นายอับดุลรอเฮง สาตา ถูกกระสุนปืน
  15. นายมนู วิทยาภรณ์ ถูกกระสุนปืน
  16. นายสุรสิทธิ์ สุภาภา ถูกกระสุนปืน
  17. นายสัมพันธ์ เจริญสุข ถูกกระสุนปืน
  18. นายสุวิทย์ ทองประหลาด ถูกกระสุนปืน
  19. นายบุนนาค สมัครสมาน ถูกกระสุนปืน
  20. นายอภิสิทธิ์ ไทยนิยม ถูกกระสุนปืน
  21. นายอนุวัตร อ่างแก้ว ถูกระเบิด
  22. นายวีระพล โอภาสพิไล ถูกกระสุนปืน
  23. นายสุพจน์ พันธุ์กาฬสินธุ์ ถูกกระสุนปืน
  24. นางสาวภรณี จุลละครินทร์ ถูกกระสุนปืน
  25. นายยุทธนา บูรศิริรักษ์ ถูกกระสุนปืน
  26. นายภูมิศักดิ์ ศิระศุภฤกษ์ชัย ถูกกระสุนปืน
  27. นางสาววัชรี เพชรสุ่น ถูกกระสุนปืน
  28. นายดนัยศักดิ์ เอี่ยมคง ถูกกระสุนปืน
  29. นายไพบูลย์ เลาหจีรพันธ์ ถูกกระสุนปืน
  30. นายชัยพร อมรโรจนาวงศ์ ถูกกระสุนปืน
  31. นายอัจฉริยะ ศรีสวาท ถูกกระสุนปืน
  32. นายสงวนพันธุ์ ซุ่นเซ้ง จมน้ำ
  33. นางสาววิมลวรรณ รุ่งทองใบสุรีย์ ถูกกระสุนปืน
  34. นายสมชาย ปิยะสกุลศักดิ์ ถูกกระสุนปืน
  35. นายวิสุทธิ์ พงษ์พานิช ถูกกระสุนปืน
  36. นายสุพล พาน หรือ บุญทะพาน ถูกกระสุนปืน
  37. นายศิริพงษ์ มัณตะเสถียร ถูกกระสุนปืน
  38. นายวสันต์ บุญรักษ์ ถูกกระสุนปืน
  39. นายเนาวรัตน์ ศิริรังษี ถูกกระสุนปืน
  40. นายปรีชา แซ่เซีย ถูกของแข็ง อาวุธหลายชนิด และถูกรัดคอ
  41. นางสาวอรุณี ขำบุญเกิด ถูกกระสุนปืน

ราย ชื่อเหล่านี้ยังไม่นับรวมถึงผู้สูญหายอีกจำนวนมากซึ่งส่วนใหญ่ติดตาม หาศพไม่พบหรือมีการทำลายศพ โดยเฉพาะนายจารุพงษ์ ทองสินธุ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่โดนคนของรัฐลากคอที่สนามฟุตบอล

14 ตุลาคม 2533

ธนาวุฒิ คลิ้งเชื้อ นักศึกษารามคำแหง ตอนนั้นอยู่ในตำแหน่งประธานชมรมนักศึกษาและเยาวชน 14 จังหวัดภาคใต้ เผาตัวตายประท้วงรัฐบาลชาติชาย ชุณหะวัณ เพราะเชื่อว่า รัฐบาล พล.อ.ชาติชายปกครองประเทศคล้ายเผด็จการ ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย อีกกระแสว่าเพราะเขาอยู่ในอิทธิพลแนวคิดทางการเมืองของกลุ่มประเสริฐ ทรัพย์สุนทร

เหตุการณ์พฤษภาเลือดปี 2535

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 45 ราย ดังนี้

  1. ทนง โพธิ์อ่าน ประธานสภาแรงงาน
  2. กฤษฎา เนียมมีศรี ถูกตีและถูกกระสุนปืน
  3. กิตติกรณ์ เขียวบริบูรณ์ ถูกกระสุน
  4. กิตติพงษ์ สุปิงคลัด ถูกกระสุน
  5. เกรียงไกร จารุสาร ถูกกระสุน
  6. กอบกุล สินธุสิงห ถูกกระสุน
  7. จักรพันธ์ อัมราช ถูกกระสุน
  8. จักราวุธ นามตะ ถูกกระสุน
  9. เฉลิมพล สังข์เอม สมองบอบช้ำ
  10. ชัยรัตน์ ณ นคร ถูกกระสุน
  11. ซี้ฮง แซ่เตีย ถูกกระสุน
  12. ณรงค์ ธงทอง ถูกกระสุน
  13. ทวี มวยดี ถูกตีศีรษะ
  14. ทวีศักดิ์ ปานะถึก ถูกกระสุน
  15. นคร สอนปัญญา ถูกกระสุน
  16. บุญมี แสงสุ่ม
  17. บุญมี วงษ์สิงโต ถูกกระสุน
  18. บุญคง ทันนา ถูกกระสุน
  19. ปรัชญา ศรีสะอาด ถูกกระสุน
  20. ประสงค์ ทิพย์พิมล ถูกกระสุน
  21. ปรีดา เอี่ยมสำอางค์ ถูกกระสุน
  22. พิพัฒน์ สุริยากุล ถูกกระสุน
  23. ภูวนาท วิศาลธรกุล ถูกกระสุน
  24. ภิรมย์ รามขาว ถูกกระสุน
  25. มะยูนัน ยีดัม ถูกกระสุน
  26. มนัส นนทศิริ ถูกกระสุน
  27. วีระ จิตติชานนท์ ถูกกระสุน
  28. วงเดือน บัวจันทร์ ถูกกระสุน
  29. วีรชัย อัศวพิทยานนท์ ถูกกระสุน
  30. ศรากร แย้มประนิตย์ ถูกกระสุน
  31. สมชาย สุธีรัตน์ ถูกกระสุน
  32. สำรวม ตรีเข้มถูกกระสุน
  33. สาโรจน์ ยามินทร์ ถูกกระสุน
  34. สมเพชร เจริญเนตร ถูกกระสุน
  35. สุชาต พาป้อ ถูกกระสุน
  36. สุรพันธ์ ชูช่วย
  37. สมาน กลิ่นภู่ ถูกกระสุน
  38. สัญญา เพ็งสา ถูกกระสุน
  39. หนู แก้วภมร ถูกกระสุน
  40. อภิวัฒน์ มาสขาว ถูกกระสุน
  41. เอกพจน์ จารุกิจไพศาล ถูกกระสุน
  42. เอียน นิวมีเก้น

รัฐประหาร 2549 และการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

  1. 31 ตุลาคม 2549 นวมทอง ไพรวัลย์ คนขับรถแท็กซี่พุ่งชนรถถังเพื่อประท้วงการปฏิวัติ และผูกคอตายประท้วงที่หน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
  2. 2 กันยายน 2551 ณรงค์ศักดิ์ กรอบไทสง ถูกกลุ่มพันธมิตรรุมตีเสียชีวิต

การประท้วงของคนเสื้อแดงปี 2552

  1. นายนัฐพงษ์ ปองดี อุดรธานี ถูกทำร้าย มัดมือแล้วผลักลงแม่น้ำเจ้าพระยา
  2. นายชัยพร กันทัง แพร ่ ถูกทำร้ายมัดมือแล้วผลักลงแม่น้ำเจ้าพระยา

วีรชนคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตเพราะการให้ใบอนุญาตฆ่าโดยรัฐบาลอภิสิทธิระหว่าง 10 เม.ย.-19 พ.ค."53

ที่มา สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.)รายงานรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.ตั้งแต่ 10 เม.ย.- 19 พ.ค.2553 รวม 89 ราย บาดเจ็บ 1,855 คน

  1. Mr. Hiroyuki Muramoto อายุ 43 ปี ถูกยิงอกซ้าย เสียชีวิตก่อนถึง รพ. (ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์)
  2. นาย สวาท วงงาม อายุ 43ปี ถูกยิงศีรษะด้านบนข้างขวาทะลุขมับซ้าย
  3. นาย ธวัฒนะชัย กลัดสุข อายุ 36 ปี ถูกยิงอกซ้าย ทะลุหลัง
  4. นาย ทศชัย เมฆงามฟ้า อายุ 44 ปี ถูกยิงอกซ้าย ทะลุหลัง
  5. นาย จรูญ ฉายแม้น อายุ 46 ปี ถูกยิงอกขวากระสุนฝังใน
  6. นาย วสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า
  7. นาย สยาม วัฒนนุกุล อายุ 53 ปี ถูกยิงอก ทะลุหลัง
  8. นาย มนต์ชัย แซ่จอง อายุ 54 ปี ระบบหายใจล้มเหลวจากโรคถุงลมโป่งพอง เสียชีวิตที่รพ.
  9. นาย อำพน ตติยรัตน์ อายุ 26 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า
  10. นาย ยุทธนา ทองเจริญพูลพร อายุ 23 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลัง ทะลุด้านหน้า
  11. นาย ไพรศล ทิพย์ลม อายุ 37 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหน้า ทะลุท้ายทอย เสียชีวิตที่ รพ.
  12. นาย เกรียงไกร ทาน้อย อายุ 24 ปี ถูกยิงสะโพก กระสุนฝังในช่องท้อง เสียชีวิตที่รพ.
  13. นาย คะนึง ฉัตรเท อายุ 50 ปี ถูกยิงอกขวา กระสุนฝังใน
  14. พลฯ ภูริวัฒน์ ประพันธ์ อายุ 25 ปี แผลเปิดกะโหลกท้ายทอย
  15. พลฯ อนุพงษ์ เมืองร าพัน อายุ 21 ปี ทรวงอกฟกช ้า น่อง 2 ข้างฉีกขาด
  16. นายนภพล เผ่าพนัส อายุ 30 ปี ถูกยิงที่ท้อง เสียชีวิตที่ รพ.
  17. พ.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม อายุ 43 ปี ท้ายทอยขวาฉีกขาดน่อง 2ข้างฉีกขาด เสียชีวิตที่รพ.
  18. พลฯ สิงหา อ่อนทรง อกซ้ายและด้านหน้าต้นขาซ้ายฉีกขาด
  19. พลฯอนุพงศ์ หอมมาลี อายุ 22 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
  20. นายสมิง แตงเพชร อายุ 49 ปี ถูกยิงศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
  21. นาย สมศักดิ์ แก้วสาน อายุ 34 ปี ถูกยิงหลัง ทะลุอกซ้าย เสียชีวิตที่รพ.
  22. 22 นาย บุญธรรม ทองผุย อายุ 40 ปี ถูกยิงหน้าผากซ้ายทะลุศีรษะด้านหลังส่วนบน
  23. 23 นาย เทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ อายุ 29 ปี แผลที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่รพ.
  24. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 40-50 บาดแผลเข้าสะโพกขวาตัดเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ขาหนีบ เสียชีวิตที่รพ.
  25. นาย มานะ อาจราญ อายุ 23 ปี ถูกยิงศีรษะ ด้านหลังทะลุหน้า
  26. นายอนันต์ สิริกุลวานณิชย์ อายุ 54 ปี ถูกยิงเสียชีวิต
  27. นางธันยนันท์ แถบทอง อายุ 50 ปี ถูกสะเก็ดระเบิด เสียชีวิตถนนสีลม
  28. รายชื่อผู้เสียชีวิตจากการปะทะที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ วันที่ 28 เมษายน 2553
  29. พลทหารณรงค์ฤทธิ สาระ เสียชีวิต จุดเกิดเหตุ
  30. สต.อ.กานต์ณุพัฒน์ เลิศจันเพ็ญ อายุ 38 ปี มีบาดแผลกระสุนปืน เสียชีวิต จุดเกิดเหตุ
  31. จ.ส.ต.วิทยา พรมสารี อายุ 35 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณหน้าอกด้านขวา เสียชีวิต รพ.
  32. พล.ต.ดร.ขัตติยะ สวัสดิผล อายุ 58 ปี ถูกยิงที่บริเวณ ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
  33. นายชาติชาย ชาเหลา อายุ 25 ปี มีแผลเปิดบริเวณท้ายทอย เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
  34. นายปิยะพงษ์ กิติวงค์ อายุ 32 ปี ถูกยิง เสียชีวิตที่สวนลุมพินี
  35. นายประจวบ ศิลาพันธ์ ถูกยิง สวนลุมพินี
  36. นายสมศักดิ์ ศิลารักษ์ ถูกยิง ที่ศาลาแดง
  37. นายอินทร์แปลง เทศวงศ์ อายุ 32 ปี เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
  38. นายเสน่ห์ นิลเหลือง อายุ 48 ปี เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
  39. นายชัยยันต์ วรรณจักร อายุ 20 ปี เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
  40. นายบุญทิ้ง ปานศิลา อายุ 25 ปี ถูกยิงที่คอ เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ (อาสาสมัครวชิระฯ)
  41. นายมนูญ ท่าลาด - เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
  42. นายพัน คำกลอง อายุ 43 ปี ถูกยิงหน้าอกซ้าย เสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
  43. นายกิติพันธ์ ขันทอง อายุ 26 ปี แผลที่ชายโครง เสียชีวิตที่รพ.
  44. นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี แผลที่ศีรษะ
  45. ชายไม่ทราบชื่อ โดนยิงขาหนีบ ราชปรารภ
  46. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 14 ปี ถูกกระสุนเข้าท้องและแขน ซอยหมอเหล็ง
  47. นายชาญณรงค์ พลอยศรีลา อายุ 32 ปี ถูกยิงหน้าท้องและแขน ที่ราชปรารภ
  48. นายทิพเนตร เจียมพล อายุ 32 ปี แผลที่ศีรษะ
  49. นายสุภชีพ จุลทัศน์ อายุ 36 ปี แผลที่ศีรษะ
  50. นายวารินทร์ วงศ์สนิท อายุ 28 ปี แผลที่หน้าอกขวา
  51. นายมานะ แสนประเสริฐศรี อายุ 22 ปี แผลถูกยิงที่ศีรษะ (อาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง)
  52. นางสาวสันธนา สรรพศรี อายุ 34 ปี ถูกกระสุนเข้าท้องและแขนเสียชีวิตที่ซอยหมอเหล็ง
  53. นายธันวา วงศ์ศิริ อายุ 26 ปี แผลที่ศีรษะ
  54. นายอำพล ชื่นสี อายุ 25 ปี เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
  55. นายสมพันธ์ ศรีเทพ 25 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
  56. นายอุทัย อรอินทร์ 35 เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
  57. นายพรสวรรค์ นาคะไชย อายุ 23 ปี ถูกยิงหลายตำแหน่ง เสียชีวิตที่รพ.
  58. นายเกรียงไกร เลื่อนไธสง อายุ 25 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
  59. นายประจวบ ประจวบสุข อายุ 42 ปี เสียชีวิตที่เจริญกรุงประชารักษ์
  60. นายเกียรติคุณ ฉัตรวีระสกุล อายุ 25 ปี ถูกยิงที่หน้าอกซ้าย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
  61. นายวงศกร แปลงศรี อายุ 40 ปี ถูกยิงที่หน้าอก เลือดออกในช่องอก เสียชีวิตที่รพ.
  62. นายสมชาย พระสุวรรณ อายุ 43 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่รพ.
  63. นายสุพรรณ ทุมทอง อายุ 49 ปี
  64. ชายไม่ทราบชื่อ อายุ 26 ปี
  65. นายเฉลียว ดีรื่นรัมย์ อายุ 27 ปี ถูกยิงใต้ราวนมขวา เสียชีวิตในที่จุดเกิดเหตุ
  66. นายสุพจน์ ยะทิมา อายุ 37 ปี
  67. นานธนากร ปิยะผลดิเรก อายุ 50 ปี
  68. จ.ส.อ.พงศ์ชลิต ทิพยานนทกาญจน์ อายุ 31 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ
  69. นายสมพาน หลวงชม อายุ 35 ปี ถูกยิงที่ท้อง
  70. นายมูฮัมหมัด อารี(ออง ละวิน ชาวพม่า) อายุ 40 ปี มีแผลที่หน้าอกทะลุหลัง
  71. MR.Polenchi Fadio ( นักข่าวชาวอิตาลี ) อายุ 48 ปี ถูกยิงที่หน้าอก
  72. นายธนโชติ ชุ่มเย็น อายุ 34 ปี บาดแผลกระสุนปืนทะลุไตซ้ายและเส้นเลือดใหญ่
  73. หญิงไม่ทราบชื่อ ถูกยิง
  74. นายถวิล คำมูล อายุ 38 ปี มีแผลที่ศีรษะ
  75. ชายไม่ทราบชื่อ มีแผลที่ศีรษะ
  76. ส.อ. อนุสิทธิ์ จันทร์แสนตอ อายุ 44 ปี
  77. นายปรัชญา แซ่โค้ว อายุ 21 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายตับ
  78. นายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด หัวใจ
  79. นายมงคล เข็มทอง อายุ 37 ปี ถูกยิงปอด หัวใจ (อาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง)
  80. กมนเกด อัคฮาดอายุ 25 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง
  81. นายวิชัย มั่นแพร อายุ 61 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด ตับ
  82. นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บาดแผลกระสุนปืนทำลายปอด
  83. ชายไม่ทราบชื่อ เลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก สมองช ้า จากการถูกระแทก
  84. นายนรินทร์ ศรีชมภู บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง เสียชีวิตที่รพ.
  85. น.ส.วาสินี เทพปาน
  86. นายเยื้อน โพธิ์ทองคำ อายุ 60 ปี แผลที่ก้น เสียชีวิต 21 พค.53 06.15น
  87. นายกิตติพงษ์ สมสุข อายุ 20 ปี ไฟใหม้ตึกเซ็นทรัลเวิร์ลพบศพวันที่ 21 พค.2553 เวลา 15.00 น.
  88. นายทรงศักดิ์ ศรีหนองบัว อายุ 33 ปี ขอนแก่น แผลที่หน้าอก
  89. นายเพลิน วงษ์มา อายุ 40 ปี อุดรธานี เสียชีวิตที่รพ.20 พค.53 เวลา 06.25น.
  90. นายสมัย ทัดแก้ว อายุ 36 ปี เสียชีวิตจากการปะทะหลายจุด(เป็ยรายชื่อที่เพิ่มมาจากศูนย์เอราวัณ ซึ่งตามบันทึกของ สพฉ.ไม่มีชื่อนี้)

หมายเหตุ ทั้งหมดเป็นรายนามผู้เสียชีวิตจากเหตุคาวมไม่สงบ ในเขต กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตั้งแต่ วันที่12 มีนาคม 2553 ถึง วันที่ 19 พฤษภาคม 2553

ผู้เสียชีวิตจากการกวาดล้าง

นอกจากผู้เสียชีวิตในช่วงการชุมนุม 91 ศพแล้ว หลังยุติการชุมนุม คนเสื้อแดงถูกสังหารเพิ่มอีก 5 ราย คือ

  1. ศักรินทร์ กองแก้ว (อ้วน บัวใหญ่) เสื้อแดงโคราชที่เคยมีบทบาทไปยกป้ายประท้วงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์
  2. สวาท ดวงมณี การ์ดเสื้อแดงระยอง ถูกยิงเสียชีวิต
  3. นายธนพงศ์ แป้นมี การ์ดของนาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถูกรถกระบะพุ่งชนเสียชีวิต
  4. กฤษดา กล้าหาญ (น้องเจมส์ การ์ด DJ อ้อ) เชียงใหม่ ถูกกระหน่ำยิงด้วยปืน M 16
  5. น้อย บรรจง (แดง คชสาร) เชียงใหม่ ถูกกระหน่ำยิงด้วยอาวุธปืนร่วมร้อยนัด

บางคนบอกว่ามีหลายคนที่ถูกสังหารหลังปราบปราบเสื้อแดงที่ไม่สามารถระบุได้

มีผู้เสียชีวิตจากการปกป้องสิทธิมนุษยชน ช่วงปี พ.ศ.2535-2548 จนถึงปัจจุบันดังนี้

ขอบคุณการรวบรวมจาก ฅ. ฅนสิทธิมนุษยชน

ปี 2537

  1. นางสุชาดา คำฟูบุตร ผู้คัดค้านโรงงานอุตสาหกรรม จ. ลำปาง ถูกอุ้มหายตัวไป

ปี 2538

  1. อ.บุญทวี อุปการะกุล ผู้นำการรณรงค์คัดค้านมลพิษจากนิคมอุตสาหกรรม จ. ลำพูน ถูกทำร้ายตกรถไฟเสียชีวิต
  2. ครูประเวียน บุญหนัก ผู้นำการคัดค้านโรงโม่หิน จ. เลย ถูกยิงเสียชีวิต ในปีเดียวกันนั้นเอง
  3. นาย วินัย จันทมโน นักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติชุมชน ผู้คัดค้านนายทุนตัดไม้ทำลายป่า บ้านน้ำหรา อ.ควนกาหลง จ.สตูล ถูกลอบสังหารเสียชีวิต เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๓๘

ปี 2539

  1. นาย ทองอินทร์ แก้ววัตตา แกนนำผู้คัดค้านการสร้างโรงงานกำจัดกากสารอุตสาหกรรมของบริษัทบริหารและ พัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (เจนโก้) จ.ระยอง ถูกลอบสังหารเสียชีวิต เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2539
  2. นายทุนหรือจุน บุญขุนทด ผู้นำสมัชชาคนจน กรรมการบ้านห้วยทับนาย อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภุมิ แกนนำการคัดค้านการสร้างเขื่อนโป่งขุนเพชร จ.ชัยภูมิ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ใช้อาวุธปืน. 38 ยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2539

ปี 2542

  1. กำนันทองม้วน คำแจ่ม ผู้นำการคัดค้านการให้สัมปทานโรงโม่หินจ.หนองบัวลำภู ถูกยิงเสียชีวิต (พร้อมกับนายสมฯ ) ในปีเดียวกัน
  2. นายสม หอมพรหม ถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกำนันทองม้วน ฯ ขณะนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไปกับกำนันทองม้วน ฯ
  3. นาย อารีย์ สงเคราะห์ ผู้นำการต่อต้านการบุรุกป่าและรณรงค์ร่วมกับชาวบ้านปกป้องผืนป่า ต้นน้ำคลองคราม จ.สุราษฎร์ธานี ถูกยิงเสียชีวิต

ปี 2544 มีนักอนุรักษ์ 5 คน ถูกยิงเสียชีวิต

  1. นาย จุรินทร์ ราชพล ผู้นำการรณรงค์ ปกป้องป่าชายเลนชุมชนบ้านป่าคลอก ๔๐๐ ไร่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มิให้ถูกนายทุนนากุ้งบุกรุก โดยกลุ่มนายทุนนากุ้งพยายามที่จะย้ายหมุดออกจากป่าชายเลน โดยการเป็นผู้นำตัวแทนชมรมผู้เลี้ยงกุ้งยื่นหนังสือคัดค้านการรังวัดสอบเขต ป่าชายเลนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ถูกยิงเสียชีวิตในวัย 50 ปี เมื่อวันที่ 30 มกราคม
  2. นายนรินทร์ โพธิ์แดง ผู้นำการคัดค้านการระเบิดหินเขาชะอางกลางทุ่ง กิ่ง อ.ชะเมา จ.ระยอง ได้เข้ามาช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่เขาชะอางกลางทุ่ง ท่ามกลางความขัดแย้งกับ อบต.ห้วยทับมอญ ที่ให้ความเห็นชอบในเรื่องการตั้งโรงโม่หิน ที่มีความไม่ชอบมาพากลในการ พิจารณา และการไม่รับฟังความเห็นของประชาชน รวมถึงผลกระทบจากโรงโม่หินซึ่งมีนักการ เมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับประเทศ ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม
  3. นายพิทักษ์ โตนวุธ ผู้นำคัดค้านโรงโม่หินบริษัทร็อค แอนด์ สโตน โรงโม่หินบริษัทอนุมัติการศิลา และ ได้ร้องเรียนให้ตรวจสอบ ส.ค.๑ ของโรงโม่หินในภูเขาแดงรังกาย บ้านชมภู อ.เนินมะปรางจ.พิษณุโลก พื้นที่ติดต่ออุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ถูก ยิงเสียชีวิตขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านแยกเข้าบ้านชมภูฯ หลังที่พิทักษ์ฯ กลับจากการประชุมร่วมกับคณะตรวจสอบของทางอำเภอเพื่อรับทราบความคืบหน้าฯ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ศาลชั้นต้นยกฟ้อง และกลุ่มชาวบ้านกำลังดำเนินการอุทธรณ์
  4. นายสุวัฒน์ ปิยะสถิตย์ ผู้นำการคัดค้านบ่อฝังกลบขยะราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ของ หจก.ไพโรจน์สมพงษ์พาณิชย์ เนื่องจากส่งกลิ่นเหม็นสร้างมลพิษรบกวนชุมชนในแถบ ต.ราชาเทวะ ถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งร่วมปรึกษาหารือกับกลุ่ม บริเวณร้านค้ากลางชุมชน ในหมู่บ้านจามจุรี ม. 15 ต.ราชาเทวะ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ศาลชั้นต้นพิพากษา ประหารชีวิตผู้จ้างวานจำคุกตลอดชีวิตมือปืนและผู้ที่เกี่ยวข้อง
  5. นาย สมพร ชนะพล แกนนำอนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองกระแดะ พื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งในภาคใต้ และสามารถรอดพ้นจากการสร้าง เขื่อนในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ถูกยิงเสียชีวิต ขณะนั่งเขียนรายงานข้อมูลของชุมชนอยู่ที่บ้าน
  6. นางฉวีวรรณ ปึกสูงเนิน ผู้นำการต่อต้านการทุจริตในองค์การบริหารส่วนตำบลนากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ประเด็นการต่อต้านอันเนื่องมาจาก การประมูลงานรับเหมาก่อสร้างในเขต อบต. นากลาง และ การที่ผู้ตายเป็นแกนนำขับไล่ประธาน อบต. และการทุจริตอื่นๆ ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านพักตัวเอง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ยังจับกุมคนร้ายไม่ได้

ปี 2545

  1. นายแก้ว ปินปันมา สมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือและแกนนำชาวบ้านที่เข้าไปใช้ที่ดินในพื้นที่ กิ่ง อ.ดอย หล่อ จ.เชียงใหม่ ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2545 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 8 ปี
  2. นาย บุญสม นิ่มน้อย ผู้นำคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงกลั่นปิโตรเคมีขนาดใหญ่ ของ บริษัทสยามกัลฟ์ โม่หินบริษัทร็อค แอนด์ สโตน ปิโตรเคมีคอล จำกัด ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2545 ผู้ต้องหามอบตัว 2 ราย แต่ศาลยกฟ้องเพราะไม่มีใครกล้าเป็นพยาน เนื่องจากการถูกข่มขู่และกลัวถูก สังหารโหดเช่นเดียวกับ นายบุญสม ฯ
  3. นาย ปรีชา ทองแป้น สารวัตรกำนันตำบลควนกรด อ.ทุ่งสง แกนนำเรียกร้องสิทธิชุมชนจากโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียเทศบาล ตำบลปากแพรก อำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ถูกลอบสังหารเสียชีวิต เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2545 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย แต่ให้การปฏิเสธ
  4. นายบุญฤทธิ์ ชาญณรงค์ ผู้นำการตรวจสอบการทำไม้เถื่อนในพื้นที่ป่าชนะ โดยได้รวบรวมหลักฐานการลักลอบทำไม้เถื่อนของกลุ่มนายทุนและข้าราชการบาง กลุ่มเข้าร่วมด้วยและเป็นแกนนำการเรียกร้องการแก้ไข กรณีอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง ประการเขตอุทยานทับที่ดินทำกินของชาวบ้านฯ ต่อมา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ๔ คน ร่วมกันล้อมสังหารอย่างเหี้ยมโหดที่ชายป่า ขณะกำลังถางหญ้าบนพื้นที่ทำกินของตนเอง [เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทั้ง 4 ตัว] อ้างว่าต้องยิงป้องกัน โดยอ้างว่า พ่อผู้เฒ่าจะเอามีดฟัน เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2545 บริเวณสวนยางพาราและสวนกาแฟ ต.คลองพา อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล เจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานจำนวน 4 คน และอนุมัติให้ประกันตัวไปแล้ว
  5. นาย บุญยงค์ อินตะวงศ์ ผู้นำคัดค้านโรงโม่หินดอยแม่ออกรู อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ของบริษัทเวียงชัยผางาม ก่อสร้าง จำกัด ถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านพักตัวเองถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2545

ปี 2546

  1. พ่อหลวงคำปัน สุกใส ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อดีตรองประธานเครือข่ายป่าชุมชนลุ่มน้ำปิงตอนบน ป่าชุมชนพื้นที่อำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ มีจำนวนทั้งสิ้น 54 ป่าชุมชน รวมพื้นที่ทั้งสิ้น 380,000 ไร่ โดย นายคำปัน ฯ มาเป็นผู้ใหญ่บ้านก็เอาจริงเอาจังกับการดูแลรักษาป่าชุมชนเป็นอย่างมาก มีการจัดทำป้ายแนวเขตพื้นที่ป่าชุมชน ตรวจลาดตระเวณและตั้งคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านป่าบงขึ้นมา อนึ่ง นายคำปัน ฯ และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านป่าบงได้จับกุมนายจันทร์แก้ว จันทร์แดง เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาวข้อหาบุกรุก ตัดไม้ทำลายป่าเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 44 โดยในการจับกุมครั้งนั้นแม้ว่านายจันทร์แก้ว ฯ ได้ยอมรับผิดและเสียค่าปรับเป็นเงิน 25,000 บาท ในเรื่องนี้ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับนายจันทร์แก้ว ฯ เป็นอันมาก ต่อมา พ่อหลวงคำปันฯ ก็ถูก จนท.คนนี้บุกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 ศาลได้พิพากษาตัดสินนายจันทร์แก้วฯ จนท.หน่วยพิทักษ์ป่า ฯ ปืนโหดเป็นเวลา 25 ปี
  2. นายชวน ชำนาญกิจ ชาวบ้านผู้มีใจพิทักษ์ชุมชน เพื่อนำสันติสู่วิถีชุมชนต่อต้านการค้ายาเสพติด ร่วมกับตำรวจชุมชนสัมพันธ์ สภอ.ฉวาง จ.จ.นครศรีธรรมราชถูกคนร้านบุกยิงเสียชีวิตในบ้านของตนเอง เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2546
  3. นายสำเนา ศรีสงคราม ประธานชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูลำน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ที่ร่วมกันเคลื่อนไหวต่อสู้กับชาวบ้านในพื้นที่ เรื่องผลกระ ทบจากลำน้ำพองเน่าเสียจากโรงงาน ฟีนิกซ์ พัลพ แอนด์ เปเปอร์ จำกัด โรงงานผลิตเยื่อกระดาษโครงการส่งเสริมการร่วมทุนระดับชาติโครงการแรกใน พื้นที่ภาคอีสาน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน [ ก่อตั้งในปี 2518] โรงงานอภิโปรเจกนิรันกาลนี้ได้ปล่อยน้ำเสียลงในลำน้ำพอง สายน้ำแห่งชีวิตของชาวขอนแก่น จนเน่าเสียตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบัน - นักอนุรักษ์เลือดลำน้ำพองผู้นี้ ได้ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมที่เถียงนาใกล้บ้าน ที่บ้านคำบงพัฒนา ต.โคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2546 ภายหลังจากนั้นไม่กี่วัน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุม นายสมบัติ ทองสมัคร มือปืนผู้ลงมือฆ่านายสำเนา ฯ และได้ให้การซัดทอดถึงนายสมพงษ์ นารี กำนันในตำบลโคกสูง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ว่าเป็นผู้จ้างวานฆ่าศาลชั้นต้นได้พิพากษาตัดสินให้จำคุกตลอดมือปืนโหด เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2547 และ ศาลให้ปล่อยตัวผู้จ้างวานไปในภายหลังเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ

ปี 2547

  1. นายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งหายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2547 ในช่วงสมัยรัฐบาลทักษิณ 1 - ทนายสมชายฯ ทำคดีด้านสิทธิมนุษยชน เช่น คดีที่ชาวบ้านถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ คดีคนพม่าลี้ภัยการเมือง คดีชาวอิหร่านที่ถูกจับในข้อหาเป็นผู้วางระเบิดสถานทูตอิสราเอลในประเทศไทย ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2547 ได้มีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 นาย ประกอบด้วย พ.ต.ต.เงิน ทองสุก, พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์, จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง, ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต และ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน ตำรวจกองปราบปราม ตกเป็นจำเลยที่ 1 – 5 ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ และข่มขืนใจผู้อื่น โดยใช้กำลังประทุษร้าย แต่ไม่สามารถตั้งข้อหาฆาตกรรมหรือข้อหาอื่นที่หนัก กว่าได้เนื่องจากยังไม่พบศพหรือหลักฐานที่บ่งชี้ว่าทนายสมชายตายแล้ว - 12 มกราคม พ.ศ. 2549 ศาลตัดสินจำคุก พ. ต. ต. เงิน ทองสุก ในข้อหาขืนใจ ทำให้สูญเสียอิสรภาพและระบุว่าเกิดจากการกระทำของร่วมกันกับ บุคคล 3 -5 คน ผู้ต้องหาซึ่งเป็นตำรวจอีก 4 นาย ยกฟ้อง เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ (คดีของทนายสมชาย ยังเต็มไปด้วยเงื่อนงำ หลังจากการหายสาบสูญไปของ พ.ต.ต. เงิน ทองสุก)
  2. นายสุพล ศิริจันทร์ ผู้นำการพิทักษ์ผืนป่าและชุมชน แกนนำคัดค้านขบวนการค้าไม้เถื่อนในลุ่มน้ำแม่มอก อ.เถิน จ.ลำปาง ต่อสู้คัดค้านกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และระดับชาติ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมในหลายครั้ง แม้จะถูกข่มขู่สารพัดวิธี พ่อหลวงนักอนุรักษ์ ก็ไม่เคยหวาดหวั่นแม้แต่น้อย - โศกนาฎกรรม สะเทือนขวัญ เย้ยอำนาจรัฐ เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 11 สิงหาคม 2547 กลุ่มมือปืนผู้มีอิทธิพลมืดในท้องถิ่นภายใต้ขบวนการค้าไม้เถื่อน ได้ลอบสังหารผู้ใหญ่บ้านนักอนุรักษ์ ภายหลังจากเหตุการณ์ที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและป่าไม้บุกจับขบวนการค้าไม้ เถื่อนผ่านไปเพียง 15 ชั่วโมงเศษ
  3. นายเจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก จ.ประจงบคีรีขันธุ์ อายุ 36 ปี แกน นำต่อสู้คัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและเคลื่อนไหวให้มีการตรวจสอบการ ใช้พื้นที่สาธารณะของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ โดยเปิดเผยตัวเต็มที่และได้ยื่นข้อเรียกร้องท้าทายอำนาจรัฐ 2 ข้อ คือ 1). ขอให้ยกเลิกการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในทันที 2). ถ้าไม่เข้าใจให้กลับไปดู ข้อ 1. เขาถูกยิงเสียชีวิตเมื่อเวลา 21.30 นาฬิกา วันที่ 21 มิถุนายน 2547 ด้วยอาวุธปืนกว่า 10 นัด ภายหลังลงจากรถโดยสารที่เพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ในการมาพบคณะอนุกรรมการ ปราบปรามการทุจริต วุฒิสภา เรื่องข้อพิพาทที่ดินสาธารณะ - เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย แต่ไม่สามารถ ขยายผลไปสู่กลุ่มผู้จ้างวานที่ลงขันฆ่านายเจริญฯ ได้ ขณะนี้คดีกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล
  4. นางพักตร์วิภา เฉลิมกลิ่น แม่บ้านอนุรักษ์ปกป้องชุมชนจากท่าทราย จ.อ่างทอง ในฐานะรองประธานชุมชนบ้านหัวกระบือ ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เป็นแกนนำคัดค้านการก่อสร้างท่าเทียบเรือขนทรายของ นายทุนผู้ประกอบการบ่อทรายจากกรุงเทพฯ ซึ่งมีภรรยานักการเมืองดังของจังหวัด คอยหนุนหลัง ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2547
  5. พระ สุพจน์ สุวโจ อายุ 39 ปี (อายุพรรษาการบวช 13 พรรษา) พระนักพัฒนาและอนุรักษ์ลุ่มน้ำฝาง ผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาและรักษาสิ่งแวดล้อม จ.เชียงใหม่ เดิมท่านสังกัดวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ทุกวันนี้พื้นที่ลุ่มน้ำแม่ฝางมีสวนส้มอยู่ถึง 2๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ครึ่งหนึ่งของสวนส้มเป็นพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก โดยกฎหมายเอื้อมมือไปไม่ถึง - ที่ผ่านมาบุคคลเหล่านี้ได้ใช้กำลังเข้าไปตัดฟันต้นไม้ แผ้วถางทำลายป่าบาง ส่วนในสวนเมตตาธรรม และยึดเอาไปขายให้กับคนนอกพื้นที่เพื่อปลูกสวนส้มอย่าง หน้าตาเฉย

พระสุพจน์และกลุ่มพุทธทาสศึกษาได้พยายามปกป้องผืน ป่าจากการถูกบุกทำลายหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ หลายครั้งที่พระไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ ดำเนินคดีกับผู้บุกรุก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้คนเหล่านี้ไม่ได้ มิหนำซ้ำยังเหิม เกริมส่งนักเลงบุกเข้ามารุมกระทืบผู้ดูแลสถานปฏิบัติธรรมจนได้รับบาดเจ็บ สาหัส

ผลพวงของสงครามปราบปรามยาเสพติดในปี 2546

ข้อมูลของ สำนักงานตำรวจแห่ง ชาติระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิต 2,596 คน เกี่ยว ข้องกับยาเสพติด 1,164 คน ไม่เกี่ยวข้องยาเสพติด 1,432 คน

ความรุนแรงที่ภาคใต้ 2547 - ปัจจุบัน

28 เมษายน 2547 เหตุการณ์มัสยิดกรือแซะ จังหวัดปัตตานี ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการสังหารของเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหาร 107 คน และเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 คน

25 ตุลาคม 2547 เหตุการณ์ ตากใบ จังหวัดนราธิวาส ที่มีผู้เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจในขณะที่ถูกลำเลียงไปโรงพักถึง 78 คน รวมกับที่ถูกยิงเสียชีวิต 6 คน เป็น 84 คนในวันเดียว พวกเขาเป็นคนไทยเช่นกัน

2 กรกฎาคม 2553 มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ออกแถลงการประณามการใช้ความรุนแรงที่ภาคใต้ ว่านับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 4,000 ราย บาดเจ็บกว่า 7,000 คน มีภรรยาม่าย 2,000 คน ต้องรับผิดชอบเด็กกว่า 5000 คน ภายในระยะเวลาเพียง 6 ปี วิถีการจัดการที่ภาคใต้ด้วยวิถีทหารและความรุนแรง ไม่ทำให้เหตุการณ์สงบ และยังสูญเปล่างบประมาณของรัฐรวมกันว่า 145,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าใช้งบนี้ไปกับการพัฒนาภาคใต้โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม ก็อาจจะทำให้สถานการณ์ความรุนแรงผ่อนคลายได้กว่าการใช้งบไปกับทหารและอาวุธ

แล้ว ยังมีอีกกี่สิบ กี่ร้อย กี่พัน หรือกี่หมื่นชื่อที่ตกลงเพราะผลพวงแห่งการปราบปรามนักต่อสู้เพื่อความเท่า เทียมและเพื่อประชาธิปไตย ที่ไม่มีใครรับรู้ และจดจำ

กระชากหน้ากากฆาตกร: เปิดคำฟ้อง 294 หน้าของสำนักกฎหมายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนอ่านวาระประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของนปช.แถลงข่าวที่ญี่ปุ่นว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศกล่าวหาว่า อภิสิทธิ์มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อคดีการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ในการสั่งการปราบปรามสังหารหมู่เสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตย ในระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 (ภาพข่าว:รอยเตอร์)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2554


ที่มา Nipaporn Freedom

31 ม.ค.54 โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม แถลงข่าวสดจากญี่ปุ่น โดยมีสื่อมวลชนญี่ปุ่นเข้าฟังอย่างคึกคัก ถ่ายทอดทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นและไทยซึ่งคาดว่าจะมีสื่อมวลชนจากทั่วโลกนำไปแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เกาหลี และอื่นๆ ต่อจากนี้ เนื้อหาในการแถลงข่าว สรุป

@ เมื่อคืนนี้ 31 ม.ค.54 สนง.ทนายความอัมสเตอร์ดัมได้ส่งคำฟ้องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว โดยมีรายละเอียดชัดเจนว่า ระหว่างการประท้วงของคนเสื้อแดงเมื่อเดือน เม.ย.และ พ.ค.ปีที่แล้ว ได้มีการใช้กระสุนจริงในการสลายการชุมนุมอย่างชัดเจนและมีการยิงฆ่าอย่างมีหลักฐานชัด โดยได้แบ่งความผิดเป็นข้อๆ ดังนี้

1.กองทัพจงใจสลายการชุมนุมเข่นฆ่าประชาชน โดยเฉพาะแกนนำ เมื่อ 10 เมษายน

2.กองทัพจงใจสลายโดยเข้าสลายจากทุกจุดพร้อมกัน จงใจปิดล้อมจงใจฆ่าหมู่ไม่มีช่องทางให้หนีออกไปได้
3.เมื่อไม่สำเร็จก็ใช้สไนเปอร์ิยิงจากระยะไกล มีการใช้สไนเปอร์อย่างเป็นทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีคำสั่งให้ใช้สไนเปอร์เป็นทีมตั้งแต่ 10-19 พ.ค.

4.การใช้อาวุธต่างๆ ได้มีหลักฐานวิดิโอทั้งหมด ซึ่งเป็นวิดิโอจากกองทัพ

5.กรณีชายชุดดำ รัฐบาลพยายามบอกว่าชายชุดดำคือคนเสื้อแดง แต่ไม่เคยจับชายชุดดำได้เลยแม้แต่คนเดียวทั้งที่มีภาพข่าวและหลักฐานทางโทรทัศน์มากมาย

6.มีหลักฐานและพยานมากมายว่าผุ้ชุมนุม ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ

7.การทำลายล้างโดยทหารและ ศอฉ. เกิดขึ้นจริง และมีการทำลายหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดโดยรัฐฯ (เช่นที่วัดปทุมฯ ทีทุบพื้น เทปูรอบโบสถ์ลบรอยกระสุนทิ้งทั้งหมด)

8.มีหลักฐานในมือแล้วว่าคนเผาตึกเซ็นทรัลเวิร์ล ไม่ใช่คนเสื้อแดง เป็นชายชุดดำที่เตรียมการ ทั้งชุดและอุปกรณ์อย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือ

9.การพิจารณาคดีในประเทศไทยนั้น ยาวนานเกินไป และหยุดนิ่งมานานเกินควรแล้ว
http://www.go6tv.com/


@ ดูการถ่ายทอดสด ได้ที่ช่อง Asia Update
http://www.asiaupdate.tv/live

@ อ่านรายละเอียดการคำบรรยายฟ้องได้ที่นี่ค่
http://www.scribd.com/doc/47833346/Red-Shirts-Application-to-the-International-Criminal-Court-to-Investigate-Crimes-against-Humanity-in-Thailand

โผล่แล้ว ทหารเอี่ยวพันธมิตรปลุกกระแสคลั่งชาติ


โดยทีมข่าว ไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2554
หลายประเทศเริ่มทลายพรมแดนและทุบกำแพงที่กางกั้นประชาชนออกจากกัน โดยเฉพาะต้นแบบที่ยุโรป ที่คนกว่า 500 ล้านคนเคลื่อนย้ายไปมาระหว่าง 27 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า และแทบไม่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

เมืองไทยอย่ายอมให้พวกล้าหลังพันธมิตรคลั่งชาติ ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี จับมือกับทหารหัวโบราณที่อยู่แต่ในกะลาครอบ มายุยงปลุกปั่นให้ไทยทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน

ประเทศไทยต้องสลายเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการไปมาหาสู่กัน และการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ทั้งด้านการค้า วัฒนธรรม และมนุษยธรรม

แต่ม๊อบพันธมิตร "โคตรอภิสิทธิชน" ได้ทำลายการเมืองระบอบประชาธิปไตยไทยมาหลายครั้ง สร้างความรุ่นแรงเพื่อปูทางให้ทหารปฏิวัติในปี 2549 จนทำให้เกิดการหยุดนิ่งของการพัฒนาประเทศมากว่า 5 ปี กำลังจะเรียกร้องให้ทหารหัวโบราณปฏิวัติอีกครั้ง

อย่าเชียวนะ เพราะครั้งนี้ทหารไม่ได้รับดอกไม้ น้ำหวาน และสาวอะโกโก้ แน่นอน . . เราเตือนคุณแล้ว


ที่มา เวบ manager.co.th


เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2554 บนเวทีปราศรัยการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ พล.อ.อ.เทิดศักดิ์ สัจจารักษ์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า เขมรคิดผิดแล้วว่าทหารไทยจะงอมืองอเท้า ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา วันนี้เราให้เกียรติน้องๆ ทหารไทย เราให้เกียรติรัฐบาล ตอนนี้เราเรียกร้องให้รัฐบาลทำ 3 ข้อ ท่านอย่าดีแต่พูดต้องลงมือทำเขมรถึงจะหุบปาก

ตนคิดว่าถึงเวลาที่ต้องพูดกับน้องๆ และรัฐบาล อยากแสดงความรู้สึกของพ่อแม่พี่น้องโดยเฉพาะทหารแก่ๆ อย่างตนว่า รู้สึกอย่างไรที่ไทยกำลังเสียดินแดน รับว่ายังไม่สบายใจต่อการแสดงออกของท่าน ที่ท่านผู้บัญชาการทหารบกมั่นใจว่า “ทหารต้องอยู่อยางมีเกียรติและศักดิ์ศรี”

ต้องขออภัยที่ตนต้องขอพูดว่า ยังไม่เชื่อท่านจนกว่าท่านได้แสดงออกให้กัมพูชายุติการกระทำที่ก้าวร้าวนี้ ทหารเราในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ได้สูญเสียความมีศักดิศรีและความมีเกียรติยศโดยทหารเลวบางคน อย่างกรณียึดพื้นที่คืนที่สถานีโทรคมนาคมที่ปากเกร็ด ทหารเดินออกมามือเปล่าเหมือนโดนถูกปลดอาวุธแล้วอาวุธมันก็เอาไป ที่สี่แยกคอกวัวก็เช่นเดียวกัน ท่านคิดและทำได้อย่างไร เราไม่โทษทหารชั้นผู้น้อย เพราะนายสั่งให้ไปสู้มือเปล่าให้มัดมือไปสู้กับเขา เขาก็ต้องไปเพราะเขาเป็นผู้มีวินัย แต่คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาท่านต้องรับผิดชอบ

วันนี้ไม่ใช่เป็นกรณีคนไทยที่สวมเสื้ออะไรก็แล้ว แต่มันเป็นทหารกัมพูชาที่ก้าวร้าว กล้าข่มขู่ว่าท่านไม่ทำอะไรดีแต่พูดเท่านั้น แล้วจะให้ตนที่เป็นทหารเก่าเชื่อมั่นได้อย่างไร เราไม่ได้คลั่งชาติแต่เรารู้ว่ามีหน้าที่ป้องกันชาติ วันนี้ตนจึงมาบอกน้องๆว่าอย่าพูดเลย ถึงเวลาแล้วเมื่อรัฐบาลไม่ทำคุณต้องทำ

พล.อ.อ.เทิดศักดิ์กล่าวต่อว่า ลำพังแค่ทุบป้ายบนเขาวิหารมันแค่เรื่องขี้เล็บ ส่วนธงชาติถ้าคิดจะทำก็แค่พริบตา ดังนั้น กัมพูชาอย่าได้มาแหยม กองทัพอากาศรู้ดีว่าเครื่องบิน 4 ลำของเขมรมันบินไม่ได้ บินเมื่อไรก็รู้เพราะเรดาร์มันเสีย จะส่งไปซ่อมหนึ่งลำก็ไม่มีเงิน แล้วจะมากำแหงทำไม ส่วนที่มีคนบอกว่ากัมพูชามีจรวดแซม 2 แซม 7 นั้น มันเป็นเครื่องตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ปัจจุบันศักยภาพไม่ต่างจากบั้งไฟแม้จะนำวิุถีด้วยความร้อน เพราะเครื่องบินของเราปัจจุบันมีเรด้าเตือนว่าเราถูกจับด้วยเรด้าของจรวดแซม แล้ว แล้วเราก็มีวิธีทำให้กระสุนมันเปลี่ยนวิถีออกไปทางอื่น ดังนั้นพี่น้องอย่าไปกลัวจรวดของที่เขมร

อีกอย่างเพราะไทยเราก็มีจรวดนำวิถี เราถึงได้รูว่าการดูแลรักษามันยาก ต้องเอาไว้ในห้องแอร์ กัมพูชาไม่มีปัญญาทำห้องแอร์หรอกปล่อยให้ตากแดดตากฝน แล้วเคยเช็คหรือป่าวก็ไม่รู้ว่าจรวดยิงแล้วไปตกที่ไหน ไม่ใช่ยิงแล้วไปตกบ้าน ฮุนเซน แล้วจะมาโทษไทยอีก แต่ของพี่ไทยนะแน่นอนต่อให้ฮุนเซนหนีไปนั่งในส้วม ถ้ารู้ว่าอยู่ในส้วมเราเอาเลเซอร์ไกด์บอมบ์ยิงลงไปมันไปลงตรงโถส้วมเลย ดังนั้น บอกทหารเขมรด้วยหากคิดรบกับคนไทย ไปคิดให้ดีก่อน หากรบแล้วอาจอยู่ในเขมรไม่ได้ อาจเป็นเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะพี่น้องกัมพูชาเขาจ้องอยู่แล้ว หากคนไทยแตะเมื่อไรเขาถีบส่งทันที

พล.อ.อ.เทิดศักดิ์กล่าวถึงนายกฯ รูปหล่อว่า ให้เวลามา 2 ปี เคยชื่นชมและเขียนหนังสือเตือน กล้าๆ หน่อยท่านนายกฯ ถึงวันนี้ไม่เห็นท่านกล้าเลย นอกจากไม่กล้าแล้วยังแสดงความปลอดอีกต่างหาก ไม่เคยมียุคสมัยใดในเรื่องของระหว่างประเทศ ที่ชาติไทยจะดูถูกดูแคลนจากชาวชาติ ซึ่งมันเกิดขึ้นในสมัยของนายอภิสิทธิ การประชุมที่พัทยามีผู้นำอาเซียนมามากมาย สุภาษิตไทยพูดว่า “ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ” แต่นายอภิสิทธิ์ และนายกฯ ฝ่ายความง่อนแง่น ต้อนรับด้วยการให้หนีตายอย่างกับหมูกับหมา ขออภัยที่พูดเช่นนี้เพราะต้องการให้เห็นภาพ จนถึงยุคปราบปรามเสื้อแดงก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไร สั่งให้ทหารปฎิบัติการณ์ไม่ถูกต้องตามยุทธวิธี ทำใหมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อย่าไปโทษทหารอย่าโทษประชาชน ต้องโทษรัฐบาล

“ท่านพูดมามากแล้ว ท่านต้องหยุดพูดกรณี 7 คนไทยถูกจับ พฤติกรรมของท่านไม่ต่างจากพระสวดนั่งอันดับออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคน ไทยรุกล้ำเขมร ตนไม่เชื่อไม่มีผู้นำประเทศใดจะพูดเช่นนี้ พูดไปพูดมาก็ไม่เหมือนกันสักวัน พฤติกรรมอย่างนี้มันหน่อมแน้ม และที่ท่านปฏิเสธข้อเรียกร้องพันธมิตรฯ ว่า มีอำนาจอะไรไปสั่งรัฐบาล ประเด็นนี้ก็เพราะพวกเราเป็นเจ้าของประเทศไง เมื่อพวกท่านไม่ทำเราก็จะไล่ท่านออกไป อย่างไรก็ดี ท่านยังพอมีเวลาหายใจเราจะให้โอกาส ท่านต้องทำอย่าดีแต่พูดเพราะพูดแล้วเราเสียดินแดน พูดแล้วประชาชนเขาไม่ฟังท่าน และเมื่อเขาเบื่อเขาออกมากๆ

ก็ดูเอาอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ มีอำนาจที่สุดที่ประเทศไทยเคยเป็น มีกองทัพตำรวจ ทหาร มีเงินไม่รู้กี่หมื่นล้าน พี่น้องมือตบยังทำจนได้บันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก ไล่คนที่คิดว่าไล่ไม่ได้ออกไปแล้วและไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกหรือไม่

ทังนี้หากนายอภิสิทธิ์หรือรองนายกความง่อนแง่น มั่นใจว่าจะกำจัดพวกเราได้ แนะนำให้เตรียมขนเงินไว้ จะไปประเทศไหนก็เตรียมไว้ แต่ตนเชื่อว่าท่านไม่ได้ไปแน่เพราะคนที่นี่จะไปเอาตัวท่านไว้” พล.อ.อ.เทิดศักดิ์กล่าว

พล.ต.อ.มนัส ครุฑไชยันต์ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ กล่าวว่า มั่นใจว่าแค่กองทัพอากาศกองทัพเดียว ก็สามารถผลักดันเขมรออกไปได้ ทหารอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่นักบิน ได้ข่าวว่าครึ่งวันก็จบ จำเป็นที่จะต้องยกเลิกเอ็มโอยู 43 จำเป็นต้องใช้กำลังผลักดันเพื่อเอาแผ่นดินของเราคืนมา พอกันทีสำหรับเรื่องนี้หากมีเขตแดนชัดเจนแล้วให้เอาทหารกลับแล้วเอาประชาชน ไปอยู่ตลอดเขตแนว เมื่อกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอีกก็ไม่ต้องพูดจากันแล้วจัดการทันที ที่มาพูดตนไม่อยากเด่นอยากดัง ไม่ได้อยากเป็นรัฐมนตรี แต่ต้องมาเพื่อชาติและบ้านเมือง ตราบใดที่สังขารยังอำนวยแม้จะต้องนั่งรถเข็นมาก็พร้อมจะมาร่วมกับพี่น้อง

พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตรองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กล่าวว่า พี่น้องคนไทยที่ออกมาปกป้องชาติวันนี้ป็นสิ่งที่ควรกระทำ ซึ่งเป็นสันดานของคนไทยที่แท้จริงและสันดานของคนไทยควรเป็นเช่นนี้ทุกคน อ้ายอีคนไหนที่กล่าวร้ายเราไม่ต้องไปสนใจมัน มันพยายามเอาความชั่วมาหุ้มห่อหอกแหลมไม่ให้ปักอกมัน ไม่มีวันมึงตายแน่ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้พูดคำหยาบพ่อขุนรามคำแหงสอนอย่างนี้ ตนก็เป็นคนอย่างนี้ไม่ว่าศัตรูหน้าไหนของชาติตนไม่เคยเอาไว้ คนทรยศขายชาติไม่เคยเก็บไว้ให้รกสายตา ฉะนั้น ลมปากของคนชั่วมันก็แค่เศษขี้ตีน ไม่ต้องไปฟังมันเราทำดีต่อไป ทุกคนถือหอกพุ่งหอกไปข้างหน้า ชัยชนะมาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศช่วยเอาประกาศของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา มารัดคอรัฐบาลโดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียบร้อยแล้วจะลงไปดีๆ หรือจะแขวนตัวเองด้วยเชื่อกที่ตัวจะต้องผูกคอตายเอง

“สัจธรรม พลังแห่งคุณธรรม พลังแห่งความจริง ชนะความชั่วความเท็จทั้งปวง เวลาชัยชนะแห่งพวกเรามาถึงแล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แผ่นดินไทยกำลังจะถูกกวาดล้างไปด้วยความดี ความดีจะกวาดล้างความชั่วให้หมดไปจากแผ่นดิน น้องดาว์พงษ์ ตกลงกับพี่ไว้แล้ว อย่าลืมสัจจะนะ” พล.อ.ปรีชากล่าว

บรรยากาศม๊อบที่ผู้จัดการบอกว่าคนล้นหลาม



รายการระดมทุน เป็นเรื่องหลักของม๊อบพันธมิตรเช่นทุกครั้ง งานนี้ม๊อบกิติมศักดิ์ระดมทุนซื้อเกาอี้นั่งสู้กันเลยทีเดียว

ที่มา ยอดรับบริจาคและค่าใช้จ่าย “กองทุนฯ ทวงคืนเขาพระวิหาร” (ตั้งแต่ 21/1/54)