ความเหิมเกริมของ สว.สีน้ำเงิน ๘๙ คน ที่ขึ้นแท่นแถลงประณามหัวหน้าพรรคประชาชน “ยุยง ปลุกปั่น บ่อนทำลายการทำหน้าที่ของ สว.” ว่าเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด และเรียกร้องให้ขอโทษภายใน ๓ วัน ไม่เช่นนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย
เป็นท่าทีแบบ ‘เครื่องหมายการค้า’ ของกลุ่มการเมืองในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะอยู่ในวุฒิสภา สภาผู้แทน หรือองค์กรอิสระต่างๆ นั่นคือปฏิเสธทุกอย่างที่ฝ่ายค้านแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมกับมดเท็จ ใส่ความ หยามหมิ่น ย้อนกลับโดยไม่สมเหตุสมผล
นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ วิป สว.นำแถลงโต้ตอบนายนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หน.ปชน.ว่า ตัวเขาเองมอง ‘สีน้ำเงิน’ คือสีธงชาติไทย ‘ไตรรงค์’ ฉะนั้น “สว. มาเพื่อปกป้องและอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่เรามีหน้าที่ในการดำรงไว้ซึ่งระบอบของพระมหากษัตริย์”
ไม่เท่านั้นคำขู่จะดำเนินการตามกฎหมาย แสดงนัยว่าจะเป็นการฟ้องร้องข้อหา ม.๑๑๒ ตกลงกลุ่ม สว.ที่ฮั้วกันมาผ่านพรรคภูมิใจไทย เป็นคณะบุคคลในพระปรมาภิไธย เหมือนกลุ่มเจ้าจอมหม่อมห้าม และองคมนตรีแล้วหรือ
ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ถูกสรรเสริญเยินยออย่างผิดๆ ว่าได้รับการปกป้องจากกฏหมายห้ามหมิ่นกษัตริย์ และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ สมกับที่ ‘ช่อ’ พรรณิการ์ วานิช แห่งคณะก้าวหน้าตอกกลับอย่างถึงขิงว่า “การพูดถึง ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ และ
การวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของรัฐบาล ตอนนี้เท่ากับเสี่ยง ๑๑๒ แล้วหรือ ตกลงคุณกำลังยกตัวเองเทียบเท่าสถาบันหลักของชาติหรือคะ สีน้ำเงินทุกวันนี้เอาไปเทียบเท่าน้ำเงินธงไตรรงค์แล้วหรือคะ”
ทั้งที่เนื้อถ้อยที่หัวหน้าพรรคประชาชนพูดถึงในโอกาศครบรอบ ๑๒ ปี รัฐประหาร คสช. เมื่อ ๒๒ พฤษภา ว่า “ขบวนการยึดอำนาจไปจากมือประชาชนในยุคสมัยนี้ไม่ได้เบาบางลง แต่กำลังหนักหน่วงและแนบเนียนขึ้น” ทำให้ สว.๘๙ คนเป็นเดือดเป็นแค้นนักหนา
หัวหน้าเท้ง บอกว่า “สังคมการเมืองไทยอยู่ภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่ถือกำเนิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ๖๐” มรดกของการรัฐประหาร ในการเลือก (กันเองไขว้ไปไขว้มา) เมื่อปี ๒๕๖๗ พบว่า ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.กลุ่มใหญ่ “เชื่อมโยงและมีสายสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทย”
บทความจาก ‘CALL – เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ’ ชี้ให้เห็นว่านอกจากพรรค ภท.จะอยู่เบื้องหลังการได้ สว.เป็นกอบเป็นกำ โดยมี “มีหลักฐานเป็นพยานบุคคลและหลักฐานเส้นทางการเงินที่มาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)” แล้ว
พรรคภูมิใจไทยยังทำการ “วางบุคคลที่ไว้วางใจเข้าไปดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร” กับการที่ สว.สีน้ำเงิน “ให้ความเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่างน้อย ๓๓ ตำแหน่งจากทั้งหมด ๔๒ ตำแหน่ง”
คำกล่าวของหัวหน้าเท้ง ว่าภายใต้ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ เป็นการกินรวบทั้งหมด ทั่วทุกองคาพยพของการเมืองไทย จึงไม่ใช่คำกล่าวลอยๆ “ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ” ตามที่วิป สว.กล่าวหาแต่อย่างใด
(https://www.facebook.com/BBCnewsThai/posts/VFADTjJEV, https://www.facebook.com/groups/196935563038068/?multi_permalinks และ https://www.facebook.com/CALLforDemocracy/posts/SRM3bR)
