วันพุธ, ธันวาคม 30, 2563

โพสต์ไม่เก่าไม่ใหม่ “เชื่อวิษณุ ชาติพ้นภัย” : นักการเมืองที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย (ฮ่า)



The Isaander is at ทำเนียบรัฐบาลไทย Government House of Thailand.
September 22, 2019 · Bangkok, Thailand ·

วิษณุ เครืองาม : นักการเมืองที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
---
ปัจจุบัน บนโลกอินเตอร์เน็ต ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ผู้ได้เป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย เมื่อวัย 35 ปี
ถูกครหาจากคนขี้อิจฉาในอินเตอร์เน็ตว่า “บิดาแห่งการยกเว้น” บ้างก็ว่าท่านเป็น “นักบิดกฎหมาย” หรือให้ฉายาที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คือ “นักแถในตำนาน” แต่อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า อาจารย์ท่านไม่ได้รู้สึกสะทกสะเทือนใดๆ
ด้วยความที่อยู่ในวงการการเมืองมานาน ผมเชื่อว่า ท่านมีความแข็งแกร่งทนทานเพียงพอ และน่าจะรู้ดีว่า การถูกตำหนิ ติฉิน ต่อว่า เหน็บแนม เป็นเรื่องธรรมดาสามัญของพื้นที่ที่ท่านเหยียบยืนอย่างยาวนานพื้นที่นี้ ที่ที่ท่านเองยืนเด่นมาแล้วเกือบ 2 ทศวรรษ แม้จะไม่เคยต้องลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งขันกับนักการเมืองคนอื่นๆ เลย
พูดได้ว่า ประสบการณ์การเมืองของดร.วิษณุนั้นห่างชั้นกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้งตัวท่านมาเป็นรองนายกรัฐมนตรีอยู่หลายขุมเสียอีก และด้วยความเก๋านี้เอง ทำให้เราไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นดร.วิษณุหงุดหงิด โวยวาย อย่างที่เรามักเห็นจนคุ้นหู คุ้นตา จากนายกรัฐมนตรีช่างเจรจาผู้นั้น
และด้วยความสามารถอันเต็มเปี่ยมนี้ ทำให้ไม่ว่า ดร.วิษณุ อยู่กับรัฐบาลไหน ก็สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นอาวุธสำคัญได้ ขณะเดียวกันก็สามารถทำหน้าที่เป็นเกราะกำบัง คุ้มภัยให้กับรัฐบาลได้เช่นกัน
เอาแค่เฉพาะรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ ถ้าท่านผู้อ่านไม่ได้สมองเสื่อมเข้าขั้นอัลไซเมอร์ ก็น่าจะจำได้ว่า อาจารย์วิษณุนี่แหละ คือ คนที่ออกมาทำหน้าที่รักษาตำแหน่งให้กับใครต่อใครในรัฐบาลที่ผ่านมา หลายครั้ง หลายครา
จากหลายกรณีที่ สื่อมวลชนพยายามทำตัวเป็นอีแร้ง เข้ารุมทึ้งรัฐบาลที่มีสภาพร่อแร้ ใกล้ตายเต็มแก่ พุ่งเข้าใส่ด้วย คำถามทางจริยธรรม หรือยกข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด โดยรู้เท่าถึงการณ์ หรือไม่ถึงการณ์(อาจจะแค่บ้านโป่ง) ต่างๆ นานา บางอย่างมาโจมตี
แต่ก็มีเพียง ชายสวมแว่นแน่นกฎหมายคนนี้เท่านั้น ที่ก้าวออกมารับหอก ดาบ ฉาบ ฆ้อง กระบองกระบี่ ตอบคำถามที่ยากจะหาใครตอบได้ และช่วยเปลี่ยนสถานการณ์อันย่ำแย่จวนพ่ายแพ้ ให้กลับมามีแต้มต่อพออยู่ได้ ครั้งแล้ว ครั้งเบียร์
และ สำหรับ อาจารย์วิษณุ เมื่อถูกเหน็บแนม กระแนะกระแหน จี้ปม หรือกระทบกระเทียบ โดยฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะ ถูกโจมตีด้วยข้อเท็จจริงเป็นเอกสาร หรือคำพูด ท่านก็สามารถหลุดรอดการโจมตีครั้งแล้ว ครั้งเล่ามาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยการใช้หลักเหตุผลที่ยากจะหาใครในประเทศนี้เทียมเทียบ นี่คือ ความเก่งกาจของนักการเมืองท่านนี้
เพื่อยืนยันว่า การเยินยอของเราไม่ใช่เรื่องเกินเลย เราจึงขอนำตัวอย่างความฉลาดเฉลียวบางส่วนของอาจารย์วิษณุมาให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น สถานการณ์ในสภาเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ที่อดีตอาจารย์วิษณุ ถูกอดีตอาจารย์ ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.ฝ่ายค้าน พรรคอนาคตใหม่ ทวงถามกึ่งเสียดสี ด้วยการยกข้อความจากหนังสือ “หลังม่านการเมือง” ที่อาจารย์วิษณุเป็นผู้เขียน มาตั้งคำถามย้อนเกล็ด จุดยืนทางหลักการด้านกฎหมายของอาจารย์วิษณุ
“นายกฯท่านอื่นๆ จะใช้วิธีอ่านทีละวรรค ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีพิมพ์ลงบัตรแข็งซึ่งดูปลอดภัยกว่าการจำ เพราะจะไม่ผิดพลาด ขืนท่องจำผิดๆถูกๆ ตกคำว่า และ คำว่า หรือ ไปซักตัวก็อาจต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ได้ถวายสัตย์ฯครบถ้วนหรือยัง จะยุ่งเปล่าๆ”
ข้อความข้างต้นที่ปิยบุตรยกมานี้ เป็นความเห็นเกี่ยวกับการถวายสัตย์ปฏิญาณ ที่อาจารย์วิษณุเคยระบุอย่างชัดเจนว่า การกล่าวคำสัตย์ต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าตกหล่นเพียงแค่บางคำ อาจทำให้เกิดปัญหาจนน่าหวั่นใจ
โดย สิ่งที่ปิยบุตรทำในครั้งนี้ คงพยายามที่จะเปรียบเทียบความเห็นในอดีตของอาจารย์วิษณุ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพื่อชี้ให้เห็นความไร้หลักการทางกฎหมายของตัวอาจารย์วิษณุเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระทำที่ไม่เจียมเนื้อเจียมตัวของปิยบุตรแล้ว เขายังกล้าที่จะตั้งคำถามที่ไม่สมควรจะถามกับอาจารย์วิษณุด้วยว่า
“ท่านทำงานในทำเนียบรัฐบาลมาเกือบ 2 ทศวรรษ ท่านทำงานกับคณะรัฐมนตรีมา 11 ชุด กับนายกรัฐมนตรี 8 คน ด้วยสถานะเช่นนี้ ทำให้ตัวท่านรองนายกรัฐมนตรี มีโอกาสเข้าร่วมการถวายสัตย์ปฏิญาณหลายครั้งหลายหน… ผมขออนุญาตถามท่านว่า ท่านเคยเห็นนายกรัฐมนตรีคนใดทำแบบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาหรือไม่ แล้วท่านเห็นว่า ทำได้หรือไม่อย่างไรตามรัฐธรรมนูญ” ปิยบุตร 'เด็กเมื่อวานซืน' ถามประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อฝากต่อไปถึง วิษณุ ที่นั่งอยู่ไม่ห่างกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นวันพุธ แสดงให้เห็นถึงความไร้กาลเทศะ ของนักการเมืองหน้าใหม่สไตล์เกาหลีผู้นั้น เพราะ โดยมารยาทแล้ว การที่จะให้อาจารย์วิษณุ ซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ชี้ความเหมาะสมของการกระทำ โดยนายกรัฐมนตรีที่มีฐานะเป็นหัวหน้า ดูจะไม่เหมาะ ไม่ควร เท่าไรนัก
และแม้ว่า หลักฐานของปิยบุตรจะแข็งแรง แน่นหนา จนคนธรรมดาน่าจะดิ้นไม่หลุด แต่ด้วยความสามารถด้านภาษาไทยใกล้เคียงราชบัณฑิตยสถาน ความเป็นเลิศด้านกฎหมายอันเอกอุ และความปราดเปรื่องของสมองที่แต้มเต็มไปด้วยรอยหยัก อาจารย์วิษณุก็สามารถตอบโต้ นายปิยบุตรอย่างคมกริบ จนปิยบุตร ต้องสงบปาก สงบคำ สิ้นแรงเถียง
“ผมจะไม่กราบเรียนครับ ว่าถ้อยคำที่ท่านนายกฯอ่าน และทุกคนกล่าวตามนั้นมีว่าอย่างไร และผมก็ไม่ทราบว่า เบื้องหน้าเบื้องหลังของการอ่านไปตามนั้น และแค่นั้น เป็นเพราะเหตุใด แต่ตรงนี้ จะอธิบายได้ด้วยคำกลางๆรวมๆ เพียงประโยคเดียวเท่านั้นที่ไม่อาจจะขยายความต่อไปอีก นั่นก็คือ การถวายสัตย์ปฏิญาณนั้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์” ท่านวิษณุ ตอบกลับ อย่างชัดเน้น
“แล้วต่อมายังมีพระมหากรุณาพระราชทานพระราชดำรัสทุกคำมายังรัฐบาลอีกด้วยซ้ำไป ได้มีพระราชกระแสรับสั่งว่า ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ คณะรัฐมนตรีรับพระราชกระแสนี้ใส่เกล้าใส่กระหม่อม ไม่ต้องตีความครับ แต่ถือว่านี่คือพระบรมราชานุญาต” อาจารย์วิษณุ ขยายความ คล้ายกับต้องการจะย้ำให้ชัดว่า ปิยบุตรควรจะหยุดแค่นี้
แน่นอนอยู่แล้วว่า อาจารย์วิษณุ เป็นผู้มีวัยวุฒิ และคุณวุฒิ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำเรื่องผิดมารยาท เช่นการชี้ว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้กระทำลงไปนั้นผิด หรือขัดต่อกฎหมาย เพราะแน่นอนว่า อาจารย์ท่านย่อมรู้สถานะของตัวเองดี และรู้ว่า เวลานี้ควรจะช่วยจบข้อครหาต่างๆ ที่มุ่งโจมตี ผู้นำประเทศคนนี้เสียที
ถ้าท่านยังไม่เชื่อในความสามารถของอาจารย์วิษณุ เราขออนุญาต ยกตัวอย่างเพิ่มเติม ในคราวที่คุณดอน ปรมัติวินัย อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาทางกฎหมาย เมื่อพบว่า ภรรยาของตนเองถือหุ้นในบริษัทเอกชนเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำให้อาจเข้าข่ายขัดต่อมาตรา 187 ของรัฐธรรมนูญ
และเมื่อถูกทวงถามหาความรับผิดชอบ ด้วยการลาออกจากตำแหน่ง อดีตเจ้ากระทรวงบัวแก้ว ผมสีดอกเลาผู้นั้นกลับกล่าวผ่านสื่อทำนองว่า “ถ้าจะถามหาสปิริต ให้ไปหาจากนักกีฬา” ซึ่งนอกจากคำตอบนี้จะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังก่อให้เกิดกระแสตีกลับจากอินเตอร์เน็ตอย่างมหาศาล
จนทำให้ อาจารย์วิษณุ ต้องออกมาแก้สถานการณ์อีกครั้ง โดยนอกจากจะเป็นการตอบคำถามสื่อมวลชน เพื่อปกป้องรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลของตนเองแล้ว การตอบคำถามในครั้งนั้นของอาจารย์ ยังแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา และมนุษยธรรม เพราะ แม้หลักฐานในกรณีดังกล่าวจะค่อนข้างชัดเจน แต่แทนที่อาจารย์วิษณุจะชี้แจงประเด็นนี้ด้วยหลักกฎหมาย แล้วหลงลืมความเป็นคน อาจารย์กลับตอบคำถามกฎหมายที่เจือความห่วงใยเอาไว้อย่างแนบเนียน
“บังเอิญว่าภรรยาของคุณดอนมีมรดก จึงได้นำมาตั้งบริษัทกับพี่น้องภายในครอบครัว และถือหุ้นกันเองภายในพี่น้อง 7 คน โดยไม่มีคนอื่น ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แล้วหุ้นนี้ของบริษัทนี้ไปดำเนินการทำคอนโดมิเนียมดูแลเก็บค่าเช่าเองเป็นบริษัทครอบครัว ไม่ได้ค้าขาย ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นพูดถึงความสุจริต เราก็พอจะมองเห็น”
และอีกครั้ง ที่ดอกเตอร์วิษณุ เผยอีกด้านของความดีงามในตัว คือครั้งที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปร่วมงานสัมมนากับพรรคพลังประชารัฐ ในขณะที่ลุงป้อมยังไม่ได้มีพันธะผูกพันใดๆในฐานะสมาชิกพรรค จนเกิดข้อครหาว่า ท่านอาจละเมิดกฎหมายว่าด้วยการเป็นคนนอกที่เข้าครอบงำพรรค ตามมาตรา 28 ของรัฐธรรมนูญ
ครั้งนั้น ดอกเตอร์วิษณุ ผู้จัดเจนข้อกฎหมาย เลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นอะไรต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะถูกตั้งคำถามจากสื่อมวลชน เพราะท่านน่าจะรู้ดีว่า หากต่อความยาว สาวความยืด อาจเป็นเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ ท่านจึงเลือกที่จะ “ไม่ตอบ” ในประเด็นที่ไม่ควรตอบ ซึ่งทำให้เราแน่ใจได้ว่า ท่านตระหนักถึงความหมายที่แท้ของสุภาษิต “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” ดีกว่า ตัวท่านประวิตร หรือแม้กระทั่งบิ๊กตู่เองด้วยซ้ำ
นั่นแหละครับท่านผู้อ่าน ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ ของความฉลาดหลักแหลมของปราชญ์ทางกฎหมายท่านนี้เท่านั้น แต่เพียงแค่นี้ ก็น่าจะทำให้ท่านวิษณุ มีสถานะอยู่ในระดับเทียบเท่ากับ จอห์น ล็อก หรือแทบจะทำให้ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษร ตราบเท่าที่ชายผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ เพราะ มหาบุรุษท่านนี้เปรียบเสมือนตู้หนังสือกฎหมายเคลื่อนที่อยู่แล้ว
การพลิกแพลงวรรคตอน สร้างคำ สร้างประโยคใหม่ ของอาจารย์ นอกจากเป็นการประกาศศักยภาพด้านภาษาแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดติดกับหลักการ เหตุผล หรือความเชื่อเดิมๆที่ตัวอาจารย์เองเคยมี มันแสดงให้เห็นว่า อาจารย์ไม่ได้จ่อมจมกับหลักเหตุผลที่หมดอายุในอดีต และไม่เคยแม้แต่จะสนใจว่า ในอดีตที่ผ่านมา ตัวท่านเองเคยพูดว่าอะไร
มันคือเครื่องยืนยันอันชัดเจนว่า คนเก่งอย่างอาจารย์วิษณุมุ่งสนใจเพียงปัจจุบันสมัยเท่านั้น ด้วยแนวคิดเช่นนี้ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ท่านจึงสามารถพูดหรือให้เหตุผลที่ต่างจากสิ่งที่ท่านเคยพูดในอดีตโดยสิ้นเชิงได้ สามารถเสนอแนวคิดใหม่ที่ขัดแย้งกับแนวคิดเดิมๆของตัวเองอย่างคนละขั้วได้ ทั้งยัง อธิบายความได้อย่างชัดถ้อย ชัดคำ ไม่มีเคอะเขินใดๆอีกด้วย
ดังนั้น หลายสิ่งที่อาจารย์วิษณุได้กระทำลงไปในประวัติศาสตร์การเมือง จึงสามารถเรียกในทางวิชาการได้ว่า ความลื่นไหลทางภาษา และอุดมการณ์
และ “ความลื่นไหลทางภาษา และอุดมการณ์” นี้คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ที่แสดงให้เห็นว่า อาจารย์วิษณุ เป็น สัตว์ที่มีวัฒนาการอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี ทั้งยังมีสัญชาติญาณการเอาตัวรอดเต็มเปี่ยม
ท่านสามารถทานทนกับสภาพบรรยากาศการเมืองที่แปรเปลี่ยน สามารถเปลี่ยนสี และแอบแฝงอำพรางตัวได้อย่างเป็นเลิศ หาใครเปรียบเทียบเทียมได้ จนเราสามารถพูดได้เต็มปากว่า นักการเมืองน้ำดีคุณสมบัติเพียบพร้อม ชื่อ วิษณุ เครืองาม จะยืนเด่นในสนามการเมืองต่อไปอีกนานเท่านาน
ความจริงแล้ว ถ้าหากจะให้เราเอ่ยถึงความดีงามของท่านวิษณุ เราเชื่อว่า กระดาษซักหนึ่งรีมก็น่าจะไม่เพียงพอ ภาษาไทยทั้งพจนานุกรมก็คงจะบรรยายสรรพคุณอันมากล้นของท่านไม่ไหว เอาเป็นว่า เราอยากจะให้ท่านรู้เพียงว่า “เชื่อวิษณุ ชาติพ้นภัย” นะครับนะ
#TheIsaander #Isaan #Isaannews #อีสานเด้อ #อีสาน #ข่าวอีสาน #ดิอีสานเด้อ #วิษณุเครางาม #เหย #วิษณุครางงาม #เห่ย #วิษณุคนงาม #เห้ย #วิษณุเครืองาม #เห๊ย #ถูกแล้ว #ดีที่สุดในจุดที่ยืน #ความลื่นไหลทางหลักการ #เดินดินกินข้าวแกง #ข้ามสมุทร #เอาเวลาไหนไปเขียนหนังสือ
อ่านเรื่องอีสาน : https://www.theisaander.com/

https://www.facebook.com/theisaander/photos/a.2221809098148453/2339262309736464/

"จตุพร" จ่อยุบ นปช. (จะขึ้นบกก็ไป แต่ทำไมต้องจมเรือเขา)

Yingyot Kansorn
December 27 at 8:04 PM ·

“พี่ตู่” จะเดินสายให้เสียเวลาทำไมครับ !!
พี่แค่ประกาศ ผ่านรายการของพี่ ว่า #ขอลาออก จาก “ประธาน นปช.” และลาออกจากความเป็น “นปช.” ในส่วนตัวของพี่ไปสิครับ...
#คนเสื้อแดง !! เป็นแล้ว มันก็ติดตัวอยู่แบบนั้น ไม่อยากเป็น “ก็ลาออกไป” นปช. !! เป็นแล้วก็เป็นเลย เช่นกัน ไม่อยากเป็น ก็ลาออกส่วนตัวไป
พี่จะถือ วิสาสะ อะไรมายุบองค์กร นปช. พี่ไม่มีสิทธิ์ครับ พี่ก็แค่เป็นกลไกหนึ่งขององค์กรเท่านั้น
#ขอบคุณครับ ที่มีส่วนสร้างองค์กรนี้ขึ้นมาจนเข้มแข็ง แข็งแรง .... โชคดีกับเส้นทางที่พี่เลือกนะครับ !!

Anurak Jeantawanich
5h ·
จตุพรมามุขใหม่บอกยุบนปช.เพื่อส่งต่อภารกิจให้นักศึกษา ขอโทษนะครับ ผมเห็นนักศึกษาออกมาชุมนุมตั้งหลายเดือนและคนเสื้อแดงก็เข้าร่วมชุมนุมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนักศึกษาจนโดนคดีกันไม่รู้กี่คนแล้ว คือคุณจตุพรอย่าฝืนเลยครับ มวลชนเขาขอให้คุณลาออกเคลียร์เงินบริจาคให้แกนนำคนอื่นสานต่อ #เรื่องง่ายๆอย่าทำให้ยุ่งยาก #ยุบเพื่อใครครับ

Lamongkol Passakorn
12h · 
หลัก 3 ประการ ที่ใช้เป็นเหลักการพิจารณา เหตุผลในการเคลื่อนไหวมวลชน ซึ่งคุณจตุพรได้เคยพูดเอาไว้อยู่บ่อยครั้ง ก็คือ
"มีเหตุผล ได้ประโยชน์ รู้ประมาณ" ี
ที่กำลังทำอยู่นี่ วิญญูชนก็เห็นได้ว่า ขัดต่อหลักการทั้ง 3 ทั้ง 100 %
"ไม่่มีเหตุผล ไม่ได้ประโยชน์ ไม่รู้ประมาณตนเอง"...

Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว
8h ·
จตุพร พรหมพันธุ์ บอก ข้อเรียกร้องของ นปช. โค่นอำมายตยาธิปไตย (ไพร่-อำมาตย์) ล้าหลังไปแล้ว หากเทียบกับข้อเรียกร้อง (ทะลุเพดาน) ของกลุ่ม ‘ราษฎร’ ส่วนตัวจึงเห็นว่าควรยุติองค์กร นปช. เพื่อเป็นการส่งมอบภารกิจให้กลุ่มราษฎร ให้คนหนุ่มสาวสานต่อภารกิจ
.
ก่อนหน้านี้ จตุพร กล่าวถึงความเห็นส่วนตัวว่าควรยุติองค์กร นปช. ครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 63 โดยบอกว่า จะเดินสายพูดคุยกับแกนนำ และระบุว่า จะรอให้ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พ้นกำหนดโทษ (ถอดกำไลอีเอ็ม) จึงจะพูดคุยกับณัฐวุฒิซึ่งจตุพรเห็นว่าควรจะมายุติองค์กรด้วยกัน
https://fb.watch/2GQvqnyh-k/

ชัย ทรงชัย
จะขึ้นบกก็ไป แต่ทำไมต้องจมเรือเขา

เรื่องอุ้มหายของ วันเฉลิม ดังเป็นข่าวในสื่อนอก



A Thai dissident was kidnapped. When police had no answers, his sister began to investigate


By SHASHANK BENGALI
DEC. 29, 2020
Los Angeles Times

SINGAPORE —

Sitanan Satsaksit kneeled outside her brother’s apartment building, her eyes lowered in prayer beneath a wide-brimmed hat. As she tried to reconstruct the events of that evening six months earlier, she heard his distressed voice in her head.

They had been chatting on the phone, she back in their native Thailand and he in his adopted home of Cambodia. An outspoken democracy activist and satirist, 38-year-old Wanchalearm Satsaksit was among more than 100 Thai dissidents who had fled into exile following a 2014 military coup.

He told her he was buying meatballs outside his high-rise in Phnom Penh, the capital, when she heard a commotion, a series of bangs and shouts. Then came his plaintive cry, repeated again and again: “I can’t breathe.”

They were his last words before the line went dead.


Sitanan Satsaksit, sister of missing Thai activist Wanchalearm Satsaksit, speaks outside the Cambodian Embassy in Bangkok in August. (Lillian Suwanrumpha / AFP/Getty Images)

Witnesses told local journalists they saw Cambodian-speaking men bundle the slight, bespectacled Wanchalearm into a dark blue Toyota Highlander and drive off along the riverside road. But authorities in Cambodia and Thailand have reported no progress in the investigation.

Human rights groups believe his kidnapping was part of a pattern of politically motivated disappearances in Southeast Asia, where authoritarian governments have often helped one another target dissidents in exile.

And so Sitanan found herself on a street corner outside the Mekong Gardens apartment building in early December, holding a basket of offerings as a trio of Buddhist monks scattered sacred water and prayed for Wanchalearm. She had

traveled to Phnom Penh to conduct her own investigation, meet with her brother’s associates, press police for answers and testify before a judge in a desperate and lonely search for justice.

“I was waiting for this opportunity for six months,” she said. “So as difficult as it was, it was also a relief, and happiness, to come to Phnom Penh.”


Sitanan Satsaksit hands an offering to a monk during a Buddhist ceremony at the site of her brother Wanchalearm’s disappearance. (Chor Sokunthea / AFP/Getty Images)

The abduction has taken on added significance amid seismic political events in Thailand this year. Pro-democracy protests have called not only for an end to the military-dominated government but also for limits on the powers of the monarchy, an astonishing display of defiance in a country where the king is supposed to be revered, and criticizing him is a criminal offense.

A popular activist who campaigned for gender and LGBTQ rights with sharp and sometimes bawdy humor, Wanchalearm joined the “red shirt” political movement allied with former Prime Minister Yingluck Shinawatra. After the military ousted Yingluck in 2014, the junta issued a warrant for Wanchalearm’s arrest.

He fled to neighboring Cambodia, where for the next six years he continued to denounce the military online — most recently in a Facebook video mocking the former army chief and current prime minister, Prayuth Chan-ocha. It was posted June 3, the day before his abduction.

Throughout the summer and into the fall, demonstrators held up posters of Wanchalearm, making him a symbol of the military’s failure to ensure political rights.

His name was spray-painted on Bangkok street corners and trended on social media, bringing the issue of missing dissidents into the national conversation for the first time.

Since 2016, eight Thai activists have disappeared from exile in Laos or Vietnam. In December 2018, two were found floating in the Mekong River along the Laotian border, their faces mashed and bodies stuffed with concrete.

All were wanted in Thailand on criminal charges related to criticism of the government or monarchy. In each case, including Wanchalearm’s, Thai authorities have denied involvement.

“This is a spine-chilling message that there is no safe place for critics of the monarchy,” said Sunai Phasuk, a Bangkok-based researcher for Human Rights

Watch. “Even those who escape from Thailand to other countries are still within the reach of brutal repression.”

But what was different about Wanchalearm’s abduction is it took place in broad daylight, in view of witnesses and security cameras, offering a sliver of hope that he could be found — or his captors brought to justice.

“Thailand has a very good operation with disappearances — you never find anything, anything at all,” said Pornpen Khongkachonkiet, who heads the Cross Cultural Foundation advocacy group and accompanied Sitanan to Cambodia. “This time, there is a lot of evidence if the authorities want to look at it.”

It remains unclear if they will.

The day after Wanchalearm went missing, a Cambodian police spokesman said he believed the reports to be “fake news.” Weeks later, the Cambodian government told a United Nations working group on enforced disappearances that it had no knowledge of the abduction and no record that Wanchalearm was even in the country.


Security camera footage shows an SUV leaving the spot where Thai activist Wanchalearm Satsaksit was abducted in Phnom Penh, Cambodia. (Cross Cultural Foundation)

In August, the government reported that the police investigation was coming up empty. Wanchalearm wasn’t listed as a resident at his apartment building, so authorities continued to question whether he’d lived there. The license plate of the Toyota SUV seen in security footage was missing from official records, and interviews with three people “confirmed that there were no reports of abduction in the said area.”

The Thai government maintained that it had no jurisdiction over the incident and would wait for Cambodia to finish its investigation. The U.N. working group said it was “alarmed” by Thailand’s position.

At her home in the northern Thai province of Ubon Ratchathani, Sitanan grew increasingly frustrated.

She had helped raise her brother, nine years her junior, although she avoided politics and had long pleaded with him to tone down his commentary. From time to time he’d send Sitanan pictures of men he believed were watching him in Phnom Penh.

In mid-May, police visited his mother at her rural home to discuss his activities, prompting him to curse the officers in his next video.

Yet he refused to seek asylum in the West like other prominent Thai dissidents, and seemed determined to make a life in Cambodia.

He launched a series of small businesses, including a stall selling Thai papaya salad, but each failed. At one point, he and Sitanan traveled to Africa in the hope of starting a commercial banana farm in Cambodia, but that fizzled too.

“He never knew about money,” Sitanan said. “He was always focused on activism.”

She hired a Cambodian lawyer to file a lawsuit in Phnom Penh, then pushed for the opportunity to submit evidence. In October, the judge issued her with a summons, and on Nov. 10, Sitanan, Pornpen and two Thai lawyers flew to Cambodia.


A Thai activist holds up a picture showing the last words activist Wanchalearm Satsaksit was heard speaking when he was kidnapped. (Sakchai Lalit / Associated Press)

After two weeks in COVID-19 quarantine, the group hit the streets, hoping to collect more information to jump-start the case. They found that Thais who knew Wanchalearm were reluctant to meet in person, fearful for their safety. Police denied their request to enter his apartment. Witnesses refused to talk.

But the team managed to track down Wanchalearm’s roommate, a Cambodian who went by “Ricky,” who said he and Wanchalearm were both at home June 4. That morning, a pale-looking Wanchalearm turned to his roommate and said, without explanation: “Ricky, I am gonna die. I am gonna die.”

Pornpen, a veteran advocate in missing persons and torture cases, said their research made it clear that Wanchalearm was targeted for his political views.

“He had no other enemies, no one was after him in Cambodia,” she said. “He didn’t borrow money to go to the casinos. He had no personal conflict at all.

Sitanan compiled the roommate’s account, Wanchalearm’s bank details, photographs and other documents demonstrating his presence in Cambodia into a 177-page dossier and carried it into the Phnom Penh Municipal Court on the morning of Dec. 8. For an hour and a half, Judge Sin Sovannroth heard her testimony and asked questions through her Cambodian lawyer and a translator.

Afterward, she told reporters that her evidence should be more than enough for the judge to forward the case to a trial court.


Sitanan Satsaksit arrives at Phnom Penh Municipal Court in Cambodia on Dec. 8. (Heng Sinith / Associated Press)

In private, she was less confident. A day earlier she had met a senior police official involved in the case who said he had still seen no evidence that Wanchalearm was kidnapped.

“My conclusion was that these two institutions — the courts and the police — have still done almost nothing on the investigation,” she said.

Amnesty International sharply criticized Cambodian authorities for “glaring

inadequacies” that raised doubts “about whether they are acting in good faith.” The government’s treatment of its own critics offers little hope that the inquiry will suddenly pick up steam.

Prime Minister Hun Sen, in power for 35 years, has locked up dozens of political prisoners and hounded opposition leaders with criminal charges. Last year, a Cambodian opposition politician living in Thailand was attacked with a stun gun in an attempted abduction in suburban Bangkok.

The Thai and Cambodian governments have also collaborated

in the forcible return of exiled dissidents, in likely violation of international laws. In 2018 Thailand secretly extradited an exiled Cambodian, Rath Rott Mony, who served a two-year prison term for involvement in a documentary on child sex trafficking that angered Hun Sen’s government.

“We fear that the authoritarian governments of Southeast Asia are exchanging

opposition activists with each other,” said Somchai Homlaor, one of the lawyers who traveled with Sitanan. “For Wanchalearm’s case I don’t think it’s an issue of capability in Cambodia, but of willingness to bring the perpetrators to justice.”

Back in Thailand, Sitanan said she would continue to press for justice, once she concludes another 14-day quarantine at the end of December.

“I don’t know what I will do next, except that I will keep going forward,” she said. “I will keep working to find the truth of what happened to my brother.

ใครมีเครื่องบินของจริงตั้งโชว์ในสวนหลังบ้านยกมือขึ้น!!!



ข้ารักเจ้า
December 27 at 10:59 PM ·

ใครมีเครื่องบินของจริงตั้งโชว์ในสวนหลังบ้านยกมือขึ้น!!!
.
การปรับปรุงพระที่นั่งอัมพรสถานเป็นบ้าน ๙๐๔ เป็นงานระดับอภิมหาโปรเจกต์ ทุบรื้อพระราชวังโบราณร้อยปีทำบ้านพัก (ที่ไม่ได้พัก) สุดแหวกแนว จุดที่ฮือฮาสูงสุดก็หนีไม่พ้นการนำเครื่องบินการบินไทย โบอิ้ง-737 มาจอดไว้ในสวนหลังบ้านของตัวเองเล่นๆ ซึ่งคุณ Andrew ได้วิเคราะห์ไว้ว่าเป็นเครื่องบินลำที่ทำให้ได้พักรบพบรักกับราชินี (องค์ปัจจุบัน) นี่เอง
.
แต่นั่นมันข่าวเก่าไปแล้ว ...
.
สิ่งที่เราอยากนำเสนอก็คือ การปรับปรุงบ้านของเจ้าเป็นงานใหญ่ขนาดที่ว่ากรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เจ้าภาพดูแลงาน ถึงกับต้องตั้งหน่วยงานย่อยมารองรับโดยเฉพาะ ในชื่อ “สำนักก่อสร้างและปรับปรุงหมู่พระที่นั่งอัมพรสถาน”
.
งานนี้ยังเป็นงานช้างสำหรับงบประมาณชาติไทย โดยเอกสารงบประมาณแสดงให้เห็นว่าโครงการ ”ก่อสร้างปรับปรุงอาคารในเขตพระราชฐาน” มีมูลค่ารวมถึง 21,438,781,400 บาท กินเวลายาวนาน 15 ปี (สิ้นสุดปี 2567)
.
โดยตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปีงบประมาณ 2563 ใช้เงินไปแล้ว 13,739 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2564 ขอเงินทำงานต่ออีกขำๆ 1,700 ล้านบาท และยังประเมินว่าจะใช้เงินอีกปีละ 2,000 ล้านบาทในปี 2565 2566 และ 2567
.
ใครผ่านหน้าบ้านท่าน หรือดูจากรูปนี้ก็รู้ว่ายังสร้างไม่เสร็จ จึงต้องขอเงินทำงานกันต่อไป แต่ว่าเวลาเขียนผลการดำเนินงานนั้นก็เขียนเหมือนว่าเสร็จสิ้นไปตั้งนานแล้ว ก็ไม่รู้ใครเล่นละครหลอกใครอยู่ ไม่รู้ว่าลิงตัวไหนหลอกเจ้า หรือใครกำลังหลอกฟันเงินภาษีของประชาชน
.
ตัดภาพมาในอีกกิจกรรมหนึ่ง กรมโยธาฯ วางกรอบเงิน 1,504 ล้านบาท ในปี 2564 เพื่อพัฒนาเมืองและชุมชนให้เป็นเมืองน่าอยู่ ปลอดภัย และรองรับการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ...
.
ข้ารักเจ้า จริงๆๆๆๆๆๆๆ เคนะ

https://www.facebook.com/carrakjao/posts/110190164316232

วาระสุดท้ายพระเจ้าตาก ยังทรงห่วงไพร่



Matichon Book - สำนักพิมพ์มติชน
December 27 at 9:00 PM ·

วาระสุดท้ายพระเจ้าตาก “สิ้นบุญพ่อแล้ว อย่าให้ยากแก่ไพร่เลย”
.
วันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี นับเป็นวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2310) พระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรีเพียงพระองค์เดียว
.
สำนักพิมพ์มติชนขอนำเนื้อหาวาระสุดท้ายพระเจ้าตาก จากหนังสือ “ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่” ของ คริส เบเคอร์ และ ผาสุก พงษ์ไพจิตร มาให้นักอ่านได้รับรู้เรื่องราวก่อนการสิ้นพระชนม์ โดยมีเนื้อหาดังนี้
.
นายบุญมา เป็นผู้เดียวจากตระกูลขุนนางอยุธยาเดิมที่ได้ร่วมขบวนกับสมเด็จพระเจ้าตากสินที่จันทบุรี หลังจากนั้นได้กลายมาเป็นแม่ทัพที่เก่งกาจและมากประสบการณ์ที่สุดของพระองค์ นำทัพไปตีล้านนา ลาว และเขมร หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงตั้งมั่นที่กรุงธนบุรีแล้ว นายบุญมาได้นำนายทองด้วง พี่ชายผู้ไม่ได้มีตำแหน่งที่อยุธยา แต่ที่ราชบุรีได้แต่งงานกับบุตรสาวของตระกูลดังที่นั่น ให้เข้ามาร่วมด้วย นายทองด้วงก็ประสบความสำเร็จเป็นแม่ทัพเช่นน้องชายและได้ตำแหน่งเป็นเจ้าพระยาจักรี ราว พ.ศ. 2320
.
ทองด้วง (เจ้าพระยาจักรี) มีบทบาทขึ้นเป็นผู้นำของกลุ่มผู้ดีเก่าในบรรดาขุนนางดั้งเดิมซึ่งไม่สบายใจกับวิถี “วิปริต” ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมากขึ้น แทนที่จะหยุดยั้งอิทธิพลของนายทองด้วงที่เพิ่มขึ้น สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงรับธิดาของเขาเป็นพระมเหสี เมื่อธิดาของเขาประสูติกาลพระราชโอรส พระองค์อาจจะพระราชทานยศที่สูงขึ้นแก่นายทองด้วง แต่พระองค์ก็คงลงโทษโบยนายทองด้วงด้วยเมื่อพ่ายแพ้สงครามดังที่เกิดกับขุนนางคนอื่นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน และทรงให้โบยภรรยาของเขาด้วยเมื่อเป็นโทษ ภายหลังจากที่คณะสงฆ์แตกแยกกันในปี พ.ศ. 2322 -2323 กลุ่มของเจ้าพระยาจักรีแน่ใจว่าต้องสกัดสมเด็จพระเจ้าตากสินและวางแผนรัฐประหาร
.
พ.ศ. 2324 บุญมาและเจ้าพระยาจักรีนำทัพไปตีเขมร เมื่อกำลังจะเดินทัพกลับสู่กรุงธนบุรี หลานชายของเจ้าพระยาจักรีที่เป็นเจ้าเมืองโคราชเดินทางเข้ากรุงธนบุรีอย่างเงียบเชียบเพื่อเตรียมการรัฐประหาร สถานการณ์ยุ่งยากเมื่อพระยาสรรรค์นำอีกกลุ่มหนึ่งกระทำการรัฐประหารเข้ายึดกรุงธนบุรีได้ในคืนเดียว
.
สมเด็จพระเจ้าตากสินไม่ได้ต่อสู้แต่อย่างใด ทรงยอมแพ้แก่ฝ่ายกบฏด้วยพระราชดำรัสว่า “สิ้นบุญพ่อแล้ว อย่าให้ยากแก่ไพร่เลย” ทรงขอชีวิตและออกผนวชที่วัดแจ้ง 28 วันหลังจากพระยาสรรค์รัฐประหาร เจ้าพระยาจักรียกทัพกลับมา และตั้งศาลซึ่งตัดสินว่า “มุขมนตรีทั้งหลายพร้อมกับกราบทูลว่า พระเจ้าแผ่นดินละสุจริตธรรมเสีย ประพฤติการทุจริตเช่นนี้ ก็เห็นว่าเป็นเสี้ยนหนามหลักตออันใหญ่อยู่ในแผ่นดิน จะละไว้มิได้ ควรจะให้สำเร็จโทษเสีย”
.
อีก 150 คน เป็นโทษประหารรวมทั้งพระยาสรรค์และพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายชายในสมเด็จพระเจ้าตากสิน แต่บางพระองค์รอดไปได้ รวมทั้งพระราชโอรสประสูติแต่ธิดาเจ้าพระยาจักรี คำอธิบายเหตุการณ์ที่ให้แก่เมืองบรรณาการกล่าวว่า “เทพยดาก็บันดาลให้เจ้าแผ่นดินก่อนประพฤติทุจริตผิดบูราณราชประเวณี ก็เกิดฆ่าฟันกันเอง ล้มตายพินาศฉิบหายปกป้องครองแผ่นดินมิได้”
.
วิกฤติความพ่ายแพ้ พ.ศ. 2310 (เสียกรุงฯ ครั้งที่ 2) สมเด็จพระเจ้าตากสินรุ่งขึ้น เป็นคนนอกของชนชั้นนำดั้งเดิม และได้สยบผู้ท้าชิงที่มาจากชนชั้นนำทุกกลุ่มทุกพวก การปกครองของพระองค์ย้อนรอยไปยังกษัตริย์-นักรบสมัยสมเด็จพระนเรศวร รวมถึงการเมืองของความจงรักภักดีผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างเจ้าเมืองใหญ่และเจ้าเมืองเล็ก อันเป็นการปกครองที่มีพื้นที่ไม่มากนักให้แก่กลุ่มขุนนางซึ่งได้เจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นใจและทรงอำนาจตลอดช่วงร้อยปีก่อน และได้ขัดกับแนวคิดว่าด้วยวิถีประพฤติปฏิบัติอันเหมาะอันควรของกษัตริย์ พอดีพอร้ายอาจทำให้เครือข่ายของตระกูลภายในกลุ่มชนชั้นนำดั้งเดิมวางแผนรัฐประหารเพื่อฟื้นฟูอิทธิพลของกลุ่มดังที่เคยเป็นมา
.
ทว่าเสียกรุง พ.ศ. 2310 เป็นจุดแตกหักสำคัญ ผู้ปกครองต่อมาไม่ได้ฟื้นฟูสยามมากเท่ากับก่อร่างสร้างสยามขึ้นมาใหม่ที่กรุงเทพฯ
.
ข้อความจากหนังสือ : ประวัติศาสตร์อยุธยา ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่
ผู้เขียน : คริส เบเคอร์, ผาสุก พงษ์ไพจิตร
สั่งซื้อได้ที่นี่ https://cutt.ly/4gOGBGW
.
.
#ประวัติศาสตร์อยุธยา #ห้าศตวรรษสู่โลกใหม่ #matichonbook


ว่าว... อุตสาหกรรมประมงยุคใหม่ ใช้กระชังหุ่นยนต์ กับ AI อุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ถูก Disrupted แน่นอน !!



Sommas Lertwatanakul
Yesterday at 5:55 AM · Haikou, China ·

จำได้ไหมครับ ข่าวที่บริษัทเลี้ยงปลาแซลมอนในนอร์เวย์ มาจ้างเมืองจีนให้สร้างกระชังหุ่นยนต์เลี้ยงปลาขนาดยักษ์ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 110 เมตร สูงกว่า 70 เมตร มีปริมาตรในการเลี้ยงได้มากถึง 250,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างเสร็จแล้วก็ใช้เรือลากจูงขนาดใหญ่ ลากข้ามน้ำข้ามทะเล หลายพันกิโลเมตรไปส่งที่ประเทศนอร์เวย์ ปรากฎว่าใช้ดิบใช้ดีมาก .. เมืองจีน เลยบอกว่า ไม่ได้แล้ว เราก็จะต้องทำใช้เองบ้าง (โดยการ copy จากสิ่งที่ฝรั่งมาจ้างทำ นั่นแหล่ะครับ) โดยมีแผนจะสร้างนิคมเลี้ยงปลาที่ใช้ฝูงกระชังยักษ์ แถวๆ นอกชายฝั่ง เกาะไห่หนาน หรือ ที่คนไทยเรียกว่า เกาะไหหลำ ... อีกทั้งยังมีแนวคิดจะเลี้ยงปลาแซลมอน แถวๆ นอกชายฝั่งเมืองชิงเต่า ที่อยู่ทางตอนเหนือ อีกด้วย
.
ถ้าเทรนด์นี้ระบาดไปทั่วโลก .. ต่อไปเราจะได้เห็น อาณาจักรการเลี้ยงปลาด้วยฝูงกระชังหุ่นยนต์ ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในการดูแลปลา ที่อาจจะมา Disrupt หรือ ล้มล้างอุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ก็เป็นได้ ?!?!
.
เทคโนโลยีหุ่นยนต์กระชังเลี้ยงปลาที่จีนสร้างขึ้นมานี้ มีระบบเซนเซอร์ตรวจวัดในกระชังกว่า 20,000 เซนเซอร์ สามารถทำให้ลอยเท้งเต้งในทะเลเปิด โดยจะลอยไปลอยมาเพื่อให้ปลาได้รู้สึกเหมือนกับว่ายน้ำจริงๆ หรืออาจจะฝังสมอเพื่อให้มันลอยในบริเวณที่ควบคุม โดยเจ้ากระชังนี้จะมีระบบอัตโนมัติในการให้อาหาร และดูแลสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง เฝ้ามองการเจริญเติบโตของปลา และยังสามารถกำจัดปลาที่ตายในกระชังออกไปด้วย โดยกระชังบางชนิด มีระบบเฝ้าระวัง สามารถเคลื่อนที่หลบพายุ ไปยังบริเวณที่ปลอดภัยได้ด้วย มันมีความกว้างถึง 110 เมตร สูง 80 เมตร มีความจุ 250,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถเลี้ยงปลาแซลมอนได้ 1.5 ล้านตัว ในเวลา 14 เดือน สำหรับเลี้ยงในเขตน้ำเย็นทางตอนเหนือของจีน .. ส่วนปลาที่จะเลี้ยงแถวทะเลจีนใต้นั้น ยังไม่ทราบว่าเป็นปลาอะไรนะครับ
.
ว่ากันว่า การลงทุนครั้งนี้ จะทำให้เกิดรายได้มากถึง 100,000 ล้านบาท และสร้างงานใหม่ในห่วงโซ่มูลค่าใหม่อันนี้ได้ 10,000 ตำแหน่ง
.
และที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ กระทรวงเกษตรของจีน มีเป้าหมายจะสร้างนิคมเลี้ยงปลาในทะเล ขึ้นมาให้ได้ 178 แห่ง ภายในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งจะทำให้จีนสามารถผลิตอาหารทะเลได้จำนวนมาก แข่งกับอุตสาหกรรมประมงแบบเดิม
.
ถ้าวันนั้นมาถึง ... อุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ก็ถึงคราวถูก Disrupted อย่างแน่นอน !!
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ...
— feeling fantastic at Haikou City , Hainan Island.

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10224727609404500&set=a.2881347359675

กษัตริย์กาต้า ทรงพระเจริญ กาต้า ประเทศที่รวยที่สุดในโลก ชีคของเขามีทรัพย์สินแค่2พันล้านดอลล่า อยู่อันดับ8 "ทุกคนที่อยู่ในกาต้า ไม่ต้องกลัวนะ เราจะไม่ปล่อยให้ใครอดอยาก..."



Poon Pizzy
December 9 at 8:47 PM ·

เป็นอีกวัน ที่อิชั้นเบิกเนตรอีกครั้ง

กาต้า ประเทศที่รวยที่สุดในโลก ชีคของเขามีทรัพย์สินแค่2พันล้านดอลล่า อยู่อันดับ8เองหรอ

ก็เนี่ยยย ก็ชีคเล่นให้เงินเดือนประชาชนเดือนละ400,000 แถมไม่เก็บภาษีเงินได้บุคคล รถไฟฟ้าใต้ดินที่หรูหราโอ่อ่าก็ไม่ใช่เงินประชาชนเลย แถมค่ารถโดยสารก็ถูกมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่แสนแพง ตอนนี้เริ่มมีรถแทรมวิ่งแบบออสเตรเลียแล้วนะ แน่นอนประชาชนไม่เคยต้องจ่ายอะไร

ตอนกาต้าโดนแบนจากซาอุ อิชั้นก็ยังอยู่ที่นั่น ทุกคนกักตุนอาหารกันสุดฤทธิ์ เพราะสินค้าส่วนใหญ่นำเข้าทั้งนั้น ก็เมืองทะเลทรายอ่ะเนาะ

ปรากฎว่า ไม่มีนมหรอ ประเทศรอบข้างไม่ขายให้หรอ... ได้! นำเข้าวัวมาเองจากเยอรมัน4,000ตัว ขนโดยเครื่องบิน สร้างฟาร์มเอง ผลิตเอง ไม่มีหญ้าให้วัวกินหรอ ได้! นำเข้าจ้า ขาดอะไร นางสร้างเองหมด สร้างจนตอนนี้มีทุกอย่างที่เขาแบน จะกดดันทางการเมืองชั้นหรอ ชีคกาต้าโนสนโนแคร์ค่ะ

ตอนนั้น ชีคออกมาพูด ว่า
"ทุกคนที่อยู่ในกาต้า ไม่ต้องกลัวนะ เราจะไม่ปล่อยให้ใครอดอยากจากเรื่องการเมืองหรอก"

โอ้โหว กรูที่สายเลือดไทย100%ลุกขึ้นยืนปรบมือเลยจ้าาา ภาวะผู้นำมาเต็มเปี่ยม ได้ใจคนทั่วประเทศ


อ่ะลิงค์ข่าว
https://tbsnews.net/.../top-10-richest-monarchs-world-145333
https://www.bbc.com/news/business-40578167

https://scroll.in/.../a-businessman-is-flying-4000-cows...

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10208079556383496&set=a.1588422527279


วันอังคาร, ธันวาคม 29, 2563

ปีหน้าฟ้าเดิมนี่ละ ม็อบเยาวชน "จะมีมุขเด็ดๆ ออกมาไม่รู้เหือด"


ขณะที่รัฐบาล เวรี่กู้ ของ ตู่ไม่รู้ล้ม(ฉายานักข่าวตั้งให้สำหรับปี ๖๓) กำลังงุ่มง่ามอยู่กับปัญหาบ่อนแพร่โควิด ชนิดมีป้ายขึ้นกลางเมืองระยอง บอกถ้าหาบ่อนไม่เจอให้เปิด ‘Google Map’ ดูสิจ๊ะเธอว์ ม็อบเยาวชนหรือม็อบคณะราษฎร ก็พัฒนาไปอีกขั้น

ช่วงสามสี่วันที่ผ่านมาปรากฏป้ายประท้วงใหญ่บ้างเล็กบ้าง โผล่ในยามค่ำคืนตามสถานที่สาธารณะเส้นทางสัญจร สะพานข้ามแม่น้ำ สะพานข้ามถนน และเสาไฟฟ้า ในเรื่องความลักลั่นของทางการในมาตรการสู้โควิดระลอกใหม่ ไปจนถึงรณรงค์ยกเลิก ม.๑๑๒

และที่อาจหาญและหวาดผวากว่าเคยก็เป็นปรากฏการณ์ของ ตราสังข์ ศพห่อผ้าเปื้อนเลือดแขวนอยู่บนที่สูง อย่างน้อยๆ สามแห่งแล้ว คือที่สะพานพุทธยอดฟ้า สะพานข้ามแยกอโศก และสะพานข้ามทางวิภาวดี มีป้ายชื่อติด สุรชัย ดีเจซุนโฮ และนวมทอง

เป็นการประท้วง อุ้มหายในลาว สุรชัย แซ่ด่าน และอิทธิพล สุขแป้น เมื่อสองปีก่อน กับการแขวนคอตายประท้วงรัฐประหารของลุงขับแท็กซี่ นวมทอง ไพรวัลย์ เมื่อ ๑๔ ปีที่แล้ว ล้วนสื่อสารถึงอำนาจเหนือนิติธรรมทำลายล้างผู้เห็นต่าง อย่างแจ่มแจ้งกว่าการปราศรัยในม็อบ


ถึงอย่างนั้น เหล่านี้ก็ยังเป็นอานิสงค์อันเกิดจากม็อบเกือบรายวันตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ในเมื่อแม้แต่ห่อศพตราสังข์ก็ยังสื่อความหมายถึงความจำเป็นต้องแก้ไข (หลังๆ นี่มีคนพูดถึงว่า ไม่แก้แต่ให้ยกเลิก กันแล้ว) กฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ ที่ห้ามดูหมิ่นกษัตริย์

การนำกฎหมายนี้กลับมาใช้อีกในลักษณะเป็น ชนักปักหลังบรรดาแกนนำนักกิจกรรมเยาวชนและคณะราษฎร ๖๓ ประทังเวลา ไม่รีบดำเนินคดี (ห้ามประกัน) ไม่รีบตัดสินส่งไปเข้าคุก ด้วยโทษ ๓-๑๕ ปี แต่ละกรรม ก็ยังเป็นวิธีจัดการที่สากลโลกรับไม่ได้

ในวาระใกล้จะถึงวันขึ้นปีใหม่ ใคร่ชวนให้ย้อนกลับไปดูชั้นเชิงและไหวพริบในการจัดชุมนุมประท้วงของเหล่าเยาวชน อันทำให้ประชาชนโดยรวม ตาสว่างรวมทั้งบรรดาประชากรประเภท สลิ่มโรคที่ไม่มีวิธีแก้เว้นแต่จะได้รับการยกเครื่องสมอง

ถึงวันนี้พวกหลงใหลเพ้อฝันในสิ่งที่ เขาหลอกให้ ว่าสายพันธุ์อัลไตล้ำเลิศด้วยบุญญาบารมีแห่งบรรพบุรุษของเจ้าผู้ครองนครโบราณ แล้ววันนี้จะไปดวงจันทร์ แต่ยังต้องรอวัคซีนป้องกันโควิดให้ เขาจัดให้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นนะ สยามไบโอไซแอนซ์ น่ะ

พวกเขารู้แล้วว่าประชากรคนรุ่นใหม่ไม่ได้กินหญ้า หรือกินเผือกกินมันที่ทั่น ชั่ง ให้ พวกทั่นจะแถอย่างไรก็ไปไม่รอดในท้ายที่สุดนะ ขอบคุณ ไอลอว์ที่รวบรวมกลเม็ดเด็ดพรายของม็อบเยาวชน เอาไว้เป็นกรณีศึกษาสำหรับต่อยอดโอกาสหน้า

เชื่อว่าปี ๒๕๖๔ จะมีมุขเด็ดๆ ออกมาไม่รู้เหือด และซับซ้อนยิ่งกว่านี้ การที่จะเอาคำสั่งภาวะฉุกเฉินมาตะครุบ เอา ป.อาญามาตรา ๑๑๒ มาครอบ เอา ม.๑๔ กฎหมา ยคอมฯ มากระตุก ไม่อยู่หรอก เพราะความคิดอ่านคนรุ่นใหม่มีแต่จะ ก้าว ไปข้างหน้า


หนึ่งในกลยุทธ์ของม็อบเยาวชน เพื่อหลบลี้อำนาจบังคับของ พรบ.การชุมนุมฯ ที่ให้ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนการชุมนุมอย่างน้อย ๒๔ ชั่วโมง ที่ขอนแก่น กลุ่ม ดาวดินสามัญชน ก็ไปแจ้งขออนุญาตชุมนุมไว้ล่วงหน้าเป็นเวลายาว ๑ ปี

โดยบอกว่าต่อนี้ไปจะจัดชุมนุมทุกวันเสาร์ ในลักษณะเหมือนจัด ตลาดนัด มีกิจกรรมหลากหลาย ร้องเล่นเต้นรำ และอภิปราย ติดป้ายโฆษณา ซึ่งไม่มีข้อห้ามใดๆ อยู่ในกฎหมายฉบับปี ๒๕๕๘ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เลย เอิ่ม งั้นก่อนวันชุมนุมแต่ละอาทิตย์โทรแจ้งหน่อยนะ

อีกกลเม็ด ในการชุมนุมของกลุ่มราษฎร นัดรวมตัวกันส่งจดหมายถึงพระมหากษัตริย์ ซึ่งช่วงนี้เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน ตำรวจทั้งหมายตาและหมายหัวแกนนำต่างๆ หลังจากที่มีการประกาศข้อเรียกร้อง ๑๐ ประการในการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์เมื่อต้นสิงหา

ผู้ชุมนุมก็ใช้ รถซาเล้ง ติดเครื่องขยายเสียงเป็นแกนนำ โดยแจ้งผ่านเพจ เยาวชนปลดแอกก่อนกำหนดชุมนุมสักชั่วโมงครึ่ง ว่าให้ผู้ชุมนุมคอยจับตารถซาเล้งสีแดง ซึ่งจะทำการสื่อสารแทนแกนนำตลอดการชุมนุม พอถึงเวลาก็ปรากฏรถซาเล้งสีแดงสี่คัน

อีกยุทธวิธีที่ต้องยกนิ้วให้กับ ม็อบเค้าก็คือการ แกงอันนี้ศัพท์สะแลงเอี่ยมอ่อง เกิดจากพวกน้องๆ รุ่นนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากตำรวจชักห่าม เด็กนัดชุมนุมที่ไหนก็จะขนกำลังกับเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม แท่งแบริเออร์ รถเมล์และคอนเทนเนอร์ ไปดักรอตั้งแต่ไก่โห่

ด้วยสมรรถนะของเท็คโนโลยี่สื่อสาร ม็อบเด็กสามารถ จรยุทธ์กันได้อย่างแคล่วคล่อง (คนเป็นพันเป็นหมื่นนี่ละ) เช่น พอเครื่องกีดขวางขึ้นตำรวจโผล่ เพจม็อบก็แจ้ง “ด่วน! พบแกงหม้อใหญ่กลางแยกราษฎร์ประสงค์ เพราะวันนี้เขาย้ายไปแยกปทุมวันแล้วนะรู้ยัง?”

ม็อบย้ายไปปทุมวันแล้วตำรวจขนเครื่องกีดขวางตามไม่ทัน คำว่า แกง เลยกลายเป็น โค้ดลับ หมายถึง หลอกให้เชื่อไปในตำนาน คอยดูแล้วกันว่าหลังปีใหม่ จะมี ตำนาน ราษฎรปลดแอกเพิ่มอีกไม่รู้จบ ตราบเท่าที่เผด็จการยังไม่ พินาศ สันตะโร

(https://www.facebook.com/iLawClub/photos/bps.a.10150540436460551/10164822282665551, https://freedom.ilaw.or.th/blog/mobinnovation2020 และ https://twitter.com/weeranan/status/1343716034683961345)

#โควิด19 เรื่องเศร้าๆ ความยากลำบาก หญิงชรา ชายหนุ่ม หมอ บนสะพานลอย


นพ.ทศพร เสรีรักษ์
13h ·

#โควิด19 หญิงชรา
ชายหนุ่ม กีตาร์
ผม สะพานลอย
ผมนั่งรถเมล์สาย A1
มาลงแถวโรงเรียนหอวัง
เดินขึ้นสะพานลอยข้ามถนน
มาที่ฝั่งปตท.
มองไปบนสะพาน
เห็นสุภาพสตรีสูงอายุท่านหนึ่งนั่งถือถ้วยกระดาษพนมมือ
ไกลออกไปเป็นเด็กหนุ่มกำลังเล่นกีตาร์
ผมเดินมาถึงหน้าคุณป้า
เราสบตากัน
ผมหยุดเดิน
วางเป้สะพายหลัง
แล้วนั่งลงข้างๆท่าน
คุณป้าบอกว่าอายุ 70 กว่า
บ้านเดิมท่านอยู่บุรีรัมย์ซึ่งตอนนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว
ท่านเข้ามาทำงานที่กรุงเทพนานแล้ว
หลังสุดทำงานในแผงขายอาหารเล็กๆ
ได้ค่าแรงวันละ 150 บาท
ตอนนี้โควิดระบาดอีกละลอกหนึ่ง
ร้านอาหารไม่มีคนกิน
ต้องปิดร้าน
ก็ไม่มีคนจ้างไม่รู้จะทำอย่างไร
ก็เลยต้องมานั่งขอความช่วยเหลืออยู่บนสะพานลอย
ผมนั่งคุยให้กำลังใจท่าน
มอบความช่วยเหลือให้ท่าน
แล้วก็ลุกเดินต่อ
“เกิดมาไม่เคยเจอใครเหมือนเธอ
หลับฝันละเมอภาพเธอคอยหลอนทุกคืน”
เสียงเพลงของหนุ่มน้อยคลอไปกับเสียงกีตาร์
ข้างหน้าเขาเป็นกล่องกีตาร์
ในกล่องมีเหรียญและธนบัตรอยู่บ้าง
น้องบอกว่ากำลังเรียนอยู่ใช้เวลาว่างมาหาเงิน
ผมวางธนบัตรใบหนึ่งลงบนลงในกล่องกีตาร์ แล้วเดินต่อไป
คุณป้าอายุใกล้ 80 อาจจะเหลือเวลาอีกไม่มากนัก
หนุ่มน้อยอายุ 20 ต้นต้นยังเหลือเวลาอีกมากมาย
พลังชีวิตคุณป้าน้อยลงทุกที
ขณะที่หนุ่มน้อยเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
เบื้องหน้าคุณป้ามีคงมีความมืดมนอนธการ
ข้างหน้าหนุ่มน้อยอาจจะยังมีมีแสงสว่าง
เราคงต้องส่งเสริมสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวของเรา
มีความสามารถมากขึ้นมีความรับผิดชอบมากขึ้น
ขณะเดียวกันก็ต้องช่วยดูแลผู้ทุกข์ยาก
ให้มีชีวิตในบั้นปลายที่ดี
มีห้องหับให้หลับนอน มีอาหารอิ่มท้อง
มีเสื้อผ้าที่สะอาด มีสุขภาพดีและมียารักษาเมื่อเจ็บป่วย
เอาเงินมาใช้ให้ถูกทาง
ให้ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา
น่าจะดีกว่า คนละครึ่ง
ดีกว่า ชวนกันเที่ยว
ดีกว่า ชวนกันหยุด
“หลับลงทีไรอยากนอนไม่ยอมตื่น
ก็ทุกค่ำคืนรอเธอที่ปลายฟ้าไกล
ก็ได้แต่เพ้อแต่ฝันลมๆ
......................................”
ผมค่อยๆเดินห่างออกไปทีละก้าว
เสียงเพลงเบาลงๆๆๆๆ
เจอกันที่ปลายฟ้าไกล ครับ
รักนะครับ
เพลง ซมซาน เสกโลโซ ครับ



ระยองไม่มีบ่อนโว๊ย ! อดีต สว.ระยอง คงทนไม่ไหว เขียนแฉเรื่องติดเชื้อโควิด-19 ในบ่อน


Headache Stencil
8h ·
ระยองไม่มีบ่อนโว๊ย!


วรวรรณ ธาราภูมิ
13h ·

อดีต สว.ระยอง เขียนเรื่องติดเชื้อโควิด-19 ในบ่อน คงทนไม่ไหวแล้ว....
———————————————-
วิถีเทพบ้านสวน #เรื่องโควิดเมืองระยอง ณ ปัจจุบัน
ระยองนับได้ว่าเป็นเมืองที่ติดเชื้อโควิดแบบแปลกประหลาดที่สุดในประเทศไทย
โควิดที่ระบาดอยู่หลายๆจังหวัดทั่วประเทศเวลานี้ล้วนมีความเชื่อมโยงกับตลาดอาหารทะเลที่สมุทรสาคร ซึ่งมีสมมติฐานกันว่ามาจากแรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองมาทำงานอยู่กันเป็นชุมชนใหญ่ที่นั่น แม้กระทั่งการระบาดใหญ่จากปาร์ตี้บิ๊กไบค์จากแหล่งที่อันดามันกระบี่ก็เชื่อมโยงกับตลาดที่สมุทรสาคร
ที่ว่าแปลกคือ โควิดที่ระยองไม่เกี่ยว ไม่มีความเชื่อมโยงกับตลาดสมุทรสาครเลย
ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองแถลงข่าวเป็นทางการล่าสุดว่าระยองมีการติดเชื้อทั้งหมด 37 ราย มี 1 รายตรวจพบที่ กทม.
นับเป็นการติดเชื้อที่ กทม. ไม่ใช่ระยอง
1 รายนี้ยกไว้ ขอไม่กล่าวถึงแต่อีก 36 รายที่ผู้ว่าฯ เองรับว่าติดมาจากบ่อน
การพนันผิดกฎหมายในเมืองระยองนี่แหละ (มันไม่ถูกอยู่แล้วเพราะกม.ห้าม)
.... เรื่องมันเป็นอย่างนี้ ...
บ่อนใหญ่ที่เคลียร์หน้าเสื่อได้เรียบร้อย จะมีอยู่ 2 บ่อน ในเมือง (บชส.เก่า) กับมาบตาพุด โดยมีเจ้าของใหญ่คนเดียวกัน
หุ้นส่วนบ่อนที่มาบตาพุดนั้นกระเจิดกระเจิงแพแตกมาจากบ่อนพัทยา (นาย พ.กับ ม.) มาอาศัยบารมีเจ้าของบ่อนใหญ่ในเมืองระยอง
ประกอบกิจการต่อในลักษณะหุ้นส่วนกัน ด้วยการเคลียร์เบ็ดเสร็จทุกฝ่าย ทุกระดับ
กิจการดำเนินตลอดมาด้วยความราบรื่น ลูกค้าอุ่นหนาฝาคั่ง
บ่อนนี้เน้นบ่อนไพ่ มีไฮโล เต๋าปั่น แค่ตัวประกอบ
ทีนี้บ่อนไพ่มีความจำเป็นต้องใช้ดีลเลอร์ (เจ้ามือคนแจกไพ่คนคอยคิดตังค์จ่ายตังค์)
ดีลเลอร์พวกนี้คนไทยไม่มีความชำนาญ จึงมีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญนำเข้าจากต่างประเทศคือเขมร (บ่อนเขมรมีมาก ดีลเลอร์เก่งประสบการณ์สูง
เป็นที่ต้องการอย่างยิ่งของตลาดบ่อนทั่วไทย ... ที่สารวัตรและดีลเลอร์โดนยิงตายเป็นข่าวดังในบ่อนกทม.เมื่อไม่นานมานี้ ดีลเลอร์ก็สาวเขมรนั่นแหละ)
การนำเข้ามาเป็นการลักลอบเข้าทาพรมแดนธรรมชาติโดยเคลียร์ทุกระดับประทับใจ (เข้าถูก กม.ไม่ได้ สมัยก่อนโควิดยังมั่วๆ ถือพาสปอร์ตนักท่องเที่ยวบ้างแรงงานด้านอื่นบ้าง) เข้าแบบนี้ไม่ต้องกักตัว ไม่ต้องตีตราประทับ ไม่ต้องตรวจหาเชื้อ ห.เหว อะไรทั้งสิ้น
เมื่อเข้ามาแล้วก็จะจัดที่พักอาศัยกินอยู่หลับนอนรวมกันตามรีสอร์ตคอนโดบ้านเช่าในเมืองระยองนั่นแหละ ถึงเวลาทำงานก็ออกไปทำกันเป็นกะ หมุนเวียนกันไปตลอด 24 ชม.
ทีนี้บ่อนไพ่ การเล่นไพ่ คนเล่นจะสัมผัสกันใกล้ชิด จามไอใส่กัน หายใจรดกัน ทำนองนั้น ไหนจะสัมผัสไพ่ สัมผัสเงินที่รับมา จ่ายไป ป้ายหน้าป้ายตาตัวเอง
ถามว่ามันติดเชื้อโควิดกันได้อย่างไรถึง 36 คนในวันเดียว อ่านดูจะรู้ว่าเหตุผลมันเกินพอ
แล้วมันจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ ทับเท่าทวีคูณ (อัตราส่วนโดยเฉลี่ย 1 จะพาติด 2.2) เพราะอะไร
เพราะเชื่อว่าหลายๆ คนยอมติดโตวิดเงียบๆ โดยปกปิดตัวตนของตัวเอง
คนมีหน้ามีตาไม่น้อยที่เข้าบ่อนที่ว่านี้ (ครู ข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้า นักการเมือง) หรืออาจจะแอบไปตรวจรักษาที่อื่นโดยโกหกเรื่องไทม์ไลน์
เรื่องมันเป็นแบบนี้มันจะควบคุมได้อย่างไร หนูเทวดาที่ไหนจะควบคุมได้
มันไม่ควรจะมีบ่อนการพนันในระยองตั้งแต่แรก ไม่วาาจะยุคโควิดหรือไม่โควิดก็ตามเถอะ
ยิ่งยุคโควิดระบาดยุคนี้ด้วยเพราะมีบ่อนการพนัน ผลกรรมถึงต้องมาตกกับคนระยองแบบนี้
ตู้ม้าทั่วระยองก็เหมือนกัน เครือข่ายเดียวกัน
ผบ.ตร. คนใหม่ขึ้นมาบอกจะปราบบ่อน
ปราบตู้ม้าให้หมด
ปราบไปปีกว่าแล้ว ไม่เห็นทั้งบ่อนและตู้ม้าเดือดร้อน ยังอยู่สุขสบายเหมือนเดิม เบิกบานกว่าเดิม สร้างความร่ำรวยให้กับเจ้าของ และผู้รับส่วยทั้งหลายยิ่งกว่าเดิม
แทนที่กรรมติดโควิดจะตกกับไอ้คนระยำพวกนี้กลุ่มนี้ พระสงฆ์องค์เจ้า ลูกเล็กเด็กแดง คนบริสุทธิ์ในระยอง ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เป็นส่วนรวมต้องมารับกรรมไปด้วย
แ**งเห*้ยจริงๆ
ใช้ไฟจากนรกเผาคงแรงไม่พอ
#ระยองเมืองแห่งความสุข
.
พ.ต.อ.รศ. พณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช
อดีตสมาชิกวุฒิสภาระยอง
ณ บ้านสวนคลองทุเรียน
สามย่าน ระยอง
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1046734465850470&id=100015417784736

ประจานผู้สั่งฆ่า ดีเจซุนโฮ - มีการแขวนจำลองร่างศพที่ถูกอุ้มฆ่าบริเวณแยกอโศก ติดป้าย "ดีเจซุนโฮ" หนึ่งในผู้ถูกอุ้มหายหลังจากลี้ภัยทางการเมืองไปต่างประเทศ



ศิลปะปลดแอก - FreeArts
14h ·

พบร่างศพที่ถูกอุ้มฆ่าบริเวณแยกอโศก
ติดป้าย "ดีเจซุนโฮ" หนึ่งในผู้ถูกอุ้มหายหลังจากลี้ภัยทางการเมืองไปต่างประเทศ ผลงานของดีเจซุนโฮถือว่าเป็นผู้มาก่อนกาลที่แท้จริง เขาจัดรายการ podcast สุดสนุก "เถียงแทนเจ้า" ในรายการที่ยกมามีคนที่เราคุ้นเคยอยู่เต็มไปหมด วันนี้สิ่งที่เราทำได้ก็มีเพียงแค่ไม่ลืมเรื่องราวของเขา แล้วสักวันเราจะทวงคืนความยุติธรรม เอาความจริงกลับมาให้ทุกคนที่ต้องลี้ภัย
.
ลองฟังผลงานของดีเจได้ที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้
https://youtu.be/qEBLRYU_JxE
อยากชวนฟังผลงานของดีเจจริงๆ
#ดีเจซุนโฮ #DJซุนโฮ #ยกเลิก112
Suda Rangkupan อ.หวาน
7h ·

4 ปี ไม่สิ้นหวัง ในที่สุดก็มีพี่น้องเรียกร้องส่งเสียงให้ #น้องเบียร์ หรือ ดีเจซุนโฮ ขอคารวะท่านที่เสี่ยงชีวิตปฏิบัติการนี้

คุณรู้จักเขาไหม #ดีเจซุนโฮ


คุณรู้จักเขาไหม #ดีเจซุนโฮ

Oct 1, 2016

Media Force

ขอขอบคุณคลิปจากสถานี ยืนเด่น โดยท้าทาย
...


Dj zunho บทสัมภาษณ์ ดีเจ ซุนโฮ ประเทศลาว

https://www.youtube.com/watch?v=DZ8s-mFpGR4

คนที่ถูกอุ้มหาย คนที่ถูกบังคับสูญหายโดยรัฐมันมีมาตลอด แล้วก็เรื่อยๆ Isaan Record คุยกับ กลุ่มละคร B-floor theater ถึงเรื่องนี้

https://www.facebook.com/IsaanRecordThai/videos/2860219037592024

The Isaan Record
December 24 at 6:16 PM ·

ศิลปะการแสดง ระลึกถึงผู้ถูกบังคับให้สูญหาย
"ประเด็นคนที่ถูกอุ้มหาย คนที่ถูกบังคับสูญหายโดยรัฐมันมีมาตลอด แล้วก็เรื่อยๆ โดยเท่าที่การรับรู้มันเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว"

ธีระวัฒน์ มุลวิไล ผู้ออกแบบเนื้อเรื่องการแสดงและตัวแทนจาก B-floor

จนิสตา อาภาแสงเพชร นักศึกษาฝึกงาน The Isaan Record เรื่องและภาพ

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติม : https://isaanrecord.com/.../fallingmen-art-for.../

#บุคคลสูญหาย #อุ้มหาย #TheIsaanRecord