📌 ย้อนรอยคดีคนดังสายช่วยเหลือสังคม ในวันที่ทำดีอย่างเดียวไม่พอแต่ต้องตรวจสอบได้ . ความไว้วางใจของประชาชนคือสินทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล ยามเกิดวิกฤต น้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว ผู้คนมักเลือกโอนเงินตรงให้กับ “อินฟลูเอนเซอร์” หรือ “คนดัง” ที่ลงพื้นที่จริง ทำงานฉับไว เห็นผลทันตา แต่เมื่อใดที่ศรัทธาไม่ได้ถูกกำกับด้วยระบบบัญชีที่เป็นทางการ วันนั้นคำว่า “เจตนาดี” อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงผู้รับบริจาคเอง . ไทยพีบีเอส พาย้อน 4 กรณีของคนดังสายจิตอาสา ที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบและข้อกฎหมาย 1. หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” โด่งดังจากคอนเทนต์เชิงจิตวิญญาณ ก่อนจะแปรเปลี่ยนฐานผู้ติดตามไปสู่การขับเคลื่อนโครงการสาธารณกุศลขนาดใหญ่ ทั้งการสร้างวัด บูรณะศาสนสถาน ร่วมกับ วัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งมีเงินหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล . เมื่อตำรวจตรวจสอบพบว่า หมอบี ไม่ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุทั้งหมด โดยมีหลักฐานเชื่อว่านำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว บางส่วนนำไปมอบให้กับ พระอลงกต เจ้าอาวาสวัดฯ เมื่อขยายผลสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า พระอลงกต เมื่อรับเงินที่ หมอบี นำมามอบให้ในฐานะตัวแทนวัดพระบาทน้ำพุ กลับไม่นำเงินเข้าวัด แต่ทุจริตเอาเงินที่รับมาทั้งหมดไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว เช่น นำไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืม นำไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัว . จนกระทั่งวันที่ 26 ส.ค.68 ตำรวจ บช.ก.นำกำลังเข้าจับกุม พระอลงกต พร้อมด้วย นายเสกสรรน์ หรือ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ หลังพบเบาะแสการยักยอก และทุจริตเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ที่ประชาชนร่วมทำบุญ นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี รวมถึงร่วมกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน 2. อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ (ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ โลดแล่นในบทบาทผู้เปิดโปงขบวนการทุจริตและช่วยเหลือเหยื่อทางคดีมายาวนาน ในนาม “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” เมื่อมีผู้สนับสนุนโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำคดี ค่าเดินทาง หรือสนับสนุนการทำงาน เงินเหล่านั้นจึงเข้าสู่บัญชีส่วนตัวหรือบัญชีบุคคล ฝ่ายตรงข้ามและทนายความจึงใช้จุดนี้ยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ ทั้งกรมการปกครอง กองปราบปราม และกรมสรรพากร ให้ตรวจสอบ . จนกระทั่งในวันที่ 3 ต.ค.69 ตำรวจสืบสวนสอบสวน บช.สอท. นำกำลังเข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย . คดีนี้พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า นายอัจฉริยะนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ จนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย รวมถึงเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและลักลอบเล่นการพนัน . เจ้าหน้าที่ กล่าวหาว่า นายอัจฉริยะ ใช้ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม อ้างช่วยเหลือสังคม รับบริจาค แต่ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ พบหลักฐานเกี่ยวข้องพนันมวยออนไลน์ เงินหมุนเวียนทั้งขบวนการกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้ถูกดำเนินคดีอาญาและถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 3. กัน จอมพลัง (มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้) “กัน จอมพลัง” หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ โดดเด่นเรื่องการลุยหน้างานแบบถึงลูกถึงคน ยามเกิดเหตุฉุกเฉินเฉพาะหน้า เช่น วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ การเปิดรับระดมทุนผ่าน “บัญชีส่วนบุคคล” เพื่อนำไปซื้อเรือหรืออุปกรณ์กู้ภัยอย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นจุดที่ถูกนักร้องเรียนและฝ่ายกฎหมายนำมาจับจ้อง . ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.69 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด (ทนายตั้ม) ขอให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบ "กัน จอมพลัง" และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องอีก 4 คน ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว เช่น ภรรยา พ่อ และแม่ หลังอ้างว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงกับเงินจากการกระทำความผิด นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน โดยเฉพาะบ้านพักหรูในย่านแจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ ซึ่งมีการประเมินมูลค่ารวมค่าตกแต่งมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เพื่อพิสูจน์ที่มาของเงินว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ หรือเป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาคของประชาชน 4. ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (มูลนิธิองค์กรทำดี) ชื่อของ “บุ๋ม ปนัดดา” อยู่คู่กับการกู้ภัยและงานสังคมมานานนับสิบปี จนกระทั่งจดทะเบียนเป็น “มูลนิธิองค์กรทำดี” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อมีกระแสข่าวลือและข้อสังเกตโยงเส้นทางเงิน 45 ล้านบาท เข้ากับโครงการอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัวอย่างพูลวิลลา สังคมก็เริ่มตั้งคำถาม . ล่าสุดวันที่ 30 ต.ค.69 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง "ออยศรี" เจ้าของเพจ ’ออยศรีและผองเผือก‘ เดินทางเข้ายื่นหนังสือและแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการเงินบริจาคของ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ซึ่งมี "ดร.บุ๋ม - ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" เป็นประธานมูลนิธิฯ เนื่องมาจากข้อสงสัยเรื่องการนำเงินบริจาคของประชาชน ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเบื้องต้น พบข้อมูลความน่าจะเป็นว่า มีการนำเงินบริจาคออกไปใช้ในการก่อสร้างพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมองว่า ไม่ได้เป็นพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือช่วยเหลือผู้เดือดร้อนแต่อย่างใด #เปิดรับบริจาค #บริจาคเงิน #อินฟลูเอนเซอร์ #บุ๋มปนัดดา #ปนัดดาวงศ์ผู้ดี #มูลนิธิองค์กรทำดี #ข่าวไทยพีบีเอส #ข่าวที่คุณวางใจ #ThaiPBSnews #ThaiPBS
— Thai PBS News (@ThaiPBSNews) October 30, 2026
Thai PBS News

@ThaiPBSNews
ความไว้วางใจของประชาชนคือสินทรัพย์ที่มีค่ามหาศาล ยามเกิดวิกฤต น้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว ผู้คนมักเลือกโอนเงินตรงให้กับ “อินฟลูเอนเซอร์” หรือ “คนดัง” ที่ลงพื้นที่จริง ทำงานฉับไว เห็นผลทันตา แต่เมื่อใดที่ศรัทธาไม่ได้ถูกกำกับด้วยระบบบัญชีที่เป็นทางการ วันนั้นคำว่า “เจตนาดี” อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงผู้รับบริจาคเอง
ไทยพีบีเอส พาย้อน 4 กรณีของคนดังสายจิตอาสา ที่ต้องเผชิญกับการตรวจสอบและข้อกฎหมาย
1. หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ
นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” โด่งดังจากคอนเทนต์เชิงจิตวิญญาณ ก่อนจะแปรเปลี่ยนฐานผู้ติดตามไปสู่การขับเคลื่อนโครงการสาธารณกุศลขนาดใหญ่ ทั้งการสร้างวัด บูรณะศาสนสถาน ร่วมกับ วัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งมีเงินหลั่งไหลเข้ามาอย่างมหาศาล
เมื่อตำรวจตรวจสอบพบว่า หมอบี ไม่ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุทั้งหมด โดยมีหลักฐานเชื่อว่านำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว บางส่วนนำไปมอบให้กับ พระอลงกต เจ้าอาวาสวัดฯ เมื่อขยายผลสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า พระอลงกต เมื่อรับเงินที่ หมอบี นำมามอบให้ในฐานะตัวแทนวัดพระบาทน้ำพุ กลับไม่นำเงินเข้าวัด แต่ทุจริตเอาเงินที่รับมาทั้งหมดไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว เช่น นำไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืม นำไปซื้อทรัพย์สินส่วนตัว
จนกระทั่งวันที่ 26 ส.ค.68 ตำรวจ บช.ก.นำกำลังเข้าจับกุม พระอลงกต พร้อมด้วย นายเสกสรรน์ หรือ หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ หลังพบเบาะแสการยักยอก และทุจริตเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ ที่ประชาชนร่วมทำบุญ นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี รวมถึงร่วมกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน
2. อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ (ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม)
นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ โลดแล่นในบทบาทผู้เปิดโปงขบวนการทุจริตและช่วยเหลือเหยื่อทางคดีมายาวนาน ในนาม “ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม” เมื่อมีผู้สนับสนุนโอนเงินเข้าบัญชีเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการทำคดี ค่าเดินทาง หรือสนับสนุนการทำงาน เงินเหล่านั้นจึงเข้าสู่บัญชีส่วนตัวหรือบัญชีบุคคล ฝ่ายตรงข้ามและทนายความจึงใช้จุดนี้ยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ ทั้งกรมการปกครอง กองปราบปราม และกรมสรรพากร ให้ตรวจสอบ .
จนกระทั่งในวันที่ 3 ต.ค.69 ตำรวจสืบสวนสอบสวน บช.สอท. นำกำลังเข้าจับกุม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย
คดีนี้พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า นายอัจฉริยะนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ จนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย รวมถึงเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและลักลอบเล่นการพนัน .
เจ้าหน้าที่ กล่าวหาว่า นายอัจฉริยะ ใช้ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม อ้างช่วยเหลือสังคม รับบริจาค แต่ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ พบหลักฐานเกี่ยวข้องพนันมวยออนไลน์ เงินหมุนเวียนทั้งขบวนการกว่า 1,000 ล้านบาท ทำให้ถูกดำเนินคดีอาญาและถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
3. กัน จอมพลัง (มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้)
“กัน จอมพลัง” หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ โดดเด่นเรื่องการลุยหน้างานแบบถึงลูกถึงคน ยามเกิดเหตุฉุกเฉินเฉพาะหน้า เช่น วิกฤตน้ำท่วมใหญ่ การเปิดรับระดมทุนผ่าน “บัญชีส่วนบุคคล” เพื่อนำไปซื้อเรือหรืออุปกรณ์กู้ภัยอย่างรวดเร็ว ได้กลายเป็นจุดที่ถูกนักร้องเรียนและฝ่ายกฎหมายนำมาจับจ้อง .
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ย.69 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด (ทนายตั้ม) ขอให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบ "กัน จอมพลัง" และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องอีก 4 คน ซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัว เช่น ภรรยา พ่อ และแม่ หลังอ้างว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่อาจเชื่อมโยงกับเงินจากการกระทำความผิด นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจสอบที่มาของทรัพย์สิน โดยเฉพาะบ้านพักหรูในย่านแจ้งวัฒนะ-ราชพฤกษ์ ซึ่งมีการประเมินมูลค่ารวมค่าตกแต่งมูลค่าหลายร้อยล้านบาท เพื่อพิสูจน์ที่มาของเงินว่าเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ หรือเป็นเงินที่ได้รับจากการบริจาคของประชาชน
4. ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (มูลนิธิองค์กรทำดี)
ชื่อของ “บุ๋ม ปนัดดา” อยู่คู่กับการกู้ภัยและงานสังคมมานานนับสิบปี จนกระทั่งจดทะเบียนเป็น “มูลนิธิองค์กรทำดี” อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เมื่อมีกระแสข่าวลือและข้อสังเกตโยงเส้นทางเงิน 45 ล้านบาท เข้ากับโครงการอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัวอย่างพูลวิลลา สังคมก็เริ่มตั้งคำถาม
ล่าสุดวันที่ 30 ต.ค.69 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง "ออยศรี" เจ้าของเพจ ’ออยศรีและผองเผือก‘ เดินทางเข้ายื่นหนังสือและแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารจัดการเงินบริจาคของ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ซึ่งมี "ดร.บุ๋ม - ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" เป็นประธานมูลนิธิฯ เนื่องมาจากข้อสงสัยเรื่องการนำเงินบริจาคของประชาชน ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยเบื้องต้น พบข้อมูลความน่าจะเป็นว่า มีการนำเงินบริจาคออกไปใช้ในการก่อสร้างพูลวิลล่าที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมองว่า ไม่ได้เป็นพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือช่วยเหลือผู้เดือดร้อนแต่อย่างใด
กองขยะ? สำรวจโกดังสามี “บุ๋ม ปนัดดา” พบของบริจาคกองพะเนิน #ขวัญเรียมแก้วสุวรรณ #มูลนิธิองค์กรทําดี #องค์กรทําดี #บุ๋มปนัดดา #PPTVNews #PPTVHD36 https://t.co/zCZ28bgbic
— PPTV HD 36 (@PPTVHD36) November 4, 2026
ด่วน! ปอศ. อายัดทรัพย์สิน #บุ๋มปนัดดา และครอบครัว อึ้งบ้านหลายหลัง รถยนต์ 20 คัน เงินในบัญชีกว่า 100 ล้าน คาดไม่เกินศุกร์นี้ ลุ้นหมายเรียก หรือหมายจับ . 4 พ.ย. 2569 มีรายงานว่า ตำรวจ ปอศ. และคณะทำงาน ได้อายัดทรัพย์สินส่วนตัวของ "บุ๋ม ปนัดดา" และคนใกล้ชิด ทั้งสามี ลูก และพ่อแม่บุ๋ม . โดยอายัดบ้าน 3-4 หลัง, ที่ดินหลายแปลง, รถยนต์ 20 คัน, ปืน 6 กระบอก, กระเป๋าแบรนด์เนมหรูจำนวนมาก และเงินในทุกบัญชี รวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งมีบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี และคนใกล้ชิดทั้งหมด ไว้ตรวจสอบ . สำหรับทรัพย์สินดังกล่าว ตำรวจสืบทราบว่า บุ๋ม ปนัดดา ได้มาตั้งแต่หลังปี 2560 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องอายัดไว้ตรวจสอบ เพื่อป้องกันการถูกโยกย้าย ส่วนการออกหมายเรียก หรือหมายจับ ขณะนี้กำลังพิจารณา แต่ความชัดเจนไม่เกินวันศุกร์ที่ 6 พ.ย.นี้
— Khaosodonline (@KhaosodOnline) November 4, 2026