เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง Media for Change
November 2
·
ภาคประชาชนแถลง 4 ข้อต่อนายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย ยุติการแทรกแซงกองทุนสุขภาพ และ Thai PBS
วันนี้ (29 ต.ค.69) เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ในเวทีเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง เรื่อง "อนาคตสื่อสาธารณะ พันธะ กสทช. และกองทุนสุขภาพ กับอิสรภาพจากอำนาจรัฐและทุน" นายเมธา มาสขาว ผู้แทน 14 องค์กรสื่อและภาคประชาสังคม ประกอบไปด้วย 1) เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง 2) คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 3) สภาองค์กรของผู้บริโภค 4) เครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ 5) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) 6) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) 7) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ
สภาวิชาชีพสื่อวิทยุและโทรทัศน์ไทย 9) Cofact 10) สหภาพครูแห่งชาติ 11) เครือข่ายสังคมนิยมประชาธิปไต 12) เครือข่ายสื่อพลเมืองอิสระ 13) เครือข่ายสลัม 4 ภาค 14) สภาประชาชน 4 ภาค ได้ร่วมกันแถลง 4 ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและสาธารณะ ดังนี้
ข้อที่ 1. พวกเราขอคัดค้านการแปรรูปสื่อสาธารณะไทยพีบีเอสให้เป็นสื่อของรัฐ ตามที่รัฐบาลและ สส. พรรคภูมิใจไทยนำเสนอ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนเจตนารมณ์ของวีรชนพฤษภา 35 และเจตนารมณ์ของทีวีเสรี หรือ Independent Television ให้เป็นสื่อของรัฐ ซึ่งรัฐมีสื่อของรัฐมากมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรมประชาสัมพันธ์ NBT ช่อง 5 และอื่น ๆ เราไม่ต้องการเห็น NBT 2 ผ่านช่องของไทยพีบีเอส การรักษาเจตนารมณ์วีรชนพฤษภา 35 เพื่อให้มีสื่อสาธารณะ ซึ่งไทยพีบีเอสสร้างผ่านหลักการที่สอดคล้องของสื่อสาธารณะตามหลักการสากล ไม่ว่าจะเป็น BBC ของอังกฤษ NHK ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนที่ต้องการสื่อที่ปราศจากการครอบงำจากอำนาจรัฐและทุน
ข้อที่ 2 พวกเราขอคัดค้านการผลักดันร่างกฎหมายที่แปรรูปกองทุนสุขภาพ ทั้ง 3 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นกองทุน สสส. กองทุนพัฒนากีฬา และกองทุนผู้สูงอายุ ซึ่งทั้งหมดเป็นกองทุนที่สนับสนุนการพัฒนาสุขภาพของประชาชนให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ในนามของกองทุนอิสระที่รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าควบคุม แทรกแซง หรือเข้าไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบของที่มาของงบประมาณ เนื่องจากปัจจุบัน รัฐบาลก็มีงบประมาณที่ผลักดันผ่านกระทรวงสาธารณสุข ผ่านกรมอนามัย และอื่น ๆ มากมายอยู่แล้ว การผลักดันกฎหมายเหล่านี้ เป็นเจตนารมณ์ในการแทรกแซงความเข้มแข็งของประชาชน และต้องการควบคุมประชาชนที่ออกมาขับเคลื่อนตรวจสอบรัฐบาลในปัจจุบัน
ข้อที่ 3 พวกเราเรียกร้องให้มีการปฏิรูป กสทช. และให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 ท่าน ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการที่จะรักษาผลประโยชน์สาธารณะและประชาชน และเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการ กสทช. ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้ยุติ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้รับผิดชอบตาม พ.ร.บ. กสทช. ที่รักษาการอยู่ ท่านต้องสั่งการอย่างเด็ดขาดเพื่อที่จะจัดการให้ กสทช. ได้เดินหน้าต่อไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวว่าสนิทสนมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการประวิงเวลาและละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายต่อไป
ข้อที่ 4 ขอเรียกร้องพรรคภูมิใจไทย ในนามของรัฐบาลสีน้ำเงิน ได้หยุดแทรกแซงสังคมและการเมืองไทยเพื่อสถาปนารัฐอำนาจนิยม ซึ่งเราเห็นว่าท่านพยายามแทรกแซงมาทุกองคาพยพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นกลไกการเลือกตั้งที่มี QR code มี barcode ซึ่งมีเจตนาในการเข้าแทรกแซงคะแนนเสียงของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการแทรกแซงแต่งตั้งข้าราชการ ที่พยายามทำให้ทุกองคาพยพเป็นระบอบอำนาจนิยมที่ควบคุมโดยพรรคภูมิใจไทย
ในนามของภาคประชาชนเครือข่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ขับเคลื่อนร่วมกัน เราจะตรวจสอบและเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทำหน้าที่เพื่อเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง และเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป ตามอุดมการณ์ของวีรชนที่เสียสละในอดีต ในทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ต่อไป
·
ภาคประชาชนแถลง 4 ข้อต่อนายกรัฐมนตรีและพรรคภูมิใจไทย ยุติการแทรกแซงกองทุนสุขภาพ และ Thai PBS
วันนี้ (29 ต.ค.69) เวลา 13.30 น. ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ ในเวทีเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง เรื่อง "อนาคตสื่อสาธารณะ พันธะ กสทช. และกองทุนสุขภาพ กับอิสรภาพจากอำนาจรัฐและทุน" นายเมธา มาสขาว ผู้แทน 14 องค์กรสื่อและภาคประชาสังคม ประกอบไปด้วย 1) เครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง 2) คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 3) สภาองค์กรของผู้บริโภค 4) เครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ 5) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) 6) คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) 7) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ
สภาวิชาชีพสื่อวิทยุและโทรทัศน์ไทย 9) Cofact 10) สหภาพครูแห่งชาติ 11) เครือข่ายสังคมนิยมประชาธิปไต 12) เครือข่ายสื่อพลเมืองอิสระ 13) เครือข่ายสลัม 4 ภาค 14) สภาประชาชน 4 ภาค ได้ร่วมกันแถลง 4 ข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและสาธารณะ ดังนี้ข้อที่ 1. พวกเราขอคัดค้านการแปรรูปสื่อสาธารณะไทยพีบีเอสให้เป็นสื่อของรัฐ ตามที่รัฐบาลและ สส. พรรคภูมิใจไทยนำเสนอ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนเจตนารมณ์ของวีรชนพฤษภา 35 และเจตนารมณ์ของทีวีเสรี หรือ Independent Television ให้เป็นสื่อของรัฐ ซึ่งรัฐมีสื่อของรัฐมากมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรมประชาสัมพันธ์ NBT ช่อง 5 และอื่น ๆ เราไม่ต้องการเห็น NBT 2 ผ่านช่องของไทยพีบีเอส การรักษาเจตนารมณ์วีรชนพฤษภา 35 เพื่อให้มีสื่อสาธารณะ ซึ่งไทยพีบีเอสสร้างผ่านหลักการที่สอดคล้องของสื่อสาธารณะตามหลักการสากล ไม่ว่าจะเป็น BBC ของอังกฤษ NHK ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนที่ต้องการสื่อที่ปราศจากการครอบงำจากอำนาจรัฐและทุน
ข้อที่ 2 พวกเราขอคัดค้านการผลักดันร่างกฎหมายที่แปรรูปกองทุนสุขภาพ ทั้ง 3 ฉบับ ไม่ว่าจะเป็นกองทุน สสส. กองทุนพัฒนากีฬา และกองทุนผู้สูงอายุ ซึ่งทั้งหมดเป็นกองทุนที่สนับสนุนการพัฒนาสุขภาพของประชาชนให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน ในนามของกองทุนอิสระที่รัฐไม่จำเป็นต้องเข้าควบคุม แทรกแซง หรือเข้าไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบของที่มาของงบประมาณ เนื่องจากปัจจุบัน รัฐบาลก็มีงบประมาณที่ผลักดันผ่านกระทรวงสาธารณสุข ผ่านกรมอนามัย และอื่น ๆ มากมายอยู่แล้ว การผลักดันกฎหมายเหล่านี้ เป็นเจตนารมณ์ในการแทรกแซงความเข้มแข็งของประชาชน และต้องการควบคุมประชาชนที่ออกมาขับเคลื่อนตรวจสอบรัฐบาลในปัจจุบัน
ข้อที่ 3 พวกเราเรียกร้องให้มีการปฏิรูป กสทช. และให้กรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 ท่าน ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการที่จะรักษาผลประโยชน์สาธารณะและประชาชน และเรียกร้องให้สำนักงานเลขาธิการ กสทช. ที่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่อยู่ได้ยุติ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีได้รับผิดชอบตาม พ.ร.บ. กสทช. ที่รักษาการอยู่ ท่านต้องสั่งการอย่างเด็ดขาดเพื่อที่จะจัดการให้ กสทช. ได้เดินหน้าต่อไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวว่าสนิทสนมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการประวิงเวลาและละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมายต่อไป
ข้อที่ 4 ขอเรียกร้องพรรคภูมิใจไทย ในนามของรัฐบาลสีน้ำเงิน ได้หยุดแทรกแซงสังคมและการเมืองไทยเพื่อสถาปนารัฐอำนาจนิยม ซึ่งเราเห็นว่าท่านพยายามแทรกแซงมาทุกองคาพยพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นกลไกการเลือกตั้งที่มี QR code มี barcode ซึ่งมีเจตนาในการเข้าแทรกแซงคะแนนเสียงของประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการแทรกแซงแต่งตั้งข้าราชการ ที่พยายามทำให้ทุกองคาพยพเป็นระบอบอำนาจนิยมที่ควบคุมโดยพรรคภูมิใจไทย
ในนามของภาคประชาชนเครือข่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศที่ขับเคลื่อนร่วมกัน เราจะตรวจสอบและเรียกร้องต่อรัฐบาลให้ทำหน้าที่เพื่อเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง และเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป ตามอุดมการณ์ของวีรชนที่เสียสละในอดีต ในทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ต่อไป