https://www.facebook.com/reel/1455933303395334
PPTV HD 36
13 hours ago
·
“ณัฐพงษ์” ประณามทำร้ายแกนนำแรงงานข้ามชาติ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาทุจริตขึ้นทะเบียนแรงงาน
.
10.00 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะหัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เงา ครั้งที่ 18 ถึงกรณีการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ว่า พรรคประชาชนขอประณามเหตุทำร้ายแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ตัวแทนกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนินนอก ตราบใดที่เรายังเชื่อในระบบนิติรัฐนิติธรรม และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีความคิดเห็นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แต่การทำร้ายร่างกายกันนั้นเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับจุดยืนของพรรคประชาชนต่อการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันมีข้อเท็จจริง 3 ประการ คือ 1. ปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงงานข้ามชาติมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจไทย ถ้าขาดหายไปจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยแน่นอน 2. ปฏิเสธไม่ได้ว่าการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยมีการรั่วไหล มีปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนที่ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) สำหรับแรงงานต่างด้าว ที่รัฐบาลกำลังเพิกเฉยกลายเป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาหาผลประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยเอง ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยหรือไม่ 3. ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตราบใดที่ยังมีปัญหาการรั่วไหลภายในประเทศจะส่งผลกระทบต่อคนไทยทุกคนทั้งแรงงานไทยและผู้ประกอบการไทย รวมไปถึงแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานในประเทศไทย
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า โจทย์สำคัญในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย คือ การได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน มีมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการและแรงงานไทยให้ปรับตัวยกระดับทักษะไปพร้อม ๆ กัน รายงานทุกสัญชาติจะต้องได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ไม่ถูกกดขี่ ไม่ถูกบังคับให้ใช้แรงงาน ไม่ตกอยู่ภายใต้กระบวนการค้ามนุษย์ นี่เป็นมาตรฐานสากลขั้นพื้นฐาน ซึ่งวันนี้ประเทศไทยแสดงความประสงค์อยากจะเข้ากลุ่ม OECD แล้วการที่เราปฏิบัติได้ตามมาตรฐานสากลในการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติก็จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ
.
ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำคือ 1. จัดทำฐานข้อมูลแรงงานข้ามชาติให้ชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ อยู่ในอุตสาหกรรมใดบ้าง อยู่ในสถานะรอยืนยันเอกสารสิทธิ์เท่าไหร่ และอยู่นอกระบบเท่าไหร่ เพื่อให้บริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง 2. มีกระบวนการ สำรวจและจัดทำอาชีพสงวนใหม่ อาชีพใดที่ไม่ขาดแคลนแรงงานก็สามารถใช้แรงงานไทยเป็นหลัก แต่อาชีพสงวนใดที่ขาดแคลนแรงงานก็อาจจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงผ่อนปรนให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาเติมเต็ม และ 3. มีกลไกให้แรงงานข้ามชาติได้ปรับตัวเข้ากับกลไก วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยได้ เช่น มีระบบให้แรงงานข้ามชาติได้มาเรียนรู้ภาษาไทย ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมไทยได้อย่างกลมกลืนมากขึ้นเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
.
ด้าน นางนิลุบล พงษ์พยอม ตัวแทนกลุ่มนายจ้างสีขาว กล่าวว่า ขณะนี้การขึ้นทะเรียนแรงงานเมียนมาพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ้มขึ้นอย่างผิดปกติ เดิมค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางจะอยู่ที่ 310 บาท จ่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ขยับมาเป็น 710 บาท ก่อนจะขยับอีกครั้งมาอยู่ที่ 2,670 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมการจัดหางานถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงคณะกรรมาธิการความมั่นคง ได้เชิญอธิบดีกรมการจัดหางานและกลุ่มฯ เข้ามาชี้แจงและร่วมรับฟัง พบว่าเงินที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากทางการเมียนมาเรียกเก็บภาษีเพิ่ม และถูกนำมารวมอยู่ในสลิปนี้โดยไม่มีการชี้แจงให้ผู้ประกอบการ และแรงงานทราบ และจริงๆ เนื่องจากเรื่องนี้มีการจ่ายภาษีในไทยแล้วก็ไม่ควรต้องมีการจ่ายซ้ำซ้อนอีก
.
นางนิลุบล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ถึงแม้จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่เซเว่นฯ แล้ว รับนัดหมายเข้าไปดำเนินการต่อที่ศูนย์ CI ก็พบว่า มีนายหน้าชาวเมียนมาเรียกเก็บค่าส่วย ค่าคิวผี 1,350 -1,500 บาท ถ้าไม่จ่ายก็เข้าไปทำเรื่องไม่ได้ แต่เมื่อจ่ายแล้ว เข้าไปแล้วก็พบว่ามีการเรียกเก็บเงินจากแรงงานเพิ่มอีก 2 % ของประมาณการณ์รายได้ หรือราว ๆ คนละ 6,000 บาท อ้างว่าเพื่อนำส่งให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา โดยให้โอนเงินเข้าทรูมันนี่ แล้วค่อยไปจ่ายอีกครั้งที่เซเว่นฯ ซึ่งแรงงานบางคนไม่มีเงินนี้ ผู้ประกอบการก็ต้องออกให้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการเองก็มีปัญหาไดรับผลกระทบจากน้ำท่วม
.
“ปัจจุบันเรามีแรงงานที่ต้องทำ CI ราว 7 แสนคน คนที่พาสปอร์ตใกล้จะหมดอีกประมาณล้านกว่าคน ขณะที่เรพยายามทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย แต่กลับต้องมาเจอค่าใช้จ่ายที่ถูกบีบบังคับจากประเทศเมียนมา รัฐบาลทหารเมียนมา โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ประกอบการเองก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ทำ แรงงานก็ไม่มเงินจ่ายเอง สุดท้ายแรงงานก็จะไม่อยู่กับเรา นี่จะย่งินำมาสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานหนักเข้าไปอีก” นางนิลุบล กล่าว
.
ด้าน นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า ระบบในการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติมี 3 หลักใหญ่ คือ ทำให้ง่าย เร็ว ราคาถูก เพื่อทำให้แรงงานและนายจ้างสามารถจ่ายและเข้าถึงได้ แต่ประเทศไทยกับตรงข้ามคือช้า ยากและแพง ซึ่งยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน และการเข้าถึงการขึ้นทะเบียนระบบแรงงานได้ยาก ทำให้ปัจจุบันไม่มีตัวเลขที่แท้จริงว่าเรามีแรงงานข้ามชาติเท่าไร อยู่ในอุตสาหกรรมใดบ้าง ซึ่งปัจจุบันมีข้อร้องเรียนการดำเนินการที่ศูนย์ CI ต้องเจอปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ็อน ปัญหาส่วยผี คิวผี ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าเป็นการใช้พื้นที่ประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บเงินให้ทหารเมียนมาหรือไม่ กระทรวงแรงงานจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ย้ำว่า หลักสำคัญที่ทุกประเทศยึดคือหากทำงานภายใต้ประเทศใด ก็ต้องจ่ายภาษีหรือจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับประเทศนั้น
.
นายสหัสวัต กล่าวต่อว่า ปัจจุบันแม้ รมว.แรงงาน จะออกมาตรการ หลายอย่าง เช่น ตรวจสอบการเก็บเงินเพิ่มเติมในศูนย์ CI การพิจารณาการต่ออายุระยะสั้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ ตนจึงมีข้อเสนอระยะสั้นให้ปฏิรูปศูนย์ CI หากจำเป็นต้องมีก็ต้องกำกับดูแลโดยรัฐบาลไทยได้ ต้องยืนยันข้อเท็จจริงสำคัญคือเมื่อคนทำงานให้ประเทศไหน ก็ต้องจ่ายภาษีหรือจ่ายเงินให้กับประเทศนั้น ไม่ใช่ปล่อยให้ประเทศต้นทางมาเก็บภาษีซ้อนอย่างผิดกฎหมายเช่นนี้ ส่วนระยะกลาง ต้องพิจารณาว่า ยังจำเป็นต้องมีศูนย์ CI หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยทำ ในการจัดเก็บอัตลักษณ์และขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวได้ และระยะยาวมีกลไกการปฏิรูปการบริหารแรงงานข้ามชาติทั้งระบบ เช่น พ.ร.บ.คนเข้าเมือง หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารคนงานต่างด้าว
.
นายพิศาล มาณวพัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขี้นนี้มาจากการที่ไทยทำการทูตแบบเกรงใจ ผู้นำทหารเมียนมาทำให้ประเทศไทยเสียศักดิ์ศรี เสียผลประโยชน์ชาติและทำให้คนไทยเดือดร้อน ตัวอย่างจากการที่ยังทิ้งระเบิดใส่ชนกลุ่มน้อยข้ามมายังฝั่งไทย ทหารเมียนมาไม่ได้แคร์ประเทศไทย เช่นเดียวกับที่ไม่แคร์ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ครม. เงาวันนี้จึงขอเสนอรัฐบาลไทย 5 ข้อ ดังนี้ 1. ยึดผลประโยชน์เศรษฐกิจที่ประเทศไทยได้รับจากแรงงานที่ถูกต้อง แทนผลประโยชน์ของรัฐบาลทหารเมียนมา 2. แจ้งฝ่ายเมียนมาอย่างเป็นทางการว่ามาตรการเก็บภาษีแรงงานของเมียนมาในประเทศไทย 2% ของรายได้ไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และขัดกับความตกลงภาษีซ้อนไทย เมียนมา ที่ลงนามกันมาตั้งแต่ปี 2545
.
3. รัฐบาลไทยควรผ่อนปรนเรื่องใบแสดงอัตลักษณ์ส่วนบุคคลชั่วคราว เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ลดค่าใช้จ่ายของ รพ.รัฐที่มาจากแรงงานต่างชาติและครอบครัวที่เข้ามาในประเทศไทยแบบนอกระบบ 4. ทบทวนแนวนโยบายการทูตแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะทำให้ไทยเสียศักดิ์ศรี และมีแต่เสียกับเสีย และ 5. เน้นแก้ปัญหาที่ประเทศไทยได้รับมาจากเมียนมา ทั้งเป็นเขตกระสุนตก ยาเสพติด สารปนเปื้อนในแม่น้ำ โดยให้แก้ที่ต้นตอคือ สงครามที่ยืดเยื้อระหว่างทหารเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ (เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569)
.
PPTV PHOTO #ชินชมดี
.....
·
“ณัฐพงษ์” ประณามทำร้ายแกนนำแรงงานข้ามชาติ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาทุจริตขึ้นทะเบียนแรงงาน
.
10.00 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะหัวหน้าพรรค และผู้นำฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เงา ครั้งที่ 18 ถึงกรณีการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ว่า พรรคประชาชนขอประณามเหตุทำร้ายแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ตัวแทนกลุ่มแรงงานข้ามชาติ ที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ถนนราชดำเนินนอก ตราบใดที่เรายังเชื่อในระบบนิติรัฐนิติธรรม และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมีความคิดเห็นเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร แต่การทำร้ายร่างกายกันนั้นเป็นสิ่งที่เรายอมรับไม่ได้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับจุดยืนของพรรคประชาชนต่อการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติ ซึ่งปัจจุบันมีข้อเท็จจริง 3 ประการ คือ 1. ปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงงานข้ามชาติมีความจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจไทย ถ้าขาดหายไปจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเศรษฐกิจไทยแน่นอน 2. ปฏิเสธไม่ได้ว่าการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยมีการรั่วไหล มีปัญหาทุจริตคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนที่ศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) สำหรับแรงงานต่างด้าว ที่รัฐบาลกำลังเพิกเฉยกลายเป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาหาผลประโยชน์จากแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยเอง ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยหรือไม่ 3. ปฏิเสธไม่ได้ว่า ตราบใดที่ยังมีปัญหาการรั่วไหลภายในประเทศจะส่งผลกระทบต่อคนไทยทุกคนทั้งแรงงานไทยและผู้ประกอบการไทย รวมไปถึงแรงงานข้ามชาติที่มาทำงานในประเทศไทย
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า โจทย์สำคัญในการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย คือ การได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน มีมาตรการส่งเสริมผู้ประกอบการและแรงงานไทยให้ปรับตัวยกระดับทักษะไปพร้อม ๆ กัน รายงานทุกสัญชาติจะต้องได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ไม่ถูกกดขี่ ไม่ถูกบังคับให้ใช้แรงงาน ไม่ตกอยู่ภายใต้กระบวนการค้ามนุษย์ นี่เป็นมาตรฐานสากลขั้นพื้นฐาน ซึ่งวันนี้ประเทศไทยแสดงความประสงค์อยากจะเข้ากลุ่ม OECD แล้วการที่เราปฏิบัติได้ตามมาตรฐานสากลในการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติก็จะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ
.
ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำคือ 1. จัดทำฐานข้อมูลแรงงานข้ามชาติให้ชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ อยู่ในอุตสาหกรรมใดบ้าง อยู่ในสถานะรอยืนยันเอกสารสิทธิ์เท่าไหร่ และอยู่นอกระบบเท่าไหร่ เพื่อให้บริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง 2. มีกระบวนการ สำรวจและจัดทำอาชีพสงวนใหม่ อาชีพใดที่ไม่ขาดแคลนแรงงานก็สามารถใช้แรงงานไทยเป็นหลัก แต่อาชีพสงวนใดที่ขาดแคลนแรงงานก็อาจจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงผ่อนปรนให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาเติมเต็ม และ 3. มีกลไกให้แรงงานข้ามชาติได้ปรับตัวเข้ากับกลไก วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยได้ เช่น มีระบบให้แรงงานข้ามชาติได้มาเรียนรู้ภาษาไทย ปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมไทยได้อย่างกลมกลืนมากขึ้นเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
.
ด้าน นางนิลุบล พงษ์พยอม ตัวแทนกลุ่มนายจ้างสีขาว กล่าวว่า ขณะนี้การขึ้นทะเรียนแรงงานเมียนมาพบว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ้มขึ้นอย่างผิดปกติ เดิมค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทางจะอยู่ที่ 310 บาท จ่ายที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ขยับมาเป็น 710 บาท ก่อนจะขยับอีกครั้งมาอยู่ที่ 2,670 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมการจัดหางานถึงกรณีดังกล่าว รวมถึงคณะกรรมาธิการความมั่นคง ได้เชิญอธิบดีกรมการจัดหางานและกลุ่มฯ เข้ามาชี้แจงและร่วมรับฟัง พบว่าเงินที่เพิ่มขึ้นนี้มาจากทางการเมียนมาเรียกเก็บภาษีเพิ่ม และถูกนำมารวมอยู่ในสลิปนี้โดยไม่มีการชี้แจงให้ผู้ประกอบการ และแรงงานทราบ และจริงๆ เนื่องจากเรื่องนี้มีการจ่ายภาษีในไทยแล้วก็ไม่ควรต้องมีการจ่ายซ้ำซ้อนอีก
.
นางนิลุบล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ถึงแม้จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวที่เซเว่นฯ แล้ว รับนัดหมายเข้าไปดำเนินการต่อที่ศูนย์ CI ก็พบว่า มีนายหน้าชาวเมียนมาเรียกเก็บค่าส่วย ค่าคิวผี 1,350 -1,500 บาท ถ้าไม่จ่ายก็เข้าไปทำเรื่องไม่ได้ แต่เมื่อจ่ายแล้ว เข้าไปแล้วก็พบว่ามีการเรียกเก็บเงินจากแรงงานเพิ่มอีก 2 % ของประมาณการณ์รายได้ หรือราว ๆ คนละ 6,000 บาท อ้างว่าเพื่อนำส่งให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา โดยให้โอนเงินเข้าทรูมันนี่ แล้วค่อยไปจ่ายอีกครั้งที่เซเว่นฯ ซึ่งแรงงานบางคนไม่มีเงินนี้ ผู้ประกอบการก็ต้องออกให้ก่อน ทั้ง ๆ ที่ผู้ประกอบการเองก็มีปัญหาไดรับผลกระทบจากน้ำท่วม
.
“ปัจจุบันเรามีแรงงานที่ต้องทำ CI ราว 7 แสนคน คนที่พาสปอร์ตใกล้จะหมดอีกประมาณล้านกว่าคน ขณะที่เรพยายามทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย แต่กลับต้องมาเจอค่าใช้จ่ายที่ถูกบีบบังคับจากประเทศเมียนมา รัฐบาลทหารเมียนมา โดยเฉพาะช่วงที่ผู้ประกอบการเองก็ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ทำ แรงงานก็ไม่มเงินจ่ายเอง สุดท้ายแรงงานก็จะไม่อยู่กับเรา นี่จะย่งินำมาสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานหนักเข้าไปอีก” นางนิลุบล กล่าว
.
ด้าน นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า ระบบในการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติมี 3 หลักใหญ่ คือ ทำให้ง่าย เร็ว ราคาถูก เพื่อทำให้แรงงานและนายจ้างสามารถจ่ายและเข้าถึงได้ แต่ประเทศไทยกับตรงข้ามคือช้า ยากและแพง ซึ่งยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน และการเข้าถึงการขึ้นทะเบียนระบบแรงงานได้ยาก ทำให้ปัจจุบันไม่มีตัวเลขที่แท้จริงว่าเรามีแรงงานข้ามชาติเท่าไร อยู่ในอุตสาหกรรมใดบ้าง ซึ่งปัจจุบันมีข้อร้องเรียนการดำเนินการที่ศูนย์ CI ต้องเจอปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ็อน ปัญหาส่วยผี คิวผี ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่าเป็นการใช้พื้นที่ประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกในการเก็บเงินให้ทหารเมียนมาหรือไม่ กระทรวงแรงงานจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ย้ำว่า หลักสำคัญที่ทุกประเทศยึดคือหากทำงานภายใต้ประเทศใด ก็ต้องจ่ายภาษีหรือจ่ายค่าใช้จ่ายให้กับประเทศนั้น
.
นายสหัสวัต กล่าวต่อว่า ปัจจุบันแม้ รมว.แรงงาน จะออกมาตรการ หลายอย่าง เช่น ตรวจสอบการเก็บเงินเพิ่มเติมในศูนย์ CI การพิจารณาการต่ออายุระยะสั้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นตอ ตนจึงมีข้อเสนอระยะสั้นให้ปฏิรูปศูนย์ CI หากจำเป็นต้องมีก็ต้องกำกับดูแลโดยรัฐบาลไทยได้ ต้องยืนยันข้อเท็จจริงสำคัญคือเมื่อคนทำงานให้ประเทศไหน ก็ต้องจ่ายภาษีหรือจ่ายเงินให้กับประเทศนั้น ไม่ใช่ปล่อยให้ประเทศต้นทางมาเก็บภาษีซ้อนอย่างผิดกฎหมายเช่นนี้ ส่วนระยะกลาง ต้องพิจารณาว่า ยังจำเป็นต้องมีศูนย์ CI หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยทำ ในการจัดเก็บอัตลักษณ์และขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวได้ และระยะยาวมีกลไกการปฏิรูปการบริหารแรงงานข้ามชาติทั้งระบบ เช่น พ.ร.บ.คนเข้าเมือง หรือพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารคนงานต่างด้าว
.
นายพิศาล มาณวพัฒน์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขี้นนี้มาจากการที่ไทยทำการทูตแบบเกรงใจ ผู้นำทหารเมียนมาทำให้ประเทศไทยเสียศักดิ์ศรี เสียผลประโยชน์ชาติและทำให้คนไทยเดือดร้อน ตัวอย่างจากการที่ยังทิ้งระเบิดใส่ชนกลุ่มน้อยข้ามมายังฝั่งไทย ทหารเมียนมาไม่ได้แคร์ประเทศไทย เช่นเดียวกับที่ไม่แคร์ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน ครม. เงาวันนี้จึงขอเสนอรัฐบาลไทย 5 ข้อ ดังนี้ 1. ยึดผลประโยชน์เศรษฐกิจที่ประเทศไทยได้รับจากแรงงานที่ถูกต้อง แทนผลประโยชน์ของรัฐบาลทหารเมียนมา 2. แจ้งฝ่ายเมียนมาอย่างเป็นทางการว่ามาตรการเก็บภาษีแรงงานของเมียนมาในประเทศไทย 2% ของรายได้ไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และขัดกับความตกลงภาษีซ้อนไทย เมียนมา ที่ลงนามกันมาตั้งแต่ปี 2545
.
3. รัฐบาลไทยควรผ่อนปรนเรื่องใบแสดงอัตลักษณ์ส่วนบุคคลชั่วคราว เพื่อลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ลดค่าใช้จ่ายของ รพ.รัฐที่มาจากแรงงานต่างชาติและครอบครัวที่เข้ามาในประเทศไทยแบบนอกระบบ 4. ทบทวนแนวนโยบายการทูตแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะทำให้ไทยเสียศักดิ์ศรี และมีแต่เสียกับเสีย และ 5. เน้นแก้ปัญหาที่ประเทศไทยได้รับมาจากเมียนมา ทั้งเป็นเขตกระสุนตก ยาเสพติด สารปนเปื้อนในแม่น้ำ โดยให้แก้ที่ต้นตอคือ สงครามที่ยืดเยื้อระหว่างทหารเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ (เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569)
.
PPTV PHOTO #ชินชมดี
.....
