วันพุธ, พฤศจิกายน 04, 2569

Binance เผยแล้ว กลุ่มแฮกเกอร์ของคิม จอง อึน ใช้เวลาหลายเดือนในการวางกับดัก โดยสร้างบริษัทปลอมขึ้นมาแห่งหนึ่ง แล้วเสนอตำแหน่งงานใหม่ให้กับวิศวกรคนหนึ่งของ Binance โดยมีการสัมภาษณ์งานถึงสองรอบ ก่อนที่วิศวกรคนดังกล่าวจะดาวน์โหลด “งานทดสอบ” (test assignment) ซึ่งแฝงไปด้วยมัลแวร์ที่เปิดช่องให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในของ Binance ได้









https://x.com/nexta_tv/status/2117671925203775903
.....

กลุ่มแฮกเกอร์ของคิม จอง อึน ใช้เวลาหลายเดือนในการวางกับดัก Binance และในที่สุดแผนการทั้งหมดก็ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว

Binance ระบุว่า กลุ่มผู้โจมตีได้สร้างบริษัทปลอมขึ้นมาแห่งหนึ่ง แล้วเสนอตำแหน่งงานใหม่ให้กับวิศวกรคนหนึ่งของ Binance โดยมีการสัมภาษณ์งานถึงสองรอบ ก่อนที่วิศวกรคนดังกล่าวจะดาวน์โหลด “งานทดสอบ” (test assignment) ซึ่งแฝงไปด้วยมัลแวร์ที่เปิดช่องให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเครือข่ายภายในของ Binance ได้

ปฏิบัติการนี้ดำเนินมานานหลายเดือน โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน กลุ่มแฮกเกอร์ได้ฝังมัลแวร์ลงในคอมพิวเตอร์ของวิศวกรอีกคนหนึ่ง แม้ทีมรักษาความปลอดภัยจะตรวจพบภัยคุกคามและเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องนั้นให้ใหม่แล้ว แต่กลุ่มผู้โจมตีก็ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานไว้เรียบร้อยแล้ว

ต่อมาในเดือนตุลาคม กลุ่มแฮกเกอร์ได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์เข้าถึงเครื่องมือ AI ภายในของ Binance จนสามารถเจาะเข้าไปยังอุปกรณ์ของวิศวกรคนอื่นๆ และดำเนินการโจมตีครั้งใหญ่ในวันที่ 29 ตุลาคม

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์มูลค่า 6.34 พันล้านดอลลาร์ โดยสามารถอายัดไว้ได้ประมาณ 2.85 พันล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ Binance ยืนยันว่าได้สำรองเงินทุนเพียงพอที่จะชดเชยความสูญเสียทั้งหมดให้กับลูกค้าแล้ว

นี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณควรคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครงานใหม่

รายละเอียดดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานเหตุการณ์อย่างเป็นทางการที่ Binance เผยแพร่เกี่ยวกับเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคม 2026

ประเด็นสำคัญจากรายงานเหตุการณ์:

การวางกับดัก (Social Engineering): กลุ่มแฮกเกอร์ (ซึ่ง FBI ระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ เช่น กลุ่ม Lazarus Group) มุ่งเป้าไปที่วิศวกรซอฟต์แวร์ โดยใช้กลยุทธ์การจ้างงานปลอมที่แนบเนียน มีทั้งการสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอที่เลียนแบบการบริหารงานขององค์กรจริง และงานทดสอบทางเทคนิคที่แฝงมัลแวร์ซึ่งออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับที่ปลายทาง (endpoint detection)

การขยายขอบเขตการโจมตี: หลังจากสามารถแทรกซึมผ่านอุปกรณ์เครื่องแรกในเดือนมิถุนายน และอุปกรณ์ของวิศวกรอีกคนในเดือนกันยายน กลุ่มผู้โจมตีได้ใช้เครื่องมือ AI ภายในองค์กรเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม เพื่อสำรวจและเข้าควบคุมระบบของนักพัฒนาคนอื่นๆ รวมถึงขโมยข้อมูลรับรอง (credentials) ที่ใช้ในการจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัล (wallet deployment)

การโจมตีครั้งใหญ่: ในวันที่ 29 ตุลาคม กลุ่มผู้โจมตีได้ลงมือโจมตีครั้งสำคัญ ส่งผลให้มีการโอนย้ายสกุลเงินดิจิทัลออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นมูลค่ารวมประมาณ 6.34 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการโจรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การกู้คืนและการตอบโต้: Binance รายงานว่าสามารถอายัดหรือสกัดกั้นเงินที่ถูกขโมยไปได้เป็นมูลค่าประมาณ 2.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งนำเงินจากคลังของบริษัทและเงินสำรองฉุกเฉินมาชดเชยโทเค็นที่สูญหายไปถึง 98% เพื่อให้มั่นใจว่าความสูญเสียของลูกค้าได้รับการชดเชยอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ เกาหลีเหนือได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องผ่านทางสื่อของรัฐ

อธิบายวิธีการที่แฮกเกอร์ใช้เครื่องมือ AI ภายในองค์กรระหว่างเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยของ Binance

จากรายงานการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลหลังเกิดเหตุของ Binance ระบุว่า เครื่องมือ AI ภายในองค์กรมีบทบาทสำคัญในการเป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อเคลื่อนที่เจาะลึกเข้าไปในระบบ (Lateral Movement) ระหว่างเหตุการณ์ละเมิดความปลอดภัยแบบหลายขั้นตอนในเดือนตุลาคม 2026

แทนที่จะใช้วิธีถอดรหัสโดยตรง กลุ่มผู้โจมตี (ซึ่ง FBI ระบุว่าเป็นกลุ่ม Lazarus/TraderTraitor ของเกาหลีเหนือ) ได้ใช้เครื่องมือดังกล่าวเป็นสะพานเชื่อมจากเวิร์กสเตชันที่ถูกบุกรุกในตอนแรก ไปสู่ระบบวิศวกรรมกระเป๋าเงินดิจิทัล (Wallet Engineering Systems) ที่มีสิทธิ์เข้าถึงระดับสูง

รายละเอียดขั้นตอนการใช้เครื่องมือ AI เป็นอาวุธมีดังนี้:

1. การสร้างจุดยึดเกาะเริ่มต้น

หลายเดือนก่อนการโจรกรรมครั้งใหญ่ ผู้โจมตีได้เจาะเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของนักพัฒนาคนหนึ่งผ่านงานทดสอบที่แฝงมากับกระบวนการสัมภาษณ์งานปลอม แม้ทีมรักษาความปลอดภัยของ Binance จะตรวจพบความผิดปกติและเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องดังกล่าว (ในรายงานเรียกว่า "วิศวกร B") ไปแล้ว แต่ผู้โจมตีได้ทำแผนผังโครงสร้างภายใน ขั้นตอนการทำงานของทีม และบทบาทหน้าที่ของพนักงานไว้เรียบร้อยแล้ว

2. การใช้เครื่องมือ AI เพื่อเคลื่อนที่เจาะลึกเข้าสู่ระบบ (20 ตุลาคม)

ในวันที่ 20 ตุลาคม กลุ่มผู้โจมตีอาศัยสิทธิ์การเข้าถึงเครื่องที่ถูกบุกรุก เพื่อใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ AI ภายในที่ติดตั้งอยู่ในเครือข่ายของ Binance

ด้วยการใช้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อ สิทธิ์การเข้าถึง และเส้นทางเครือข่ายของเครื่องมือ AI ดังกล่าว แฮกเกอร์สามารถเคลื่อนที่จากระบบของ "วิศวกร B" ไปยังเป้าหมายสำคัญอีกสองจุด ได้แก่ วิศวกร DevOps ด้านกระเป๋าเงินดิจิทัล ("วิศวกร A") และวิศวกรซอฟต์แวร์ด้านกระเป๋าเงินดิจิทัลอีกคนหนึ่ง ("วิศวกร C")

ผ่านกลยุทธ์ที่อาศัย AI ช่วยเหลือนี้ ผู้โจมตีสามารถเจาะเข้าสู่เวิร์กสเตชันของวิศวกรทั้งสองคนได้สำเร็จ โดยไม่ทำให้ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยตามแนวป้องกันปกติทำงาน

3. การเข้าถึงสิทธิ์ระดับสูงและการติดตั้งมัลแวร์ (Payload)

เมื่อสามารถเข้าถึงสภาพแวดล้อมการทำงานของวิศวกรเป้าหมายผ่านเครื่องมือ AI ได้แล้ว ผู้โจมตีก็พบช่องทางสำคัญ:

พวกเขาพบว่า "วิศวกร A" (วิศวกร DevOps ด้านกระเป๋าเงินดิจิทัล) มีโทเค็นสำหรับอนุญาตการปรับใช้คอนเทนเนอร์ (Container Deployment Permission Token) ที่ยังใช้งานได้อยู่เก็บไว้ในระบบของเขา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม แฮ็กเกอร์ได้ล็อกอินเข้าสู่คอมพิวเตอร์ของวิศวกรซอฟต์แวร์ C โดยใช้โทเค็นการใช้งานที่ถูกขโมยไปของวิศวกร A สร้างคอนเทนเนอร์ที่เป็นอันตราย และเรียกใช้สคริปต์ที่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงบริการลงนามกระเป๋าเงินภายในของ Binance ได้โดยไม่ได้รับอนุญาต

เนื่องจากระบบเชื่อถือการใช้งานคอนเทนเนอร์ที่ถูกต้องและลงนามธุรกรรมอย่างถูกต้อง ผู้โจมตีจึงสามารถเริ่มการถอนเงินจำนวนมากใน 11 บล็อกเชนที่แตกต่างกัน ก่อนที่ระบบจะหยุดการถอนเงินได้









โพสต์ของ Binance:
29 October Binance Security Incident: Initial Findings and Response Update

https://x.com/binance/status/2117626126214504729