วันพฤหัสบดี, เมษายน 02, 2569

US Boots on the ground in Iran ? การรุกรานเกาะคาร์ก: ความเสี่ยงกับอำนาจต่อรอง


Hegseth REFUSES to rule out boots on the ground in Iran but says Trump ‘doesn’t want to repeat Iraq'

The Mirror

Mar 31, 2026 
#Iran #worldnews #trump

U.S. Defense Secretary Pete Hegseth says talks with Iran are "very real" and "gaining strength," but says the U.S. will continue "to negotiate with bombs."

Speaking to reporters at a briefing on the Iran war Tuesday morning Hegseth said: "Our job is to ensure that we compel Iran to realize that this new regime, this regime in charge, is in a better place if they make that deal. And so we'll continue."

"We're working hand in hand, but the primary effort is a deal," he added.

Hegseth also refused to tell reporters whether or not the U.S. military will deploy ground troops against Iran.

"You can't fight and win a war if you tell your adversary what you are willing to do or what you are not willing to do to include boots on the ground,” he said.

Hegseth added: “Our adversary right now thinks there are 15 different ways we could come at them with boots on the ground. And guess what? There are."

Hegseth also said that talks with Iran to end the conflict are ongoing.

"We don't want to have to do more militarily than we have to," he added. "But I didn't mean it flippantly when I said, in the meantime, we'll negotiate with bombs." 

The defense secretary also took a swipe at NATO, saying "other countries should pay attention when the president speaks."

"And he's pointing out, you know, you might... Might want to start learning how to fight for yourself. It's something some of us have been saying for quite some time." Hegseth said.

"You don't have much of an alliance if you have countries that are not willing to stand with you when you need them," he added.

https://www.youtube.com/watch?v=_8ZKgxUz6JM
.....

การรุกรานเกาะคาร์ก: ความเสี่ยงกับอำนาจต่อรอง

จากรายงานของ WSJ: ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชั้นนำเปิดเผยว่า เพนตากอนกำลังวางแผนปฏิบัติการภาคพื้นดินเพื่อเข้ายึดครองเกาะคาร์ก

รายงานจาก The Wall Street Journal และสื่อหลักอื่นๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2026) ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า เพนตากอนกำลังร่างแผนสำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดินที่อาจเกิดขึ้นในอิหร่าน โดยมีเกาะคาร์ก (Kharg Island)—ซึ่งเป็นจุดขนส่งปลายทางสำหรับการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านถึงราว 90%—เป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์หลัก

แม้ว่า "แผนการ" ดังกล่าวจะเป็นเพียงแผนฉุกเฉินสำรอง (contingency plan) มากกว่าจะเป็นคำสั่งที่ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้าย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนก็ได้ออกมาให้ความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความเสี่ยงและกลไกในการรุกรานรูปแบบนี้:

แผนทางยุทธวิธี

การวางกำลังทหาร: The Wall Street Journal รายงานว่า เพนตากอนกำลังพิจารณาส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาคนี้อีกสูงสุดถึง 10,000 นาย (ซึ่งอาจทำให้ยอดรวมทั้งหมดพุ่งสูงกว่า 17,000 นาย) โดยกำลังพลชุดนี้น่าจะรวมถึงกองกำลังจู่โจมเร็ว (rapid-entry forces) เช่น กองพลทหารพลร่มที่ 82 (82nd Airborne Division) และนาวิกโยธินสหรัฐฯ

วัตถุประสงค์: เป้าหมายหลักคือการ "บั่นทอนอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่าน" เพื่อสร้างอำนาจต่อรองมหาศาลในการเจรจาสันติภาพ และบีบให้อิหร่านยอมเปิดเส้นทางสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

จุดยืนของทรัมป์: ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ Financial Times ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า "บางทีเราอาจจะเข้ายึดเกาะคาร์ก หรือบางทีเราอาจจะไม่ยึดก็ได้ เรามีทางเลือกอยู่มากมาย" เขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การเข้ายึดครองเกาะใดๆ ก็ตาม จะต้องแลกมาด้วยการคงกำลังทหารของสหรัฐฯ ไว้บนเกาะนั้นในระยะยาว

คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ: "กับดักที่อเมริกาสร้างขึ้นเอง" แม้ว่าการเข้ายึดเกาะคาร์กจะถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้จริงในทางเทคนิค เนื่องจากเกาะมีขนาดเล็ก (8 กม. × 5 กม.) แต่นักวิเคราะห์ด้านการทหารต่างพากันส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างรุนแรง:

จุดอ่อนและความเปราะบาง: Michael Eisenstadt (จากสถาบัน Washington Institute) และผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ เตือนว่า เกาะคาร์กนั้นตั้งอยู่ในระยะยิงที่ปืนใหญ่และโดรนจากแผ่นดินใหญ่อิหร่านสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย การรักษาการยึดครองเกาะไว้จะเป็นดั่ง "ฝันร้ายด้านการคุ้มครองกำลังพล" (force protection nightmare) ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนทางทะเลจากเรือรบระดับ Aegis และระบบป้องกันภัยทางอากาศขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องทหารสหรัฐฯ ไม่ให้ต้องตกอยู่ภายใต้ "ห่าฝนขีปนาวุธ" ที่จะถูกยิงถล่มลงมา การเปรียบเทียบกับ "อิโว จิม่า": วุฒิสมาชิกลินด์เซย์ เกรแฮม เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสัปดาห์นี้ หลังจากเปรียบเทียบการยึดครองคาร์กที่อาจเกิดขึ้นกับการรบที่อิโว จิม่า ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นการเปรียบเทียบที่มองข้ามความสูญเสียมหาศาลของฝ่ายอเมริกันใน "สงครามบั่นทอนกำลัง" สมัยใหม่

ความเสี่ยงจากการก่อวินาศกรรม: นักวิเคราะห์จากมูลนิธิเพื่อการป้องกันประชาธิปไตย (FDD) ตั้งข้อสังเกตว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มีแนวโน้มที่จะ "ตั้งรับ" และอาจทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันที่สหรัฐฯ ตั้งใจจะยึดครอง ทำให้ภารกิจนั้นไร้ประโยชน์ในเชิงยุทธศาสตร์ ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

สถานะปัจจุบัน: ณ วันที่ 1 เมษายน 2569 เพนตากอนได้นำเสนอแผน "ทางเลือกสูงสุด" เหล่านี้ต่อทำเนียบขาว อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ ยังคงยืนยันว่าสหรัฐฯ ยังคงสามารถบรรลุเป้าหมายได้ผ่านการโจมตีทางอากาศและการปิดล้อมทางทะเลในปัจจุบันโดยไม่ต้องส่ง "กำลังพลภาคพื้นดิน"