บานปลาย และขยายผล ปมกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามดักยิง สส.พรรคประชาชาติ พบว่ารถที่ใช้เป็นพาหนะสังกัด กอ.รมน. พอถูกนักข่าวซัก ผอ.กอ.รมน.ภาคสี่กลับออกอาการกร่าง แถมปิดไมค์ให้ความเห็นส่วนตัว “ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก”
เท่านั้นไม่พอขบวนการ ‘ไอโอ’ ร่วมถล่ม ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ท่วมอินเตอร์เน็ต
“ทำภาพกราฟิคเขียนข้อความใส่ร้ายเราได้รวดเร็วมาก
และเป็นข้อความที่ไปในทิศทางเดียวกันหมด” ว่าผู้ก่อตั้งสำนักข่าวรีพอร์ตเตอร์เป็นโฆษกบีอาร์เอ็นบ้าง
เป็นนักข่าวโจรบ้าง
‘แยม’ ย้อนอดีตเมื่อกว่าสิบปีก่อน ก็โดนปฏิบัติการโจมตีเช่นนี้มาตลอด ด้วยวิธีการของเพจอวตารที่ใช้ “ซึ่งถ้าจะให้สืบสวนสอบสวนเชิงลึก ค้นหากันไม่ยากเลยว่า เป็นฝีมือใคร...เราจะปล่อยให้ปฏิบัติการ IO ที่ใช้เงินภาษีของประชาชน มาทำร้ายประชาชน” อย่างนี้หรือ
แต่แล้ว พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ ๔ ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า แทนที่จะแถลงความจริงให้กระจ่างเจตนาของ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ นายทหารสังกัด กอ.รมน. ผู้ให้ยืมรถราชการแก่คนร้าย เพื่อนสนิทอดีตเจ้าหน้าที่ทหารด้วยกัน
กลับตอบเลี่ยงบาลีว่าถ้าเป็นปฏิบัติการมืออาชีพ (อย่างตน) จริง “ก็ต้องบรรลุเป้า แต่นี่ผู้เป็นเป้าหมายไม่โดนอะไรสักอย่าง แล้วผายลมต่อไปให้พนักงานสอบสวนสืบเอาเอง อาการถ้อยคำส่อเสียดไหลลื่น ดั่งปากติดเชื้อ diarrhea เช่นนี้มีคนบอกว่า
เหมือนกันหมดในหมู่นายทหารชั้นผู้ใหญ่รุ่นเดียวกันจาก ตท.๒๖ รวมทั้ง ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน การจะหวังให้ความยุติธรรมปรากฏจากกองทัพคงยาก ในขณะที่นายกรัฐมนตรีก็ยังทำหูทวนลม ปล่อยให้เป็นเรื่องของทหารจัดการเอง
ความจำเป็นจึงตกแก่ฝ่ายผู้เสียหาย พรรคประชาชาติต้องไปสืบเสาะหาความจริง ก็พบว่า “แค่บอกว่ายืมรถมาแล้ว ๓ ครั้ง ถ้าได้อ่านคำให้การของคนถูกจับจะตกใจ เพราะมีความพยายามลอบสังหารมาหลายครั้ง ใช้รถคันนี้หลายครั้ง ก่อเหตุไม่ได้ก็เอามาคืนแล้วมาใช้ต่อ”
นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ บอกด้วยว่า “ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกผมว่าเรื่องนี้มีอยู่สองเงื่อนไข ถ้ามุมความมั่นคง นายกมลศักดิ์ถือว่าเป็น VIP ของจังหวัด การก่อเหตุกับ VIP ต้องมี ๒ เหตุผล”
หนึ่ง “ต้องมั่นใจว่าก่อเหตุแล้วจะออกจากนอกพื้นที่ได้ ซึ่งประชาชนทุกคนมั่นใจว่าออกจากที่ก่อเหตุได้เพราะเขาใช้รถของ กอ.รมน.” สอง “กลุ่มที่รับงานนี้ในการก่อเหตุระดมยิง ต้องมั่นใจว่าคนข้างหลังเขามีความยิ่งใหญ่เพียงพอที่จะปิดคดีได้”
ข้อสองนี้แหละสำคัญ “เราต้องหาคนที่สั่งการ” ให้ได้ และ “คนร้ายต้องไม่ลอยนวลพ้นผิด” ถึงเวลานายกฯ ต้องรู้สึกรู้สาแล้วนะ ในเมื่อประชาชนกำลัง “รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต”
(https://www.facebook.com/TheReportersTH/posts/ZtT6JBFd, https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/72MFpiT2N และ https://www.facebook.com/ThePoliticsByMatichon/posts/TjfDmbzfA)
