วันอาทิตย์, เมษายน 19, 2569

วิกฤตเยาวชนไทย การศึกษาถดถอย สุขภาพจิตดิ่งเหว เทียบสถิติโลก


THAI PRESS
6 hours ago
·
วิกฤตเยาวชนไทย การศึกษาถดถอย สุขภาพจิตดิ่งเหว เทียบสถิติโลก
.
.
สถานการณ์น่ากังวลของเยาวชนไทยในปัจจุบันที่กำลังเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง และปัญหาสุขภาพจิตที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ ข้อมูลจากองค์กรระดับสากลทั้ง OECD ยูนิเซฟ และองค์การอนามัยโลก ต่างชี้ให้เห็นถึงรอยรั่วของระบบที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วนที่สุด
.
ในด้านการศึกษาระดับมัธยม ผลการทดสอบ PISA ล่าสุดในปี 2565 สะท้อนภาพรวมช่วง 10 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2555 ว่าคะแนนของเด็กไทยลดลงอย่างรุนแรงในทุกทักษะ ปัจจุบันไทยอยู่ใน อันดับที่ 58 จาก 81 ประเทศ สวนทางกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ที่ยังคงรั้งอันดับหนึ่งของโลกในด้านคุณภาพการศึกษาระดับมัธยม
.
เมื่อเจาะลึกวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ พบว่าคะแนนของเยาวชนไทย ลดลงราว 30 คะแนน ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยคณิตศาสตร์ได้เพียง 394 คะแนน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วหรือ OECD ที่ 472 คะแนนอย่างชัดเจน ที่น่าตกใจคือมีนักเรียนไทยเพียงร้อยละ 1 เท่านั้นที่ทำคะแนนได้ในระดับสูง ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกสูงถึงร้อยละ 9
.
ทักษะการอ่านของเด็กวัยรุ่นไทยถือว่าอยู่ในจุดวิกฤตขั้นสูงสุด ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาคะแนน ร่วงหล่นลงถึง 60 คะแนน ปัจจุบันอยู่ที่ 379 คะแนน ทิ้งห่างจากค่าเฉลี่ยสากล บ่งชี้ว่าระบบการศึกษาไทยกำลังล้มเหลวในการสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์และการจับใจความ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตในโลกยุคดิจิทัลอย่างปฏิเสธไม่ได้
.
แม้หลายประเทศทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 จนทำให้คะแนนเฉลี่ย PISA ลดลงเช่นกัน แต่แนวโน้มการถดถอยของการศึกษาไทยนั้นเริ่มต้นขึ้นและดิ่งลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนเกิดโรคระบาดใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านี่ไม่ใช่ผลกระทบชั่วคราว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง ความเหลื่อมล้ำ และคุณภาพการสอนที่รอการปฏิรูป
.
นอกจากความกดดันด้านการเรียนและโครงสร้างทางสังคมที่บกพร่อง วัยรุ่นไทยยังต้องเผชิญกับสภาวะเปราะบางทางอารมณ์อย่างหนัก สถิติด้านสุขภาพจิตชี้ให้เห็นว่าปัญหาการศึกษามิใช่สิ่งเดียวที่บั่นทอนเยาวชน แต่สภาพแวดล้อมที่บีบคั้นกำลังผลักดันให้พวกเขาก้าวเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าและความเครียดเรื้อรังแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในอดีต
.
รายงานสถิติจากยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า วัยรุ่นอายุระหว่าง 10-19 ปีทั่วโลกประมาณ 1 ใน 7 คน กำลังเผชิญกับความผิดปกติทางจิต สัดส่วนดังกล่าวนี้สอดคล้องกับสถิติของประเทศไทยอย่างน่าตกใจ สะท้อนว่าเยาวชนไทยนับล้านคนกำลังทนทุกข์ทรมานจากโรคทางจิตเวช โดยส่วนใหญ่ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยหรือเข้าถึงการบำบัดรักษาเลย
.
ข้อมูลการประเมินสุขภาพจิตผ่านแอปพลิเคชันของกรมสุขภาพจิตในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา เผยให้เห็นตัวเลขที่น่าวิตกกังวล เด็กและวัยรุ่นไทยกว่าร้อยละ 28 มีภาวะเครียดในระดับสูง และร้อยละ 32 มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้า ตัวเลขเหล่านี้พุ่งทะยานขึ้นเมื่อเทียบกับทศวรรษก่อน สะท้อนถึงภูมิต้านทานทางใจที่ลดต่ำลงในยุคปัจจุบัน
.
ความน่ากลัวสูงสุดของวิกฤตสุขภาพจิตคือการตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ปัจจุบันการฆ่าตัวตายคือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของวัยรุ่นทั่วโลก สำหรับประเทศไทย ผลการสำรวจภาวะสุขภาพนักเรียนระดับโลกพบว่า วัยรุ่นไทยอายุ 13-17 ปี ถึงร้อยละ 17.6 เคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสถิติที่ส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดถึงหน่วยงานรัฐ
.
แม้ปัญหาจะรุนแรงเทียบเท่าระดับสากล แต่การเข้าถึงบริการสาธารณสุขด้านนี้ของไทยยังตามหลังอยู่มาก ข้อมูลพบว่า ประเทศไทยมีจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ถึง 300 คนทั่วประเทศ และกว่าร้อยละ 40 กระจุกตัวอยู่ในเมืองหลวง ทำให้ความเหลื่อมล้ำด้านการรักษากลายเป็นกำแพงสูงลิ่วที่ขวางกั้นไม่ให้เยาวชนในภูมิภาคได้รับการช่วยเหลือทันเวลา
.
วิกฤตคู่ขนานทั้งด้านสติปัญญาและสภาวะจิตใจของเยาวชนไทย ถือเป็นโจทย์ท้าทายระดับชาติที่ไม่อาจปล่อยผ่านได้ รัฐบาลและกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องเร่งยกเครื่องระบบการศึกษาควบคู่ไปกับการสร้างตาข่ายรองรับทางจิตวิทยา หากไม่เร่งบูรณาการแก้ไข ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับภาวะสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นกำลังหลักของชาติอย่างประเมินค่ามิได้

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1533973398493848&set=a.572678567956674






https://x.com/ThaiPressCC/status/2045485772917321859