วิดีโอจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยกลุ่ม "อาสาไฟป่าเชียงใหม่-ภาคประชาชน"
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีการระดมกำลังบุคลากรกว่า 2,700 นายเพื่อเข้าจัดการกับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ภายหลังจากที่ข้อมูลจากดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 2,927 จุด เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญาณของการลดลง โดยจุดความร้อนส่วนใหญ่ถูกตรวจพบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (1,507 จุด) รองลงมาคือป่าสงวนแห่งชาติ (722 จุด) พื้นที่เกษตรกรรม (328 จุด) พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน (188 จุด) ชุมชน (170 จุด) และพื้นที่ริมทางหลวง (12 จุด)
ในขณะเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ส่งเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าผู้เชี่ยวชาญจำนวน 380 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีก 1,900 นาย และมีกำลังสำรองเตรียมพร้อมไว้อีก 500 นาย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ให้สงบลงก่อนจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังคงมีการตรวจพบจุดความร้อนในจำนวนที่สูงผิดปกติอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ซึ่งส่งผลให้มีการยกระดับมาตรการกวดขันจับกุมการลักลอบเผาป่าและเผาในที่โล่งอย่างผิดกฎหมายทั่วประเทศ
ในระดับภูมิภาค ประเทศเพื่อนบ้านต่างรายงานระดับจุดความร้อนที่สูงขึ้นเช่นกัน โดยเมียนมามียอดสูงสุดที่ 3,397 จุด ตามด้วยลาวที่ 3,296 จุด จากนั้นคือ กัมพูชา (712 จุด) เวียดนาม (663 จุด) และมาเลเซีย (31 จุด)
เจ้าหน้าที่ได้ออกโรงขอความร่วมมือจากสาธารณชนให้งดเว้นกิจกรรมการเผาทุกรูปแบบ และช่วยกันแจ้งเบาะแสหากพบการกระทำผิด เพื่อช่วยลดปัญหาหมอกควันและสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยด้านสภาพอากาศในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้
วิดีโอจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยกลุ่ม "อาสาไฟป่าเชียงใหม่-ภาคประชาชน"
https://www.facebook.com/share/v/1bDWaSCJyj/
CR: Thai Enquirer
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มีการระดมกำลังบุคลากรกว่า 2,700 นายเพื่อเข้าจัดการกับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ภายหลังจากที่ข้อมูลจากดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อน (Hotspots) ทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 2,927 จุด เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวถือเป็นสัญญาณของการลดลง โดยจุดความร้อนส่วนใหญ่ถูกตรวจพบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ (1,507 จุด) รองลงมาคือป่าสงวนแห่งชาติ (722 จุด) พื้นที่เกษตรกรรม (328 จุด) พื้นที่ปฏิรูปที่ดิน (188 จุด) ชุมชน (170 จุด) และพื้นที่ริมทางหลวง (12 จุด)
ในขณะเดียวกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ส่งเจ้าหน้าที่ดับไฟป่าผู้เชี่ยวชาญจำนวน 380 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีก 1,900 นาย และมีกำลังสำรองเตรียมพร้อมไว้อีก 500 นาย ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ให้สงบลงก่อนจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังคงมีการตรวจพบจุดความร้อนในจำนวนที่สูงผิดปกติอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ซึ่งส่งผลให้มีการยกระดับมาตรการกวดขันจับกุมการลักลอบเผาป่าและเผาในที่โล่งอย่างผิดกฎหมายทั่วประเทศ
ในระดับภูมิภาค ประเทศเพื่อนบ้านต่างรายงานระดับจุดความร้อนที่สูงขึ้นเช่นกัน โดยเมียนมามียอดสูงสุดที่ 3,397 จุด ตามด้วยลาวที่ 3,296 จุด จากนั้นคือ กัมพูชา (712 จุด) เวียดนาม (663 จุด) และมาเลเซีย (31 จุด)
เจ้าหน้าที่ได้ออกโรงขอความร่วมมือจากสาธารณชนให้งดเว้นกิจกรรมการเผาทุกรูปแบบ และช่วยกันแจ้งเบาะแสหากพบการกระทำผิด เพื่อช่วยลดปัญหาหมอกควันและสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยด้านสภาพอากาศในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้
วิดีโอจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยกลุ่ม "อาสาไฟป่าเชียงใหม่-ภาคประชาชน"
https://www.facebook.com/share/v/1bDWaSCJyj/
CR: Thai Enquirer
Over 2,700 personnel deployed as Thailand records 2,927 hotspots
— Thai Enquirer (@ThaiEnquirer) April 6, 2026
More than 2,700 personnel have been mobilized to combat wildfires in northern Thailand, as satellite data recorded 2,927 hotspots nationwide on April 5, authorities said.
The Geo-Informatics and Space Technology… pic.twitter.com/NjrHbRxl8G
https://x.com/ThaiEnquirer/status/2041056315225862377