วันจันทร์, ธันวาคม 15, 2568

ข้อแตกต่างของสื่อไทยและสื่อนอก สื่อไทยเน้นการเสนอข่าวที่สร้างความฮึกเหิม “F-16 ทิ้งไข่ระเบิดสะพาน” “กริพเพนบินเสิร์ฟไข่มื้อเย็น” เสนอภาพผลกระทบต่อชาวบ้านน้อยมาก แต่สื่อนอกมักเสนอภาพความทุกข์ยากของชาวบ้านที่ต้องอพยพโยกย้ายเพราะสงคราม เชิญนักวิชาการมาวิเคราะห์เหตุการณ์ และเสนอทางออก



Pipob Udomittipong
15 hours ago
·
สังเกตมั้ยว่าในขณะที่สื่อไทยเน้นการเสนอข่าวที่สร้างความฮึกเหิม “F-16 ทิ้งไข่ระเบิดสะพาน” “กริพเพน ผนึก F-16 ถล่มหนัก” “อย่าไว้ใจเขมร ชาวบ้านไม่อยากให้ไทยหยุดยิง” “กริพเพนบินเสิร์ฟไข่มื้อเย็น” “กริพเพนตีแตก บินถล่มคลังกระสุน” “บึมฐานทหารเขมร! สอยรถถังเขมรนับสิบ” ฯลฯ แต่เสนอภาพผลกระทบต่อชาวบ้านน้อยกว่ามาก

ในทางตรงข้าม สื่อนอกมักเสนอภาพความทุกข์ยากของชาวบ้านที่ต้องอพยพโยกย้ายเพราะสงคราม ความรู้สึกอยากให้สงครามจบเร็ว ๆ และอยากให้กลับมาสัมพันธ์ดีกันเหมือนเดิม นอกนั้นก็เป็นการเชิญนักวิชาการมาวิเคราะห์เหตุการณ์ และเสนอทางออก นอกเหนือจากการทำสงครามที่ยืดเยื้อ

ในรายงานนี้ FRANCE 24 สัมภาษณ์ เจริญ แจ่มใส ชายชาวไทย ซึ่งบอกว่า “คิดว่าอยากให้เจรจา และกลับมาดีกันเหมือนเดิม ถึงอย่างไรเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ถ้ายังสู้กันต่อไปอย่างนี้ เราจะมีชีวิตอยู่อย่างไร? เราอาศัยอยู่ติดกัน เราปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้หรอก”

สำนักข่าวเดียวกันยังสัมภาษณ์มาร์ คลี หญิงชาวกัมพูชา ซึ่งต้องอพยพเป็นครั้งที่สองแล้ว 50 ปีที่แล้วต้องหนีเขมรแดง เธอบอกว่านอนไม่หลับ และกังวลถึงทรัพย์สินที่บ้านซึ่งอยู่ชายแดน เธอบอกว่าสงครามความขัดแย้งครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เกิดจากรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ไม่ได้เป็นเพราะประชาชนคนไทยหรือกัมพูชา

มาร์ คลี บอกว่า “คนหนุ่มสาวที่หมู่บ้านดิฉันทำงานในเมืองไทยทั้งนั้น พวกเราคิดว่าคนไทยหรือคนกัมพูชาก็เหมือนพี่น้องกัน พวกเราไม่เคยทะเลาะกัน พวกเขารักกันดี มันเป็นปัญหาระหว่างสองรัฐบาล โดยเฉพาะรบ.ไทยที่ต้องการที่ดินของเรา แต่ถ้าในระดับประชาชน พวกเราไม่มีปัญหาต่อกัน

สงครามเกิดขึ้นและบานปลาย เพราะมีคนที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะรัฐบาลเสียงข้างน้อยของ #อนุทิน และ #พรรคภูมิใจไทย ของเขา ยิ่งการสู้รบรุนแรงยืดเยื้อมากเท่าไร ก็จะยิ่งเป็นผลดีทางการเมืองกับเขาและพรรคของเขาเท่านั้น

อนุทินต้องการจัดเลือกตั้งท่ามกลางกระแสชาตินิยมที่พุ่งสูงระหว่างสงคราม หรือที่ฝรั่งเรียกว่า “Khaki election”เพราะทำให้เขาได้เปรียบ ยิ่งถ้าเกิดความเสียหายทางทหารของกัมพูชามากเท่าไร ซึ่งก็ต้องมาพร้อมกับความสูญเสียของชีวิตทหารชั้นผู้น้อย ต้นทุนค่าใช้จ่ายในสงคราม และความทุกข์ยากด้านเศรษฐกิจของประชาชน เขาก็จะยิ่งสามารถประกาศชัยชนะ เพื่อหาเสียงได้

กฎหมาบบ้านเรานี่ก็แปลก ห้ามแจกเงินเพื่อซื้อเสียง แต่ไม่ได้ห้ามทำสงครามเพื่อหาเสียง

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราจะไม่สู้ เมื่อถูกยิงก่อน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า มันมีวิธีการที่สันติและส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยสุด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการลุกลามบานปลายของสงครามหรือ? หลายฝ่ายเห็นว่ามี ต่างชาติเห็นว่ามี เพราะสาเหตุครั้งนี้ เกิดจากเรื่องทุ่นระเบิดและการปะทะกันระหว่างการสร้างถนน

แต่รบ.อนุทินจงใจไม่เลือกใช้วิธีทางการทูตเหล่านั้น เพราะเขาได้ประโยชน์จากสงครามหรือไม่ หรือเพราะเขาเป็น “War monger”? #ไทยกัมพูชา

Civilians caught in crossfire as Thailand-Cambodia fighting continues https://youtu.be/W4gnunWZe_M

https://www.facebook.com/photo/?fbid=10163466590236649&set=a.10150096728651649