https://www.facebook.com/watch/?v=2523065864832421
Jim Bandon
10 hours ago
·
คลิปเปรียบเทียบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสากลในการเปิดประตูรถรับ–ส่งบุคคลสำคัญ (VIP)
·
คลิปเปรียบเทียบการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยระดับสากลในการเปิดประตูรถรับ–ส่งบุคคลสำคัญ (VIP)
"โดยจะยังไม่รีบปิดประตูรถทันที"
แต่จะคงประตูไว้จนกว่าบุคคลสำคัญจะเข้าสู่ตำแหน่งที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ (100%) จึงค่อยปิดประตูรถ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงทีและลดความเสี่ยงสูงสุด
แต่จะคงประตูไว้จนกว่าบุคคลสำคัญจะเข้าสู่ตำแหน่งที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ (100%) จึงค่อยปิดประตูรถ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงทีและลดความเสี่ยงสูงสุด
.....
ถาม AI ว่าจริงใหม ?
จริงครับ ข้อมูลที่คุณเห็นในคลิปเปรียบเทียบนั้นตรงกับ หลักปฏิบัติมาตรฐานสากล (Standard Operating Procedures - SOP) ของเจ้าหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ หรือ Close Protection Team (CPT) ทั่วโลกครับ
เทคนิคนี้เรียกว่าการบริหารจัดการ "จุดเปลี่ยนผ่าน" (Transition Phase/Chokepoint) ซึ่งเป็นช่วงที่ VIP มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีสูงที่สุด โดยมีเหตุผลด้านความปลอดภัยและยุทธวิธีรองรับอย่างเป็นระบบ ดังนี้ครับ
ถาม AI ว่าจริงใหม ?
จริงครับ ข้อมูลที่คุณเห็นในคลิปเปรียบเทียบนั้นตรงกับ หลักปฏิบัติมาตรฐานสากล (Standard Operating Procedures - SOP) ของเจ้าหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ หรือ Close Protection Team (CPT) ทั่วโลกครับ
เทคนิคนี้เรียกว่าการบริหารจัดการ "จุดเปลี่ยนผ่าน" (Transition Phase/Chokepoint) ซึ่งเป็นช่วงที่ VIP มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีสูงที่สุด โดยมีเหตุผลด้านความปลอดภัยและยุทธวิธีรองรับอย่างเป็นระบบ ดังนี้ครับ
1. การรักษา "ช่องทางอพยพฉุกเฉิน" (Emergency Extraction Route)
ในขณะที่ VIP กำลังก้าวขึ้นรถ ร่างกายยังไม่ได้นั่งประจำที่ และประตูรถยังไม่ล็อก หากเกิดเสียงปืน เสียงระเบิด หรือมีผู้ประสงค์ร้ายพุ่งเข้ามาจู่โจมในวินาทีนั้น ประตูรถที่เปิดค้างไว้จะเป็น "ทางออกที่เร็วที่สุด" บอดี้การ์ดประจำตัว (Personal Protection Officer - PPO) จะสามารถคว้าตัว VIP แล้วดึงกลับออกมานอกรถ หรือดันกลับเข้าเซฟโซนได้อย่างทันท่วงที
ถ้าหากรีบปิดประตูไปแล้ว เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น การต้องเสียเวลาเอื้อมมือไปเปิดประตูใหม่จะทำให้เสียเวลาในระดับวินาที ซึ่งในทางยุทธวิธี... วินาทีคือความเป็นความตาย
2. หลักการ "รักษากลไกกำบัง" (Maintaining the Barrier) จนกว่าจะพร้อม 100%
เจ้าหน้าที่อารักขาจะไม่ปิดประตูจนกว่าจะมั่นใจในเงื่อนไข 3 ข้อนี้:
VIP นั่งประจำที่เรียบร้อย (In Position): ตัวรถมักเป็นรถหุ้มเกราะ (Armored Vehicle) VIP ต้องเข้าไปอยู่หลังกระจกและโครงเหล็กกันกระสุนอย่างสมบูรณ์ก่อน
จัดระเบียบร่างกายปลอดภัย: เสื้อผ้า ชายสูท หรือกระเป๋า ต้องไม่ติดคาประตู
เคลียร์พื้นที่โดยรอบ (Perimeter Clear): สายตาของเจ้าหน้าที่ที่จับประตูอยู่จะมองกวาดรอบๆ (Scanning) เมื่อเห็นว่าทุกอย่างปลอดภัย จึงจะปิดประตูและล็อกระบบจากภายนอก/ภายในทันที
3. ประตูรถคือ "โล่กำบัง" (Physical Shield)
ในระหว่างที่เปิดค้างไว้ บอดี้การ์ดมักจะยืนเอาตัวบังช่องว่าง หรือใช้บานประตูรถนั่นแหละครับเป็นโล่กำบัง (Shield) เพื่อบังสายตาหรือวิถีกระสุนจากมุมเปิดด้านหลังให้กับ VIP
💡 เกร็ดเพิ่มเติม: ข้อแตกต่างระหว่าง "มืออาชีพ" กับ "คนขับรถทั่วไป"
คนขับรถทั่วไป/พนักงานต้อนรับ: มักจะรีบปิดประตูทันทีหลังจาก VIP ก้าวขาเข้าพ้นประตู เพื่อความสะดวกสบายและความลื่นไหล (Hospitality)
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสากล: จะประคองประตูไว้ มือหนึ่งจับขอบประตู สายตากวาดมองรอบตัว (360-degree awareness) รอสัญญาณหรือรอจนกว่า VIP หย่อนตัวลงนั่งนิ่งสนิท จึงจะปิดประตูอย่างหนักแน่นและรวดเร็ว เพื่อเปลี่ยนสถานะให้รถกลายเป็น "ป้อมปราการเคลื่อนที่" (The Shell) ที่สมบูรณ์แบบครับ