“ตอนนี้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง
ต้องแก้ปัญหาทุกอย่าง” รวมทั้งฝนตกทีไรน้ำท่วมทั่วกรุง แล้ววานนี้ขึ้นไปท่วมบนตึดรัฐสภา
ด้านห้องประชุม สว.แล้ว คนแชร์และรีทวี้ตกันตรึม อันนี้ของใหม่เอี่ยมเลยนะ
ไม่ได้ตกค้างมาจากรัฐบาลที่แล้วๆ
‘แล้วๆ’
คำนี้หมายถึงรัฐบาลก่อนรัฐบาลที่แล้วนะ
ซึ่งประยุทธ์บอกว่าเป็นต้นปัญหาของการที่ทำให้รัฐบาลนี้ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณี
คสช.สั่งปิดเหมืองทองอัครา แล้วก็ อย่าเอาไปโยงกันล่ะ ที่เคยพูดว่า “ผมรับผิดชอบเอง”
นั่นมันนายกฯ คสช.
“คนละเรื่อง คนละประเด็นกัน”
ตอนนั้นหัวหน้า คสช.สั่งเพราะมี “ข้อร้องเรียนเรื่องสุขภาพ
และรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยแก้ไข...รัฐบาลนี้ต้องเข้ามาแก้ไข” เออ เอากับเขาสิ
ประยุทธ์ คสช. กับประยุทธ์หลังเลือกตั้งไม่เกี่ยวกัน ดูมันแถ
ถึงจะมี ส.ส.รัฐบาลในกรรมาธิการสภา ๓๘ ต่อ
๒๑ “โหวตอนุมัติให้ใช้เงินภาษี (๑๑๑ ล้าน) ไปสู้คดีให้ประยุทธ์” กรณีใช้อำนาจเผด็จการคว่ำสัญญา
โดยยอมให้ตัดออกเพียง ๑๒ ล้าน แล้วยกยอดไปพิจารณาอีกครั้งในวาระ ๒
ว่าจะยอมให้ตัดทั้งหมดหรือไม่ ก็เถอะ
ส่วนที่ทุกนิ้วชี้ไปที่หัวหน้า
คสช.ออกคำสั่งอย่างงั่งๆ จู่ๆ สั่งปิด ไม่ได้ศึกษาข้อเท็จจริงต่างๆ
ทั้งสองฝ่ายให้ถ่องแท้นั่น “เป็นเรื่องของเมื่อก่อน” เท่านั้นเหรอ
ทำไมไม่หัดรักษาคำพูดเสียบ้าง อีกทั้งจะให้บริกรมาอ้างว่าแค่ ‘ชั่วคราว’ ก็ฟังไม่ขึ้นแล้วละ
เช่นกันกับกรณีฝนตกทุกปี น้ำก็ท่วมถนนหนทาง
บ้านเรือน ทุกปีเหมือนกัน แรกๆ อ้างว่ารัฐบาลก่อนๆ ปล่อยปัญหาหมักหมมมาถึงตน นี่
๖-๗ ปีเข้าไปแล้วยังไม่มีปัญญาแก้ ไอ้ที่ท่วมในสภาเพิ่งสร้างใหม่เอี่ยมโทษใครดีล่ะ
โทษผู้รับเหมาก็ไม่กล้า เกรงใจพวกเดียวกัน
“นี่มันสภาหรือพื้นที่เก็บน้ำ” ข่าวสดว่า “ฝนตกหนักส่งผลให้หลังคารั่ว
และน้ำเข้าไปขังภายในลิฟต์ชั้น ๑ ของอาคารรัฐสภาฝั่งสมาชิกวุฒิสภา จนเกิดน้ำท่วม
น้ำไหลหลาก” ยังไม่ทันได้ “ส่งงานให้ ส.ว.เข้าไปใช้ทำงานแล้วก็ตาม”
ประยุทธ์ยังมีหน้าบอก “ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องรับฟังเสียงทั้งสองฝ่าย
เพราะไม่สามารถเห็นตรงกันได้ทั้งหมด” แบบว่าต้องฟังหมอวรงค์ที่เอาเยาวชนวัย ๑๔
ปีขึ้นปราศรัยเวที ‘ไทยภักดี’ ว่า “เผด็จการจงเจริญ ประชาธิปไตยจงพินาศ” นั่นหรือ
(แทรกนิด มีคนเก็บเอามาล้อ “น้องเขาบอกว่า ‘เผด็จการจงเจริญ’ นี่เขาหมายถึงใครหว่า
ประยุทธ์มันบอกว่ามันเป็นประชาธิปไตย ๙๙.๙% นะ -@sleeplessbkk)
กับที่
‘คชโยธี’ “อัดปิยบุตรไม่รู้กฎหมายรัฐธรรมนูญ จึงทำให้พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ” ก็คือวิธีบิดเบือนแบบที่หมอวรงค์ทำเป็นนิสัย
จริงของ @p_thiemfah ที่ว่า “น้องเค้าโดนจ้างตั้ง ๖ พัน เค้าก็ต้องทำตามหน้าที่ให้คุ้มเงินอ่ะ
ไปว่าน้องเค้าล้อน้องเค้าก็เปล่าประโยชน์ เราควรพุ่งเป้าไปที่คนจ้างหรือคนที่เอาเด็กมาทำแบบนี้”
จึงมี @jejevisa เข้าไปเสริม “สงสารน้องเค้านะคะ
ที่เติบโตมาภายใต้ความขาดโอกาสทางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ แต่เหนือสิ่งอื่นใด...คนที่ดึงน้องมาเกี่ยวคือจิตใจต่ำมาก”
ต่ำหรือไม่แค่ไหนไม่รู้นะ แต่ วรงค์
เดชวิกรม นี่แถไกลมาก เช่นเรื่องภารโรงสนามกีฬา กทม. ถูกม็อบไทยภักดีตีหัวแตกเลือดอาบ
เพราะแกใส่ ‘เสื้อแดง’ ไปกวาดน้ำที่ขังเจิ่งนองถนนอยู่ใกล้ๆ
ที่ชุมนุม “ให้ประชาชนเดินเข้างานได้สะดวก”
นายสุคนธ์หรือเปี๊ยก พุฒตาล อายุ ๖๐ ปี
ผู้เคราะห์ร้ายยังงง ไม่รู้ว่าถูกพวกไทยภักดีตีเพราะอะไร ยังถาม “ตีผมทำไม...มาตีผมเพื่ออะไรผมไม่เข้าใจ
เราคนไทยด้วยกันไม่จำเป็นต้องมาเลือกสี” ปกติแกใส่เสื้อตามสีของวัน
วันนั้นอาทิตย์ก็สีแดง
วรงค์ออกมาแถลงเป็นคุ้งเป็นแคว “ในช่วงเวลาดังกล่าว
ชายดังกล่าวได้กวาดน้ำที่ขังบนผิวถนนไปถูกประชาชนที่มาร่วมงาน และมีปากเสียงกันและมีการใช้วาจาไม่สุภาพ
มีชายที่เห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปห้าม และชกชายที่ใส่เสื้อแดงล้ม แล้วนั่งแทกซี่ออกไป”
ผูกเรื่องได้เก่งกาจขนาดนี้
สมกับที่ได้รับมอบหมายให้มาเป็นตัวป่วนฝ่ายประชาธิปไตย #เพื่อเผด็จการ ดีกว่าแกนนำไทยภักดีอีกคนที่บอกว่า “ในสถานการณ์อย่างนั้น
ถ้าคุณเป็นคนปกติไม่ควรใส่เสื้อสีแดง” เอ๊า ตีหัวคนปกติ ใส่เสื้อแดงไม่ปกติ
นี่มันสติปัญญาแบบไหน
หลายต่อหลายคนเขาเห็นว่า “คนที่ปกติจริงๆ เขาไม่ไปเที่ยวตีหัวใคร
เพียงเพราะสีเสื้อที่เขาใส่หรอกนะ” นี่จาก @wirojlak พูดถึงเหตุเฉพาะหน้า ถ้าเป็นเหตุระยะยาวโดยรวม บก.ลายจุด @nuling ว่า
“ตอนชุมนุมใหญ่วันที่ ๑๘ ส.ค.
ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยของประชาชนปลดแอก พวกอาชีวะก็มาจัดเวทีอยู่ใกล้ๆ กัน
ก็ไม่มีใครไปรังแกนะครับ ต่างคนต่างอยู่” #ไทยภักดี ไปตีลุงที่ใส่เสื้อแดง เป็นได้อย่างเดียว “ทุเรศ”
(https://www.khaosod.co.th/politics/news_4817276, https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=322422339001164&id=100037002006361… และ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=3363143007077467&set=a.440635312661599&type=3)