วันอังคาร, เมษายน 02, 2562

ที่ตู่มันบ้าอยู่ตอนนี้ เพราะเห็นแล้วละ ว่าสืบทอดอำนาจได้ยาก เป็นนายกฯ ต่อได้แหงๆ แต่อยู่ไม่ยืด อนาคตไม่รอด มีแต่พังกับพัง



..



ที่ตู่มันบ้าอยู่ตอนนี้ เพราะเห็นแล้วละ ว่าสืบทอดอำนาจได้ยาก เป็นนายกฯ ต่อได้แหงๆ แต่อยู่ไม่ยืด อนาคตไม่รอด

เป็นนายกฯ จะยากอะไร 126 ส.ส.+250 ส.ว.ตั้งเอง แต่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมากนี่สิ ยังไงๆ 7 พรรคแพ็คกันแน่น 246 เสียง เหลือให้เก็บเบี้ยหัวแตก 254 เสียง ปชป. 52 เสียง ก็จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ หรือต่อให้ร่วมรัฐบาล ก็วางใจไม่ได้ ส.ส.ร่วมครึ่งอยู่ฝ่ายมาร์ค-ชวน ที่พร้อมจะล้มรัฐบาลเมื่อเห็นว่าได้โอกาสโชว์ฟอร์ม เรียกคะแนนคืน

แค่เริ่มต้น ผลการเลือกตั้งก็ทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ กกต. ล่าชื่อไล่เป็นล้าน บางคนเถียงแทน กกต.ว่าแค่พลาด บกพร่อง ไม่เจตนาทุจริต แต่ถ้าพลาด ก็พลาดระดับสอบตก ทำพัง ฉิบหายวายป่วง จนประชาชนไม่เชื่อมั่น ครั้นนักศึกษาล่าชื่อไล่ มหาวิทยาลัยก็ห้าม คสช.ก็ปราม นี่มันบรรยากาศย้อนยุค 14 ตุลาชัดๆ ถึงแม้ยุคนี้สมัยนี้คงไม่เกิด แต่มันก็สร้างความไม่พอใจให้ลุกลาม

กกต.ชุดนี้จะไปออกใบเหลืองใบส้มใคร ก็ลำบากแล้ว เพราะจากซูเปอร์มหาเทพ ตอนนี้เปรียบเป็นภาษากำลังภายในก็เรียกว่าพระพุทธรูปดินขามลำน้ำ เอาตัวเองยังไม่รอดเลย

เดี๋ยวยังจะเจอวิธีคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ ชนวนระเบิดอีกลูก แม้หลักๆ จะเป็นความรับผิดชอบ กรธ. แต่ถ้าออกมาแบบทำให้ 7 พรรคลดเหลือ 246 แทนที่จะเป็น 253 คนเลือกพรรคอนาคตใหม่ถูกโยนคะแนนทิ้งน้ำ 5.8 แสนคน ประชาชนจะยิ่งแอนตี้กติกาเลือกตั้งตาม รธน.2560

การที่ตู่จะตั้งรัฐบาลบนความที่ประชาชนไม่เชื่อถือศรัทธาต่อกติกา ต่อ กกต. ต่อ 250 ส.ว. จึงเท่ากับจ่อหายนะไว้แต่ต้น ไอ้ที่คุยว่า popular vote 8.4 ล้าน รวมพรรคกำนัน 8.9 ล้าน ฝั่งไม่เอาตู่ 16.5 ล้านนะโว้ย ปชป.ไม่เอาสองฝั่ง 3.9 ล้าน ส่วนคนเลือกพรรคอื่น อย่างภูมิใจไทย ก็ไม่ใช่ชื่นชอบตู่ ใน 8.4 ล้านเองก็เหอะ มีคนเชียร์จริงสักเท่าไหร่ แต่พลังคนไม่เอาสิ แน่วแน่กว่า มันจะอยู่ได้เพราะทหารศาลองค์กรอิสระเท่านั้นเอง คะแนนตั้งรัฐบาลว่าปริ่มน้ำ คะแนนรัก vs คะแนนเกลียด ท่วมปากท่วมจมูกแล้ว

จะไปต่อยังไง จะบอกว่าตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ถือ ม.44 เป็นนายกฯ ต่อไป ยังงั้นเรอะ อยู่ได้ที่ไหน ใครจะยอมรับ ทั้งในประเทศทั้งนานาชาติจะกดดัน มีแต่พังกับพัง

...

ผมยืนยันไม่มีใครตั้งรัฐบาล251-270ที่นั่งได้ ตั้งไปก็ป่วนอยู่ได้ไม่นาน ต้องมีอย่างน้อย280 ให้สวย300จึงมีเสถียรภาพทำงานได้ ไม่เชื่อให้ดูรัฐบาลอภิสิทธิ์เสียงไม่ถึง300ว่าเป็นอย่างไร

เขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อลด สส ฝั่งประชาธิปไตย แม้กระทั่งทำให้เกิดงูเห่าไม่ต่ำกว่า40คน จะทำได้หรือไม่ หรือจะทำด้วยวิธีการใดก็คอยดูกันไป แต่รับรองว่าหน้าด้านมาถึงขนาดนี้ ไม่มีอะไรให้เหนียมอายอีกต่อไป และหวยจะออกที่อนาคตใหม่โดนหนักที่สุด

นัทธี บัวชู

ปฏิทินประวัติศาสตร์สามัญชน ๑ เมษายน ๒๔๖๕ วันเกิดนายรวม วงษ์พันธ์ ครูใหญ่ รร.สว่างวิทยา จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกสฤษฎ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจมาตรา ๑๗ ประหารชีวิต ในข้อหาคอมมิวนิสต์





ปฏิทินประวัติศาสตร์สามัญชน

๑ เมษายน ๒๔๖๕

วันเกิดนายรวม วงษ์พันธ์ ครูใหญ่ รร.สว่างวิทยา จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกสฤษฎ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจมาตรา ๑๗ ประหารชีวิต ในข้อหาคอมมิวนิสต์ 

นายรวมมีบิดาชื่อนายอยู่ มารดาชื่อนางไร เป็นชาวนา บ้านมะขามล้ม ต.มะขามล้ม อ.บางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี

จดหมายจากรวม วงษ์พันธ์ ขียนจากในคุกถึงสหายผู้ปฏิบัติงานก่อนถูกประหารชีวิต

สหายทุกคน วีรชนทุกท่าน

ผมไม่มีโอกาสจะร่วมงานกับท่านอีกต่อไปแล้ว ศัตรูเรามันโกรธแค้นเรามาก ผมขอลาสหายและวีรชนทุกคนในคืนนี้ ผมหวังว่าทุกคนต้องเดินต่อไป เดินไปสู่ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่ลำบากยากเย็นที่สุด ชัยชนะต้องเป็นของเราสหายรัก เกียรติสูงส่งของเราที่ศัตรูให้เราด้วยความหวาดกลัวของมันคือ “ตามมาตรา 17” ผมพร้อมแล้ว และยืนรอศัตรูด้วยความภูมิใจในภารกิจอย่างองอาจ และเตรียมเผชิญหน้ากับการเข่นฆ่าของศัตรูอย่างมีสำนึก การตายเช่นนี้เป็นความกล้าหาญที่สุดของสหายทุกคน สำหรับลูกที่ดีของประชาชนและพรรคคอมมิวนิสต์

ลาก่อนสหายและวีรชนผู้เคยร่วมงาน

รักและคิดถึง

"รวม"
3 มีนาคม 2505 17.00 น.

(สำเนา) คำสั่งให้ประหารชีวิต นายรวม วงษ์พันธ์

โดยมีหลักฐานแน่ชัดว่า ทั้งเอกสารและคำให้การของผู้ร่วมกระทำผิดหลายคนตรงกันว่า นายรวม วงษ์พันธ์ มีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ทำการเป็นกบฏต่อประเทศชาติ รับคำสั่งจากคนต่างด้าวภายนอกประเทศมาลบล้างระบบการปกครองประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ เพื่อจะเปลี่ยนให้กลายเป็นคอมมิวนิสต์ นายรวม วงษ์พันธ์ ได้วางแผนดำเนินงานไว้อย่างกว้างขวาง โดยได้แบ่งเขตการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ และล้อมสุมกำลังผู้คนไว้เป็นภาคๆ เมื่อได้สมัครพรรคพวกพอแล้วก็จะทำการเป็นกบฏเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยสืบไป การกระทำดังกล่าวนับว่าร้ายแรงที่สุด เพราะเป็นการทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักรและราชบัลลังก์ ก่อกวนความสงบสุขของประชาชนและคุกคามต่อเอกราชอธิปไตยของชาติเป็นอย่างยิ่ง นายรวม ได้กระทำผิดในท้องที่ 5 จังหวัดคือ พระนคร สุพรรณบุรี ลพบุรี อ่างทอง กาญจนบุรี การกระทำของนายรวม วงษ์พันธ์ ไม่สมควรเป็นการกระทำของผู้ที่เกิดมาเป็นคนไทย เพราะเป็นการกระทำที่พยายามที่จะนำเอาเอกราชและอธิปไตยของชาติตนไ ปมอบให้เป็นทาสของชาติอื่น ซึ่งเป็นความผิอันร้ายแรงยิ่ง สมควรจะต้องโทษประหารชีวิตเพื่อมิให้เป็นตัวอย่างที่เลวทรามแก่ผู้อื่นสืบไป

ฉะนั้น อาศัยอำนาจมาตรา 17 แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรและโดยมติคณะรัฐมนตรีจึงให้ทำการประหารนายรวม วงษ์พันธ์ เสียแต่บัดนี้ ณ. เรือนจำบางขวาง นนทบุรี

สั่ง ณ 24 เมษายน 2505
จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี


ที่มา FB

Nitirat Zapatista


ลูกชายของ ชัชชาญ/โต้ง/ภูชนะ ผู้ถูกสังหารทิ้งน้ำโขง เขียนถึงพ่อเล่าเรื่องบางส่วน ซึ่งถ้าไม่ทำ ก็คงเหมือนเค้าได้ตายซ้ำสอง + ขอเชิญร่วมงานฌาปนกิจศพ "ชัชชาญ" และ "ไกรเดช"




ที่มา FB

Somyot Pruksakasemsuk


Kuekkhong Bupphawun
12 ชม. ·

หนึ่งปีก่อน เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้พูดคุย นั่งกินปลาหมึกย่างกันกับพ่อ...
.
ปกติไม่ค่อยอยากจะโพสต์อะไรยาวๆ แต่คราวนี้มี event ใหญ่มากๆในชีวิต อยากจะให้เตือนความจำไปทุกๆปี
.
ฉันกับพ่อไม่ค่อยจะได้พูดคุยกันนักหรอก เพราะพ่อฉันเลี้ยงลูกแบบลูกผู้ชายมากๆ (แบบที่หัดให้ล้มลุกคลุกคลานเอง ซึ่งนั่นหล่อหลอมให้ฉันเป็นคนอวดดี) เวลาส่วนใหญ่ที่ฉันกับพ่อได้ใช้ร่วมกัน มักจะเป็นประโยคสั้นๆ ห้วนๆ ไถ่ถามแบบถามคำตอบคำ ซึ่งฉันค่อนข้างชินกับอะไรแบบนี้
.
แต่ในคำพูดเหล่านั้น ถึงมันจะดูห่างเหิน แต่จริงๆแล้วฉันกับพ่อค่อนข้างรู้ใจกันดี แบบที่ไม่ต้องเอ่ยคำพูดก็รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่ ทำให้สองปีในช่วงมัธยมปลายของฉัน แม้จะนอนอยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่ประโยคที่สนทนาในช่วงสองปีนั้น นับครั้งได้
.
พ่อของฉันเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมากๆ และนี่เป็นส่วนที่ดีที่สุดของพ่อ ที่ฉันได้รับมันมา แต่สิ่งดีๆเหล่านี้ที่พ่อมี มักนำโชคร้ายมาสู่พ่อ ตั้งแต่ฉันจำความได้ พ่อฉันมักจะโดนโกง(แบบที่โดนจากคนใกล้ตัว ซึ่งพ่อฉันเชื่อสนิทใจว่าเขาเป็นคนดี) พ่อของฉันยังชอบช่วยเหลือคนอื่น และชอบฟังเรื่องราวจากพวกเขาเหล่านั้น ทำให้พ่อฉันมองเห็นความไม่เป็นธรรมในสังคมที่เป็นอยู่ จนในที่สุดพ่อฉันอยากจะเป็นคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ได้ เพราะอยากเห็นความเป็นธรรมในสังคม
.
หนึ่งในประโยคที่ฉันกับพ่อจะพูดให้กันและกันฟังเสมอคือ "ดูดีๆนะ มองให้กว้างๆ มองให้กลางๆ" ในฐานะที่พ่อพูดให้ลูกฟัง คงหมายถึงให้ฉัน ใจเย็นๆ ใช้สติไตร่ตรอง แต่ในฐานะ ที่ลูกอย่างฉันพูดให้พ่อฟัง ลึกๆแล้วกลับหมายถึง "อย่าทำเลย บางอย่างมันเสี่ยงเกินไป" ฉันไม่เคยคิดว่านี่เป็นประโยคสุดท้ายจากฉันที่พ่อจะได้อ่าน
.
หลายปีก่อน พ่อของฉันถูก"อำนาจอันไม่เป็นธรรม"ในสายตาของพ่อ บังคับให้ต้องย้ายไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่ง หลายปีก่อนนั้น การพูดถึง"อำนาจอันไม่เป็นธรรม" คงมีคนกลุ่มเล็กๆ ที่จะเข้าใจ แต่หลังจากการเลือกตั้งนี้แล้ว ทัศคติต่อ "อำนาจอันไม่เป็นธรรม" ของหลายๆคนคงเปลี่ยนไป
.
พ่อของฉันตัดสินใจที่จะเลิกข้องแวะกับการเมืองทั้งหลายแล้วใช้ชีวิตอย่างชาวสวนชาวนาธรรมดาๆ ในฐานะ ผู้ลี้ภัย ทำให้ฉันค่อนข้างโล่งใจที่พ่อตัดสินใจเช่นนี้
.
แต่พ่อของฉันมองโลกในแง่ดีเกินไป ความคิดของพ่อที่คิดว่า "อำนาจอันไม่เป็นธรรม" เป็นมรดกของสังคมที่เราอยู่นั้น มันไม่เป็นความจริง "อำนาจอันไม่เป็นธรรม" นั้น มีอยู่ในทุกๆสังคม ทุกๆชนชั้น ทุกๆซอกหลืบในจิตใจของมนุษย์
.
หิริ โอตตัปปะ คือ คำที่คุณย่ามักจะใช้สอนพ่อ และคำเดียวกันนี้ เป็นบทเรียนชีวิตที่พ่อสอนฉัน พ่อสอนให้ฉันรู้ว่า ในตัวตนของมนุษย์ทุกๆคนนั้น มี "อำนาจอันไม่เป็นธรรม" อยู่ บทเรียนนี้สอนให้ฉันรู้ว่า ฉันต้องจัดการกับมันอย่างไร
.
ในช่วงปีสุดท้ายของพ่อ หลังจากที่พ่อตัดสินใจย้ายจากเมืองที่พ่ออยู่ มาพำนักอยู่กับ อ.สุรชัย พ่อของฉันที่ถูกบังคับให้ย้ายจากที่อยู่เดิม ได้ย้ายมาพร้อมไฟที่สุมมาจาก "อำนาจอันไม่เป็นธรรม" ทำให้พ่อก้าวเข้ามาสู่เส้นทางเดิมอีกครั้ง
.
สำหรับฉันแล้ว ความคิด ความเชื่อ คือสิ่งที่เราห้ามกันไม่ได้กลไกของประชาธิปไตย เปิดทางให้ทุกๆคนเห็นต่างกันได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน พ่อของฉันกับฉัน ไม่ได้มองเห็นโลกในแบบเดียวกันทุกๆเรื่อง แต่พ่อก็ไม่เคยบังคับให้ฉันเชื่อถืออะไร หรือ ไม่เชื่อถืออะไร(พ่อฉันเคยบอกให้ฉันลงชื่อรับหุ้นจีนอะไรซักอย่าง แต่ฉันไม่ลงชื่อพร้อมให้เหตุผลว่าทำไมหุ้นจีนบ้าอะไรนี่มันถึงเป็นเรื่องหลอกลวง ซึ่งหลังจากนั้นฉันก็ไม่ห้ามพ่อ และ พ่อก็ไม่บังคับฉัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อการตัดสินใจของกันและกัน ซึ่งฉันมองว่ามันเป็นพื้นฐานของประชาธิปไตย)
.
เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพ่อของฉัน สอนสิ่งหนึ่งให้เป็นบทเรียนชั่วชีวิตของฉันว่า เวลามีค่าเพียงใด
.
ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอหน้ากัน น้องชายฉันบอกให้ฉันเข้าไปกอดพ่อ แต่ฉันส่ายหัวและมองหน้าพ่อ ซึ่งฉันคิดว่า ทั้งฉันและพ่อคงคิดแบบเดียวกัน
.
และไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด ทุกๆเช้าหลังจากวันที่รู้ข่าว ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมภาพความคิดที่อยู่ในหัวเป็นภาพวันนั้น วันที่ฉันได้มีโอกาสกอดพ่อเป็นครั้งสุดท้าย..
.
แต่ฉันไม่ทำ...
.
ฉันตื่นมาด้วยความรู้สึกติดค้าง เสียดาย เศร้า เสียใจ ในมือถือของฉัน ยังคงมีข้อความที่อยู่ในห้องสนทนาระหว่างฉันกับพ่อ ที่พ่อฉันไม่มีโอกาสได้อ่านอีกแล้ว
.
ในทุกๆวันที่ฉันใช้ชีวิต เวลาผ่านร้านขายกางเกงที่มีกางเกงแบบที่พ่อฉันชอบใส่ เวลากินข้าวแล้วมีกับข้าวที่พ่อฉันชอบกิน
..
ทุกๆอย่างนี้ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า เวลาที่เราใช้ชีวิตร่วมกับคนที่สำคัญสำหรับเรามีค่าเพียงใด
.
ที่ฉันตัดสินใจที่จะพิมพ์อะไรยาวๆนี่ เพียงเพราะหวังว่าจะได้เล่าเรื่องบางส่วนของคนที่ตายไปแล้ว ซึ่งถ้าไม่ทำ ก็คงเหมือนเค้าได้ตายซ้ำสอง
.
แด่ทุกๆคนที่ผ่านมาอ่านข้อความนี้

"ดูดีๆนะ มองให้กว้างๆ มองให้กลางๆ"

ด้วยรักและอาลัย
ลูกชายของ ชัชชาญ/โต้ง/ภูชนะ

..

เรื่องเกี่ยวข้อง

ใครคือ'ภูชนะ' คุยกับลูกชายผู้ถูกสังหารทิ้งน้ำโขง “จะติดตามจนกว่าคดีจะหมดอายุความ”

(ประชาไท)

ooo




อยู่อย่างยิ่งใหญ่ ตายอย่างมีเกียรติ

"หยุดการทำร้าย หยุดการเข่นฆ่า" ขอเชิญร่วมงานฌาปนกิจศพ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ (ภูชนะ) ไกรเดช ลือเลิศ (กาสะลอง ) วัดศรีวารีน้อย ลาดกระบัง สวดอภิธรรมศพและกล่าวคำไว้อาลัยวันที่ 4-6 เมษายน 2562 เวลา 18.00 -20.00 น.

วันพฤหัสที่ 4 เมษายน 2562 อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ์และนายแพทย์เหวง โตจิราการ เจ้าภาพ

วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2562 กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และกลุ่มสังคมประชาธิปไตยประชาชน เจ้าภาพ

วันเสาร์ที่ 6 เมษายน 2562 สมาคมคนไทยเพื่อประชาธิปไตย
โดยอ.จรัล ดิษฐาอภิชัย เจ้าภาพ

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2562 เวลา 16.00 น. ประชุมเพลิง

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันแสงความอาลัยต่อผู้จากไปจากการถูกอุ้มฆ่า เพื่อยืนยันในสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและสร้างสันติภาพ ทวงคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ถูกอุ้มฆ่าในประเทศลาวที่จากไปแล้ว 5 คน

Somyot Pruksakasemsuk






...



#สหายกาสะลอง
หรือพี่กาสะลองที่ผมเรียกประจำ
สนิทกับผมตอนที่มาอยู่ต่างประเทศด้วยกันนี่เอง
เป็นคนสนิทที่ติดตามอาจารย์สุรชัย
เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำคลิ้ปรายการทางโซเชียลให้กับอาจารย์สุรชัยมาตลอด
นับว่าเป็นนักต่อสู้ที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับอ.สุรชัย
ตราบจนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตของพี่กาสะลอง
พบศพลอยโผล่กลางน้ำโขง ประจานความอำมหิตของเผด็จการ วันนี้มีข่าวการจัดพิธีศพของพี่กาสะลอง ผมจึงขอประกาศเชิญชวนพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลาย จงไปร่วมงานไว้อาลัยในครั้งนี้ด้วย เพื่อเป็นเกียรติให้กับครอบครัว ให้ลูกหลานของแกได้ภาคภูมิใจในเกียรติประวัติการต่อสู้
ขอคารวะและอาลัยจากใจจริงครับ
#พี่น้องทางภาคเหนือช่วยไปให้มากๆด้วยครับ


"ชูวิทย์" ขอต่อ ที่อาจารย์ปิยบุตรชี้แจงไว้ 6 ข้อ




ตอบ อาจารย์ปิยบุตร จาก ชูวิทย์

ผมได้อ่านข่าวที่อาจารย์ปิยบุตรชี้แจงไว้ 6 ข้อ ขอตอบอาจารย์เป็นข้อๆ ดังนี้

1. เมื่อโลกสมัยเปลี่ยนไป เขาไม่ไปตะโกนกันในโรงหนังเหมือนในอดีต แต่เขาโจมตีกันใน social network เมื่ออาจารย์ตัดสินใจทำงานการเมือง เป็นเรื่องปกติที่จะถูกโจมตีจากฝั่งที่เห็นต่าง

2. ผมว่าอาจารย์อย่าแตะเรื่องนี้ดีที่สุด เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสังคมไทย ไม่ว่าอาจารย์จะยกข้อมูลทางวิชาการจากไหนมาพูด ก็ไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง จากจุดแข็ง จะกลายเป็นจุดอ่อน ดูตัวอย่างจากไทยรักษาชาติ แล้วเห็นจุดจบไหมครับ?

3. พรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนมาก ถล่มทลาย เป็นธรรมดาที่มีคนอิจฉา หากไม่อยากโดนโจมตี ครั้งหน้าเอาคะแนนพอดีๆ แบบภูมิใจไทย ที่หัวหน้าพรรคเขาบอก “ไม่ชอบ เที่ยวหน้าไม่ต้องเลือก”

4. ผมไม่คิดว่าที่อาจารย์พูด จะแก้ไขได้ในสมัยของอาจารย์ เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา อย่าพลิกฟ้าด้วยฝ่ามือ

5. การเมืองเป็นเรื่องต้อง ฉกฉวย แย่งชิง ผูกขาดตัดตอน ริดรอนสิทธิ์เพื่อน สร้างความเกลียดชัง เพิ่มคะแนนให้ตัวเอง มันเป็นแบบนี้มานานแล้วครับ

6. ล้อเล่นหน่าอาจารย์ อนาคตใหม่เพิ่งเข้ามาสมัยแรก คิดถึงขนาดจะเอากองทัพออกจากการเมืองเลยหรือ? ไม่ใช่ผมไม่เห็นด้วย แต่ผมเกรงว่า อาจารย์จะฝันไปหรือเปล่า?

อนาคตใหม่เป็นความหวังของคนรุ่นใหม่ ความมั่นใจ หัวก้าวหน้า เป็นเรื่องดี แต่การทำงานการเมืองให้เข้ากับสังคม ค่อยเป็นค่อยไป ก็เป็นสิ่งที่อนาคตใหม่ต้องเรียนรู้

ตั้งใจดี แต่พังเพราะการเมืองก็เห็นมามาก ไม่เชื่อถามเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ดู

อาจารย์ยังต้องเจออีกเยอะ ผมเอาใจช่วยอยู่ห่างๆครับ

Piyabutr Saengkanokkul ขอบคุณในน้ำใจ ความปรารถนาดี และความเป็นห่วงครับคุณ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์


วันจันทร์, เมษายน 01, 2562

"ปิยบุตร" ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีการนำคลิปและภาพไปบิดเบือน เพื่อสร้างความเกลียดชัง โดยการตัดต่อบางประโยคทำให้เข้าใจผิด






การชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการนำคลิปและภาพไปบิดเบือน

ตามที่มีการเผยแพร่คลิปการบรรยายของผมและรูปของผมพร้อมคัดบางประโยคมาประกอบจนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและนำมาซึ่งความเกลียดชังต่อกันนั้น ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1. คลิปที่ถูกตัดมาบางตอนนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายของผม โดยผมได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์” เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 จัดขึ้นที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ในขณะนั้นผมยังคงดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำงานวิชาการ บรรยาย ศึกษาค้นคว้า เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ สถาบันการเมือง ประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทยและประเทศต่างๆ หัวข้อหนึ่งที่ผมสนใจคือ สถาบันกษัตริย์กับประชาธิปไตย การปรับตัวของสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย และประเทศต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย

2. ข้อความในท่อนที่ตัดมานั้น ผมไม่ได้พูดถึงสถาบันกษัตริย์ในราชอาณาจักรไทย แต่ผมบรรยายถึงหลักการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยผมอธิบายว่า หากพิจารณาจากระบอบประชาธิปไตยตามสากลแล้ว พระมหากษัตริย์ต้องอยู่เหนือการเมือง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และโดยธรรมชาติของตำแหน่งพระมหากษัตริย์ที่มาจากการสืบทอดทางสายโลหิต ไม่ได้มาจากการเลือก จึงจำเป็นต้องจัดวางตำแหน่งแห่งที่ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย ซึ่งประเทศต่างๆ ที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตย และยังคงรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้ได้อยู่สามารถทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ

3. การนำข้อความที่ผมบรรยายเมื่อ 6 ปีก่อน เมื่อครั้งผมยังเป็นนักวิชาการ มาตัดใช้บางตอน โดยไม่ระบุว่าบรรยายในโอกาสใด เมื่อไร และยังใส่ตำแหน่งใต้ชื่อผมว่า “เลขา พรรคอนาคตใหม่” พร้อมกับนำสัญลักษณ์พรรคอนาคตใหม่ไปติดในรูปภาพด้วย เป็นการแสดงเจตนาอันไม่สุจริตของผู้กระทำ ต้องการทำให้ผมเสียหาย ถูกเกลียดชัง นอกจากนั้นคลิปและรูปภาพชุดนี้ถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงรณรงค์หาเสียง เพื่อทำให้คนเข้าใจผิดและไม่ลงคะแนนให้พรรคอนาคตใหม่ เมื่อพรรคอนาคตใหม่ได้รับเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ก็รีบนำกลับมาเผยแพร่กันอีก เพื่อต้องการสร้างความเกลียดชังกันในหมู่ประชาชน วิญญูชนผู้มีจิตใจเป็นธรรมย่อมพิจารณาได้เองว่าการกระทำของคนกลุ่มนี้ ยุติธรรมต่อผมและพรรคอนาคตใหม่หรือไม่

4. ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา มีขบวนการใส่ร้ายป้ายสี กล่าวหาโจมตีโดยใช้ข้อหา “ไม่จงรักภักดี” หรือ “ล้มเจ้า” จนนำมาซึ่งความเกลียดชังกันเองในหมู่ประชาชน ทำให้สังคมแตกแยก จนเผด็จการทหารฉวยโอกาสเข้ายึดและครองอำนาจมาอย่างยาวนาน การเมืองไทยติดขัดอยู่ในความขัดแย้ง สังคมไทยถูกแบ่งขั้วอย่างร้าวลึกจนประชาชนไม่อาจหาฉันทามติในการอยู่ร่วมกันได้ การนำสถาบันกษัตริย์มาใช้โจมตีกันทางการเมืองของคนเหล่านี้ ไม่เพียงแต่สร้างความแตกแยกในสังคมแล้ว ยังไม่เป็นคุณต่อสถาบันกษัตริย์ด้วย

5. ในสังคมประชาธิปไตย เราชอบพรรคการเมือง นักการเมือง แตกต่างกันได้ เราสามารถแข่งขันทางการเมืองตามกติกาได้ โดยไม่จำเป็นต้องอ้างสถาบันกษัตริย์มาใช้โจมตี ทำลายล้าง หรือสร้างความเกลียดชังต่อกัน

6. ผมตัดสินใจก่อตั้งพรรคการเมืองและลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะต้องการฟื้นความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยกลับมาอีกครั้ง ต้องการยุติวงจรรัฐประหาร นำกองทัพออกไปจากการเมือง สถาปนาหลักการรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ นำประเทศไทยออกจากวิกฤตความขัดแย้ง และเดินหน้าไปสู่อนาคตแบบใหม่ร่วมกัน มีแต่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่สามารถช่วยธำรงรักษาสถาบันกษัตริย์ให้ดำรงอยู่ต่อไปด้วยพระเกียรติยศ พระบารมี และสง่างามทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศ

ปิยบุตร แสงกนกกุล
เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่

แรงดันพรรค คสช. ทั้งจาก ‘นิด้าโพล’ เหล่าแม่ทัพ และกระทั่ง ‘อุ๊’ หฤทัย หงายเก๋ง เจอข้อมูลเจ๋ง 'เปลว สีเงิน' ปูดฝ่ายทักษิณมี ๑๕ ล้านเสียง

‘นิด้าโพล’ ออกมาตรงเวลาเปี๊ย เพื่อปฏิเสธเสียงก่นด่าว่า กกต.นับคะแนนห่วยแตก แต่เหมาะเจาะทำให้พรรคการเมืองสายจัดตั้งของ คสช.กับที่รอแจกเหรียญโปรยทาน ‘ได้เปรียบ’ กัน ผลสุ่มเสียงคราวนี้จัดมาให้พอฟังได้ไม่เว่อ

๓๘ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาบริสุทธิ์ยุติธรรม ‘ปานกลาง’ อีก ๑๙ เปอร์เซ็นต์เห็นว่าดีมากแต่ไม่ถึงที่สุด รวมกันแล้วเกือบครึ่งตัดสินว่า ‘ผ่าน’ ชาวบ้านร้องแรกแหกกระเชอกันไปเองเรื่อง ‘โกง’ แต่นี่แค่ความเห็นของ ‘นิด้า’ และเครือข่ายพันกว่าคนเท่านั้นนะ

เพราะอะไร เพราะคนที่ตอบข้อซักถามของสำนักโพลแห่งนี้เกือบทั้งหมด ๙๑.๙๖% เป็นผู้ที่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ ๒๔ มีนาคม โดยส่วนใหญ่ ๘๒.๘๓% ของคนหมู่นี้ไม่สนใจว่าจะนับคะแนนกันอย่างไร หรืออาจพูดได้ว่าแม้แต่มั่นใจว่าฝ่ายที่ตนเลือกจะต้องได้

จึง “ไม่ได้ไปเฝ้าดูการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งที่คูหา” ซึ่งแน่ละ น่าจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งไม่มีเวลา ไม่อยากเสียเวลา ไว้รอดูผลเบื้องต้นจากสื่อก็ได้ หากแต่ว่าฝ่ายที่ไม่ต้องการเผด็จการ คสช.กลับมาใหม่ เกาะติดการนับคะแนนจนมีคลิป มีข่าวความไม่ชอบมาพากลหลุดออกมาเต็มหน้า ‘โซเชียล’

ดังนี้ผลโพลของนิด้าจึงน่าจะจัดอยู่ในข่ายปฏิบัติงาน ‘damages control’ ลดระดับความเสียหาย จำกัดความเพลี่ยงพล้ำของ คสช. และพรรคการเมืองที่เป็นสมุน แบบเดียวกับที่ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช.ออกมาแถลงสนับสนุนผลการทำงานของ กกต. ทั้งที่โจ่งแจ้งว่าผิดพลาดในการนับคะแนนเลือกตั้ง


เครือข่ายการสืบทอดอำนาจของ คสช. ยังมีอีกหลายระดับ ตั้งแต่ระดับสูง เช่นแม่ทัพเหล่าต่างๆ พร้อมกันออกมาแสดงท่าทางประณามอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ว่า “ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” แล้วตามด้วยราชกิจจานุเบกษา เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ คืนจากทักษิณ
 
ถึงแม้ประกาศจะอ้างเหตุจากการที่ทักษิณถูกศาลพิพากษาจำคุก และข้อหาอื่นๆ อีกหลายคดี “อีกทั้งได้หลบหนีออกนอกราชอาณาจักร” แต่ทุกคนที่สนใจกรณีเรียกคืนเครื่องราชฯ นี้รู้ดีว่าเหตุสำคัญอยู่ที่ภาพจากงานแต่งลูกสาวคนเล็กของทักษิณในฮ่องกง

(ดูข่าวเกี่ยวข้องที่ https://www.matichon.co.th/politics/news_1429401)

ระดับเบี้ยร่ายปลายทางก็มีเรื่องของ ‘อุ๊’ หฤทัย ม่วงบุญศรี นักร้องคนดังที่เคยมีความสามารถวิเศษลึกล้ำ ติดต่อกับวิญญานของ ‘แวนโก๊ะ’ ศิลปินเอกของโลกได้ หล่อนแสดงความเห็นสาธารณะตั้งข้อสงสัยจุดยืนพรรคอนาคตใหม่ต่อสถาบันกษัตริย์

“ประเทศ​นี้นักการเมืองต้องกุมอำนาจรัฐ แค่อ้างความชอบธรรมที่มาจากการเลื​อกตั้งใช่ป่ะ แล้วถ้าเจอนักการเมืองไม่ดีละ กษัตริย์​ต้องอยู่​เฉยๆ ดู​พวกนักการเมือง​ทำชาติล่มจมใช่ไหม ใครเค้าจะไปยอม” พร้อมทั้งโพสต์การอภิปรายของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เมื่อ ๑๗ ก.พ. ๒๕๕๖
 
ประเด็นหนึ่งในการอภิปรายของปิยบุตรที่ ‘ไทยโพสต์’ เอาไปขยายผล ตอนที่พูดถึงสถาบันกษัตริย์กับระบอบประชาธิปไตยเข้าคู่กันไม่ได้ ระบอบประชาธิปไตยที่ยังมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอยู่ เป็นระบอบที่ตกลงกันแล้วว่าพระมหากษัตริย์จะต้องไม่มีบทบาททางการเมือง

แม้แต่ฟังคลิปที่ไทยโพสต์จัดไว้เป็นตัวอย่างทั้งหมดก็ยังเห็นได้ว่า ความรู้สึก และ/หรือปฏิกิริยาอยู่ที่ “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม” ดังที่ไทยโพสต์อ้างว่าทำให้ 'อุ๊ หฤทัย' แสดงการโต้แย้ง (แต่ไทยโพสต์เลือกที่จะใช้ถ้อยคำหยามหมิ่นว่า “เตือนสติ”) ว่า

“กษัตริย์​ทรงมอบระบอบประชาธิปไตย​ให้ปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ประชาธิปไตย​อนุญาต​ให้มีระบอบกษัตริย์​” แต่นั่นก็ไม่ใช่จากคนไทยทั้งชาติดังที่แอบอ้าง ยังมี “อีกคนตาแหลมคม มองเห็นดาวอยู่พราวแพรว” อย่างน้อยผู้ใช้นาม ‘Shaker Studio’ รายหนึ่งละ
 
ที่พยายามอธิบายว่า “ในความคิดผม อ.ปิยบุตรเขาแค่กำลังหาวิธีการที่จะทำให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่คู่กับประชาธิปไตย” การยกตัวอย่างต่างๆ รวมทั้งประเด็นการพิจารณาโทษพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๖ หลังการปฏิวัติฝรั่งเศส ที่ว่า

หลุยส์ อองตวน เดอ แซ็งฌุสต์ ผู้กล่าวโทษบอกว่าโดยธรรมชาติของ ‘สถาบัน’ กษัตริย์นั้นเป็น ‘tyranny’ หรือทรราชในตัวอยู่แล้ว ปิยบุตรได้ออกตัวด้วยว่าไม่ได้เจาะจงบุคคลหรือชี้ว่าดี-เลว แต่คำพูดของแซ็งฌุสต์หมายถึงการที่สถาบันรวบอำนาจทั้งหมดไว้ในตัวบุคคลนั้นผิดหลักการตั้งแต่แรกแล้ว

ทว่าฝักฝ่ายที่ต้องการให้ คสช.ได้สืบอำนาจต่อ และร่วมด้วยช่วยกันบ่อนทำลายฝ่ายที่พยายามขัดขืนอำนาจรัฐประหาร อย่างเช่น โรจน์ งามแม้น เจ้าของไทยโพสต์ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทักษิณตั้งแต่ครั้งรัฐบาลไทยรักไทย เมื่อกิจการหนังสือพิมพ์ของตนเกือบจะไปไม่รอด

เขาเขียนในคอลัมน์ ‘เปลว สีเงิน’ บริภาษณ์สาดเสียทั้งพรรคอนาคตใหม่ และกระบวนการของนักศึกษาที่พร้อมใจกันแจ้งผิดและปรณามความลำเอียงเข้าข้องพรรคการเมืองฝ่าย คสช. เขายังจาบจ้วงล่วงเกินต่อทั้งแกนนำพรรคอนาคตใหม่ และนักวิชาการที่เขาอ้างว่าเป็น “อาจารย์มหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่ง ผู้ศรัทธาในทุนวิจัยจากตะวันตกและระบอบทักษิณ”
 
ด้วยโวหารโจมตีแบบ “ปฏิเสธการมีสถาบันกษัตริย์” “ประชาธิปไตยทักษิณ” “กากฝรั่ง-งั่งทักษิณ” “ประสบการณ์ประชาธิปไตยจำลอง” “เผด็จการทักษิณกินเมือง” “อาจารย์ที่เป็นอาจม ให้ไฟคลอกตายซะมั่ง” และ “หลอกให้เด็กตายแทน”


เหล่านี้ ‘เปลว สีเงิน’ พยายามโยงว่าพรรคอนาคตใหม่และอีก ๕ พรรคที่ไปร่วมลงสัตยาบันต้านการสืบทอดอำนาจ คสช. กับพรรคเพื่อไทย ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการ ‘แตกแบ๊งค์พัน’ ของทักษิณ ซึ่งรวมกันแล้วจำนวนคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าในปี ๒๕๕๔ เลย

ถ้าหากว่าโรจน์เขียนบทความชิ้นนี้โดยตั้งใจให้ ‘แฟนคลับ’ ของเขาซึ่งล้วนเป็น ‘ผู้ใหญ่’ ที่มีอายุอานามและความคิดนึกดั่งไม้ใกล้ฝั่ง บังเกิดอารมณ์ระห่ำฮึกเหิมกันขึ้นมาละก็ เชื่อว่าน่าจะได้ผลเข้ารอยเดียวกับการโหมกระหน่ำโจมตีขบวนการนักศึกษาจนเกิดการสังหารหมู่นักศึกษาเมื่อ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙

แต่หากเขาไม่ได้มีโมหะฉะนั้น เพียงต้องการเสริมพลังเอาเปรียบของ คสช. ในหมู่ผู้หลงใหลอำนาจนิยม ให้กลับมาเป็นรัฐบาลผ่านการฟอกขาวละก็ จัดว่าเป็นความเขลา เฒ่าเพราะ (มีชีวิต) อยู่นานของโรจน์ งามแม้นโดยแท้

ในเมื่อข้อมูลที่เขาละเลงเอาไว้เองว่าคะแนนเสียง ‘ลมใต้ปีก’ ฝ่ายพรรคการเมืองที่ไม่เอา ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช. ว่ามีถึง ๑๕ ล้านกว่านั้น จะเป็นเครื่องปฏิเสธ และตีตกข้ออ้างเครือข่ายพรรคพลังประชารัฐที่จะตั้งรัฐบาลด้วยคะแนนประชากร หรือ ‘ป็อปปูลาร์โหวต’ ที่ว่ามากกว่า ได้อย่างสิ้นเชิง

มันส์ระดับห้าดาว ชวนดูการวิเคราะห์การเมืองขั้นเทพกับปรมาจารย์สื่อระดับอภิมหากูรู - มองเกม "การเมือง" ผ่านเลนส์ "คนข่าว"





มองเกม "การเมือง" ผ่านเลนส์ "คนข่าว" : ตอบโจทย์เลือกตั้ง 62 (29 มี.ค. 62)




ThaiPBS
Streamed live on Mar 29, 2019

มองเกม "การเมือง" ผ่านเลนส์ "คนข่าว" ดำเนินรายการโดย สุทธิชัย หยุ่น และ วราวิทย์ ฉิมมณี พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ ... 
• รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ 
• ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ 
• วีระ ธีรภัทร ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์


รวดเร็วทันใจ ชัชชาติลงพื้นที่ เสนอทางแก้ปัญหาหมอกควันพิษเชียงใหม่




การแก้ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าของฝุ่นที่เชียงใหม่และภาคเหนือตอนนี้คือ
1. การจัดหาหน้ากากและเครื่องกรองอากาศให้กับประชาชนโดยด่วน
2. การห้ามการเผาอย่างเข้มงวด
3. การแจ้งเหตุไฟ การดับไฟป่าและไฟทุ่งอย่างรวดเร็ว
4. การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องการเผาไร่

รัฐต้องจัดหาหน้ากากที่มีคุณภาพให้กับคนที่ต้องการทุกคน รวมทั้งให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน (Real Time) กับประชาชน

เครื่องกรองอากาศ ปัจจุบันราคาแพงมาก มีการสอนวิธีการทำโดยใช้พัดลมดูดอากาศกับแผ่นกรองอากาศง่ายๆ ราคาไม่แพง หลายรูปแบบ เมื่อเช้าผมลองทำดูโดยใช้พัดลมดูดอากาศขนาด 10” กับ แผ่นกรองอากาศ 3M Filtrete ทำได้ง่ายๆ ใช้งบประมาณพันกว่าบาท แต่ปัญหาคือแผ่นกรองอากาศในพื้นที่ขาดแคลนมาก ถ้าพวกเราที่พอมีกำลังจะช่วยตรงนี้ได้น่าจะเป็นประโยชน์ อาจจะช่วยกันทำเครื่องกรองอากาศง่ายๆส่งให้พี่น้องเราที่ภาคเหนือก็ได้

การดับไฟป่านั้น อาสาสมัครดับไฟป่ามีจำนวนน้อย ขาดอุปกรณ์รวมทั้งงบประมาณ ถ้าเราช่วยกันตรงนี้ก็จะช่วยให้การดับเพลิงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างที่ผมเจอเมื่อได้ขึ้นไปที่เชียงดาว คนในพื้นที่ยังต้องการความช่วยเหลืออีกเยอะเลยครับเพราะพื้นที่เชียงดาวนั้นไหม้ไปแล้วกว่า 70% ในขณะที่เจ้าหน้าที่ดับไฟมีแค่ 200 กว่าคนเท่านั้น คนในพื้นที่จึงขอระดมทุนเพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ในการดับไฟ เช่น เครื่องเป่าควัน แว่นกันควัน เตาแมกนีโต เปลมุ้ง Firesheet อุปกรณ์เดินป่า ข้าวสาร เครื่องดื่มชูกำลัง น้ำยาล้างจาน เครื่องอุปโภคและบริโภคแบบสำเร็จรูป เช่น อาหารสำเร็จรูปโรซ่า อาหารกระป๋อง เป็นต้น พวกเราอาจร่วมบริจาคได้ที่ภาคีเครือข่ายเรารักดอยหลวงเชียงดาวครับ

จากภาพถ่ายดาวเทียม เห็นชัดเจนว่า Hot Spot จำนวนมากอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ใกล้ชายแดนไทย กระทรวงต่างประเทศต้องมีมาตรการเชิงรุกในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน และมีมาตรการเหมือนที่สิงคโปร์เคยทำสำเร็จมาแล้วกรณีควันที่เกิดจากการเผาไร่ปาล์มในอินโดนีเซีย

ปัญหาหมอกควันไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นปัญหาที่กระทบชีวิตของพวกเราเป็นอย่างมาก ถ้าเราช่วยกันคนละไม้คนละมือร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน สถานการณ์น่าจะดีขึ้นได้ครับ

ชวนฟัง นิวซิงเกิ้ล "เขย่ง ๆ บัตรเขย่ง"🤣




https://www.facebook.com/RedThaiUSA/videos/1056327504563575/


#เห็นหัวกูบ้าง คนมาร่วมจนล้น กิจกรรมรวมพลังปกป้องคะแนนเสียงของตนเอง อย่าให้ใครมาบิดเบือนคะแนนเสียงของเรา อาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562 ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ




https://www.facebook.com/PoliticsKalaland/videos/438582496913533/

...








ปชป.จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร เดินตามทางคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์ (NewDem) หรือเดินทางเดิม ตามคำสั่งของผู้มากบารมี Suthichai Live วิเคราะห์อนาคตประชาธิปัตย์ กับ ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ!




สุทธิชัย หยุ่น วิเคราะห์อนาคตประชาธิปัตย์ หากเข้าร่วมพลังประชารัฐ ศักดิ์ศรี!

ข่าวข้น เจาะประเด็น ThaiNews
Published on Mar 30, 2019


Suthichai Yoon #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #สุทธิชัยหยุ่น#ข่าวเด่น #ข่าวร้อน #ล่าสุด#ข่าวด่วน#ข่าววันนี้ Suthichai Live วิเคราะห์อนาคตประชาธิปัตย์ กับ ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ!


จดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการและสมาชิกทุกประเทศขององค์การสหประชาชาติ อย่าไปยอมรับรัฐบาลเถื่อนที่มาจากทหารและ การเลือกตั้งที่คดโกงอย่างหน้าด้านหลอกชาวโลก




ดิฉันได้ข่าวว่านายประยุทธ์จันทร์โอชากำลังจะเล่นกลเพื่ออยู่ในอำนาจปกครองประเทศอีกต่อไปอย่างผิดกฎหมายและเป็นการท้าทายกฏบัตรสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

จดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการและสมาชิกทุกประเทศขององค์การสหประชาชาติ อย่าไปยอมรับรัฐบาลเถื่อนที่มาจากทหารและ การเลือกตั้งที่คดโกงอย่างหน้าด้านหลอกชาวโลกว่า ต่อจากนี้ไป เค้าคืนนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง

An open letter to Secretary-General of the United Nations

March 28, 2019

The Honorable António Guterres
Secretary-General of the United Nations.
New York, New York

Dear Secretary Guterres,

We are Americans of Thai origin of some 550,000 living, working and studying in America.

Now that the Thai election is over and the newly created political party supporting Gen. Prayuth Chan-ocha came in with the most votes through vote-buying, intimidation and outright fraud. Nonetheless other parties have reach a consensus to form a coalition government which is in-line with the democratization process. Prayuth and his gangs, as I was told, may be in the process of staging another coup or doing something gravely illegal to control and prolong seizing the power, yet again.

If he is successful, a dire consequences in the lives of the Thai people would ensue for another four years or more.

All of us hereby wish to urge you to withdraw the recognition of Thailand's dictator, Gen. Prayuth Chan-Ocha as head of the Thai government.

Here are some of the reasons:

1. Gen. Prayuth Chan-Ocha came into power through an illegal coup d'état in May 2014. Such an act has no place in any civilized world!

2. He is the illegitimate prime minister and does not represent Thailand or her people as the leader.

3. He is running the country without the consent of the people. He seized power from a democratically elected government of prime minister Yingluck Shinawatra.

4. He has appointed his military cronies to head all the important departments at will and without the keen knowledge of the function and its integrity.

5. He has jailed countless number of innocent people who oppose him and the through the use of the country's despicable Article 112, also known as the less majeste law.

6. He has created the notorious Article 44 which is equivalent to the martial law; whereby, he could do just about anything without facing any consequences.

7. The recognition is of no benefit to members of the U.N. except give frustrations and confusions to the pro-democracy activists in Thailand.

8. He's the most corrupt self-appointed Prime Minister Thailand has ever had.

By recognizing him, the UN may appear to be supporting a dictatorship. Thus we would effectively be legitimizing him, even though it is wrong.

Additionally, you may be breaching the law of the United Nations Charter with regard to participating and encouraging in a dictatorship and human rights violation.

Further, you may be hurting the people of Thailand by rewarding an oppressive regime who is holding the Thai people hostage.

The following is a poignant message shared by 90% of the Thai people. It was written by a forlorn, concerned and hopeless Thai citizen in Bangkok.

"เราคนไทย ไม่ได้เอามันมานะครับ มันมาของมันเอง มันถือปืนข่มขู่เรา มันให้ลูกน้องมันจับเรามัดมือมัดเท้า แล้วทำปู้ยี่ปู้ยำบ้านเรา ในยามค่ำคืน เราไม่ได้เอามันมานะครับ โปรดเข้าใจตามนี้ด้วย เราไม่อยากให้มันอยู่ แต่เราก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมัน?"

Translation: "We are Thai people. We didn't elect him. He came into power by using force and guns. We are under constant threats. He uses his military thugs to tie our hands and legs. He invaded our home and terrorized us. We didn't ask him to come in the dead of the night and searched our home. Please understand this important point. We don't want this oppressive regime to stay but we don't know what to do.”

The recent election on March 24, 2019 is nothing but sham. The so-called election was under the frame work of the dictator-designed Constitution whereby all members of the Senate would be appointed. Further, the PM does not have to participate in an election either. He, too, can be appointed.

Sincerely yours,

Narisara Viwatchara

เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปแล้ว! 'เอกชัย' ถูกเผารถ 'ฟอร์ด' ถูกทำร้ายร่างกาย หลังกลับจากจัดกิจกรรมล่าชื่อถอด กกต.




ภาพจาก ผู้จัดการ