วันเสาร์, เมษายน 18, 2569

ไทยอยากเป็นหลายฮับ แต่ฮับที่ได้เป็นแล้วแน่ ๆ คือ … ‘ฮับสแกมเมอร์’ ของเอเชีย โดยอ้างอิงจากรายงานประจำปี 2568 ของ Whoscall ที่เพิ่งออกมาสด ๆ ร้อน ๆ


https://www.facebook.com/photo/?fbid=1360070696155163&set=a.628388912656682

Brand Inside
Yesterday
·

ไทยอยากเป็นหลายฮับ แต่ฮับที่ได้เป็นแล้วแน่ ๆ คือ …
.
‘ฮับสแกมเมอร์’ ของเอเชีย โดยอ้างอิงจากรายงานประจำปี 2568 ของ Whoscall ที่เพิ่งออกมาสด ๆ ร้อน ๆ
.
คำถามคือ ทำไม Whoscall ถึงกับใช้คำว่า ‘ศูนย์กลาง’ ของอาชญากรรมทางโทรคมนาคมในภูมิภาคเอเชีย เพื่อนิยามไทยในช่วงปีที่ผ่านมา?
.
เหตุผลคือ Whoscall ได้วิเคราะห์และระบุการโทรและ SMS รวมกว่า 6,000 ล้านครั้ง ทั่วโลกในปี 2568 แล้วพบว่าแนวโน้มเรื่องสายหลอกลวงทั่วโลกลดลงเหลือ 480 ล้านครั้ง (จาก 540 ล้านครั้งจากปี 2567)
.
แต่ตัวเลขมิจฉาชีพในประเทศไทยพุ่งเป็น 173 ล้านครั้ง ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 3.16% จากปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพุ่งเป้าขององค์กรมิจฉาชีพที่เลือกคนไทยเป็นแหล่งรายได้หลักของการปฏิบัติการ
.
โดยความพยายามหลอกลวง 173 ล้านครั้ง แบ่งเป็น
.
- สายโทรศัพท์มิจฉาชีพ 39 ล้านครั้ง
- SMS มิจฉาชีพ 134 ล้านข้อความ
.
ที่สำคัญประเทศไทยยังคงเผชิญกับปริมาณสายหลอกลวงสูงที่สุดในบรรดาตลาดเอเชียทั้งหมดที่ Whoscall ให้บริการ
.
ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างไต้หวันที่มีสายและ SMS หลอกลวงที่ 25 ล้านครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับความตื่นตัวด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล
.
[ มิจฉาชีพเป็นมืออาชีพที่ดำเนินงานแบบ ‘บริษัท’ ]
.
ในการเปิดตัวรายงานครั้งนี้ นายแมนวู จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกโกลุก ประเทศไทย ได้อธิบายว่าทำไมสถานการณ์ด้านการหลอกลวงจะยังเป็นปัญหาที่เราต้องจับตาต่อไป
.
เขาบอกว่าจากการรวบรวมข้อมูลจากสถาบันต่าง ๆ พบว่ามิจฉาชีพตอนนี้เป็นศูนย์รวมเครือข่ายขนาดมหึมาที่ขับเคลื่อนโดยองค์กรที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งได้ขยายและรวมศูนย์เป็นศูนย์มิจฉาชีพระดับอุตสาหกรรมหลายร้อยแห่ง ดังที่จะเห็นได้ว่ามิจฉาชีพมีข้อมูลส่วนตัวเรามากขึ้น
.
‘โรงงานมิจฉาชีพ’ เหล่านี้มีทั้งชั้นปฏิบัติการโทร คู่มือสคริปต์ ทีมข้อมูล รวมถึงระบบรับคน ฝึกอบรม และบังคับใช้กฎระเบียบภายใน
.
ข้อมูลของเราพบว่าหมายเลขมิจฉาชีพเพียงหมายเลขเดียวสามารถโทรออกได้มากกว่า 800,000 ครั้ง ซึ่งปริมาณระดับนี้เป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีการใช้ระบบโทรอัตโนมัติและอุปกรณ์ระดับคอลเซ็นเตอร์มืออาชีพเท่านั้น”
.
พล.ต.ต.ดร.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมอธิบายว่า ทุกวันนี้การหลอกลวงถูกจัดทำเป็นกระบวนการมืออาชีพ ทำงานกันในระดับอุตสาหกรรม มีการใช้เทคโนโลยี เช่น AI เข้ามาวิเคราะห์เหยื่อและโจมตีด้วย Social Engineering
.
นอกจากนี้ ข้อมูลยังเผยให้เห็นการเปลี่ยนยุทธวิธีสู่ "การหลอกลวงง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน" โดยขบวนการเหล่านี้หันมาใช้การแอบอ้างตัวตนที่น่าเชื่อถือและความเสี่ยงต่ำ แทนที่การขู่เข็ญด้วยเดิมพันสูงแบบเดิม
.
รวมถึงมีการดำเนินงานแบบข้ามประเทศ อย่างที่จะเห็นได้ว่าการหลอกลวงเกิดในประเทศกัมพูชาเป็นหลัก ส่วนฝั่งไทยจะเป็นการจัดการทางการเงิน เช่น บัญชีม้า จึงต้องใช้กลไกระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหา

.
[ มิจฉาชีพเลิกโจมตีสุ่ม แต่ปรับการหลอกลวงไปรายคนเพราะมีข้อมูล ]
.
ข้อมูลปี 2568 ของ Whoscall ยังสะท้อนภาพที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูลรายบุคคลในประเทศไทย หมายเลขโทรศัพท์ไม่ได้รั่วไหลเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะ …
.
- 94% ถูกเชื่อมโยงกับ ชื่อ-นามสกุล
- 25% ถูกเชื่อมโยงกับ อีเมล
- 12% ถูกเชื่อมโยงกับ รหัสผ่าน
- 8% ถูกเชื่อมโยงกับ วันเดือนปีเกิด
- 9% มีข้อมูลที่อยู่จริง
.
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้มิจฉาชีพเปลี่ยนจากการ 'สุ่มโทร' ไปเป็นการใช้จิตวิทยาหลอกล่อแบบเจาะจงบุคคลที่แนบเนียนยิ่งขึ้น ด้วยการเข้าถึงชื่อ วันเดือนปีเกิดและที่อยู่ของเหยื่อ มิจฉาชีพจึงสามารถหลีกเลี่ยงคำถามตรวจสอบความปลอดภัย
.
สร้างเรื่องราวที่น่าเชื่อได้อย่างแนบเนียนด้วยการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือสถาบันการเงิน ดำเนินการสลับซิมการ์ด หรือโจมตีเพื่อยึดครองบัญชีได้อย่างง่ายดาย
.
พล.ต.ต.ดร.ศิริวัฒน์ ทิ้งท้ายถึงการรับมือในภาคประชาชนว่า ทุกวันนี้กลยุทธ์ของมิจฉาชีพยกระดับสู่การเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น จึงขอเร่งรัดให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ความรู้คือแนวป้องกันด่านแรก การเข้าใจว่ามิจฉาชีพเหล่านี้ดำเนินงานเหมือนธุรกิจมืออาชีพ จะช่วยให้เราทันเกมของพวกเขาและปกป้องตัวตนของเราได้ดียิ่งขึ้น
.
ส่วนในระดับของรัฐก็จะอาศัยกระบวนการระหว่างประเทศเพื่อยุติปัญหานี้จากต้นตอ เพราะทุกวันการหลอกลวงดำเนินงานกันแบบข้ามประเทศ จึงต้องอาศัยแรงกดดันของหลายประเทศเพื่อปราบปรามกิจกรรมของสแกมเมอร์
.
#BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่
#Gogolook #Whoscall #Scammer #สแกมเมอร์