วันอังคาร, เมษายน 14, 2569

นี่ไง ‘สันขวานตะหานไต’ คำของแม่ทัพภาค ๔ “ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก” กรณีลอบยิง สส.นราธิวาส โยงถึงเจ้าหน้าที่และยานพาหนะของ กอ.รมน.

รึว่าสันขวานของตะหานไตเป็นหยั่งงี้ และจำเพาะทหารที่ยุ่งเหยิงกับกิจการพลเรือน พอมลทินถึงตัว จะทำเสียงดังข่ม และหยามหมิ่นคู่กรณี สื่อขาเก่าตั้งข้อสังเกตุคำของแม่ทัพภาค ๔ ที่ว่า “ถ้าเป็นผม ไม่ปล่อยให้รอดหรอก”

ต่อกรณีมีการถล่มยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เชื้อสายมลายู เมื่อเดือนก่อน “โดยปรากฏข้อเท็จจริงของคดีว่ามีส่วนเชื่อมโยงถึงเจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. และกองทัพหลายคน รวมไปถึงยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุ” ก็เป็นของ กอ.รมน.

พล.ท. นรธิป โพยนอก ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเหตุดังกล่าว เพื่อจะปฏิเสธว่าหน่วยงานความมั่นคงไม่มีส่วนรู้เห็น เป็นการกระทำส่วนบุคคล แต่ปากพล่อยไปหน่อย เอามือปิดไมค์ก่อนบอกว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”

Nattharavut Kunishe Muangsuk ชี้ว่าเป็นคำพูดแบบเดียวกับกรณี ชัยภูมิ ป่าแส เยาวชนชาวลาหู่ ถูกทหารใช้อาวุธสงครามสังหาร ขณะขับรถผ่านด่านตรวจ เมื่อปี ๒๕๖๐ แล้วมีแม่ทัพคนหนึ่งคอมเม้นต์ว่า “ถ้าเป็นผม อาจกดออโต้ไปแล้ว”

ณรรธราวุธมองว่าเป็นทัศนคติด้านลบต่อชนกลุ่มน้อย คนชายขอบ รวมไปถึง ‘คนคิดต่าง’ ประเทศไทยจึงได้มี “การสังหารหมู่กลางเมือง เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วมันถูกลืมอย่างง่ายดาย” เกิดจากวิธีการ “ควบคุมโดยไม่ต้องใช้กฎหมาย” อันเป็นผลสัมฤทธิ์แบบทหาร

ด้าน Noi Thamsathien กล่าวถึงคำพูดอีกตอนของ พล.ท.นรธิป ว่า “ตนได้ประสานกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค ๙ ซึ่งเป็นเพื่อนตน ให้ดำเนินคดีตรงไปตรงมา” นี่ก็อีกค่านิยมผิดๆ เอาความเป็นเพื่อนมาใช้กำหนดผลกับกระบวนการยุติธรรม

ซึ่งต่างประเทศเขาไม่ทำกัน อีกทั้งคำที่ว่า “เราไม่จำเป็นต้องบอกสื่อมวลชนทุกเรื่อง ก็เป็นความเห็นที่น่าห่วงด้วย” และถ้าพรรคประชาชาติ ต้นสังกัดของ สส.กมลศักดิ์ ไม่เปิดโปงเรื่องรถที่ใช้ก่อเหตุเป็นของ กอ.รมน. คดีคงเงียบหายไป ไม่มาถึงจุดนี้

(https://www.facebook.com/noi.thamsathien/posts/Zr3h1FNPK, https://www.facebook.com/nattharavutm/posts/QNq3SoA และ https://www.thairath.co.th/news/politic/2926610)