
ประชาไท Prachatai.com
December 31
·
งบเกี่ยวกับสถาบันฯ ปี 2569 โครงการสาธารณะประโยชน์เทิดพระเกียรติเพิ่ม 4 พันล้าน
.
พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (งบบริหารประเทศทั้งปี) วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท (3,780,600,000,000 บาท) ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2568 ด้วยผลลงคะแนนเห็นด้วย 257 เสียง ไม่เห็นด้วย 230 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง ต่อมาวันที่ 2 ก.ย.ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบ 151 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง และงดออกเสียง 27 เสียง และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.โดยให้มีผลบังคับใช้ 1 ต.ค.2568 เป็นต้นไป
.
นับตั้งแต่ปี 2563 ที่เริ่มมีการเคลื่อนไหวเพื่อปฏิรูปสังคมในหลายเรื่อง รวมถึงความโปร่งใสเกี่ยวกับสถาบันหลักอย่าง กองทัพ สถาบันกษัตริย์ ศาล ฯลฯ ประชาไทเริ่มนำเสนองบประมาณ ‘ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์’ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ‘งบรายจ่ายโดยตรง’ ที่ใช้กับสถาบันฯ เช่น งบถวายความปลอดภัย งบส่วนราชการในพระองค์ เป็นต้น กับ ‘งบรายจ่ายโดยอ้อม’ ซึ่งใช้กับกิจการสาธารณประโยชน์กระจายตามหน่วยงานต่างๆ มากมาย โดยหน่วยงานมักตั้งชื่อเพื่อเฉลิมพระเกียรติหรือสืบทอดพระราชปณิธานด้านใดๆ ก็ตาม
.
การสำรวจงบที่เกี่ยวพันสถาบันทั้ง 2 ส่วนนี้เป็นไปเพื่อส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการจัดการงบประมาณเพื่อประโยชน์สาธารณะ และทำให้เรื่องดังกล่าวเป็น ‘สิ่งปกติธรรมดา’ เหมือนดังอารยประเทศ เช่นที่ประเทศอังกฤษ ต้นแบบระบอบประชาธิปไตยและมีกษัตริย์เป็นประมุขก็มีความโปร่งใสเกี่ยวกับรายรับ-รายจ่ายของสถาบันฯ โดยมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบ และเปิดรับต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ รวมทั้งมีการปรับปรุงไปตามสภาพการณ์ต่างๆ อยู่โดยตลอด สะท้อนถึงความสัมพันธ์อัน ‘มีชีวิตชีวา’ ระหว่างสถาบันเก่าแก่กับสังคมสมัยใหม่
.
หากเราดูความต่อเนื่อง 7 ปีของตัวเลข ‘งบทางตรง’ ตั้งแต่ปี 2563-2569 จะเห็นว่าไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยตัวเลขงบประมาณคงตัวที่ราว 20,000 ล้านบาท
.
ขณะที่ ‘งบทางอ้อม’ ที่หน่วยงานต่างๆ ทำโครงการสาธารณะประโยชน์ใดๆ แล้วตั้งชื่อโครงการเกี่ยวพันกับสถาบันฯ เองนั้น มีการขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อน 4,123 ล้านบาท และเรายังไม่อาจหาคำตอบได้ว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
.
หากดูความเคลื่อนไหวด้านของการตรวจสอบงบประมาณ จะพบว่ามีความคึกคักในการกล่าวถึงงบส่วนนี้ล้อกับไปบรรยากาศทางสังคม ยิ่งบรรยากาศเปิด การอภิปรายของ สส.ก็จะปรากฏ แต่ภายหลังเมื่อเกิดการดำเนินคดีมาตรา 112 มากขึ้น ประกอบกับการตัดสินทางการเมืองของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วย ’การล้มล้างการปกครอง’ จากเหตุเสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 นั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญทำให้บทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติที่เคยมีอยู่บ้างจางหายไป ส่วนการชี้แจงของ ‘ส่วนราชการในพระองค์’ ต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นงบก้อนใหญ่ จากที่ไม่มีรายละเอียดก็มีพัฒนาการของการปรากฏรายละเอียดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
อ่านที่นี่: https://prachatai.com/journal/2025/12/116073
https://www.facebook.com/photo?fbid=1314567067384264&set=a.643704854470492