วันเสาร์, มกราคม 03, 2569

⭕“หวังจะได้เจอครอบครัวไว ๆ”: 'คเชนทร์' ปีที่สองในเรือนจำ กับแรงยืนหยัดด้วยความคิดถึง


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
Yesterday
·
“หวังจะได้เจอครอบครัวไว ๆ”: 'คเชนทร์' ปีที่สองในเรือนจำ กับแรงยืนหยัดด้วยความคิดถึง
.
.
เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 2568 ทนายความเดินทางไปเรือนจำกลางบางขวางเพื่อพบ “คเชนทร์” วัย 23 ปี ผู้ต้องคำพิพากษาจำคุก 10 ปี 6 เดือน จากคดีชุมนุมในช่วงทะลุแก๊ส #ม็อบ30กันยา64 กรณีถูกกล่าวหาว่าปาระเบิดปิงปองและวางเพลิงป้อมจราจรที่แยกพญาไท เขาถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และไม่ได้ยื่นฎีกาต่อ ทำให้คดีสิ้นสุดลง โดยถูกคุมขังมาแล้วกว่า 2 ปี 4 เดือน
.
การเจอกันหนนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกภายนอกกำลังคึกคักเตรียมต้อนรับปี 2569 แต่สำหรับเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า ปีใหม่ในเรือนจำไม่ได้หมายถึงความตื่นเต้นหรือความหวังอันยิ่งใหญ่อีกต่อไป มันเป็นเพียงอีกหนึ่งวันที่เคยชิน ชินกับความเงียบ ชินกับการไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชินกับการมองดูโลกผ่านช่องเล็ก ๆ ที่กำลังจะถูกปิดลง
.
ในขณะที่ความหมายของการยืนหยัดต่อสู้ของคเชนทร์ไม่ได้อยู่ที่อุดมการณ์หรือความเชื่อทางการเมืองที่ซับซ้อน แต่อยู่ที่สิ่งที่เรียบง่ายและทรงพลังที่สุดนั่นคือครอบครัวอันเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาตื่นขึ้นมาทุกวัน และผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งการไร้อิสรภาพไปได้

_____________________

ก่อนหน้าการจองจำ คเชนทร์อาศัยอยู่กับพ่อและพี่สาว โดยพ่ออายุมากแล้ว เขาเป็นเยาวชนอีกคนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ต้องไปทำงานในศูนย์คัดแยกสินค้า และพยายามเรียน กศน. ให้จบชั้น ม.ต้น แต่ต้องมาติดคุกเสียก่อน
.
เมื่อคเชนทร์เดินเข้ามานั่งด้วยท่าทีสบาย ๆ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ เขาถูกย้ายตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาที่เรือนจำกลางบางขวางนี้ ซึ่งเป็นเรือนจำที่คุมขังผู้ต้องขังคดีโทษค่อนข้างสูง เกือบ 10 เดือนผ่านไป เขาต้องปรับตัวกับพื้นที่ใหม่
.
แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเรื่องที่แย่ของการถูกคุมขัง คือเรื่องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร “ในนี้ดูได้แต่หนัง ดูข่าวไม่ได้เลย เวลาอยากดูข่าว ต้องไปแอบดูตามรูห้องที่เจ้าหน้าที่เขาเข้าเวร ผมก็ดูข่าวไทย-กัมพูชาที่นั่นแหละ แต่เดี๋ยวนี้เจ้าหน้าที่เขารู้แล้ว ก็มีการประกาศว่าห้ามแอบดู ไม่งั้นจะโดนทำโทษด้วยการฝึกแถวฝึกอะไร”
.
หลังจากถามถึงความทรงจำปีใหม่ในอดีต เขาย้อนภาพทรงจำว่า “คิดถึงตอนไปเที่ยวกับพวกน้อง ๆ เพื่อน ๆ กับครอบครัว พวกเราชอบเที่ยวทะเลกัน ก็จะไปบางแสนบ้าง พัทยาบ้าง ขับมอเตอร์ไซค์ไปกันสิบกว่าคน ไปกันทุกปีครับ ก่อนเข้ามาก็ได้ไป นั่งริมชายหาด ดูพลุ กินนู่นกินนี่”
.
เมื่อถามว่าปีใหม่ปีนี้เปรียบเทียบกับปีที่แล้วแล้วความรู้สึกเปลี่ยนไปอย่างไร คเชนทร์ตอบว่า “เปลี่ยนไปเยอะเลยครับ เวลาได้ยินเสียงพลุจะคิดถึงข้างนอก ปีก่อนอยู่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะมีกิจกรรมเหมือนกีฬาสี เหยียบลูกโป่ง เล่นดนตรี ทีวีปิดสามทุ่มเหมือนเดิม แต่ห้าทุ่มครึ่งก็เปิดอีกนะ เพื่อให้ผู้ต้องขังลุกมาสวดมนต์ข้ามปี ใครไม่สวดก็ไม่ได้นะ” เขาหัวเราะเบา ๆ
.
ปีแรกยังมีกิจกรรม ยังมีอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าวันนั้นพิเศษ แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่สอง ความรู้สึกเปลี่ยนไป “มันก็เฉย ๆ ชินแล้ว มีเทศกาลอะไรก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว ลอยกระทงข้างในก็ผ่านไปเหมือนวันปกติ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเหมือนข้างนอก” เขานิ่งคิดก่อนจะพูดต่อ “ไม่รู้จะตอบยังไง”
คำว่า ‘ชิน’ ในที่นี้คงไม่ได้หมายถึงการปรับตัวได้ดี แต่หมายถึงการที่ความรู้สึกเริ่มชา เริ่มไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่ควรพิเศษอีกต่อไป ราวกับชีวิตที่ไม่มีเทศกาล ไม่มีความตื่นเต้น มีแต่วันที่ผ่านไปซ้ำ ๆ
.
ในส่วนผู้ต้องขังคนอื่น ๆ คเชนทร์สะท้อนว่า “เขาคงชินแล้วมั้ง ผู้ต้องขังแต่ละคนก็อยู่มานานหลายปีแล้ว คงไม่มีอะไรใหม่มากนัก ที่พิเศษหน่อยก็เป็นเมนูพิเศษที่ได้กินช่วงเทศกาล”
.
กับความหวังในช่วงเวลาข้ามผ่านปี คเชนทร์ตอบสั้น ๆ ด้วยรอยยิ้ม “หวังว่าจะได้ออกไปไว ๆ” จนเมื่อถามถึงแรงที่ทำให้ยังยืนหยัดอยู่กับคืนวันในนี้ได้ เขาตอบทันที “ครอบครัวครับ อยากออกไปเจอหน้าครอบครัว แฟนกับพี่สาวยังมาเยี่ยมตลอด ตอนนี้พี่สาวบอกว่าแฟนจะย้ายมาเช่าห้องอยู่แถวนี้แล้ว”
.
ขณะที่ความกังวลที่หนักใจที่สุดของคเชนทร์ คือความกลัวว่าจะตามโลกภายนอกไม่ทัน “กลัวว่าจะตามโลกไม่ทัน เวลาพี่สาวกับแฟนมาเยี่ยม ก็จะเล่าให้ฟังว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แถวนั้นแถวนี้เปลี่ยนไปยังไงบ้าง โลกที่ได้รู้จากมุมมองของคนอื่นมันต่างจากตอนที่เราเข้ามามากเลยครับ แล้วยิ่งไม่รู้ข่าวอะไร อาศัยฟังจากคนอื่นไปเรื่อย จริงบ้างไม่จริงบ้าง เลยกังวลเรื่องนี้ครับ”
.
ในโอกาสปีใหม่นี้ คเชนทร์ฝากข้อความสั้น ๆ ถึงโลกภายนอกด้วยรอยยิ้ม “ก็ฝากดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดี” รวมทั้งถ้อยคำเดียวกันนี้ยังฝากถึงผู้ต้องขังทางการเมืองคนอื่น ๆ
.
สำหรับครอบครัวและคนที่รัก เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความคิดถึง “ก็อยากให้เขาดูแลตัวเองดี ๆ ไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะ” เขาหัวเราะเบา ๆ อีกครั้ง “ก็ ขอให้มันเป็นปีที่ดีของเขา และหวังว่าเราจะได้เจอกันเร็ว ๆ ครับ”

____________________________________________________

'Still Standing' คือบันทึกเยี่ยมจากทนายความที่สะท้อนเสียงของผู้ต้องขังทางการเมืองในช่วงปลายปี ช่วงเวลาที่โลกข้างนอกกำลังเตรียมปิดสิ่งเก่า และเปิดสิ่งใหม่ ด้วยความหวัง ความฝัน และคำอวยพร แต่สำหรับหลายคน ปีใหม่ในกรงขังไม่ได้มีดอกไม้ไฟหรือเสียงนับถอยหลัง มีเพียงความเงียบงัน ความคิดถึง และคำถามว่าอีกกี่ปีใหม่ที่ต้องผ่านไปในที่แบบนี้ แต่หลายคนก็ยังเลือกจะยืนหยัดปกป้องสิ่งที่พวกเขาเห็นว่ามีคุณค่าต่อไป
.
.
อ่านทั้งหมดบนเว็บไซต์
https://tlhr2014.com/archives/80916