วันอังคาร, มกราคม 27, 2569

คนทำดี ไม่ได้ดีย์ - สรุปประเด็น #หมอสุภัทร ตั้งแต่ช่วงโควิด จนถึงมีมติไล่ออกจากราชการ


ตุ๊ดส์review
16 hours ago
·
สรุปประเด็น #หมอสุภัทร
ตั้งแต่ช่วงโควิด จนถึงมีมติไล่ออกจากราชการ

1) สถานการณ์ตอนนั้น กรุงเทพฯ วิกฤติมาก แต่ที่สงขลาไม่ได้เป็นพื้นที่ระบาด ก็เลยมีการตั้งคำถามว่า ทำงานเป็นหมออยู่ในต่างจังหวัดก็ดีอยู่แล้ว อยู่เฉยๆ จะไปเดือดร้อน ไปทุกข์ร้อนกับคนกรุงเทพฯ เขาทำไม พื้นที่ “อ.จะนะ” จ.สงขลา ตอนนั้น ก็ไม่ใช่พื้นที่แพร่ระบาดสูง แล้ว “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” ผู้อำนาวยการโรงพยาบาลจะนะ (ตอนนั้น) กับพวกแพทย์ชนบท เข้ากรุงเทพฯ มาทำไม?

2) ช่วง เม.ย. 2564 สิ่งที่เกิดขึ้น คือ “กรุงเทพฯ” พบผู้ติดโควิด “สูงสุดเป็น อันดับ 1” สูงสุดในประเทศ พบผู้เสียชีวิตและผู้มีอาการหนักเพิ่มขึ้น จากสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดได้เร็ว และทรุดเร็วมาก

3) ถ้าพอจำกันได้ วิกฤตคนกรุงเทพฯ ณ ตอนนั้น คือ ปัญหาอุปกรณ์ ชุดตรวจโควิด-19 แบบรู้ผลด่วนใน 30 นาที ขาดแคลน, ชุดตรวจ ATK ที่ประชาชนต้องไปหาซื้อหาเองราคาพุ่งอีก 2-3 เท่า (เพราะแทบจะไม่มีการควบคุมจากหน่วยงานของรัฐบาล) ส่วนการตรวจ แบบ RT-PCR (ที่รู้ผลภายใน 24 ชั่วโมง) ที่ทำได้เฉพาะในโรงพยาบาล เกิดปัญหาผู้ป่วยล้นคิว และวิกฤตเตียงโควิดขาดแคลนอย่างหนัก

4) ทำให้เกิดพลังอาสา “ทีมชมรมแพทย์ชนบท” ประเมินความเสี่ยงว่า “เมืองหลวง” รับมือไม่ไหว จึงช่วยระดมพลังกันมี หมอสุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.นะจะ จ.สงขลา (ในขณะนั้น) ในฐานะ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ภายใต้ปฏิบัติการ #แพทย์ชนบทบุกกรุง โดยลักษณะการทำงานช่วงนั้น เป็นการลุยเชิงรุกต่อเนื่อง ของทีมแพทย์ชนบท ในชุด “นักรบสีขาว” PPE ระดมจัดหาชุด ATK มาช่วยตรวจ คลุกคลีกับการ “สวอป” ประชาชนคนแล้วคนเล่านับร้อยนับพันคน เช้ายันมืด ในทุก ๆวัน

5) สิ่งที่ถูกระบุว่าผิดพลาดคือ ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ปัญหาคือ ทางกรรมการมองผลลัพธ์ เนื่องจากเห็น 5 บิล ทำไมถึงไม่ซื้อทีเดียว ซึ่งหมอสุภัทรแจ้งว่า ไม่ทราบว่าต้องซื้อกี่ชิ้น เพราะออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนแบบไม่จำกัดจำนวน ทีมงานไม่รู้จำนวนล่วงหน้า

ปรากฎว่า กรรมการสอบวินัยมองว่า มีการแบ่งซื้อ ซึ่งระเบียบราชการมองว่า การจัดซื้อไม่ควรแบ่งซื้อแบ่งจ้าง แต่ขณะนั้นช่วงวิกฤติ ไม่มีทางรู้ว่าชุดตรวจแค่ไหนจะเพียงพอ กลายเป็นว่าไม่ได้พิจารณาถึงเจตนาที่ทำเลยหรือไม่

6) หมอสุภัทรมองว่า ที่มาของการสอบวินัยร้ายแรงครั้งนี้ ว่า การตรวจสอบวินัยร้ายแรง สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยตนเป็นผู้อำนวยการ รพ.จะนะ จ.สงขลา ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท มีการแสดงความคิดเห็นการทำงานของกระทรวงสาธารณสุขในมุมต่างๆ ซึ่งเป็นการเสนอข้อคิดเห็นเพื่อให้เกิดประโยชน์ เกิดการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยเฉพาะสมัยที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน เคยเป็นอธิบดีกรมควบคุมโรค ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้พูดถึงการทำงานของกรมฯ เกี่ยวกับการจัดหาวัคซีนที่ไม่เพียงพอ จนชมรมฯ ต้องรวมกันออกปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ตั้งแต่ช่วงโควิดเมื่อปี 2564 กระทั่ง ตนถูกคำสั่งย้ายให้ไปดำรงตำแหน่งเป็น ผู้อำนวยการ รพ.สะบ้าย้อย (แต่ไม่ทันได้ย้าย โดนสอบสวนวินัยร้ายแรงเรื่องจัดซื้อ ATK เสียก่อน)

7) ขณะนั้นการหาชุดตรวจ ATK ยากมาก แพทย์ชนบทต้องจัดซื้อเอง ช่วงนั้นมีบริษัทที่ผ่านมาตรฐาน WHO อยู่ 2 บริษัท เทียบราคาหาที่ราคาต่ำสุด ได้ที่ราคาชิ้นละ 230 บาท จากราคาท้องตลาด 350-400 บาท แต่อำนาจผู้อำนวยการ รพ.ชุมชน จัดซื้อได้ไม่เกิน 2 ล้านบาท ดังนั้น ผอ.รพ.ชุมชนที่เข้าร่วมในการช่วยกรุง ก็ช่วยกันจัดซื้อไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งจริงๆ ไม่มีใครรู้ว่ายอดใช้ต้องใช้เท่าไหร่ เพราะไม่ได้จำกัดว่า จะคัดกรองกี่คน มองแค่ว่าทุกคนมาที่จุดตรวจต้องได้ตรวจ

8 ) หมอสุภัทรยืนยันว่า เป็นการทยอยจัดซื้อ เพราะคุมปริมาณผู้ตรวจโควิดไม่ได้ เมื่อหมดก็ต้องสั่งซื้ออีกครั้ง ทำให้เกิดการตีความว่า แบ่งซื้อ แบ่งจ้าง แต่หมอสุภัทรมั่นใจว่าตนเองจัดซื้อตามความจำเป็น ไม่คิดว่าของจะหมด ไม่รู้ว่าปริมาณการใช้ที่ต้องใช้จริงๆเท่าไหร่ แต่เมื่อของหมดสต๊อก จำเป็นต้องใช้ก็ต้องสั่งใหม่ ทั้งที่หมอสุภัทรมั่นใจว่าตนหามาได้ในราคา ATK ไม่แพงในช่วงนั้น และวิธีการจัดซื้อจัดจ้างไม่แตกต่างกับกรมควบคุมโรคของโรงพยาบาลอื่น เช่น โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลสนาม บุษราคัม ณ ขณะนั้น และหมอพยายามขอหลักฐานประกอบการชี้แจงว่า การจัดซื้อของตน กับอีก 3 แห่งแตกต่างอย่างไร แต่กลับไม่ได้รับเอกสาร

9) แม้เวลาผ่านไปนานร่วม 2 ปี อยู่ดีๆก่อนเลือกตั้ง ก็มาเป็นวาระการประชุม เมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 คณะกรรมการ อกพ.กระทรวงสาธารณสุข มีการประชุมประจำเดือน ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นรองประธาน แหล่งข่าวระดับสูง ระบุว่า มีการเพิ่มวาระเร่งด่วน เข้ามาก่อนประชุมเพียงไม่กี่ชั่วโมง เป็นวาระพิจารณาความผิดทางวินัย ของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ซึ่งปัจจุบันได้ลาออกจากราชการมาลงสมัคร สส.เขต 2 จ.สงขลา พรรคประชาชน

10) มติที่ให้มีความผิด 4 เสียง ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมอนามัย และ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ซึ่งเป็นคนใน ส่วนที่ไม่เห็นด้วย เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ซึ่งตามขั้นตอน เมื่อ อกพ.มีมติแล้ว ปลัดกระทรวงต้องลงนามให้เป็นไปตามมติ แต่เนื่องจากมีความเห็นแย้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจากคนนอก แจ้งว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีความเห็นที่สูสี จึงขอนำไปหารือในที่ประชุม อกพ.วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและจริยธรรม ของคณะกรรมการ กพ. ทำให้ที่ประชุม อกพ.กระทรวงฯ ยังไม่สามารถมีบทสรุปสุดท้ายได้ ปลัดกระทรวงจึงยังไม่มีการลงนามคำสั่งให้ปลดออกจากราชการ เพื่อรอความเห็นของคณะกรรมการ ก.พ.

11) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คนปัจจุบันเป็นใคร? "พัฒนา พร้อมพัฒน์ สังกัดพรรคภูมิใจไทย" ทายาทของนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ อดีต รมว.คมนาคม อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อดีต รมช.สาธารณสุข และอดีตรมช.คลัง และเขาคือเจ้าของบริษัท วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน จำกัด ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของอาคาร SKYY9 หรือที่รู้จักกันในนาม "ตึกประกันสังคม" เป็นอาคารที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้เข้าซื้อไปในราคาที่สูงผิดปกติ

12) สรุปว่า : การสั่งให้ นพ.สุภัทร ปลดออกจากราชการ อาจจะส่งผลให้ขาดคุณสมบัติการเป็น สส. ถ้าหากได้รับเลือกตั้ง หรือในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ต้องรอติดตามมหากาพย์นี้กันต่อไปว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร?

ไม่ได้กลั่นแกล้ง แค่บังเอิญรีบ แต่มารีบเอาตอนนี้ รีบตัดสินตอนช่วงเลือกตั้ง?

คนที่ทำดี ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ไม่ควรเป็นคนผิดครับ และควรได้รับการยกย่อง

ร่วมเป็นกำลังใจให้หมอสุภัทรด้วยนะครับ

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1468457758178517&set=a.808136554210644.....
...

Atukkit Sawangsuk 
13 hours ago
·
"มติแรกออกมาเป็น 3 ต่อ 3 ส่วนคะแนนที่ 4 มาจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข"
รัฐมนตรีภูมิใจไทยแอ่นรับ