วันอาทิตย์, มกราคม 25, 2569

คำแถลงการณ์ มูลนิธินิคม จันทรวิทุร ว่าด้วยการธำรงปณิธานและทิศทางการปฏิรูปกองทุนประกันสังคม เพื่อศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และความมั่นคงของผู้ใช้แรงงานไทย

https://www.facebook.com/NikomFoundation/posts/1398259268755620




มูลนิธินิคม จันทรวิทุร Nikom_foundation 6 hours ago


oertdnsopShl32h137ug03c13t7li6f2iglcf795t980g32f97h144496i69 ·


คำแถลงการณ์
มูลนิธินิคม จันทรวิทุร
ว่าด้วยการธำรงปณิธานและทิศทางการปฏิรูปกองทุนประกันสังคม
-----
1.ทบทวนหวนคืนสู่จุดตั้งต้นของหลักประกันสังคมไทย
มูลนิธินิคม จันทรวิทุร ขอยืนยันต่อสาธารณะว่า ระบบประกันสังคมของประเทศไทยมิได้เป็นเพียงกลไกทางกฎหมายหรือองค์กรบริหารกองทุนขนาดใหญ่ หากเป็นสถาบันทางสังคมที่ถือกำเนิดขึ้นจากอุดมการณ์ว่าด้วยศักดิ์ศรี ความมั่นคง และความเป็นธรรมของผู้ใช้แรงงาน
ศาสตราจารย์พิเศษ นิคม จันทรวิทุร ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวคิดและการวางรากฐานระบบประกันสังคมไทย เห็นประกันสังคมเป็น “หลักประกันชีวิตของคนทำงาน” ในสังคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ มิใช่เป็นเพียงเครื่องมือสะสมเงินทุน หรือกลไกทางการคลังของรัฐ
ท่านยึดมั่นในหลักการสากลของระบบไตรภาคี ซึ่งตั้งอยู่บนดุลอำนาจระหว่างแรงงาน นายจ้าง และรัฐ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การคุ้มครองผู้ทำงานจากความเสี่ยงในชีวิต ได้แก่ การเจ็บป่วย อุบัติเหตุ การว่างงาน การคลอดบุตร ทุพพลภาพ และวัยชรา
วันนี้เมื่อสังคมไทยกำลังถกเถียงถึงโครงสร้างอำนาจ การบริหารจัดการ และทิศทางอนาคตของกองทุนประกันสังคม มูลนิธิฯ เห็นสมควรออกคำแถลงฉบับนี้ เพื่อย้ำเตือนทุกภาคส่วนให้กลับมายืนอยู่บนหลักการที่ให้กำเนิดระบบนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม
-----
2. ประกันสังคมคือสิทธิ มิใช่ความกรุณา
หลักการพื้นฐานที่สุดที่อาจารย์นิคมยืนยัน คือ ประกันสังคมมิใช่การสงเคราะห์จากรัฐ หากเป็นสิทธิของคนทำงาน
ผู้ประกันตนเข้าสู่ระบบโดยกฎหมาย และเป็นผู้ร่วมสมทบเงินอย่างต่อเนื่อง เงินทุกบาทคือหยาดเหงื่อของแรงงาน การคุ้มครองที่ได้รับจึงมิใช่ความเมตตา หากเป็นสิทธิที่ได้มาจากการร่วมรับผิดชอบ
การบริหารกองทุนจึงต้องยึดหลักความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วม มิใช่ตั้งอยู่บนทัศนะที่มองผู้ประกันตนเป็นเพียงผู้รับบริการ หากต้องยอมรับสถานะของเขาในฐานะ “เจ้าของร่วม” ของสถาบัน
หากวันใดผู้ประกันตนรู้สึกว่าตนไม่มีเสียง ไม่มีข้อมูล และไม่มีอำนาจกำหนดทิศทาง วันนั้นความชอบธรรมของระบบย่อมถูกตั้งคำถาม
-----
3. หลักไตรภาคี: ดุลอำนาจที่ต้องไม่กลายเป็นพิธีกรรม
หลักไตรภาคีมิใช่เพียงการจัดสรรจำนวนที่นั่งในคณะกรรมการ หากคือดุลอำนาจที่แท้จริง
มูลนิธิฯ เห็นว่า การออกแบบโครงสร้างใด ๆ ที่ทำให้ฝ่ายหนึ่งกลายเป็นเสียงข้างน้อยโดยสภาพ แม้จะชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจบั่นทอนความรู้สึกเป็นเจ้าของของผู้ประกันตนได้
การใช้เหตุผลว่า “ผู้สมทบมากกว่าควรมีอำนาจมากกว่า” เป็นตรรกะที่เหมาะกับองค์กรธุรกิจ แต่ประกันสังคมมิใช่บริษัทจำกัด การตัดสินใจมิได้ส่งผลต่อกำไรขาดทุนเพียงอย่างเดียว หากกระทบต่อชีวิตและความมั่นคงของผู้คนจำนวนมาก
ดุลอำนาจที่แท้จริงควรสะท้อนหลักการว่า ผู้รับความเสี่ยงโดยตรงต้องมีเสียงที่มีความหมาย
ผู้เชี่ยวชาญต้องทำหน้าที่ภายใต้กรอบที่ยึดโยงกับเจ้าของ
รัฐต้องทำหน้าที่ค้ำประกันความเป็นธรรม มิใช่ครอบงำ
------
4. ต่อข้อเสนอการนำออกนอกระบบ
มูลนิธิฯ ตระหนักถึงความไม่พอใจของสาธารณะต่อปัญหาการบริหารกองทุนในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ดี ข้อเสนอให้ “นำประกันสังคมออกนอกระบบ” มิใช่คำตอบที่สอดคล้องกับปณิธานดั้งเดิม
การนำออกนอกระบบมิได้แก้ปัญหาโครงสร้าง หากเพียงเปลี่ยนบริบททางกฎหมาย และอาจทำให้กลไกตรวจสอบในฐานะองค์กรสาธารณะอ่อนแอลง
ประกันสังคมควรดำรงอยู่ในพื้นที่สาธารณะ เพราะเงินกองทุนเป็นเงินสาธารณะของคนทำงาน การปฏิรูปที่แท้จริงควรมุ่งปรับปรุงความโปร่งใส กลไกตรวจสอบ และดุลอำนาจภายใน มิใช่หลีกเลี่ยงปัญหาด้วยการถอนตัวจากกรอบสาธารณะ
5. ความเชี่ยวชาญต้องรับใช้ศักดิ์ศรี มิใช่แทนที่ศักดิ์ศรี
มูลนิธิฯ เห็นความสำคัญของความเป็นมืออาชีพในการบริหารกองทุนขนาดใหญ่ แต่ขอเตือนต่อแนวโน้มที่ยกแนวคิดเทคโนแครตขึ้นเหนือหลักการมีส่วนร่วม
การบริหารด้วยผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งจำเป็น แต่การกำหนดทิศทางต้องยึดโยงกับเจ้าของกองทุน
หากองค์กรให้ความสำคัญกับผลตอบแทนทางการเงินเพียงด้านเดียว โดยละเลยมิติของสิทธิและศักดิ์ศรี ประกันสังคมจะค่อย ๆ สูญเสียความหมายทางสังคม
ความมั่นคงของกองทุนมิใช่เพียงตัวเลขในรายงานประจำปี หากคือความเชื่อมั่นของผู้ประกันตนว่าระบบนี้ยืนอยู่ข้างเขา
-----
6. แนวทางปฏิรูปที่สอดคล้องกับปณิธาน
มูลนิธิฯ ขอเสนอหลักการเพื่อการปฏิรูป ดังนี้
ก.เสริมสร้างกลไกการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนให้มีความหมายจริง
ข.เปิดเผยข้อมูลการบริหารและการลงทุนอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
ค.กำหนดให้มติสำคัญที่กระทบสิทธิประโยชน์ต้องสะท้อนฉันทามติ มิใช่เพียงเสียงข้างมากเชิงโครงสร้าง
ง.แยกบทบาทผู้กำหนดนโยบายออกจากผู้บริหารการลงทุนอย่างชัดเจน
จ.สร้างวัฒนธรรมความรับผิดชอบที่ยึดโยงกับชีวิตผู้ประกันตน
-----
สุดท้ายนี้ถึงพี่น้องผู้ใช้แรงงาน​ ผู้ประกันตน​ และผู้ร่วมเป็นเจ้าของกองทุน
มูลนิธินิคม จันทรวิทุร ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องกรรมกรและผู้ประกันตนทั่วประเทศ​ ประกันสังคมมิได้เกิดจากความบังเอิญ หากเกิดจากความเพียรและอุดมการณ์ของผู้ที่เชื่อในศักดิ์ศรีแรงงาน สิทธิจะมั่นคงได้ต่อเมื่อเจ้าของสิทธิตระหนักรู้ ติดตาม และมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมอ
การตรวจสอบควรตั้งอยู่บนข้อมูล
อันกล้าหาญ​ และการต่อสู้ควรตั้งอยู่บนความหวังและความรับผิดชอบ​
ประกันสังคมต้องเป็นสถาบันสาธารณะของคนทำงาน
ต้องบริหารอย่างมืออาชีพโดยไม่ลดทอนศักดิ์ศรี
ต้องโปร่งใสโดยไม่ปิดกั้นการมีส่วนร่วม
และต้องยืนอยู่บนหลักแห่งดุลอำนาจ ไม่ใช่ดุลการเงิน
มูลนิธินิคม จันทรวิทุร ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย​ทั้งต่อแรงงาน นายจ้าง และรัฐ​ โปรดหวนกลับมาสู่หลักการที่ให้กำเนิดระบบนี้
เพราะถึงที่สุดแล้ว
ประกันสังคมมิได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจ
แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มวลชนคนทำงานมีความมั่นคง
และความมั่นคงนั้นจะยั่งยืนได้
ต่อเมื่อเราทุกคนร่วมกันปกป้องปณิธานไว้ให้จริงจังและต่อเนื่อง
ด้วยความเชื่อมั่น
มูลนิธินิคม จันทรวิทุร
เพื่อศักดิ์ศรี ความเป็นธรรม และความมั่นคงของผู้ใช้แรงงานไทย