
13 hours ago
·
เปิดบันทึก "ทริปในฝัน" ปี 68 ที่ไม่ได้ไป: เมื่อตั๋วใบละ 5 แสน ถูกทำหมันโดย "ทีมประกันสังคมก้าวหน้า"
เมื่อวาน หลังจากเล่าเรื่องประกันสังคม ไป ก็มีน้องส่งเอกสารมาให้เพิ่มเติมเมื่อวาน เมื่อเช้า ผมเลยค้นหาข้อมูลเพิ่ม และได้เขียนบทความนี้เอาไว้ครับ
น้องเล่าให้ฟังว่า มีการวางแผนเตรียมเดินทางไปดูงานในปี 2568 เต็มไปหมด ถ้าเป็นไปตามแผน ปี 2568 จะเป็นปีที่น่านฟ้าคึกคักไปด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม กรรมการ และอนุกรรมการ ที่เตรียมแพ็กกระเป๋าเดินทางไกลไปดูงานในดินแดนโลกตะวันตกและเอเชีย ด้วยงบประมาณที่ถูกตั้งรอไว้กว่า 30 ล้านบาท ในหมวดรายจ่ายอื่น
นี่คือ "แผนการเดินทาง" สุดหรูที่ถูกวางไว้บนหน้ากระดาษ ก่อนที่จะถูกพับเก็บเข้าลิ้นชักไปตลอดกาล
1. ปักหมุด "อเมริกา" กับตั๋วเครื่องบินที่แพงระยับ
ไฮไลต์สูงสุดของปีนี้ คือโครงการของ สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ ที่วางแผนจะพาคณะ 21 ชีวิต บินข้ามทวีปไปศึกษาดูงานด้านการแพทย์ที่ สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 8 วัน
งบประมาณที่ตั้งไว้: 10,229,700 บาท
ความพีคของโครงการ: อยู่ที่ส่วนต่างของราคาตั๋วเครื่องบินที่สะท้อน "ลำดับชั้น" อย่างชัดเจน
ระดับบริหารสูง (2 ที่นั่ง): ขอตั้งงบค่าตั๋วใบละ 520,000 บาท
ระดับอำนวยการสูง (17 ที่นั่ง): ขอตั้งงบค่าตั๋วใบละ 355,000 บาท
ในขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ มีงบค่าตั๋วเพียง 126,000 บาท
2. เยือนถิ่นยุโรป "ฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์" ด้วย First Class
ตามมาติดๆ ด้วยโครงการของ กองกฎหมาย ที่เตรียมพาคณะกรรมการอุทธรณ์ 18 ชีวิต ไปศึกษาดูงานด้านกระบวนการยุติธรรมทางปกครอง
งบประมาณที่ตั้งไว้: 6,781,200 บาท
ความพีคของโครงการ: เป็นทริปที่ระบุขอใช้ตั๋วโดยสารระดับ "ชั้นหนึ่ง" (First Class) อย่างโจ่งแจ้ง
ระดับบริหาร (2 ที่นั่ง): ขอตั้งงบค่าตั๋วใบละ 420,000 บาท
ระดับกรรมการ (13 ที่นั่ง): ขอตั้งงบค่าตั๋วชั้นธุรกิจใบละ 240,000 บาท
3. มหกรรมดูงาน "ญี่ปุ่น" ที่ใครๆ ก็อยากไป
ประเทศญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายยอดฮิตที่หน่วยงานต่างๆ ต่อคิวกันของบประมาณไปเยือนถึง 3 คณะ รวมมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท
คณะไอที (Japan IT Week): งบ 3.73 ล้านบาท โดยผู้บริหารตั้งงบค่าตั๋วไว้ที่ 160,000 บาท
คณะทวงหนี้ (กองบริหารเงินค้างชำระ): งบ 3.57 ล้านบาท
คณะตรวจสอบภายใน: งบ 2.41 ล้านบาท โดยตั้งงบค่าตั๋ว First Class ไว้ที่ 160,000 บาท
จุดจบของแผนการ: การ "ทำหมัน" ครั้งประวัติศาสตร์
แผนการทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เปรียบเสมือนรถด่วนขบวนหรูที่กำลังเร่งเครื่องออกจากสถานี แต่แล้วก็ต้องเบรกจนตัวโก่ง เมื่อ "ทีมประกันสังคมก้าวหน้า" เข้ามาทำหน้าที่บอร์ดและอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณ
เมื่อกางตัวเลขออกมาดู สิ่งที่ทีมงานชุดนี้ตั้งคำถามไม่ใช่แค่ "ไปทำไม" แต่คือ "ความสมเหตุสมผลของตัวเลข"
เมื่อมีข้อมูลนี้ เดือน ก.พ. 68 “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ได้ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณกองทุนประกันสังคม โดยออกมาเปิดประเด็นทริปดูงานต่างประเทศของประกันสังคม 6 วัน 5 คืน https://www.dailynews.co.th/news/4417034/ จนทำให้เรื่องการดูงานต่างประเทศของสำนักงานเป็นเหมือนเรื่องที่ไม่เหมาะสม และยิ่งไปทักว่า ทำไมถึงมีจังหวะพัก 3 วันให้ไปสรุปผลการศึกษาดูงาน ยิ่งทำให้เรื่องราวดังกล่าวยิ่งฮือฮามากเข้าไปอีก
และพอมีการตั้งคำถามต่างๆ นานา เช่น
ทำไมตั๋วเครื่องบินของผู้บริหารต้องใบละ 5 แสนบาท?
ทำไมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงานได้ไป ทั้งๆ ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับสำนักงานโดยตรง?
ทำไมต้องบิน First Class ไปดูงานกฎหมาย?
ทำไมต้องไปดูงานซ้ำๆ ในประเทศเดิมๆ?
และพอคำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบที่ฟังขึ้นในยุคที่กองทุนต้องรัดเข็มขัด ผลลัพธ์คือ "การทำหมัน" โครงการเหล่านี้อย่างถาวร งบประมาณกว่า 30 ล้านบาทที่เกือบจะกลายเป็นค่าตั๋วเครื่องบินและโรงแรมหรู ถูกระงับการจ่ายและดึงกลับเข้ามาเป็นเงินกองทุน เพื่อรอการจัดสรรไปสู่สิ่งที่จำเป็นกว่า
บทสรุปปี 68 จึงจบลงที่ว่า ไม่มีใครได้บินไปอเมริกาด้วยตั๋วครึ่งล้าน และไม่มีใครได้นั่งจิบไวน์บนเฟิร์สคลาสไปสวิตเซอร์แลนด์ นี่คือผลงานเชิงประจักษ์ของการมี "ตัวแทนผู้ประกันตน" ที่เข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้น เปลี่ยนงบดูงานฟุ่มเฟือย ให้กลายเป็นเงินออมที่ปลอดภัยของผู้ประกันตนทุกคน
และนี่คือ หนึ่งในความพยายามผลักดันให้ประกันสังคมก้าวหน้าไป โดยไม่ต้องไปดูงานให้มันฟุ่มเฟือย อาจจะดูเหมือนย้อนแย้งว่า ไม่ไปดูงาน แล้วจะปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร แต่ถ้าเข้าใจการใช้เงินของผู้ประกันตนในลักษณะนี้ สังคมน่าจะเข้าใจว่าอะไรคือก้าวหน้า อะไรคือถอยหลัง อะไรคือจำเป็น อะไรคือไม่จำเป็น
https://www.facebook.com/photo/?fbid=10161901050696751&set=a.10150196868691751
ปชน.เปิดอีก #ประกันสังคม ใจดี แจกปากกาหรูปีใหม่ ให้ผู้บริหาร-ที่ปรึกษา อดีตข้าราชการยังได้ #มติชนออนไลน์ pic.twitter.com/8HJRlFFONo
— Matichon Online (@MatichonOnline) January 23, 2026
ผู้ประกันตนมาตรา 33 เศร้า ลงทะเบียนว่างงานไว้หลายเดือน รับแจ้งให้มารับเงินชดเชยได้แค่ 150 บาท คิดชดเชยวันเดียว พ้อ น่าคิดเต็มทั้งเดือน เสียเวลาเดินทาง ไป-กลับก็หมดค่ารถแล้ว #ประกันสังคม pic.twitter.com/KLRHwvtPnR
— Matichon Online (@MatichonOnline) January 23, 2026
สำหรับข้าราชการหลายท่าที่รู้สึกว่า ทำไมต้องเปรียบเทียบ ทำไมต้องพาดพิง ลองนึกตามนะฮะ ถ้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชลงทุนแบบเดียวกับกองทุนประกันสังคม ตึก SKYY9 7000ล้าน ซื้อหุ้นEA ซื้อหุ้นศรีพันวา ซื้อหุ้นTUdome ขาดทุนยับ เอาเงินไปทำโรงอาหาร ทำปฏิทินทำเสื้อทำหมวก… https://t.co/3Dt2KNJKoy
— Rukchanok Srinork (@nanaicez) January 23, 2026
อีส้มเค้าคิดมาแล้วว่าโค้งสุดท้ายจะปักหมุดเรื่องอะไร 25ล้านคนเชียวนะแก pic.twitter.com/h9F8NkxMlg
— ฮ.นกฮูก(สีส้ม) (@skongki2000) January 22, 2026
การเลือกตั้งครั้งนี้ (8 กุมภาพันธ์) เป็น “จังหวะสำคัญ” ในการผ่าตัดใหญ่ ก่อนที่กองทุนประกันสังคมจะล่มสลายไปในอีก 20 - 30 ปีข้างหน้า อย่างที่หลายคนกังวล และจะไม่มีใครติดคุกแม้แต่คนเดียว แบบตึก สตง. ที่ถล่มนั่นแหละ https://t.co/fpSmypx8zx
— กานดา นาคน้อย (@kandainthai) January 23, 2026