
Kob Fu
7 hours ago
·
เข็น #รัฐธรรมนูญ ของ #เผด็จการ #ทหารเลว ออกไป

.....

Prinya Thaewanarumitkul
9 hours ago
·
[ กาเห็นชอบ #ไม่เท่ากับเซ็นเช็คเปล่า: ประเด็นที่ถูกทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนในการลงประชามติ ]
สิ่งที่พูดคลาดเคลื่อนกันมากในเรื่องการทำประชามติครั้งนี้คือ การเห็นชอบ = เซ็นเช็คเปล่า คือจะนำไปสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะเขียนอย่างไรก็ได้ แม้กระทั่งจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หรือการเขียนให้กระทบต่อสถาบันสำคัญของประเทศ และอีกอันที่ได้ยินบ่อยคือ จะเห็นชอบได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่รู้เลยว่า จะร่างใหม่กันอย่างไร หรือใครจะมาร่าง? ซึ่งก็คล้ายๆ กับอันแรก
การลงประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเป็นเสรีภาพโดยบริบูรณ์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งประชาชนควรได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง (ที่น่าประหลาดใจความคลาดเคลื่อนเหล่านี้โดยมากมาจากนักกฎหมายหรือผู้มีความรู้ ซึ่งมองในแง่ดีคือคงเพราะท่านไม่รู้หรือไม่เข้าใจจริงๆ) ผมจึงขออนุญาตให้ข้อมูลและความคิดเห็นของผม ดังต่อไปนี้ครับ
1. ประชามติมติครั้งนี้เป็นการแค่ถามประชาชนว่า ”เห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่“ คือจะให้มีการร่างฉบับใหม่มาแทนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ดีไหม? หากเสียงเห็นชอบมากกว่าก็ยังไม่ได้เกิดการแก้ไขหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้แต่ประการใด เพราะเป็นแต่เพียงให้ึความเห็นชอบให้รัฐสภาไปออกแบบมาว่าจะร่างใหม่อย่างไรเท่านั้น
2. ถ้าประชามติครั้งแรกผ่าน รัฐสภา (ส.ส. จากการเลือกตั้งครั้งนี้ และ ส.ว.ที่มีอยู่แล้ว) ก็จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีการร่างใหม่ทั้งฉบับ (เพราะรัฐธรรมนูญไม่มีการให้ร่างใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งในอดีตเราเคยแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2491 ได้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2492 และในปี 2539 ได้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540) เมื่อแก้ไขผ่านสามวาระแล้ว ก็ต้องมาทำประชามติให้ประชาชนให้ความเห็นชอบด้วยการลงประชามติเป็นครั้งที่ 2 เมื่อประชาชนให้ความเห็นชอบจึงจะทูลเกล้าเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้ ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบก็ตกไปเลย
ว่าง่ายๆ ประเด็นที่ว่าจะร่างอย่างไร ใครจะร่าง หรือจะมีขั้นตอนหรือเงื่อนไขอย่างไรบ้าง รวมถึงการกำหนดเอาไว้ว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด คือประชามติครั้งที่ 2 ครับ ถ้าเราเห็นว่าไม่เข้าท่า หรือมีปัญหา เราก็จะไม่เห็นชอบได้ครับ เมื่อประชาชนเห็นชอบครั้งที่ 2 แล้วนั่นแหละครับ ถึงจะได้เริ่มต้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
3. พอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ (โดยกระบวนการที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม) ก็ต้องมาถามเราว่าเราพอใจกับเนื้อหาที่ร่างมาหรือไม่ โดยการทำประชามติเป็นครั้งที่ 3 เรื่องเนื้อหาในรัฐธรรมนูญว่าเป็นอย่างไร? เรื่องไหนของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่อาจจะดีกว่าฉบับที่ผ่านมาได้คงเอาไว้หรือไม่? ก็คือประชามติครั้งที่ 3 ครับ
ถ้าร่างออกมาแล้วปรากฏว่าแย่กว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หรือเราไม่พอใจเราก็ไม่ต้องรับครับ แล้วถ้าประชาชนไม่รับ หรือประมติไม่ผ่านก็คือเราก็ใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ต่อไปครับ ต่อเมื่อประชาชนเห็นชอบจึงจะนำขึ้นทูลเกล้า และเมื่อทรงโปรดเกล้าแล้วรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ถึงจะถูกแทนที่ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
4. เปรียบเทียบให้เห็นเข้าใจง่ายๆ ถ้าการร่างรัฐธรรมนูญคือการสร้างบ้านหลังใหญ่ การทำประชามติครั้งแรกคือการให้ความเห็นชอบให้รัฐสภาไปเขียน TOR หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขของการทำบ้านหลังนี้ ว่าใครจะออกแบบใครจะก่อสร้าง และจะมีขอบเขตหรือเงื่อนไขอย่างไรบ้าง เมื่อทำ TOR เสร็จก็จะมาทำประชามติเป็นครั้งที่ 2 ถ้าเราเจ้าของบ้านเห็นว่า TOR เขียนมาไม่ดี เราก็ไม่เห็นต้องเห็นชอบ เมื่อเราเห็นชอบประชามติครั้งที่ 2 แล้วนั่นแหละครับ ถึงได้เริ่มหาคนมาออกแบบและก่อสร้างบ้านเมื่อสร้างบ้านเสร็จก็ต้องถามเราเป็นครั้งที่ 3 ว่าเราพอใจหรือไม่ ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องเห็นชอบครับ
5. ที่สำคัญคือรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 บัญญัติไว้ว่า “การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทํามิได้” แล้วมาตรา 255 นี้ก็จะอยู่ไปจนกว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะร่างเสร็จ แล้วก็ต้องไปอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย มาตรา 255 นี้จึงเป็น “บทบัญญัติชั่วนิรันดร์” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า eternity clause ดังนั้น การทำประชามติครั้งแรกจึงไม่ใช่การเซ็นเช็คเปล่าอย่างที่บางท่านเข้าใจ หรือพยายามทำให้เราเข้าใจเช่นนั้นแต่ประการใด
6. ดังนั้น สำหรับท่านที่บอกว่าจะเห็นชอบได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่รู้เลยว่า จะร่างใหม่อย่างไร หรือร่างใหม่จะมีเนื้อหาอย่างไรนั้น จึงไม่ใช่ปัญหาในขณะนี้ครับ เพราะจะร่างใหม่อย่างไรคือประชามติครั้งที่ 2 ส่วนเนื้อหาจะเป็นอย่างไรจะเป็นประชามติครั้งที่ 3 ครับ
ว่าง่ายๆ คือถ้าประชามติครั้งแรกต้องผ่านก่อนถึงจะได้ตกลงกันว่าใครจะร่างและร่างอย่างไร เมื่อประชามติครั้งที่ 2 ผ่านถึงจะได้เริ่มร่าง ถ้าร่างออกมาดีกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็รับในประชามติครั้งที่ 3 ถ้าแย่กว่าเราก็ไม่ต้องรับ แต่ถ้าประชามติครั้งแรกไม่ผ่านเพราะเสียงไม่เห็นชอบให้ร่างใหม่มีมากกว่า เราก็จะต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญของ คสช. ต่อไปอีกนานเท่านาน จะแก้รายมาตราก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะการกาไม่เห็นชอบเท่ากับการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซ้ำอีกครั้งครับ
สรุปคือ 8 กุมภา กาเห็นชอบแย่สุดก็คือแค่เสมอตัว คือร่างใหม่ออกมาแย่กว่าก็ไม่ต้องรับ แล้วก็ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ต่อไป ถ้าร่างออกมาดีกว่าก็กำไร เพราะประเทศไทยจะได้รัฐธรรมนูญที่ดีกว่าเดิมครับ
ส่วนการกาไม่เห็นชอบดีสุดก็ได้แค่เสมอตัว หรือแย่ลงไปเรื่อยๆ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ที่โฆษณาว่าปราบโกงมีปัญหามากจริงๆ เรื่องความโปร่งใส การตรวจสอบถ่วงดุล เพราะองค์กรอิสระไม่ไ่ดัอิสระจริงซักเท่าไหร่ ไหนจะเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ไหนจะเรื่อง ส.ว. อีก ซึ่งก็เกี่ยวกันหมดจากปัญหาที่มาจากการรัฐประหารครับ
ประชาชนมีเสรีภาพอันบริบูรณ์ในการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้ากาไม่เห็นชอบก็คือเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้ใช้ต่อไป ส่วนกาเห็นชอบก็คือการให้โอกาสประเทศไทยให้ได้รัฐธรรมนูญที่จะดีกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของ คสช. สรุปประเด็นในการตัดสินใจมีเพียงเท่านี้ อนาคตประเทศไทยว่าควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนฉบับ คสช. หรือไม่ อยู่ในมือของเราทุกคนครับ!

Prinya Thaewanarumitkul
9 hours ago
·
[ กาเห็นชอบ #ไม่เท่ากับเซ็นเช็คเปล่า: ประเด็นที่ถูกทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนในการลงประชามติ ]
สิ่งที่พูดคลาดเคลื่อนกันมากในเรื่องการทำประชามติครั้งนี้คือ การเห็นชอบ = เซ็นเช็คเปล่า คือจะนำไปสู่การเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะเขียนอย่างไรก็ได้ แม้กระทั่งจะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง หรือการเขียนให้กระทบต่อสถาบันสำคัญของประเทศ และอีกอันที่ได้ยินบ่อยคือ จะเห็นชอบได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่รู้เลยว่า จะร่างใหม่กันอย่างไร หรือใครจะมาร่าง? ซึ่งก็คล้ายๆ กับอันแรก
การลงประชามติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเป็นเสรีภาพโดยบริบูรณ์ของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งประชาชนควรได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง (ที่น่าประหลาดใจความคลาดเคลื่อนเหล่านี้โดยมากมาจากนักกฎหมายหรือผู้มีความรู้ ซึ่งมองในแง่ดีคือคงเพราะท่านไม่รู้หรือไม่เข้าใจจริงๆ) ผมจึงขออนุญาตให้ข้อมูลและความคิดเห็นของผม ดังต่อไปนี้ครับ
1. ประชามติมติครั้งนี้เป็นการแค่ถามประชาชนว่า ”เห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่“ คือจะให้มีการร่างฉบับใหม่มาแทนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ดีไหม? หากเสียงเห็นชอบมากกว่าก็ยังไม่ได้เกิดการแก้ไขหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้แต่ประการใด เพราะเป็นแต่เพียงให้ึความเห็นชอบให้รัฐสภาไปออกแบบมาว่าจะร่างใหม่อย่างไรเท่านั้น
2. ถ้าประชามติครั้งแรกผ่าน รัฐสภา (ส.ส. จากการเลือกตั้งครั้งนี้ และ ส.ว.ที่มีอยู่แล้ว) ก็จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มีการร่างใหม่ทั้งฉบับ (เพราะรัฐธรรมนูญไม่มีการให้ร่างใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งในอดีตเราเคยแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อร่างใหม่ทั้งฉบับมาแล้ว 2 ครั้งในปี 2491 ได้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2492 และในปี 2539 ได้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540) เมื่อแก้ไขผ่านสามวาระแล้ว ก็ต้องมาทำประชามติให้ประชาชนให้ความเห็นชอบด้วยการลงประชามติเป็นครั้งที่ 2 เมื่อประชาชนให้ความเห็นชอบจึงจะทูลเกล้าเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศใช้ ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบก็ตกไปเลย
ว่าง่ายๆ ประเด็นที่ว่าจะร่างอย่างไร ใครจะร่าง หรือจะมีขั้นตอนหรือเงื่อนไขอย่างไรบ้าง รวมถึงการกำหนดเอาไว้ว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด คือประชามติครั้งที่ 2 ครับ ถ้าเราเห็นว่าไม่เข้าท่า หรือมีปัญหา เราก็จะไม่เห็นชอบได้ครับ เมื่อประชาชนเห็นชอบครั้งที่ 2 แล้วนั่นแหละครับ ถึงจะได้เริ่มต้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
3. พอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ (โดยกระบวนการที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม) ก็ต้องมาถามเราว่าเราพอใจกับเนื้อหาที่ร่างมาหรือไม่ โดยการทำประชามติเป็นครั้งที่ 3 เรื่องเนื้อหาในรัฐธรรมนูญว่าเป็นอย่างไร? เรื่องไหนของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่อาจจะดีกว่าฉบับที่ผ่านมาได้คงเอาไว้หรือไม่? ก็คือประชามติครั้งที่ 3 ครับ
ถ้าร่างออกมาแล้วปรากฏว่าแย่กว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 หรือเราไม่พอใจเราก็ไม่ต้องรับครับ แล้วถ้าประชาชนไม่รับ หรือประมติไม่ผ่านก็คือเราก็ใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ต่อไปครับ ต่อเมื่อประชาชนเห็นชอบจึงจะนำขึ้นทูลเกล้า และเมื่อทรงโปรดเกล้าแล้วรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ถึงจะถูกแทนที่ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
4. เปรียบเทียบให้เห็นเข้าใจง่ายๆ ถ้าการร่างรัฐธรรมนูญคือการสร้างบ้านหลังใหญ่ การทำประชามติครั้งแรกคือการให้ความเห็นชอบให้รัฐสภาไปเขียน TOR หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขของการทำบ้านหลังนี้ ว่าใครจะออกแบบใครจะก่อสร้าง และจะมีขอบเขตหรือเงื่อนไขอย่างไรบ้าง เมื่อทำ TOR เสร็จก็จะมาทำประชามติเป็นครั้งที่ 2 ถ้าเราเจ้าของบ้านเห็นว่า TOR เขียนมาไม่ดี เราก็ไม่เห็นต้องเห็นชอบ เมื่อเราเห็นชอบประชามติครั้งที่ 2 แล้วนั่นแหละครับ ถึงได้เริ่มหาคนมาออกแบบและก่อสร้างบ้านเมื่อสร้างบ้านเสร็จก็ต้องถามเราเป็นครั้งที่ 3 ว่าเราพอใจหรือไม่ ถ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องเห็นชอบครับ
5. ที่สำคัญคือรัฐธรรมนูญ มาตรา 255 บัญญัติไว้ว่า “การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทํามิได้” แล้วมาตรา 255 นี้ก็จะอยู่ไปจนกว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะร่างเสร็จ แล้วก็ต้องไปอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย มาตรา 255 นี้จึงเป็น “บทบัญญัติชั่วนิรันดร์” หรือที่ฝรั่งเรียกว่า eternity clause ดังนั้น การทำประชามติครั้งแรกจึงไม่ใช่การเซ็นเช็คเปล่าอย่างที่บางท่านเข้าใจ หรือพยายามทำให้เราเข้าใจเช่นนั้นแต่ประการใด
6. ดังนั้น สำหรับท่านที่บอกว่าจะเห็นชอบได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่รู้เลยว่า จะร่างใหม่อย่างไร หรือร่างใหม่จะมีเนื้อหาอย่างไรนั้น จึงไม่ใช่ปัญหาในขณะนี้ครับ เพราะจะร่างใหม่อย่างไรคือประชามติครั้งที่ 2 ส่วนเนื้อหาจะเป็นอย่างไรจะเป็นประชามติครั้งที่ 3 ครับ
ว่าง่ายๆ คือถ้าประชามติครั้งแรกต้องผ่านก่อนถึงจะได้ตกลงกันว่าใครจะร่างและร่างอย่างไร เมื่อประชามติครั้งที่ 2 ผ่านถึงจะได้เริ่มร่าง ถ้าร่างออกมาดีกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ก็รับในประชามติครั้งที่ 3 ถ้าแย่กว่าเราก็ไม่ต้องรับ แต่ถ้าประชามติครั้งแรกไม่ผ่านเพราะเสียงไม่เห็นชอบให้ร่างใหม่มีมากกว่า เราก็จะต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญของ คสช. ต่อไปอีกนานเท่านาน จะแก้รายมาตราก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะการกาไม่เห็นชอบเท่ากับการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซ้ำอีกครั้งครับ
สรุปคือ 8 กุมภา กาเห็นชอบแย่สุดก็คือแค่เสมอตัว คือร่างใหม่ออกมาแย่กว่าก็ไม่ต้องรับ แล้วก็ใช้รัฐธรรมนูญ 2560 ต่อไป ถ้าร่างออกมาดีกว่าก็กำไร เพราะประเทศไทยจะได้รัฐธรรมนูญที่ดีกว่าเดิมครับ
ส่วนการกาไม่เห็นชอบดีสุดก็ได้แค่เสมอตัว หรือแย่ลงไปเรื่อยๆ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 ที่โฆษณาว่าปราบโกงมีปัญหามากจริงๆ เรื่องความโปร่งใส การตรวจสอบถ่วงดุล เพราะองค์กรอิสระไม่ไ่ดัอิสระจริงซักเท่าไหร่ ไหนจะเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ไหนจะเรื่อง ส.ว. อีก ซึ่งก็เกี่ยวกันหมดจากปัญหาที่มาจากการรัฐประหารครับ
ประชาชนมีเสรีภาพอันบริบูรณ์ในการเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้ากาไม่เห็นชอบก็คือเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ให้ใช้ต่อไป ส่วนกาเห็นชอบก็คือการให้โอกาสประเทศไทยให้ได้รัฐธรรมนูญที่จะดีกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ของ คสช. สรุปประเด็นในการตัดสินใจมีเพียงเท่านี้ อนาคตประเทศไทยว่าควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนฉบับ คสช. หรือไม่ อยู่ในมือของเราทุกคนครับ!
https://www.facebook.com/photo/?fbid=25937418302542096&set=a.271670256210253