วันเสาร์, มกราคม 31, 2569

⭕ เสียงจาก “วชิระ” ผู้ต้องขังคดีแฮ็กเว็บศาล รธน. ถึงผู้ได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง “อยากให้คนข้างนอกคิดก่อนว่าการที่เราตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งไปแล้ว เราฝากอนาคต ฝากสังคมแบบไหนไว้ให้คนรุ่นหลัง อยากให้ตระหนักและคิดดี ๆ ไม่อยากให้คนรุ่นหลังมาว่าได้ว่าสร้างประเทศที่แย่ไว้ให้พวกเขา”


ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
14 hours ago
·
“อยากให้คนข้างนอกคิดก่อนว่าเราฝากสังคมแบบไหนให้คนรุ่นหลัง”: เสียงจาก “วชิระ” ผู้ต้องขังคดีแฮ็กเว็บศาล รธน. ถึงผู้ได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
.
.
วันที่ 26 ม.ค. 2569 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทนายความเข้าเยี่ยม “วชิระ” ผู้ต้องขังคดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากข้อกล่าวหาแฮ็กเข้าไปดัดแปลงหน้าเว็บศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์เป็น 'Kangaroo Court' ภายหลังที่ศาลวินิจฉัยว่าคำปราศรัยของแกนนำราษฎรถือเป็นการพยายามล้มล้างระบอบการปกครองฯ ในปี 2564
.
คดีของวชิระศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกเขา 1 ปี 6 เดือน โดยไม่มีผู้พิพากษารับรองให้สามารถยื่นฎีกาได้ ทำให้ถูกคุมขังมาตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2568 นับเป็นเวลากว่า 4 เดือนแล้ว
.
โอกาสพบกันครั้งนี้ เป็นการพูดคุยในช่วงเวลาที่คนทั้งประเทศกำลังจับจ้องไปที่การเลือกตั้งและลงประชามติวันที่ 8 ก.พ. 2569 โลกภายนอกผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายล้านคนกำลังจะตัดสินใจเลือกอนาคตของประเทศและโอกาสในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะส่งผลต่อทุกคน
.
แต่สำหรับวชิระและผู้ต้องขังทางการเมืองคนอื่น ๆ ภายในดินแดนไร้อิสรภาพ พวกเขากำลังใช้ชีวิตโดยไม่มีสิทธิ์ในการมีส่วนร่วมกับสังคมที่จะต้องกลับไปเผชิญหน้าเมื่อพ้นโทษ อดีตนักศึกษาทันตแพทย์ศาสตร์คนนี้พูดถึงความไม่เป็นธรรมที่ถูกพรากสิทธิในการเลือกตั้ง พูดถึงความหวังที่จะเห็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
เขายังฝากข้อความถึงผู้ที่กำลังจะไปใช้สิทธิ์ว่า “อยากให้คนข้างนอกคิดก่อนว่าการที่เราตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งไปแล้ว เราฝากอนาคต ฝากสังคมแบบไหนไว้ให้คนรุ่นหลัง อยากให้ตระหนักและคิดดี ๆ ไม่อยากให้คนรุ่นหลังมาว่าได้ว่าสร้างประเทศที่แย่ไว้ให้พวกเขา”

____________________________________________

ท่ามกลางความรู้สึกที่ไม่ได้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งและลงประชามติ วชิระสะท้อนชัดเจนว่า “ผมรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม ไม่ใช่เฉพาะผู้ต้องขังในคดีทางการเมือง แต่ผู้ต้องขังทุกคนไม่ว่าคดีอะไร ย่อมมีสิทธิของเขาอยู่แล้วในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศ”
.
เขาอธิบายต่อว่า การพรากสิทธิการเลือกตั้งไป ทำให้เมื่อผู้ต้องขังที่พ้นโทษต้องออกไปเผชิญกับสังคมที่เขาไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดสิ่งที่เขาอยากให้เป็น นี่คือความไม่เป็นธรรมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้ต้องขังแม้หลังจากพ้นโทษแล้ว วชิระยืนยันว่าผู้ต้องขังควรมีสิทธิเลือกตั้งและลงประชามติ เพราะเป็นสิทธิในฐานะพลเมืองของประเทศนี้
.
หากมีโอกาสเลือกตั้ง วชิระบอกว่าจะเลือกที่นโยบายพรรค ไม่ใช่บุคคล “เพราะถ้าเลือกตัวบุคคล บุคคลคนเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศได้”
.
สำหรับการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เขาเห็นด้วยที่จะมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมีประเด็นที่อยากให้แก้ไขอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่สถาบันตุลาการต้องเชื่อมโยงกับประชาชน
.
เขาให้ความเห็นว่า การเชื่อมโยงนี้อาจจะเป็นการเชื่อมโยงในทางตรงให้กระบวนการพิจารณาคดีบางคดีควรมีคณะลูกขุน กระบวนการการได้มาซึ่งผู้พิพากษาที่เชื่อมโยงกับประชาชน และที่สำคัญต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือวินิจฉัยคดีที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม ตีความกฎหมายแบบผิด ๆ
.
นอกจากนี้ วชิระยังอยากเห็นการรับรองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองมากกว่านี้ และหากมีส่วนร่วมในการออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่ สิ่งที่เขาอยากเปลี่ยนคือให้มีกลไกในการตรวจสอบและคานอำนาจของฝ่ายตุลาการ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ
.
ในบทสนทนาที่ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะส่งผลต่อผู้ต้องขังทางการเมืองหรือไม่ วชิระตอบว่า หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะผลักดันการนิรโทษกรรมผู้ต้องขังทางการเมืองทั้งหมด แต่เขาก็มีความหวังเรื่องสิทธิการประกันตัวในคดีของประชาชนที่ยังต่อสู้อยู่มากกว่า
.
กับภาพรวมที่เผชิญ นอกจากการไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว วชิระยังรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับสังคมในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยการแสดงความเห็น การถกเถียงในทางการเมืองในช่วงนี้ เขาเล่าว่า พออยู่ในเรือนจำ เขานึกถึงชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง การใช้ชีวิตให้ผ่านไปให้รอดมากกว่าการคิดที่จะทำตามอุดมการณ์ ยิ่งการใช้ชีวิตในเรือนจำทำให้เขาต้องโฟกัสกับการอยู่รอดในแต่ละวัน
.
เขาได้แต่หวังว่าคนข้างนอกจะไม่ลืมในสิ่งที่เคยต่อสู้กันมา ว่าดันเพดานกันมาสุดถึงขนาดไหน มันเข้าใกล้ มันเปลี่ยนโมเมนตัมในทางการเมือง และอุดมการณ์ของคนในสังคมมากแค่ไหน แต่วันนี้เพดานนั้นลดลง อยากให้รักษาความหวัง ความฝันในช่วงเวลานั้นไว้ให้มาก ๆ
.
ในอนาคตข้างหน้าหากได้รับอิสรภาพ วชิระให้ความเห็นว่า “ก็คงจะแสดงความคิดเห็นทางการเมืองแบบนี้ต่อไป และใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่เรามี”
.
ในบทสนทนาท้าย ๆ หากมีโอกาสได้พูดถึงคนไทยทั้งประเทศที่กำลังจะไปใช้สิทธิ์ ชายวัย 38 ปี ฝากข้อความว่า “อยากให้คนข้างนอกคิดก่อนว่าการที่เราตัดสินใจเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งไปแล้ว เราฝากอนาคต ฝากสังคมแบบไหนไว้ให้คนรุ่นหลัง อยากให้ตระหนักและคิดดี ๆ ไม่อยากให้คนรุ่นหลังมาว่าได้ว่าสร้างประเทศที่แย่ไว้ให้พวกเขา”

____________________________________________________________

.
Unheard Votes คือ บันทึกการสนทนากับผู้ต้องขังทางการเมืองในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังอยู่ในบรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไป ช่วงที่ผู้คนนับล้าน ๆ กำลังจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมกับลงประชามติในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศ
.
แต่สำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อาจผ่านไปเหมือนวันธรรมดา ไม่มีบัตรเลือกตั้ง ไม่มีโอกาสร่วมส่งเสียง มีเพียงการติดตามข่าวจากโทรทัศน์ที่คัดกรองมาแล้ว หรือข่าวสารจากผู้คนที่มาเยี่ยม แต่พวกเขายังคงมีความคิดฝันปรารถนาที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลง แม้จะถูกพรากสิทธิในการมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตประเทศไป

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1302205318416602&set=a.656922399611567
https://tlhr2014.com/archives/81416